‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760973

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.15 น.

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (45th ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Grand Hyatt Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยการประชุมที่เกี่ยวข้องมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นางสาวลดา ภู่มาศ ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน

ในโอกาสนี้ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวสนับสนุนนโยบายในกรอบอาเซียนด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการเกษตรของไทยที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัวและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินการด้านการเจรจาการเกษตรของ ASEAN Negotiating Group on Agriculture หรือ ANGA ภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ผลักดันความร่วมมือด้าน e-SPS ให้มีการเชื่อมต่อและใช้งานจริงระหว่างกันโดยเร็ว รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้าน traceability และ rapid alert system ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรและอาหารในภูมิภาค สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนความร่วมมือมิโดริ อาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างระบบการเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน โดยเฉพาะแมลงที่กินได้และโปรตีนจากพืช โดยประเทศไทยหวังว่าจะได้มีความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือกภายใต้แผนความร่วมมือมิโดริ ซึ่งจะส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับโมเดล BCG และแผนความร่วมมือมิโดริด้วย

‘ธรรมนัส’ติดตามสถานการณ์ ลุ่มเจ้าพระยาเก็บกักน้ำรับฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760895

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา พร้อมเตรียมแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนัก ควบคู่ไปกับการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน จัดหาแหล่งน้ำสำรอง และเร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยาที่มีปริมาณการใช้น้ำสูงเพื่อรองรับปรากฏการณ์เอลนีโญ และการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยขอความร่วมมือชาวนา ปรับเปลี่ยนกิจกรรมการปลูกพืช งดทำนาปรังรอบที่ 2

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,166 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที แนวโน้มลดลง กรมชลประทาน ได้ใช้ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ระดับ16.80 เมตร (รทก.) สูงกว่าระดับปกติประมาณ 0.30 เมตร เพื่อยกระดับน้ำเข้าสู่คลองต่างๆที่อยู่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุด โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ริมคลอง และสามารถรองรับฝนที่อาจตกลงมาในพื้นที่ได้ พร้อมกันนี้ได้ผันน้ำเข้าระบบชลประทาน ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก และ คลองชัยนาท-อยุธยา และผันน้ำบางส่วนไปลงคลองพระองค์ ไชยานุชิต เพื่อสูบผันน้ำไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ส่วนทางด้านฝั่งตะวันตก จะผันเข้าทางแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองไปกักเก็บไว้ในแหล่งน้ำต่างๆ รวมไปถึงคลองส่งน้ำในพื้นที่ชลประทาน เพื่อสำรองไว้ใช้อุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้ง การเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยเป็นหลัก

สำหรับปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่คงเหลือจากการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อสำรองไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในช่วงฤดูแล้งนั้น ได้วางแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และเพื่อความมั่นคงของตัวเขื่อน โดยจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ปัจจุบันระบายน้ำสูงสุดอยู่ที่802 ลบ.ม.ต่อวินาที มีแนวโน้มลดลง โดยปริมาณน้ำที่ระบายท้ายเขื่อนนี้บางส่วนจะถูกนำไปเก็บกักไว้ในแหล่งน้ำและพื้นที่แก้มลิง เขต จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

เกษตรฯเร่งแก้ปัญหา 3ประเด็นให้เกษตรกรยะลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760900

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จ.ยะลา พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิ์สังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอธารโตจ.ยะลา โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าต้องการรับฟังเสียงของเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหาที่แท้จริง โดย จ.ยะลา มีประเด็นปัญหาหลักๆ 3 เรื่อง คือ 1.ผลกระทบจากช้างป่าเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยแนวทางแก้ไขระยะเร่งด่วน หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการร่วมกันในการผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ ส่วนระยะยาวตนจะขอนำเรื่องนี้กลับไปประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา ได้สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายต่อไป

2.ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกันศึกษาหาแนวทางแก้ไขในระยะยาว และรายงานผลให้ทราบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพ และ 3.ราคายางพารา และการตลาดการแปรรูป ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภาครัฐจะต้องหาแนวทางแก้ไขและส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ

“ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีความคล้ายกัน คือเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตร ยางพารา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการทำงานกันอย่างจริงจัง และประเด็นปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.ที่ราชพัสดุ ให้เป็นโฉนด สำหรับพื้นที่ใดที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ ก็จะพิจารณาให้จะออกหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์” รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘อนุชา’รุดลงพื้นที่ ตรวจความก้าวหน้า โครงการอุโมงค์น้ำ รับมือความต้องการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760893

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังติดตาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการอุโมงค์ผันน้ำ (เขื่อนแม่กวงอุดมธารา) โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ให้การต้อนรับ ที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ว่าโครงการอุโมงค์ผันน้ำ (เขื่อนแม่กวงอุดมธารา) เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำระหว่างลำน้ำแม่แตงมายังเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และผันน้ำต่อให้เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำเนื่องจากการเติบโตด้านการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม และการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยปัจจุบันมีความก้าวหน้าผลงานสะสมทั้งโครงการ 80% เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 2 ช่วง ประกอบด้วย 1.อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด 2.อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด-แม่กวง จะสามารถผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับแผนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และรองรับภัยแล้ง กรมชลประทาน ได้มีแผนการสนับสนุนเครื่องจักร-เครื่องมือขุดลอกอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ และการเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกพร้อมให้การช่วยเหลือ รวม 214 หน่วย เป็นต้น

รมว.เกษตรฯหนุนห้องเย็นเก็บทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760896

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการของศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต และรับฟังปัญหาด้านการเกษตรจากผู้แทนเกษตรกรที่ศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาสพร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตทุเรียนกวน ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นแหล่งผลิตทุเรียนกวนที่มีชื่อเสียง มีการแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ สร้างรายได้ให้กับ จ.นราธิวาส อย่างไรก็ดีกลุ่มแปรรูปทุเรียนกวน มีปัญหาด้านการจัดเก็บเนื้อทุเรียน เพื่อยืดอายุของเนื้อทุเรียนในการนำมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวนตลอดทั้งปี โดยปัจจุบันมีห้องเย็น 5 ห้อง ไม่เพียงพอ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีบริษัท วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรทั่วไปที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อทุเรียน 15 กลุ่ม ปริมาณผลผลิตทั้งสิ้น 1,465 ตัน ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผลักดันงบประมาณเพื่อนำมาสร้างห้องเย็นอีกหนึ่งห้อง เพิ่มศักยภาพในการผลิตให้กับวิสาหกิจชุมชนฯ

สำหรับปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินบริเวณเทือกเขาบูโด ซึ่งชาวบ้านรอบเทือกเขาบูโดใน 9 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากการออก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปี 2562 ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติทับที่ดินที่ชาวบ้านทำกินอยู่ก่อน เรื่องนี้ได้ประสานไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาทวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนที่ดินในพื้นที่ จ.นราธิวาส ร่วมกัน

สวนป้าสายหยุดเปิด‘ลูกอะบิว’ ผลไม้จากไต้หวันพร้อมให้ชิมฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760897

