เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.21 น.

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม กับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย คณะทำงานโครงการศึกษาการใช้หลักประกันในการขอรับการสนับสนุนทางการเงินภายใต้การดำเนินงานของ ส.ป.ก. เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นเพื่อเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม กับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของประเทศญี่ปุ่น Ministry of Agriculture Forestry and Fishery of Japan (MAFF) โดย Mr. Hagiwara Hideki, Counsellor (Deputy Director-General for Environment, Export and International Affairs Bureau) of MAFF และ Mr. Morii Hideyuki, Director and Senior Negotiator of Bilateral Affairs Division, Export and International Affairs Bureau of MAFF ให้การต้อนรับที่สนามบินฮาเนดะ พร้อมนางบุญฑริกา กระจ่างวงษ์ อัครทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโตเกียว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเงินและแนะนำข้อมูลของ NORINCHUKIN ให้ฝ่ายไทยทราบก่อนการเจรจาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ต่อมาคณะฝ่ายไทยเดินทางไปพบกับ Mr. Kunieda Gen, Director, Bilateral Affairs Division, Export and International Affairs Bureau of MAFF และประชุมหารือแนวทางในการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรตลอดจนการแก้ไขเรื่องเกษตรกรสูงวัยและการทิ้งร้างที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

จากนั้นได้เดินทางไปประชุมเจรจาเกี่ยวกับการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการเกษตรโดยใช้หลักประกัน ร่วมกับ Mr. Sekiguchi Kouji, Deputy Director of Corporate Design Division of NORINCHUKIN โดยมี Ms. Kasai Shouko, Chief of Asia-Pacific Group, Bilateral Affairs Division, Export and International Affairs Bureau of MAFF ร่วมหารือด้วย โดย MAFF เห็นควรนำประเด็นการเจรจาดังกล่าวเข้าหารือในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand economic partnership agreement, JTEPA) ต่อไป

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เฝ้ารับเสด็จฯ'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.17 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายธีรวิทย์ ขาวบุบผา ผู้อำนวยการกองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ในการนี้อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ทูลเกล้าฯ ถวายกระเป้าผลิตภัณฑ์แปรรูปปศุสัตว์ จำนวน 2 กระเป๋า ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้การรับรองมาตรฐาน BGCI ระดับที่ 2 BGCI Conservation Practitioner Accreditation (CPA) จาก Botanic Gardens Conservation International (BGCI) โดยเป็น 1 ใน 17 สวนพฤกษศาสตร์จากทั่วโลกที่ได้การรับรองมาตรฐาน ซึ่งเป็นแห่งเดียวในทวีปเอเชีย จนประสบความสำเร็จได้รับการรับรองเป็นสวนพฤกษศาสตร์สากลมาตรฐาน BGCI โดยเป็นสวนพฤกษศาสตร์มาตรฐานสากลสวนแรกและสวนเดียวในกรุงเทพมหานคร และเป็นสวนแห่งที่ 3 ของประเทศไทย

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมรับเสด็จฯ'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.14 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 18 หน่วยงาน ร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

ในการนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย “มะยงชิด พันธุ์ทูลเกล้า” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดนครนายก จัดเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับมะปราง หรือเป็นมะปรางชนิดหนึ่ง แต่ผลมะยงชิดมีหลายขนาดตามลักษณของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป มีลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ รูปไข่ มีสีเหลืองส้ม เนื้อแน่น กรอบ มีกลิ่นหอม ไม่มียาง ทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการคันคอ เมล็ดลีบสีน้ำตาลอ่อน

– 006

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC  สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ หารือกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) พร้อมด้วย นายหวัง อี้หยู อธิบดีกรมกักกันพืชและสัตว์ นายหลี่ จิ้นซง อธิบดีกรมความปลอดภัยอาหารนำเข้าและส่งออก และนางกัว ซั่วเยี่ยน อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และคณะ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และ GACC ได้แลกเปลี่ยนนโยบายและวิสัยทัศน์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งเสริม ขยายโอกาส และอำนวยความสะดวกค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงความมุ่งหวังที่จะรวมกันร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการเพิ่มเส้นทางการค้าเพื่อขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างการโดยใช้รถไฟความเร็วสูง (เส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคาย และเชื่อมต่อเส้นทาง one belt one roadของจีน) และประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตร และกลไกคณะทำงานร่วมด้านสุขอนามัยสุขอนามัยพืช ซึ่งกระทรวงฯ และ GACC ได้ประชุมและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า จีนนับเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเป็นอันดับ 1 ของไทย และสินค้าผลไม้มีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดในสินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน มังคุด และมะม่วง ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งหวังและตั้งใจว่าจะดำเนินนโยบายและมาตรการที่เข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีน มั่นใจได้ว่าสินค้าผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆจากไทย มีคุณภาพความปลอดภัยและได้มาตรฐานตามที่ฝ่ายจีนกำหนดไว้ทุกประการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง  มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังคนละครึ่ง “สลายตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” โดยมีนายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่แปลงนาเกษตรกร ข้างบริษัท เอส. เค.2002 การโยธา จำกัด ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืชช่วยให้คุณสมบัติของดินดีไม่ถูกทำลาย เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ในเวทีโลก โดยการไถกลบตอซังพืช แทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

นอกจากนี้ การเผาตอซังและเศษพืชที่เกษตรกรทิ้งหลังเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดินเป็นจำนวนมาก การไถกลบตอซังพืชจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชดินมีความโปร่งร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ความหนาแน่นของดินลดลงเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และหมุนเวียนธาตุอาหารพืชคืนสู่ดินการงดเผาในพื้นที่ 1 ไร่ จะเพิ่มธาตุอาหารลงดิน ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแตสเซียม (K) คิดเป็น มูลค่า 900 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ เพื่อหยุดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมผลักดันกิจกรรมของทุกหน่วยงานเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงปัญหาจากการเผาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรดิน และสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ร่วมลงแปลงนาเกษตรกรเพื่อร่วมไถกลบตอซังและเทน้ำหมักชีวภาพ ย่อยสลายตอซังข้าว อีกทั้งรับชมนิทรรศการองค์ความรู้ไถกลบ ตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม และบูธผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรของดี จ.สมุทรปราการ สำหรับพื้นที่ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่นำร่องโครงการไถกลบตอซังคนละครึ่ง “สลายตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม”

ผู้ช่วยฯร่วมงาน เกษตรอีสานใต้ มุ่งใช้นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า

ผู้ช่วยฯร่วมงาน  เกษตรอีสานใต้  มุ่งใช้นวัตกรรม  เพิ่มมูลค่าสินค้า

ผู้ช่วยฯร่วมงาน เกษตรอีสานใต้ มุ่งใช้นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานเกษตรอีสานใต้ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรเพิ่มมูลค่าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ร.ต.สรมงคลมงคละสิริ รอง ผวจ.อุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ รศ.ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความรู้และความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการเกษตร ผลงานของมหาวิทยาลัยในด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการชุมชน จัดให้มีการสาธิตและฝึกอบรมเกษตรกรให้มีทักษะวิชาชีพการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การประกวดผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิต สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและกระตุ้นให้พัฒนาวิสาหกิจชุมชน

ดร.ณมาณิตากล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคเกษตร นวัตกรรมเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ส่งเสริมการสร้างรายได้เกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร ตลอดจนเป็นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว BCG เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกระทรวงเกษตรฯ จึงเร่งรัดให้หน่วยงานในสังกัด ขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซุน เหมยจวิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The Protocolon Inspection, and Quarantine,Sanitary Requirements for Farmed Aquatic Products to be Exported from the Kingdom of Thailand to the People’s Republic of China between the Ministry of Agriculture and Cooperatives and the General Administration of Customs of the People’s Republic of China) เนื่องในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“พิธีสารฯ ฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรกภายใต้พิธีสารฯ ไปยังจีนได้ โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาทต่อปี” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า การลงนามครั้งนี้ยังเป็นการกำหนดแนวทางและมาตรฐานด้านสุขอนามัยของผลิตภัณฑ์ประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตการส่งออกสินค้าประมงชนิดใหม่เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพการส่งออกสินค้าประมงของไทย รวมถึงสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดสินค้าประมงคุณภาพสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการค้า และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในระยะยาว

‘ธนาคารที่ดิน’มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน และที่อยู่อาศัยให้ปชช.

'ธนาคารที่ดิน'มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน และที่อยู่อาศัยให้ปชช.

‘ธนาคารที่ดิน’มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน และที่อยู่อาศัยให้ปชช.

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.00 น.

“ไมตรี จงไกรจักร์” บอร์ดสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เผย “ธนาคารที่ดิน” จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินในประเทศ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่ม เข้าถึงที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีสิทธิในที่ดินของตนเอง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 นายไมตรี จงไกรจักร์ ในฐานะคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บอร์ดธนาคารที่ดิน) เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊ค  “maitree jongkraijug” ว่า ธนาคารที่ดิน ตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันที่สร้างความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน โดยมีแนวทางในการช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจำนวนมากในประเทศ 

ขณะนี้มีประชาชนกว่า 3 ล้านครอบครัวที่ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ขณะที่บางส่วนก็ต้องเผชิญปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ กลายเป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

โดยในปี 2568 ธนาคารที่ดิน  มุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน โดยมีแผนที่จะขยายการดำเนินงานใน 15 พื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ธนาคารที่ดิน จะสนับสนุนการซื้อที่ดินสำหรับการทำกิน และให้สิทธิในการเช่าซื้อที่ดินแก่ผู้ยากไร้ รวมถึงจัดการที่ดินที่ทับซ้อนกับชุมชนต่าง ๆ ตามพันธกิจของธนาคารที่ดิน

นอกจากนี้ ธนาคารที่ดิน ยังมีโครงการความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินและความยากจน สภาผู้แทนราษฎร ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนของประชาชน โดยการลงพื้นที่ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ณ วิวสหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก

นายไมตรี ย้ำว่า “ธนาคารที่ดิน” จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินในประเทศ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีสิทธิในที่ดินของตนเองได้ โดยการสนับสนุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่ดินจากการขายทอดตลาดหรือการบุกรุกที่ดินของรัฐ และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาว

“ธนาคารที่ดิน” จะดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะได้รับอย่างต่อเนื่องในปี 2568 เพื่อให้ประชาชนที่ยังขาดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.57 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ให้การต้อนรับผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาภูมิภาคแห่งรัฐซาราวัก สหพันธรัฐมาเลเซียในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือด้านความร่วมมือทางด้านปศุสัตว์

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นางสาววนิดา แจ้งประจักษ์ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และผู้แทนจาก กสส. สพส. กสก. สอส. และ กรป. ให้การต้อนรับ YB Dato Sri Dr. Stephen Rundi Utom รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาภูมิภาคของรัฐซาราวัก (Minister of Food Industry, Commodity & Regional Development Sarawak) พร้อมผู้แทนกระทรวงฯ และ Datu Dr Adrian Susin Ambud อธิบดีกรมสัตวแพทย์บริการแห่งรัฐซาราวักแห่งมาเลเซีย (DVSS) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือในประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา และรักษาต้นทุนอาหารสัตว์ และแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับรัฐซาราวักแห่งมาเลเซีย ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ
 

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง  ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำพ.ศ.2567-2570 ประกอบด้วย 7 มาตรการ(14 กิจกรรม) นั้น กรมประมง ได้ดำเนินโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ เป็นไปตามมาตรการที่ 6 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ โดยการนำหลักพันธุศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำโดยใช้เทคนิคการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมจากเดิมที่มีจำนวนชุดโครโมโซมตามธรรมชาติ 2 ชุด หรือ 2n ให้เป็นปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด หรือ 4n โดยจะนำปลาหมอคางดำ 4n เพศผู้ ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำซึ่งมีชุดโครโมโซม 2n ในธรรมชาติ โดยลูกปลาหมอคางดำที่ได้จากการผสมในลักษณะนี้จะได้ลูกปลาฯ ที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด หรือ 3n มีลักษณะที่เป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้

สำหรับการดำเนินการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมปลาหมอคางดำ ครั้งนี้ ดำเนินการเหนี่ยวนำด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 40 ํC เป็นระยะเวลา 5 นาที ณ เวลา 80 นาทีหลังผสม ได้ปลาหมอคางดำที่สามารถเจริญเติบโตจนมีอายุ 3 เดือน 1,112 ตัวและมีปลาหมอคางดำที่มีขนาด ที่เหมาะสมสำหรับติดเครื่องหมาย PIT tag ได้ 703 ตัว และสามารถเก็บตัวอย่างเลือดด้วยวิธี pool sample ได้ทั้งหมด 135 กลุ่มตัวอย่าง จากปลาหมอคางดำ 551 ตัว เพื่อตรวจจำนวนชุดโครโมโซมด้วยเครื่อง flowcytometer พบรูปแบบที่มีการแสดงผลเป็นโครโมโซม 4n จำนวน 20 กลุ่มตัวอย่าง และตรวจสอบยืนยันจำนวนโครโมโซมรายตัวเรียบร้อยแล้ว 1 กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งตรวจสอบยืนยันผลรายตัวจนครบ 20 กลุ่มตัวอย่าง ภายในเดือนมีนาคม 2568 ขณะเดียวกันคณะทำงานได้ดำเนินการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการเหนี่ยวนำโครโมโซม เพิ่มเติม 9 รูปแบบ โดยมีการตรวจสอบชุดโครโมโซมเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มจำนวนปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซมให้เหมาะสมและเพียงพอเพื่อขยายปล่อยลงแหล่งน้ำ ควบคุมปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี โดยปล่อยปลาหมอคางดำเพศผู้ ที่มีโครโมโซม 4n เข้าผสมกับปลาหมอคางดำเพศเมียที่มีโครโมโซม 2n ในหน่วยทดลองเพื่อศึกษาการเข้าคู่ผสมพันธุ์ และความสามารถในการแข่งขันการเข้าคู่ผสมพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีชุดโครโมโซม 3n ซึ่งมีลักษะเป็นหมัน นอกจากนี้ได้มอบพันธุ์ปลากะพงขาว ที่เป็นปลาผู้ล่าในธรรมชาติ ตามมาตรการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำมาตรการที่ 1 ให้เกษตรกรปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อที่ถูกบุกรุกเพื่อกำจัดและควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี