ตรวจแนวรบอีสาน “เพื่อไทย” พลาดเป้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364261?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ตรวจแนวรบอีสาน “เพื่อไทย” พลาดเป้า

วันที่ 2 มีนาคม 2562 – 09:35 น.
พรรคเพื่อไทย,ทักษิณ ชินวัตร,นายทักษิณ ชินวัตร,พรรคไทยรักษาชาติ,แคนดิเดตนายกฯ,นายกฯ,เลือกตั้ง 2562,การเลือกตั้ง,การหาเสียง,ยุบพรรค,พรรคอนาคตใหม่,พรรคเพื่อชาติ
เปิดอ่าน 6,762 ครั้ง

ยุ่งกันใหญ่ล่ะสิ!! ถ้ากลางสัปดาห์หน้า พรรค ทษช.ถูกยุบพรรค พรรคเพื่อไทยจะหาคะแนนมาเพิ่มยังไง เมื่อ “150 เขต” ไม่ได้ส่ง ส.ส.เขต

การแก้เกมกติกาเลือกตั้ง “บัตรใบเดียว” ด้วยการสร้าง “พรรคพี่พรรคน้อง” ก็มองว่าอ่านเกมขาด เพราะวางพรรคเพื่อไทยเก็บแต้ม “ส..เขต” และพรรคไทยรักษาชาติ เน้น “บัญชีรายชื่อ” หลังเลือกตั้ง พรรครวมกันก็มากกว่า 250 ที่นั่ง

          เมื่อต้องการเอาชนะขาดลอยเลยเล่นเกมใหญ่หวังจะให้ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ของพรรคไทยรักษาชาติ ชี้ขาดชัยชนะแต่สถานการณ์พลิกผันชั่วคืนเดียว กลายเป็นพรรค ทษช.ต้องเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรค

          ถ้ากลางสัปดาห์หน้า พรรค ทษช.ถูกยุบพรรค พรรคเพื่อไทยจะหาคะแนนมาเพิ่มยังไง เมื่อ “150 เขต” ไม่ได้ส่ง ส..เขต เนื่องจากเปิดทางให้พรรคน้องส่ง 175 เขต โดยมี 25 เขตที่สองพรรคต้องแข่งกันเอง

เพื่อไทยอีสาน” 

แต้มลด 10 จังหวัด

          เมื่อเกมเปลี่ยน พรรคไทยรักษาชาติตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม พรรคเพื่อไทย จึงดำเนินกลยุทธ์กวาดเก็บทุกแต้มทุกเขตไม่ให้เหลือเผื่อแผ่ไปถึงพรรคฝ่ายประชาธิปไตย

          สมรภูมิอีสาน 116 เขตคือเป้าหมายใหญ่ เพราะพรรคเครือข่าย “ชินวัตร” เป็นแชมป์ ส..อีสาน สมัยซ้อน ตั้้งแต่เลือกตั้ง 2544, 2548, 2550 และ 2554 สำหรับเลือกตั้ง 2562 ก็คงได้ครองแชมป์สมัยที่ ตามคาด

           ในวันที่ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งเพื่อไทยไปหาเสียงที่หนองคายและอุดรธานี จึงประกาศ ขอให้กาผู้สมัคร ส..เพื่อไทยชนะทุกเขต เขตละไม่ต่ำกว่า หมื่นเสียง” เลือกเพื่อไทยชนะไม่พอ เพราะจะต้องได้คะแนนถล่มทลาย

           เป็นที่น่าสังเกตว่า “พานทองแท้ ชินวัตร” ทายาทของทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมคณะคุณหญิงหน่อยไปขอคะแนนชาวบ้านด้วยทุกเวที “โอ๊ค” จะเดินฝ่าฝูงชนจำนวนมากที่เข้ามาสวมกอด คล้องพวงมาลัย ผูกผ้าขาวม้า และขอจับมือ 

            ด้วยข้อจำกัดของกติการเลือกตั้งที่มิอาจนำ “คนนอก” เข้ามาหาเสียงได้ จึงทำให้การปั่นกระแส “พาทักษิณกลับบ้าน” ทำได้ยากขึ้น ต่างจากปี 2550 มีการแจกแผ่นซีดีกลอนลำ “คิดฮอดทักษิณ” ขับลำโดยบรมครูหมอลำกลอนชาวบ้านได้ฟัง น้ำตาไหลพราก อยากให้อดีตนายกฯ ขวัญใจคนรากหญ้ากลับบ้าน

            ปี 2554 ทักษิณ ร้องเพลง “คิดฮอดบ้านแฮง” ส่งผ่านช่องยูทูบมาจากดูไบ กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตทีวีวิทยุชุมชนเสื้อแดง มนต์เพลงทักษิณหนุนกระแสนารีขี่ม้าขาวโกยเก้าอี้ ส..มากว่าครึ่งสภา

           จากการประเมินของหน่วยข่าวความมั่นคง ภาคอีสาน 20 จังหวัด พรรคเพื่อไทย จะชนะ “ยกจังหวัด” ประมาณ 10 จังหวัดคือ นครพนม เขต บึงกาฬ เขต มุกดาหาร เขต ยโสธร เขต ศรีสะเกษ เขต สกลนคร เขต หนองคาย เขต หนองบัวลำภู เขต อุดรธานี เขต และมหาสารคาม เขต

            เปรียบเทียบกับปี 2554 เพื่อไทยชนะ 14 จังหวัด โกยแต้มเป็นกอบเป็นกำ แถมปีนี้เขตเลือกตั้งภาคอีสานลดจาก 126 เขต เหลือ 116 เขต ส..หายไปสิบคน ซึ่งพรรคที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ก็คือ เพื่อไทย

ฝ่ายประชาธิปไตย

ตัวแปร “ตัดแต้ม” กันเอง

          การเลือกตั้งสมัยที่แล้วในสนามเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยต่อสู้ขับเคี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก มีบางจังหวัดที่มีพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นตัวแปร

          ต่างจากฤดูเลือกตั้งปีนี้ที่มี “พรรคอนาคตใหม่” ที่เกิดจากคนหนุ่มสองคน “ธนาธรปิยบุตร” แม้ไม่ได้เป็นเครือข่ายของ “พรรคตระกูลเพื่อ” แต่โดยแนวทางการล้มล้างมรดก คสชจึงโดนใจฝ่ายพลพรรคคนรักนายใหญ่ไปโดยปริยาย

          อีกด้านหนึ่งผู้สมัครส..พรรคอนาคตใหม่ในอีสาน ส่วนใหญ่มาจากแกนนำเสื้อแดง หรือนักธุรกิจที่เชียร์พรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว รวมถึงกองเชียร์อนาคตใหม่ในภาคชนบทก็ล้วนแต่เป็นมวลชนแดงรากหญ้า

           พรรคเพื่อชาติ” พรรคของแกนนำ นปช.ปีกหนึ่ง และไม่ถูกนับเป็น “พรรคพี่พรรคน้อง” โดย จตุพร พรหมพันธุ์ รับผิดชอบภาคอีสาน มีแนวโน้มจะได้รับเลือกตั้งบางเขตใน จ.มหาสารคาม และจ.สุรินทร์ 

           พรรคเสรีรวมไทย” ของ พล...เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก็เป็นอีกพรรคหนึ่งที่คนไม่ชอบ คสช.ให้ความสนใจ แต่องค์ประกอบของพรรคนี้ก็ยังอยู่ห่างจากเครือข่ายพรรคตระกูลเพื่อ

           อีกสองพรรคคือ “พรรคพลังปวงชนไทย” ที่ชูภาพ “พล..ชัยสิทธิ์ ชินวัตร” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ “พรรคพลังไทยรักไทย” ที่เสนอชื่อ “พล..ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คงแชร์คะแนนคนเสื้อแดงไปได้ไม่มากนัก

           หากมองภาพรวมของการหาเสียงในภาคอีสาน พรรคอนาคตใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ครั้งแรกน่าจะเป็นตัวตัดคะแนนพรรคเพื่อไทยไปไม่น้อยเลย

           โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะทำแต้มหลุดลอยและสูญเสีย ส..เขตไปจำนวนหนึ่งจนทำให้คะแนนรวมทั้งประเทศหดหายไป ไม่ได้ตามที่คาดหวัง

คนการเมืองร่วมสยบข่าวลือล้มกระดานการเลือกตั้ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364218?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คนการเมืองร่วมสยบข่าวลือล้มกระดานการเลือกตั้ง

วันที่ 2 มีนาคม 2562 – 00:00 น.
เลือกตั้ง,สุภรณ์ อัตถาวงศ์,นออนุดิษฐ์ นาครทรรพ,จิตรภณ ทิพย์โภคากุล,ศิริโชค โสภา,พรรคภูมิใจไทย,พรรคประชาธิปัตย์,พรรคเพื่อไทย,พรรคพลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 2,297 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

นับตั้งเเต่นกหวีดที่ส่งสัญญาณให้พรรคการเมืองลงสนามเลือกตั้งได้อย่างเป็นทางการนั้น กระเเสโจมตีเเละวาทกรรมการเมืองจากฝ่ายต่างๆ ยิงกระหน่ำกันต่อเนื่อง รวมทั้งการปล่อยข่าวลือ ข่าวเท็จ ข่าวลวงเพื่อหวังผลต่างๆ นานา

เเละยิ่งมีกระเเสข่าวลือว่า “อาจมีการล้มกระดานการเลือกตั้งรวมทั้งการยึดอำนาจซ้อน” เพราะบางพรรคอาจไม่สมหวัง โดยอาศัยบางเหตุผลของการหาเสียงในช่วงนี้เเละมีการทิ่มเเทงไปยังเเม่ทัพนายกองเเละคีย์เเมนหลักในคสช.

ทีมข่าวการเมือง “เครือเนชั่น” ได้สัมภาษณ์คนการเมืองจากสี่พรรคว่าการล้มกระดานนั้นจะบังเกิดหรือไม่….

            “ผมเชื่อว่าไม่มีพรรคใดหนุนไม่ให้เกิดการเลื่อนเลือกตั้ง”

          “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” เเกนนำภาคกทม.พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า หากมีการยึดอำนาจเกิดขึ้นในช่วงนี้จะมาจากผู้คุมอำนาจขัดแย้งกันเอง ผู้คุมอำนาจขัดแย้งกับนักการเมืองและนักการเมืองขัดแย้งกันเอง

แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีแววแบบนั้น ส่วนข่าวลือที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและบางกลุ่มอาจยั่วยุทางการเมืองนั้น มองว่าบางกลุ่มที่แสดงออกทางการเมืองที่ต้องการการเลือกตั้งยังทำได้ในสิทธิขั้นพื้นฐานและควรวางกติกากันไว้ ใครล้ำเส้นก็ต้องดำเนินคดี

“พรรคมีจุดยืนว่าต้องไปสู่การเลือกตั้งและยึดประชาธิปไตย พรรครับสภาพที่สังคมตัดสินในการเลือกตั้งและจะไม่เล่นนอกกติกา หากบางคนมองว่ามีบางพรรคหนุนการสร้างข่าวลือ ข่าวลวงและการเคลื่อนไหวต่างๆ นั้น เจ้าหน้าที่มีอำนาจทางกฎหมายในการตรวจสอบดำเนินคดี เพราะการเลือกตั้งนั้น ผมเชื่อว่าไม่มีพรรคใดหนุนไม่ให้เกิดการเลื่อนเลือกตั้ง”

เเกนนำภาคกทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนการปราศรัยของแกนนำพรรคที่เกี่ยวกับงบและการดำเนินการของกองทัพที่พรรคเสนอปรับลดนั้น ภาพรวมของกระทรวงต่างๆ ที่ของบมาทำงาน ทุกอย่างมีความจำเป็น แต่ฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งจะพิจารณางบของทุกกระทรวงและเลือกว่าจะดำเนินการนโยบายใด พรรคมีจุดยืนเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วน และงบซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพนั้น พรรคมองว่าน่าจะรอได้

“พรรคยังเห็นความสำคัญของกองทัพเช่นเดิม แม้บางคนบอกว่ารัฐบาลพลังประชาชนและเพื่อไทยไม่เคยลดงบด้านนี้ ขอชี้แจงว่าสถานการณ์ในแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน รัฐบาลเพื่อไทยชุดที่แล้วไม่ปรับลดงบกองทัพเพราะตอนนั้นสภาพเศรษฐกิจยังดี แต่วันนี้สถานการณ์มันคนละแบบกัน ย้ำว่าพรรคไม่เคยโยงกองทัพเชื่อมโยงกับพรรคพลังประชารัฐในเรื่องนี้ในช่วงปราศรัยเลย”

“อย่าสร้างเงื่อนไขให้บางคนกระทำการไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง”

“สุภรณ์ อัตถาวงศ์” สมาชิกพรรคพลังประชารัฐเเละอดีตคนเสื้อเเดง กล่าวว่า มองว่ากองทัพและรัฐบาลตอนนี้มีความสัมพันธ์อันดี การเลื่อนเลือกตั้งของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมานั้นจะพบว่ามีข้อกฎหมายเเละความจำเป็นที่ต้องรอ สังคมน่าจะเข้าใจ ในอดีตก็มีการเลื่อนเลือกตั้ง เว้นแต่ไม่มีเลือกตั้งเท่านั้น หากเป็นแบบนี้ตนก็ไม่ยอม

“มองว่าบางกลุ่มที่ชุมนุมอาจมีบางคนยุยงด้านหลัง และบางกลุ่มดำเนินการแบบบริสุทธิ์ใจก็ตาม แต่บ้านเมืองวันนี้ต้องการความปรองดองและควรไปสู่โรดแม็พ รัฐบาลมีความชัดเจนในการเลือกตั้งแล้ว อย่าสร้างเงื่อนไขให้บางคนกระทำการไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง เช่น การปล่อยข่าวลือ ข่าวเท็จที่เสี้ยมกันขึ้นมา ผมขอให้ยุติการดำเนินการเพื่อให้บ้านเมืองสงบ

ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีการล้มกระดานเลือกตั้งเพราะพรรคพลังประชารัฐน่าจะแพ้นั้น ผมขอบอกว่าไม่เป็นความจริง และมองว่าควรเคารพเสียงประชาชนเพราะนโยบายพรรคได้รับการตอบรับจากสังคมดีมาก เชื่อว่าพรรคจะได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน”

สมาชิกพรรคพลังประชารัฐเเละอดีตคนเสื้อเเดง กล่าวว่า ส่วนวาทกรรมที่บางพรรคกล่าวหากองทัพในช่วงนี้เพื่อหาเสียง ตนมองว่า หากบางพรรคเป็นรัฐบาลก็ทำได้ แต่อย่านำกองทัพกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาโยงกับพรรค ควรแยกแยะและประกาศเป็นนโยบายให้ชัดว่าจะตัดลดงบกองทัพจุดใดเพราะอะไร งบกองทัพวันนี้ก็ปรับขึ้นตามปกติ ไม่ได้เพิ่มมากตามที่บางพรรคกล่าวหา สมมุติว่าตนไปหาเสียงกล่าวหาบางพรรคทำบ้านเมืองเสียหายจากการจำนำข้าว แบบนี้ความปรองดองจะเกิดไหมในช่วงเลือกตั้ง

“ผมว่าทุกฝ่ายควรมุ่งไปยังจุดหมายที่รอคอยกันมาหลายปี”

“ศิริโชค โสภา” ผู้สมัครส.ส.สงขลา เขต 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ช่วงนี้คือช่วงหาเสียงที่ทุกพรรคควรไปเสนอนโยบายต่อประชาชน ข่าวลือต่างๆ นานา ที่มีอยู่ในตอนนี้นั้น ในทางการเมืองเเละการเลือกตั้ง ข่าวลือต่างๆ มักจะมีออกมาตลอดเวลาในช่วงหาเสียง มองว่าคนไทยเเละพรรคต่างๆ ควรตั้งมั่นอยู่ในกรอบการเลือกตั้งเพราะจะเป็นวิถีคืนสู่ประชาธิปไตย วันนี้พรรคพร้อมที่จะลงสนามเลือกตั้งเพราะพรรคยึดหลักประชาธิปไตยเเละเคารพเสียงของประชาชน

“ส่วนที่บางคนมองว่ากระเเสข่าวลือเลื่อนหรือไม่มีเลือกตั้งเพราะบางพรรคกระเเสนิยมไม่ดีนั้น ไม่ขอเเสดงความเห็น ขอเพียงย้ำว่ากติกาการเลือกตั้งออกมาเเล้ว ทุกฝ่ายควรมุ่งไปยังจุดหมายที่รอมาหลายปี ส่วนการที่หลายพรรคชูเรื่องการปรับลดงบกองทัพนั้น มองว่าการเสนอเพิ่มหรือลดงบประมาณของกระทรวงใดนั้นควรมีเหตุผลเเละความจำเป็นตามภาวะของประเทศในช่วงนั้นๆ อย่าลืมว่างบประมาณมีจำกัด ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางพรรคที่ไปหาเสียงเรื่องตัดงบกองทัพควรต้องชี้เเจงให้ชัดว่าจะลดตรงไหนเเละนำไปเพิ่มที่ส่วนใด”

ศิริโชคกล่าวว่า “บรรยากาศช่วงนี้ไม่น่าจะมีเหตุให้ล้มกระดาน เเม้อาจมีบางพรรคที่ทำผิดกติกา ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ หากถามว่าจะมีการก่อการชุมนุมขึ้นหรือไม่ หากบางพรรคจะโดนยุบพรรค มองว่าสถานการณ์ไม่ไปถึงขั้นนั้น”

“พรรคเเละฝ่ายต่างๆ อย่าแบ่งข้างซึ่งเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง”

“จิตรภณ ทิพย์โภคากุล” ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางเเค พรรคภูมิใจไทย กล่าาวว่า ตนเป็นคนรุ่นใหม่เเละลงสนามเลือกตั้งครั้งเเรก มองว่ากระเเสข่าวลือต่างๆ ในช่วงนี้นั้น ย้ำว่าการเลือกตั้งควรจะมี เพราะการสร้างความวุ่นวายเพื่อล้มเลือกตั้งเป็นเรื่องที่น่าละอาย เป็นกบฏต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ประชาชนต้องสร้างเกราะป้องกัน โดยการไม่แบ่งข้างและแสดงออกโดยการไม่เลือกพรรคการเมืองที่พยายามก่อชนวนความขัดแย้ง โดยการสร้างกระแสต้องเลือกข้าง

“ประเทศไทยรอคอยการกลับมาของประชาธิปไตยอย่างใจจดใจจ่อ หากไม่เกิดการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม ถือเป็นการบ่อนทำลายระบบประชาธิปไตยอย่างกู่ไม่กลับ ประชาชนจะเกิดความสับสนอย่างมาก เศรษฐกิจจะถดถอย แต่ ณ จุดนี้ด้วยความคิดเห็นส่วนตัวยังไม่คิดว่าบ้านเมืองจะไปถึงจุดที่ไม่มีการเลือกตั้ง ต้องวิงวอนพี่น้องประชาชนร่วมมือร่วมใจกันรณรงค์ร่วมกับพรรคเเละฝ่ายต่างๆ สร้างบรรยากาศทางการเมืองในทางสร้างสรรค์ ไม่แบ่งข้างซึ่งเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง ไม่เกิดประโยชน์ต่อใคร ร่วมสร้างประชาธิปไตยยุคใหม่เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นปัญหาหลักและปัญหาที่สำคัญที่สุดของวันนี้ วอนขอให้พี่น้องนักการเมืองทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่และรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจ”

“หวังว่าทุกฝ่ายควรสร้างการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นธรรม ไม่สร้างประเด็นความแตกแยก โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ยอมรับในผลการเลือกตั้ง โดยคำตัดสินจากประชาชน 24 มีนาคม เดินหน้าประเทศไทย พร้อมสร้างประชาธิปไตยยุคใหม่ ประชาธิปไตยเพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชน”

“เลือกตั้ง 62 ในมุมมองของผู้หญิงแถวหน้า”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364157?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“เลือกตั้ง 62 ในมุมมองของผู้หญิงแถวหน้า”

วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 10:35 น.
เลือกตั้ง62,ดรณหทัย ทิวไผ่งา,พรรคประชาชาติ,วทันยา วงษ์โอภาสี,พรรคพลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 678 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

การเลือกตั้งครั้งนี้พบว่าเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยหน้าใหม่ เพราะกกต.สรุปจำนวนพรรคการเมือง และจำนวนผู้สมัคร ส.ส.ช่วงเปิดรับสมัครวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เบื้องต้นก่อนตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้ง 2562 มีผู้สมัครแบบแบ่งเขต 80 พรรค จำนวน 11,128 คน ส่วนระบบปาร์ตี้ลิสต์ 72 พรรค 2,718 คน รวมผู้สมัคร 13,846 คน เท่ากับว่าผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสองประเภทรวมกันมากกว่าการเลือกตั้งปี 2554 ที่มีจำนวน 3,832 คน หรือมากกว่า 3 เท่า

กกต.สรุปแล้วว่าผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. 81 พรรค รวม 11,181 คน(ไม่ผ่านการพิจารณาและลงสมัครไม่ได้ 947 คน)

แบบบัญชีรายชื่อ มีพรรคการเมืองที่ยื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 77 พรรค รวม 2,917 คน (ผ่านการพิจารณาและลงสมัครได้ 2,810 คน และไม่ประกาศรายชื่อ 107 คน)

บัญชีนายกรัฐมนตรี มีพรรคการเมืองเสนอ 46 พรรค รวม 71 รายชื่อ (กกต.รับรอง 44 พรรค มีผู้ได้รับการเสนอรายชื่อ 68 คน และไม่ประกาศรายชื่อ 2 คน )

และครั้งนี้มีสุภาพสตรีทั่วไทยลงสนามอาสาเป็นผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหน้าใหม่และผู้ที่มีชั่วโมงบินทางการเมืองมาแล้วหลายต่อหลายคน ทำให้สนามเลือกตั้งครั้งนี้น่าติดตามว่าสุภาพสตรีเหล่านี้จะผ่านด่านความไว้วางใจจากสังคมให้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.ได้หรือไม่ และพวกเธอมีความหวังที่จะรังสรรค์บ้านเมืองในไปในทิศทางใด…

เครือเนชั่นได้ตั้งคำถามเรื่อง “เลือกตั้ง 62 ในมุมมองของผู้หญิงแถวหน้า” โดยมี ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ และ วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มาตอบคำถามดังกล่าว

– ดร.ณหทัยหายหน้าจากวงการการเมืองไปไหนมาในช่วง10 ปี
“ไปศึกษา ได้มีโอกาสค้นพบนวัตกรรมใหม่ทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพราะพบว่าประเทศไทยมีปัญหา นักเรียนที่จบ ม.6 นักศึกษาที่จบปริญญาตรีนั้น พูดภาษาอังกฤษไม่ถูก ดิฉันได้ลงไปที่ภาคใต้ นำนวัตกรรมใหม่ที่คิดได้ไปทดลองใช้ เพราะเด็กๆในภาคใต้มีกำลังสมองที่ดี แต่มีโอกาสน้อย โดยสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองเลย ดิฉันไม่ชอบและไม่ได้เล่นการเมือง แต่ก็จะทำงานทางการเมือง”

  – คุณวทันยาทำไมตัดสินใจมาทำงานทางการเมือง
“จากที่ทำงานด้านสื่อมวลชนมานั้น เป็นโอกาสที่ทำให้ได้เห็นความเป็นอยู่ของคนและปัญหาต่างๆ ของประเทศ และความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา เป็นแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้สนใจและตัดสินใจมาทำงานการเมืองเพื่อหยุดความขัดแย้ง ดิฉันจะขอทำงานเพื่อประเทศ เพราะทุกคนที่ทำงานสื่อมวลชนมีความคิดที่อยากทำงานเพื่อบ้านเมือง เพื่อส่วนรวม และหน้าที่สำคัญคือเป็นกระบอกเสียง”

  – ทั้งสองคนมองการเมืองปี 2562 อย่างไร และจะเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาประเทศแบบใด 
 ดร.ณหทัย “แม้การเมืองจะประกอบด้วยพรรคที่หลากหลาย แต่ทุกพรรคนั้นอยากให้สอบถามประชาชนว่าพวกเขาต้องการอะไร ความมั่นคงทางความรู้สึก และมีศักยภาพในการเป็นตัวแทนราษฎรที่แท้จริง คนการเมืองควรมีน้ำใจนักกีฬา ยอมรับผลแพ้ชนะ”

  วทันยา “ทุกพรรคต้องการยุติความขัดแย้ง ควรรับฟังเสียงข้างมาก และเคารพเสียงข้างน้อย ดิฉันมองว่าอย่าใช้คำว่าการเมือง แต่ครั้งนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า”

          – มองว่าความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร และการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม มีความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่
   ดร.ณหทัย “เราควรยอมรับใครก็ได้ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง ประชาชนต้องมีสิทธิในการเลือกผู้นำ ถือว่าเป็นกระบวนการแรกที่ได้จากประชาชน และอีกหนึ่งกระบวนการอยู่ในรัฐสภา”

     – การสังกัดพรรคประชาชาติ จะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ยากหรือง่าย
 ดร.ณหทัย “เราต้องมีจุดยืนว่า ประชาชนเป็นผู้เลือก ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่ พรรคของเราสนับสนุนประชาธิปไตย ยืนยันว่าพรรคไม่ใช่พรรคแบงก์สิบหรือแบงก์ร้อย เพราะประชาชาติเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมา”

          – ในฐานะที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐ รู้สึกอย่างไรกับการที่แจ้งสังคมว่าพรรคเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และทำงานบริหารบ้านเมืองได้อย่างแน่นอน
  วทันยา “ขอเรียนว่า ควรแยกกันก่อนระหว่างเรื่องของรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐได้รับการรับรองจาก กกต.ในการตั้งพรรค พรรคเป็นการผสมผสานจากผู้คนหลายภาคส่วน บางคนบอกว่าการที่พรรคมีอดีตรัฐมนตรี 4 คนสังกัดนั้น ถือว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคอื่น ดิฉันไม่รู้สึกเลยว่าพรรคมีความแตกต่างจากพรรคอื่น พรรคมีความเท่าเทียมและเสมอภาคกับพรรคอื่นๆ พรรคไม่มีแต้มต่อใดๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคะแนนเสียงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย”

          – กรณีพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งบางพรรคบอกว่าเป็นการเอาเปรียบนั้น มองอย่างไร
 ดร.ณหทัย “ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มาจากเสียงส่วนมาก ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการเสนอชื่อ ส่วนกรณีที่พรรคชูนโยบายแก้รัฐธรรมนูญนั้น ขอเรียนว่า กรณีนี้ค่อยมาว่ากันหลังเลือกตั้ง แต่พรรคอยากให้ประชาชนที่มีความแตกต่างอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข”

          – ถ้าไม่ลงมาทำงานการเมืองแต่ช่วยประเทศด้านอื่นๆ แทน จะแก้ปัญหาได้ดีกว่าหรือไม่
     ดร.ณหทัย “ดีใจที่เห็นคนรุ่นใหม่มีจิตวิญญาณที่ดี ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนก็ตาม”

 วทันยา “สื่อทำได้แค่เฝ้ามอง ติดตาม และเป็นกระบอกเสียง แต่การที่มาลงมือทำเองย่อมได้ความแตกต่างมากกว่า ดิฉันช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเดินสายหาเสียงไปบ้างแล้วแต่ยังไม่ได้ไปทั่วประเทศ”

 – ช่วงที่ลงพื้นที่ คิดว่าอะไรเป็นโอกาสและอุปสรรค
 ดร.ณหทัย “ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาแรก เพราะประชาชนกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งกับคนอื่นๆ ในเรื่องการเมือง การแบ่งฝ่าย การประท้วง พรรคประชาชาติเชื่อในเรื่องความแตกต่าง และทำอย่างไรให้สามารถแสดงความคิดเห็นออกมาได้อย่างอิสระ”

 วทันยา “ความแตกต่างในสังคม ปัญหาปากท้องของประชาชน เพราะประเทศไทยมีฐานของผู้ที่มีรายได้น้อยอยู่จำนวนมาก รวมทั้งความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่เท่าที่ลงพื้นที่ทราบว่าประชาชนอยากเห็นประเทศที่สงบสุข พ่อค้าแม่ค้าสามารถขายของได้อย่างสงบ เพราะในช่วงที่ประเทศมีปัญหา สื่อจะมีเรตติ้งสูง แต่รายได้จะกลับตรงข้ามกัน เอกชนไม่กล้าลงโฆษณา เพราะอย่างไรเสียในช่วงความขัดแย้งก็ไม่สามารถขายสินค้าได้”

  – ถ้าได้ตำแหน่งทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง จะทำอะไรเป็นสิ่งแรก
ดร.ณหทัย “ผลักดันการศึกษาให้ทั่วถึงและเท่าเทียม สร้างศักยภาพให้แก่ทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อคนมีการศึกษา จะสามารถคิดได้ด้วยตัวเอง และช่วยสร้างอาชีพ อย่างเช่น เด็กๆ หากวาดภาพและเขียนโปรแกรมก็สามารถสร้างอาชีพได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เรื่องการใช้ปัญญาประดิษฐ์และไอทีแม้จะมีโทษอยู่บ้าง แต่ก็ต้องบุกเบิกให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

วทันยา “ขอพูดในนามพรรค เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะนำความสงบมาสู่ประเทศ เมื่อพรรคออกนโยบายไปแล้วก็ต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้ อาทิ สวัสดิการประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความแข็งแรงขึ้น รวมทั้งการสร้างคนและอาชีพ ต้องสอนให้พวกเขามีวิธีหารายได้ให้ตัวเอง”

– จะฝากอะไรแก่สุภาพสตรีไทยสำหรับการเลือกตั้ง 2562
ดร.ณหทัย “สำหรับคนที่ก้าวมาในการเมือง ไม่อยากให้ท้อแท้ ให้ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่ง เพราะถ้าการเมืองมีแต่ผู้ชายก็จะมีมุมอีกแบบหนี่ง ซึ่งผู้หญิงมีบางมุมที่ผู้ชายไม่มี อยากให้สนับสนุนผู้หญิงในรัฐสภา และผู้ชายเคารพในความเป็นผู้หญิงด้วย”

 วทันยา “เชื่อว่าผู้หญิงเป็นจุดเริ่มในการเปลี่ยนแปลง ผู้หญิงมีศักยภาพและมีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย ดิฉันอยากเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกพรรคที่ตนเองชอบ ตรงนี้เป็นอีกก้าวของการเป็นประชาธิปไตย”

‘เตรียมรับมือสงกรานต์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364156?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘เตรียมรับมือสงกรานต์

วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 10:35 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,สงกรานต์
เปิดอ่าน 240 ครั้ง

คอลัมน์…  อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน   oddturbo1900@gmail.com

วันเวลาผ่านไปไวเหมือนติดปีกบิน ‘ดับเครื่องชน’ วันนี้ 1 มีนาคม 2562 ซึ่งอีกเดือนกว่าๆ ก็จะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งรัฐบาลมีมติให้หยุด 13-16 เมษายน ซึ่งเป็นปีใหม่ไทยที่จะมีผู้คนเดินทางกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน และอีกมากมายเดินทางไปพักผ่อน-ท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่าวันหยุดปกติหลายเท่าตัว

‘อ๊อด เทอร์โบ’ ขอนำเรื่องนี้แจ้งผ่านไปยังทุกหน่วยงานให้วางแผนรับมือคลื่นมนุษย์และจำนวนยวดยานทุกชนิดให้ดีเพื่อความไม่ประมาท โดยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ประชาชนโดยคำนึงถึง ‘ความปลอดภัย’ เป็นอันดับแรก

ทุกปีที่ผ่านมาจะมีการนับศพผู้เสียชีวิตในการเดินทางช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นเรื่องเลวร้ายทำลายขวัญมาก เพราะแทนที่จะหาทางป้องกันอุบัติเหตุอันตรายกลับทำอย่างอื่นที่ไม่เป็นประโยชน์และยิ่งมีผู้เสียชีวิตมากแสดงว่าการทำงานช่วยเหลือป้องกันภัยอันตรายไมได้ผล เช่นปีใหม่ที่ผ่านมายังมีเหตุการณ์อุบัติเหตุรุนแรง

จึงขอให้วางแผนทำงานช่วยเหลือบริการประชาชนเต็มที่ทั้งรถไฟ รถเมล์ รถบขส. เครื่องบิน ซึ่งจะมีผู้คนเดินทางส่งผลกระทบหลายอย่างโดยเฉพาะการจราจรติดขัด ฯลฯ

อย่าคิดว่าเหลือเวลาอีกนานและอย่างที่บอกไว้แล้วว่าเดือนนี้จะมีการเลือกตั้งซึ่งอย่าไปทำให้ระบบทำงานติดขัดหรือรอคำสั่งถึงจะขยับตัวลงมือทำ

การเมืองคือการเมือง “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร” ข้าราชการคือผู้รับใช้บริการประชาชนอย่าให้มีข้ออ้างในการทำงานเลย
อ๊อด เทอร์โบ

***

ทุกข์ของชาวนา
เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ผมเป็นชาวนาที่ทำงานหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่ปู่ย่าตายายแล้ว และเป็นข้ออ้างโดยนักการเมืองหลายๆ คนว่าจะช่วยเหลือชาวนาแต่ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นกว่าเดิมเลย และซ้ำร้ายยังทุกข์ยากกว่าเดิม ขายข้าวราคาถูกตกต่ำหนี้สินรุงรัง

หลายวันที่ผ่านมาได้ข่าวว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานอะไรสักอย่างจะออกกฎหมายข้าวว่าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวจะมีโทษถึงติดคุก เป็นความจริงหรือไม่ครับ ถ้าเป็นความจริงผมจะได้เลิกทำนาให้หมดเรื่องหมดราวไปเลย แสดงว่าชาวนาคือคนที่ถูกรังแกไม่มีใครเห็นใจและยังถูกย่ำยีไม่มีวันหยุด

ผมจึงเขียนจดหมายฉบับนี้ระบายความรู้สึกและอย่ามาพูดกันอีกเลยว่า “ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน” ได้ยินได้ฟังมาจนเบื่อไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย
บุญสม (อ่างทอง)

  ตอบคุณ ‘บุญสม’ อ่างทอง
อ่านจดหมายของคุณแล้วสงสารและเห็นใจ-เข้าใจถึงความรู้สึกจริงๆ ครับ เพราะเรื่องชาวนานี่เป็นประเด็นให้นักการเมืองนำไปอ้างอิงหาเสียงมาตลอดและพอมีเรื่องทุจริต-การจำนำประกันราคาข้าว ผู้ตกเป็นแพะรับบาปคือชาวนา

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีการสรุปเรื่องพ.ร.บ.ข้าว หรือ กฎหมายข้าวออกมาแล้วว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการศึกษามา 2 ปี เป็นประโยชน์ต่อชาวนาและทุกฝ่ายโดยการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ได้พิจารณาทุกด้าน ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เคยกำหนดให้ชาวนาอยู่ในคณะกรรมการชุดใหญ่ถึง 5 คน เพราะต้องการให้ชาวนาไปออกนโยบายเอง ไม่มีอย่างที่เอาไปพูดในเวทีหาเสียง

ไม่มีใครโง่ไปทำร้ายชาวนาอย่างแน่นอน เช่น การเอาไปพูดชาวนาจะติดคุกเพราะเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งไม่เป็นความจริง มีแต่จะส่งเสริมเท่านั้น และเชื่อว่าของดีย่อมเป็นของดี ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการวิสามัญประกอบด้วยหลายภาคส่วนเสนอให้มีการปรับปรุง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขให้กระทั่งทุกฝ่ายเห็นว่ามีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย

เมื่อสังคมยังไม่สบายใจ ไม่เข้าใจในตัวร่างพ.ร.บ.ข้าว อาจเกิดเหตุเข้าใจผิดเพิ่มมากกว่าเดิม จึงเลื่อนการพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนดไม่อยากเอาเรื่องการเมืองมาผสมกับการทำหน้าที่ของสนช.ชุดนี้จะไม่นำมาพิจารณาอีกแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดต่อไปจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ก็ได้

นี่คือข้อสรุปที่นำมาเรียนให้ทราบและขอให้ชาวนาสบายใจได้ว่ากฎหมายข้าวหรือร่างพ.ร.บ.จะยังต้องรอจนถึงรัฐบาลหน้า หลังการเลือกตั้งอีกหลายเดือนโปรดสบายใจได้
อ๊อด เทอร์โบ

เคราะห์ซ้ำคนป่วย..คลินิกเถื่อนเกลื่อนเมือง!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364161?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เคราะห์ซ้ำคนป่วย..คลินิกเถื่อนเกลื่อนเมือง!

วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 10:15 น.
สายตรวจระวังภัย,สถานพยาบาลเถื่อน,คลินิกเสริมความงาม,หมอเถื่อน
เปิดอ่าน 1,080 ครั้ง

คอลัมน์… สายตรวจระวังภัย  โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับสถานพยาบาลเถื่อนมากมายที่ถูกจับกุมกวาดล้างดำเนินคดี เพราะมีกรณีผู้บาดเจ็บล้มตายจากการเข้าไปใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นคลินิกเสริมความงาม ทำศัลยกรรมต่างๆ อาทิ เสริมจมูก เสริมอก ฉีดโบท็อกซ์ หรือแม้แต่การจัดฟัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าไม่เกิดเหตุ ไม่เป็นข่าว คนทั่วไปก็ไม่รู้ว่าเป็น “คลินิกเถื่อน” ที่ดำเนินการรักษา ให้ยา และผ่าตัดโดย “หมอเถื่อน”

แม้จะจับไปเยอะ ปิดไปเพียบ แต่คลินิกเถื่อนยังหลงเหลืออีกจำนวนมาก ตั้งอยู่สถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ต้องรอเรื่องแดงจากคนไข้ถึงจะรู้ ซึ่งล่าสุด ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ที่นำโดย “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. นำกำลังตำรวจ ศปอส.ตร พร้อมตำรวจท้องที่ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ปูพรมกวาดล้างสถานพยาบาลเถื่อน ที่ตั้งอยู่พื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และชลบุรี

การเข้าตรวจสอบกวาดล้างคลินิกเถื่อนครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ https://www.tactics.centerว่า ได้เข้ารับการรักษาฟันกับคลินิกแห่งหนึ่งแล้วไม่หาย แม้เข้าไปขอรับการรักษาซ้ำ อีกทั้งยังเกิดการอักเสบเรื้อรัง จึงเชื่อว่าคลินิกไม่มีแพทย์ประจํา หรือมีการรักษาผู้ป่วยด้วยบุคคลที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ หรือหมอเถื่อน หมอปลอม จากนั้นชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. (Online team) จึงดำเนินการสืบสวนขยายผล กระทั่งพบว่ามีการกระทําความผิดดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นเครือข่ายขบวนการ เปิดโรงเรียนบริบาล บริการรถตรวจสุขภาพ โดยไม่มีแพทย์ประจํา มีเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 5 ล้านบาท ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายเข้าตรวจค้นทั้งสิ้น 17 จุด จำนวน 13 คลินิก

ผลปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จํานวนทั้งสิ้น 11 ราย ยึดของกลางได้ หลายรายการ อาทิ เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ยาแผนปัจจุบัน หลักฐานการโอนเงิน บัญชีธนาคารปลายทาง ซึ่งเป็นพยานหลักฐานในการดําเนินคดี ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่า คลินิกเถื่อนเหล่านี้มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับ น.ส.นิธินันท์ มิลินจรูญพงษ์ หรือ “หมอดา” ทั้งหมด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดําเนินการตรวจสอบตามความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

สำหรับคลิกเถื่อน 13 แห่งที่ถูกกวาดล้างประกอบด้วย 1.อรดาสหคลินิก 4 จุด (คลอง 8 ปทุมธานี) 2.มณีนพเก้าคลินิก 2 จุด (คลอง 13 ปทุมธานี) 3.ชนินท์โชติทันตกรรม (ธัญบุรี) 4.ชัยพฤกษ์สหคลินิก (เลียบคลอง 2 ปทุมธานี) 5.ไอยราคลินิก (ตลาดไท) 6.นครชัยคลินิกเวชกรรม (ตลาดไท) 7.ปัญจรัสม์คลินิกเวชกรรม (เมืองเอก) 8.เฮลธ์แคร์คลินิกเวชกรรม (พระนครศรีอยุธยา) 9.กันยกรคลิกเวชกรรม (พระนครศรีอยุธยา) 10.ดีแคร์ สหคลินิก หรือ โรงโป๊ะสหคลินิก (บางละมุง) 11.เพิ่มพูล คลินิก หรือ พูนทรัพย์ คลินิกเวชกรรม (บางละมุง) 12.เบญจพัชญ์ คลินิกเวชกรรม หรือ เฮลธ์แคร์ 1 คลินิกเวชกรรม (นาเกลือ) และ 13.เอ็นเอ็นซี คลินิกเวชกรรม (หนองจอก)

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ บอกว่า จากการตรวจสอบดังกล่าวพบการกระทําความผิดหลายข้อหาตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และ พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ได้แก่ 1.เปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่รับอนุญาต 3.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 4.ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 100,000 บาท

“ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน หากมีอาการเจ็บป่วย จําเป็นต้องการเข้าไปรับรักษาในคลินิกตามพื้นที่ต่างๆ ควรตรวจสอบคลินิกที่เข้าไปรับการรักษาให้ดี โดยดูที่เอกสารประกอบกิจการสถานพยาบาล ในเรื่องสถานที่ กําหนดเวลาการเปิด-ปิด และเอกสารดําเนินการสถานพยาบาล ในเรื่องชื่อและใบหน้าแพทย์ผู้ให้การรักษา รายละเอียดต่างๆ ต้องตรงกันกับในเอกสารดังกล่าว หากไม่เป็นไปตามใบอนุญาตแล้ว ให้สันนิษฐานได้ว่า เป็นสถานพยาบาลที่เปิดโดยผิดกฎหมาย หากเข้ารับการรักษา อาจได้รับการรักษาที่ไม่มีมาตรฐาน ทําให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย หรืออาจผิดพลาดรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ย้ำเตือน

สถานพยาบาลเป็นที่พึ่งของคนป่วย ถ้าพลาดเข้าไปรักษากับคลินิกเถื่อนก็เป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด งานนี้ต้องพึ่ง “บิ๊กโจ๊ก” เร่งกวาดล้างให้สิ้นซาก..!!

บ่ได้ยินเสียง “พาทักษิณกลับบ้าน” สมรภูมิที่เปลี่ยนไป

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364164?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

บ่ได้ยินเสียง “พาทักษิณกลับบ้าน” สมรภูมิที่เปลี่ยนไป

วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 10:00 น.
พาทักษิณกลับบ้าน,ทักษิณ ชินวัตร,พรรคเพื่อไทย,พรรคตระกูลเพื่อ,ยิ่งลักษณ์,เลือกตั้ง 2562,การเลือกตั้ง,การเมืองไทย,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคไทยรักไทย,พรรคเพื่อชาติ,นปช
เปิดอ่าน 2,095 ครั้ง

ปี 2554 คนเสื้อแดงปั่นกระแส “นารีขี่ม้าขาว” ตามด้วยเพลง “คิดฮอดบ้าน” ที่ทักษิณขับร้อง ชาวรากหญ้าเลยเข้าคูหากาบัตรเลือกเพื่อไทยท่วมท้น แต่ปีนี้…เงียบ

000 นักสังเกตการณ์ทางการเมือง ได้ตั้งข้อสังเกตจากการหาเสียงของ “พรรคตระกูลเพื่อ” ในสมรภูมิภาคอีสาน และภาคเหนือตอนบน พบว่าไม่มีการชูสโลแกน พาทักษิณกลับบ้าน” บนเวทีปราศรัย เหมือนฤดูเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมา ถ้ายังจำกันได้ ปี 2550 มีการแจกแผ่นซีดีกลอนลำ คิดฮอดทักษิณ” พ่อใหญ่แม่ใหญ่ได้ฟัง น้ำตาไหลพรากๆ อยากให้อดีตนายกฯ กลับบ้าน

000 มาถึงปี 2554 คนเสื้อแดงปั่นกระแส “นารีขี่ม้าขาว” ตามด้วยเพลง “คิดฮอดบ้าน” ที่ทักษิณขับร้อง ส่งผลให้ชาวรากหญ้าเข้าคูหากาบัตรเลือกเพื่อไทย จนได้คะแนนเสียงท่วมท้น แต่ปีนี้ กกต.ออกกฎเข้มเกี่ยวกับการหาเสียง เลยทำให้ “พรรคตระกูลเพื่อ” ไม่กล้าเอ่ยถึงคนแดนไกล

000 โฟกัสไปที่สังเวียนเลือกตั้งอีสาน 20 จังหวัด สมัยที่แล้ว มีเพียง 6 จังหวัดเท่านั้นที่ค่ายเพื่อไทย “ไม่ชนะยกจังหวัด” คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ แต่ครั้งนี้ โอกาสที่เพื่อไทยจะกำชัยแบบไม่ยกจังหวัด เพิ่มเป็น 11 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ขอนแก่น เลย กาฬสินธุ์ และบึงกาฬ

อนุรักษ์ จุรีมาศ อดีต ส.ส. 7 สมัย กลับสู่สนามอีกหน

000 ยุทธภูมิร้อยเอ็ด กล่าวได้ว่าเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของคนเสื้อแดง ค่ายเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น แต่จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด จาก 7 เขตเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย อาจพ่ายแพ้ถึง 4 เขต เริ่มจากเขต 1 อนุรักษ์ จุรีมาศ” ค่ายชาติไทยพัฒนา เหนือกว่าแชมป์เก่า “วราวงษ์ พันธุ์ศิลา” ค่ายเพื่อไทย เขต 2 รัชนี พลซื่อ” ค่ายพลังประชารัฐ อาจเบียด “ฉลาด ขามช่วง” ค่ายเพื่อไทยเข้าป้าย

เอกภาพ – รัชนี มีลุ้นที่ร้อยเอ็ด

000 พลังประชารัฐร้อยเอ็ด ยังมีโอกาสชนะเพื่อไทยอีก 2 เขตคือ เขต 3 เอกภาพ พลซื่อ” ที่ทำงานพื้นที่ได้ดีกว่าแชมป์เก่า “นิรมิต สุจารี” และที่เขต 4 ตวงรัตน์ วงศ์เวไนย” มีคะแนนนิยมเหนือกว่าอดีต ส.ส.จอมเก๋า “นิรันดร์ นาเมืองรักษ์” ส่วนอีก 3 เขตโซนทุ่งกุลาร้องไห้ อดีต ส.ส.เพื่อไทย คงเอาชนะคู่แข่งหน้าใหม่ที่ห่างชั้นไปได้ไม่ยาก

สจ.โอ๋น้อย ตวงรัตน์ ลุยทุกหมู่บ้านเพราะรู้ว่าเป็นรอง

000 อย่างไรก็ตาม พลังคนเสื้อแดงในภาคเหนือตอนบน ยังเป็นเสียงชี้ขาดชัยของ “พรรคตระกูลเพื่อ” ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ ลำพูน และลำปาง โดยมีเพียงสนามพะเยา จังหวัดเดียวที่ต้องลุ้นระหว่าง “กระแสนายใหญ่” กับ “กระแสผู้มากบารมีคนใหม่”

ทีมชากังราว ทั้ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ

000 ภาคเหนือตอนล่าง กระแสเสื้อแดงมีอยู่เป็นหย่อมๆ แต่ก็ยังประมาทกระแสคนแดนไกลไม่ได้ ทั้งสนามสุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ฉะนั้น ทีมพลังประชารัฐ โดยการนำของ สมศักดิ์ เทพสุทิน” คงต้องทำการบ้านอย่างหนัก

000 เฉพาะที่กำแพงเพชร เขต 2 แกนนำแดงฮาร์ดคอร์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” ที่แปรพักตร์ไปอยู่ค่ายพลังประชารัฐ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะเขตนี้ “ไวพจน์” ต้องสู้กับกระแส ปชป. เมื่อ นพ.ปรีชา มุสิกุล” อดีต ส.ส.หลายสมัย ขยับขึ้นปาร์ตี้ลิสต์ และส่งลูกชาย “สุขวิชาญ มุสิกุล” ลงสนามแทน

ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์

หาเสียงแบบไวพจน์ สู้กระแสแดงทักษิณ

000 ตรงกันข้าม ที่กำแพงเพชร เขต 3 อนันต์ ผลอำนวย” แชมป์เก่าจากค่ายเพื่อไทยที่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ เจอมวลชนรากหญ้าคนรักทักษิณแถวคลองลานไม่แฮปปี้ แต่ด้วยบารมีของพ่อตาอย่าง “เจ้าพ่อคลองขลุง” สนั่น สบายเมือง อาจพลิกเกมกล่อมคนเสื้อแดงสำเร็จในโค้งสุดท้าย

000 ไม่ได้หายหน้าไปไหน แม้พรรคคนไทยจะยุติบทบาทไปแล้ว แต่ อุเทน ชาติภิญโญ” อดีตหัวหน้าพรรค ยังทำหน้าที่คล้ายเสนาธิการหลังม่านให้แก่ทีมผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ สมุทรสาคร ประกอบด้วยเขต 1 อัคคเดช สุวรรณชัย อดีต นายก อบจ.สมุทรสาคร, เขต 2 มาโนช เอี่ยมประเสริฐ อดีตรองอธิการบดีสถาบันพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร และเขต 3 จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ อดีตประธานสภาจังหวัด เนื่องจากทั้งสามคนนี้ทำงานร่วมกับพรรคคนไทยมานานกว่า 5 ปีแล้ว

จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เขต 3 สมุทรสาคร

000 ในสนามเลือกตั้ง 3 เขตเมืองมหาชัย “อุเทน” ฝากความหวังไว้กับ จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ” อดีต ส.อบจ.สมุทรสาคร เขตบ้านแพ้ว โดยต้องฝ่าด่านหิน “ทีมเฮียม้อ” จากพรรคชาติไทยพัฒนา และแชมป์เก่า นิติรัฐ สุนทรวร” พรรคประชาธิปัตย์ แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นหญิงแกร่งแห่งบ้านแพ้ว ก็เชื่อว่า “จอมขวัญ” จะเบียดเข้าป้ายได้

นิติรัฐ สุนทรวร” แชมป์เก่าเขต 3 สมุทรสาคร

000 การเมืองไทย หลังวันตัดสิน “คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ” อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่ากระแสคนแดนไกลจะแรงปานพายุถล่มฝ่ายตรงข้ามแหลกลาญ หรือเกิดความอลหม่านบ้านแตกรอบใหม่

ชายขอบโคราช “แรมโบ้” เจอของหนัก “กำนันป้อ”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364154?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ชายขอบโคราช “แรมโบ้” เจอของหนัก “กำนันป้อ”

วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 09:45 น.
แรมโบ้อีสาน,สังเวียนเลือกตั้งช้างชนช้าง,สุภรณ์ อัตถาวงศ์,กำนันป้อ,วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล,อนุทิน ชาญวีรกูล,อีโต้อีสาน,ธีระชัย แสนแก้ว,เนวิน ชิดชอบ,พรรคภูมิใจไทย,พรรคเพื่อไทย,ยิ่งลักษณ์,พรรคพลังประชารัฐ,เสื้อแดง
เปิดอ่าน 5,855 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง..ช้างชนช้าง

สังเวียนเลือกตั้งนครโคราช จัดว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพมหานคร จากพื้นที่การปกครอง 32 อำเภอ มีเขตเลือกตั้ง 14 เขต พรรคการเมืองใหญ่ส่งผู้สมัคร ส.ส.เต็มอัตราศึก ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย

ทุกเขตเลือกตั้งสู้กันถึงขั้นติดดาบปลายปืนแน่ โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 10 (อ.ครบุรี อ.เสิงสาง อ.วังน้ำเขียว เฉพาะ ต.วังน้ำเขียว และ ต.ไทยสามัคคี)

คู่เอกของเขตนี้คือ “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.หลายสมัย กับ “พรชัย อำนวยทรัพย์” อดีต ส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.เสิงสาง

“พรชัย อำนวยทรัพย์”  ตัวแทนกำนันป้อในเขต 10

ลำพัง ส.จ.พรชัย ไม่เท่าไรหรอก ต้องโฟกัสไปที่ลูกพี่ใหญ่ “กำนันป้อ” วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่วางแผนหาเสียงมาเกือบปี หลังเจรจากับอนุทิน ชาญวีรกูล เรียบร้อยแล้ว

“สุภรณ์” เล่นการเมืองมานาน โดยเป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย เมื่ออยู่ในสภาได้จับคู่กับ ธีระชัย แสนแก้ว ส.ส.อุดรฯ ตั้งฉายา “แรมโบ้-อีโต้อีสาน” รับบทองครักษ์พิทักษ์พรรคไทยรักไทยและทักษิณ

“สุภรณ์ อัตถาวงศ์”

หลังเนวิน ชิดชอบ แยกทางจาก “นายใหญ่ชินวัตร” มาตั้งพรรคภูมิใจไทย สุภรณ์กับธีระชัยก็เดินคนละเส้นทาง แรมโบ้อีสานกลายเป็นแกนนำ นปช. ถูกจัดอยู่ในกลุ่มฮาร์ดคอร์

เลือกตั้ง 2554 สุภรณ์ให้น้องชาย สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย และได้เป็น ส.ส.เขต 10 นครราชสีมา ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สุภรณ์มีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีบทบาทในการทำงานมวลชนช่วยรัฐบาลหลายกรณี

“กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล

ที่โด่งดังมาก ก็คือจัดตั้ง “อาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ” (อพปช.) ทำให้ฝ่ายความมั่นคงติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดรัฐประหาร 2557 กอ.รมน.ภาค 2 จึงคุมตัวสุภรณ์เข้าค่ายทหาร 7 วัน จากนั้น สุภรณ์ได้ให้ความร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ สุภรณ์จึงเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ยอมถูกพวกเดียวกันตราหน้าว่าเป็นคนทรยศอุดมการณ์คนเสื้อแดง

          ศึกเลือกตั้งหนนี้ “แรมโบ้อีสาน” เหนื่อยกว่าทุกครั้งแน่ เพราะเจอคู่แข่งระดับ “เสี่ยแป้งมันพันล้าน” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ประธานบริหาร บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮง จำกัด

นอกจากเป็นเสี่ยโรงแป้งมัน “กำนันป้อ” ยังมีหัวโขนกำนัน ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง และประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.เสิงสาง

แรมโบ้อีสาน เดิมพันอนาคตการเมือง

ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” มีบทบาทการเมืองในโคราชมาก่อนหน้านี้ โดย “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” (เจ้าของโรงงานแป้งมันเอี่ยมบูรพา อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว) เคยเป็น ส.ส.นครราชสีมา มาแล้ว นอกจากนั้น สามีของจิตรวรรณคือ “สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” ก็เคยเป็น ส.ว.นครราชสีมา

การเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2557 ที่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าโมฆะนั้น “กำนันป้อ” ส่งลูกชาย กฤษฎิ์หิรัญ หวังศุภกิจโกศล สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ลงสนามเขต 10 เอาชนะบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พรรคภูมิใจไทยไปได้

กำนันป้อ เดินสายหาเสียงล่วงหน้ามาแต่กลางปีที่แล้ว

เที่ยวนี้ กำนันป้อ ไม่ได้ส่งทายาทและญาติพี่น้องลง ส.ส.เขต แต่ดัน ส.จ.คนสนิทลงเขต 10 โดยตัวกำนันป้อเองเป็นกองหนุนชั้นเยี่ยม

          สำหรับ “แรมโบ้อีสาน” จะแพ้ไม่ได้ เพราะคนเสืิ้อแดงรอซ้ำเติมอยู่ และเชื่อว่า แกนนำตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐ คงไม่ปล่อยให้แรมโบ้พ่ายคาบ้านเกิด ครบุรี เป็นแน่ 

น้ำดำน้ำเดือด “เจ๊นาง” สางแค้น “โอสถานุเคราะห์”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364025?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

น้ำดำน้ำเดือด “เจ๊นาง” สางแค้น “โอสถานุเคราะห์”

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 – 15:00 น.
วีระวัฒน์,สังเวียนเลือกตั้งช้างชนช้าง,อรดี สุทธศรี,พรรคเพื่อไทย,สุดารัตน์ เกยุราพันธ์,โสภณ ซารัมย์
เปิดอ่าน 3,625 ครั้ง

คอลัมน์…  สังเวียนเลือกตั้ง..ช้างชนช้าง 

คอการเมืองแถวถิ่นเมืองน้ำดำ บอกว่า เลือกตั้งหนนี้มีอะไรแปลกๆ ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในบางเขต และอีกอย่างเลือกตั้งลดจาก 6 เขต เหลือ 5 เขต ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ใหญ่ต้องเจอกันเอง

สนามเขต 2 อ.ยางตลาด, อ.ฆ้องชัย และ อ.กมลาไสย (เฉพาะ ต.หนองแปน ต.กมลาไสย ต.หลักเมือง และต.ธัญญา) กลายเป็นเขตชิงชัยที่น่าจับตายิ่ง

เมื่อแชมป์เก่า “วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์” พรรคเพื่อไทย เจอผู้ท้าชิงเจ้าเก่า “วันเพ็ญ เศรษฐรักษา” ฉายา “เจ๊นาง โรงทาน” พรรคภูมิใจไทย

ความปราชัยแบบน่าผิดหวังมากมายของ “เจ๊นาง” คือบทเรียนสำคัญยิ่ง ในการจะเอาชนะกระแสเพื่อไทย ดูจากผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2554 วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ได้ 54,937 คะแนน ทิ้งห่างวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ได้ 26,230 คะแนน

ตอนนั้น โสภณ ซารัมย์ อดีต รมว.คมนาคม เดินทางมาบัญชาการที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย อ.ยางตลาด ด้วยตัวเอง สุดท้าย “เจ๊นาง” ก็พ่ายกระแสปูแดงแรงฤทธิ์

พ.ศ.นี้ “วีระวัฒน์” วัย 80 ปี ขาดแม่ทัพใหญ่ “อรดี สุทธศรี” ที่เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บเมื่อปี 2560 อรดีเป็นอดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ 5 สมัย ที่เคยรับบทพี่เลี้ยงให้สามี ช่วยหาเสียงบวกกับกระแสยิ่งลักษณ์ จึงกำชัยสมัยที่แล้วได้ไม่ยากนัก

ทำไม “อรดี” สาวยางตลาด จึงไปเกี่ยวกับตระกูล “โอสถานุเคราะห์” ? เริ่มจากปี 2520 อรดีตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ เลือกตั้ง 2526 สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ นายทุนพรรคกิจสังคม มาลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่น อรดีในฐาะลูกอีสานจึงลงมาช่วยหาเสียงเต็มที่ จนนายห้างสุรัตน์ และชวลิต โอสถานุเคราะห์ ได้เป็นผู้แทนฯ

เลือกตั้ง 2535 นายห้างสุรัตน์ ร่วมสร้างพรรคชาติพัฒนา จึงส่งอรดีลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ และได้เป็น ส.ส.ติดต่อกันมาหลายสมัย โดยช่วงหลัง อรดีย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย

หัวคะแนนแถวยางตลาด พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สิ้นอรดี วีระวัฒน์ก็เหมือนสิ้นกำลังใจ” แม้ทัพใหญ่ของคุณหญิงสุดารัตน์ จะยกพลมาปราศรัยเรียกขวัญและกำลังใจ แต่สถานการณ์แชมป์เก่าก็น่าห่วง

ฝ่ายผู้ท้าชิง “เจ๊นาง” วันเพ็ญ เศรษฐรักษา อดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ และเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ยุทธชัยการโยธา อ.ยางตลาด เช็ดน้ำตาหลังการปราชัย เก็บรับบทเรียนในอดีต ก็เดินหน้าเปิด “โรงทาน” ดูแลชาวบ้านต่อเนื่อง และยังต่อสายกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ตลอดเวลา

“เจ๊นาง” มีชื่อเสียงมาจากการทำกิจกรรมทางสังคมช่วยเหลือชาวบ้านร้านตลาด โดยเริ่มหาเสียงอย่างจริงจังมาแต่ต้นปี 2560 อย่างตอนน้ำท่วมอีสาน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ขับเครื่องบินส่วนตัวไปลงที่สนามบินขอนแก่น แล้วต่อรถไปมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนใน 4 ตำบลของ อ.ยางตลาด

เที่ยวนี้ “โสภณ ซารัมย์” หวังเต็มเปี่ยมว่า “เจ๊นาง” จะเอาชนะแชมป์เก่าวัย 80 ปีได้แน่ๆ ด้วยเหตุผลที่เจ๊นาง ได้รับฉายาว่า “เจ๊นาง โรงทาน” ออกกองบวช จัดโรงทานตามงานบุญประเพณีตามวัด และหมู่บ้านต่างๆ ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน อีกอย่างประชาชน ก็เริ่มหันมาเลือกตัวบุคคลรุ่นใหม่ จึงทำให้เขตนี้ เจ๊นาง โรงทาน คะแนนนิยมเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

ลึกๆ โสภณประเมินกระแสทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ไม่ได้แรงเหมือนปี 2554 และภูมิใจไทยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เป็นพรรคทางเลือก ไม่ใช่คู่แค้นพรรคนายใหญ่

โปรเจกท์ยักษ์ สร้างเมืองทหาร โจทย์ใหม่ขยี้กองทัพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364037?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โปรเจกท์ยักษ์ สร้างเมืองทหาร โจทย์ใหม่ขยี้กองทัพ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 – 14:45 น.
ถอดรหัสลายพราง,พรรคอนาคตใหม่,พรรคเสรีรวมไทย,พรรคเพื่อไทย,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,กองทัพ,ทหาร
เปิดอ่าน 4,259 ครั้ง

คอลัมน์…  ถอดรหัสลายพราง  โดย… พลซุ่มยิง

กองทัพไม่ได้กังวลอนาคตทางการเมืองหลังวันที่ 24 มีนาคม 2562 หากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำหลักจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งเพื่อไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะจับมือกับพรรคในเครือข่ายและขั้วตรงข้ามคสช.อย่าง อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย หลังมีนโยบายสอดคล้องเรื่องปฏิรูปกองทัพลดงบประมาณและกำลังพล

นโยบายดังกล่าวเป็นเพียง ‘วาทกรรม’ หรือการโฆษณาชวนเชื่อของพรรคการเมืองที่มีส่วนได้เสียกับกองทัพ เพื่อหวังดึงคะแนนเสียง แต่ในทางปฏิบัติถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

เนื่องจากบริบทภารกิจที่มีความหลากหลายมิติ

และกองทัพยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารประเทศให้แก่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย

การปฏิรูปกองทัพไม่ใช่เรื่องใหม่และมีความพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เพื่อให้ทันต่อสังคมโลก แต่กรณีพรรคการเมืองต่างขั้ว รัฐบาลคสช.ประกาศความมุ่งหวังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลง จัดระเบียบกันใหม่ นั่นเพราะว่าแทบทุกครั้งที่บ้านเมืองมีปัญหาเกิดความวุ่นวายจนนำไปสู่ความขัดแย้งของคนในชาติกองทัพมักจะเข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหาผ่านรัฐประหาร รวมถึงผลพวงจากการคงอำนาจของรัฐบาล-คสช. ที่เกิดจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แม้จะมีการจัดการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แต่จะชี้ให้เห็นภาพความขัดแย้งระหว่างบุคคลและกลุ่มบุคคลได้ชัดขึ้นเพราะรัฐประหาร 2 ครั้งล่าสุด คือการยึดอำนาจรัฐบาลในขั้วอำนาจเดิม ที่มีบุคคลในตระกูลชินวัตรขับเคลื่อนอยู่

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลคสช.พยายามปฏิรูปกองทัพให้มีขนาดเล็กและแข็งแรงเช่นเดียวกับนานาประเทศ โดยเฉพาะการวางกรอบโครงสร้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ก็ยังติดปัญหาที่กำลังพลส่วนใหญ่ยังผูกขาดกับภารกิจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและกำลังอยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม แต่เส้นทางระหว่างนี้อาจไม่ราบรื่นมากนัก โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ของกองทัพบกเสี่ยงจะถูกพรรคการเมืองขั้วตรงข้ามหยิบมาเป็นเงื่อนไขโจมตีอีกครั้ง หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบก้อนโต รองรับการย้ายที่ตั้งหน่วยรบทั้งหมดในพื้นที่ กทม.ไปต่างจังหวัดให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี โดยจะเริ่มดำเนินการกลางปี 2562 นี้

สำหรับหน่วยที่จะถูกย้าย อาทิ กองร้อยทหารม้า (ลาดตระเวน) ที่ 1(ร้อย.ม.(ลว.)1) กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.), กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน.4.รอ) กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู่อากาศยาน (ปตอ.) กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1 รอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1พัน.2 รอ.) กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน3 รอ.)

ส่วนที่ตั้งเดิมของหน่วยทหารทั้งหมดจะนำไปใช้ประโยชน์หลายด้านทั้งการขยายพื้นที่ให้หน่วยทหารอื่นที่ยังมีที่ตั้งใน กทม. การเปิดพื้นที่สีเขียวฟอกปอดให้คนกรุงลดความคับคั่งของประชากรและการจราจร

ที่สำคัญสามารถขจัดความหวาดระแวงฝ่ายการเมืองในเรื่องการทำรัฐประหาร หากหน่วยกำลังรบที่ใช้ยึดอำนาจอยู่ไกลจากเมืองหลวง

สำหรับที่ตั้งหน่วยทหารเหล่านี้จะถูกกระจายไปประจำต่างจังหวัดในคราวเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดความโดดเดี่ยว เช่น จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.สมุทรสาคร เป็นต้น ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะสร้างเป็นเขตเมืองใหม่ หรือเมืองทหาร ต้องใช้งบประมาณสูงพอสมควร ประกอบด้วยสิ่งสาธารณูปโภคครบครัน เช่น บ้านพัก ตลาด ร้านค้า โรงพยาบาล โรงเรียน เพื่อชดเชยให้กำลังพลและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้กองทัพบกยังมีแผนลดการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากเดิม 100% เหลือ 75% ส่วนอีก 25% จะนำไปปรับปรุงยุทโธปกรณ์เดิมให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เนื่องจากมองว่าที่มีอยู่เพียงพอแล้วในการรองรับภัยคุกคามในปัจจุบัน อีกทั้งความสัมพันธ์ทางทหารทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับพื้นที่ ผบ.เหล่าทัพ กับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในเกณฑ์ดี โอกาสจะเกิดปะทะมีน้อย

ในขณะที่ประเทศอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านการปกครองจากรัฐบาลทหารไปสู่ระบอบประชาธิปไตย กองทัพก็กำลังปฏิรูปตัวเองทั้งด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และที่ตั้งหน่วยทหาร เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดสอดรับกับบริบททางการเมือง

เกม”ยุบพรรค”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/364056?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เกม”ยุบพรรค”

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 – 13:41 น.
ศรีสุวรรณ จรรยา,เกมยุบพรรค
เปิดอ่าน 1,016 ครั้ง

คอลัมน์…  กระดานความคิด  โดย… ร่มเย็น

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปข้อมูลตัวเลขผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ครั้งนี้ มีจำนวนกว่า 1 หมื่นคน จาก 76 พรรคการเมือง เป็นการเลือกตั้งเต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบ 8 ปี และครั้งแรกของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เขียนขึ้นภายใต้การกำกับของรัฐบาลคสช.และแม่น้ำหลายสาย

และยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม อุณหภูมิการเมืองก็ปรับตัวสูงมากขึ้น การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งเข้าสู่โหมดตะลุมบอนเต็มรูปแบบ ดุเดือดเลือดพล่าน

เกมการเมืองหนึ่งที่งัดเอามาใช้กันอยู่ในขณะนี้ที่เห็นได้ชัดคือ การยื่นยุบพรรคการเมือง

ที่รวบรวมได้ตอนนี้มีหลายพรรคการเมืองด้วยกันที่ถูกร้องให้ยุบ

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องกกต.เพื่อให้ส่งศาลรธน. ยุบ พรรคอนาคตใหม่ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.การเลือกตั้ง พ.ศ.2561 กรณีเว็บไซต์ “พรรคอนาคตใหม่” ลงประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อ้างว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระหว่างปี 2551-2555 ซึ่งไม่เป็นความจริง

นายนพดล อมรเวช หัวหน้าพรรครวมใจไทย ยื่นคำร้องถึงประธานกกต. เพื่อให้ส่งศาลรธน. สั่งยุบพรรคการเมืองจำนวน 12 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาธรรมไทย พรรคพลังปวงชนไทย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และพรรคภราดรภาพ  กรณีที่พบว่ามีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองเหล่านี้แก้ไขระยะเวลาการเข้าเป็นสมาชิกของผู้สมัครในระบบข้อมูลสมาชิกพรรค ให้ผู้สมัครเป็นผู้มีคุณสมบัติครบในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เข้าข่ายกระทำผิดพ.ร.ป.พรรคการเมือง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นต่อกกต.เพื่อให้ส่งศาลรธน. ยุบพรรคพลังประชารัฐ กรณีเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ในบัญชีชื่อนายกฯ ของพรรค ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ สมัยที่เป็น ผบ.ทบ. ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลในขณะนั้น

ดังนั้นการที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในบัญชีชื่อนายกฯ ของพรรค จึงเข้าข่ายผิดพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 มีการดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายเอกภพ เหล่าลาภะ เลขาธิการศูนย์ประสานงานองค์กรชาวพุทธแห่งชาติ ยื่นต่อ กกต. ให้ยุบพรรคประชาชนปฏิรูป จากการที่พรรคนำพระพุทธศาสนามาหาเสียงด้วยการอ้างถึง “พระพุทธเจ้า” ในป้ายหาเสียง  ซึ่ง กกต.ตอบกลับว่า กรณีดังกล่าวไม่ผิดพ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561

นี่ไม่รวมถึงกรณีที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล รธน. เพื่อสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ภายหลัง กกต.พบว่าหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกฯ ของพรรคไทยรักษาชาติ มีการดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 เพราะเป็นเรื่องที่ กกต. พบว่าเข้าข่ายกระทำผิดและยื่นต่อศาลรัฐธรรมเองโดยไม่เกี่ยวกับมีใครมาร้องให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

เรื่องเกมยุบพรรค พรรคการเมืองกลัวกันหนักหนาถึงกับหลายพรรคการเมืองไม่ยอมให้แกนนำหรือคนสำคัญของพรรค เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง อย่างพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์   ก็ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคพรรคเพื่่อไทย โดยทางพรรคเพื่อไทยหาตำแหน่งให้เป็น “ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรค” แทน เพื่อให้คุณหญิงสุดารัตน์ อยู่ในเซฟตี้โซน เพราะตามกฎหมายในกรณีที่พรรคการเมืองใดถูกยุบกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง
บางพรรคการเมืองก็ใช้วิธีการตั้งพรรคสาขาขึ้นเผื่อว่าถ้าพรรคการเมืองหลักถูกยุบก็ยังมีพรรคการเมืองของพวกตนเหลืออยู่ (แต่อาจลืมนึกไปว่าการตั้งพรรคสาขาหลายๆ พรรค อาจไม่เป็นผลดีในระบบเลือกตั้งแบบ “บัตรเดียว” ที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้  เพราะทำให้ประชาชนสับสน และคะแนนเสียงสนับสนุนกระจายตัว ไปๆ มาๆ อาจได้จำนวน ส.ส. รวมแล้วน้อยลง)

นอกจากนี้การใช้เกมยื่นยุบพรรคการเมืองด้วยข้อหาที่ต้องส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะยุบหรือไม่ยุบ ต้องใช้เวลามากพอสมควร ดังนั้นหากพรรคการเมืองใดถูกยื่นยุบแม้จะยังไม่ถูกยุบในทางปฏิบัติก็ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นอาจทำให้ประชาชนหวั่นเกรงว่าถ้าเลือกพรรคการเมืองนี้ไปสุดท้ายก็ถูกยุบ การเมืองวุ่นวายอยู่ดี จึงอาจหันไปลงคะแนนให้พรรคอื่น ขั้วอื่น

ที่สำคัญการยุบพรรคการเมืองยังส่งผลว่าหากพรรคการเมืองใดถูกยุบไปก่อนเลือกตั้งแกนนำหรือคนสำคัญของพรรคการเมืองนั้นที่ถูกเสนอชื่อในบัญชีนายกฯ ของพรรคฯนั้น  ก็จะไม่ถูกเสนอชื่อให้โหวตในรัฐสภาเป็นนายกรัฐมนตรี
เห็นไหม… เกมยุบพรรคการเมือง มันช่างน่ากลัวจริงๆ