ไม่ทิ้งกัน! ‘พ่อเมืองแพร่’เร่งกระจายลองกองช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761881

ไม่ทิ้งกัน! 'พ่อเมืองแพร่'เร่งกระจายลองกองช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่

ไม่ทิ้งกัน! ‘พ่อเมืองแพร่’เร่งกระจายลองกองช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.10 น.

ไม่ทิ้งกัน! ‘พ่อเมืองแพร่’เร่งกระจายลองกองเกือบ 300 ตันสู่ผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่ ด้านหน่วยงานราชการ-เอกชนอ้าแขนรับ


เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2566 ณ ที่ว่าการอำเภอเด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ แถลงแนวทางการกระจายผลผลิตลองกองสู่ผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยการกระจายผลผลิตลองกอง เกรดรวมช่อ ไปยังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รณรงค์คนแพร่ไม่ทิ้งกัน ให้ชาวเมืองแพร่ช่วยกันบริโภคลองกองและขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปิดจุดจำหน่าย ซึ่งช่วงสัปดาห์นี้ ผลผลิตลองกองจาก ต.ไทยย้อย เกือบ 300 ตัน จะออกสู่ตลาด ไม่น้อยกว่า 10 ตัน/วัน  


โดยนายชุติเดช กล่าวว่า ลองกองเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของ จ.แพร่ มีพื้นที่ปลูกใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เด่นชัย อ.ลอง อ.เมืองแพร่ อ.วังชิ้น และอ.ร้องกวาง พื้นที่ทั้งหมด 1,365 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาด รวม 565 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 11.30 ล้านบาท ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมาก (Peak) ในช่วงวันที่ 1-15 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับผลผลิตลองกองของ จ.อุตรดิตถ์ และจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลทำให้ประสบปัญหาผลผลิตลองกองล้นตลาด ราคาตกต่ำ ปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว จำนวน 219 ตัน คิดเป็นร้อยละ 38.76 คาดการณ์ผลผลิตคงเหลือ 346 ตัน คิดเป็นร้อยละ 61.24  อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้เริ่มกระจายผลผลิตลองกองครั้งแรก เกรดรวมช่อ ปริมาณ 5 ตัน ไปยังหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนและผู้บริโภค คิดเป็นมูลค่า 115,000 บาท โดยแผนกระจายผลผลิตไปยังเรือนจำจังหวัดแพร่ (เกรดร่วง) จำนวน 6 ตัน/เดือน  อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนภายในจังหวัด และต่างจังหวัด ในการรับซื้อและกระจายผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกลองกองจังหวัดแพร่, จัดหาพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตลองกอง เช่น สถานีบริการน้ำมัน และบริเวณสามแยกอำเภอเด่นชัย รวมถึงประสานผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อผลผลิตลองกองถึงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลองกองในพื้นที่จังหวัดแพร่ต่อไป ในส่วนของเทศบาลตำบลป่าแมต นายสุภวัฒน์ ศุภศิริ นายกเทศมนตรีตำบลป่าแมตได้มอบหมายให้ พันตำรวจเอกนครขวานเพชร ที่ปรึกษาและร้อยตำรวจตรีเลขา  พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลมารับ “ลองกอง” ที่อำเภอเด่นชัยตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จำนวน 500 กิโลกรัม เพื่อไปกระจายในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแมต —017

รองปลัดฯเตรียมพร้อม ประชุมรมต.อาเซียนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761698

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเตรียมการฝ่ายไทยสำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) ครั้งที่ 45 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (1403)

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) ครั้งที่ 45 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม ระหว่างวันที่ 2-6 ตุลาคม 2566ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับรัฐมนตรี (AMAF Leader) และนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader)

รมว.เกษตรฯรุดเยี่ยมตากใบโมเดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761696

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตากใบโมเดล บ้านบางน้อยที่อาคารอเนกประสงค์บ้านไร่ หมู่ 2ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ว่าเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ได้ขยายผลโครงการพระราชดำริ อ.ตากใบ นำเสนอตากใบโมเดล ที่ขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการอำนวยการการพัฒนาการเกษตรแบบครบวงจร ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่ อ.ตากใบ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ บูรณาการจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร อาทิ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ การพัฒนาอาชีพ การส่งเสริมการรวมกลุ่มการผลิตสินค้าเกษตรในระดับชุมชน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้ได้ตามความต้องการของตลาด การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน รวมถึงเชื่อมโยงออกสู่ตลาดภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และพัฒนา อ.ตากใบ ให้เป็นพื้นที่ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ขยายผลโครงการพระราชดำริอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ

ทั้งนี้ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาทางด้านการเกษตร มีพื้นที่ชลประทานและทรัพยากรดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ศักยภาพของพื้นที่ในการผลิตสินค้าเกษตรของ อ.ตากใบ พบว่า มีพื้นที่เขตเกษตรชลประทาน ร้อยละ 85 ของพื้นที่ ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน พบว่ามีการทำนาข้าวร้อยละ 17.07 การปลูกยางพาราร้อยละ13.43 ปาล์มน้ำมัน ร้อยละ 11.44 มะพร้าวร้อยละ 5.85 และไม้ผลผสมร้อยละ 5.56 อีกทั้งยังมีสินค้าทางประมงขึ้นชื่อ คือปลากุเลาเค็ม มีการผลิตด้านปศุสัตว์ที่มีคุณภาพและยังเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย สามารถรวบรวมขายส่งสินค้าทางเกษตรในพื้นที่ อ.ตากใบ และรอบนอก เพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

‘ธรรมนัส’ชูผู้นำคุณภาพ ขับเคลื่อนภาคเกษตรในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761694

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรฯ รุ่นที่ 6 หลักสูตรผู้นำในวันพรุ่งนี้ (Leaders for Tomorrow)หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง รุ่นที่ 83-85 และหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง รุ่นที่ 104–107 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และผู้ผ่านการอบรม 980 คน เข้าร่วม ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. ว่าการฝึกอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการความรอบรู้ในมิติของวิชาการ การทำงาน สังคม และชีวิต ตลอดจนสร้างภาวะผู้นำ และมุมมองความคิดของนักบริหารยุคใหม่ เพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่การเป็นนักบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ โดยจะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อระบบบริหารจัดการในระดับกรม/กองต่างๆ สามารถพัฒนาภารกิจในภาคการเกษตรให้ประสบความสำเร็จทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่นักบริหารระดับสูงทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของงาน และสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงาน ซึ่งจะเชื่อมโยงสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาในภาพรวมของรัฐ

สำหรับหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรฯ รุ่นที่ 6 (นบส.กษ.) มีผู้ผ่านการฝึกอบรม 64 คน หลักสูตรผู้นำในวันพรุ่งนี้ (Leaders forTomorrow) 51 คน หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง (นบส.) รุ่นที่ 83-85 จำนวน 347 คน และหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับกลาง (นบก.) รุ่นที่ 104–107 จำนวน 518 คน โดยหวังผลจากการฝึกอบรม 3 ประการ คือ 1.ผู้ผ่านการฝึกอบรมมีความรู้ แนวคิด และกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับภารกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2.ผู้ผ่านการฝึกอบรมมีภาวะผู้นำ และพร้อมที่จะบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.ผู้ผ่านการฝึกอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันขณะเข้ารับการฝึกอบรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของตนเอง และได้ใช้เครือข่ายช่วยบูรณาการงานของกระทรวงเกษตรฯ ต่อไป

อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ และบทบาทของผู้บริหารควรมีการพัฒนา รับรู้ และให้เกิดความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1.เข้าใจนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรฯ และขับเคลื่อนนโยบายสู่บทบาทภารกิจของหน่วยงานได้อย่างชัดเจน 2.มีความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ และเข้าใจบทบาทภาวะผู้นำยุคใหม่ หลักการบริหาร การวางแผน การนำเสนอ ประชาสัมพันธ์ การบริการที่ดี และการพัฒนาบุคลิกภาพ และ 3.มีจิตสำนึกการเป็นข้าราชการที่ดีรวมถึงการพัฒนาบุคลากรในสังกัดให้มีอุดมการณ์และมีจิตสำนึกการเป็นข้าราชการที่ดีและหวังว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปรับใช้และพัฒนางานที่รับผิดชอบให้เกิดประโยชน์และเกิดความร่วมมือในการทำงานอย่างบูรณาการ เพื่อความสำเร็จในการพัฒนางานให้เข้มแข็งต่อไป

‘ไชยา’รับหนังสือ เกษตรกรรายย่อย เร่งปราบหมูเถื่อน มุ่งการผลิตวัคซีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761690

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือจากตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ในประเด็นราคาผลผลิตตกต่ำ การลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งผิดกฎหมาย รวมถึงการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ว่าให้ความสำคัญกับเกษตรกรทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย หลังจากได้กำกับดูแลการปราบปรามสินค้าภาคการเกษตรที่นำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์ ซึ่งได้เร่งดำเนินการปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรเถื่อนจากต่างประเทศ สำหรับกรณีที่มีตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งเนื้อสุกรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบก่อนนำเข้านั้น กรมปศุสัตว์ จะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวเพิ่มเติมอย่างโปร่งใส

สำหรับแนวทางการเร่งแก้ไขปัญหา อุปสรรค จากข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ในประเด็นโรคระบาดในสัตว์นั้น จะตั้งคณะกรรมการในการศึกษาเรื่องการผลิตวัคซีนป้องกันโรคระบาดให้แก่เกษตรกรรายย่อย เพื่อเป็นการลดการพึ่งพาวัคซีนจากต่างประเทศรวมถึงแนวทางการสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรรายย่อย มีช่องทางการจำหน่ายในประเทศมากขึ้นตามนโยบายด้านเกษตรกรรม “ตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” โดยนายเศรษฐาทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ใช้กลไกอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอาทิ การเข้ามาดูแลด้านราคาผลผลิตเกษตรให้เป็นธรรม การเพิ่มโอกาสทางการค้าและกลไกตลาดโดยอาศัยความมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

เกษตรฯประสานFAO มุ่งความสำคัญเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761183

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นางเบธ เบค-ดอล รองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of United Nations : FAO) พร้อมด้วยนายจอง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรฯ เข้าเยี่ยมคารวะ แสดงความยินดีในโอกาสรับตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ตลอดจนหารือประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยและ FAO

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ และ FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ทั้งความร่วมมือทางวิชาการด้านเกษตร ภายใต้กรอบ Country Programing Framework (CPF) สำหรับประเด็นหารือครั้งนี้มุ่งเน้นความสำคัญด้านการเกษตรของประเทศไทย และโครงการพระราชดำริซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงให้ความสำคัญและทรงงานด้านการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องดิน อันเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรไทย รวมถึงประชาคมโลก มุ่งดูแลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ให้มีความอยู่ดี กินดี มีรายได้มั่นคง เน้นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาปรับใช้ให้เกิดศักยภาพในด้านการผลิต

‘ธรรมนัส’เปิดงาน ทำให้รายย่อยยั่งยืน รับฟังข้อเรียกร้อง เกษตรกรรายย่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761185

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ เปิดสัมมนา “ทำอย่างไรให้รายย่อยยั่งยืน” โดยมีสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานเอกชน ด้านปศุสัตว์ เข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ขวัญกำลังใจให้เกิดแก่เกษตรกร ภาคปศุสัตว์เศรษฐกิจรายย่อยทั่วประเทศให้ดำรงอยู่ในอาชีพการเลี้ยงสุกรต่อไป และเพื่อปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรเถื่อนจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ราคาสุกรในประเทศตกต่ำ

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้สะท้อนปัญหาต่างๆ ทั้งต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตตกต่ำ การลักลอบเนื้อสุกรแช่แข็งผิดกฎหมาย การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โดยรมว.เกษตรฯ ให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่าภาคปศุสัตว์ต้องเข้มแข็ง จะดำเนินการป้องกันการลักลอบการนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมายอย่างจริงจังให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยแต่งตั้งคณะกรรมการปราบปรามของเถื่อนทุกประเภท ที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ และจะให้ รมช.เกษตรฯ ทั้ง 2 ท่าน เป็นรองประธานฯ รวมทั้งอธิบดีที่เกี่ยวข้องของแต่ละกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติกรรม DSI เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์เข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ดีขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าภายใต้การกำกับดูแลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พี่น้องเกษตรกรจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

รมว.เกษตรฯจี้ติดซ่อมพนังแม่น้ำโก-ลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761186

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงพนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลก พื้นที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำดำป่าพรุโต๊ะแดง พร้อมด้วย นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ โดยมีนายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 17 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ด้วย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยใน จ.นราธิวาส เป็นเรื่องที่ต้องหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสั่งการให้กรมชลประทาน เร่งปรับปรุงพนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลก พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังจุดเสี่ยงช่วงที่เป็นรอยต่อของงานก่อสร้าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ส่วนการแก้ปัญหาน้ำดำจากป่าพรุโต๊ะแดง ได้สั่งการให้วางแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้สะดวกมากขึ้น

สำหรับการปรับปรุงพนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลก เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักสะสม ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกัดเซาะพนังกั้นน้ำจนชำรุดเสียหาย จนท่วมตลาดมูโนะ กรมชลประทาน จึงซ่อมแซมและปรับปรุง เสริมพนังกั้นน้ำ เสริมคันกั้นน้ำ และก่อสร้างพนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลก เพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงของระบบฐานราก ป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง

ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำดำ บริเวณป่าพรุโต๊ะแดง กรมชลประทาน ได้จัดจราจรน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำที่เกิดจากสภาพดินที่มีความเป็นกรดหรือดินเปรี้ยว ไม่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก ที่ไหลจากป่าพรุโต๊ะแดง โดยการระบายน้ำต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร พร้อมกันนี้ ได้วางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยการก่อสร้างขยายอาคารบริเวณจุดตัดกับถนนทางหลวง และขยายคลองระบายน้ำบริเวณจุดที่เป็นคอขวดก่อนที่จะระบายออกสู่คลองระบายน้ำคลองลานและคลองปูยู

ปลัดฯติวเข้มหน่วยงาน ขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761189

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา เรื่อง “การขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของสำนักงานปลัดกระทรวง
เกษตรฯ สู่ความสำเร็จ ประจำปีงบประมาณ 2567” (OPSMOAC Driving for Success) ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จ.นนทบุรี ว่าการสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ การตระหนักรู้ในการขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2567 แก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้เข้าใจแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ นำไปสู่การปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อให้การขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ให้ยึดแนวทางการขับเคลื่อนงานฯ ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯมอบนโยบาย 9 ประเด็น ดังนี้ 1.การจัดตั้งศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร โดยให้เกษตรอำเภอเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน 2.การขับเคลื่อนภารกิจยกระดับ Mr.สินค้าเกษตร 3.การป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู รับมือภัยแล้ง/ภัยพิบัติด้านการเกษตร 4.การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย 5.การผลักดัน“1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” 6.การส่งเสริมเกษตรกร/สถาบันเกษตร เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร 7.การทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 8.สร้างระบบประกันภัยพืชผล และ 9.บริการทางการเกษตร (Agriculture Service Provider) ที่ใช่ เลือกใช้ให้เหมาะสม

ขณะเดียวกันนายประยูร ได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานฯ เพิ่มเติมว่า “การปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน ขอให้เอาจิตวิญญาณมาใช้ในการปฏิบัติงานประจำวัน สร้างคนรองรับ โดยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย ต้องรู้งาน ในสำนักงาน สามารถทำงานทดแทนผู้อำนวยการและเกษตรและสหกรณ์จังหวัดได้ต้องมีความพร้อมในการประสานงาน สั่งการ บริหารงาน และทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นได้ โดยให้ความใส่ใจ รับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และให้ความสำคัญกับผู้ร่วมงานในส่วนภูมิภาค ขอให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสรุปข้อมูลสำคัญรายงานผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ รองปลัดฯ และปลัดฯ รับทราบ”

นอกจากนี้ยังมอบแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรและงานเร่งด่วนที่เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ควรให้ความสำคัญ 7 ประเด็น ดังนี้ 1.การเปลี่ยนเอกสารสิทธิที่ดิน ที่ออกโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นโฉนด 2.โครงการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เกษตรกรโดยให้เกษตรกรพักชำระหนี้ 3.มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี 4.การสืบสาน ต่อยอด และขยายผลโครงการพระราชดำริ 5.การแก้ไขปัญหาด้านการประมง 6.การพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และ 7.การเปิดตลาดสินค้าเกษตรใหม่ และขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยในต่างประเทศ

เกษตรฯจัดงาน’สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ’ 5-7 ต.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760984

เกษตรฯจัดงาน'สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ' 5-7 ต.ค.66

เกษตรฯจัดงาน’สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ’ 5-7 ต.ค.66

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.58 น.

เกษตรฯจัดงาน”สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” 5-7 ต.ค.66 นำผลผลิตคุณภาพส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการ “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้าร่วม ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ว่า การจัดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตด้านการตลาด โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง สร้างโอกาสเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และกระตุ้นความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างมากให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับด้านการเกษตร และส่งเสริมสนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันสินค้าที่ผ่านการคัดสรรจากเกษตรกรกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการตลาดขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ในการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร รวมถึงเพิ่มทักษะการพัฒนารูปแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลักการตลาดนำนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ได้ดำเนินงานโครงการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย สร้างช่องทางการจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสม และก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณลานกิจกรรม ตลาดริมน้ำ อ.ต.ก.ซึ่งสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงสินค้า อุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผัก ผลไม้สด และกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ จำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น ส้มโอทับทิมสยาม จังหวัดนครศรีธรรมราช , ทุเรียน จังหวัดปราจีนบุรี พริกแกง จังหวัดสงขลา , พืชผักสวนครัว จังหวัดราชบุรี , สับปะรดห้วยมุ้น จังหวัดอุตรดิตถ์ และกาแฟโรบัสต้า จังหวัดชุมพร เป็นต้น

– 006