มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806202

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย  มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แจ้งเตือน : นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ออกตรวจผลลำไยสด โดยแจ้งเตือนเกษตรกรว่าประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศมาตรการใหม่ในการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย หลังจากพบมีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อการส่งออกไปยังมาเลเซีย

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ในปี 2566 กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ตรวจพบสารตกค้างในผลลำไยสดนำเข้าจากไทยเกินค่ามาตรฐานบ่อยครั้ง โดยมีการส่งลำไยกว่า 9,089 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท ทำให้มาเลเซียประกาศใช้มาตรการใหม่ กำหนดให้ผู้ส่งออกที่เคยถูกตรวจพบว่ามีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน หรือเรียกว่าอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวัง (Watch List) จะต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ หรือ COA ที่แสดงว่ามีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim ตกค้างไม่เกินค่ามาตรฐานของมาเลเซีย ประกอบการนำเข้าสินค้าทุกลอต หากไม่มีเอกสารดังกล่าว สินค้าจะถูกอายัดที่ด่านนำเข้าเพื่อรอผลการตรวจ หากไม่พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ส่งออกที่ไม่ได้อยู่ใน Watch List ยังคงส่งออกผลลำไยสดได้ตามปกติ โดยไม่ต้องแนบเอกสาร COA แต่จะถูกสุ่มตรวจตามแผนการตรวจประจำปีของมาเลเซีย โดยหากตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim เกินค่ามาตรฐาน จะถูกบรรจุใน Watch List และการส่งออกลอตต่อไปจะต้องมีเอกสาร COA ประกอบเช่นเดียวกัน

ด้าน น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการ มกอช.ให้ข้อมูลว่า การส่งออกผลลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง หลักปฏิบัติที่ดีสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ. 1004-2557) ซึ่งกำหนดให้ลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต้องมาจากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาต และผ่านการรับรองมาตรฐาน ในส่วนของผู้ส่งออกจะต้องขอใบอนุญาต และแจ้งการส่งออกมายัง มกอช.ทุกลอต โดยสถิติที่ผ่านมา พบว่าผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ ยังไม่เคยถูกตรวจพบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกินค่ามาตรฐานของมาเลเซียมาก่อน มีเพียงผู้ส่งออกที่ไม่ปฏิบัติตามเท่านั้นที่พบปัญหา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม อนาคตหากมีการตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานในผลลำไยสดที่นำเข้าจากไทยในปริมาณและความถี่ที่สูงขึ้น มาเลเซีย อาจพิจารณายกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าให้เข้มงวดขึ้นอีก เช่น กำหนดให้ผู้ส่งออกทุกรายต้องมีเอกสาร COA ประกอบการส่งออกทุกลอต ไปจนถึงระงับการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย ดังนั้นผู้ส่งออกควรเพิ่มความระมัดระวังในการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยเลือกผลลำไยสดที่ผ่านการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการรับรองตามมาตรฐาน มกษ. 1004-2557 และควรเป็นผลลำไยสดจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP พืช ตาม มกษ. 9001 เพื่อลดความเสี่ยงในการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร

‘บุญสิงห์’ร่วมวงถกคกก. วางแนวทางบริหารน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806200

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมประชุม
คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายการบริหารทรัพยากรน้ำของ กนช.โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดขับเคลื่อนแผนงานโครงการภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปรับปรุงครั้งที่ 1 พ.ศ.2566-2580) ให้ครอบคลุมนโยบายและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกทั้งเห็นชอบต่อ (ร่าง) มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2567 พร้อมกับมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดจัดทำแผนปฏิบัติการมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2567 โดยให้มีการรายงานผลการดำเนินการให้ สทนช.ทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง

‘ธรรมนัส’เชื่อมโยงศพก.กับแปลงใหญ่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806018

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ ระดับประเทศ ครั้งที่ 2/2567 โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานของ ศพก.และแปลงใหญ่ ครอบคลุม “9 นโยบายหลัก” ของ รมว.เกษตรฯ ด้านการเป็นจุดประสานงานกลางระหว่างภาคประชาชนเกษตรกร และภาครัฐ การประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลข่าวสารและเตือนภัยให้แก่เกษตรกรทราบ อย่างทันสถานการณ์ ช่วยสอดส่องดูแลการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตที่ผิดกฎหมายเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมาย อีกทั้งสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าและบริการท้องถิ่น รวมถึงผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมทั้งส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรเข้าสู่ระบบการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการประกอบกิจกรรมทางการเกษตร และการเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG หรือ Carbon Credit

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของ ศพก.และแปลงใหญ่ ในการความสำคัญกับการวางแผนแนวทางการทำเกษตรกรรมที่ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงการหาตลาดหรือช่องทางสำหรับการกระจายสินค้าเกษตรใหม่ๆ มุ่งหวังตอบโจทย์การเพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่าใน 4 ปี อีกทั้งมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมการสร้างเอกลักษณ์สินค้าเกษตรท้องถิ่นเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางการค้ามากขึ้น

เกษตรฯจับมือยุโรป ร่วมแก้ปัญหาด้านประมง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806022

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย ว่าฝ่ายสหภาพยุโรป สนับสนุนให้ประชาชนทั้งสองประเทศ สามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวมทั้งสถานะความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป โดยเฉพาะข้อบทเกี่ยวกับการเกษตร

สำหรับการหารือครั้งนี้ ในประเด็นของความร่วมมือด้านประมง ได้สร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายสหภาพยุโรป ว่าประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญต่อหลักการต่อต้านการทำประมง IUU และตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารทุกระดับครอบคลุมทั้งนโยบายและเชิงเทคนิค เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันเกี่ยวกับแนวทางบริหารภาคการประมงอย่างยั่งยืน รวมทั้งดำเนินงานร่วมกันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านพืชและปศุสัตว์ผ่านการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างหน่วยงานรับผิดชอบหลักและคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อติดตามสถานะสินค้าระหว่างกันเป็นระยะ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยตรง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประชาคมโลก รวมถึงสหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกร จึงต้องเร่งให้ความรู้แก่เกษตรกรถึงการดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และระบบนิเวศ เสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรในการแข่งขันกับตลาดโลก

ปลัดฯนำร่องตรวจ ดูปริมาณน้ำนมโค จุดแรกพื้นที่ลพบุรี สางปัญหาทั้งระบบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806015

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมทั้งระบบ ระดับจังหวัด ในพื้นที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ว่าตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานตรวจสอบปริมาณน้ำนมโคทั้งระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อมูลปริมาณน้ำนมโคที่แท้จริง ซึ่งนำมาใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการนมทั้งระบบให้มีความถูกต้องตรงตามปริมาณน้ำนมโคที่มีอยู่จริง และเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งเป็นโอกาสอันดีในการพบปะเกษตรกรรายย่อยรวมทั้งภาคเอกชน ซึ่ง จ.ลพบุรี ถือเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ รวม 2,050 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ มีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 12 แห่ง โดยจุดแรกได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสำรวจปริมาณน้ำนมโคที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมโค 2 แห่ง ได้แก่ 1.สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค พัฒนานิคมจำกัด และ 2.บริษัท ราชาแดรี่ จำกัด

นอกจากนี้ นายประยูร ได้เดินทางไปเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อย บริเวณใกล้เคียง 2 แห่ง และบริษัท พญาเย็น แดรี่ จำกัด (สาขา 1) ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงโคนมขนาดใหญ่ มีโครีดนมมากกว่า 100 ตัว เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ และจะได้นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ประกอบการบริหารจัดการและการดำเนินงานเกี่ยวกับนมทั้งระบบต่อไป

รองปลัดฯหารือมาตรการ ป้องกันการทุจริตใช้ที่ดินของรัฐ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806017

วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมหารือ “ประเด็นการดำเนินการและขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้” มีผลการประชุม อาทิ 1.ที่ประชุมรับทราบ ที่มาและข้อเสนอแนะตามมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและการใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ (สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม, สำนักงาน ป.ป.ช.) ซึ่งการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ ได้แก่ การสนับสนุนและเร่งรัดการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) กำหนดแผนงาน กรอบระยะเวลา ประกาศใช้บริเวณไม่มีปัญหา และเร่งรัดดำเนินการในพื้นที่เศรษฐกิจ การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและทุกภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบ การพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ และการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยา การเปิดเผยข้อมูล One Map ที่ผ่านการรับรองแล้วในระบบอินเตอร์เนตหรือแอปพลิเคชั่น ซึ่งผลการพิจารณา หน่วยงานส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการตามมาตรการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และมีข้อสังเกตต่อข้อเสนอแนะข้อที่ให้เร่งรัดดำเนินการในพื้นที่เศรษฐกิจคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนแนวเขตที่ดินของรัฐฯ ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานในลักษณะนี้ไว้แต่อย่างใดและเห็นว่าสอดคล้องกับ (ร่าง) นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ (พ.ศ.2566-2580) ในประเด็นนโยบายด้านที่ 1 ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) ให้แล้วเสร็จในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)

2. ที่ประชุมรับทราบการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) (ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง) ได้แก่ ขั้นตอนการดำเนินงาน ผลการดำเนินการและการแก้ไขปัญหาต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐใน 3 กลุ่มจังหวัด ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ การจัดทำระบบฐานข้อมูลแนวเขตที่ดินของรัฐและการเปิดเผยข้อมูล ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ/ข้อเสนอแนะ และ 3.ที่ประชุมรับทราบการดำเนินการรวบรวมและพิจารณาวิธีการทางด้านเทคนิค ในการกำหนดที่เขา ภูเขาและพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ให้สอดคล้องกับมติ ครม.กลุ่มภูมิสารสนเทศ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นต้น

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม’รสชาติแห่งความสุข’ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805944

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม'รสชาติแห่งความสุข'ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม’รสชาติแห่งความสุข’ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.43 น.

เริ่มแล้ว!! งานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 จัดเต็ม’รสชาติแห่งความสุข’ผลไม้พรีเมี่ยม สินค้าทางการเกษตร อาหารเลิศรสกว่า 150 ร้าน ตลอด 7 วันเต็ม 20-26 พ.ค.นี้  อีกก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งผลไม้เมืองร้อน

ช่วงค่ำวันที่ 20 พ.ค.2567  ที่ลานข้างองค์การบริหารส่วน จ.จันทบุรี  นายธวัชชัย นามสมุทร รอง ผวจ.จันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน จันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 ภายใต้บรรยากาศ “Fruitival & Food รสชาติแห่งความสุข”  โดยมีนายยิ่งยศ พันธุ์เอี่ยม  เกษตรและสหกรณ์จังหวัด / นายปัญญา ประดิษสาร เกษตรจังหวัด ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางส่วนราชการ / หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และ เอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยบรรยากาศภายในงาน จันทบุรีเกษตรแฟร์ ถือเป็นงานเกษตรครั้งยิ่งใหญ่ของภาคตะวันออก ซึ่งปีนี้ จัดใหญ่แบบครบครัน จัดเต็ม 7 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 20-26พฤษภาคม 2567 ที่สำคัญภายในงานมีนิทรรศการที่รวบรวมอัตลักษณ์ของผลไม้เมืองจันท์ มีการนำสินค้าแปรรูปจากผลไม้มาจัดแสดง รวมถึงมีนิทรรศการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตรด้วย ซึ่งหากเกษตกรได้มาเที่ยวชมงาน  ก็จะได้รับองค์ความรู้ในการนำไปพัฒนาต่อยอดกิจการตนเองให้เกิดความยั่งยืน ขณะที่ นักท่องเที่ยวทั่วไป ก็จะได้พบกับนิทรรศการ ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัด นิทรรศการภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกด้วย

ขณะเดียวกัน ใครเป็นสายชิม สายช้อป ก็พลาดไม่ได้ เพราะในงานได้รวบรวมสินค้าทางการเกษตรมากมาย โดยเฉพาะผลไม้พรีเมี่ยม ของกินขึ้นชื่อ อาหารเด็ด มี ผลิตภัณฑ์ OTOP รวมทั้ง อัญมณีและเครื่องประดับสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเสวนาองค์ความรู้ด้านเกษตร มีการสาธิตทำอาหารอัตลักษณ์ของจันทบุรี และทุกวันก็จะมีการแสดงมินิคอนเสิ์รตจากศิลปินชั้นนำ ทั้ง เต๋า ภูศิล์ป , Fellow Fellow , นัน อนันต์, ตรี ชัยรงค์, ลำเพลิน วงศกร, เบล วริศรา, อาม ชุติมา , มิกซ์ มิเตอร์, และ ไรอัล กาจบัณฑิต พร้อมทั้งยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมสมัย จบครบทุกมิติของรสชาติแห่งความสุขเลยทีเดียว

ซึ่งสามารถเข้าร่วมเที่ยวงานจันทบุรีเกษตรแฟร์ 2567 เริ่มวันที่ 20-26 พฤษภาคม 2567  ตั้งแต่เวลา 14.00น-21.00น  สามารถเข้าชมงานฟรี และมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลของที่ระลึกมากมาย  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี

กรมปศุสัตว์ ประชุมติดตามเร่งรัดการจัดส่งนมโรงเรียน ปี 67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805933

กรมปศุสัตว์ ประชุมติดตามเร่งรัดการจัดส่งนมโรงเรียน ปี 67

กรมปศุสัตว์ ประชุมติดตามเร่งรัดการจัดส่งนมโรงเรียน ปี 67

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.05 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ที่เกี่ยวข้อง ปศุสัตว์เขต ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุมติดตามเร่งรัดการจัดส่งนมโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2567  ณ ห้องประขุมพุทธอุดมสุข ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ และ การประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom 

ทั้งนี้อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้กำชับปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศให้ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามผลการจัดส่งนมตามสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอาหาคเสริม (นม) โรงเรียน โดยหากผู้ประกอบการที่ได้รับจัดสรรสิทธิ์แล้วในพื้นที่ใด แต่ยังไม่พร้อมดำเนินการจัดส่ง ให้ปศุสัตว์จังหวัดรายงานเพื่อเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาโทษตามหลักเกณฑ์ฯ และประสาน อ.ส.ค. เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งแทนผู้ประกอบการที่ไม่พร้อมทันที โดยกรมปศุสัตว์จะกำกับและติดตามอย่างต่อเนื่องทุกวันจนกว่าจะจัดส่งนมให้แล้วเสร็จต่อไป

‘ไทย-บราซิล’พร้อมหนุนด้านเกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805827

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ หารือร่วมกับนายโรแบร์โต เซอร์โรนี เปโรซา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และอุปทานอาหาร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ด้านการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ

ทั้งนี้ การหารือดังกล่าว ฝ่ายไทยและฝ่ายบราซิล เห็นพ้องที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าร่วมกัน โดยฝ่ายบราซิลได้เห็นถึงการเติบโตในทางที่ดีของประเทศไทย รวมทั้งฝ่ายบราซิลได้มีความสนใจถึงการรับรองเมล็ดพันธุ์พืช และมีความต้องการที่จะมีความร่วมมือกันในด้านเมล็ดกาแฟ รวมถึงเตรียมความพร้อมที่จะผลักดันการนำเข้า-ส่งออก สินค้าการเกษตรร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ สำหรับการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน ทั้งสองประเทศมีการลงนาม MOU ด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ซึ่งสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินงาน ดังนั้น หากประเด็นด้าน SPS ที่ไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตของ MOU ด้านการเกษตร สามารถพิจารณาหยิบยกติดตาม เพื่อให้กรอบดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุด

นายบุญสิงห์กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่สามารถดำเนินการลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีข้อมูลการฝึกอบรม และความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่งฝ่ายไทยและฝ่ายบราซิลยังมีการหารือถึงกำหนดการที่เหมาะสม สำหรับจัดการประชุมคณะทำงานร่วม ครั้งที่ 1 ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

‘อภัย’จับมือกลาโหม ป้องกันการลักลอบ นำเข้าสินค้าเกษตร แก้ปัญหาล้นตลาด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805825

วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมคณะทำงานรับซื้อผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จัดตั้งจุดจำหน่าย และการกระจายสินค้าเกษตร และคณะทำงานความร่วมมือด้านการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยมี น.ส.ช่อฉัตรโตชูวงศ์ ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และ พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ เข้าร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานคณะทำงานความร่วมมือด้านการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยกระทรวงเกษตรฯ ประสานความร่วมมือกระทรวงกลาโหม เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วย พืช ประมง และปศุสัตว์ เพื่อป้องกันการทำลายกลไกตลาดเนื่องมาจากสินค้าเกษตรผิดกฎหมายทะลักเข้าสู่ประเทศ อีกทั้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่ส่งผลต่อกระบวนการผลิต และมูลค่าทางเศรษฐกิจของสินค้าประเภทประมงและปศุสัตว์ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานคณะทำงานรับซื้อผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จัดตั้งจุดจำหน่าย และการกระจายสินค้าเกษตร เพื่อการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน ในการดำเนินการช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูการประกอบกิจกรรมภาคการเกษตรแก่เกษตรกร อีกทั้งเป็นการกระจายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและราคาที่เป็นธรรมเพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด