‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811451

'อธิบดีกรมปศุสัตว์​'ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.00 น.

เมื่อวันที่​ 19​ มิถุนายน​ 2567​ นายสัตวแพทย์สมชวน​ รัตนมังคลานนท์​ อธิบดีกรมปศุสัตว์​ เป็นประธานการประชุมความก้าวหน้าการดำเนินการภายหลังการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้าของคณะผู้ตรวจประเมินจาก​ EU โดยมี นายสัตวแพทย์บุญญกฤช​ ปิ่นประสงค์​ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์​ นายสัตวแพทย์ณรงค์​ เลี้ยงเจริญ​ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม​ ป้องกัน​ และบำบัดโรคสัตว์​ นายสัตวแพทย์เลิศชัย จินตพิทักษ์สกุล​ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ นายสัตวแพทย์วีรพงษ์​ ธนพงศ์ธรรม​ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน​ สัตวแพทย์หญิงฉันทนี​ บูรณะไทย​ ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบคุณภาพเนื้อสัตว์​ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์​ ​หน่วยม้าทรงประจำพระองค์​ สมาคมกีฬาขี้ม้าแห่งประเทศไทย​ บริษัท​ บี.​ กริม​ คันทรีคลับ​ จำกัด​ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง​ เข้าร่วมฯ​ ณ​ ห้องพุทธอุดมสุข​ ตึกอำนวยการ​ ชั้น​ 2​ กรมปศุสัตว์​ พญาไท​

การประชุมครั้งนี้​ เป็นการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในประเด็นเร่งด่วน​ 3​ ประเด็น​ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ประกอบด้วย​ แผนเฝ้าระวังโรค Surra ตรวจสถานกักกันสัตว์​ และจัดทำข้อมูลวัคชีน AHS

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811352

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

ปศุสัตว์นครราชสีมา-ซีพีเอฟ’เปิดตัวโครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.10 น.

ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดตัว “โครงการสัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย ครั้ง 1/2567” เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่และชุมชน เป็นการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกเชิงรุก ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาด ให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ทำให้ได้วัตถุดิบเนื้อสัตว์ปลอดโรคและอาหารปลอดภัย

โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับธุรกิจของซีพีเอฟ ประกอบด้วย ธุรกิจไก่กระทง ธุรกิจไก่พ่อ-แม่พันธุ์ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สายธุรกิจไก่เนื้อ1 และฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จักราช โดยเปิดตัวกิจกรรมวานนี้ (18 มิถุนายน 2567) ที่ สำนักสงฆ์บ้านดอนทะยูง ตำบลสารภี อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา โดยมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 250 คน

นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาและซีพีเอฟ นำเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ลงพื้นที่ร่วมให้ความรู้เรื่องโรคระบาดของสัตว์ พร้อมสาธิตการผสมวัคซีนและการให้วัคซีนป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกกับเกษตรกรในจังหวัด เพื่อให้ประชาชนที่รับมอบวัคซีนจากปศุสัตว์สามารถนำวัคซีนไปใช้ป้องกันโรคกับไก่ภายในครัวเรือนได้เอง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อในสัตว์ปีกเกิดขึ้นในพื้นที่ทั้งในส่วนของฟาร์มไก่และไก่พื้นบ้านของประชาชน

กิจกรรมเริ่มต้นที่อำเภอหนองบุญมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ปีกมากที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา มีฟาร์มในพื้นที่ 6 แห่ง และมีการส่งสัตว์ปีกออกสู่ตลาดต่อรุ่นมากกว่า 7.5 ล้านตัวต่อปี นอกจากนี้ยังมีไก่พื้นเมืองที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้กว่า 1 แสนตัว ดังนั้นการสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงในการสูญเสียผลผลิต และสร้างความมั่นใจในการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกแก่ผู้บริโภคว่าได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัยปราศจากโรค

ด้าน นายสาคร ทวรรณกุล รองผู้อำนวยการด้านการผลิตไก่กระทง ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ริเริ่มโครงการ “สัตว์ปลอดโรค อาหารปลอดภัย” ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด เพื่อป้องกันโรคระบาดที่เกิดขึ้นในสัตว์และให้ความรู้กับประชาชนป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีก โดย ซีพีเอฟ ได้ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์ปีกในชุมชนรอบฟาร์มทุกปีเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว และจะขยายไปในทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา โดยในปีนี้มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนในไก่พื้นเมืองให้ได้ รวม 40,000 ตัว

“ซีพีเอฟในฐานะผู้ผลิตอาหารให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพของอาหารและการป้องกันโรคเพื่อไม่ให้มีการปนเปื้อนเกิดขึ้นในอาหาร การให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ตามหลักวิชาการกับชุมชนรอบโรงงานและฟาร์มของบริษัทฯ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่บริษัทยึดมั่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของอาหารปลอดภัย สัตว์ปลอดโรค โดยการป้องกันโรคสัตว์ และการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง เพื่อยกระดับการบริโภคให้ถูกต้องตามหลักอนามัยและสุขภาพที่ดี และยังเป็นการลดความเสี่ยงและลดโอกาสในการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์มของบริษัทฯ” นายสาคร กล่าว 

ซีพีเอฟ ตระหนักดีถึงความปลอดภัยทางอาหารและมีนโยบายส่งเสริมให้คนในชุมชนและผู้บริโภค รับทราบถึงข้อมูลการเลี้ยงสัตว์อย่างปลอดภัย โดยปัญหาด้านโรคที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงในชุมชนเป็นปัญหาที่หน่วยงานราชการและประชาชนต้องร่วมกันเฝ้าระวัง เพราะโรคที่เกิดจากสัตว์หากเกิดการระบาดขึ้นจะเป็นปัญหาระดับประเทศได้ สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อภาคปศุสัตว์ไทย ทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ ที่เป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ชั้นนำ การรณรงค์การป้องกันโรคอย่างถูกวิธี จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน เกษตรกร และประเทศในอนาคต

บริษัทยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ คือประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท สำหรับโครงการดังกล่าวฯ บริษัทฯ ช่วยดูแลชุมชนในพื้นที่ และประชาชนได้นำความรู้กลับไปปรับปรุงและป้องกันสัตว์เลี้ยง และสภาพแวดล้อมของชุมชนให้ดีขึ้น เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการสร้างความปลอดภัยทางอาหารของทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ ซึ่งถือเป็นการตอบแทนคุณของแผ่นดินตามปรัชญาสู่ความยั่งยืน

ปศุสัตว์82ปีมุ่งสู่ Full Digitalization

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811263

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมปศุสัตว์ ครบรอบ 82 ปีเมื่อเร็วๆ นี้ ภายใต้แนวคิด “กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นสู่ FULL DIGITALIZATION” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสัตวแพทย์สมชวนรัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนภารกิจของกรมปศุสัตว์ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน โดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วย พิธีไถ่ชีวิตโคเพศเมีย 23 ตัว เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จ.ลพบุรี การจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกรมปศุสัตว์ ภายใต้แนวคิด “กรมปศุสัตว์ มุ่งมั่นสู่ FULL DIGITALIZATION” การจัดนิทรรศการของเกษตรกรและผู้ประกอบการ พิธีมอบรางวัลผู้มีผลงานดีเด่นของกรมปศุสัตว์ และโครงการกรมปศุสัตว์ร่วมใจบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (28 กรกฎาคม 2567)

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมาย “เกษตรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ได้ให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการทำงาน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ยกระดับการทำงานเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ทุกภาคส่วน 100% ภายใต้แนวคิด People-centric ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศปลดล็อกศักยภาพการทำงานของหน่วยงาน บุคลากร และขับเคลื่อนการบูรณาการเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรมวัดผลได้

กนช.ไฟเขียวเร่งจัดการน้ำ สทนช.สร้างความรู้ทุกหน่วยงาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811264

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนและการส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค เพื่อรองรับสภาวะลานีญา ที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักสูงกว่าค่าเฉลี่ย และอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ สทนช.จึงเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องให้แก่หน่วยงานต่างๆ ที่จะต้องเสนอแผนงาน/โครงการ ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝน และการส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคดังกล่าว

สำหรับข้อกำหนดในการเสนอแผนงาน/โครงการนั้น กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นแผนงาน/โครงการในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ตามที่ สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดการณ์ไว้ รวมทั้งพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ตลอดจนพื้นที่เสี่ยงที่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาโดยเร่งด่วน ตามที่คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด พิจารณาเห็นสมควร โดยจะต้องเป็นแผนงาน/โครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำหรือเพื่อป้องกันบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยหรือเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรรองรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2567 หรือจะเป็นแผนงาน/โครงการเกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2567/68 หรือเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค-บริโภคก็ได้เช่นกัน

ดร.สุรสีห์ กล่าวต่อว่า แผนงาน/โครงการที่จะขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางดังกล่าว จะต้องสามารถระบุที่ตั้งพร้อมพิกัดโครงการได้ชัดเจน สอดคล้องกับการดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี แผนพัฒนาจังหวัด ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ.2565 และแผนพัฒนาท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย แต่จะต้องไม่เป็นภารกิจถ่ายโอน และสามารถดำเนินงานได้ตามข้อกำหนด หลักเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับตั้งแต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการในการเสนอโครงการในระบบ Thai Water Plan (TWP)

“อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพิจารณาโครงการในแต่ละขั้นตอนเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งเสนอแผนงาน/โครงการ โดยพิจารณาจากแผนงาน/โครงการที่มีความพร้อมอยู่แล้วและมีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมทั้งให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด คณะกรรมการลุ่มน้ำ และหน่วยงาน เร่งรัดการดำเนินการพิจารณาโครงการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติได้ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เพื่อที่จะให้แต่ละหน่วยงานได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไปซึ่งจะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์”เลขาธิการ สทนช.กล่าว

รองปลัดฯติดตามปัญหา สินค้าเกษตรชายแดนใต้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811265

รองปลัดฯติดตามปัญหา  สินค้าเกษตรชายแดนใต้

รองปลัดฯติดตามปัญหา สินค้าเกษตรชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ติดตาม : นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเรื่องทุเรียน ปลาพลวงชมพู และปลานิลสายน้ำไหล ควรมีการกระตุ้นช่องทางตลาด ส่งเสริมการค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2567 ของจังหวัดยะลา ครั้งที่ 1/2567 ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ใน จ.ยะลา ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยได้มีการติดตามความก้าวหน้าสินค้าเกษตร ได้แก่ ทุเรียน ปลาพลวงชมพู และปลานิลสายน้ำไหล

ทั้งนี้ นายอภัย ได้ให้ข้อเสนอแนะในที่ประชุม ในส่วนของสินค้าทุเรียนว่า เกษตรและสหกรณ์ จ.ยะลา ควรนำร่องขอข้อมูลตัวเลขการซื้อขายยาฆ่าแมลง การหาแปลงตัวอย่างออร์แกนิก ที่ให้ราคาผลผลิตสูงกว่าปกติ เพื่อเป็นแนวทางการเพาะปลูกให้เกษตรกร นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำในเรื่องของปลานิลสายน้ำไหลว่า ควรมีการกระตุ้นช่องทางการตลาด การโปรโมทสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น และประมง จ.ยะลา ควรทำแผนธุรกิจ ศึกษาต้นทุนการผลิตและจัดทำกระบวนการสุ่มตัวอย่างปลานิลดิบ ตรวจหาเชื้อโรค เพื่อให้สามารถนำมาทานดิบได้ เป็นต้น

กรมพัฒนาฯจัดงาน วันสถาปนาครบ61ปี ก้าวสู่องค์กรอัจฉริยะ ใช้ดินอย่างเหมาะสม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811262

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้จัดงาน “61 ปี พัฒนาที่ดิน เกษตรกรทำกินอย่างยั่งยืน” ที่กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม.เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งหน่วยงาน เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่ หมอดินอาสา และเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเผยแพร่ผลงาน ชื่อเสียง และเกียรติภูมิของกรมพัฒนาที่ดิน

สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2506 มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงาน “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน เพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยในปี 2567 ก็พร้อมที่จะก้าวสู่ปีที่ 62 โดยมุ่งมั่นน้อมนำศาสตร์พระราชา ตามแนวพระราชดำริเป็นหลักในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลกตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มเป็น 3 เท่าใน 4 ปีสร้างรายได้ภาคการเกษตร โดยใช้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ส่งเสริมฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสม สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินไปพัฒนาอาชีพการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพคุ้มค่าต่อการลงทุน ภายใต้การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความมั่งคั่งให้กับภาคการผลิตของประเทศ ดูแลรักษาทรัพยากรดินให้มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811286

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 18.54 น.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง ครั้งที่ 1/2567 โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาลูกหนี้กองทุนจัดรูปที่ดิน และลดภาระดอกเบี้ยค้างชำระ และที่ประชุมได้พิจารณาให้สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน เตรียมดำเนินการโครงการจัดรูปที่ดิน ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 12,400 ไร่ เพื่อการพัฒนาพื้นที่ในการจัดระบบชลประทาน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อีกทั้งเตรียมประกาศกำหนดแนวเขตสำรวจการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม และแนวเขตสำรวจการจัดรูปที่ดินเพิ่มเติม แบ่งออกเป็น 1) แนวเขตสำรวจการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 29 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง บุรีรัมย์ นครราชสีมา เลย น่าน นครสวรรค์ ระยอง และชัยนาท เพื่อสำรวจการจัดระบบน้ำพื้นที่ 2) แนวเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน จำนวน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุพรรณบุรี และอ่างทอง

นอกจากนี้ รมว.กษ.ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการดำเนินงานรูปแบบเชิงรุก ในด้านการศึกษาและสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเร่งขยายการพัฒนาระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมในเขตนอกพื้นที่ชลประทาน และต่อยอดสู่การขยายพื้นที่ชลประทานในประเทศไทยต่อไป

กรมชลฯบริหารจัดการ น้ำในฤดูแล้งโค้งสุดท้าย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811060

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 42,673 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 56% ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพลเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้นประมาณ 11,553 ล้าน ลบ.ม.(46% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึงขณะนี้ มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า 23,159 ล้าน ลบ.ม. (93%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 8,337 ล้าน ลบ.ม.(96%) ในส่วนของสถานการณ์การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศมีการทำนาปรัง 9.07 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง 5.68 ล้านไร่

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด และเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชน ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์

กรมวิชาการฯหนุนใช้ แหนแดงแห้งผลิตผักสลัดคอส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811063

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า แหนแดงเป็นปุ๋ยชีวภาพชนิดหนึ่งที่มีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้อาศัยอยู่ภายในโพรงใบ ให้ธาตุอาหารพืชสูง ใช้ต้นทุนน้อย สามารถผลิตได้ต่อเนื่องและประกอบด้วยสารเพิ่มประสิทธิภาพพืช เช่น กรดอะมิโนต่างๆ และสารคล้ายฮอร์โมนพืช แต่การนำแหนแดงสดไปใช้ในการผลิตพืชผักมีข้อจำกัดเนื่องจากมีน้ำเป็นองค์ประกอบสูง หากจะนำมาใช้ในการผลิตพืชผักจำเป็นต้องใส่แหนแดงสดปริมาณมากเพื่อให้ได้ธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืชผัก ดังนั้น กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร จึงได้วิจัยและพัฒนาการใช้แหนแดงแห้งในการจัดการธาตุอาหารพืช เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพืชผักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ดร.ศิริลักษณ์ แก้วสุรลิขิต นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กล่าวว่า ได้ศึกษาการปลดปล่อยธาตุอาหารของแหนแดงแห้ง และศึกษาผลของการใช้แหนแดงแห้งต่อการเจริญเติบโตของผักสลัดคอสในเรือนทดลอง จากการศึกษาการปลดปล่อยธาตุอาหารในแหนแดงแห้ง พบว่าการใส่แหนแดงแห้ง 35 กรัมต่อดิน 1 กิโลกรัม ผักสลัดคอสมีการเจริญเติบโตสูงสุด โดยมีน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งเพิ่มขึ้น 736% และ 286% เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีที่ไม่ใส่แหนแดงแห้ง

จากการทดลองในพื้นที่ปลูกผักสลัดคอส จ.นครราชสีมา เมื่อใช้แหนแดงแห้งอย่างเดียวอัตรา 1 กิโลกรัม/ตารางเมตร ให้ผลผลิตผักสลัดคอสสูงกว่าการใช้ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 20 กรัมต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นอัตราแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดิน โดยให้ผลผลิตเท่ากับ 2,603 กิโลกรัมต่อไร่ หรือให้ผลผลิตมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราแนะนำ 69% ดังนั้น แหนแดงแห้งจึงสามารถใช้เป็นแหล่งของธาตุอาหารทดแทนปุ๋ยเคมีอัตราแนะนำได้ 100% ซึ่งเหมาะแก่การนำไปใช้ผลิตพืชผักอินทรีย์ เนื่องจากแหนแดงแห้ง 1 กิโลกรัม สามารถปลดปล่อยไนโตรเจนให้พืชได้ใช้ประโยชน์ประมาณ 16 กรัม รวมทั้งยังมีธาตุอาหารของแคลเซียมและแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์กับพืชและช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุแก่ดิน ขณะที่ปุ๋ยยูเรีย 20 กรัม มีไนโตรเจน 9.4 กรัมเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เมื่อใช้แหนแดงแห้งร่วมกับปุ๋ยยูเรีย อัตรา 5, 10, 15 และ 20 กรัมต่อตารางเมตร พบว่าทุกกรรมวิธีทำให้ผลผลิตผักสลัดคอส สูงขึ้น แตกต่างจากการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวทุกอัตรา

“แหนแดงมีศักยภาพในการนำไปใช้เป็นปัจจัยการผลิตที่ช่วยในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชผักรับประทานใบ โดยเกษตรกรสามารถผลิตแหนแดงได้จากการใช้เทคโนโลยีการผลิตแหนแดงของกรมวิชาการเกษตร และสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปปฏิบัติได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชผักรับประทานใบและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน” ดร.ศิริลักษณ์ กล่าว

‘บุญสิงห์’ถกร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811059

วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมอภิปรายสาระสำคัญและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบหรือผู้เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษล้านนาตะวันออก พ.ศ.กลุ่ม จ.เชียงราย ที่โรงแรมเชียงราย เฮอริเทจ จ.เชียงราย เพื่อส่งเสริมพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพและขีดความสามารถทั้งทางด้านทรัพยากรและศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน หรือกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก ประกอบด้วย จ.พะเยาเชียงราย น่าน และแพร่ ซึ่งมีศักยภาพ เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญเชื่อมโยงการค้าและการนำเข้าส่งออก อีกทั้งมีฐานทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ หากมีกลไกการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ และเกิดความต่อเนื่องสอดคล้องกับบริบทและศักยภาพเชิงพื้นที่

ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่เอื้อต่อการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางดังกล่าว เพราะการส่งเสริมด้านการบริหารด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และระบบการอนุมัติอนุญาตตลอดจนการให้สิทธิประโยชน์เป็นการบริหารที่มีลักษณะรวมศูนย์ ขาดการส่งเสริมการกระจายโอกาสในเชิงพื้นที่ อีกทั้งการจัดทำระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของหน่วยงานของรัฐต่างๆ ยังขาดความต่อเนื่องและขาดความเชื่อมโยงไม่เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเชิงพื้นที่หรือกลุ่มจังหวัดได้อย่างเต็มศักยภาพจึงสมควรกำหนดให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษล้านนาตะวันออกในพื้นที่กลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก เพื่อให้มีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่นั้นๆ อย่างเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่ บูรณาการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้เกิดความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันทั้งในและนอกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษล้านนาตะวันออก มีการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร รวมทั้งกำหนดแผนงานด้านการพัฒนาพื้นที่นั้นๆ อย่างมีเป้าหมายและมีมาตรการส่งเสริมภาคเอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นการเฉพาะ