‘อภัย’ประชุมคกก.นโยบาย บริหารจัดการมันสำปะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772568

วันศุกร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 2/2566 โดยนายภูมิธรรม
เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีเรื่องสำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.สถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง 2.การขยายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง 3.ผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปี 2564-2567

4.มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้ามันสำปะหลัง ปี 2566/67 และ 5.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.)

‘กรมการค้าภายใน’ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772443

'กรมการค้าภายใน'ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

‘กรมการค้าภายใน’ติดตามรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวาน กลุ่มเกษตรกรสุโขทัย-แพร่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.09 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย และแพร่ ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อผลผลิตส้มเขียวหวานของกลุ่มเกษตรกร ประกอบด้วย จังหวัดสุโขทัย กลุ่มเกษตรกรตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย และจังหวัดแพร่ กลุ่มเกษตรกรอำเภอวังชิ้น

รองอธิบดี เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการจากส่วนกลางและในพื้นที่ เข้ารับซื้อส้มในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและแพร่ เพื่อกระจายผ่านรถโมบายพาณิชย์ และห้างท้องถิ่นทั่วประเทศตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานภาคเหนือ ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 ปริมาณผลผลิตเป้าหมายเบื้องต้น จำนวนกว่า 300 ตัน โดยปัจจุบันผลผลิตส้มในโซนจังหวัดสุโขทัย ออกสู่ตลาดแล้ว ประมาณ ร้อยละ 30  จังหวัดแพร่ออกสู้ตลาดแล้ว ร้อยละ 50 ซึ่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 1 โดยผลผลิตจะออกมากขึ้นในช่วงรุ่นที่ 2 และ 3 ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ โดย ราคาส้มเขียวหวาน ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เกรดเบอร์ 0 – 000 จังหวัดสุโขทัยและแพร่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ราคา 19 – 20 บาท/กก. เกรด 1 ราคา 15-16 บาท/กก.ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรมีความพอใจ

ทั้งนี้ กรมฯ จะร่วมกับจังหวัดสุโขทัยและแพร่ ประเมิณสถานการณ์ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และประสานผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมและผู้ส่งออกในส่วนกลางและในพื้นที่ เข้ารับซื้อผลผลิตตลอดฤดูกาล เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา คาดว่าจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มขายผลผลิตได้ราคาดีตลอดฤดูกาล

– 006

รมช.เกษตรฯเร่งผลักดัน ให้ทั่วโลกได้รู้จักผ้าไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772314

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนบ้านตอไม้แดง จ.กาญจนบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ของพี่น้องเกษตรกรเพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพที่มั่นคง จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบประชาชน” เพื่อบริการความรู้ด้านวิชาการให้แก่พี่น้องเกษตรกรในด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง รวมถึงจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนโครงการในอนาคต โดย จ.กาญจนบุรี มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 150 คน ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบปัจจัยการผลิตต่างๆ ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร 15 หมู่บ้าน อีกด้วย

“การมาเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านตอไม้แดง ทำให้เห็นถึงศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนที่มีการพัฒนาไปมากขึ้น แสดงถึงองค์ความรู้ภายในกลุ่มที่มีการพัฒนาทั้งในการผลิต พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมถึงด้านการตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ภายใต้การบริหารของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รวมทั้งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนรูปแบบการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน สู่รูปแบบ SME เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้พี่น้องเกษตรกรสามารถยืนบนขาของตนเองได้” นายไชยา กล่าว

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ได้เดินทางไปยังด่านชายแดนบ้านพุร้อน เพื่อตรวจราชการตามนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งเร่งด่วน (ตรวจห้องเย็น) 3 แห่ง ไม่พบการกระทำความผิด ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ มีมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในการเฝ้าระวัง และตั้งจุดตรวจตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินค้า บริเวณรอยต่อจังหวัดและแนวตะเข็บชายแดน

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ ว่าขอชื่นชมศูนย์แห่งนี้ที่มีส่วนช่วยให้ผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่รู้จัก โดยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไทยเคยตัดชุดด้วยผ้าไหมสุรินทร์มอบเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมบนเวทีโลก (APEC) และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จึงมอบนโยบายให้กรมหม่อนไหม ช่วยส่งเสริมและผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งผ้าไหมไทยต้องสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ร้อน ดูแลรักษาง่าย

“อยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมไทยให้ไปอยู่บนเวทีแฟชั่นระดับโลก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าแบรนด์เนม ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป และควรให้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยส่งเสริมผ้าไทยอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคนหาซื้อชุดใส่ตามเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการผลักดันผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องการให้กรมหม่อนไหมร่วมงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยส่งเสริมผ้าไทยเอกลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป” นายไชยา กล่าว

‘ไชยา’ทำโครงการเกษตรฯพบประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772316

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จ.สุรินทร์ ว่าขอชื่นชมศูนย์แห่งนี้ที่มีส่วนช่วยให้ผ้าไหมสุรินทร์ เป็นที่รู้จัก โดยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไทยเคยตัดชุดด้วยผ้าไหมสุรินทร์มอบเป็นของขวัญที่ระลึกให้แก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมบนเวทีโลก (APEC) และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จึงมอบนโยบายให้กรมหม่อนไหม ช่วยส่งเสริมและผลักดันผ้าไหมไทยให้เป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งผ้าไหมไทยต้องสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ร้อน ดูแลรักษาง่าย

“อยากให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมไทยให้ไปอยู่บนเวทีแฟชั่นระดับโลก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าแบรนด์เนม ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป และควรให้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาช่วยส่งเสริมผ้าไทยอย่าง ลิซ่า Blackpink ที่ได้มาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีคนหาซื้อชุดใส่ตามเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการผลักดันผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องการให้กรมหม่อนไหมร่วมงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด ช่วยส่งเสริมผ้าไทยเอกลักษณ์ในแต่ละจังหวัด ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป” นายไชยา กล่าว

รมว.อุตสาหกรรม เปิดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ เมืองใต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772312

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ เมืองใต้ 2023 นครศรีธรรมราช กระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจเขตพื้นที่ภาคใต้ (Southern Industrial Fair) ที่ลานอเนกประสงค์ บริเวณตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิต การประกอบการ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเชิงพื้นที่ โดยบูรณาการกับกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน รวมถึงการร่วมสร้างเครือข่ายและขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ และสามารถยกระดับภาคอุตสาหกรรม สร้างการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และใกล้เคียง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้มากยิ่งขึ้น โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพิธีเปิด

สำหรับงานอุตสาหกรรมแฟร์เมืองใต้ 2023 เป็นแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่อยากให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้และมอบเป็นของขวัญปีใหม่ส่งท้ายปีให้แก่ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ เป็นการจัดนิทรรศการแสดงการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย และการบริการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน  การสัมมนาองค์ความรู้ต่างๆ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคมากมาย และสินค้าคุณภาพหลายประเภทกว่า 300 บูธ ในราคาพิเศษ เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย ถึง  3 ธ.ค. เวลา 10.00 – 21.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ ตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

‘อนุชา’เดินหน้านโยบาย เกษตรแปลงใหญ่ช่วยชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772317

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดสัมมนา “การเชื่อมโยงนโยบายเกษตรแบบแปลงใหญ่และศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน สู่นโยบายด้านการผลิตข้าวของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล” โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และคณะ เข้าร่วม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.ว่าได้ร่วมกันนำนวัตกรรมที่เคยได้ดำเนินการอยู่แล้ว นำมาช่วยเหลือชาวนาให้เข้มแข็ง เร่งขับเคลื่อนการสร้างอาชีพเสริมให้ชาวนา

นอกจากนี้การจะเพิ่ม GDP ภาคเกษตรให้สูงขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาเลี้ยงโคแบบคณิตศาสตร์ ทั้งนี้ แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตรมีสัดส่วนเพียง 7-8% ของ GDP รวมทั้งประเทศ แต่เชื่อมั่นว่ากรมการข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถผลักดันให้ชาวนาหลุดพ้นจากความยากจนได้

สำหรับการขับเคลื่อนงานของกรมการข้าว ได้เร่งดำเนินการดังนี้ 1.สร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ ได้แก่ ส่งเสริมนาแปลงใหญ่ 1,344 แปลง เสริมสร้างศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชน 800 ศูนย์ และชาวนาอาสา 2.รับมือภัยธรรมชาติ ได้แก่ การเตือนภัยการระบาดศัตรูข้าว สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ 3.ประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน ได้แก่ ป้องกันและปราบปรามเมล็ดพันธุ์ข้าวปลอม (สารวัตรข้าว) ตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ควบคุมข้าวเปลือกในพื้นที่ จัดทำฐานข้อมูลของสถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เป็นปัจจุบัน ปราบปรามพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง/พันธุ์ข้าว จากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ภาคกลางและจังหวัดชายแดน 4.ยกระดับสินค้าเกษตรเสริมศักยภาพเกษตรกร ได้แก่ การผลักดันสินค้าเกษตร และบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงส่งเสริมเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร 5.จัดการทรัพยากรทางการเกษตรส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model และ 6.อำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ได้แก่ พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ศูนย์บริการชาวนา 60 แห่ง ให้บริการความรู้ด้านข้าว

ด้านนายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า การจัดการสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการผลิตข้าวของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล ซึ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การมอบนโยบายการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรฯ ด้านการผลิตข้าวสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ 2.การมอบนโยบายในหัวข้อ เรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบายของกรมการข้าวที่เชื่อมโยงกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล” 3.การบรรยายพิเศษในหัวข้อ เรื่อง “การเชื่อมโยงนโยบายด้านการผลิตข้าวสู่การปฏิบัติของกรมการข้าว” 4.การบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “งานวิจัยกับการเชื่อมโยงนโยบายของกรมการข้าว” และ 5.การชี้แจง “แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานในส่วนของกรมการข้าว”

‘ธรรมนัส’เดือด! แจ้งความ’เพจดัง’ ทำ’ปศุสัตว์-กรมประมง’เสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/772227

'ธรรมนัส'เดือด! แจ้งความ'เพจดัง' ทำ'ปศุสัตว์-กรมประมง'เสียหาย

‘ธรรมนัส’เดือด! แจ้งความ’เพจดัง’ ทำ’ปศุสัตว์-กรมประมง’เสียหาย

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.04 น.

“ธรรมนัส”มอบที่ปรึกษารมว.กษ.เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อ”เพจดัง”ที่สร้างความเสื่อมเสียให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีเพจเครือข่ายเพื่อนตำรวจ ที่ลงข้อความทำให้กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ได้รับความเสียหาย โดยมี นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาการอธิบดีกรมประมง ร่วมเป็นพยาน ณ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง โดยในเบื้องต้นทางตำรวจได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เน้นย้ำว่า หากมีเพจหรือบุคคลใดกล่าวหาหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมวิชาการเกษตร โดยไม่มีหลักฐาน จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในทุกกรณี ขณะเดียวกันก็พร้อมให้การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐหากพบว่ามีการกระทำความผิด และสามารถส่งหลักฐานให้กับสำนักงานรัฐมนตรีได้โดยตรง

ด้าน นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้ดำเนินการปราบปรามสินค้าเถื่อนอย่างจริงจัง จนสามารถยกระดับเป็นคดีพิเศษ และร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรบรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงและยั่งยืน ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายไชยา พรหมา) ได้เห็นความสำคัญ จึงได้กำกับและเร่งรัดให้เห็นผลเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม จากที่มีบุคคลที่ให้ร้ายหรือขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จนทำให้มีข้าราชการของกรมปศุสัตว์ที่ตั้งใจปฏิบัติงานเสียขวัญและกำลังใจ ผมในฐานะผู้นำหน่วยงานและได้รับผลกระทบโดยตรง จึงต้องปกป้องตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชา และในอนาคตหากมีการให้ร้ายป้ายสีเกินกว่าเหตุคงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาการอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันได้ยกระดับการตรวจสอบสินค้าประมงอย่างข้นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเข้มข้น 100% โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการ Kick off ปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขับเคลื่อนนโยบายการปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก สินค้าเกษตรผิดกฎหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากร ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

– 006

ไบเออร์เปิดตัว’เอเทียจ’ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตในนาข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771944

ไบเออร์เปิดตัว'เอเทียจ'ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตในนาข้าว

ไบเออร์เปิดตัว’เอเทียจ’ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตในนาข้าว

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.36 น.

นายวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และ พม่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เอเทียจ” สารป้องกันกำจัดโรคพืชในนาข้าวให้กับเกษตรกรกว่า 6,000 ราย ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร มีความมุ่งมั่นในการวิจัยและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนะนำ “เอเทียจ” ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในการป้องกันกำจัดโรคราในนาข้าว ด้วยคุณสมบัติคุมโรคได้นาน ได้กว้าง ใช้คุมป้องกันและรักษา สูตรน้ำฉีดพ่นได้ง่าย โดยคนหรือโดรน ช่วยให้ข้าวออกพร้อมกัน สุกเสมอรวง ข้าวเต็มทุกเมล็ด เมล็ดสวยใส ไร้โรครา ความชื้นต่ำ ขายได้ราคา

ภายในงานได้จัดบูธแสดงผลิตภัณฑ์ เพื่อแนะนำวิธีการใช้และให้ความรู้ คำปรึกษากับเกษตรกรในการทำนา ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรเข้ารับฟังและซักถาม พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง และร่วมปิดตำนาน กับวง “คาราบาว”

– 006

‘ธรรมนัส’เปิดศูนย์ฯพิรุณราช แก้ปัญหา-รับร้องเรียนภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771871

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช กระทรวงเกษตรฯ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายนิวัฒน์
รุ่งสาคร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และคณะเข้าร่วม ที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะหัน หมู่ 6 ต.บางปะหัน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บริการร่วมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและพี่น้องเกษตรกรให้สามารถขอรับบริการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสารและรับเรื่องร้องเรียนคลายทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายสร้างวิธีทำงานสู่การปฏิบัติ โครงการศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร โดยบูรณาการหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ทุกภาคส่วน ทำหน้าที่แปลงนโยบายสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ เพื่อให้การจัดตั้งและบริหารงานศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร ให้ประสบผลสำเร็จ

สำหรับศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ มีภารกิจหลัก เป็นศูนย์รวมงานบริการของทุกส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่ายโปร่งใส เป็นธรรม และมีความสุข โดยมีเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ คือ 1.เพิ่มการเข้าถึงบริการด้านเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐาน 2.ปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตสินค้าเกษตร 3.สร้างรายได้เพิ่ม 4.เพิ่มโอกาสทางการตลาด ด้วยนวัตกรรม 5.เข้าถึงแหล่งทุน และ 6.การถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยงานบริการของศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ระยะที่ 1 จะเปิดให้บริการ 6 งานสำคัญ ประกอบด้วย 1.งานบริการขอรับการช่วยเหลือสนับสนุน เช่น การทำฝนหลวง การจัดให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตร การเข้าถึงที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร การขอรับสิทธิ์กรณีประสบภัยพิบัติทางการเกษตร การฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพ ด้านหนี้สิน เป็นต้น 2.งานบริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ด้านการเกษตร 3.งานบริการรับคำร้อง-ส่งต่อ งานอนุญาต อนุมัติ 4.งานบริการจดทะเบียน จดแจ้ง เกษตรกร/สถาบันเกษตรกร 5.งานบริการข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาปัญหาการผลิต การตลาดสินค้าเกษตร และ 6.งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ ช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับศูนย์เกษตรพิรุณราช ประชาชนสามารถดำเนินการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ทั้งศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ระดับกระทรวง ที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์เครือข่ายระดับกระทรวง, ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชระดับจังหวัด หรือที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัด โดยมีหน่วยงานในสังกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์เครือข่ายระดับจังหวัด และศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชระดับอำเภอ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ 882 อำเภอทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานประมงอำเภอ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ เป็นศูนย์บริการเครือข่ายระดับอำเภอ ส่วนระดับพื้นที่ จะมีเกษตรตำบล อาสาสมัครเกษตร คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ศูนย์เครือข่ายของหน่วยงาน 800,000 ราย ที่พร้อมให้บริการพี่น้องเกษตรกร

รมว.เกษตรฯเร่งพัฒนาแหล่งน้ำภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771868

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ที่อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ซึ่งมีความต้องการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค สำหรับประชากรและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี โดยปริมาณน้ำต้นทุนต่อปีมาจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่ง 21.537 ล้านลบ.ม. โครงการขนาดเล็ก 1.49 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำสูบกลับบางใหญ่-บางวาด 8.00 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำจากขุมเหมือง 109 แห่ง 21.02 ล้านลบ.ม. และแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน บ่อน้ำตื้น บ่อบาดาล 1,889 แห่ง 27.11 ล้านลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีแผนในการพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงเพิ่มศักยภาพการกักเก็บอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักของแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิมให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำทั้งการอุปโภค-บริโภค ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเพื่อเก็บกักน้ำต้นทุนเพิ่มเติมในช่วงฤดูน้ำหลาก สำหรับการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค รวมถึงเพื่อรองรับและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยการเสริมสันอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ติดตั้งบานระบายแบบพับได้ แบบกระบอกไฮดรอลิก สูง 1.00 เมตร ยาว 40.00 เมตร และก่อสร้างอาคารควบคุมการปิด–เปิด บานระบายน้ำแบบพับได้ 4 บาน จะทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้จากเดิม 7.19 ล้านลบ.ม. เป็น 7.79 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างประจำปีงบประมาณ 2566 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 25 และ 2.โครงการแก้มลิงบ้านโคกโตนดพร้อมระบบผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ หมู่ 5 บ้านป่าสัก และหมู่ 5 บ้านโคกโตนด ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคให้ประชาชน