‘อธิบดีปศุสัตว์’หารือร่วมผู้แทน MPI นิวซีแลนด์ ส่งเสริมความร่วมมือการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812362

'อธิบดีปศุสัตว์'หารือร่วมผู้แทน MPI นิวซีแลนด์ ส่งเสริมความร่วมมือการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศ

‘อธิบดีปศุสัตว์’หารือร่วมผู้แทน MPI นิวซีแลนด์ ส่งเสริมความร่วมมือการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศ

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.55 น.

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567 เวลา 10.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้การต้อนรับ Mr. Jim Sim Manager  Market Access และ Ms. Charlotte Channer Market Access Counsellor จากหน่วยงาน Ministry of Primary Industries (MPI) ประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมด้วย Mr. Natan Holls และ Ms. Jeerajit Ariyasakul ที่ปรึกษาด้าน Market Access นิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมและหารือในประเด็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งไทยและนิวซีแลนด์ มีความร่วมมือที่ครอบคลุมหลายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการปศุสัตว์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทางด้านการพัฒนาปศุสัตว์ของทั้งสองประเทศ โดยมีผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอาหารสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ ห้องพุทธอุดมสุข ตึกอำนวยการ ชั้น 2 กรมปศุสัตว์ พญาไท

– 006

‘กรมการข้าว’บันทึกเทปถวายพระพร’พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812345

'กรมการข้าว'บันทึกเทปถวายพระพร'พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว'

‘กรมการข้าว’บันทึกเทปถวายพระพร’พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.48 น.

“กรมการข้าว”บันทึกเทปถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2567

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567 เวลา 14.00 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารกรมการข้าว ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

– 006

ที่ปรึกษาฯตั้งทีมงาน ตรวจสอบความผิด การสวมสิทธิ์ส.ป.ก. ถือครองที่ดินมิชอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812224

ที่ปรึกษาฯตั้งทีมงาน  ตรวจสอบความผิด  การสวมสิทธิ์ส.ป.ก.  ถือครองที่ดินมิชอบ

ที่ปรึกษาฯตั้งทีมงาน ตรวจสอบความผิด การสวมสิทธิ์ส.ป.ก. ถือครองที่ดินมิชอบ

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ว่าคณะทำงานฯ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยมิชอบ ตามที่ ส.ป.ก.ส่งมาเพื่อให้ความเห็นในการดำเนินการกรณีการถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้ ส.ป.ก.ส่งมอบให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีแพ่งและอาญา ตลอดจนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง.สืบสวนสอบสวน ร้องทุกข์กล่าวโทษข้าราชการหรือผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่กระทำความผิด

นายธนดลกล่าวว่า พร้อมขับเคลื่อนตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ที่นายทุนรายใหญ่สวมสิทธิ์ผิดกฎหมาย ตามนโยบายที่มุ่งมั่นเอาจริงยึดคืนที่ดินของรัฐที่ยังอยู่ในมือของกลุ่มนายทุน จะต้องเอาคืนมาให้เกษตรกรผู้ยากไร้ได้เข้าทำประโยชน์ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบของ ส.ป.ก.ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเพิกถอนทันที โดยคณะทำงานชุดนี้จะเป็นกำลังหลักในการลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศซึ่งจะทำงานร่วมกับ ส.ป.ก.จังหวัด ดังนั้นเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม จึงมอบหมายให้คณะทำงานฯ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบดูแลแต่ละภูมิภาค

สทนช.งัด10มาตรการรับมือ ช่วงฤดูฝน-มั่นใจไม่ท่วมซ้ำรอยปี’54

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812225

สทนช.งัด10มาตรการรับมือ  ช่วงฤดูฝน-มั่นใจไม่ท่วมซ้ำรอยปี’54

สทนช.งัด10มาตรการรับมือ ช่วงฤดูฝน-มั่นใจไม่ท่วมซ้ำรอยปี’54

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่าหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เสนอ ขณะนี้ สทนช.ได้เร่งรัดให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน พร้อมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กนช.ยังได้เห็นชอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนและการส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค-บริโภค เพื่อรองรับสถานการณ์ที่กำลังเข้าสู่สภาวะลานีญาซึ่งคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มรุนแรง โดยแผนงาน/โครงการภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนดังกล่าว จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ คาดว่าแต่ละหน่วยงานจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

สำหรับกรณีที่หลายภาคส่วนมีข้อกังวล ว่าในปีนี้อาจเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะเริ่มเข้าสู่สภาวะลานีญาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องถึงปลายปี 2567 สทนช.ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ บูรณาการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ฝน ตลอดจนสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พบว่าสถานการณ์ในปีนี้แตกต่างจากปี 2554 หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณฝนในช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งพายุหมุนเขตร้อนที่พัดผ่านประเทศไทยปีนี้คาดว่าจะมีเพียง 1-2 ลูก นอกจากนี้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศในช่วงปี 2554 ยังกระจัดกระจายขาดเอกภาพมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากถึง 48 หน่วยงาน ก่อให้เกิดปัญหาความทับซ้อน เพราะไม่มีหน่วยงานหลักเข้ามาดูแลบริหารจัดการภาพรวม แต่ปัจจุบันการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีเอกภาพมากขึ้น หลังจากการจัดตั้ง “สํานักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)”ขึ้นมาเมื่อปี 2560 ทำหน้าที่บูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โดยมี พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เป็นกฎหมายหลักในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ประสานสอดคล้องกันในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน

เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของไปประเทศไปสู่การปฏิบัติในปัจจุบัน ก็ได้มีการจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำขึ้นมา ทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ในระดับชาติ โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่จัดทำนโยบายและแผนแม่บท ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ ส่วนในระดับลุ่มน้ำ มีจัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำขึ้นมาขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำ และในระดับพื้นที่ มีการตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ ขึ้นมาบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ดังนั้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในปัจจุบันจึงมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกมิติ สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

‘ธรรมนัส’ถกมุ่งเพิ่มรายได้เกษตรกร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812226

‘ธรรมนัส’ถกมุ่งเพิ่มรายได้เกษตรกร

‘ธรรมนัส’ถกมุ่งเพิ่มรายได้เกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่กรมชลประทาน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.ทรัพยากรการเกษตร ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง การตรวจดินและการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม แผนปฏิบัติการฝนหลวง ปี 2567 ความก้าวหน้าการจัดซื้อเครื่องบินฝนหลวง และความก้าวหน้าการออกโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร

2.ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของสินค้าพืช ประมง และปศุสัตว์ ได้แก่ แผนส่งเสริมการปลูกพืชหลังทำนา สถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ ปี 2567 ธนาคารโค-กระบือ โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม การส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ Gene Editing ความก้าวหน้าประเด็น IUU ความก้าวหน้าโครงการโฉนดต้นยางพารา และการส่งเสริมการปลูกกล้วยหอม 3.การตลาดและต่างประเทศ ได้แก่ การขยายตลาด อ.ต.ก.ไปสู่ภูมิภาค โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง (E-Commerce) ความก้าวหน้า MOU กับจีน การยกวิทยฐานะของทูตเกษตร และการเปิดตลาดส่งออกเครื่องในเป็ด และ 4.การบูรณาการ งานวิจัย และงานอื่นๆ ได้แก่ การบูรณาการหน่วยงานภายใต้โครงการสำคัญปี 2567 ความต้องการงบประมาณด้านการวิจัย (เพิ่มเติม) โครงการเฉลิมพระเกียรติ ร.10 งานพืชสวนโลกและผลการปฏิบัติงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการบริหารงาน มุ่งเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรตามนโยบายฯ

ปลัดฯลงพื้นที่เปิดการส่งน้ำ เตรียมพร้อมการทำนาปี’67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812227

ปลัดฯลงพื้นที่เปิดการส่งน้ำ เตรียมพร้อมการทำนาปี’67

ปลัดฯลงพื้นที่เปิดการส่งน้ำ เตรียมพร้อมการทำนาปี’67

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่เปิดการส่งน้ำเตรียมความพร้อมการทำนาปี 2567 โดยมี นายปรีชา พันธุ์วา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายวัชระ ไกรสัย ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท และ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีการเปิดประตูระบายน้ำ 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 ปากคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ จุดที่ 2 ประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก และจุดที่ 3 ประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 1 ขวา รวมทั้งพบปะเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน กว่า 200 ราย ที่มารับฟังบรรยายการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และแนวทางการเพาะปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง

สำหรับวัตถุประสงค์ของกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการ Kick Off เพื่อเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการทำเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งแนะนำให้เกษตรกรใช้น้ำฝนทำเกษตรเป็นหลัก และใช้น้ำชลประทานสนับสนุนซึ่งเป็นการวางแผนการใช้น้ำภาพรวมของประเทศให้เพียงพอตลอดฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี 2567

ดัน‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’เกษตรกร เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาเร็วๆนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812132

ดัน‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’เกษตรกร เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาเร็วๆนี้

ดัน‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’เกษตรกร เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาเร็วๆนี้

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.06 น.

ดัน‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’เกษตรกร เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาเร็วๆนี้

23 มิ ย.67 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้มีมติเห็นชอบหลักการโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิตลดต้นทุนการผลิตข้าวแก่เกษตรกร โดยจะสนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวภัณฑ์ ไม่เกินไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2567/68 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร เป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 29,994.3445 ล้านบาท โดยที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการทำเกษตรให้กับเกษตรกร

นายคารม กล่าวว่า ปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการ เป็นปุ๋ยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน หรือหนังสือสำคัญรับแจ้งถูกต้องตามพ.ร.บ.ปุ๋ยและชีวภัณฑ์ ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกรับการสนับสนุนปุ๋ยสำหรับนาข้าวที่ขึ้นทะเบียน เบื้องต้นจำนวน 13 รายการ ได้แก่ 1.ปุ๋ยสูตร 25-7-14 2.ปุ๋ยสูตร 20-8-20 3.ปุ๋ยสูตร 20-10-12 4.ปุ๋ยสูตร 30-3-3 5.ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 6.ปุ๋ยสูตร 18-12-6 7.ปุ๋ยสูตร 16-8-8 8.ปุ๋ยสูตร 16-12-8 9.ปุ๋ยสูตร 16-16-8 10.ปุ๋ยสูตร 16-20-0 11.ปุ๋ยสูตร 20-20-0 12.ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม หรือใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ 13.ชีวภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และเกษตรกรขอให้เพิ่มอีก 3 สูตร ได้แก่ 1.ปุ๋ยสูตร 16-16-16 2.ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และ 3.ปุ๋ยสูตร 13-13-24

“โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง รัฐบาลจะช่วยครึ่งหนึ่งและชาวนาจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ใช้งานได้ง่ายและทั่วถึง แต่จะไม่จ่ายเป็นเงินสด ให้ซื้อผ่านแอปฯ ธ.ก.ส. โดยจะเชิญชวนผู้ประกอบการ ผู้ค้าปุ๋ย ทุกบริษัทมาเข้าร่วมในราคาเดียวกันหมด เพื่อแก้ปัญหาชาวนาซื้อปุ๋ยแพง ซึ่งปุ๋ยที่ดำเนินการตามสูตรที่ระบุ จะช่วยเพิ่มผลผลิต ทั้งนี้ จะมีคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลและตรวจสอบโครงการให้ชัดเจนโปร่งใสให้ประโยชน์สูงสุดเกิดกับชาวนา” นายคารม กล่าว

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812124

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.07 น.

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 โดยนางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมประชุมปรึกษาหารือกับภาคีเครือข่าย และหน่วยงานสถานีพัฒนาที่ดินในสังกัด ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินพื้นที่ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชัยนาท นครนายก สุพรรณบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม อ่างทอง และลพบุรี 

โดยวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นการชะลอความเร็วของน้ำ การกักเก็บตะกอน การป้องกันการสูญเสียหน้าดิน รักษาความชื้นในดินรวมทั้งเป็นการเก็บกักน้ำฝน ทำให้เกิดความชื้นที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ประกอบกับ นโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้มีการขยายผลโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรหรือชุมชน ที่ต้องการใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ทำการเกษตร ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่เกษตรกร เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ อีกด้วย

กรมพัฒนาที่ดิน แก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตรด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812088

กรมพัฒนาที่ดิน แก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตรด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

กรมพัฒนาที่ดิน แก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตรด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.49 น.

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1  นางนงนุช  ศรีพุ่ม  ขับเคลื่อนนโยบาย ภายใต้โครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตร  

เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้ลงพื้นที่สำรวจปัญหา ความต้องการและแนวทางการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับหลักวิชาการของกรมพัฒนาที่ดิน ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 11 ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ประสบปัญหาภัยทางการเกษตร เช่น ภัยแล้ง อุทกภัย และการลุกล้ำของน้ำทะเลในบางพื้นที่ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับผลกระทบในการเพาะปลูก เมล็ดข้าวไม่งอก พืชผลเติบโตช้า พืชไม่ดูดซับธาตุอาหาร และผลผลิตไม่ดี ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกร สถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานีจึงได้จัดทำโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตร ในพื้นที่ดำเนินการ 60 ไร่ โดยมีลักษณะงาน ดังนี้

1. ปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 1 ขึ้นรูปคันนา และปรับความลาดเอียงของพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในนา เพื่อควบคุมวัชพืช และแก้ปัญหาดินเปรี้ยวดินเค็ม และลดการเผา จากการใช้น้ำ และน้ำหมักชีวภาพในการย่อยสลาย

2. ปรับพื้นที่ร่องสวนเดิม พร้อมปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 3 เพื่อแก้ปัญหาดินที่เสื่อมโทรมจากการเพราะปลูกมาเป็นระยะเวลานาน และเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำในแปลง

3. ขุดลอกคูระบายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในแปลงนา และเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ และการกักเก็บน้ำใช่วงหน้าแล้ง

และ 4. ทางลำเลียงในไร่นา เพื่อแก้ปัญหาการขนย้ายสินค้าเกษตรโดยการดำเนินโครงการดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อทำการเกษตรได้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่ได้ และสร้างศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรกร และการแข่งขันทางการตลาด พร้อมทั้งลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และความเป็นอยู่ที่มั่นคงและดีขึ้น

‘บุญสิงห์’ร่วมหารือแนวทาง ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีกพะเยา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811727

วันศุกร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีก จ.พะเยา ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พะเยา ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์สัตว์ปีก ทั้งเป้าหมายของการคัดเลือกพันธุ์สัตว์ปีกให้ได้ลักษณะตามต้องการ ทั้งลักษณะคุณภาพและลักษณะปริมาณ ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธุ์สัตว์ปีกที่ในประเทศยังต้องการผลผลิตจำนวนมาก สอดคล้องกับการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย เพื่อเพิ่มรายได้ 3 เท่าใน 4 ปี ของ รมว.เกษตรฯ

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย นายดนัย คำขวัญ ผอ.สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ นายกฤษณ์ พิมพ์งาม ปศุสัตว์ จ.พะเยา น.ส.จีระนันท์ สว่างดวง เกษตรและสหกรณ์ จ.พะเยา น.ส.หยาดรุ้ง โปรงชนะ เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน รักษาการ ผอ.ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พะเยา และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการในครั้งนี้ สำหรับศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์พะเยา ดำเนินการผลิตสัตว์พันธุ์ดี ทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ 1.โคพื้นเมืองพันธุ์ขาวลำพูน 2.กระบือพันธุ์น้ำว้า 3.สุกรพันธุ์แลนด์เรซ และ 4.ไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่