สทนช.บริหารน้ำเชิงรุก รับมือสภาวะลานีญามีฝนหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791747

วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากผลการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พบว่าปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยจะเริ่มชัดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ และจากการประเมินยังพบว่าปริมาณฝนจะมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 8 ในเดือนดังกล่าว จึงวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้นรวมทั้งการดำเนิน (ร่าง) มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2567เพื่อรองรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

สำหรับสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีปริมาณน้ำในอ่างร้อยละ 67 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมีมติพิจารณาให้ปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากเป็นช่วงที่ลำน้ำชีที่ต่อจากท้ายเขื่อนผ่าน จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี ยังมีปริมาณน้ำน้อย ไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ส่งผลดีต่อเกษตรกรและราษฎรที่ต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค และยังเป็นการพร่องน้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ลานีญา ที่จะมีฝนตกหนักและอาจจะเกิดน้ำท่วมได้ ทั้งนี้ การระบายน้ำจะพิจารณาปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของเขื่อน และสภาพภูมิอากาศเป็นสำคัญ

ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนรับมือน้ำทะเลหนุนสูง เช่น การปรับเพิ่มการระบายน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหก ทั้งนี้ กรมชลประทาน การประปานครหลวง และ สทนช.เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมน้ำดิบให้มีคุณภาพเหมาะสมต่อการผลิตน้ำประปาและทำการเกษตร เช่นเดียวกับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในแม่น้ำท่าจีน ที่ทำให้ประชาชนและเกษตรกร อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ขาดแคลนน้ำจืดนั้น ได้แก้ปัญหาโดยผันจากแม่น้ำแม่กลอง ผ่านคลองท่าสารบางปลาและคลองจระเข้สามพัน มายังแม่น้ำท่าจีนเพื่อผลักดันน้ำเค็ม และบรรทุกน้ำจืดเข้าช่วยเหลือ อีกทั้งวางแผนดำเนินการซ่อมแซมคันกั้นน้ำรอยต่อชุมชนท่าจีน-ท่าฉลอม (ฝั่งขวา) เพื่อการป้องกันในอนาคต

นายธรรมพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำภาคตะวันออก โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ใช้โครงข่ายน้ำร่วมกับการทำการตกลงแลกเปลี่ยนเกณฑ์การใช้น้ำร่วมกัน ส่งผลให้ทางภาคตะวันออกมีน้ำเพียงพอต่อทุกกิจกรรมใช้น้ำตลอดฤดูแล้งนี้ ดังนั้นภาคตะวันออกในปีนี้จึงมีความมั่นคงด้านน้ำค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี ยังมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างใกล้ชิดให้เป็นไปตามข้อตกลงตลอดฤดูกาล ขณะที่สถานการณ์น้ำในภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำร้อยละ 75 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกันจึงได้มีมติปรับเพิ่มการระบายเพื่อช่วยผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำท่าจีน อีกทั้งเสริมปริมาณน้ำต้นทุนให้ลุ่มเจ้าพระยา

‘ธรรมนัส’ร่วมงาน บางกอกฮาลาล2024 ช็อปสินค้าใช้บริการ มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791748

วันศุกร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงาน Bangkok Halal 2024 (งานบางกอกฮาลาล 2024) ครั้งที่ 10 ภายใต้แนวคิด Transform Life โดยมีนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2ร.ต.อ.พรชัย ไวยศิลป์ ประธานมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า นายภักดี มะแอ ประธานชมรมผู้บริหารมัสยิดเขตหนองจอก และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ที่สนามกีฬาหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย

สำหรับงานบางกอกฮาลาล 2024 นั้นทางมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมยาตีมทีวี จัดขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอองค์ความรู้หลักการอิสลามเรื่องฮาลาลันฏอยยิบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม เพื่อส่งเสริมกิจการฮาลาลทุกรูปแบบ ตั้งแต่ด้านอุปโภค-บริโภค และบริการ ซึ่งมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนเพื่อหารายได้ให้กับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ยาตีมทีวี ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ ภายในงานเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการฮาลาลมาจำหน่ายสินค้าและบริการฮาลาล ในปีนี้ได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนสู่ชีวิตที่ดีกว่า ภายใต้แนวคิด “Transform Life” นอกจากนี้ยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าไม่น้อยกว่า 200 ร้านค้า ประกอบด้วยสินค้าหลากหลายประเภท เช่น อาหารปรุงสด อาหารเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง ธุรกิจบริการ เป็นอีกช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น

‘ทีมธรรมนัส’นำลงพื้นที่พิพาทส.ป.ก. เจอพิรุธเอกสารมีรอย‘ลบคำผิด’ เชือดดาบสอง 6 จนท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791621

‘ทีมธรรมนัส’นำลงพื้นที่พิพาทส.ป.ก. เจอพิรุธเอกสารมีรอย‘ลบคำผิด’ เชือดดาบสอง 6 จนท.

‘ทีมธรรมนัส’นำลงพื้นที่พิพาทส.ป.ก. เจอพิรุธเอกสารมีรอย‘ลบคำผิด’ เชือดดาบสอง 6 จนท.

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.15 น.

‘ทีมธรรมนัส’นำลงพื้นที่พิพาทส.ป.ก. เจอพิรุธเอกสารมีรอย‘ลบคำผิด’ เชือดดาบสอง 6 จนท.

7 มีนาคม 2567 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่สอบปากคำเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินบริเวณบ้านเหวปลากั้ง พร้อมด้วยพยาน เพื่อตรวจสอบการจัดสรรที่ดินของ ส.ป.ก.นครราชสีมา ว่า เป็นไปตามระเบียบและถูกต้องหรือไม่ หลังมีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ 6 คนที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ดำเนินการผิดระเบียบ

นายธนดล ได้นำเอกสารบันทึกการนำทำการรังวัดของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.นครราชสีมา เป็นหลักฐานสำคัญที่นำมาแสดง และสอบถามเกษตรกร เนื่องจากพบพิรุธว่าเอกสารมีรอยลบคำผิด ในส่วนข้อมูลที่เกษตรกรที่ขอออกเอกสารสิทธิ์ระบุว่าเคยทำกินมาก่อน แก้ไขจากคำว่า “ไม่เคยทำกิน” เป็น “เคยมีการทำการเกษตร ไร่มันสำปะหลัง” ซึ่งไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง

“การออกเอกสารสิทธิ์ถือว่าผิดระเบียบ ตามระเบียบการออกเอกสารสิทธิ์ของ ส.ป.ก.ปี 2564 เพราะสภาพพื้นที่ไม่ปรากฏร่องรอยการทำกินของเกษตรกร และอาจเป็นการลงข้อมูลเท็จ ที่จะนำไปสู่การตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และเตรียมสอบวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่จำนวน 6 คน” นายธนดล กล่าว

ขณะที่หนึ่งในเกษตรกร จ.นครราชสีมา ที่ได้รับจัดสรรสิทธิ์ที่ดินทำกิน 2 แปลง แปลงแรก 38 ไร่ แปลงที่สอง 11 ไร่ ยืนยันว่า ไม่ทราบว่ามีการแก้ไขเอกสาร และเซ็นชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่จริง ขณะที่เอกสารยังกรอกรายละเอียดไม่ครบ และยืนยันว่าเป็นเกษตรกรที่เคยทำกินบริเวณนี้จริง เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตนเองไม่ใช่นอมินีนายทุน  /////-005

ปศุสัตว์บุรีรัมย์ติวเข้มอาสาอปท. พัฒนาศักยภาพคุมโรคพิษสุนัขบ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791531

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมอาสาสมัครปศุสัตว์ โครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า จังหวัดบุรีรัมย์ ปีงบประมาณ 2567 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า สนองตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ ท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ และ อบจ.บุรีรัมย์ จัดขึ้น โดยมี นายสุริยะ กาวงษ์กลาง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ปศุสัตว์อำเภอ หัวหน้าส่วนการงาน สำนักงาน อบจ.บุรีรัมย์ พร้อมอาสาปศุสัตว์จากทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด 208 แห่ง รวมทั้งสิ้นกว่า 400 คน เข้าร่วมอบรม ที่ห้องประชุมชั้น 3 อบจ.บุรีรัมย์

เพื่อบูรณาการการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืนในรูปแบบของประชารัฐ โดยขอความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน และสร้างอาสาปศุสัตว์รุ่นใหม่ และพัฒนาอาสาปศุสัตว์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ เพื่อให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเนื้อหาการฝึกอบรม ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า การสังเกตอาการสัตว์ป่วย การแจ้งพบสัตว์สงสัยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ การประเมินสุขภาพสัตว์ก่อนฉีดวัคซีน การควบคุมคุณภาพวัคซีนทั้งการขนส่งและการจัดเก็บ การฉีดวัคซีน เทคนิคการจับสัตว์เพื่อนำมาฉีดวัคซีน หรือทำหมัน เป็นต้น ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

รองปลัดฯหารือIFAD ร่วมจัดตั้งสำนักงาน ประจำภูมิภาคเอเชียฯ เสร็จสิ้นเดือนต.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791528

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือกับผู้แทนกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม (International Fund for Agricultural
Development : IFAD) ได้แก่ นาย Matthias Meyerhans ตำแหน่ง ผอ.ฝ่ายบริหาร และนาง Giorgia Salucci ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายสนับสนุน ภายในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีเกษตรเบอร์ลิน ครั้งที่ 16 (The 16th Berlin Ministers’ Conference) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือความคืบหน้าการจัดตั้งสำนักงาน IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย

ทั้งนี้ IFAD ได้ขอให้ประเทศไทยอำนวยความสะดวกในการตรวจเอกสาร Host Country Agreement ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งในขั้นตอนการการจัดตั้งสำนักงาน IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย โดยนายเศรษฐเกียรติ กล่าวแสดงความยินดีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ IFAD และคาดว่า ผลการพิจารณาเอกสาร Host Country Agreement จะแล้วเสร็จภายในช่วงเดือนตุลาคม 2567

กรมประมงดูแลการอนุญาต ให้ทำประมงพาณิชย์ปี2567-2568

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791529

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเรือประมงพาณิชย์ที่อยู่ในระบบใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ 9,310 ลำ โดยปี 2566 มีผลผลิตที่ได้จากการทำประมงพาณิชย์มากกว่า 1 ล้านตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืนด้วยการกำกับ ควบคุม และดูแลการทำประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน(ค่า MSY) ตามข้อกำหนดในมาตรา 19 แห่ง พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในการออกไปทำการประมงอย่างถูกกฎหมาย เรือประมงจะต้องมีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ที่ออกโดยกรมประมง สามารถทำการประมงได้ตามปีการประมง (โดยใบอนุญาตฯ มีอายุปีการประมง 2 ปี) และขณะนี้ใบอนุญาตทำการประมงเดิมจะหมดอายุลงในวันที่ 31 มีนาคม 2567

ดังนั้น กรมประมง จึงออกประกาศ เรื่อง กำหนดห้วงเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ สำหรับปีการประมง 2567-2568 ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 10 มกราคม 2567 แจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ ในปีการประมงใหม่ มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ได้ที่สำนักงานประมงพื้นที่ กทม.กรมประมง หรือที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล ก่อนหน้านี้ เพื่อออกทำการประมงได้อย่างถูกต้อง

นายบัญชา กล่าวอีกว่า หากผู้ใดออกไปทำประมง ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลฝั่งอันดามัน โดยไม่มีใบอนุญาตทำการประมง จะมีบทกำหนดโทษตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 จึงขอความร่วมมือผู้ที่ใช้เรือประมง ที่มีขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป ให้ดำเนินการตามขั้นตอน อีกทั้งการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในปีนี้ ได้เปิดโอกาสให้ชาวประมงที่เรือประมงซึ่งมีใบอนุญาตทำการประมง แต่เรือประมงเกิดความชำรุด ทรุดโทรม หรือ เรือจม อับปาง สามารถนำเรือประมงลำอื่นมาขอรับใบอนุญาตแทนได้ รวมทั้งผู้ที่เคยมีลักษณะต้องห้ามในการได้รับอนุญาต หากสิ้นสุดลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดแล้วก็สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ หรือผู้ที่ประสงค์จะเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง หรือเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงข้ามกลุ่มสัตว์น้ำสามารถยื่นคำขอได้ ซึ่งหากไม่กระทบกับปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่จะอนุญาตให้ทำการประมงได้ตามที่คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติเห็นชอบ กรมประมงก็จะอนุญาตให้ทำการประมง ตามที่ประกาศได้ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพทำการประมงตามนโยบายของรัฐบาล

‘อภัย’ถกคกก.โคนมฯ ดำเนินการ 3 ประเด็นสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791532

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ครั้งที่ 2/2567 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้า (ร่าง) โครงการช่วยเหลือเกษตรกรโคนมภายใต้วิกฤตอาหารสัตว์ราคาแพงโดยเห็นควรให้มีการปรับทบทวนในรายละเอียดของกิจกรรมหลัก และกิจกรรมย่อยภายใต้โครงการฯ และเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปรับแก้โครงการฯ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการโคนมฯ และนำเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบและดำเนินการ ดังนี้ 1.ต้นทุนการผลิตน้ำนมโค ไตรมาส 3 ปี 2566 เฉลี่ยทุกขนาดฟาร์ม กิโลกรัมละ 18.50 บาท/กก. เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.12

2.ต้นทุนการบริหารจัดการศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ณ เดือนมิถุนายน 2566 เฉลี่ยทุกขนาดศูนย์ฯ กิโลกรัมละ 1.71 บาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2565 ร้อยละ 4.47 และ 3.แนวทางการกำหนดราคารับซื้อน้ำนมดิบหน้าศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบแบบยืดหยุ่น เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และ 4.รายงานความก้าวหน้าตามยุทธศาสตร์โคนม โดยที่ประชุมยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปรับราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เนื่องจากขณะนี้ได้มีการปรับราคากลางการรับซื้อน้ำนมดิบแล้ว

กรมชลฯติดตามบริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791530

วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 55,823 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 73% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 16,020 ล้าน ลบ.ม.(64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จึงวางแผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก รักษาระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศไปแล้วกว่า 10,285 ล้าน ลบ.ม.(48%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 3,409 ล้าน ลบ.ม.(56%) ปัจจุบันทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 7.88 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 136 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 5.43 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 180 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก บริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับปริมาณน้ำในพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์ให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย รวมทั้งปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 66/67 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผน และเพียงพอไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานที่ 16-17 เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดแล้ว

‘กรมฝนหลวง’ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791460

'กรมฝนหลวง'ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี

‘กรมฝนหลวง’ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 17.30 น.

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครบรอบปีที่ 49 โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา และ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/791458

'กรมการข้าว'ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี

‘กรมการข้าว’ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี

วันพุธ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2567, 17.28 น.

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมงานวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก.ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา และ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ นำคณะผู้บริหาร​ ข้าราชการกรมการข้าว ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครบรอบ 49 ปี​ ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

– 006