สวนป้าสายหยุดเปิด‘ลูกอะบิว’  ผลไม้จากไต้หวันพร้อมให้ชิมฟรี

สวนป้าสายหยุดเปิด‘ลูกอะบิว’ ผลไม้จากไต้หวันพร้อมให้ชิมฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนป้าสายหยุด หมู่ที่ 1 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง นางสายหยุด จันทร์สว่าง อายุ 60 ปี เจ้าของสวน ได้เปิดสวนลูกอะบิวผลไม้นำเข้าจากประเทศไต้หวันที่ปลูกไว้ประมาณ 1,500 ต้น ซึ่งตอนนี้เริ่มสุกเหลืองอร่ามเต็มพื้นที่ประมาณ100 ต้น หรือกว่า 1,000 ลูก บนเนื้อที่ 15 ไร่ และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหรือนักท่องเที่ยวได้ชิมผลไม้แปลกใหม่ สวนแรกและสวนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เผื่อใครสนใจนำไปปลูกสร้างรายได้เสริมในร่องสวน เกษตรกรจึงเปิดสวนอะบิวให้ทุกคนกินฟรีทุกวันไม่มีวันหยุด แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องขอเมล็ดคืนเพื่อนำไปเพาะขยายพันธุ์ ส่วนหนึ่งเพาะขายเป็นต้นกล้าราคาต้นละ 100 บาท และอีกส่วนหนึ่งนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลตามศาสตร์พระราชาอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งตอนนี้ต้นอะบิวที่เหลืออีกเกือบ 1,300 ต้นเริ่มทยอยสุกและติดผลอีกหลายรุ่น โดยแต่ละต้นให้ผลผลิตมากน้อยขึ้นอยู่กับอายุของลำต้น แต่ไม่ต่ำกว่า 20-30 ลูกในปีแรก โดยใช้เวลาปลูกประมาณ 1 ปีครึ่งก็จะให้ผลผลิต แต่หากดินดี น้ำดีใช้เวลาปลูกแค่ 8 เดือน ก็ให้ผลผลิตแล้วซึ่งราคาขายอะบิวในตลาดภาคกลางอยู่ที่กิโลกรัมละ 250-350 บาท แต่ที่สวนของป้าสายหยุดเปิดให้กินฟรี เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้นำเข้าที่กำลังได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ในภาคใต้ โดยแต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัมหรือประมาณ 2-3 ลูกต่อกิโลกรัม รสชาติคล้ายวุ้นผสมลูกตาล กลิ่นหอมเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้ เนื้อเป็นเจลสีขาว หวานมันกำลังดี หากเก็บเข้าตู้เย็นก่อนนำมารับประทานจะทั้งหอม ทั้งหวาน สร้างความสดชื่นได้เป็นอย่างมาก ส่วนใครสนใจสามารถเข้าไปติดตามได้ทางเฟซบุ๊กสวนป้าสายหยุด จันทร์สว่าง หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-476-3349 ด้านนางสายหยุด จันทร์สว่าง เกษตรกรเจ้าของสวนอะบิว อ.นาโยง จ.ตรักล่าวว่า สำหรับสวนป้าสายหยุดเริ่มปลูกครั้งแรกประมาณ 30 ต้น และขยายมาเรื่อยๆจนมีถึง 1,500 ต้น

องคมนตรี-มูลนิธิฯ ร่วมกันมอบสิ่งของ แก่ผู้ประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760894

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ ที่ว่าการอำเภอเขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด มีนายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ตราด นายพงษ์พัฑฒ์ สินรายนายอำเภอเขาสมิง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยสอบถามประเด็นการแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง และอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งนายธำรงศักดิ์ นครวงศ์ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด ได้รายงานว่า อ่างเก็บน้ำคลองแอ่งได้รับงบประมาณในการก่อสร้างและได้ผู้รับเหมาที่ดำเนินการแล้ว ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยสะตออยู่ระหว่างดำเนินการ ต่อมานายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เดินทางไปที่หอประชุมอำเภอเขาสมิง โดยมี นายกัฬชัยเทพวรชัย ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นและกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ องคมนตรีกล่าวถึงวัตถุประสงค์ และเชิญพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 649 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน

‘ธรรมนัส’ลุย3จว.ชายแดนใต้ แก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760669

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญกระทรวงเกษตรฯ ที่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ โดยลงพื้นที่ติดตามรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จ.ปัตตานี ที่มัสยิดโบราณบาโงยลางา ต.ทรายขาว อ.อโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีประเด็นสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ปัญหาที่ดินทําการเกษตรที่เป็นเอกสารสิทธิ ส.ค.1, 2.การส่งเสริมทุเรียนทรายขาวให้เป็นทุเรียนคุณภาพ สร้างอัตลักษณ์ให้กับอำเภอทรายขาว และเป็นจุดขาย 3.ปัญหาประมงพื้นบ้าน และ 4.การเพิ่มพื้นที่แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทำการเกษตรที่เป็นเอกสารสิทธิ ส.ค.1 เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอันดับต้นๆ ใน จ.ปัตตานี โดยได้ขอให้เร่งแก้ไขพื้นที่ทำกินในเขต ต.ทรายขาว และตำบลใกล้เคียง เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 2,000 ครัวเรือน เพราะปัจจุบันมีการกำหนดให้เป็นเขตอุทยานฯ ก่อนและหลังที่ประชาชนเข้าไปทำประโยชน์ เพื่อปลูกยางพารา ปลูกทุเรียน และที่อยู่อาศัย โดยเรื่องนี้ ตนได้ประสานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย โดยจะหารือถึงแนวทางแก้ไข ซึ่งจะต้องเร่งรัดพิสูจน์สิทธิ์ว่าเป็นของประชาชนจริงหรือไม่ ก่อนที่จะประกาศเป็นเขตอุทยานฯ โดยจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริให้คนอยู่คู่กับป่าไม้ และเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับสิทธิการใช้ที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ได้ผลักดันให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ผลิตทุเรียนทรายขาวให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับ อ.ทรายขาว และเป็นจุดขาย ดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยส่งเสริมการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุน ซึ่งตำบลทรายขาว มีทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก พื้นที่ปลูกทุเรียนในปี 2566 ทั้งหมด จำนวน 836.5 ไร่ เกษตรกร 497 ครัวเรือน ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว 545 ตัน ทั้งนี้ ยังพบปัญหาการระบาดของศัตรูพืช หนอนเจาะเมล็ดทุเรียนดังนั้น จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรในการป้องกัน รวมทั้งส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผลผลิต กระทบต่อคุณภาพของผลผลิตทุเรียน และสร้างความความน่าเชื่อถือต่อผู้บริโภค

สำหรับปัญหาชาวประมงพื้นบ้าน จ.ปัตตานี พบว่ายังขาดเครื่องมืออุปกรณ์ องค์ความรู้สำหรับใช้ในการดำเนินงานในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย โดยเรื่องนี้กระทรวงเกษตรฯ ยินดีให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดการทำประมงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้พร้อมๆไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อีกทั้งได้ผลักดันในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่แหล่งน้ำ เนื่องจากปัตตานีมีน้ำต้นทุนน้อย จึงมอบหมายให้กรมชลประทาน ศึกษาร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบให้ครอบคลุมทั้ง12 อำเภอใน จ.ปัตตานี

อ.ต.ก.นำสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760664

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) กล่าวถึง การนำทัพสินค้าเกษตรคุณภาพโชว์ในงานมหกรรมแสดงสินค้าอุปโภค-บริโภค Thai Trade Exhibition Saudi Arabia (Riyadh) 2023 กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรไทย และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเจรจาธุรกิจระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย ที่บริษัท เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น จำกัด ประเทศไทย และบริษัท MY IDEAS LLC. ประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ร่วมงานผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้ค้าส่ง ผู้ประกอบการ SMEs กลุ่ม OTOP จากประเทศไทย และผู้เข้าชมงานชาวเมืองซาอุฯ ว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการขยายการค้า การลงทุน ระหว่างไทยและซาอุฯ ให้เติบโตทางด้านเศรษฐกิจการเกษตร

ทั้งนี้ อ.ต.ก.ได้นำความหลากหลายของสินค้าเกษตรไทย ทั้งผักผลไม้สด และแปรรูป รวมถึงกล้วยไม้ไทย ออกสู่ตลาดซาอุดีอาระเบีย และตะวันออกกลาง ผ่านแนวคิด “สินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูง” มีเป้าหมายหลักคือ 1.สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ปลูกสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทย 2.ให้ชาวตะวันออกกลางรับรู้ถึงศักยภาพ ความหลากหลายของสินค้า ความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทย และ 3.ศึกษาสถานการณ์การตลาด ความต้องการ รสนิยมและพฤติกรรมผู้บริโภค เพิ่งช่องทางตลาดสินค้าเกษตรก่อให้เกิด “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของเกษตรกรไทย”

Thai Trade Exhibition Saudi Arabia 2023 ได้รับความสนใจจากชาวเมืองซาอุฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2 หมื่นราย ซึ่งบูธประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และมีมาตรฐาน HALAL IFOAM หรือมาตรฐาน อ.ต.ก. OFS และให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

เกษตรฯช่วยกลุ่มชาติพันธุ์ หาสินค้าทดแทนสับปะรด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760665

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พบปะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากประชุมหารือร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลไร้สัญชาติ ทั้งสิทธิในด้านการศึกษา สิทธิการรักษาพยาบาล สิทธิในที่ดินทำกิน และสิทธิในด้านอื่นๆ

ในการนี้ รมว.เกษตรฯ รับปากกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ว่าจะดูแลในเรื่องที่ดินทำกินของ จ.เชียงราย ให้เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. นอกจากนี้ได้รับเรื่องการปรับเปลี่ยนการปลูกสับปะรด ให้เป็นสินค้าชนิดอื่นหรือหารายได้เสริม และการปรับปรุงถนนในการขนส่งสินค้าให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น