ปลัดเกษตรฯสั่งด่วน ทูตเกษตร8ประเทศ รุดสร้างความเชื่อมั่น มาตรฐานทุเรียนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697724

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลไม้ไทย โดยตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ทุเรียน ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกและตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน เชื่อมั่นในคุณภาพ สามารถสร้างมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดจีนระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 24 พฤศจิกายน 2565 ได้ถึง 82,805 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณส่งออก 779,206 ตัน ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานและพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือการสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคในต่างประเทศ จึงสั่งการให้ทูตเกษตร 11 แห่งใน 8 ประเทศ ได้แก่ จีน (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว) ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา (วอชิงตัน ดี.ซี. ลอสแองเจลิส) สหภาพยุโรป อิตาลี และรัสเซีย ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคในต่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐาน รวมถึงให้รู้วิธีการเลือกทุเรียนคุณภาพจากประเทศไทย

สำหรับวิธีการเลือกซื้อทุเรียนที่ได้คุณภาพ มีหลักในการพิจารณาจากลักษณะภายนอก มีจุดสังเกต 5 จุด ได้แก่ 1.ปากปลิง ต้องบวมโต เห็นรอยต่อได้อย่างชัดเจน 2.ก้านผลต้องมีความแข็งแรง สีน้ำตาลเข้ม สัมผัสแล้วสากมือ 3.ร่องหนามห่าง เมื่อบีบเข้าหากันจะรู้สึกว่ามีสปริง 4.ปลายหนามแห้ง สีน้ำตาลเข้มเปราะและหักง่าย และ 5.พู ต้องสามารถสังเกตรอยแยกกลางพูได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคในต่างประเทศเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานทุเรียนไทย

กรมข้าวเร่งเดินหน้าผลิต ข้าวคุณภาพมาตรฐาน GAP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697722

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวนาในงานถ่ายทอดเทคโนโลยี “การปฏิวัติการทำนา สู่ความยั่งยืน” ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย พร้อมกับลงเกี่ยวข้าวจากแปลงนารักษ์โลก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจร่วมกับชาวนา โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “การปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืน” เกิดจากการส่งเสริมโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model โดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ จำนวน 20 กองทุนหมู่บ้าน โดยมอบหมายให้กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่าน “โครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model”

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานเรื่องการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐานสากล อาทิ มาตรฐาน GAP มาตรฐานอินทรีย์ มาตรฐาน HACCP เป็นต้น โดยกระบวนการผลิตข้าวนั้นจะต้องลด ละ เลิก การใช้สารเคมี การเผาตอซังฟางข้าว เพื่อลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model นั้นจะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์การผลิตข้าวที่ลดมลพิษเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ได้ดำเนินงานในเรื่องการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพจากกรมการข้าวทั่วประเทศ โดยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร สามารถนำเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพกับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการผลิตข้าว

‘อลงกรณ์’ร่วมกิจกรรมงานวันดินโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697723

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) “Soils, where food begins : อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน” และมอบรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ให้ผู้ชนะรางวัล โดยมีนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผวจ.ตาก นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สถานีพัฒนาที่ดินตาก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ จนเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถและยอมรับไปทั่วโลก โดยสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (IUSS) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Soil Scientist) เป็นพระองค์แรกของโลก ต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ โดยรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลก และบรรจุในปฏิทินการปฏิบัติงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการดินโลกนิทรรศการ “มหัศจรรย์พืชพันธุ์ จากดินทั่วถิ่นไทย” จัดแสดงความหลากหลายของทรัพยากรดิน และพืชอาหารทั่วประเทศไทยนิทรรศการมีชีวิต แสดงแปลงองุ่นและเสาวรสปลอดภัย แปลงผักบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง แปลงข้าวสรรพสี สตรอว์เบอร์รี่และกะหล่ำปลี พืชผัก 4 ภาค นิทรรศการนวัตกรรมและเกษตรอัจฉริยะ นิทรรศการวิชาการผลิตผลเกษตรที่สูงเสวนาระดับนานาชาติ เสวนาหมอดินอาสา ฐานเรียนรู้ด้านการปรุงดิน เรื่องอนุรักษ์ดินและน้ำกิจกรรมประกวดแข่งขันต่างๆ เช็คอินกับสัญลักษณ์วันดินโลก เป็นต้น

‘เฉลิมชัย’แจงปมย้าย‘ชลธี’ มกอช.ปรับปรุงGAPสินค้าใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697559

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีมีการเสนอข้อมูลผ่านรายการ Sondhitalk ในประเด็น “แฉทุนจีนสีเทาผูกขาดทุเรียนไทย” ว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์ดังกล่าว และขอชี้แจงในกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประเภทอำนวยการระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ ว่าในส่วนของนายชลธี นุ่มหนู เป็นข้าราชการในสังกัดของกรมวิชาการเกษตร ดังนั้น อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ได้คำนึงถึงประโยชน์ของการปฏิบัติราชการและเล็งเห็นว่านายชลธี เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะ จ.จันทบุรี มากกว่า 32 ปี จึงเหมาะสมที่จะนำประสบการณ์ไปขยายผลระดับประเทศในหน้าที่ ผอ.กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช ซึ่งมีภารกิจหลักในการควบคุมคุณภาพมาตรฐานของสินค้าพืช ผัก ผลไม้ และออกใบอนุญาต GAP และ GMP ทั่วประเทศ รวมถึงในพื้นที่ภาคตะวันออก

สำหรับกรณีใบรับรอง GAP 80,000 ฉบับ เกี่ยวกับทุเรียน ที่ต้องปรับรหัสรับรองรูปแบบใหม่สำหรับสินค้าผลไม้ที่ส่งออกไปจีนและประเทศอื่น เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จึงออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะการใช้แสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (รหัสเครื่องหมาย Q) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 เป็นการปรับปรุงระบบเลขรหัสเครื่องหมาย Q มีระยะเวลาดำเนินการปรับเปลี่ยนรหัสเครื่องหมาย ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2563-พฤศจิกายน 2565 และจะปรับเปลี่ยนให้ครบทั้งหมดภายในเดือนธันวาคม 2565 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ และผ่านการตรวจสอบรับรองจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ

กรมข้าวKICK OFFช่วยเหลือ ยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697557

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธี KICK OFF มาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าวและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศาลากลาง จ.เพชรบูรณ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในการดูแลเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและรายได้ของชาวนา โดยผลักดันการจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรเพื่อบริหารจัดการข้าวให้ “ไทยเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก” เพื่อก้าวไปสู่เกษตรมูลค่าสูงภายใต้ BCG โมเดล สอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนแผนอื่นๆ และนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายกฯกล่าวต่อว่า รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายให้ชุมชนชาวนาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและสร้างเครือข่ายขยายผลรวมกลุ่มเป็นชุมชนข้าว เพื่อพัฒนาการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์ข้าวชุมชน (ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน) ชุมชนแปลงขยายพันธุ์ข้าว ชุมชนข้าวแปลงใหญ่และชุมชนข้าวอินทรีย์ ตลอดจนการพัฒนาชาวนาในชุมชนข้าวให้เป็นชาวนาปราดเปรื่อง ปราชญ์ชาวนา และชาวนารุ่นใหม่ไปพร้อมๆ กัน

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ ได้ตอบสนองแนวทางตามนโยบาย BCG โมเดล ของนายกฯ ซึ่งภายในงานนี้ กรมการข้าวได้จัดนิทรรศการการจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและเพิ่มศักยภาพสถาบันเกษตรกรอย่างยั่งยืนภายใต้หัวข้อการปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืน โดยนำเสนอการสาธิตตัวอย่างการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว การวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์การจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงสภาพการเก็บรักษา ประโยชน์จากการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดี และลักษณะเมล็ดพันธุ์ข้าวต่างๆ มาจัดแสดง รวมทั้งการใช้โดรนเพื่อการเกษตรและการสาธิตโรงสีข้าวชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศเพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดีโดยชาวนาสามารถนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีอยู่เดิมหรือเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้อย่างต่อเนื่องมานานหลายปี มาแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้คุณภาพ ในอัตราแลกเปลี่ยน1 ต่อ 1 ตามหลักเกณฑ์ของกรมการข้าวที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งเกษตรกรสามารถลงทะเบียนผ่านศูนย์ข้าวชุมชนระดับหมู่บ้านได้ทั่วประเทศ เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนพันธุ์ข้าวในครัวเรือนทั่วประเทศไทย ให้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับการเพาะปลูกและขยายพันธุ์

รัฐบาลเดินหน้าโครงการ ต้นแบบ95โรงเรือนอัจฉริยะ พลิกโฉมเกษตรกรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697574

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลเดินหน้าโครงการต้นแบบ95โรงเรือนอัจฉริยะ พลิกโฉมเกษตรกรไทย เน้นเพิ่มผลผลิต-รายได้

นายกฯเดินหน้าโครงการต้นแบบ 95 โรงเรือนเกษตรอัจฉริยะทั่วประเทศ มุ่งเป้าแรงงานเกษตร 3.2 หมื่นคนในปี66 เพิ่มรายได้ผลผลิต-เพิ่มค่าจ้างแรงงาน พลิกโฉมเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 11ธันวาคม2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จากการลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ในทุกภูมิภาค ท่านนายกได้มีนโยบายพัฒนาศักยภาพแรงงานทุกกลุ่ม และมีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งผลกระทบด้านพลังงาน ผลกระทบด้านการผลิต จึงต้องการยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน จึงมีนโยบายและมุ่งมั่นยกระดับเกษตรกรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะSmart Farmer โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพด้านเกษตร เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในทุกมิติ

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า แต่การเปลี่ยนแปลงจะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและแรงงานในภาคเกษตรด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จึงมอบนโยบายไปยัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ดำเนินการพัฒนาฝีมือเพื่อเข้าตลาดแรงงานนี้โดยเร่งด่วน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) จึงได้ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้โรงเรือนเกษตรแม่นยำปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเป็นโครงการพิเศษเพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานภาคการเกษตรสู่เกษตรอัจฉริยะ มีเป้าหมาย 95 โรงเรือนทั่วประเทศ และให้แรงงานภาคการเกษตรมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะในปี2566 จำนวน 32,300คน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกแบบมีโรงเรือน เช่น ระบบควบคุมอัตโนมัติสำหรับการปลูกพืช การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน ระบบพ่นหมอก ระบบกักเก็บหรือจัดน้ำ ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปใช้เพิ่มคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ตามเป้าหมาย โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถสมัครได้ที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ หรือสอบถามที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน1506 กด4

“พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับภาคเกษตร ต้องการให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เพียงพอในอนาคต ที่สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับกับความปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ BCG ผ่านกลไกของหน่วยงานต่างๆ ที่บูรณาการอย่างครบวงจร และเป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการผลักดันอุตสาหกรรมเกษตรของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผู้ประกอบการภาคเกษตร มีความเข้มแข็ง มีรายได้ดีขึ้น เกิดการกระจายรายได้ไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมกับมีตัวชี้วัดหรือมีสถาบันรองรับฝีมือแรงงานนั้นๆ ที่จะสามารถนำไปสู่ทักษะวิชาชีพที่มีอัตราค่าแรงที่สูงขึ้นในอนาคตได้ด้วย”น.ส.ทิพานัน กล่าว

งานโครงการหลวงชูสุขภาพดีชีวีสุขสันต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697558

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง รองประธานกรรมการฝ่ายอำนวยการจัดงานโครงการหลวง 2565 ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้มีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากกว่าปีอื่นๆ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ถอดรหัส จากเขา สู่เรา” การแสดงผลงานที่ได้จากการวิจัย ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ และ นวัตกรรมใหม่ ได้แก่ พันธุ์พืชใหม่ๆ สมาร์ทฟาร์ม หรือการเลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ เป็นต้น นอกจากนี้จะได้สัมผัสกับทุ่งดอกเอเดลไวส์ ดอกไม้สายใยรัก ฟินไปกับไร่ชา ที่ไม่ต้องไปถึงบนดอย และกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การประกวด Tik Tok “สุขภาพดี ชีวีสุขสันต์ กับผลิตภัณฑ์โครงการหลวง” การแข่งขันเชฟกระทะเล็ก Family cooking ตกแต่งหน้าเค้ก การสาธิตอาหาร การเสวนาเด็กดอย “บ้านสุขสันต์ในฝันของฉัน” การเสวนาหลากหลายเรื่องที่น่าสนใจ แบ่งปันความรู้คุณค่าอาหาร หัตถกรรมผ้าชนเผ่า และการแสดงดนตรี และการแสดงของชนเผ่าต่างๆ

สำหรับผลิตผล และผลิตภัณฑ์โครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์ ผลิตภัณฑ์ดอยคำ ที่จัดจำหน่ายในงานปีนี้ รวมกว่า 800 รายการ สินค้าใหม่แนะนำในปีนี้ คือ เมล่อนไต้หวัน 101 เป็นผลงานวิจัยใหม่ ซึ่งโครงการหลวงนำพันธุ์เข้ามาปลูกทดสอบที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆ ของโครงการหลวง ได้แก่ กาแฟคั่วเมล็ดฮันนี่โพรเซส, ควินัวบาร์, ชานมเบรน,นมกระบือพาสเจอร์ไรซ์, โยเกิร์ตควินัวผสมสตรอว์เบอร์รี, ไอศกรีมนมแพะรสมะม่วง ฯลฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสินค้าพิเศษจากดอยคำ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ready to Cook ที่มีทั้ง น้ำแกงส้ม และน้ำต้มยำเข้มข้น, ซอสสปาเกตตีมะเขือเทศเข้มข้น และพิซซ่าสเปรด

ฟรุ้ทบอร์ดแจงคืบหน้า ส่งผลไม้ถึงด่านโม่ฮาน ขบวนปฐมฤกษ์ลุล่วง ขนลำไยลอตแรก20ตู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697556

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดบริการด่านรถไฟโม่ฮาน เพื่อขนส่งผลไม้ไทยด้วยขบวนรถไฟจีน-ลาว ว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมารถไฟจีน- ลาว ได้ขนลำไยไทย ลอตแรก 20 ตู้ ผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน สำเร็จเป็นปฐมฤกษ์แล้ว

“ขบวนรถไฟจีน-ลาว เดินทางออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ โดยบรรทุกลำไยของ จ.จันทบุรี ในภาคตะวันออก 20 ตู้คอนเทนเนอร์ ถึงด่านรถไฟบ่อเต็นพรมแดนลาว-จีน ใช้เวลา 5 ชั่วโมงเศษ และจอดรอเพื่อทำเอกสารพิธีการส่งออกเข้าจีนที่ด่านรถไฟโม่ฮาน จากนั้นขบวนรถเดินทางข้ามพรมแดนจีน-ลาว ไปยังด่านรถไฟโม่ฮาน และจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง คือมหานครฉงชิ่ง นับว่าเป็นผลไม้ของประเทศไทยลอตแรก และเป็นขบวนรถปฐมฤกษ์ ในการขนส่งผลไม้ไทยข้ามแดนผ่านลาวเข้าจีน ด้วยระบบรางสำเร็จเป็นครั้งแรก ภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีน ซึ่งทาง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้ทำงานล่วงหน้าในการเปิดด่านรถไฟโม่ฮาน และด่านหนองคาย โดยเจรจากับทางการจีนที่นครปักกิ่ง เมื่อปลายปี 2562 จนบรรลุผล ซึ่งการลงนามพิธีสารดังกล่าวได้สร้างโอกาสของผลไม้ไทยทุกภาคทั่วประเทศ ในการขนส่งด้วยระบบรางไปยังจีน โดยใช้เวลาลดลง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยมากขึ้น” นายอลงกรณ์ กล่าว

ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระปลูกถั่วหรั่งพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นทานอร่อยมีประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697406

ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระปลูกถั่วหรั่งพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นทานอร่อยมีประโยชน์

ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระปลูกถั่วหรั่งพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นทานอร่อยมีประโยชน์

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.47 น.

สำนักงานเกษตรอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระ ปลูกถั่วหรั่ง หรือกาแจโป เป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทานอร่อยมีประโยชน์เป็นทางเลือก เป็นอาชีพเกษตรทางเลือกที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ในอนาคต 

ถั่วหรั่ง เป็นพืชตระกูลถั่วที่พบมากในพื้นที่ภาคใต้ นิยมใช้เมล็ดประกอบอาหาร ทำขนมหวาน อาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยว ในแต่ละพื้นที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ถั่วปันหยี ถั่วไทร ถั่วเมล็ดเดียว ถั่วโบ เเละกาแจโป (ภาษามาลายู) ที่ชาวบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกกัน เป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทานอร่อยมีประโยชน์

นางสาวพนิดา เสสน เกษตรอำเภอปะนาเระ บอกว่า สำนักงานเกษตรอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ เพาะปลูกถั่วหรั่งหรือกาแปโจ เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัตลักษณ์ไม่ให้สูญหาย ในพื้นที่โครงการพรุแฆแฆ อันเนื่องมาจากพระราชดำริใช้ในการบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเพาะปลูกจำนวน 11 รายมีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งไม่พบปัญหาโรคและแมลงทำลาย สามารถเจริญเติบโตได้ดี แม้เป็นที่ดินสันทราย ที่มีสภาพความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ตอบโจทย์การปลูกพืชทางเลือกของเกษตรกร

สำหรับสายพันธุ์ที่ส่งเสริมให้ปลูกฯ คือ พันธุ์สงขลา 1 ใช้เมล็ดพันธุ์ 7 กิโลกรัมแห้งต่อพื้นที่ 1 ไร่ ระยะปลูก 50 x50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมใช้เวลาประมาณ 4 เดือนหรือ 120 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยเกษตรกรจะทำการปลูกในช่วงเดือนสิงหาคมและเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมในแต่ละรอบปีเกษตรกรจะคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ไว้สำหรับการปลูกในฤดูกาลถัดไปด้วย

ด้านนายสิทธิศักดิ์ นิ้วลาย เกษตรกรผู้ปลูกถั่วหรั่ง ตำบลพ่อมิ่ง บอกด้วยว่า ตนเองได้ปลูกถั่วหรั่ง ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่รกร้าง ทางเกษตรอำเภอฯ ได้เข้ามาส่งเสริมให้องค์ความรู้ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ และปุ๋ยอินทรีย์ ได้ผลผลิต 840 กิโลกรัมต่อไร่ มีลูกค้ามาติดต่อรับซื้อถึงสวน ในราคากิโลกรัมละ 40 บาท สามารถสร้างรายได้ดีให้กับครอบครัว

“สำหรับเมล็ดถั่วหรั่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีสารเมทไธโอนีน มีสรรพคุณในการป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ด้วย” 

‘กรมการข้าว’รุก ให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดี เพิ่มประสิทธิภาพแข่งตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697268

‘กรมการข้าว’รุก  ให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดี  เพิ่มประสิทธิภาพแข่งตลาดโลก

‘กรมการข้าว’รุก ให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดี เพิ่มประสิทธิภาพแข่งตลาดโลก

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“กรมการข้าว” เร่งชูโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566มุ่งให้ชาวนาเปลี่ยนมาใช้เมล็ดพันธุ์ดีเพาะปลูกเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้แข่งขันในตลาดโลก

นายณัฏฐกิดติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข่าว นำทีมผู้บริการกรมการข้าวและคณะกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ร่วมแถลงข่าวการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธ์ข้าว ปี 2566 ณ ห้องประชุมจักรพันธุ์ กรมการข้าว เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยหลังการแถลงข่าวว่า ข้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญกับสังคมไทยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การทำนาเป็นอาชีพเกษตรกรรมส่วนใหญ่ของประชากรในประเทศ ประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือน สามารถผลิตข้าวได้ปีละกว่า 30 ล้านตันข้าวเปลือก ดังนั้น อาชีพชาวนาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ และถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าข้าวคุณภาพดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ผลผลิตเฉลี่ยข้าว ยังมีผลผลิตต่อไร่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ผลผลิตเฉลี่ยเพียง 353 กิโลกรัมต่อไร่ สาเหตุหนึ่งมาจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรเก็บไว้เองหลายรอบซึ่งมีคุณภาพต่ำ

การที่จะปลูกข้าวให้ได้ผลดีมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งคุณภาพของดิน ปริมาณน้ำ และเทคโนโลยี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เมล็ดพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งให้ผลผลิตเฉลี่ยสูง ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชและได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีตรงตามความต้องการของตลาด กรมการข้าวจึงได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนไปใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ที่ผลิตและจำหน่ายโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าว ให้ตรงกับความตามความต้องการของตลาด เกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า การแถลงข่าวในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจ ถึงความสำคัญของโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 ที่กรมการข้าวได้มุ่งเน้นส่งเสริมให้ชาวนาสามารถเข้าถึงและได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากกรมการข้าวทั่วประเทศ โดยเกษตรกร สามารถเข้าร่วมโครงการได้ผ่านกลุ่มเกษตรและสถาบันเกษตรกร เช่น ศูนย์ข้าวชมชนในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ในราคาตามหลักเกณฑ์ของกรมการข้าวที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้ชาวนาได้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับการเพาะปลูก และขยายพันธุ์

“ซึ่งในปีนี้กรมการข้าวมีเป้าหมายการดำเนินการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี จำานวน 58,700 ตัน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าว ให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ และในส่วนของเกษตรกรที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการในปีนี้ กรมการข้าวมีแผนการดำเนินงานโครงการนี้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้เกษตรกรจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้”นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย