สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734673

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า  พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮอกไกโด ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัททีโอเอ (TOA) นำโดย คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ร่วมงาน THAIFEX -ANUGA ASIA 2023 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำแห่งเอเชีย ที่จัดขึ้น ณ อิมแพค เมืองทองธานี บริษัทฯ นำสินค้าใน เครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์” (SuperFight) และ ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากพืช (Plant Based Food) “ล้อตโต้ฟู้ด (Lotto Food)” ซึ่งเป็นสินค้าในเครือมาแสดงแบบจัดเต็มแล้ว นอกจากนี้ยังถือโอกาสจับมือร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่งจำกัด เป็นผู้กระจายสินค้ากลุ่ม ขนมและเครื่องดื่ม ให้ครอบคลุมร้านค้าปลีกและร้านค้าส่งทั่วประเทศ ด้วยการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาควบคุมการขนส่งแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งกระจายร้านค้าตัวแทนกว่า 4 แสนร้านค้าภายในปี 2568

สำหรับแบรนด์เครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์”(SuperFight) ปัจจุบันมีเครื่องดื่มซุปเปอร์ไฟต์สูตรสมุนไพรสกัด 8 ชนิดมีขนาด 150 มล. ราคาขวดละ 15 บาทและขนาด 100 มล.ราคาขวดละ 10 บาท จำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น และ ตามร้านตู้แช่ทั่วประเทศซึ่งได้การตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เพื่อต่อยอดแผนการเติบโตที่ได้ตั้งเป้ายอดขายให้กลุ่มขนมและเครื่องดื่มโตกว่า 30% พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานดื่มได้ด้วย จากกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่รักสุขภาพ ทางแบรนด์จึงได้เปิดตัวรสชาติใหม่เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุค 5G ที่ให้ทั้งประโยชน์และความคุ้มค่าภายในขวดเดียวซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษกับ ซุปเปอร์ไฟต์ เครื่องดื่ม โสมผสมวิตามินซี (สูตรไม่มีน้ำตาล) ไม่มีกาเฟอีน ขนาด 100 มล. ราคา 10 บาท ให้คนรักสุขภาพได้เลือกดื่มเติมคุณประโยชน์อย่างคุ้มค่าด้วยส่วนผสมของ โสมน้ำผึ้ง วิตามินบี วิตามินซีและ กรดอะมิโน (BCAA) ที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเหนื่อยล้า เติมทั้งพลังงานและเสริมสร้างสุขภาพดีๆ ให้ผู้บริโภคสดชื่นระหว่างวันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณและ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพรยังได้เยี่ยมชมบูธ Lotto Food ที่ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากพืช (Plant Based Food) ผลิต แปรรูปและจัดจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งที่มีส่วนผสมจากพืชเป็นหลัก จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ “Lotto Plant-Based”เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความอร่อยง่ายๆ ที่ไม่ทำร้ายใคร”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าใช้กลยุทธ์การกระจายสินค้าและสร้างดีมานด์แบบป่าล้อมเมือง โดยใช้ความแข็งแกร่งของอำพลฟูดส์ที่มีหน่วยรถกว่า 500 คัน เน้นการเจาะตลาดร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์ไฟต์ ได้อย่างทั่วถึง และตั้งเป้ายอดขายขยายตลาดต่างประเทศเพิ่ม โดยเน้นประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV ตะวันออกกลาง จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา และประกาศพร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หวังปั้นเป็นแบรนด์ระดับโลกต่อไป

กรมชลฯเร่งมือ5โครงการ พัฒนาแหล่งน้ำในภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734678

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายก่อพงษ์ เจ้ยแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง คือ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และพังงา รวม 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศต.บางเหรียง อ.ทับปุด จ.พังงา 2.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหิน ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ 3.โครงการประตูระบายน้ำคลองกลายบ้านนากุน ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช 4.โครงการอ่างเก็บน้ำธารประเวศ ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ 5.โครงการอ่างเก็บคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

“โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทั้ง 5 โครงการดังกล่าว เมื่อแล้วเสร็จจะสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคให้ราษฎรได้รวม 10 ตำบล ใน 4 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 29,550 ไร่ เก็บกักน้ำต้นทุนไว้ในระบบชลประทานรวมกันได้มากกว่า 52 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อน สร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่นด้วย” ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าว

‘อลงกรณ์’ปลื้มส่งออกข้าว 4เดือนพุ่งทะลุ3.05ล้านตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734677

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การส่งออกข้าวไทย 4 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณสูงถึง 3.05 ล้านตัน และความต้องการข้าวในตลาดยังมีต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ราคาข้าวในประเทศเกือบทุกประเภทสูงเกินราคาประกันรายได้ โดยเฉพาะข้าวเจ้า ซึ่งมีปริมาณผลิตมากที่สุด คาดว่าการส่งออกข้าวของไทย ในปี 2566 จะทะลุเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน และน่าจะแซงตัวเลขการส่งออกข้าว ในปี 2565

สำหรับการส่งออกข้าวไทยปี 2565 อยู่ที่ 7.69 ล้านตัน โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการส่งออกสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7.5 ล้านตัน ขณะที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 138,451.8 ล้านบาท คิดเป็น 3,970.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ยุทธศาสตร์การตลาดนำการผลิต เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด เป็นยุทธศาสตร์บนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชนและเกษตรกร มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีคุณภาพมาตรฐาน ตรงความต้องการของตลาด การยกระดับข้าวแปลงใหญ่ เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในต่างประเทศ รวมทั้งค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เป็นปัจจัยสำคัญทำให้การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญคือชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น” นายอลงกรณ์ กล่าว

สวก.อัดฉีดเงิน2ทุน หนุนงานวิจัยไข่ผำ พืชน้ำให้โปรตีนสูง ดัน‘อาหารอนาคต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734672

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กล่าวว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จึงขับเคลื่อนงานวิจัย โดยสนับสนุนทุนวิจัย 2 ทุน คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ดร.ภญ.รัตติรส คนการณ์ โครงการผลิตภัณฑ์เม็ดสารสกัดไข่น้ำเพื่อเสริมโปรตีนและกรดไขมันโอเมกา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.วนิดา ปานอุทัย โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนเสริมสุขภาพจากผำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการใช้ทรัพยากรชุมชน เพื่อศึกษาถึงประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งพบว่าไข่ผำ เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ นอกจากนี้ยังพบกรดอะมิโนที่จำเป็นและไม่จำเป็น ครบทุกชนิด และเมื่อมีการวิเคราะห์กรดไขมันของไข่ผำแห้งพบว่า มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงกว่ากรดไขมันอิ่มตัว ประมาณ2 เท่า และยังพบกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการอีก 2 ชนิด ในปริมาณสูง ถือว่า “ไข่ผำ” เป็น Super Food สุดยอดของแหล่งโปรตีนทดแทน และเป็นหนึ่งในพืชน้ำที่อยู่ในยุทธศาสตร์นโยบายการขับเคลื่อนใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในด้านอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ที่มาแรงและถูกกล่าวถึงเป็นวงกว้าง

ไข่ผำจึงถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งโปรตีน จึงได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยังผู้ประกอบการในระดับ SME ซึ่งเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากไข่ผำในงาน THAIFEX– Anuga Asia 2023

กรมพัฒนาฯเปิดตัวเกษตรกรดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734675

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้คัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่น สาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนด เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชน โดยปี 2566 มีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายคำภีร์ หงษ์คำ จ.เพชรบูรณ์ และเป็นผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศหมอดินอาสาดีเด่น กรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2566 โดยมีผลงานดีเด่นทางด้านการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ 19 ไร่ ในการปลูกข้าว (หอมมะลิและไรซ์เบอร์รี่) ปลูกไม้ผล เช่น ฝรั่งกิมจู น้อยหน่า มะขาม โกโก้ ปลูกไม้ยืนต้น เช่น ผักหวานป่า ไผ่ สัก ประดู่ มะค่า ปลูกพืชผักสวนครัว ได้แก่ พริก มะเขือ ชะอม กะเพรา ผักอื่นๆ และปลูกพืชสมุนไพร พื้นที่ทำการเกษตรของนายคำภีร์ ประกอบด้วย 2 ชุดดิน ได้แก่กลุ่มชุดดินที่ 54 ชุดดินชัยบาดาล (Cd) และกลุ่มชุดดินที่ 48 ชุดดินแก่งคอย (Kak) นำเทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดิน มาใช้ในการวางแผนการใช้ที่ดิน มีการเก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์ด้วยชุดตรวจสอบดินภาคสนาม มีการปรับปรุงบำรุงดิน ผลิตปุ๋ยหมัก และการอนุรักษ์ดินและน้ำ

นอกจากนี้ ด้านการตลาด ได้ยึดหลัก “ปลูกได้ ขายเป็น เน้นแปรรูป”มีการรวมกลุ่มการผลิต ขายและสร้างตลาดในชุมชน จัดทำปฏิทินการผลิตและบัญชีฟาร์ม มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่การเกษตรยังเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินประจำตำบล เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านทรัพยากรดินและการจัดการดินของ ต.บึงกระจับ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งได้ช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน จนได้รับรางวัลเกษตรกรต้นแบบดีเด่นด้านการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2563 รางวัลเลิศรัฐสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทรางวัลผู้นำหุ้นส่วนความร่วมมือ ปี 2564

ชลประทานจับมือ ร่วมทุกหน่วยงาน วางแผนรับมือฝน บริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734453

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 42,785 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 18,844 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,707 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 6,011 ล้าน ลบ.ม.ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะนี้ได้สิ้นสุดการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 65/66 แล้ว เริ่มเข้าสู่การจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2566

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันออกเฉียงใต้ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ทางด้านภาคใต้ลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ อีกทั้งยังได้คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนทิ้งช่วง ด้วยปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจส่งผลให้ปริมาณฝนในปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จึงกำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เน้นย้ำให้กักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตให้มากที่สุด รวมถึงการเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ การกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ และให้ปฏิบัติตาม 12 มาตรการ รับมือฤดูฝน ปี 2566 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอใช้

เกษตรฯถกคกก.น้ำตาลฯ พิจารณา2ประเด็นสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734454

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย ครั้งที่ 4/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ที่ห้องประชุม 1601 ชั้น 16 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำโดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและพิจารณาในประเด็นสำคัญต่างๆ ประกอบด้วย 1.กำหนดปริมาณน้ำตาลทรายที่ให้โรงงานผลิตในฤดูการผลิตปี 2565/2566 และ 2.ขอปรับลดสิทธิซื้อน้ำตาลทรายสำหรับผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกปี 2566

กรมข้าวการันตีกข 85-กข 95ข้าวดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734455

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่มีการให้งดปลูกข้าวพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) และกข 85 (เบา อายุสั้น) เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น จากประเด็นดังกล่าวอันที่จริงแล้วข้าวพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) จากการวิจัยพบว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย นอกจากนั้นยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 885 กก./ไร่ มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก./ไร่ ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกษตรกรที่นำข้าวพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) ไปปลูกขายให้โรงสีนั้นแท้จริงแล้วใช่พันธุ์แท้หรือไม่ ในส่วนของข้าวพันธุ์ กข 85 นั้นมีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ความสูง 104 เซนติเมตร กอตั้ง ลำต้นแข็งใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง อายุเก็บเกี่ยว115-120 วัน ผลผลิต 862 กิโลกรัมต่อไร่เมล็ดเรียวยาว ข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดข้าวกล้องยาว 8.0 มิลลิเมตร ปริมาณอมิโลส 27-28 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูง ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมาย น.ส.ชวนชม ดีรัศมี ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก อีกทั้งยังถือเป็นผู้วิจัยข้าวพันธุ์ กข 85 และกข 95 (ดกเจ้าพระยา) ลงพื้นที่พบโรงสี ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ถึงข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ของข้าว กข 95 (ดกเจ้าพระยา) และฝากให้ทางโรงสีช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ชาวนาที่เข้ามาใช้บริการ

“จากการพูดคุยกับทางโรงสีพบว่าโรงสีเองก็ยังไม่เคยเห็น กข95 (ดกเจ้าพระยา) ที่เป็นพันธุ์แท้ ทำให้เวลาเกษตรกรนำข้าวมาขายก็เลยคิดว่าเป็นพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดตามมา ซึ่งแท้จริงแล้วพันธุ์ที่เกษตรกรนำมาขาย ไม่ใช่พันธุ์แท้ จึงมีลักษณะประจำพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ตามมาตรฐานของกรมการข้าวที่ได้รับรองไว้” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

‘เฉลิมชัย’ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ ร่วมงานครบ 60 ปีกรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734456

‘เฉลิมชัย’ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ  ร่วมงานครบ 60 ปีกรมพัฒนาที่ดิน

‘เฉลิมชัย’ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ ร่วมงานครบ 60 ปีกรมพัฒนาที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ60 ปี ภายใต้หัวข้อ “ดินดี น้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิต” พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน บุคคลดีเด่นและหมอดินอาสาดีเด่น ประจำปี 2566 รวมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้า เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน และพบปะเกษตรกร หมอดินอาสา ที่มาร่วมจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมพัฒนาที่ดิน กทม.

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของกรมพัฒนาที่ดินในวาระครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาเป็นปีที่ 60 ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเกษตรของประเทศไทย ดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ เช่น การกำหนดพื้นที่เหมาะสมในการปลูกพืชเศรษฐกิจผ่านข้อมูลจาก Agri-Map การปรับปรุงดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ การวางแผนขับเคลื่อนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “ตลาดนําการผลิต” อีกทั้งยังสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีหมอดินอาสาเป็นผู้ช่วยสำคัญ เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ “3’S เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง และ เกษตรยั่งยืน”

“กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์และ 15 นโยบายหลัก เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต เน้นการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้ปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมุ่งเน้นการลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายปราโมทย์กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรอัจฉริยะ ทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” ซึ่งปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรดินและที่ดินและวางแผนการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาที่ดิน ปรับปรุงบำรุงดิน อนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงพัฒนาเครือข่ายการพัฒนาที่ดิน หมอดินอาสา กลุ่มเกษตรกร และสนับสนุนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ได้ขับเคลื่อนค่านิยม “TEAM For Soils ทีมดี ดินดี” เพื่อให้บุคลากรมีวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ทำงานเชิงรุก คล่องแคล่ว รวดเร็ว และมีเป้าหมายเดียวกัน ในการสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนมีความมั่นคงทางอาหาร และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ดิน น้ำ ป่าไม้ ไปพร้อมกัน

รองปลัดฯติดตามพัฒนาระบบราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734210

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่รับผิดชอบในด้านการพัฒนาระบบบริหาร ในฐานะคณะทำงาน โดยมีสำนักพัฒนาระบบบริหาร สป.กษ.เป็นฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน เข้าร่วมประชุม

ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการรับทราบความก้าวหน้าตัวชี้วัดในการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2566 (รอบ 6 เดือน) พร้อมหารือในประเด็นเพื่อพิจารณาที่สำคัญ เรื่อง การจัดทำตัวชี้วัดขับเคลื่อนการบูรณาการร่วมกัน (Joint KPIs) ของกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2567 ใน 5 Agenda ที่สำคัญ ได้แก่ Agenda 1.การบริหารจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟูน้ำทั้งระบบ, Agenda 2.การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, Agenda 3.รายได้จากการท่องเที่ยว, Agenda 4.รายได้จากผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP, และ Agenda 5.การลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM 10

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนและให้ความเห็นชอบในหลักการของตัวชี้วัด ตามที่ฝ่ายเลขาฯ เสนอ และมอบหมายหน่วยงานรับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ประชุมไปปรับปรุงรายละเอียดตัวชี้วัดให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.ร.เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประชุมเวิร์กช็อป ร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร.หน่วยงานเจ้าภาพ/หน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุน เพื่อกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของ Joint KPIs ในแต่ละประเด็น พร้อมทั้งมอบหมายฝ่ายเลขาฯ รับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ประชุมเพื่อประสานการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป