พด.ร่วมงานแถลงข่าว เกษตรพากิน พาเที่ยว@ลานคนเมือง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811692

พด.ร่วมงานแถลงข่าว เกษตรพากิน พาเที่ยว@ลานคนเมือง

พด.ร่วมงานแถลงข่าว เกษตรพากิน พาเที่ยว@ลานคนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.36 น.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายอธิวัฒน์ สิทธิภิญญาพัฒน์ ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีชีวภาพ ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน “เกษตรพากิน พาเที่ยว @ลานคนเมือง” ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดจัดงาน “เกษตรพากิน พาเที่ยว @ลานคนเมือง” ในระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และสินค้าอัตลักษณ์ ให้แก่ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไป รวมถึงสร้างโอกาสให้เกษตรกรในการเรียนรู้ด้านการตลาดอีกด้วย ซึ่งภายในงานแถลงข่าวได้มีการจัดแสดงตัวอย่างสินค้าบางส่วนที่จะนำไปจำหน่ายในงานอีกด้วย โดยกรมพัฒนาที่ดินได้ร่วมจัดแสดงสินค้าผักอินทรีย์หลากสีมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS ด้วยนวัตกรรมสารเร่งซุปเปอร์ พด. จากแปลงเกษตรอินทรีย์ของจ่าเหน่ง เกษตรอินทรีย์ หรือ หมอดินบัญชา เพ็ชรรักษ์ หมอดินอาสาจังหวัดสิงห์บุรี และเกษตรกรดีเด่น สาขาเกษตรอินทรีย์ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นผักอินทรีย์ที่เพาะปลูกแบบธรรมชาติที่ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ใดๆในทุกขั้นตอนของการผลิต ใช้น้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ ยังมีดินปลูกผักซึ่งเป็นดินอินทรีย์คุณภาพสูง มีธาตุอาหาร N P K ครบถ้วน มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อดินและพืชช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เหมาะสำหรับพืชผักทุกชนิด

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเที่ยวชมงานมหกรรมสินค้าเกษตร “เกษตรพากิน พาเที่ยว @ลานคนเมือง” กรมฯ ร่วมจัดนิทรรศการที่โซน D บูธลำดับที่ D 21 ในหัวข้อ “นวัตกรรม พด. สร้างมูลค่าขยะ สู่ ZERO WASTE” จัดแสดงความรู้การเพิ่มมูลค่าขยะให้เกิดประโยชน์ โดยนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และสารบำบัดน้ำเสียขจัดกลิ่นเหม็น ใช้ในครัวเรือน ร่วมกับนวัตกรรมสารเร่งซุปเปอร์พด.ต่างๆ โดยมีการสาธิตวิธีการทำจริง กิจกรรมทำกระถางรักษ์โลก พด.รักษ์ดินจำนวน 100 ชุดต่อวัน และผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมักและผักอินทรีย์ ของหมอดินอาสาดีเด่น เป็นแนวทางช่วยลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์ และยังได้ปุ๋ยอินทรีย์ไว้บำรุงพืชผัก ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน และพิเศษสำหรับผู้มาร่วมงาน แจกสารเร่งพด. 300 ชุดต่อวัน ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร’เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811691

'กรมพัฒนาที่ดิน'ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร'เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง'

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร’เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.32 น.

กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมสินค้าเกษตร “เกษตรพากินพาเที่ยว@ลานคนเมือง” ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.พบกันที่โซน D บูธ D 21

– จัดเต็มความรู้!! นิทรรศการ “นวัตกรรม พด. สร้างมูลค่าขยะ สู่ ZERO WASTE” ให้ความรู้และสาธิตการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.ต่างๆ มาผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ และสารบำบัดน้ำเสียขจัดกลิ่นเหม็นใช้ในครัวเรือน

– ชม!! ผลิตภัณฑ์จานและกระถางที่ได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยหมัก ผักอินทรีย์ PGS

– ร่วมกิจกรรมทำกระถางรักษ์โลก พด.รักษ์ดิน ทุกวัน!!

พด.มีของดีมาแจก ชุดสารเร่ง พด. 300 ชุด/วัน รีบมาเลยจ้า

ห้ามพลาด!! กิจกรรม The Miracle of soil วันที่ 29 มิ.ย.เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ เวทีกลาง DIY ใช้ดินสีต่างๆ ทำเป็นชั้นดินในขวดโหล วาดภาพโดยใช้ดินแทนการใช้สีลงบนผ้า รับของฝากติดมือกลับบ้าน

#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #พากินพาเที่ยวลานคนเมือง #ลานคนเมือง #กรมพัฒนาที่ดิน

https://www.facebook.com/share/B8f7AiaTwUPUkwUW/?mibextid=QwDbR1

‘เลขาฯสปก.’จ่อฟันวินัย 4 จนท.โคราชเอี่ยวนอมินีนายทุน ลุยเช็ค 36 ล้านไร่สกัดฮุบที่ดินมิชอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811606

‘เลขาฯสปก.’จ่อฟันวินัย 4 จนท.โคราชเอี่ยวนอมินีนายทุน ลุยเช็ค 36 ล้านไร่สกัดฮุบที่ดินมิชอบ

‘เลขาฯสปก.’จ่อฟันวินัย 4 จนท.โคราชเอี่ยวนอมินีนายทุน ลุยเช็ค 36 ล้านไร่สกัดฮุบที่ดินมิชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.58 น.

‘วิณะโรจน์’เลขาฯส.ป.ก.เดินหน้าตรวจสอบการครอบครองที่ดินส.ป.ก. มิชอบทั่วประเทศ พร้อมนำรายชื่อผู้ครอบครองที่ดินติดประกาศทุกอบต.-เทศบาล พร้อมรับเรื่องร้องเรียน-คัดค้าน ส่วน 4 เจ้าหน้าที่ส.ป.ก.โคราช ออกหนังสืออนุญาตไม่ถูกต้อง ดำเนินการทางวินัยคู่ขนานกับทางกฎหมาย

20 มิถุนายน 2567 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา 4 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการออกส.ป.ก. 4-01 ในจังหวัดนครราชสีมาโดยไม่เป็นไปตามระเบียบของส.ป.ก. ว่า ในส่วนของส.ป.ก. ส่วนกลางมีการดำเนินการทางวินัยคู่ขนานกันไป ซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาก่อนหน้านี้แล้ว หากพบกระทำผิดจริงจะลงโทษทางวินัยด้วย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘บิ๊กเต่า’นำทีม! จับเจ้าหน้าที่ สปก. โคราช ออกหนังสือให้นอมินี ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. เอื้อนายทุน)

สำหรับการตรวจสอบการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไม่ถูกต้อง หรือเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายนั้น ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ให้การออกหนังสืออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินส.ป.ก. เป็นไปเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยนำรายชื่อผู้ได้รับส.ป.ก. 4-01 ไปติดประกาศที่ อบต. และเทศบาล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถตรวจสอบได้อย่างกว้างขวาง หากพบข้อสงสัยและร้องเรียนมาจะรับเรื่องร้องเรียนเพื่อตรวจสอบ

นอกจากนี้ยังมีคณะทำงานกลั่นกรองความผิดเกี่ยวกับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยทำงานตั้งแต่ระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธานเพื่อช่วยให้การพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น หากพบการครอบครองที่ดินไม่ถูกต้องจะส่งต่อมายังจังหวัด แล้วส่งมายัง ส.ป.ก. ส่วนกลาง จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานเพื่อตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนต่อไป

สำหรับองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน มี ส.ป.ก. ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) อนุมัติโครงการตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อตรวจสอบที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทุกราย ทุกแปลง 36,498,883 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายของ ส.ป.ก. รวมถึงการป้องกันไม่ให้ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปที่ดิน โดยมีงบประมาณดำเนินการ 5,838,100 บาท ส่วนแนวทางการตรวจสอบการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมีอยู่ 3 รูปแบบ

1.การตรวจสอบสิทธิและการใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งใช้ความร่วมมือระหว่าง ส.ป.ก.จังหวัด คนในท้องถิ่น ผู้ปกครองท้องที่ ในรูปแบบคณะอนุกรรมการตรวจสอบที่ดินร่วมพิจารณา

2.ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง และชี้เป้าหมายแปลงที่ดินที่อาจมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินผิดปกติโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

3.การตรวจสอบการถือครองที่ดิน กรณีเกษตรกรทำผิดระเบียบหรือบุคคลอื่นครอบครองที่ดินโดยมิชอบ รวมถึงการพบการกระทำผิดในเขตปฏิรูปที่ดินเช่น การร้องเรียน แจ้งเบาะแสจากบุคคลหรือหน่วยงานเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด การรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้ากระทำผิดจริงจะสั่งให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ทันที

ผู้ช่วยฯร่วมประชุม เครือข่ายประมงพื้นบ้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811476

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปล่อยพันธุ์ลูกกุ้งกุลาดำ 1,000,000 ตัว ที่หน้าสะพานปลาสมุทรสาคร และร่วมประชุม “เครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน” โดยมี นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดย ดร.จอมขวัญชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 พ.ศ. …ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภาผู้แทนราษฎร ให้พี่น้องเครือข่ายประมง 22 จังหวัด ได้รับทราบ และรับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่ขอให้ รมว.เกษตรฯ ช่วยเหลือเยียวยาชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียจนทำการประมงไม่ได้

จากนั้น นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมประมง เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น “เครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน” โดยมีรศ.ดร.กังวาลย์ จันทรโชติ ผู้แทนมูลนิธิ TBTI GLOBAL และ ผศ.ดร.ดังนภสร ณ ป้อมเพชร ผู้แทนโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ร่วมกับสมาชิกชาวประมงพื้นบ้านและผู้มีส่วนได้เสียด้านประมง ใน 3 ประเด็นคือ 1.ประมงพื้นบ้าน และเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน 2.การกระจายอำนาจถึงประมงพื้นบ้านผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มสุดท้าย และ 3.อนาคตของการทำประมงพื้นบ้านในฐานะผู้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือและลงมติในการจัดตั้ง “สมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย” โดยมีนายดำรง แดงโชติ ผู้แทนสมาคมประมงพื้นบ้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานสมาคมฯ

‘อรรถกร’ชมแปลงต้นแบบ พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมGIบ้านแพ้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811477

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมสวนทรัพย์ประภา “สมุทรสาครโมเดล การผลิตมะพร้าวน้ำหอม GI สร้างรายได้สูง” โครงการ 76 จังหวัด 76 โมเดล การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง โดยมอบใบเกียรติบัตรรับรองแปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว ให้แก่นายประเสริฐ ทรัพย์มา มอบใบประกาศ GAP Monkey Free Plus ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 14 ราย และมอบต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ดีให้เกษตรกร 10 ราย ที่สวนทรัพย์ประภา จ.สมุทรสาคร

นายอรรถกร กล่าวว่า สวนทรัพย์ประภา เป็นต้นแบบการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง รวมทั้งเป็นแปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และ GAP Monkey Free plus มีการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุ (Zero waste) และสามารถขยายผลเทคโนโลยีสู่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ทั่วประเทศ

นายอรรถกรกล่าวอีกว่า ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย โดยจะเร่งตรวจรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices) ให้เกษตรกรมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตร ยกระดับมาตรฐานทั้งการนำเข้าและส่งออก สำหรับปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำในแหล่งน้ำ ที่ปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวได้รับผลกระทบ จะเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เรื่องการจัดการซากมะพร้าวที่เหลือใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนวทางนำวัสดุเหลือดังกล่าวไปทำให้เกิดประโยชน์

รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงแนวโน้มราคามะพร้าวที่เกษตรกรเป็นกังวล ว่าเนื่องจากช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม มีผลผลิตจำนวนมากออกสู่ตลาด อาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด ก็จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน วางแผนหาตลาดรองรับ ป้องกันไม่ให้สินค้าล้นตลาด

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรราชบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ได้คัดเลือกสวนทรัพย์ประภาเป็นโมเดลระดับจังหวัด ที่ได้นำเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรมาใช้ในการแก้ปัญหา และเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ได้แก่ เทคโนโลยีการคัดเลือกแม่พันธุ์ดี การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวโดยวิธีผสมผสาน การจัดการสวนแบบ Zero waste และการรับรองมาตรฐาน GAP Monkey Free Plus อีกทั้งยังเป็น “แปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว” ที่ผ่านการรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร สามารถสร้างรายได้ถึง 184,266 บาทต่อไร่ต่อปี และมีเกษตรกรเครือข่าย 39 ราย

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ สนับสนุนกิจกรรม พัฒนาอาหารสัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811478

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่  เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ  สนับสนุนกิจกรรม  พัฒนาอาหารสัตว์

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ สนับสนุนกิจกรรม พัฒนาอาหารสัตว์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายเศกสรรค์ สวนกูล ผอ.สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ นายพืชผล
น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย นายโชคชัย วงละคร หัวหน้าด่านกักกันสัตว์เชียงราย นางพรพิมล บุญวงค์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการครั้งนี้

ทั้งนี้ ในปี 2567 ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย มีภารกิจสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ให้ จ.เชียงราย และแม่ฮ่องสอน มีเป้าหมายการพืชอาหารสัตว์ ได้แก่ หญ้าแห้ง 86,400 กิโลกรัม/ปี หญ้าหมัก 15,000 กิโลกรัม/ปี หญ้าสด 20,000 กิโลกรัม/ปีและท่อนพันธุ์ 33,300 กิโลกรัม/ปี

สำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย มีภารกิจ ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ และเสบียงสัตว์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ที่เหมาะสม ทดสอบ สาธิต เผยแพร่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ และตรวจสอบและรับรองการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์และเสบียงสัตว์ของเกษตรกรเครือข่าย

‘บุญสิงห์’ชูการมีส่วนร่วมงานสหกรณ์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811475

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสมาชิกสร้างการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ โดยมีนายนิรันดร์มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์ จ.พะเยา นายปรีชา ยะตา ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัดและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องอุดมการณ์ หลักการ วิธีการคุณค่าของสหกรณ์ และการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ มีความรู้ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่มีต่อสหกรณ์มากขึ้น พร้อมทั้งให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน พัฒนา และแก้ไขปัญหาสหกรณ์ของตนเอง และให้สหกรณ์สามารถเป็นที่พึ่งและตอบสนองความต้องการที่จำเป็นให้กับสมาชิกได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป้าหมายผู้เข้าร่วมการอบรม ประกอบด้วย สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และผู้สังเกตการณ์100 คน

ทั้งนี้ สหกรณ์เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจและสังคม เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของคนที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกัน มีอุดมการณ์ และแนวคิดร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาจากการประกอบอาชีพ หรือความต้องการบริการที่เหมือนกัน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้โดยลำพัง จึงรวมกันช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จัดตั้งเป็นสหกรณ์การพัฒนาสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าทางธุรกิจและเกิดความยั่งยืน เป็นองค์กรธุรกิจที่ดีเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกสหกรณ์นั้น ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่ละบุคคล แต่ละกลุ่ม ต้องมีความรู้ความเข้าใจ รู้จักหน้าที่ของตนเอง ดำเนินการในบทบาทที่เหมาะสม โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นเจ้าของสหกรณ์ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811484

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.47 น.

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

การลักลอบนำเข้า “หมูเถื่อน” น่าจะเข้าข่าย “คดีพิศวง” ที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ทั้งที่มีข่าวมาเป็นระยะว่ามีการบุกตรวจเปิดตู้แช่เย็นตามท่าเรือต่างๆ จนพบหมูเถื่อนซุกซ่อนอยู่หลายต่อหลายล็อต แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถปิดคดีได้ จนกลายเป็นคดีที่มีความยืดเยื้อที่สุดอีกหนึ่งคดีของไทย

ล่าสุด DSI ออกมาเปิดเผยถึง คดีหมูเถื่อน 2,388 ตู้ หลังจากใช้เวลาขยายผลมานานกว่า 1 ปี แต่ก็ยังคงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่ระยะเวลาทำงานที่ผ่านมาก็เนิ่นนามมาถึงขวบปี เป็นการดำเนินการขยายผลตามข้อกังวลของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลมากไปกว่านี้ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวเสียรูปคดี หรือกลัวจะไปสะดุดตอใหญ่ที่ยังไม่ผุดขึ้นมากันแน่

ก่อนนี้ สิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ร้องรัฐตรวจสอบหมูเถื่อนซ้ำทั่วประเทศ พร้อมเร่งดำเนินคดี ด้วยหวั่นว่าจะยังมีหมูเถื่อนตกค้างในระบบ และมีการระบายออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ที่ยังไม่สามารถปรับขึ้นข้ามเส้นคุ้มทุนไปได้ โดยราคาหน้าฟาร์มปัจจุบันอยู่ที่ 68-76 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เกษตรกรกลับต้องแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่อยู่ในระดับสูงถึง 80-82 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ต่างกับการบีบคั้นให้คนเลี้ยงหมูต้องพ้นจากอาชีพนี้

เรื่องนี้ต้องทวงถามการทำงานของ DSI ที่ย้ำว่าขยายผลเกือบทุกมิติแล้ว เหตุไฉนยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ โดยอ้างเหตุต้องมีพยานหลักฐานอย่างสมบูรณ์เสียก่อน ทั้งที่ก่อนนี้ก็มีการประกาศรายชื่อบริษัทและชื่อนายทุนที่เป็นผู้ลักลอบนำเข้าแล้ว แต่กลับเป็นเพียงการเรียกสอบปากคำและปล่อยตัวไป ไม่ได้มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มิวายที่ตัวการใหญ่อาจจะรอดคดีกันทั้งขบวนการ

สาเหตุที่เกษตรกรต้องออกเร่งการทำงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ DSI ที่เป็นโต้โผในการปราบปรามหมูเถื่อน เพราะเป็นคดีที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติ คนเลี้ยงหมูต่างได้รับผลกระทบจากกลไกราคาหมูที่ถูกบิดเบือน จนราคาตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจากผลพวงของปัญหาหมูเถื่อน มาเป็นเวลานานถึง 2 ปีกว่า นับจากปี 2565 เป็นต้นมา ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องออกจากระบบไปนับหมื่นราย จากช่วงปี 2564 ก่อนที่จะเกิดโรคระบาด ASF ไทยมีผู้เลี้ยงหมูราว 150,000 รายทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 50,000 ราย หรือเพียงร้อยละ 33 เท่านั้น

วันนี้สิ่งเดียวที่คนเลี้ยงหมูต้องการคือ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปราบปรามหมูเถื่อน เร่งดำเนินการกวาดล้างขบวนการนี้ สาวไปให้ถึงตัวการใหญ่และนำตัวมาดำเนินคดี ใช้อำนาจของกฎหมายจัดการเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับทั้งเศรษฐกิจชาติ อาชีพเกษตรกร และสุขภาพของคนไทยโดยเร็วที่สุด

กันยาพร สดสาย นักวิชาการด้านปศุสัตว์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811451

'อธิบดีกรมปศุสัตว์​'ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.00 น.

เมื่อวันที่​ 19​ มิถุนายน​ 2567​ นายสัตวแพทย์สมชวน​ รัตนมังคลานนท์​ อธิบดีกรมปศุสัตว์​ เป็นประธานการประชุมความก้าวหน้าการดำเนินการภายหลังการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้าของคณะผู้ตรวจประเมินจาก​ EU โดยมี นายสัตวแพทย์บุญญกฤช​ ปิ่นประสงค์​ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์​ นายสัตวแพทย์ณรงค์​ เลี้ยงเจริญ​ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม​ ป้องกัน​ และบำบัดโรคสัตว์​ นายสัตวแพทย์เลิศชัย จินตพิทักษ์สกุล​ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ นายสัตวแพทย์วีรพงษ์​ ธนพงศ์ธรรม​ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน​ สัตวแพทย์หญิงฉันทนี​ บูรณะไทย​ ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบคุณภาพเนื้อสัตว์​ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์​ ​หน่วยม้าทรงประจำพระองค์​ สมาคมกีฬาขี้ม้าแห่งประเทศไทย​ บริษัท​ บี.​ กริม​ คันทรีคลับ​ จำกัด​ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง​ เข้าร่วมฯ​ ณ​ ห้องพุทธอุดมสุข​ ตึกอำนวยการ​ ชั้น​ 2​ กรมปศุสัตว์​ พญาไท​

การประชุมครั้งนี้​ เป็นการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในประเด็นเร่งด่วน​ 3​ ประเด็น​ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ประกอบด้วย​ แผนเฝ้าระวังโรค Surra ตรวจสถานกักกันสัตว์​ และจัดทำข้อมูลวัคชีน AHS

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811352

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.10 น.

ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดตัว “โครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย ครั้ง 1/2567” เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่และชุมชน เป็นการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกเชิงรุก ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาด ให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ทำให้ได้วัตถุดิบเนื้อสัตว์ปลอดโรคและอาหารปลอดภัย

โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับธุรกิจของซีพีเอฟ ประกอบด้วย ธุรกิจไก่กระทง ธุรกิจไก่พ่อ-แม่พันธุ์ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สายธุรกิจไก่เนื้อ1 และฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จักราช โดยเปิดตัวกิจกรรมวานนี้ (18 มิถุนายน 2567) ที่ สำนักสงฆ์บ้านดอนทะยูง ตำบลสารภี อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา โดยมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 250 คน

นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาและซีพีเอฟ นำเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ลงพื้นที่ร่วมให้ความรู้เรื่องโรคระบาดของสัตว์ พร้อมสาธิตการผสมวัคซีนและการให้วัคซีนป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกกับเกษตรกรในจังหวัด เพื่อให้ประชาชนที่รับมอบวัคซีนจากปศุสัตว์สามารถนำวัคซีนไปใช้ป้องกันโรคกับไก่ภายในครัวเรือนได้เอง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อในสัตว์ปีกเกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งในส่วนของฟาร์มไก่และไก่พื้นบ้านของประชาชน

กิจกรรมเริ่มต้นที่อำเภอหนองบุญมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ปีกมากที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา มีฟาร์มในพื้นที่ 6 แห่ง และมีการส่งสัตว์ปีกออกสู่ตลาดต่อรุ่นมากกว่า 7.5 ล้านตัวต่อปี นอกจากนี้ยังมีไก่พื้นเมืองที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้กว่า 1 แสนตัว ดังนั้นการสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงในการสูญเสียผลผลิต และสร้างความมั่นใจในการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกแก่ผู้บริโภคว่าได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัยปราศจากโรค

ด้าน นายสาคร ทวรรณกุล รองผู้อำนวยการด้านการผลิตไก่กระทง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ริเริ่มโครงการ “สัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย” ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด เพื่อป้องกันโรคระบาดที่เกิดขึ้นในสัตว์และให้ความรู้กับประชาชนป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีก โดย ซีพีเอฟ ได้ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์ปีกในชุมชนรอบฟาร์มทุกปีเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว และจะขยายไปในทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา โดยในปีนี้มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนในไก่พื้นเมืองให้ได้ รวม 40,000 ตัว

“ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิตอาหารให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพของอาหารและการป้องกันโรคเพื่อไม่ให้มีการปนเปื้อนเกิดขึ้นในอาหาร การให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ตามหลักวิชาการกับชุมชนรอบโรงงานและฟาร์มของบริษัทฯ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่บริษัทยึดมั่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของอาหารปลอดภัย สัตว์ปลอดโรค โดยการป้องกันโรคสัตว์ และการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง เพื่อยกระดับการบริโภคให้ถูกต้องตามหลักอนามัยและสุขภาพที่ดี และยังเป็นการลดความเสี่ยงและลดโอกาสในการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์มของบริษัทฯ” นายสาคร กล่าว 

ซีพีเอฟ ตระหนักดีถึงความปลอดภัยทางอาหารและมีนโยบายส่งเสริมให้คนในชุมชนและผู้บริโภค รับทราบถึงข้อมูลการเลี้ยงสัตว์อย่างปลอดภัย โดยปัญหาด้านโรคที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงในชุมชนเป็นปัญหาที่หน่วยงานราชการและประชาชนต้องร่วมกันเฝ้าระวัง เพราะโรคที่เกิดจากสัตว์หากเกิดการระบาดขึ้นจะเป็นปัญหาระดับประเทศได้ สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อภาคปศุสัตว์ไทย ทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ชั้นนำ การรณรงค์การป้องกันโรคอย่างถูกวิธี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน เกษตรกร และประเทศในอนาคต

บริษัทยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ คือประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท สำหรับโครงการดังกล่าวฯ บริษัทฯ ช่วยดูแลชุมชนในพื้นที่ และประชาชนได้นำความรู้กลับไปปรับปรุงและป้องกันสัตว์เลี้ยง และสภาพแวดล้อมของชุมชนให้ดีขึ้น เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการสร้างความปลอดภัยทางอาหารของทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ ซึ่งถือเป็นการตอบแทนคุณของแผ่นดินตามปรัชญาสู่ความยั่งยืน