สัญญาณทะแม่ง! เมื่อทหารรับลูก “อย่าวุ่นวาย”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367874?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สัญญาณทะแม่ง! เมื่อทหารรับลูก “อย่าวุ่นวาย”

4 เมษายน 2562 – 09:25 น.
ทักษิณ ชินวัตร,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,พลอพรพิพัฒน์ เบญญศรี,พลออภิรัชต์ คงสมพงษ์,ทหาร,ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,ผบทบ,เลือกตั้ง,ล้มกระดาน
เปิดอ่าน 12,313 ครั้ง

คอลัมน์…  รักแผ่นดิน  โดย…  ฅนไท ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

น่าสนใจกับการออกมาตอบโต้กระแสการจุดชนวนความวุ่นวายที่ฝ่ายการเมือง ขั้วทักษิณ ชินวัตร ทั้งเพื่อไทย อนาคตใหม่ ออกมาพร้อมๆ กับการก่อกระแสของนักศึกษา ต่อการไม่พอใจผลเลือกตั้ง ที่อาจจะนำไปสู่การล้มกระดานการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้วยการออกมาเรียงแถวของหน่วยงานความมั่นคง หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคมที่ผ่านมา

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี นำขุนทหาร-ตำรวจ 4 เหล่าทัพ ตบเท้า เมื่อ 28 มีนาคม 2562 ให้รักษาความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ตามด้วยคำแถลงของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 29 มีนาคม 2562 ที่ให้ยึดความสงบสุข และความมั่นคงเป็นที่ตั้ง โดยต้องเลิกสร้างความวุ่นวาย

และที่ดุเดือดสุด เห็นจะเป็นการออกมาของผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เมื่อ 2 เมษายน 2562 ที่เห็นว่า ที่นักวิชาการและนักการเมืองบางคน กำลังบั่นทอนความมั่นคงของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกนิยามว่าพวก “ซ้ายดัดจริต” และพุ่งเป้าไปยังคนนอกประเทศ ที่น่าจะเป็นผู้บงการความ ”วุ่นวาย” รอบใหม่

การไล่เรียงของขุนพลระดับท็อปของประเทศ เพราะมี “การข่าว” แล้วว่า น่าจะมีความพยายามก่อกระแส “ล้มกระดาน” การเลือกตั้ง และสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคง “ยอมไม่ได้”

อุณหภูมิการเมือง จึงร้อนระอุยิ่งกว่าอากาศฤดูร้อนเดือนเมษายน เพราะแม้ฝ่ายความมั่นคงจะออกมาส่งสัญญาณ เรื่อง “ยอมไม่ได้” หากจะให้ประเทศวุ่นวาย แต่ดูเหมือนฝ่ายการเมืองขั้วทักษิณ จะออกมาสวนความมั่นคง นำโดยหัวหอกอย่าง ชัยเกษม นิติศิริ ผู้ใกล้ชิดทักษิณ ชินวัตร

และเป็น ชัยเกษม คนเดียวกัน ที่เป็นหัวหน้าคณะทีมเพื่อไทยที่พลเอกประยุทธ์ คุมตัวไปเจรจา 7 ฝ่าย เพื่อหาทางออกให้ประเทศเมื่อ 21 พฤษภาคม 2557 แต่ ชัยเกษม ยืนยัน รัฐบาลรักษาการขณะนั้น “ไม่ลาออก” จนทำให้พลเอกประยุทธ์ ตัดสินใจรัฐประหารในวันรุ่งขึ้น

บรรยากาศ ณ วันนี้ ยังห่างไกล เรื่องคิดว่าใครจะได้ตั้งรัฐบาล แต่สิ่งที่ทุกคนควรจะต้องคิด คือการรอมชอมเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ อย่าเอาชนะคะคานกันเลย เพราะผู้พ่ายแพ้บนสงครามที่แย่งชิงอำนาจกัน คือประเทศชาติ และทุกข์ ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน

อย่า!กลัว’ฟ้ารักพ่อ’แค่เด็กดื้อปฏิบัติการเด็ด”ธนาธร-ปิยบุตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367879?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อย่า!กลัว’ฟ้ารักพ่อ’แค่เด็กดื้อปฏิบัติการเด็ด”ธนาธร-ปิยบุตร

4 เมษายน 2562 – 09:23 น.
New Generation,ฟ้ารักพ่อ,ปิยบุตร,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เปิดอ่าน 2,001 ครั้ง

คอลัมน์…  ถอดระหัสลานพราง   โดย…  พลซุ่มยิง

วง คสช.วิเคราะห์กันแล้วว่า ประเทศไทยจะกู่ไม่กลับหากปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเดินไปสู่ความวุ่นวาย ซึ่งครั้งนี้จะหนักและรุนแรงกว่า เพราะนอกจากกลุ่มเห็นต่างหน้าเดิมๆ แล้ว

เป้าหมายคือปลุก New Generation หรือคนรุ่นใหม่ ให้ออกมาบนถนนเฉกเช่นในอดีต จึงนำไปสู่ประโยคที่ว่า “ผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น” ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ คสช.

ปฏิบัติการคว่ำการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับกติกาของฝ่ายการเมือง โดยอ้างความไม่เป็นธรรมของรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หวังให้จัดการเลือกตั้งใหม่

ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายที่ได้ประเมินเอาไว้ตั้งแต่ต้น แต่เหตุการณ์ที่ทำรัฐบาล คสช.ตั้งรับแทบไม่ทันคือ การปลุกปั่นในโซเชียลมีเดียที่ระบาดเหมือนเชื้อไวรัส จนนำไปสู่การล่ารายชื่อถอดถอน กกต. ในรั้วมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ระดมนิสิต นักศึกษา ทั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.สงขลานครินทร์ ม.เชียงใหม่ ม.นเรศวร ม.บูรพา มรภ.ราชนครินทร์

เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ คสช.กังวลต่อกระแสความไม่เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของ กกต. ที่ไม่สามารถสื่อสารและอธิบายข้อกังขาให้สังคมเข้าใจ ทั้งการประกาศและรับรองผลซึ่งทำให้เกิดข้อพิรุธตั้งแต่แรกเริ่ม จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง ตลอดจนถึงจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งกำลังถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

คนรุ่นใหม่นี้ ยังเป็นฐานเสียงสำคัญและทำให้เกิดกระแส ‘ฟ้ารักพ่อ’ ซึ่งเชื่อว่าจากนี้ไปโซเชียลมีเดียจะกลับมาระอุอีกครั้ง เพราะยังมีหลายคดี ที่ คสช.แจ้งความเอาผิด  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากกรณีปิดล้อม สน.ปทุมวัน เพื่อกดดันตำรวจยกเลิกหมายจับนายรังสิมันต์ โรม ที่โดนคดีชุมนุมที่หน้าหอศิลป์ เมื่อปี 2558

และในวันที่ 26 เมษายนนี้ พนักงานอัยการได้นัดหมายนายธนาธร พร้อมพวก มาฟังการสั่งคดีจัดรายการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพจอนาคตใหม่ วิจารณ์ คสช. ในข้อหาผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงคดีที่มีผู้ฟ้องร้องกรณีใส่เนื้อหาประวัติ ‘ธนาธร’ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง อาจจะนำไปสู่การแจกใบเหลือง ใบส้ม จาก กกต.ในอนาคต

ที่สำคัญ คสช.กำลังรวบรวมพยานหลักฐานย้อนหลัง โดยนำหนังสือ “ราชมัลลงทัณฑ์ บัลลังก์ปฏิรูป” ที่มีชื่อ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เขียน มาต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นความสัมพันธ์กับคณะนิติราษฎร์, เนื้อหาบรรยายในห้องเรียนของมหาวิทยาลัย, การออกรายการทีวี, เวทีเสวนาวิชาการเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เรียกว่าไม่ให้ดิ้นหลุด เพื่อเอาผิดในมาตรา 116 และกำลังพิจารณานำไปสู่ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่

โดยหนังสือ “ราชมัลลงทัณฑ์ บัลลังก์ปฏิรูป” มีเนื้อหาเกี่ยวกับ บทอภิปรายว่าด้วยรัฐธรรมนูญ สถาบันกษัตริย์ ตุลาการ และกองทัพ เมื่อเปิดเข้าไปในหน้าสารบัญ มีหัวข้อ ศาลรัฐธรรมนูญล้ำแดนอำนาจฯ, เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ”, ความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ขัดกับเสรีภาพฯ, การรักษาสถาบันกษัตริย์ด้วยการสละราชบัลลังก์ของกษัตริย์สีหนุ, กองทัพในระบอบประชาธิปไตย, 4 ปีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549, มาตรา 112, ข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ เรื่องการยุบศาลรัฐธรรมนูญฯ, สุพจน์ ด่านตระกูล กับ “ประวัติรัฐธรรมนูญ”, การทำให้รัฐปลอดศาสนาในฝรั่งเศส และหัวข้ออื่นๆ

แม้ คสช.จะรู้อยู่เต็มอก การแจ้งความดำเนินคดีกับสองแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จะเข้าทางคนบางกลุ่มที่พยายามปลุกระดมนิสิต นักศึกษา ออกมาเดินขบวนบนถนนหวังให้เกิดความรุนแรงเหมือนพฤษภาทมิฬ 35 หรือ 16 ตุลา 19 เพื่อนำไปสู่การเข้ามาขององค์กรระหว่างประเทศ ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 แล้วร่างขึ้นใหม่ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

แต่ คสช.ยังมองในแง่ดีว่า นิสิต นักศึกษา เป็นแค่เพียงเด็กดื้อ ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง หากรัฐบาลและกองทัพปรับรูปแบบการพูดคุย ใช้ภาษาเดียวกัน หรือภาษาวัยรุ่น น่าจะเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และบุคคลเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญนำพาประเทศไปทางที่ถูกที่ควร

กรงกรรม “ธนาธร” หนีไม่พ้นเงา “อดีต”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367866?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กรงกรรม “ธนาธร” หนีไม่พ้นเงา “อดีต”

4 เมษายน 2562 – 08:30 น.
ธนาธร,พรรคอนาคตใหม่,กลุ่มประชาธิปไตยใหม่,รังสิมันต์ โรม,ไผ่ ดาวดิน,ชุนนุม,หมายจับ,เตรียมออกหมายจับ
เปิดอ่าน 8,826 ครั้ง

ฝ่ายซ้ายเก่ามอง “ธนาธร” เป็น “ทุนก้าวหน้า” และจะเป็นผู้ก่อการอภิวัฒน์ประเทศไทย แต่อีกฝ่ายไม่มองอย่างนั้น

*****************

          ในที่สุด “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ก็เจอหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้มารับทราบข้อกล่าวหา กรณีช่วยผู้ต้องหาหนีหมายศาลทหารหลบหนี เหตุเกิดเมื่อ 25 มิถุนายน 2558

          ผู้เข้าแจ้งความก็คือ พ..บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสชซึ่งได้เกาะติดคดีนี้มาตั้งแต่ปี 2558

ปลุกผีขบวนการนักศึกษา

ครบรอบ ปี แห่งการยึดอำนาจของ คสชได้มีขบวนการนักศึกษาประกาศอารยะขัดขืนต่ออำนาจเผด็จการทหาร ในนาม “กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่” (New Democracy Movement-NDM) รวมตัวกันจากหลากหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน อาทิ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย(LLTD), กลุ่มประชาคมจุฬาเพื่อประชาชน(CCP), กลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่นกลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยลัยเกษตรศาสตร์กลุ่มลูกชาวบ้าน มหาวิทยาลัยบูรพา และกลุ่มสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี (PerMAS) ฯลฯ

กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 2558

แกนนำกลุ่ม NDM คือ “รังสิมันต์ โรม” ศิษย์รักของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ สมัยโน้น

รังสิมันต์ โรม กับ ไผ่ ดาวดิน ปี 2558

อีกคนหนึ่งคือ “จตุรภัทร บุญภัทรรักษา” หรือ “ไผ่ ดาวดิน” แกนนำกลุ่มดาวดิน ม.ขอนแก่น 

22 พฤษภาคม 2558 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้วางแผนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ จุดคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขอนแก่น และหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

ปรากฏว่า ตำรวจได้ออกหมายเรียก 14 แกนนำนักศึกษา(กรุงเทพฯ คน และขอนแก่น คนในข้อหาฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

นี่คือม็อบแรกที่ต้อนรับ คสชและมีแนวโน้มจะขยายตัวไปสู่สถานการณ์เผชิญหน้า

รถตู้ปริศนา

24 มิถุนายน 2558 นักศึกษาที่ชุมนุมหน้าหอศิลป์ได้นัดหมายกันไปเข้าแจ้งความ กรณีถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมโดยใช้กำลังเกินกว่าเหตุที่ สน.ปทุมวัน แต่กลุ่มดาวดินไม่ยอมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และประกาศอารยะขัดขืน ไม่ยอมรายงานตัวที่ สภ.เมืองขอนแก่น 

จู่ๆ กลุ่มดาวดินจากขอนแก่น ปรากฏตัวหน้า สน.ปทุมวัน เข้าให้กำลังใจกลุ่มเพื่อน คนจากหน้าหอศิลป์ “ไผ่ ดาวดิน” ย้ำว่า พวกเขาไม่ยอมรับอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ

ไผ่ ดาวดิน ปราศรัย หน้า สน.ปทุมวัน ปี 2558

วันนั้น บรรยากาศรอบนอก สน.ปทุมวัน มีทั้งกลุ่มอาจารย์หลายสถาบัน และนักศึกษา พร้อมคนเสื้อแดงบางกลุ่มนับพันที่มาให้กำลังใจนักศึกษา

ในกลุ่มกองเชียร์ขบวนการ NDM นั้น มีนักธุรกิจหนุ่ม “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่มาเฝ้าติดตามการชุมนุมที่หน้า สน.ปทุมวัน ด้วย

แรกๆ ไม่มีนักข่าวคนไหนจำได้ กระทั่งนักข่าวในสังกัดที่ธนาธรถือหุ้นอยู่ได้เข้าไปทักทาย คราวนี้นักข่าวอีกหลายสำนักก็พลอยให้ความสนใจตามไปด้วย

เล่นเกมยื้ออยู่จนค่ำ เจ้าหน้าที่จึงยอมรับตามข้อเสนอกลุ่มนักศึกษา หลังการชุมนุมยุติ ทางตำรวจและทหารได้ออกติดตามเพื่อจับกุมบุคคลที่มีหมายจับ 

ขณะที่ตำรวจจะเข้าไปจับกุมกลุ่มนักศึกษา รังสิมันต์ โรม เกิดไหวตัวทันได้วิ่งหลบหนี จากนั้นได้มี “รถตู้ปริศนา” มารับกลุ่มนักศึกษา 14 คนหลบหนีไป และทราบภายหลังว่า ได้เข้าพักที่สวนเงินมีมา ฝั่งธนบุรี

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น มีข่าวกอซซิปว่า “ธนาธร” ต้องเข้าเคลียร์กับ คสช.กรณีรถตู้คันดังกล่าวอยู่หลายชั่วโมง เรื่องก็เลยเงียบไป  

ธนาธร” ทุนก้าวหน้า

การเข้าสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาที่หน้า สน.ปทุมวัน ไม่ใช่เรื่องแปลกของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เมื่อปี 2553 สมัยชุมนุมใหญ่แดงทั้งแผ่นดิน นักธุรกิจหนุ่มกับเพื่อนๆ ก็ได้เข้าร่วมด้วย

ถ้าพลิกดูประวัติสมัยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ “ธนาธร” เป็นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2542 และรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2543

ธนาธรยังมีเพื่อนรักร่วมอุดมการณ์คือ ชัยธวัช ตุลาธน” หรือ “ชัยธวัช ตุลาฑล” หรือ “ชัยธวัช แซ่โค้ว” นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ รหัส 39 และเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2541

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับเพื่อนรักเข้าร่วมชุมนุมปี 2553

ระหว่างปี 2541-2543 ธนาธรชัยธวัช และเพื่อนนักกิจกรรมมักเข้าร่วมสมัชชาคนจนเครือข่ายสลัมสี่ภาค เข้าร่วมการประท้วงท่อก๊าซ ไทยมาเลย์ และการเปิดประตูเขื่อนปากมูล

ปี 2561 ธนาธรกับชัยธวัช ร่วมกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยธนาธร เป็นหัวหน้าพรรค และชัยธวัช เป็นรองเลขาธิการพรรค ควบผู้อำนวยการการเลือกตั้ง

ในสายตา “ซ้ายเก่า” (ของแท้จึงยกย่องว่า ธนาธรเป็น “ทุนก้าวหน้า” และจะเป็นผู้ก่อการอภิวัฒน์ประเทศไทย

จัดอันดับสนามบิน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367875?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จัดอันดับสนามบิน

4 เมษายน 2562 – 08:03 น.
สนามบิน,สุวรรณภูมิ,อ๊อด เทอร์โบ
เปิดอ่าน 811 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

 ‘สุวรรณภูมิ’ ร่วงอันดับ 46
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ผมมีเรื่องน่าสนใจมาแจ้งให้ทราบ เรื่องการจัดอันดับสนามบินดีที่สุดในโลก ประจำปีนี้ พ.ศ.2562 โดย ‘สกายแทร็กซ์’ สถาบันจัดอันดับที่ได้รับการยอมรับจากวงการธุรกิจการบินทั่วโลก ประกาศ 10 อันดับ สนามบินที่ดีที่สุดในโลก ปี 2019 ปรากฏว่า สนามบินชางงี ของสิงคโปร์ คว้าแชมป์สนามบินที่ดีที่สุดในโลกและเป็นแชมป์ 7 ปีซ้อนติดต่อกัน

ขอยกแค่อันดับ 1-3 มาก็น่าจะพอครับ เพราะเป็นประเทศที่คุ้นเคยของชาวไทย โดยอันดับ 1 สนามบินชางงี(สิงคโปร์) 2.โตเกียว ฮาเนะดะ แอร์พอร์ต(ญี่ปุ่น) 3.อินชอน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต(เกาหลีใต้)

ที่น่าคิดและนำแจ้งให้ทราบคือ สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นสนามบินใหญ่ที่สุดของไทย จากอันดับ 36 เมื่อปี 2561 ร่วงหล่นไปอยู่อันดับ 46 ซึ่งบ่งบอกว่าการบริหารจัดการมาตรฐานและทุกสิ่งทุกอย่างขาดมาตรฐานและไม่มีการปรับปรุงแก้ไขอะไรๆ ให้ดีขึ้น

สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ภายใต้การบริหารงาน ควบคุมดูแลของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม แต่มักมีปัญหาอยู่ตลอด เช่น ระบบการจราจรติดขัด ไร้ระเบียบ ใช้ระบบเส้นสาย, การขนส่งมวลชน, อาหารแพง, การตรวจคนเข้าเมืองที่ล่าช้า, ความสะอาด ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่ยกเมฆมาประจานกันให้เสียกำลังใจ หากแต่ด้วยความหวังดี เพื่อทุกหน่วยงานจะได้ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิมีหลายหน่วยจากกระทรวงมาปฏิบัติงาน

ก็หวังว่าปีหน้า 2020 จะได้รับการจัดอันดับให้ดีขึ้นและเป็นปีที่จะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ‘โตเกียว 2020’ จะมีผู้โดยสาร-นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องวางแผนรับมือ ณ เวลานี้
สมศักดิ์ (ราชดำริ)

ตอบคุณ ‘สมศักดิ์’ ราชดำริ
การที่อันดับสนามบินดีที่สุดของโลก 2019 ออกมา แล้วปรากฏว่า ‘สุวรรณภูมิ’ หล่นร่วงจากอันดับ 36 เมื่อปีที่แล้วไปอยู่อันดับ 46 คือร่วงรวดเดียว 10 อันดับ แสดงว่าจะต้องตรวจสอบว่าทำไมเป็นเช่นนั้น

ไม่ใช่ไม่มีมาตรฐานหรือโยนความผิดไปว่าสถาบันจัดอันดับสนามบิน ‘สกายแทร็กซ์’ เอนเอียง แต่ทุกประเทศและทุกสนามบินที่เห็นๆ กันอยู่ก็ยอมรับ

อย่างสนามบิน ‘ชางงี’ ของสิงคโปร์นั้น ของเขาดีจริงๆ ผมไปมาหลายทีแล้วชอบมาก เพราะปลอดภัย สวยงาม รวดเร็ว สะอาด สะดวกสบาย ภายในอาคารก็เหมือนสวนขนาดใหญ่ เรียกว่าดีครบวงจร

จึงอยากให้ผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิยึดถือเป็น ‘ชางงีโมเดล’ เป็นมาตรฐานทำงานและปฏิบัติ ถ้าจะไปดูงานก็ใกล้ๆ แค่นี้

แล้วจะรู้ว่าทำไม ‘ชางงี’ ถึงได้รางวัลที่สุดถึง 3 รางวัล คือ สนามบินสะอาดที่สุดของโลก, เครื่องมือ อุปกรณ์ดีที่สุด และสายการบินภายในประเทศดีที่สุด

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ หากจะทำและมีความพยายามมุมานะ เพราะ ‘สุวรรณภูมิ’ มีภูมิประเทศทำเลและทุกอย่างมาตรฐานโลกอยู่แล้ว

เหลือแต่เพียงหาคนทำงาน บริหารจัดการให้ดีเท่านั้นเอง
อ๊อด เทอร์โบ


 รายได้จากกองถ่ายหนัง
 สร้างเงินและชื่อเสียง

ผมเป็นคนชอบดูหนัง และดีใจที่มีกองถ่ายหนังดังๆ มาใช้โลเกชั่นประเทศไทย ดังเป็นข่าวใหญ่ว่า ‘เน็ตฟลิกซ์’ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการภาพยนตร์ทางอินเทอร์เน็ตชื่อดัง ได้เข้ามาถ่ายทำหลายเรื่อง เพื่อป้อนเข้าสู่ช่องทางของเน็ตฟลิกซ์ ทั้งภาพยนตร์ต่างประเทศ ซีรีส์ต่างประเทศ และภาพยนตร์ไทย โดยมีค่าใช้จ่ายในการเข้ามาถ่ายทำมากกว่า 1,000 ล้านบาท แซงหน้าบรรดากองถ่ายของค่ายหนังยักษ์ใหญ่แห่งวงการฮอลลีวู้ด ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยด้วย

ไทยกำลังเนื้อหอม มีกองถ่ายหนังชื่อดังเข้ามาถ่ายทำและขอเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างๆ รวมถึงสารคดีเป็นจำนวนมาก ล่าสุดมีทางเน็ตฟลิกซ์ที่เป็นรายใหญ่ มาถ่ายหนังซีรีส์ป้อนช่องของเขา และมาลงทุนสร้างหนังไทยป้อนให้แก่ช่องเน็ตฟลิกซ์เลยก็มี และบางกองถ่ายก็กำลังดูโลเกชั่นในไทยที่มีความหลากหลาย โดยบางกองถ่ายมาถ่ายทำหนังเรื่องหนึ่งกระจายไป 10 จังหวัด

การมีกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทยจะทำให้เกิดประโยชน์ มีเงินสะพัดและภาพยนตร์จะถ่ายทอดสิ่งที่ดีๆ ของประเทศไทยออกไป และถ้าติดตลาด มีคนมาตามรอย ก็ทำให้เกิดการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้แก่ประเทศอีกจำนวนมาก

สถิติการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ตัวเลขในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 มีบรรดาค่ายหนังจากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยแล้ว 143 เรื่อง คิดเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นแล้วรวม 1,015.92 ล้านบาท

เฉพาะเดือนมีนาคม 2562 มีกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้ว 81 เรื่อง คิดเป็นเงิน 281.37 ล้านบาท

นี่คือเรื่องที่รัฐบาลต้องส่งเสริมและอำนวยความสะดวก
เฉลิมชัย (กทม.)

ตอบคุณ ‘เฉลิมชัย’ กทม.
ผมเห็นเป็นช่องทางที่ประเทศไทยจะมีรายได้และการสร้างงานอีกเป็นระลอก จากผลดีที่กองถ่ายทำภาพยนตร์จะใช้ประเทศไทยเป็นโลเกชั่นหรือสถานที่ถ่ายทำ

อย่างสมัยหนึ่งที่ภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ 007 กำลังฮิต มีการยกกองถ่ายทำมาที่ ‘เขาตะปู’ เมืองพังงา และตอนหลังก็เรียกกันติดปากว่า ‘เจมส์ บอนด์ ไอส์แลนด์’ จนโด่งดังไปทั่วโลก หรืออีกหลายๆ แห่ง

ประเทศไทยเรานั้นมีความเหมาะสมหลายประการ เพราะอากาศดี ภูมิประเทศครบ ทั้งป่าเขาลำเนาไพร ท้องทะเล ชายหาด และที่สำคัญมีความปลอดภัย ไปมาสะดวก

ถ้ารัฐบาลร่วมส่งเสริมโดยผ่านทาง ททท.(การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) หรือกระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ แล้วทุกอย่างก็ไปได้ดี

เราต้องหาช่องทางหารายได้อย่างเป็นระบบและทันเหตุการณ์ครับ และที่สำคัญต้องดูแลอย่าให้ภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสมทำลายศีลธรรม ความรู้สึกดีๆ จนเราเสียหาย
อ๊อด เทอร์โบ

ตรวจแถว “ส้มหวาน” รวมดาว “ซ้ายใหม่-ซ้ายเก่า”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367773?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ตรวจแถว “ส้มหวาน” รวมดาว “ซ้ายใหม่-ซ้ายเก่า”

3 เมษายน 2562 – 10:01 น.
พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ,พรรคส้มหวาน,ซ้ายตกขอบ,หัวเอียงซ้าย,เลือกตั้ง 2562,ผลการเลือกตั้ง,การเมืองไทย,ผู้สมัคร สส,พริษฐ์ ชิวารักษ์,รังสิมันต์ โรม
เปิดอ่าน 9,643 ครั้ง

เลือกตั้งหนนี้ แกนนำ นปช.ร่วงกราว ทั้งเหตุจากยุบพรรคไทยรักษาชาติ, สอบตกในสีเสื้อพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อชาติ ตรงข้ามกับแกนนำแดงที่อยู่ในพรรคอนาคตใหม่ กลับได้เฮ!

***********

อันเนื่องจากวาทะร้อนแรงของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ในงานพิธีวันสถาปนา พล.ร.1 รอ. ครบรอบ 112 ปี ที่ออกมาวิจารณ์ “ซ้ายตกขอบ” ทำเอาสะดุ้งกันเป็นแถว

จะว่าไปแล้ว “ซ้ายตกขอบ” ตัวจริง เผ่นหนีไปซุกหัวอยู่ต่างประเทศ เกือบหมดแล้ว ยังอยู่ในประเทศบ้างนิดหน่อย แต่ที่กำลังแตกหน่อช่อบานก็คือ “ซ้ายใหม่” ที่มากับกระแสส้มหวาน

โรม” และเพื่อนพ้อง

4-5 ปีมานี้ “รังสิมันต์ โรม” หรือ “โรม” นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาเคลื่อนไหวต้าน คสช.อย่างเอาจริงเอาจัง จนมีคนถามว่า เขาทำมาหากินอะไร

“โรม” หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เป็นชาวภูเก็ต แต่มาจบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนทวีธาภิเศก กรุงเทพฯ และจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์

รังสิมันต์ โรม

ช่วง กปปส.ชุมนุมใหญ่ “โรม” เริ่มเคลื่อนไหวคัดค้านคำขวัญปฏิรูปก่อนเลือกตัั้ง ในนามกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีประชาธิปไตย หลังรัฐประหาร 2557 โรมก่อตัั้งกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่(NDM) และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย(DRG) พยายามปลุกมวลชนต้านเผด็จการ แต่จุดไม่ติด

ปลายปี 2560 โรมตั้ง “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ร่วมกับ อานนท์ นำภา, “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ, “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา

ปิยรัฐ จงเทพ

กลางปี 2561 รังสิมันต์ โรม และปิยรัฐ จงเทพ ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา โรมอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับ 16 ได้เป็นว่าที่ ส.ส. แต่ “โตโต้ ปิยรัฐ” ไปสมัคร ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์

          โรมได้เป็น ส.ส.สมใจอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล แต่เพื่อนโตโต้ สอบตก

เพนกวิน” ยุวชนส้ม

ชื่อของ “เพนกวิน” หรือ “พริษฐ์ ชิวารักษ์” โด่งดังมาตัั้งแต่เป็นนักเรียน และเป็นเลขาธิการของกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เมื่อได้เข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ยังทำกิจกรรมการเมืองต่อเนื่อง

เดือนมีนาคม 2560 “เพนกวิน” มีชื่อเป็นหนึ่งในคณะผู้เตรียมการจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ แต่พอถึงวันยื่นจดทะเบียนพรรคต่อ กกต. ไม่มีชื่อเพนกวินในรายนามผู้ก่อตั้งพรรค เพราะอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ แต่เขาก็ยังสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่

เพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์

“ผมก็พร้อมจะดันพรรคและประเทศ คว่ำอำนาจที่แย่งครองประเทศไทยไปจากมือประชาชน”

          นอกจากนี้ “เพนกวิน” ในบทบาทประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ยังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่เป็นคุณแก่พรรคอนาคตใหม่

ล่าสุด “เพนกวิน” พาพรรคพวกไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทวงถามความชัดเจนจุดยืนการรักษาคำพูดไม่สืบทอดอำนาจ

อีกด้านหนึ่ง “เพนกวิน” ร่วมกับแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม นำโดย ธนวัฒน์ วงค์ไชย และ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ ยื่น ป.ป.ช. เพื่อให้ถอดถอน กกต.

           น่าจับตา! เพนกวิน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่บางฝ่ายเรียกว่า “ยุวชนส้ม” โดยล้อไปกับยุวชนแดงในแผ่นดินจีนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม

แดงเก่า” ได้เป็นผู้แทน

เลือกตั้ง 2562 ปรากฏว่า แกนนำ นปช.ร่วงกันเป็นแถว มีทั้งเหตุจากยุบพรรคไทยรักษาชาติ, สอบตกในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อชาติ

ตรงกันข้ามกับแกนนำแดงที่อยู่ในพรรคอนาคตใหม่ กลับได้เฮ…เมื่อ คารม พลพรกลาง” อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 26 และ วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร” อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 35

คารม พลพรกลาง

“คารม” ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตัดสินใจแยกทางจากพรรคเพื่อไทย เพราะไม่ค่อยพอใจแกนนำพรรคที่มองไม่เห็นหัวคนทำงานในพื้นที่

อีกคนหนึ่ง “วิเชียรชนินทร์” แกนนำคนเสื้อแดงร้อยเอ็ด และน้องชายของนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และแกนนำ นปช.

วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร

          เหนืออื่นใด “ชัน ภักดีศรี” นักกิจกรรมแห่งกลุ่มรักษ์ภูเวียง กับ “พิชิต พิทักษ์” แกนนำกลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน ได้เข้ามารับบทเสนาธิการใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่สายอีสาน

ถ้ายังจำได้ ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน ปี 2554-2556 “พิชิต” พยายามยกระดับการศึกษาความคิดการเมืองของคนเสื้อแดงให้เป็นกองหน้าประชาชน โดยการจัดตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงสายประชาธิปไตยประชาชน ที่ไม่ได้ขึ้นต่อ นปช. แต่หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มพลังเหล่านี้ก็สลายตัวไป

          ด้วยเหตุนี้ พรรคส้มหวาน จึงถูกจับจ้องจากอีกฟากฝ่ายหนึ่งด้วยความกังวลและหวาดหวั่น

โจรข้ามชาติอาละวาดเจาะเซฟร้านอาหาร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367699?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โจรข้ามชาติอาละวาดเจาะเซฟร้านอาหาร

3 เมษายน 2562 – 00:00 น.
สายตรวจระวังภัย,โจรข้ามชาติ
เปิดอ่าน 396 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย  โดย…  กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์

นับว่าเป็นเรื่องน่าเห็นใจสำหรับการปฏิบัติงานของตำรวจ เพราะแค่โจรผู้ร้ายที่เป็นคนไทยก่ออาชญากรรม “ลัก วิ่ง ชิง ปล้น” ยังมีเรื่องรับแจ้งความไม่เว้นแต่ละวัน ปราบปรามจับกุมอยู่ตลอดก็ยังก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไม่ว่างเว้น แต่ยังมี “โจรข้ามชาติ” ที่เข้ามาในรูปแบบนักท่องเที่ยว หรือเป็นแรงงาน ทั้งเข้ามาตามด่านตรวจคนเข้าเมือง และช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอย่างหลังป้องกันยาก ถ้าก่อเหตุแล้วต้องวัดดวงว่าจะล่าตัวจับกุมมาลงโทษได้หรือไม่

เช่นเดียวกับความเดือดร้อนของบรรดาร้านอาหารในย่านสีลม แหล่งธุรกิจการค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีคนร้ายตระเวนงัดแงะเจาะตู้เซฟกวาดเอาทรัพย์สินตามร้านต่างๆ และจากแนวทางการสืบสวนของตำรวจก็เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของ “โจรต่างด้าว”

เหตุการณ์ล่าสุดถูกเปิดเผยขึ้นในช่วงสายวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายบุกเข้าไปเจาะตู้เซฟ ภายในร้านโร้ดเฮ้าส์ ตั้งอยู่บริเวณแยกอังรีดูนังต์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่าตู้เซฟ จำนวน 2 ตู้ ได้ถูกคนร้ายตัดบริเวณด้านหลังเป็นช่องสี่เหลี่ยม และเงินสดประมาณ 150,000 บาท ถูกคนร้ายกวาดไปเรียบ

เรื่องที่เกิดขึ้นทางตำรวจ สน.บางรัก ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สส.สน.บางรัก พ.ต.ท.พิระวัตร์ วงศ์ศิริเมธีกุล พ.ต.ต.อนุพงษ์ อรุณคีรีโรจน์ สว.สส.สน.บางรัก ร.ต.อ.พันธุ์พิศณ์ วัชรินทร์พร และ ร.ต.อ.วุฒิชัย อธิวรปัญญา รอง สว.สส.สน.บางรัก พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก เร่งประชุมทีมสืบสวนหาเบาะแสล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ทันทีที่ พ.ต.ท.สาธิต นำทีมสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส ตลอดจนตรวจสอบแผนประทุษกรรม รวมไปถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุและใกล้เคียง กระทั่งได้ตำหนิรูปพรรณคนร้าย จนสืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิด คือ นายตรัน วัน ซัน ชาวเวียดนาม ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยตำรวจใช้เวลาราว 4 วัน ก็สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ พร้อมของกลางอีกหลายรายการ โดยเฉพาะเครื่องตัดเหล็กแบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการก่อเหตุ ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะ “คว้าน้ำเหลว” เพราะจากการแกะรอยทำให้รู้ว่าคนร้ายหลบหนีกลับบ้านเกิดในช่วงเทศกาลปีใหม่ประเทศเวียดนาม แต่ด้วยพฤติกรรมทำให้มั่นใจว่าคนร้ายต้องลักลอบเข้าประเทศอีกครั้งเพื่อก่อเหตุซ้ำ สุดท้ายก็เป็นไปตามคาด เมื่อคนร้ายมาปรากฏตัวบริเวณลานจอดรถสี่พระยาทาวเวอร์อินน์ และถูกจับกุมในที่สุด

ผลจากการสอบปากคำในเบื้องต้น โจรเจาะตู้เซฟรายนี้บอกว่า ได้ตระเวนก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง พร้อมอ้างว่าต้องการเงินไปใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัว โดยเฉพาะค่ารักษาตัวลูกที่ป่วย เนื่องจากอาชีพที่ทำปัจจุบันเป็นพนักงานในร้านอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งทุกครั้งที่ก่อเหตุจะทำเพียงคนเดียว สวมผ้าปิดปาก หมวกแก็ปสีดำ เลือกเฉพาะร้านอาหาร และจะลงมือก่อเหตุในเวลากลางคืน เพราะพนักงานเลิกงานกันหมดแล้ว สำหรับวิธีการเจาะตู้เซฟให้ได้ผลสำเร็จ ก็เลียนแบบมาจากในเว็บไซด์ยูทูบ ส่วนการเข้ามาในประเทศไทย ใช้วิธีลักลอบเข้ามาผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ที่ จ.นครพนม

แม้คำรับสารภาพจะบอกว่าก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องขยายผล เพราะอาจทำในรูปแบบแก๊งหรือขบวนการ หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะนี้ สามารถประสานตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ได้ทันที..!!

ม็อบสายฮา ไม่น่ากลัวเท่า “ยุวชนส้ม”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367676?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ม็อบสายฮา ไม่น่ากลัวเท่า “ยุวชนส้ม”

2 เมษายน 2562 – 15:15 น.
ยุวชนส้ม,จ่านิว,อนุรักษ์ เจนตวนิชย์,รังสิมันต์ โรม,โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา
เปิดอ่าน 2,883 ครั้ง

คอลัมน์…  กระดานความคิด  โดย…  บางนา บางปะกง

กิจกรรมทางการเมืองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีอยู่ 2 จุด 2 กลุ่ม ต่างฝ่ายต่างเป้าหมาย แม้จะเคยร่วมเคลื่อนไหวมาด้วยกัน แต่มาวันนี้ จำต้องแยกทางกันเดิน

ที่สกายวอล์กสถานีรถไฟฟ้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ “อานนท์ นำภา” ทำกิจกรรมชูป้ายข้อความหยุดโกงเลือกตั้ง ส่วน “แนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ชื่อใหม่แต่คนเก่า “บอล” ธนวัฒน์ วงศ์ไชย อดีตประธานสภานิสิตจุฬาฯ และ “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ ยื่น ป.ป.ช. เพื่อให้ถอดถอน กกต.

          ที่สี่แยกราชประสงค์ “กลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง” นำโดย ฟอร์ด เส้นทางสีแดง และเอกชัย หงส์กังวาน อ่านแถลงการณ์​ที่จะยืนยันกับสังคมว่า พรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง​จะต้องเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล​ ปิดท้ายด้วยกิจกรรมเต้นคุกกี้เเดนซ์ 

จะว่าไปแล้ว “อนุรักษ์ เจนตวนิชย์” หรือ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ไม่เคยหยุด นับแต่ปี 2559 มาจนถึงวันนี้ โดยมีสมาชิกคนเสื้อแดงอาวุโสไม่ถึงร้อยคน นัดกันผ่านเฟซบุ๊กออกทำกิจกรรมไปตามเรื่อง

คนในแวดวงนักเคลื่อนไหวฝ่ายต้าน คสช. มองว่า กลุ่มของฟอร์ด และแดงอาวุโส เป็น “สายแดนซ์” ไม่มีเนื้อหาสาระ และทำให้แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหวาดระแวง เพราะทำกิจกรรมทั้งปี ไม่มีคดีเลย

สำหรับองค์กรใหม่ “แนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” แต่คนหน้าเดิมเป็นแกนนำ มีพัฒนาการมาจาก “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” ที่ก่อตัวขึ้นในวันครบรอบหนึ่งปีการทำรัฐประหาร 2558

ปลายปี 2560 ได้เปลี่ยนชื่อจากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็น “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” มี “รังสิมันต์ โรม” และเพื่อนๆ หน้าใหม่อีก 4-5 คน เหมือนฉายหนังม้วนเดิม มีการเปลี่ยนหน้า “ตัวละคร” ไปบ้าง

โครงสร้างกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นการรวมตัวแบบหลวมๆ คือ “โรม” รังสิมันต์ โรม, อานนท์ นำภา, “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ, “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา

          กลางปี 2561 รังสิมันต์ โรม และปิยะรัฐ จงเทพ ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา โรมอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับ 16 ได้เป็นว่าที่ ส.ส. แต่โตโต้ไปสมัคร ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์ ได้คะแนนหมื่นกว่า สอบตก

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง น่าจะจบภารกิจไปแล้ว แกนนำหลังม่านจึงดีไซน์ “แนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบ กกต. และปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษา

เริ่มจาก “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “บอล” ธนวัฒน์ วงค์ไชย แห่งสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย เชื่อมต่อกับอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อย่างอานนท์ นำภา และ “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ที่เคลื่อนไหวตั้งโต๊ะรวบรวบรวมรายชื่อ ยื่น ป.ป.ช. เพื่อให้ถอดถอน กกต.

สมัยที่เป็นกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง “โรม” และมิตรสหาย เหมือนถูกโดดเดี่ยวจากพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. จึงทำให้การชุมนุมขับไล่ คสช. กลายเป็น “ม็อบแดดเดียว” เมื่อปีที่แล้ว

         สิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเป็นห่วงคือ พรรคอนาคตใหม่ กับ “6 ล้านเสียง” ที่ทำให้ขบวนการ “จ่านิว เพนกวิน บอล และโบว์” กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

การเดินยุทธศาสตร์ “ถอยห่าง” จากกลุ่มแดงแกงโฮะ ก็มุ่งหวังที่จะได้การสนับสนุนจาก “พลังคนรุ่นใหม่” จริงๆ ซึ่งในวันนี้ ก็พอจะเห็นบ้างแล้วจากปรากฏการณ์ “ฟ้ารักพ่อ”

ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยออกอาการหวาดหวั่น เกรงว่าคนรุ่น “ฟ้ารักพ่อ” จะแปรเปลี่ยน “ยุวชนส้ม” ออกมาเคลื่อนไหวปฏิวัติสังคมครั้งใหญ่ เหมือน “ยุวชนแดง” เคยก่อการปฏิวัติวัฒนธรรมในเมืองจีนมาแล้วในอดีต

          จากนี้ไปเป็นช่วงขาลงของคนเสื้อแดง และจะเป็นขาขึ้นของ “ยุวชนส้ม” หรือไม่ ? และกรณีวิกฤติ กกต. อาจทำให้สังคมไทยได้เห็นอะไรกันบ้าง 

ใบสี กกต.” อิทธิฤทธิ์สู้ทุจริตหย่อนบัตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367674?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ใบสี กกต.” อิทธิฤทธิ์สู้ทุจริตหย่อนบัตร

2 เมษายน 2562 – 13:35 น.
กกต,ใบสี,ใบเหลือ,ใบส้ม,ใบแดง,เลือกตั้ง
เปิดอ่าน 686 ครั้ง

รายงาน…

ท่ามกลางกระแสขับไล่และล่าชื่อถอดถอน กกต. เพราะไม่พอใจการจัดการเลือกตั้งและการประกาศคะแนนที่บางฝ่ายมองว่าไม่มีความโปร่งใสนั้น ปรากฏว่า กกต.ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป และเตรียมพิจารณาสั่งเลือกตั้งใหม่อย่างน้อยๆ 117 เขตที่มีเรื่องร้องเรียนทุจริต

อำนาจ กกต.ที่จะนำมาใช้ในส่วนนี้ เรียกรวมๆ ว่า “อำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่” โดยมีระดับความร้ายแรงแตกต่างกัน เทียบเป็น “ใบสี” เหมือนที่กรรมการให้แก่นักเตะในเกมฟุตบอล ได้แก่

ใบเหลือง – แจกเมื่อ กกต.พบหลักฐานการกระทำผิดจนเชื่อได้ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ไม่พบความเชื่อมโยงถึงตัวผู้สมัครคนใดอย่างชัดเจน แบบนี้จะมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครคนเดิมมีสิทธิ์ลงสมัครได้ เพื่อให้ประชาชนใช้วิจารณญาณอีกครั้ง

ใบส้ม – หมายถึงระงับสิทธิ์เลือกตั้งชั่วคราว มีกำหนด 1 ปี /แจกเมื่อ กกต.พบหลักฐานการกระทำผิดและเชื่อมโยงถึงผู้สมัครบางคน หากเป็นผู้สมัครที่ไม่ได้คะแนนอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง ก็ให้ระงับสิทธิ์ผู้สมัครคนนั้น และไม่นำคะแนนที่ได้มาคิดเป็นคะแนนโหวตของพรรค / แต่หากผู้สมัครที่โดนใบส้มได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม กกต.จะสั่งเลือกตั้งใหม่ โดยห้ามผู้สมัครที่โดนใบส้มลงสมัครอีก และคะแนนที่ได้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ให้เป็นอันสิ้นผลไป

ขณะที่ใบแดง – เป็นผลต่อเนื่องจากใบเหลืองและใบส้ม คือ กกต.จะนำหลักฐานที่ได้ เสนอต่อศาลเพื่อให้พิจารณาโทษ หากศาลเห็นว่าผิดจริง ก็จะโดนใบแดง เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรายนั้นๆ ต่อไป โดยระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิ์ขึ้นอยู่กับฐานความผิดแต่ละฐานซึ่งไม่เท่ากัน ความผิดบางเรื่องถ้าโยงถึงพรรค ก็อาจโดนยุบพรรคด้วย

สำหรับเขตเลือกตั้งที่โดน กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่ จะต้องนำคะแนนจากการเลือกตั้งใหม่มาคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ทั้งหมด จุดนี้เองคือเหตุผลที่ กกต.ยังไม่ประกาศจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะตัวเลขจะแน่นอนก็ต่อเมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั้งประเทศอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง

กางสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองดื้อตาใส?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367675?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กางสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองดื้อตาใส?

2 เมษายน 2562 – 13:05 น.
กางสูตรคำนวณ สสบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง,เสื้อแดง,กกต
เปิดอ่าน 1,625 ครั้ง

รายงาน…

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 หลังการเลือกตั้ง ประเด็นการเมืองขยับจากการชิงจับขั้วตั้งรัฐบาล ไปเป็นการพยายามกล่าวหาว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส และขับไล่ กกต. ให้พ้นจากตำแหน่ง

เมื่อวันอาทิตย์มีการรวมตัวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เรียกร้องให้ กกต.แสดงความรับผิดชอบ และมีการตั้งโต๊ะล่าชื่อถอดถอน กกต.ทั้ง 7 คน ปรากฏว่าคนแน่นทั้ง 2 กิจกรรม

ส่วนเมื่อวานนี้ มีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็น “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” อ้างว่าเป็น “สื่อภาคประชาชน” ไปแจก “ใบแดง” ให้ กกต.ถึงสำนักงาน อ้างเหตุผลว่าจัดการเลือกตั้งอย่างไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

แต่เมื่อดูรายชื่อแกนนำชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว น่าจะไม่ใช่สื่อวิชาชีพ เพราะบางคนเคลื่อนไหวสอดรับกับ “คนเสื้อแดง” ในอดีต ขณะที่บางคนเป็นนักจัดรายการวิทยุของ นปช.

ฟากฝั่งพรรคการเมือง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เขียนข้อความในเฟซบุ๊ก หัวเรื่อง “การขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างวิกฤติศรัทธากับ กกต.ทั้ง 7 คน” เนื้อหาระบุว่า ระบบการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหา เพราะผูกติดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มีหลายมาตราไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ขณะที่การสรรหาคัดเลือก กกต. ไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม ซ้ำยังถูกเลือกจาก สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ที่ได้รับเลือกจาก คสช.มาอีกที จึงเท่ากับเป็น กกต.ที่ คสช.เลือกมาทางอ้อม จากนั้นหัวหน้า คสช.ก็ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ สู้ศึกในสนามเลือกตั้งอีกด้วย

บทบาทของ กกต.จึงเข้าข่าย “ขัดกันซึ่งผลประโยชน์” ในความเห็นของ พ.ต.อ.ทวี นำมาสู่วิกฤติศรัทธา

ขณะที่พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ กกต.เปิดสูตรการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะที่ผ่านมาเป็นการคิดคำนวณที่ไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์อะไร กกต.จะคำนวณออกมาอย่างไร กฎหมายมีวางไว้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการคิดคำนวณ ก็ต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่อิงตามอำเภอใจของใครบางคน วันนี้คะแนนลด พรุ่งนี้คะแนนเพิ่ม

จากปรากฏการณ์ทั้งหมด ต้องบอกว่า กกต.พลาดเองก็หลายอย่าง ทั้งเรื่องการประกาศคะแนน 100% อย่างไม่เป็นทางการล่าช้า และการแถลงตัวเลขต่างๆ ไม่ตรงกัน ซึ่งบางเรื่องเป็นการ “พลาดทางธุรการ” แต่ก็ทำให้ความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อ กกต.ลดต่ำลง

กลายเป็นสถานการณ์จากห้องแถลงถึงท้องถนน…รวมพลกินโต๊ะ กกต.

แต่ก็ต้องยอมรับว่ากระแสโจมตี กกต.ในช่วงนี้ บางเรื่องเป็นเรื่องการเมืองด้วย โดยเฉพาะการออกมาตีขลุมอ้างว่า กกต.ไม่ประกาศคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่มีการติดประกาศไว้หน้าหน่วยทุกหน่วยอยู่แล้ว

และการที่อ้างว่า กกต.ไม่ยอมแถลงวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะจริงๆ สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กฎหมายเขียนไว้ชัด ทั้งกรณีที่การเลือกตั้งไม่มีปัญหา คือ ส.ส.เขตที่แต่ละพรรคได้รับ ไม่เกินจำนวน “ส.ส.พึงมี” ที่คิดจากคะแนนโหวตทั้งประเทศของพรรคนั้น และกรณีที่ผลการเลือกตั้งมีปัญหา คือ ส.ส.เขตที่บางพรรคได้รับ เกินจำนวน “ส.ส.พึงมี” ที่ควรจะได้ เหมือนกรณีที่เกิดกับพรรคเพื่อไทยตอนนี้ ซึ่งผลที่จะตามมาก็คือ จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคอื่นที่เหลือจะลดลงไปตามส่วน ตามจำนวน ส.ส.เขตที่เกิน “ส.ส.พึงมี” ของพรรคเพื่อไทย

เริ่มจากรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ว่าด้วยการคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง มีอยู่ 5 ข้อ เป็นสูตรคำนวณทั่วไปขั้นพื้นฐานที่บัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ

ส่วนในกฎหมายเลือกตั้ง หรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 (พ.ร.ป. ส.ส.) ก็เขียนเอาไว้ชัดเจนขึ้นในรายละเอียด เริ่มตั้งแต่มาตรา 125 การประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต กรณีผู้สมัครคะแนนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก

มาตรา 126 กรณีที่คะแนน “โนโหวต” สูงกว่าผู้สมัครทุกคนในเขตนั้น ให้ กกต.จัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ โดยที่ผู้สมัครเดิมทุกรายไม่มีสิทธิ์ลงสมัคร และไม่ให้นำคะแนนที่ผู้สมัครชุดเดิมได้รับ ไปคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

มาตรา 127 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การประกาศรับรองผลเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนว่าเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม โดยในส่วนนี้ กกต.มีเวลาถึง 60 วัน แถมกรอบเวลา 60 วัน ยังให้ยึดวันสุดท้ายที่มีการสั่งเลือกตั้งใหม่กรณีพบทุจริตด้วย อย่างการเลือกตั้งครั้งนี้ 24 มีนาคม นับ 60 วันคร่าวๆ จะไปครบราวๆ วันที่ 24-25 พฤษภาคม แต่ถ้ามีการสั่งเลือกตั้งใหม่ ก็ต้องขยับกรอบเวลา 60 วันออกไป นับจากการเลือกตั้งใหม่เขตสุดท้าย

มาตรา 128 วิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ กรณี กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งครบทุกเขตแล้ว มีทั้งแบบพื้นฐานเหมือนในรัฐธรรมนูญ และแบบแอดวานซ์ กรณีที่มีบางพรรคชนะเลือกตั้งระบบแบ่งเขตมากกว่าจำนวน “ส.ส.พึงมี” โดยมีการกำหนดให้ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่ง สำหรับปัดเศษอย่างเป็นธรรม มาตรานี้เขียนสูตรคำนวณเอาไว้อย่างละเอียด 8 ข้อ ใครๆ ก็เปิดดูได้ พรรคการเมืองทุกพรรคน่าจะเคยอ่านหมดแล้ว

มาตรา 129 เป็นวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในกรณีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งยังไม่ครบทุกเขต แต่มีจำนวนถึงร้อยละ 95 แล้ว กรณีนี้มีสูตรเฉพาะอีก 3 ข้อ

มาตรา 130 เป็นบทบัญญัติห้ามนำผลคะแนนจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ไปคำนวณหา “ส.ส.พึงมี” และ “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” หากยังมีการเลือกตังใหม่ หรือเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จ

พูดง่ายๆ คือ กฎหมายเขียนไว้ละเอียดหมดแล้ว และหากพูดกันอย่างแฟร์ๆ ก็ต้องยอมรับว่า กกต.ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดพอสมควร แน่นอนว่าความบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นบางจุด กกต.คงต้องรับผิดชอบ แต่ในเรื่องสูตรการคิดคะแนน คงไม่เป็นธรรมหากจะบอกว่า กกต.ไม่ได้แถลงให้ชัดเจน เพราะทุกอย่างมีในกฎหมาย และกฎหมายยังห้าม กกต.คำนวณจำนวน ส.ส.พึงมี และ ส.ส.ปาร์ตี้้ลิสต์ล่วงหน้า หากการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้นด้วย

ที่สำคัญ…สถานการณ์ ณ ปัจจุบันก็ต้องบอกว่ายังไม่เสร็จสิ้น เพราะ กกต.กำลังพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านที่อาจมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ถึง 117 เขต

แค้นนี้ไม่ลืม สลักชื่อ “เจ๊เปี๊ยะ” ไว้บนเสาไฟฟ้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/367681?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แค้นนี้ไม่ลืม สลักชื่อ “เจ๊เปี๊ยะ” ไว้บนเสาไฟฟ้า

2 เมษายน 2562 – 11:43 น.
พรรคภูมิใจไทย,นิพิพฏฐ์ อินทรสมบัติ,พรรคประชาธิปัตย์,เลือกตั้ง 2562,ผลการเลือกตั้ง,นาที รัชกิจประการ
เปิดอ่าน 41,322 ครั้ง

 จะว่าไปแล้ว “เจ๊เปี๊ยะ” เคยประดาบกับอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์แห่งพัทลุงมาหลายยกแล้ว แม้จะแพ้ในสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แต่เจ๊เปี๊ยะก็สู้ไม่ถอย

*************

แม้ศึกเลือกตั้งจะจบไปแล้ว แต่สถานการณ์การเมืองภาคใต้ยังคุกรุ่น เมื่อ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส. 8 สมัย ยังคาใจในความพ่ายแพ้แก่ผู้สมัครหน้าใหม่จากค่ายภูมิใจไทย

ขณะที่ นาที รัชกิจประการ” เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 4 กลับมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะยุทธการล้มเสาไฟฟ้า

ศึกศักดิ์ศรี“แม่ทัพเมืองลุง”

ถ้ายังจำกันได้ ปลายเดือนพฤศจิกายน 2561 เกิดวิวาทะทางสื่อโซเชียลของสองคนดังเมืองพัทลุง คือ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” กับ “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ แม่ทัพใต้ของค่ายภูมิใจไทย

สเตตัสเฟซบุ๊กของนิพิฏฐ์ “ผมฝากบอกคุณนาที รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทยว่า ลองไปถามคนพัทลุงดูว่าเวลาเขาพูดว่านักการเมืองซื้อเสียงชาวบ้านเขานึกถึงใคร?” (19 พ.ย.2561)

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

ส่วนสเตตัสของนาที “เราจะคุยกันแต่เรื่องปากท้อง..เพราะปากท้องมันสำคัญ..วาทกรรมทางการเมืองเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น เราไม่นะ…” (24 พ.ย.2561)

จะว่าไปแล้ว “เจ๊เปี๊ยะ” เคยประดาบกับอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์แห่งพัทลุงมาหลายยกแล้ว แม้จะแพ้ในสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แต่เจ๊เปี๊ยะก็สู้ไม่ถอย เพราะมีความพร้อมทุกอย่าง และสามีของเธอคือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ เจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันพีที (พีทีจี เอ็นเนอยีฯ)

ปี 2547 “เนวิน ชิดชอบ” ในฐานะ รมช.เกษตรฯ ได้รับมอบหมายจาก “ทักษิณ” ให้ไปดูแลโครงการของกระทรวงเกษตรฯ ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้เนวินได้รู้จักกับ “โกเกี๊ยะ” ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของภาคใต้ และชักนำเจ๊เปี๊ยะเข้าสู่วงการเมือง

เจ๊เปี๊ยะกับโกเกี๊ยะ

ปี 2549 เจ๊เปี๊ยะ ได้รับชัยชนะ เป็น ส.ว.พัทลุง แต่เกิดรัฐประหารก่อน ปี 2553 เธอได้เข้าไปนั่งเป็นเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร (ชัย ชิดชอบ) และปี 2554 ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของภูมิใจไทย

“เนวิน” ใช้เวลาปั้น “เจ๊เปี๊ยะ” นานกว่า 10 ปี จึงขึ้นชั้นเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคใต้

ฝังรอยแค้นไว้ที่เสาไฟฟ้า

เมื่อการเลือกตั้ง 22 มีนาคม 2535 “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ลงสนามการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก เอาชนะสานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีต ส.ส.ค่ายความหวังใหม่ ไปได้แบบขาดลอย นับแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา นิพิฏฐ์ไม่เคยสอบตก

เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 “นิพิฏฐ์” ในฐานะแม่ทัพใต้ของ ปชป. ถึงกับช็อก เมื่อภูมิใจไทยเบียดแทรกเข้ามาได้ 2 เขต

เขตเลือกตั้งที่ 1 ภูมิศิษฏ์ คงมี อดีตรองนายก อบจ.พัทลุง ชนะสุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.หลายสมัย

เขตเลือกตั้งที่ 2 ฉลอง เทอดวีระพงศ์ อดีตปลัดจังหวัดพัทลุง ชนะนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โดยคะแนนทิ้งห่างกันถึง 2 หมื่นคะแนน

 ฉลอง เทอดวีระพงศ์

มิเพียงเท่านั้น “เจ๊เปี๊ยะเอฟเฟกต์” ยังลามไปอีกหลายจังหวัด ที่กระบี่ เขตเลือกตั้งที่ 2 สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีตรองนายกอบจ.กระบี่ ชนะสุชีน เอ่งฉ้วน หมายเลข 13 ลูกชายของอาคม เอ่งฉ้วน

ที่ระนอง คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ทายาทลูกชิ้นฮั่งเพ้ง ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ส่วน วิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส. 8 สมัย ได้แค่ 16,107 คะแนน

 คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ 

ที่สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 7 ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ล้มวอลล์เปเปอร์ “ศิริโชค โสภา” ตามความคาดหมาย เพราะคะแนนนิยมของศิริโชคในพื้นที่ลดลงมานานแล้ว

รายชื่อ ส.ส.ค่ายสีน้ำเงิน ก็เป็นไปตามเป้าหมายที่เจ๊เปี๊ยะคาดไว้ทุกประการ

โกเกียรติ” ยึดอันดามัน

นับแต่วันที่ “โกเกียรติ” หรือ สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์” ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่สุดในฝั่งอันดามัน ประกาศส่งลูกชายลงสนามเลือกตั้ง นักวิเคราะห์การเมืองต่างฟันธงล่วงหน้าว่า ปชป.สูญเสียที่มั่นฝั่งอันดามันแน่

“โกเกี๊ยะ” เป็นสหายร่วมอุดมการณ์กับ “โกเกียรติ” และตระกูล “เลียงประสิทธิ์” แห่ง อ.ละงู มีธุรกิจมากมาย ทั้งเรือประมง รถบรรทุก แพปลา ท่าเรือ รับเหมาก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน และสวนปาล์ม นอกจากนี้ ยังมีค่ายมวยเกียรติเจริญชัย

ผลเลือกตั้งก็เป็นไปตามคาด เขตเลือกตั้งที่ 1 โกโต” พิบูลย์ รัชกิจประการ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสตูล และน้องชายโกเกี๊ยะ เอาชนะอดีต ส.ว.สตูล ค่าย ปชป.

พิบูลย์ รัชกิจประการ

เขตเลือกตั้ง 2 โกแพ” วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ บุตรชายโกเกียรติ โกยแต้มไปเกือบ 5 หมื่นคะแนน ชนะฮอชาลี ม่าเหร็ม อดีต ส.ส.สตูล หลายสมัย จาก ปชป. ที่ได้หมื่นกว่าคะแนน

วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์

จากสตูลไปปัตตานี ค่ายภูมิใจไทย ได้ ส.ส. 1 คนจากเขตเลือกตั้งที่ 2 อับดุลอาซิม อาบู นายก อบต.โคกล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ชนะมูฮัมหมัดอารีฟีน จะปะกียา จากพรรคประชาชาติ

สรุปภูมิใจไทย สายใต้ได้ ส.ส.เกินเป้าคือ 8 ที่นั่ง…“แม่ทัพนิพิฏฐ์” จึงแค้น “แม่ทัพเปี๊ยะ” ยิ่งนัก