‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

https://www.naewna.com/local/836709

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

‘นฤมล’ร่วมงานมหกรรมการเกษตร

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมการเกษตร Farm Expo 2024จัดขึ้นภายใต้ธีม Revolutionising Farm Business และร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กทม.เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการเกษตรให้เติบโต พร้อมกันอย่างยั่งยืนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สินค้าและบริการจากภาคเกษตรมาจัดแสดงกว่า 14 โซน มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.ตู้คีบทุเรียนใหญ่ที่สุดในโลก 2.ตรวจดินฟรี ดินดี ปลูกอะไรก็งอกงาม 3.น้อยหน้าอิสราเอล ลูกละกิโล จองคิวยาวข้ามปี และ 4.อัปสกิลเรียนบินโดรนฟรีกับสถาบันการบินพลเรือน เป็นต้น

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดมหกรรมการเกษตรหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจและทางวิจัย เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้เกษตรกรไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ GDP ภาคเกษตร เติบโตตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของรัฐบาล รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างแบรนด์สินค้าและใช้นวัตกรรมให้เกิดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เตรียมแผนทำเกษตรยั่งยืนตามแนวโน้มการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของทั่วโลก ด้วยการนำร่องทดลองปลูกต้นยาง เพื่อเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิต 100,000 ไร่ อีกทั้งเตรียมแผนส่งออกยางพาราที่เข้าหลักเกณฑ์ EUDeforestation Regulation (EUDR) 3.5 ล้านตัน ซึ่งหากทำการรุกตลาดอียูได้ก่อนประเทศผู้ส่งออกยางรายอื่น ประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดราคายางระดับโลกได้ ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันการทำงานให้สำเร็จ และร่วมกันช่วยให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

https://www.naewna.com/local/836712

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

‘อภัย’ถกความก้าวหน้า ลดต้นทุนผลิตอาหารสัตว์-ปุ๋ย

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีนายกฤต อุตตมะเวทิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายเทอดศักดิ์ รัญจวน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ส่วนราชการในสังกัดกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2)

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีประเด็นข้อหารือ 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1.การลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และสัตว์น้ำ ซึ่งเหตุผลที่ต้องลดต้นทุนเนื่องจากอาหารเม็ดในปัจจุบันมีราคาสูง จึงต้องการให้มีการลดต้นทุนการผลิต ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยการผลิตอาหารสัตว์ ควรหากลุ่มตัวอย่าง อาจเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จึงมอบหมายให้เกษตรจังหวัดร่วมกับเกษตรอำเภอ กำกับดูแล เพื่อเป็นตันแบบให้กับกลุ่มอื่นๆ ต่อไป นอกจากนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดได้ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ จัดทำสูตรอาหารสัตว์ที่ชัดเจนและดำเนินการผลิต และมอบประมงจังหวัดจดทะเบียน หากลุ่มผู้เลี้ยงปลานำอาหารปลาที่ผลิตไปทดลองใช้เป็นกลุ่มต้นแบบ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการมีแผนธุรกิจสินค้าเกษตร

2.การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ธาตุอาหารสูง จะมีการพัฒนาสูตรปุ๋ย ตามค่าตรวจของดิน เน้นการลดต้นทุน และคุณภาพสูง โดยให้พัฒนาที่ดินจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบ 3.การเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ 100,000 ไร่ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยขอให้จังหวัดจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมรองรับการปลูกปาล์มน้ำมัน ใช้ตลาดนำ โรงงานจะรับซื้อผลผลิต RSPO มุ่งสู่ความยั่งยืน และให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรส่งเสริมต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสมกับพื้นที่ จ.นราธิวาสให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 1 และพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม สุราษฏร์ธานี 2 มอบการยางแห่งประเทศไทย ตรวจสอบข้อมูลปรับเปลี่ยนจากยางพาราเป็นปาล์มน้ำมันเพื่อให้ได้พื้นที่ตามเป้าหมาย มอบสถานีพัฒนาที่ดินกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมขุดคูยกร่อง เพื่อสนับสนุนการขุดคูให้แก่เกษตรกร ให้ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อเป็นแปลงต้นแบบในการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO

4.การจ้างอาสาสมัครเกษตรและสหกรณ์ระดับตำบล ส่งเสริมและผลักดันให้มีการจ้างอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ดำเนินการออกแบบแบบรายงานผลให้ครบทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ และนำร่องในพื้นที่ตากใบโมเดล อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

https://www.naewna.com/local/836717

รองปลัดฯประชุม  การปรับปรุงระบบ  ตรวจสอบแม่นยำ  พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

รองปลัดฯประชุม การปรับปรุงระบบ ตรวจสอบแม่นยำ พื้นที่เกิดภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะทำงานปรับปรุงกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นต้น เพื่อพิจารณาแลกเปลี่ยนแนวทาง วิธีการในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการสำรวจตรวจสอบ และยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการประกันภัยพืชผล

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้รูปแบบระบบปฏิบัติการและแนวทางตามที่GISTDA ได้ทำการศึกษาเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในการพิจารณารูปแบบการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สูงขึ้น และมอบหมายให้หน่วยงานส่งผู้แทนที่มีความเชี่ยวชาญทำงานร่วมกับ GISTDA เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำไปศึกษาทดลอง ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มดำเนินงานในพื้นที่นำร่องภาคกลาง พื้นที่ปลูกข้าวนาปีและผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูง เพื่อตรวจสอบความแม่นยำในการยืนยันความเสียหายจากภัยพิบัติ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร และจะเสนอต่อคณะทำงานในครั้งต่อไป

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/836735

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

กรมฝนหลวงฯประชุมเตรียมการจัดนิทรรศการ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.39 น.

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายภักดี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการฝนหลวง เป็นประธานการประชุมการเตรียมการจัดนิทรรศการเนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานร่วมบูรณาการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพิจารณาส่งรายละเอียดข้อมูลการจัดนิทรรศการ การนำเสนอสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย และกิจกรรมสาธิต

– 006

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

https://www.naewna.com/local/836707

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

เช็คที่นี่!!! คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.57 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (21 – 23 ต.ค.67) ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง วันนี้ – 24 ตุลาคม 2567 พื้นที่เสี่ยง จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

https://www.naewna.com/local/836621

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

ชป.เตรียมรับมือฝนหนักภาคใต้-ภาคเหนือฝนน้อยเร่งเก็บกักไว้ใช้แล้งหน้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.11 น.

วันนี้ (21 ต.ค.67) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (swoc) อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำกู กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายปกรณ์ สุตสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และและแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (21 ต.ค.67) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 62,301 ล้าน ลบ.ม. (82% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 14,060 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 21,020 ล้าน ลบ.ม. (85% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 3,851 ล้าน ลบ.ม.

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลด อาทิ แม่น้ำปิงที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์น้ำได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงเหลือพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตอำเภอเมืองลำปาง กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำลงลำน้ำวังอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 19 ต.ค.67 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน กรมชลประทาน ได้นำเครื่องสูบน้ำ รถฉีดน้ำ รถแบ๊คโฮ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย โดยปริมาณหลากจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ดังกล่าว วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับกับการเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนนี้ให้ได้มากที่สุด

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าประจำจุดเสี่ยง ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทานให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปโดยสะดวก สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสมทบทุนเข้า ‘กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย’

https://www.naewna.com/local/836597

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสมทบทุนเข้า ‘กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย’

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสมทบทุนเข้า ‘กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย’

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.11 น.

21 ตุลาคม 2567  เวลา 10.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มอบหมายให้ นายไพจิตร เค้ากล้า เลขานุการกรม เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานวันที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร ในวาระครบรอบ 57 ปีและร่วมสมทบทุนเข้า กองทุนเพื่อการกุศลกับสภากาชาดไทย โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุม 7 ชั้น 5 อาคาร 1  กรมส่งเสริมการเกษตร ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร

ส.ป.ก.เน้นจัดสรรที่ดินเกษตรกรทำกิน

https://www.naewna.com/local/836480

ส.ป.ก.เน้นจัดสรรที่ดินเกษตรกรทำกิน

ส.ป.ก.เน้นจัดสรรที่ดินเกษตรกรทำกิน

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประธานเปิดโครงการสัมมนา เรื่อง “แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการและการตรวจการปฏิบัติราชการ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568” พร้อมทั้งมอบนโยบายแนวทางขับเคลื่อนภารกิจสำคัญแก่เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิณะโรจน์ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กทม.ว่า ส.ป.ก.ได้ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญตามนโยบายด้านการเกษตร “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”ของรัฐบาล อีกทั้งยังคงสานต่อ 9 นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ อาทิ 1.การปรับปรุงหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01) เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร 2.โครงการโฉนดต้นไม้ในเขตปฏิรูปที่ดิน และ 3.โครงการตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ที่ดินของผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคเกษตร และส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าถึงแหล่งทุน เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นายอิทธิ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ในส่วนภูมิภาคบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดการจัดทำโฉนดเพื่อการเกษตร และเร่งรัดดำเนินการบริหารจัดการที่ดินชุมชนเพื่อการอยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เพื่อการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรและขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกร ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรตามหลักการปลูกฝังและยึดมั่นจริยธรรมด้วยความสุจริตโปร่งใส เพื่อต่อยอดการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร

รองปลัดฯเยี่ยมศูนย์ฯ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงโค-แพะ

https://www.naewna.com/local/836485

รองปลัดฯเยี่ยมศูนย์ฯ  ปลูกข้าวโพดเลี้ยงโค-แพะ

รองปลัดฯเยี่ยมศูนย์ฯ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงโค-แพะ

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปัตตานีเพื่อติดตามการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงโคและแพะ เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้เกษตรกร อีกทั้งการปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงสัตว์เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเกษตรกร เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรศึกษาข้อมูลและเตรียมการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งในเรื่อง 1.การลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ได้แก่ ลดค่าอาหารสัตว์ ข้าวโพดเป็นพืชอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะแป้งและโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่สัตว์เคี้ยวเอื้องต้องการ ทำให้เกษตรกรสามารถลดการซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปได้, การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า, การปลูกข้าวโพดสามารถใช้พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ได้ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่, ลดการพึ่งพาแหล่งอาหารสัตว์ภายนอก,การมีแหล่งผลิตอาหารสัตว์เอง ทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณของอาหารสัตว์ได้ และลดความเสี่ยงการขาดแคลนอาหารสัตว์ช่วงที่ราคาสูง

2.การเพิ่มรายได้ ได้แก่ การขายข้าวโพดสด เกษตรกรสามารถตัดต้นข้าวโพดสดไปขายให้กับฟาร์มเลี้ยงสัตว์อื่นๆ หรือแปรรูปเป็นอาหารสัตว์หมักเพื่อจำหน่าย, การเพิ่มผลผลิตทางอ้อม, การปลูกข้าวโพดอาจช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน ทำให้พืชชนิดอื่นๆ ที่ปลูกหมุนเวียนสามารถเจริญเติบโตได้ดีขึ้น และเพิ่มผลผลิตได้, การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการมีรายได้หลายช่องทางจากการปลูกข้าวโพดและเลี้ยงสัตว์ จะช่วยให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น

‘นฤมล’เยือนคาซัคสถาน เปิดตลาดใหม่ขยายส่งออกสินค้า

https://www.naewna.com/local/836479

‘นฤมล’เยือนคาซัคสถาน เปิดตลาดใหม่ขยายส่งออกสินค้า

‘นฤมล’เยือนคาซัคสถาน เปิดตลาดใหม่ขยายส่งออกสินค้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เยือนสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพื่อร่วมประชุมผลักดันความร่วมมือด้านการเกษตรกับ Mr.Ermek Kenzhehanuly (นายเออร์เมกเคนเซฮานูลี) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงเกษตรสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพื่อส่งเสริมการค้า การถ่ายทอดเทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการเกษตรในสาขาต่างๆ โดยแลกเปลี่ยนนักวิชาการ การวิจัยร่วม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาตลาด การส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า และการพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยทางอาหาร เป็นต้น

“กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการเกษตรกับคาซัคสถานในด้านต่างๆ ทั้งมิติวิชาการและการค้า ซึ่งคาซัคสถานถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียกลาง ที่กระทรวงเกษตรฯ จะมีความร่วมมือด้วยอย่างเป็นทางการ แม้ว่าที่ผ่านมาการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับคาซัคสถาน จะมีปริมาณไม่มากนัก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่คาซัคสถานเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ด้วยประชากรประมาณ 20 ล้านคนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 450,000 บาทต่อปี และเป็นประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลาง” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ คาซัคสถานมีนโยบายที่จะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) จึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องเกษตรกรของทั้งสองฝ่ายในส่วนของการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร เนื่องจากคาซัคสถานเป็น EAEU ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบของสหภาพยุโรป ทำให้การส่งออกสินค้าดังกล่าวจากไทยจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มประเทศดังกล่าว รวมถึงได้มีการหารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือและแนวทางในการส่งออกสินค้าในรูปแบบทวิภาคีกับคาซัคสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกสินค้าประมงแปรรูปและสินค้าฮาลาล รมว.เกษตรฯ จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานในเรื่องดังกล่าว โดยกระทรวงเกษตรฯ เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรระหว่างไทยและคาซัคสถาน ครั้งที่ 1 เพื่อให้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายเกษตรที่สำคัญ การผลักดันโครงการความร่วมมือด้านวิชาการเกษตร รวมทั้งการหารือแนวทางการขยายการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน