“อย่าเยอะ”ธนาธร!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370392?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“อย่าเยอะ”ธนาธร!

2 พฤษภาคม 2562 – 09:53 น.
วีลัค มีเดีย,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,ปิยบุตร แสงกนกกุล
เปิดอ่าน 8,982 ครั้ง

คอลัมน์… รักแผ่นดิน โดย… ฅนไท ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

4 ชั่วโมงเต็ม กับการชี้แจงปม ถือหุ้นสื่อ บริษัทวีลัค มีเดีย จำกัด ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในข้อกล่าวหา การมีคุณสมบัติ “ต้องห้าม”มิให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้ไปชี้แจงด้วยตนเองต่อกกต.เมื่อ 30 เมษายน ที่ผ่าน

ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล กลับออกมาด้วยอารมณ์หัวเสีย ที่อุตส่าห์ใช้เวลาชี้แจงอย่างยาวเหยียดและขนเอกสารไปหลายกล่อง แต่ดูเหมือนว่า 7 กกต. “ตั้งคำถามไม่ตรงกับคำตอบ”ที่ ธนาธร-ปิยบุตรเตรียมกันไว้ ถึงขนาดออกมาขู่ว่า ถ้ากกต.ไป “แขวน”ไม่รับรองเขาก็จะฟ้อง กกต.ตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 157 ธนาธรถึงกับขู่ว่า “อายุความมีถึง 15 ปี รอเวลา คสช.หมดอำนาจ” พร้อมยาวไปถึง “นักร้อง” อย่างศรีสุวรรณ จรรยา ที่เป็นผู้ยื่นเรื่องนี้ให้กกต.ตรวจสอบ หรือขู่ไปถึงสื่อที่ นำเสนอเรื่องนี้ ว่าอาจจะพิจารณา “ฟ้องกลับ” เพื่อปกป้อง “ศักดิ์ศรี” ของตัวธนาธร

ต้องบอกเด็กหนุ่มอย่างธนาธร และปิยบุตร ว่าการก้าวมาสู่อำนาจต้องยอมรับการตรวจสอบ ทั้งการตรวจสอบโดยองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ด่านแรกก่อนเข้าสู่อำนาจ คือกกต. ซึ่งเป็นองค์มีอำนาจหน้าที่โดยแท้ในการตรวจสอบโดยมี ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นองค์กรอำนวยความยุติธรรมขั้นสูงที่ “ถ่วงดุล”อำนาจกกต.มิใช่คำขู่ของนักการเมืองผู้ “กระหายอำนาจ”ที่ไม่ชื่นชอบกระบวนการตรวจสอบ   ส่วนศรีสุวรรณ จรรยา และสื่อมวลชนที่หยิบประเด็นเรื่องคุณสมบัติ ผู้สมัครมาตรวจสอบเป็นการทำหน้าที่ “ภาคประชาสังคม” ที่ผู้อาสามาตรวจสอบ ยิ่งต้องรู้และรับผลของตัวเองหากไป “ละเมิดสิทธิ์”ผู้ถูกตรวจสอบ โดยมิต้องให้นักการเมืองผู้นั้นมา “ข่มขู่”

ริจะเล่นการเมือง เหมือน เดินตากฝน มันต้องเปียก. เดินกลางแดด มันต้องร้อน ถ้าไม่อยากเปียก ไม่อยากร้อน ก็จงอยู่บ้าน ทำธุรกิจของตัวเอง “โปรดอย่ามาเยอะ!”

จงเข้าใจว่า ประเด็น เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ครั้งนี้เขาต้องการพิสูจน์ว่าในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ธนาธร ยังถือหุ้นในบริษัทสื่อ ตามนิตินัย หรือ คำถามในขณะนั้นพยานหลักฐานที่ ธนาธร แสดงต่อสาธารณะและกกต. เป็นพยานหลักฐานที่สร้างขึ้นรองรับการโอนหุ้นกันเองภายใน ที่ ทางการไม่รับรู้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ให้ กกต.และศาลสถิตยุติธรรมได้เชื่อตามที่แสดง ไม่ใช่มาข่มขู่ หรือปฏิเสธกระบวนการตรวจสอบ เพราะกระบวนการเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อขัดขวางใครโดยเฉพาะ แต่เป็นกติการ่วมกันของสังคม

‘รถเมล์–รถไฟฟ้า’ ฟรี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370298?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘รถเมล์–รถไฟฟ้า’ ฟรี

2 พฤษภาคม 2562 – 00:00 น.
อ๊อด เทอร์โบ,รถเมล์ฟรี,รถไฟฟ้าฟรี,ขสมก,รถโดย,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,รถชัตเติลบัส
เปิดอ่าน 1,235 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมชมพระราชพิธีอันสำคัญยิ่ง และจะจารึกเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

วันนี้ขอเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบถึงการบริการประชาชน ‘ฟรี’ จากรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที

รวมถึงรถเมล์เฉพาะกิจและรถโดยสารและรถโดยสารธรรมดาจาก ขสมก. ก็มีหลายเส้นทางจัดส่งฟรี รวมถึงรถไฟอีกหลายขบวนซึ่งจะนำมาแจ้งให้ทราบต่อไป

นี่คือการร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานเพื่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งคาดว่าจะมีพสกนิกรร่วมถวายความจงรักภักดี และร่วมรับเสด็จนับล้านคนและการเฝ้าชมพระราชพิธีทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทั้งประเทศ
อ๊อด เทอร์โบ


ขสมก.จัดเดินรถโดยสารให้บริการฟรีระหว่างวันนี้-7 พฤษภาคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางไปชมพระราชพิธีและชื่นชมพระบารมี โดยมีรายละเอียด ดังนี้

รถเฉพาะกิจ (รถโดยสารธรรมดา) (จอดรับส่งทุกป้าย) จำนวน 6 เส้นทาง ให้บริการวันที่ 1 และ 7 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ดังนี้ เส้นทางที่ 1 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามหลวง เส้นทางที่ 2 สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร)-สนามหลวง เส้นทางที่ 3 วงเวียนใหญ่-สนามหลวง เส้นทางที่ 4 สนามศุภ ชลาศัย-สนามหลวง เส้นทางที่ 5 สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)-สนามหลวง เส้นทางที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพง-สนามหลวง

รถชัตเติลบัส (รถโดยสารธรรมดา) (รับจากจุดจอด-จุดส่ง) จำนวน 11 เส้นทาง และรถเฉพาะกิจ (รถโดยสารธรรมดา) (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 6 เส้นทาง ให้บริการระหว่างวันนี้-4 พฤษภาคม  ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. โดยมีรายละเอียดเส้นทาง ดังนี้

รถชัตเติลบัส (รับจากจุดจอด-จุดส่ง) จำนวน 11 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ-สนามหลวง เส้นทางที่ 2 สโมสรตำรวจ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์-สนามหลวง เส้นทางที่ 3 สโมสรทหารบก, กทม.2-สนามหลวง เส้นทางที่ 4 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต-สนามหลวง เส้นทางที่ 5 ที่จอดรถเอ็มอาร์ที รัชดาฯ, เอ็มอาร์ที ลาดพร้าว, ศาลอาญา, สำนักงานอัยการสูงสุด, ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่-สนามหลวง

เส้นทางที่ 6 อิเกีย, เมกาบางนา, ไบเทคบางนา-สนามหลวง เส้นทางที่ 7 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง-สนามหลวง เส้นทางที่ 8 ท่าเรือคลองเตย, โรงงานยาสูบ, แอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน-สนามหลวง เส้นทางที่ 9 เซ็นทรัลพระราม 2, โรงเรียนบางมดวิทยา-สนามหลวง เส้นทางที่ 10 พุทธมณฑลสาย 4, เซ็นทรัลศาลายา, อู่บรมราชชนนี, วิทยาลัยทองสุข-สนามหลวง เส้นทางที่ 11 เซ็นทรัลเวสต์เกต-สนามหลวง

รถเฉพาะกิจ (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามหลวง เส้นทางที่ 2 สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร)-สนามหลวง เส้นทางที่ 3 วงเวียนใหญ่-สนามหลวงเส้นทางที่ 4 สนามศุภชลาศัย-สนามหลวง เส้นทางที่ 5 สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)-สนามหลวง
เส้นทางที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพง-สนามหลวง

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในช่วงวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 จะจัดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ฟรี ตลอดเส้นทาง ในวันที่ 5 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และผู้โดยสารรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที สามารถกดรับตั๋วโดยสารฟรีได้ทุกสถานี

ผู้ใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน ระบบจะไม่ตัดเงินในวันดังกล่าว แต่สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมจำนวนเที่ยว ต้องกดรับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวจากตู้จำหน่ายตั๋วได้ทุกสถานี

ทั้งนี้ กทม.ได้ประกาศยกเว้นค่าโดยสารในส่วนต่อขยายตั้งแต่สถานีอ่อนนุช-สถานีเคหะฯ และสถานีวงเวียนใหญ่–สถานีบางหว้า ฟรีตั้งแต่วันที่ 4-6 พฤษภาคม ด้วย

ขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมใจใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอันเป็นมงคลยิ่ง

บริคณห์สนธิครอบจักรวาล…โทษประหารว่าที่ ส.ส.?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370289?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

บริคณห์สนธิครอบจักรวาล…โทษประหารว่าที่ ส.ส.?

1 พฤษภาคม 2562 – 15:20 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,โทษประหาร,สส
เปิดอ่าน 1,091 ครั้ง

คอลัมน์…  ล่าความจริง.. พิกัดข่าว โดย… ปกรณ์  พึ่งเนตร 

การตรวจสอบจากสังคมอย่างหนักหน่วง และการตอบโต้จากผู้ถูกตรวจสอบแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ว่าด้วยข้อเท็จจริงเรื่องการโอนหุ้นกิจการสื่อสารมวลชนของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคสีส้ม ทำให้เกิดประเด็นแตกหน่อต่อยอดไปมากมาย โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน

ประเด็นสำคัญที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคือการตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อ มีปัญหาทั้งในเชิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบบางรายอ้างว่า บริษัทที่ตนเองถือหุ้นอยู่นั้นไม่ได้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนจริงๆ เพียงแต่ตอนยื่นขอจดแจ้งก่อตั้งบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์ จะมีแบบฟอร์มมาให้กรอกเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การประกอบกิจการ พูดง่ายๆ คือ “รูปแบบธุรกิจ” ซึ่งมีอยู่ในแบบฟอร์มเป็นเอกสารอยู่แล้ว 22 รูปแบบ รวมถึงกิจการสื่อสารมวลชนด้วย

ฉะนั้นแม้จะไม่ได้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนจริงๆ แต่ในบริคณห์สนธิก็จะมีแนบเอกสารแบบฟอร์มที่ว่านี้ กลายเป็นว่าแทบทุกกิจการที่จดแจ้งตั้งบริษัทจะมีวัตถุประสงค์อยู่ข้อหนึ่ง คือประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ด้วย

เรื่องนี้เข้าไปดูได้ง่ายๆ ที่หน้าเว็บของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพราะสมัยนี้เขาโหลดเอกสารเตรียมจดแจ้งก่อตั้งบริษัทแบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย จากหน้าหลัก เมื่อคลิกต่อไปที่หน้าการจดทะเบียนตั้ง “บริษัทจำกัด” จะพบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่คำขอจัดตั้งบริษัท, หนังสือบริคณห์สนธิ, รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ พูดง่ายๆ คือวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ มีแยกย่อยเป็นกิจการพาณิชยกรรม ธุรกิจบริการ กิจการอุตสาหกรรม หัตถกรรม และอื่นๆ

เมื่อลองคลิกเข้าไปดูหัวข้อ “รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบกิจการ” จะเจอหน้ากระดาษว่างๆ ที่ต้องวัตถุประสงค์เข้าไปเองเป็นข้อๆ ส่วนหัวกระดาษจะมีช่องให้เติม “ชื่อบริษัท” กับ “ทะเบียนเลขที่” เอกสารนี้เรียกว่า “แบบ ว.” ไม่มีตัวเลขกำกับ

ส่วนเอกสารตัวปัญหาที่กำลังพูดถึงกันอยู่ คือเอกสาร “แบบ ว.1” เป็นเอกสารเกี่ยวกับ “รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบพาณิชยกรรม” คือการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ทั่วๆ ไป เอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเขียนวัตถุประสงค์รวมๆ มาให้ 22 ข้อ เช่น ประกอบกิจการค้าข้าว ค้าผัก ผลไม้ วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ โดยกิจการหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ สื่อมวลชน อยู่ในข้อ 17 ซึ่งเป็นข้อเดียวกับการประกอบกิจการค้ากระดาษ แบบเรียน เครื่องเขียน จะเห็นได้ว่าเขียนไว้ครอบจักรวาล

โดยมากทนายที่ปรึกษาการเปิดบริษัทจะแนะนำให้ผู้ที่จะก่อตั้งบริษัทแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครอบจักรวาลเอาไว้ก่อน เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้ไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมอีก (ซึ่งต้องแก้บริคณห์สนธิ ต้องมีการประชุมกรรมการบริษัท ขั้นตอนยุ่งยาก)

ฉะนั้นเวลาเขายื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทกันจริงๆ ก็จะยื่นเอกสาร “แบบ ว.1” คือวัตถุประสงค์รวมๆ แนบไปด้วยกับ “แบบ ว.” ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์จริงๆ ของบริษัทนั้นๆ เขียนเพิ่มเข้าไป เป็นข้อ 23-24-25 ว่าไป และจำนวนวัตถุประสงค์เป็นข้อๆ นี้เอง จะไปปรากฏในหนังสือ “บริคณห์สนธิ”

จุดนี้เองทำให้มีการตีความจากผู้สมัคร ส.ส.หลายคนว่า หากกิจการที่ตนเองประกอบการจริงๆ ไม่ได้เป็นกิจการสื่อสารมวลชนก็ไม่ต้องโอนหรือขายหุ้นให้บุคคลอื่น ยังสามารถถือครองหุ้นต่อไปได้ เพราะถ้ายึดเอาเฉพาะวัตถุประสงค์รวมๆ ตามเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะเข้าข่ายถือหุ้นสื่อแทบจะทุกราย (เฉพาะที่ยื่นประกอบกิจการพาณิชยกรรมเท่านั้น ถ้าเป็นกิจการบริการ อุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ก็จะไม่มีวัตถุประสงค์เรื่องทำสื่อ)

ล่าสุดเริ่มมีกระแสออกมาเรียกร้องให้ศาลหรือองค์กรอิสระที่รับผิดชอบ ร่วมกันวางบรรทัดฐานให้ชัดเจนว่าการถือครองหุ้นกิจการสื่อสารมวลชนต้องเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนจริงๆ เท่านั้นหรือไม่ หรีอจะพิจารณาเฉพาะจาก “บริคณห์สนธิ” หรือ “เอกสารการก่อตั้งบริษัท” แต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้ายึดเฉพาะบริคณห์สนธิที่มีวัตถุประสงค์การประกอบกิจการแบบครอบจักรวาลเอาไว้ ก็น่าจะกระทบกับผู้สมัครจำนวนมาก

“ล่าความจริง” สอบถามความเห็นเรื่องนี้กับอดีตผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ท่านยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ให้คำตอบยากอยู่เหมือนกันว่าจะยึดตามบริคณห์สนธิ หรือการประกอบกิจการจริง และต้องดูว่าความผิดฐานนี้ต้องมีเจตนาหรือเปล่า เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายคือป้องกันผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้สื่อเป็นเครื่องมือ หรือครอบงำสื่อเพื่อสร้างความนิยมให้ตัวเอง ฉะนั้นถ้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนไว้เฉยๆ แต่ยังไม่ได้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชน แม้จะระบุวัตถุประสงค์ในบริคณห์สนธิก็น่าจะยังไม่มีเจตนาใช้สื่อเป็นเครื่องมือ เพราะยังไม่ได้ทำจริงๆ

แต่อีกด้านหนึ่งก็เกิดคำถามได้เหมือนกันว่าถ้าไม่ยึดตามบริคณห์สนธิแล้วจะให้ยึดตามอะไร เพราะการจดทะเบียนตั้งบริษัทด้วยวัตถุประสงค์ครอบจักรวาลก็อาจมองได้ว่าผู้ขอจดแจ้งตั้งบริษัทมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ตั้งแต่แรก ตีขลุมเผื่อไว้ก่อนเพื่อความสะดวกสบายของตนเอง ถ้าแบบนี้การผ่อนปรนก็อาจจะเข้าทางพวกหัวหมอ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการยื่นจดทะเบียนเอง น่าจะมีความเสี่ยงว่าผิดมากกว่าคนที่ไปซื้อหุ้นต่อมา เพราะคนที่ซื้อต่ออาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วบริษัทจดแจ้งวัตถุประสงค์อะไรไว้บ้าง แต่ตัวคนก่อตั้ง หรือเจ้าของกิจการเองต้องทราบแน่ๆ

ประเด็นนี้ถือว่าอ่อนไหวและต้องรอองค์กรที่เกี่ยวข้องชี้ขาดเพื่อวางบรรทัดฐานที่ชัดเจน

โมเดล “แดงลับแล” กลยุทธ์ป้อง “พ่อฟ้า”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370299?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โมเดล “แดงลับแล” กลยุทธ์ป้อง “พ่อฟ้า”

1 พฤษภาคม 2562 – 12:34 น.
อนาคตใหม่,ธนาธร,กกต,นปช,เสื้อแดง,ปีกซ้าย,ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย,จตุพร พรหมพันธุ์,ปัณณวัฒน์ นาคมูล,คณะกรรมการการเลือกตั,ผลการนับคะแนน,พิษหุ้นสื่อ,หุ้นสื่อ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ
เปิดอ่าน 1,897 ครั้ง

ฟังถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคช่วงหลังๆ ส่อเค้าจะเข้าข่ายปูทางสู่ท้องถนนไม่ใช่น้อยเลย

******************

เป็นไปตามคาด กองเชียร์สีส้มส่งเสียงกระหึ่มสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าให้ถ้อยคำแก่คณะอนุกรรมการไต่สวน กกต. เพื่อชี้แจงกรณีการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด บรรยากาศไม่ต่างจากวันที่ “ธนาธร” ไป สน.ปทุมวัน

แม้อดีตนักกิจกรรมธรรมศาสตร์จะออกตัวว่า “เรามีวีรชนมากเกินไปแล้ว” เมื่อถูกสื่อรุ่นใหญ่ถามว่าจะเล่นการเมืองบนถนนหรือไม่? แต่ฟังถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคช่วงหลังๆ ส่อเค้าจะเข้าข่ายปูทางสู่ท้องถนนไม่ใช่น้อยเลย

แดงแปลงเป็นส้ม

เพจพรรคอนาคตใหม่-อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2562 อัพสเตตัสร้อนๆ “ด่วน!!!เชิญชวนชาวอนาคตใหม่และผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านร่วมส่งกำลังใจให้ธนาธร พร้อมกัน 9 โมงเช้า วันอังคารที่ 30 เมษายน 2562…”

เมื่อถึงเวลานัดหมายที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ปัณณวัฒน์ นาคมูล” หัวหน้าคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง สวมเสื้อสีส้ม ถือป้ายไวนิลข้อความ Save Thanathon อนาคตใหม่-อุตรดิตถ์ พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว

ปัณณวัฒน์ นาคมูล

“ปัณณวัฒน์” ได้อ่านประกาศเจตนารมณ์ 9 ข้อ สรุปได้ใจความว่า คดีความที่เกิดขึ้นกับธนาธรในเวลานี้ เป็นฝีมือเผด็จการกลั้นแกล้ง พวกเขาจึงต้องให้กำลังใจแก่ธนาธร เพราะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นผู้นำประชาธิปไตยมาให้ประเทศไทย

ปัณณวัฒน์ หรือ จเร นาคมูล สมัยเป็นแกนนำ นปช.เมืองลับแล

“ชาวอนาคตใหม่อุตรดิตถ์พร้อมที่จะเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบและทุกอำเภอ เพื่อปกป้องประชาธิปไตยและปกป้องนายธนาธร”

          ชาวอนาคตใหม่เมืองลับแล ก็คืออดีตสมาชิก นปช. พวกเขาถอดเสื้อแดง หันมาใส่เสื้อส้มแทนนั่นแล

ปีกซ้าย” รามคำแหง

ทำไมต้องสนใจ มวลชนส้มหวาน” เมืองพระยาพิชัยดาบหัก? ฝ่ายความมั่นคงทราบดีว่า ปัณณวัฒน์ นาคมูล  หรือชื่อเดิม จเร นาคมูล” นั้น เป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 17 จังหวัดภาคเหนือ

สมัยที่หนุ่มชาวลับแล “จเร” เรียนรามคำแหง ได้ร่วมทำกิจกรรมการเมืองกับพรรคนักศึกษา 7 คณะ อันเป็นพรรคปีกซ้ายในรั้วลูกพ่อขุนปี 2531 จเรร่วมกับเพื่อนชาวใต้-สมบูรณ์ เชาวนา และวัชระ เพชรทอง ก่อตั้งพรรคอธิปัตย์ ลงเลือกตั้งนายก อศมร. จนได้เป็นฝ่ายบริหาร อศมร.สองสมัย

เมื่อเรียนจบรามคำแหง จเรหรือปัณณวัฒน์ก็กลับบ้านเกิด เป็นนักข่าวท้องถิ่น หลังจากนั้นก็หันไปเล่นการเมืองเป็น ส.อบจ.เขต อ.ลับแล และช่วยเป็นมือทำงานมวลชนให้ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต ส.ส.หลายสมัย

          สมัยแดงทั้งแผ่นดิน ปัณณวัฒน์กระโดดมาช่วยรุ่นน้องรามคำแหง-จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นแม่ทัพแดงอุตรดิตถ์ และประธาน นปช.ภาคเหนือ

กลยุทธ์การเคลื่อนไหวของนปช.เมืองพระยาพิชัยดาบหัก ได้ชื่อว่า “รวดเร็ว เฉียบขาด” จึงเป็นกำลังหลักในนปช.ในยุทธการแดงทั้งแผ่นดิน

          เลือกตั้งเที่ยวนี้ จเรเลือกพรรคอนาคตใหม่ เพราะเป็นพรรคปีกซ้ายในฝันของเขา

รอบหน้า “เพื่อไทย” หืดจับ

แม้ผลเลือกตัั้ง ส.ส.อุตรดิตถ์ เมื่อ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พรรคส้มหวานจะรู้ผิดหวัง เพราะเลิศศักดิ์ จันทร์สูง ว่าผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ได้ 23,828 คะแนน และภิศิษฐ์ วงศ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 ได้ 16,020 คะแนน โดยภาพรวมพรรคน้องใหม่ถูกแชมป์เก่าค่ายเพื่อไทยทิ้งห่าง

เลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทยต้องปรับทัพใหม่ เพราะเมืองลับแลเหลือ 2 เขต จึงให้ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ไปลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนส.ส.เขตก็ส่ง กนก ลิ้มตระกูล ลงเขต 1 และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เขต 2 ส่วน กฤษณา สีหลักษณ์ ตัวแทนกลุ่มทุนใหญ่เมืองลับแลย้ายไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักชาติ การปรับทัพเพื่อไทยก็ส่งผลให้เกิดรอยร้าวลึก

ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้สนับสนุน นปช. เมืองลับแล

“ปัณณวัฒน์” ในฐานะแม่ทัพอนาคตใหม่อุตรดิตถ์ ไม่ถอดใจ และหวังที่จะเปลี่ยนใจ “คนรักทักษิณ” ได้ จึงขอเดินหน้าสร้างเครือข่ายพลพรรคสีส้มไปทั่วทั้งจังหวัด หากมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็พร้อมชนค่ายเพื่อไทยและค่ายพลังประชารัฐ

          อดีตนักกิจกรรมปีกซ้ายในรั้วรามฯ เชื่อลึกๆ ว่า ทักษิณจบแล้ว จากนี้ไปเป็นเวลาของอนาคตใหม่

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถ่ายทอดสด 3-6 พ.ค.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370286?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถ่ายทอดสด 3-6 พ.ค.

1 พฤษภาคม 2562 – 08:05 น.
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,อ๊อด เทอร์โบ
เปิดอ่าน 2,945 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติตามโบราณราชประเพณี คาดว่าจะมีพสกนิกรชาวไทยเข้าร่วมถวายความจงรักภักดีหลายแสนคน

สำหรับประชาชนทั่วประเทศจะได้ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล)

‘อ๊อด เทอร์โบ’ ขอนำกำหนดเวลามาแจ้งให้ทราบเพื่อจะได้ชมพระราชพิธีสำคัญโดยพร้อมกัน

นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมถวายความจงรักภักดีทั่วกัน


 กำหนดวัน-เวลาถ่ายทอดสด
โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แจ้งแผนการถ่ายทอดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกดังนี้

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม เริ่มถ่ายทอดสดเวลา 09.40 น. จนเสร็จสิ้นพิธี ประมาณเวลา 18.00 น. ตั้งแต่เริ่มการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เชิญพระสุพรรณบัฏดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร นมัสการพระรัตนตรัยถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิและจุดเทียนชัยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดระหว่างเวลา 09.00 น. ถึงเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ 17.30 น. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สรงพระมุรธาภิเษก ทรงรับน้ำอภิเษก เสด็จออกมหาสมาคมรับถวายพระพรชัยมงคล ประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ถวายบังคมพระบรมอัฐิปละพระอัฐิ สดัปกรณ์

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดระหว่างเวลา 08.40 น. จนถึงเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ 22.00 น. เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระรามาภิไธยและสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 16.10 น. ไปจนเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ 17.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

ลำดับต่อมาเสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นเวลา 19.00-19.30 น. ถ่ายทอดสดการแสดงการแปลอักษรเฉลิมพระเกียรติด้วยโดรน 300 ลำ ณ ท้องสนามหลวง


 ‘หมอแจ๊ส’ ปิดคลินิกอย่างถาวร
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ (ผ่านไปยังผู้ป่วย)

ผมเคยไปรักษาอาการเจ็บเข่าที่คลินิก ‘บิ๊กแจ๊ส’ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘หมอแจ๊ส’ และอาการดีขึ้น และบอกต่อให้คนเจ็บ-คนป่วยไปรักษาโดยเสียค่าไหว้ครูแค่ 19 บาท เรียกว่าค่าบูชาครู

น่าเสียดายเหลือเกินที่หมอแจ๊สประกาศเลิกรักษาผู้ป่วยแล้ว ตามข่าวว่าจะปิดคลินิกหยุดการรักษาผู้ป่วยอย่างถาวร โดยจะรักษาถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นวันสุดท้าย และตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม จะหยุดโดยไม่มีกำหนด เพื่อความสบายใจของกระทรวงสาธารณสุข หลังจากมีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขบุกเข้าตรวจคลินิกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘หมอแจ๊ส’ ได้เปิดรักษาผู้ป่วยมาเป็นระยะเวลานานเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่เจ็บป่วยจากระบบไหลเวียนของโลหิต ไม่ได้คิดค่ารักษา
ผมเสียดายที่ที่พึ่งของผู้ป่วย ผู้มีรายได้น้อยต้องหมดไป และฝากถามไปยังรัฐมนตรีสาธารณสุขว่า นี่เป็นเรื่องการเมืองใช่หรือไม่?
สุรัตน์ (สระบุรี)

แพ้ไม่ได้! ศึกศักดิ์ศรี “เจ้าพ่อสิบล้อนครปฐม”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370175?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แพ้ไม่ได้! ศึกศักดิ์ศรี “เจ้าพ่อสิบล้อนครปฐม”

30 เมษายน 2562 – 11:56 น.
นับคะแนนใหม่่,กกต,เลือกตั้ง 2562,ผลการเลือกตั้ง,สส,ว่าที่ สส,พรรคอนาคตใหม่,พรรคประชาธิปัตย์,สนามนครปฐม,จนครปฐม,กรรมการการเลือกตั้ง,เอกพันธุ์ คุปตวัช,สุนทร แก้วพิจิตร,ป๋าสุนทร
เปิดอ่าน 8,303 ครั้ง

การนับคะแนนใหม่เริ่มขึ้นแต่เช้าวันที่ 28 เมษายนนี้ ท่ามกลางการเฝ้าติดตามของแกนนำปชป. และอนาคตใหม่

*********************

เกมนับคะแนนใหม่ที่สนามเลือกตั้งนครปฐม สะท้อนความเก๋าของทีมงานพรรคประชาธิปัตย์และความอ่อนด้อยประสิทธิภาพของ กกต.นครปฐม

เรื่องเดิมมีอยู่ว่า คืนวันที่ 24 มีนาคม 2562 กกต.ประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการเขต 1 นครปฐม พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ได้ 36,762 คะแนน สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ พรรคอนาคตใหม่ได้ 35,615 คะแนน ห่างกันเพียง 147 คะแนน ฝ่ายอนาคตใหม่ จึงร้อง กกต.ให้นับคะแนนใหม่

สู้จนถึงฎีกาฟ้าสาง

การนับคะแนนใหม่เริ่มขึ้นแต่เช้าวันที่ 28 เมษายนนี้ ท่ามกลางการเฝ้าติดตามของแกนนำปชป. และอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคส้มหวาน มาสังเกตการณ์ตอนเช้าแล้วก็เดินทางกลับ

ส่วนทีม ปชป.มากันพรึบ ไล่มาตั้งแต่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ว่าที่ ส.ส.ภาคกลาง และผู้สมัคร ส.ส.นับสิบคน

จุรินทร์ สาธิต และ ป๋า สุนทร แก้วพิจิตร เกาะติดนับคะแนน

ที่ขาดไม่ได้คือ “สาธิต ปิตุเตชะ” ว่าที่ ส.ส.ระยอง และแม่ทัพภาคกลาง ที่เป็นคนชักชวน “เสธ.แก้ว” หรือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร จากชาติไทยพัฒนามาอยู่ ปชป.

ประมาณทุ่มเศษ สาธิต แถลงข่าวผลการนับคะแนนของทีมงานปชป. ปรากฏว่า “เสธ.แก้ว” ได้ 35,711 คะแนน สาวิกาได้ 35,707 คะแนน ชนะคู่แข่ง 4 คะแนน

สาธิต ควงแขน พ.ท.สินธพ และป๋า สุนทร แถลงชัยชนะ

ตกสามทุ่ม กกต.นครปฐมคนหนึ่งให้สัมภาษณ์สื่อว่า อนาคตใหม่ได้ 35,707 คะแนน ปชป.ได้ 35,645 คะแนน อนาคตใหม่พลิกกลับมาชนะ 62 คะแนน

สาธิตและทีมงานกลับมาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ตรวจสอบใบนับคะแนนทั้ง 245 หน่วยอีกครั้ง ก็ยังพบว่าคะแนน ปชป.ชนะอนาคตใหม่ 4 คะแนน แต่ที่มีปัญหาเฉพาะหน่วยที่ 25 เจ้าหน้าที่ทำผิดพลาด

          เหตุที่พลาดเพราะเจ้าหน้าที่กกต.กรอกคะแนนของ “เสธ.แก้ว” ให้ช่องผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาภิวัฒน์ที่อยู่ด้านบน

สมรภูมิเมืองเจดีย์ใหญ่

ภูมิศาสตร์การเมืองนครปฐมแบ่งแยกกันโดยกลุ่มผู้มากบารมี 2 บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือ แก้วพิจิตร” จะมีฐานเสียงอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม

ส่วนตระกูล สะสมทรัพย์” กินพื้นที่รอบนอกไล่ไปตั้งแต่ กำแพงแสน บางเลน ดอนตูม พุทธมณฑล นครชัยศรี และสามพราน

เขต 1 นครปฐม (อ.เมืองนครปฐม) บรรหาร ศิลปอาชา เคยอาศัยกำนันประสานต์ บุญมี เป็นตัวหลัก เมื่อไม่มีกำนันประสานต์ บรรหารก็ดึง กำนันไก่” สมพัฒน์ แก้วพิจิตร ลงสนาม และรักษาพื้นที่ไว้ได้

ป๋าสุนทร วัย 87 ปี ประธานสภาเทศบาลนครปฐม

กำนันไก่ เป็นลูกชาย “สุนทร แก้วพิจิตร” หรือ “ป๋าสุนทร” ทำงานการเมืองท้องถิ่นในนาม “กลุ่มสันติธรรม” ยึดครองเทศบาลเมืองนครปฐมมานานกว่า 4 ทศวรรษ

เมื่อกำนันไก่เสียชีวิต ป๋าสุนทรก็ส่งลูกชายอีกคนหนึ่งคือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ลงสนาม ก็ได้เป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา

          บังเอิญ “เสธ.แก้ว” ในฐานะนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครปฐม เป็นเพื่อนรักกับสาธิต ปิตุเตชะ จึงย้ายมาสังกัดประชาธิปัตย์

เจ้าพ่อสิบล้อนครปฐม

“ป๋าสุนทร” ประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม วัย 87 ปี ยังแข็งแรงและเป็นพี่เลี้ยงให้หลานชาย “เอกพันธุ์ คุปตวัช” นายกเทศมนตรีนครนครปฐม

          สุนทร แก้วพิจิตร เป็นนายกเทศมนตรีนครปฐม มาแต่ก่อนปี 2528 ก่อนจะส่งต่อให้ลูกชาย เสรินทร์ แก้วพิจิตร และตกมาถึงรุ่นหลานในพ.ศ.นี้

ตระกูล “คุปตวัช” กับ “แก้วพิจิตร” ทำธุรกิจในนามบริษัท สหอรพรรณ จำกัด และบริษัทในเครืออรพรรณ ซึ่งประกอบกิจการรถบรรทุก สถานีบริการน้ำมัน โรงแรม และรับเหมาก่อสร้าง

เอกพันธุ์ คุปตวัช” นายกเทศมนตรีนครนครปฐม

          เฉพาะ กมล คุปตวัช บิดาของนายกเอกพันธุ์นั้น เคยเป็นนายกสมาคมรถบรรทุกจังหวัดนครปฐม นายกสมาคมอู่ซ่อมรถยนต์และเครื่องจักรกลจังหวัดนครปฐม

“กมล” เป็นเจ้าพ่อสิบล้อตัวจริง และผู้มากบารมีแห่งวงการรถบรรทุกระดับประเทศ กมลเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้

ตระกูลสะสมทรัพย์ “เสี่ยอ้อน ไชยา” ได้ให้ความเคารพป๋าสุนทร และเสี่ยกมลอย่างจริงใจ โดยทางกาiเมือง ตระกูลสะสมทรัพย์ จะไม่ต่อสู้แตกหักกับตระกูลแก้วพิจิตร

           นี่คือวิถีคนบ้านใหญ่และมากบารมีแห่งเมืององค์พระ

เด็กไทย28%อยู่กับพ่อแม่กระตุ้นท้องถิ่นปรับวิธีบ่มเพาะดูแล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370171?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เด็กไทย28%อยู่กับพ่อแม่กระตุ้นท้องถิ่นปรับวิธีบ่มเพาะดูแล

30 เมษายน 2562 – 11:10 น.
เด็กไทย,พ่อ,แม่
เปิดอ่าน 525 ครั้ง

รายงาน….

มีเด็กไทยเพียง 28%   เท่านั้นที่อยู่กับพ่อแม่   ซึ่งเป็นสาเหตุของสภาพปัญหาด้านสุขภาพ  นั่นนับเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งแก้ไขเยียวยา

เมื่อวันที่ 22-24 เมษายน 2562 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมแพค เมืองทองธานี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้จัดเวทีสานพลัง สร้างปัญญา พัฒนาเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา เพื่อสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัย โดยมีองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

“ดวงพร เฮงบุณยพันธ์” ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน เปิดเผยถึงปัญหาคุณภาพเด็กปฐมวัยของไทยว่า โจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักถึงสถานการณ์สุขภาวะเด็กปฐมวัยในปัจจุบัน คือ สร้างเด็กให้มีคุณภาพได้อย่างไร

จากการจัดเก็บข้อมูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จำนวน 2,148 แห่ง ครอบคลุมกลุ่มประชากร 9 ล้านคน กว่า 3 แสนครอบครัว พบสัดส่วนเด็กปฐมวัยประมาณ 3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ที่สำคัญยังพบด้วยว่าเด็กที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่นั้น มีเพียง 28% เท่านั้น และอยู่กับปู่ย่าตายาย 43% และอยู่กับบุคคลอื่น 28%

แต่เมื่อสำรวจในพื้นที่ตำบลต้นแบบของเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จำนวน 33 แห่ง 7,752 ครัวเรือนแล้ว กลับพบว่ามีเด็กอยู่กับพ่อแม่ถึง 6,067 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 78.54% อยู่กับปู่ย่าตายาย 10.58% และอยู่กับบุคคลอื่น 11.24% ทั้งนี้เป็นเพราะท้องถิ่นต้นแบบเหล่านี้มีกระบวนการติดตามเด็กๆ เป็นรายบุคคล ทำให้ทราบถิ่นที่อยู่แน่ชัด รวมทั้งได้รับแนวทางและองค์ความรู้ในการจัดการเด็กปฐมวัยในชุมชนตัวเองอย่างเป็นระบบ

“การที่เด็กไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่นั้น จะเกิดผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การเติบโตช้า พัฒนาการล่าช้า เจ็บป่วย ขาดผู้ดูแล และปัญหาความรุนแรง เพราะการปล่อยให้เด็กอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุหรือคนอื่น การดูแลเอาใจใส่อาจไม่ทั่วถึงและยังไม่ดีพอเหมือนพ่อแม่ และกลายเป็นภาระของพ่อแม่ผู้ปกครองในที่สุด”

ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ อปท.ซึ่งดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.) หรือภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา จึงต้องช่วยกันออกแบบการดูแลเด็กที่เหมาะสม ขณะเดียวกันต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับบริบทท้องที่และสังคมปัจจุบัน โดยจะเอาฐานเดิมมาเป็นตัวตั้งไม่ได้ เช่น ความเป็นอยู่ของเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เหมือนในอดีต ขณะเดียวกันภาวะถาโถมต่างๆ โดยเฉพาะในครอบครัวแรงงาน ทำให้การดูแลเด็กมีความซับซ้อนยากขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีคนเข้าไปช่วยเหลือและประคับประคอง ดังนั้นท้องถิ่นจึงต้องสร้างทุนทางสังคมและชุมชนเพื่อเข้าไปหนุนเสริมช่วยเหลือ เด็กจะได้เติบโตไปในทางที่ดี

ด้าน “สมพร ใช้บางยาง” ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นให้น่าอยู่ สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน กล่าวว่า เป้าหมายร่วมกันของทั้ง 4 องค์กร คือ อยากเห็นชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง เป็นฐานที่มั่นคงของประเทศชาติ ถ้าชุมชนเข้มแข็ง ประเทศชาติก็จะเข้มแข็งและยั่งยืน เปรียบเสมือนการสร้างเจดีย์ ซึ่งฐานของประเทศต้องแข็งแรง ส่วนกลางเจดีย์คือการขับเคลื่อนด้วยระบบต่างๆ และยอดเจดีย์คือความเป็นธรรม

ทั้งนี้ได้กำหนดปฏิญญาร่วมกันในการดำเนินตามศาสตร์พระราชา คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” “ระเบิดจากข้างใน” และ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งปัจจัยในการเดินตามรอยศาสตร์พระราชา คือการสร้างมนุษย์ที่ปัญญาควบคู่การมีคุณธรรม ดังนั้นจึงต้องมาร่วมกันคิดร่วมกันทำในการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ มีความรู้ ความรับผิดชอบ อันเปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ให้มีผลที่สมบูรณ์ ต้องมีเมล็ดพันธุ์ดี ดูแลพรวนดิน คือการเอาใจใส่ที่ดี ต้นไม้ก็จะงอกเงยและงอกงามในวันข้างหน้า

“การบ่มเพาะเด็กให้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี คือหน้าที่ของพลเมืองไทยทุกคน ซึ่งจากการทำงานของทั้ง 4 องค์กรแม้จะเป็นองค์กรเล็กๆ แต่ก็เป็นการขับเคลื่อนแบบองคาพยพ ภายใต้เครือข่ายท้องถิ่นทั่วประเทศ” สมพรกล่าว

ธนาธรจะปลุกยังไง? “ฟิวเจอร์ริสต้า” หรือ “เรดการ์ด”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370166?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ธนาธรจะปลุกยังไง? “ฟิวเจอร์ริสต้า” หรือ “เรดการ์ด”

30 เมษายน 2562 – 10:40 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ฟิวเจอร์ริสต้า,ปิยบุตร,Futurista
เปิดอ่าน 3,393 ครั้ง

คอลัมน์… กระดานความคิด โดย… บางนา บางปะกง

วันนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่เขต 1 นครปฐม มีเรื่องสุดดราม่า ทั้งอลเวงอลวน แต่มีข้อน่าสังเกตประการหนึ่งคือ บรรยากาศกองเชียร์สองฝ่าย

พรรคอนาคตใหม่ จะเป็นอาสาสมัครที่เรียกว่า ฟิวเจอร์ริสต้ากว่า 200 คน ร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ ส่วนฟากประชาธิปไตย จะเป็นหญิงสูงวัยสวมเสื้อเหลืองมาเป็นกลุ่มๆ

คำว่า “ฟิวเจอร์ริสตา” (Futurista) นั้น พรรคอนาคตใหม่ได้จัดตั้งขึ้นมาอาสาสมัครประจำหน่วยเลือกตั้งเพื่อเฝ้าดู ตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พูดง่ายๆ ฟิวเจอร์ริสตา ก็คือ “หัวคะแนนศตวรรษที่ 21” นั่นเอง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยปราศรัยบนเวทีหาเสียงกล่าวถึงบทบาทหัวคะแนนยุคใหม่ว่า “ฟิวเจอร์ริสต้าของเรา อยากให้ช่วยเผยแพร่ข้อเท็จจริงเพื่อโต้ตอบข่าวลวง โต้ตอบการกระทำที่จะทำให้ประชาชนเกลียดชังกัน ช่วยกันกดไลค์ กดแชร์ เผยแพร่ ข้อความที่เป็นจริงที่ถูกต้อง รวมถึงอุดมการณ์ของพรรคในเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือโซเชียลมีเดียของตัวเองทุกช่องทาง”

ดังนั้นหัวคะแนนพรรคคู่แข่งของอนาคตใหม่จึงสงสัยว่า ทำไมผู้สมัครส.ส.พรรคส้มหวานไม่ค่อยเดินเคาะประตูบ้าน เพราะจริงๆ แล้ว ฟิวเจอร์ริสต้า จะทำงานในโลกออนไลน์

          ฟิวเจอร์ริสต้า จะคอยฟังคำอบรมสั่งสอนจาก “ธนาธร-ปิยบุตร” เกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องมีเสรีภาพและเท่าเทียมกัน ต้นตอของทุกปัญหามาจากปัญหา “โครงสร้างการเมืองไทย” ที่ล้าหลัง จึงต้องทำการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด 

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ได้เขียนเรื่องคนรุ่นใหม่ของอนาคตใหม่ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า คนรุ่น 2475 รุ่น 2490 และรุ่น 2516-2519 ล้มเหลวในภาระการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด เพราะผู้นำและตนเองที่ผิดพลาดด้วยความเขลา อ่อนหัดไม่เดียงสา และขีดจำกัดของยุคสมัย ขบวนเสื้อแดง 2553-55 ที่ล่มสลายก็เหมือนกัน

“การเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่วันนี้คือ ‘เข้าคูหากาพรรคประชาธิปไตย รณรงค์แฮชแท็กออนไลน์’ (พลังคะแนนเสียงเลือกตั้ง+พลังโลกออนไลน์) โดยลำพัง ไม่อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงได้ เบื้องหน้าจึงขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวของตนเองในโลกจริงที่มีพลังและไม่ซ้ำความผิดพลาดในอดีตได้หรือไม่”

แปลความได้ว่าคนรุ่นใหม่หรือ Futurista ของ “ธนาธร-ปิยบุตร” จะพึ่งพลังโลกออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้อาจจะต้องการเคลื่อนไหวแบบศูนย์นิสิตนักศึกษา หรือ นปช.

          เมื่อส่องเข้าไปดูเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ของฟิวเจอร์ริสต้า พบว่า ทัศนะทางการเมือง สังคมและวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มไปทาง “เรดการ์ด” หรือหงเว่ยปิง ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน

เรดการ์ด หรือยุวชนแดง เป็นผลผลิตของการปลุกระดมด้วยความคิดเหมาเจ๋อตง ช่วงปี 2509-2513 ซึ่งประธานเหมาเจ๋อตง มีจุดมุ่งหมายคือการโค่นล้มพวกลัทธิทุนนิยมและวิพากษ์ศิลปวัฒนธรรมที่แบ่งแยกชนชั้นโดยการปฏิวัติการศึกษา ปฏิวัติศิลปวัฒนธรรม และปฏิวัติทุกอย่างที่ขัดกับแนวทางของลัทธิเหมา
ยุวชนแดงคือกลุ่มหัวรุนแรงที่เป็นผลผลิตจากการเผยแพร่ โฆษณาชวนเชื่อสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม คนหนุ่มสาวได้ออกปฏิบัติการไล่ลา กำจัดผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง

18 สิงหาคม 2509 ประธานเหมาเจ๋อตง ได้ปรากฏตัวที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน พบกับเรดการ์ดสิบกว่าล้านคน หลังจากนั้น ยุวชนแดงพก “หนังสือปกแดง” กระจายไปทั่วสารทิศ แจกใบปลิวติดโปสเตอร์ ป้ายคำขวัญ ตั้งเวทีอภิปราย บางส่วนก็บุกเข้าไปในวัด โบสถ์ พิพิธภัณฑสถาน ทำลายวัตถุโบราณ เผางานศิลปะและงานประพันธ์

ยุวชนแดงและฟิวเจอร์ริสต้าเหมือนกันอย่างหนึ่ง เคารพบูชา “หัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรค” โยนทุกปัญหาไปที่ “โครงสร้าง” และพกหนังสือชีวประวัติธนาธร

          พวกเขาเชื่อการเปลี่ยนแปลงแบบเลี้ยงไข้ ไม่มีทางเปลี่ยนประเทศไทยได้ จึงต้องผ่าตัดใหญ่ ขืนแกนนำพรรคส้มหวาน อัดฉีดชุดความคิดอัตวิสัยให้ฟิวเจอร์ริสต้าไปเรื่อยๆ ชะตากรรมสุดท้ายของยุวชนส้มก็ไม่ต่างจากยุวชนแดงในอดีต

แคมป์ 35 คำตอบของแสงสว่าง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370169?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แคมป์ 35 คำตอบของแสงสว่าง

30 เมษายน 2562 – 09:55 น.
พลทพรศักดิ์ ชุมสวัสดิ์,แม่ทัพภาคที่4,ยาเสพติด,ชายแดนใต้,พอพิเศษ ปราโมทย์ พรหมอินทร์,โฆษก กอรมนภาค 4,ไกรศร วิศิษฏ์วงศ์,ปัตตานีโมเดล,น้ำมันกระท่อม,สี่คูณร้อย,ไอซ์,เฮโรอีน,กัญชา,นพอดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์,เยาวชน
เปิดอ่าน 1,802 ครั้ง

โดย…  สมัชชา หุ่นสาระ

“ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” มีมาต่อเนื่องจากหลากปัจจัยที่หลายคนไม่รู้สาเหตุและคำตอบที่แน่ชัด

แต่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามจะยุติปัญหาเหล่านี้ลงให้เร็วและเรียบร้อยที่สุด เพราะความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินนับมิถ้วนนั้น ควรบังเกิดขึ้นในพื้นที่แบบนี้หรือ…

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พวกแนวคิดสุดโต่ง” ที่ไม่เปิดตัวเองและไม่รับฟังสิ่งใดๆ เลยนอกจากแนวคิดตัวเอง หากใครไม่ยินยอม คนเหล่านี้จะมองว่า “ผิดและควรกำจัดโดยหลากวิธี”

คนเหล่านี้มิลงมือเองแต่พยายามครอบงำคนในยุคนี้และคนรุ่นใหม่ให้เข้าร่วมอุดมการณ์โดยใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบเป็นเครื่องมือซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับกับการดำเนินการเช่นนี้

“ยาเสพติด” คือหนึ่งในเครื่องมือที่แกนนำก่อเหตุในพื้นที่นำมาใช้ระดมมวลชนและเป็นต้นทุนปลุกเชื้อไฟความขัดแย้งให้ต่อเนื่องโดยมิคำนึงว่าหนึ่งชีวิตที่เลือกเส้นทางที่ผิดไปนั้น สร้างผลกระทบต่อครอบครัว สังคมและตัวผู้หลงผิดอย่างไร…..

ถามว่าแกนนำร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่สูญไปของหนึ่งชีวิตที่หลงทางหรือไม่นั้น…คนในพื้นที่และสังคมส่วนใหญ่ย่อมมองออกว่าคำตอบที่จะได้มาเป็นเยี่ยงใด….

ฉะนั้นภารกิจหนึ่งของ “พล.ท.พรศักดิ์ ชุมสวัสดิ์” แม่ทัพภาคที่ 4 แจ้งไว้กับสังคมคือ “ยาเสพติดคือทุกข์ของชาวบ้าน ทำลายลูกหลาน ผิดหลักศาสนา” โดยนำมาใช้รณรงค์ในการเเก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการพบว่ายาเสพติดนั้น แกนนำผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่นำยาเสพติดมาใช้กับเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ให้เสพ และนำพลังของคนกลุ่มนี้ไปใช้ในทางที่ผิด รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการก่อความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศ “แผนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” ให้เป็นหนึ่งในภารกิจที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือเพื่อขจัดเหตุดังกล่าวที่เรื้อรังกว่าสิบห้าปีให้ยุติโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทุกฝ่ายจะร่วมดำเนินการ

“พ.อ.(พิเศษ) ปราโมทย์ พรหมอินทร์” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า “ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่กว่าสิบห้าปีที่ผ่านมาเพราะโยงกับขบวนการที่ก่อเหตุ ถือเป็นภัยแทรกซ้อนที่กระทำโดยตรงและเอื้อต่อกันและกันที่ไปปลุกระดมเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา มาตุภูมิของคนในพื้นที่ให้มาร่วมขบวนการนี้

ไกรศร วิศิษฏ์วงศ์” 

การจับกุมพบว่ามีการทำเป็นขบวนการเพื่อนำยาเสพติดไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาสูง และบางส่วนนำมาใช้ในพื้นที่ ตรงนี้แม่ทัพภาคที่ 4 วางแนวทางแก้ไขไว้หลายด้าน หนึ่งในนั้นคือคัดแยกผู้ที่ใช้ยาเสพติดออกมาจากขบวนการให้มากที่สุด และตรวจว่านโยบายที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ไว้คือหากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปลดออกและบังคับใช้กฎหมายคือคำตอบ ตอนนี้เราเร่งจัดการกับผู้ค้ารายย่อย เราให้ชาวบ้านแจ้งเบาะแสโดยไม่ต้องเปิดชื่อมาที่ตู้ปณ.41 ปัตตานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ”

“วันนี้หากนำเยาวชนสิบคนมาตรวจพบว่าแปดคนมีสารเสพติดในร่างกาย วันนี้หากแก้ไขได้ไว จะสร้างศรัทธาการแก้ปัญหาความไม่สงบได้เร็วและดีขึ้นเพราะชาวบ้านร่วมมือ และพบว่าชาวบ้านให้ความร่วมมือดีเพราะไม่อยากให้ลูกหลานเดินผิดทาง”

“ไกรศร วิศิษฏ์วงศ์” ผู้ว่าฯ ปัตตานี ระบุว่า วันนี้ภาครัฐต้องกวาดบ้านตัวเองคือเจ้าหน้าที่รัฐต้องตรวจร่างกายว่าไม่มีสารเสพติดก่อนที่จะไปดำเนินการ ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัดจังหวัดปัตตานี (แคมป์ 35) คือนำผู้หลงผิดใช้ยาเสพติดมาเข้าค่ายนี้ โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดปัตตานี ร่วมมือกับทุกฝ่าย และมอบให้โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานีเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำแนวทางและแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือ “ปัตตานีโมเดล” และเป็นจังหวัดนำร่องในการดำเนินการ

ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในพื้นที่นั้นคือ ยาบ้า น้ำมันกระท่อม(สี่คูณร้อย) ไอซ์ เฮโรอีน กัญชา โดยมีแนวทางบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดห้าขั้นตอนดังนี้

“นพ.อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์” 

ค้นหาและสำรวจผู้ป่วยยาเสพติดทั้งในอดีตและปัจจุบันผ่านการสำรวจข้อมูลจากทุกหน่วยงานจากทุกหมู่บ้านและชุมชน

คัดกรองและคัดแยกผู้ป่วยออกเป็นระดับผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติด ผู้ป่วยมีอาการทางจิต ผู้ป่วยยาเสพติดประเภทก้าวร้าว

กระบวนการบำบัดรักษา แบ่งเป็น ผู้ป่วยระดับผู้ใช้ ผู้เสพ เข้าบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลและโรงพยาบาลชุมชน ผู้ติดเข้าบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี โดยส่งตามระบบหรือค่ายพักพิง เพื่อการบำบัดจังหวัดปัตตานี (แคมป์ 35) ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเข้าบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลชุมชนหรือส่งตามระบบในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลจิตเวช ผู้ป่วยที่มีอาการก้าวร้าว บำบัดรักษาที่ศูนย์แก้ไขพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

การติดตามดูแลต่อเนื่องในชุมชนจะมีการให้ชุดปฏิบัติการจากทุกหน่วยงานมาร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำตำบาล (เทก แคร์ ทีม ) ทุกตำบลทำหน้าที่ค้นหาและติดตามผู้ป่วยยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดแล้ว (สมัครใจ บังคับบำบัด ต้องโทษบำบัด) มิให้กลับไปเสพซ้ำ เข้าพื้นที่เป็นระยะตามวงรอบการตรวจ

การพัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อผู้ป่วยกลับสู่หมู่บ้านหรือชุมชน เทก แคร์ ทีม จะติดตามผู้ป่วยเพื่อมิให้กลับไปเสพซ้ำเป็นเวลาสามเดือนแล้วคัดเลือกนำไปฝึกอบรมอาชีพ มอบอุปกรณ์ เพื่อการประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีอาชีพและรายได้ในอนาคต

ส่วนแคมป์ 35 จัดทำขึ้นในหลักสูตรค่ายพักพิงเพื่อการบำบัดในหลักคิดนำผู้ป่วยออกมาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมากักกันโรคในระบบค่ายจำนวน 35 วัน เพื่อให้ฝ่ายปราบปรามเข้ากวาดล้างหมู่บ้านหรือชุมชนให้ปลอดยาเสพติดในช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ในค่าย โดยข้อมูลการปราบปรามนั้นจะได้จากผู้ป่วย (โดยเฉพาะข้อมูลผู้ค้ารายย่อย) เมื่อผู้ป่วยออกจากค่ายนี้แล้ว เทก แคร์ ทีม จะติดตามผู้ป่วยเพื่อมิให้กลับไปเสพซ้ำเป็นเวลา 3 เดือน

“นพ.อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์” ผอ.โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ระบุว่า ผู้ป่วยยาเสพติดถือเป็นโรคไม่ติดต่อ แต่เป็นโรคระบาดที่อาจแพร่เชื้อระบาดไปได้ วันนี้แคมป์ 35 ดำเนินการมาแล้วหนึ่งรุ่น ถือว่าก้าวไปได้ดี แคมป์ 35 รุ่นที่หนึ่งซึ่งดำเนินการไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีผู้มาร่วมบำบัด 235 ราย จากเป้า 240 ราย ตอนนี้อยู่ในขั้น เทก แคร์ ทีม ที่จะติดตามผลต่อไปและนำมาใช้กับรุ่นต่อๆ มาเพื่อให้ปัญหาสิ้นสุดในเร็ววันนี้

“เราหวังว่าเมื่อคนกลุ่มนี้ออกจากค่ายแล้วสังคมควรเปิดโอกาสให้พวกเขาในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตแบบคนทั่วไป ตัวอย่างที่เราใช้แล้วได้ผลคือเราใช้คนที่เคยเสพยามาเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่ได้รับค่าตอบแทน เพราะคนกลุ่มนี้เข้าใจชีวิตคนที่เสพยาในช่วงบำบัดเป็นอย่างดี เพราะพวกเขาไม่อยากให้คนในรุ่นหลังต้องผิดพลาดในชีวิต ตรงนี้คือจุดที่ดีของการเริ่มต้นไม่ให้พวกเขากลับไปใช้ชีวิตแบบที่ผ่านมาและสังคมต้องช่วยกันดูแลพวกเขาไม่ให้กลับไปเส้นทางชีวิตแบบเดิมๆ ตรงนี้คือการบ้านที่อยากฝากทุกส่วนช่วยกันมองว่าพวกเขาคือคนปกติแล้ว ฉะนั้นเราจะให้พื้นที่พวกเขาอย่างไร”

ส่วนการดูเเลในช่วงหลังเข้าค่ายนั้นจะใช้ระบบ FAST ของกระทรวงสาธารณสุขควบคู่ไปด้วยกัน

“สินารัน” คือคำในภาษาพื้นถิ่นที่แปลว่า “แสงสว่าง” คำคำนี้คือชื่อบ้านพักหลังหนึ่งในแคมป์ 35 โดยที่ผู้หลงผิดไปใช้เส้นทางยาเสพติดและต้องการเดินออกมาร่วมกันตั้งชื่อบ้านหลังนี้ เพราะทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมานั้น มันไม่ใช่วิถีที่ดีต่อชีวิตตัวเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมที่พวกเขาร่วมดำเนินชีวิต

“พล.ท.พรศักดิ์ ชุมสวัสดิ์”

ฉะนั้น “บ้านแสงสว่าง” ที่พวกเขามาร่วมกันค้นพบและเลือกที่จะเดินออกจากโลกมืดไปนั้น ต้องส่องแสงนำทางที่ดีให้พวกเขาไม่หลงเข้าเส้นทางมืด และพวกเขาจะนำแสงสว่างนี้ไปชี้ทางให้คนอื่นๆ ที่เริ่มจะเดินผิดให้หวนคิดและเลือกทางใหม่

เจ้าหน้าที่แคมป์ 35 คนหนึ่ง ระบุว่า เยาวชนในพื้นที่ที่มาร่วมแคมป์ 35 พบว่าบางส่วนผู้ปกครองเต็มใจพามาที่นี่ บางส่วนโดนจับกุมแล้วคัดกรองส่งมา แต่ส่วนใหญ่แล้วพบว่าผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกหลานกลับเพราะอยากให้ยุติเส้นทางชีวิตในด้านผิดแบบถาวรเพราะกลัวว่ากลับสู่ถิ่นฐานจะพบสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
“เบื้องต้นพบว่าคนใช้ยาเสพติดอายุน้อยที่สุดคือ 12 ปี มากสุดคือ5 0 กว่าปี เราใช้วิธีการดูแลแบบเข้าค่ายให้สลายพฤติกรรม ให้ความรู้ความเข้าใจทุกด้านเพื่อให้พวกเขาได้คิดและมีมุมมองใหม่ในชีวิต เพราะเท่าที่สัมผัสหลายคนเริ่มตื่นรู้และอยากออกจากวิถีแบบเดิมๆ ตรงนี้ทุกฝ่ายต้องช่วย เพราะผู้ปกครองคนกลุ่มนี้ยืนยันมาหลายครั้งว่าหากกลับไปเจอวิถีเดิมๆพวกเขาจะโดนชักจูงกลับไปแบบเดิมๆ อีก ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามจากพื้นที่นั้นทุกฝ่ายต้องช่วยเพื่อมิให้คนเหล่านี้และคนรุ่นใหม่ไปเข้าวงจร”

หวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันดำเนินการให้ยาเสพติดเเละความรุนเเรงในพื้นที่ปลายด้ามขวานทองนี้ยุติเพื่อคืนความสันติให้แก่ทุกคนในเเผ่นดินนี้

 Fast Model การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยในแบบเข้มข้นทางสายใหม่ กระทรวงสาธารณสุข
F : Family การที่ครอบครัวมีส่วนร่วมในการบำบัดรักษา
A : Alternative Treatment Activity การใช้กิจกรรมทางเลือกให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของผู้ป่วย
S : Self – Help กระบวนการให้ผู้ป่วยมีการเรียนรู้
T : Therapeutic Community แนวทางในการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าทางสังคม โดยใช้กระบวนการกลุ่มชุมชนบำบัด

“พฤษภาคม” เดือนมหามงคล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370165?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“พฤษภาคม” เดือนมหามงคล

30 เมษายน 2562 – 08:20 น.
อ๊อด เทอร์โบ,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,ไฟป่า
เปิดอ่าน 467 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

 ถึงวันสุดท้ายของเมษายน   เดือนที่ร้อนที่สุดของปี   ต่อไปเข้าสู่เดือนมหามงคล   พระราชพิธีบรมราชาภิเษก  ซึ่งเตรียมการไว้อย่างสมพระเกียรติตามโบราณราชประเพณี

ในช่วงเวลาแห่งการถวายความจงรักภักดีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า และอยากให้ประเทศชาติมีความสุขสงบ ‘อ๊อด เทอร์โบ’ จึงขอร้องให้บรรดานักการเมืองหยุดความเคลื่อนไหว
อ๊อด เทอร์โบ


จดหมายจากคุณ ‘สันติสุข’ เกาะคา เรียกร้องให้รัฐบาลมีการวางแผนนโยบายป้องกันไฟป่าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่คอยแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแบบปีต่อปีเช่นทุกวันนี้

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับปรุงระบบ วิธีการทำงานแบบเข้มข้น ติดตามผล ไม่ใช่แบบเช้าชาม-เย็นชาม
อย่างการป้องกันน้ำท่วมก็ยังไม่มีผลงาน แผนการชัดเจน วันก่อนฝนตกน้ำยังท่วมถนนหลายสาย แม้แต่สนามบินดอนเมืองก็เจอปัญหาเดียวกัน
อ๊อด เทอร์โบ


 ป้องกันไฟป่าอย่างยั่งยืน
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ส่งท้ายเมษายนเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ต่อไปนี้อากาศคงจะเย็นลงบ้างเพราะเริ่มมีฝนตก และขอแจ้งเตือนไว้ว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง โปรดระมัดระวังรับมือไว้ก่อน จึงแจ้งมาด้วยความปรารถนาดี

ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ และเฝ้าสังเกตว่าทุกปีจะมีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นประจำ สร้างปัญหาตามมาเป็นระลอก จึงขอให้รัฐบาลจัดหน่วยงานพิเศษเพื่อรับมือและป้องกันไฟป่าแบบยั่งยืน ไม่ใช่พอเข้าหน้าฝน-หน้าหนาวไม่มีไฟป่าก็ลืมเงียบหายไป

การเผาป่ามีต้นเหตุมากมาย เช่น เผาพื้นที่การเกษตร เผาไร่อ้อย เผาเพื่อหาของป่า เผาด้วยความเคยชิน เผาให้เป็นป่าเสื่อมโทรมเพื่อยึดพื้นที่ บ้างก็โยนบุหรี่ทิ้งด้วยความมักง่าย ไฟก็ลุกลามไปรอบด้าน ซึ่งส่วนน้อยที่จะรับผิดชอบควบคุมไฟอยู่ในวงจำกัด ส่วนมาก 70-80% ไม่รับผิดชอบ ไม่แจ้งเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกัน ไม่แจ้งหน่วยดับเพลิงในพื้นที่เพื่อสกัดดับไฟป่าเพราะกลัวความผิด และไม่รับผิดชอบใดๆ

ชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่ทราบภายหลังจึงสกัดดับไฟได้ยากลำบาก ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็วโดยไม่มีเขตจำกัด จึงสร้างความเสียหายให้แก่ป่าไม้ ไร่นา ไร่สวน ไร่อ้อย ไร่ยางพารา ป่าสงวนแห่งชาติเกิดความเสียหายอย่างมาก พืชผัก สมุนไพรในการดำรงชีพ สัตว์เล็กใหญ่บาดเจ็บ เกิดหมอกควันต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหาอยู่

โดยเฉพาะภาคเหนือมีปัญหามากที่สุด ทำลายการมองเห็น กระทบถึงระบบหายใจ ป่วยไข้ตามมาจากน้ำมือของพวกเผาทำลายป่าคิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่าป่าไม้ตามป่าตามภูเขาที่มีประโยชน์ต่อเราจะเกิดมาได้มันเกินเวลาเป็นร้อยๆ ปี

โดยเกิดขึ้นทุกภาคของประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำอีกกินระยะเวลายาวนานอย่างไม่จบสิ้น และในปีต่อๆ ไปก็จะเกิดการเผาทำลายป่าไม้เหมือนเดิม เพราะเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ใส่ใจ ไม่จริงจัง ถ้าปล่อยไว้ไม่รีบแก้ไข ประเทศไทยเป็นทะเลทราย ความแห้งแล้งความทุกข์ยากลำบากของคนไทย ป่าไม้ สัตว์ป่าไม่มีความอุดมสมบูรณ์ แผ่นดินไทยจะเป็นอย่างไร

ที่ผ่านมาเมื่อ คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาล ช่วงแรกมีการทวงคืนผืนป่า แต่ก็ปล่อยให้ทำลายเผาป่าทุกๆ ปี ถ้าทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ช่วยกันระยะเริ่มต้น 5 ปีแรก ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะกลับมาอีก ถึงไม่เหมือนเดิม ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

เมื่อเราดูแลต่อไปรับรองว่าทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่นอน ไม่รู้ว่าความสมดุลป่าไม้ต่อเนื้อที่ของประเทศไทยต้องมีป่าไม้กี่เปอร์เซ็นต์กี่ส่วน จึงจะแก้ปัญหาฝนแล้ง ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม

ผมจึงขอให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานร่วมมือทำงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำหรือปัดความรับผิดชอบ-เสียดายเงินหลวงจริงๆ
สันติสุข (เกาะคา)


 ของถูกขาดมาตรฐานมีอันตราย
 เรียนผู้ชอบซื้อของ-สินค้าราคาถูก

ผมมีเรื่องแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับสินค้าราคาถูก ที่ขายอยู่ในร้านทั้งในห้างและนอกห้าง มีราคาตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป ร้านพวกนี้มีมากขึ้นและขยายสาขาสู่ต่างจังหวัดมากขึ้นด้วย เวลานี้มีผู้นิยมซื้อสินค้าจำพวกถ้วย จาน ชาม ถ้วยชา-กาแฟ กาน้ำชา ที่เป็นพวกเครื่องเคลือบเซรามิก

ขอแจ้งเตือนว่าการซื้อสินค้าเซรามิก หรือดินเผาเคลือบสี ซื้อจากร้านราคาถูกให้ระวัง เพราะแหล่งผลิตที่ทางร้านค้านำเข้าส่วนใหญ่มาจากจีน ผู้ผลิตไม่ค่อยควบคุมคุณภาพ จึงอย่าเห็นแก่ของถูกอย่างเดียวคนขายเอาเข้ามาขายก็ไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพมากนัก สีที่ใช้เคลือบเซรามิก หรือดินเผา อาจจะเป็นสีที่คุณภาพต่ำ อุณหภูมิการเคลือบสีอาจจะไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ ทำให้สีที่เคลือบเมื่อโดนความร้อนที่ไม่ได้มาตรฐาน จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้เซรามิกหรือดินเผานั้นได้ เช่น ใช้งานในระยะยาวอาจทำให้เกิดมะเร็งได้

ที่ญี่ปุ่นร้านค้าราคาถูก 100 เยน มีเยอะและในอดีตคนญี่ปุ่นเคยเจอปัญหานี้มาก่อน เครื่องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผาที่เคลือบสีทั้งหลาย ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผู้ผลิตไม่คำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยพวกนี้นัก เพราะผลิตในราคาถูก ต้นทุนต่ำ สินค้าหลายๆ อย่างเช่น เครื่องไฟฟ้าต่างๆ เช่น ปลั๊กไฟ โคมไฟ สวิตช์ไฟ แบตเตอรี่ ไดร์เป่าผม หรือสินค้าพลาสติกสีสัน รูปทรงสวยงามทั้งหลาย ก็วางขายเช่นเดียวกัน คือต้นทุนต่ำ ราคาถูก จึงไม่ปลอดภัย ขาดมาตรฐาน จึงแจ้งมาเพื่อพิจารณาก่อนซื้อหา อย่าเห็นแก่ของถูกอย่างเดียว
องอาจ (พัทยา)


ตอบ คุณ ‘องอาจ’ พัทยา
มีผู้แจ้งร้องเรียนเรื่องสินค้าราคาถูกรวมถึงสินค้าลดราคามาว่ามีคุณภาพต่ำ บางทีหมดอายุการใช้งาน ซึ่งไม่คุ้มค่าเงิน และบางอย่างมีอันตรายต่อสุขภาพด้วย
กรณีนี้ก็เห็นใจและเข้าใจเพราะบางคนขาดเงินซื้อของใหม่หรือของที่มีการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน

ขอบคุณที่จดหมายแจ้งเตือนมาเพื่อจะได้ทราบโดยทั่วกัน
อ๊อด เทอร์โบ