นิตยสารแพรว ร่วมกับ สยามพารากอน จัดเต็มความสนุก ช็อปฟิน อิ่มบุญ ในงาน Praew Charity 2026

9 กันยายน 2569 เวลา 14:32 น.

แฟนคลับเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นตลอด 2 วันเต็ม นิตยสารแพรว โดย บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป และ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลก พร้อมด้วย โครงการ Citizen of Love by Siam Piwat ร่วมฉลองครบรอบ 47 ปี นิตยสารแพรว จัดงานการกุศลใหญ่ประจำปี Praew Charity 2026 สานต่อความตั้งใจในการเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือสังคมด้านต่างๆ ผ่านงาน โดยกิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นเพื่อระดมทุนสมทบโครงการแพรวแชริตี้ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และมอบโอกาสให้กับเด็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการแพรวแชริตี้ มอบเงินให้แก่องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ไปแล้ว 64 แห่ง เป็นยอดเงินบริจาคกว่า 54 ล้านบาท

เรียกเสียงกรี๊ดลั่นสนั่นฮอลล์ งานนี้จัดเต็ม 2 วัน ในวันที่ 5 – 6 กันยายน 2569 ณ Nex Hall ชั้น 5 สยามพารากอน กับกิจกรรมออกร้านขายของจากเซเลบริตี้ พร้อมด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดารากว่า 100 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันเติมความสนุกตลอดทั้งงาน นำโดย หยิ่น – วอร์ – เชน – บอส – กฤต – ตั๋ง (ซีรีส์ “ที่รักสารวัตรเธียร์), แบงค์ ศรราม, จ๋า พราวเพชร, FLIO, ซี – คีน, ธรรม – แม็ค จาก GMMTV, โบ๊ท – โอ๊ต (ซีรีส์ “KNOT The Series”), SH1NE, แอปเปิ้ล – มิ้ม (ซีรีส์ “วิวาห์ปฐพี”), BNK48, SAMUI, Risa Narisa, Turbo4wds, MINTTHY, ALTERS, TRAZEI, แป้งร่ำ ศิวนารี – เอม เอมปวีร์ – เต๋า ภรัณวัฒน์ – ไตเติ้ล ธนธัช (ศิลปิน Grammy Gold), MicMac, แทน – ไปร์ท – อาร์มมี่ – โฟกัส, เดวี่ – เจนนี่, ALALA, ยูจีน อัยภณ – ยูจีน ญาณวัฒน์, TACE, Suger ‘N Spice, LE7EL, THX, SAUCE BKK, INC MATAWEE, whateve, Oops! Mysterious Sounds, มี่ภัทร – เอญ่า, มายยู – ชัญญ่า, TIGGER, VIIS, คอปเปอร์ –    ฟีฟ่า พร้อมด้วยการประมูลภาพศิลปินที่ชื่นชอบ สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ http://www.praew.com

มาร่วมเป็นส่วนหนี่งในช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และมอบโอกาสให้กับเด็กเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพียงสมทบทุนผ่าน บัญชี “โครงการแพรวแชริตี้” เลขที่บัญชี
116-4-62296-9 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางลำพู

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.praew.com  / Facebook : นิตยสารแพรว / Instagram : @praewmag / X : @praewdaily / TikTok : @praewmagazine และ Youtube : @praewmag

#PraewCharity2026 #SiamParagon #CitizenOfLove #Praewmag 

‘หนุ่ม-แท่ง’เช็กอิน ‘วัดบ้านค่าย’ สัมผัสเสน่ห์ จังหวัดระยอง ขอพร ‘หลวงพ่อวงศ์-เจ้าแม่หลักเมือง’

9 กันยายน 2569 เวลา 14:24 น.

เสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ “หนุ่ม-แท่ง” พาไปวัดบ้านค่าย จ.ระยอง สักการะ “หลวงพ่อวงศ์” และศาลเจ้าแม่หลักเมือง พร้อมชมของดีวิถีชุมชน ก่อนลุยชิมสารพัดเมนูจากปลาดุกสุดเด็ด ติดตามใน “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์”

สายเที่ยว สายบุญ เตรียมปักหมุด ! เสาร์นี้ หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง 2 พิธีกรคู่ซี้จากรายการ หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ ขอพาแฟน ๆ ไปสัมผัสเสน่ห์ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เปิดมุมเที่ยววัดเก่าแก่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พร้อมชมวิถีชุมชน

เริ่มต้นทริปด้วยการไปกราบ หลวงพ่อวงศ์ แห่งวัดบ้านค่าย วัดสำคัญอีกหนึ่งแห่งของจังหวัดระยอง  
ที่มีเรื่องราวและประวัติความเป็นมายาวนาน พร้อมพาไปเช็กอินจุดสำคัญภายในวัด ทั้ง ศาลเจ้าแม่หลักเมือง บ้านค่าย   ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา งานนี้ หนุ่ม-แท่ง พามาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยมีเคล็ดที่น่าสนใจว่าสามารถขอพรได้สารพัดเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรักเพียงเรื่องเดียว !

จากนั้นพาไปชมความงดงามและเรื่องราวในอดีตของวัดบ้านค่าย ทั้ง เจดีย์สามพี่น้อง อุโบสถ มณฑป รวมถึง กุฏิพิพิธภัณฑ์ของเก่า  ที่ยังคงสะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ เรียกว่าได้ทั้งอิ่มบุญและเปิดมุมมองใหม่ ๆของบ้านค่ายไปพร้อมกันเที่ยววัดจนเต็มอิ่มแล้ว ถึงเวลาเติมพลังกับของอร่อยที่ ร้านปลาดุกป้าฑา ร้านอาหารพื้นบ้านชื่อดังของอำเภอบ้านค่าย โดดเด่นด้วยสารพัดเมนูจากปลาดุก และถึงเครื่องด้วยสารพัดสมุนไพร เป็นร้านที่คนรักเมนูปลาดุกไม่ควรพลาด !

โดย “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจถึงทริปครั้งนี้ว่า “วัดร่มรื่นสวยงาม และเป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบ้านค่าย นอกจากวัดบ้านค่ายแล้ว ที่อำเภอนี้ยังมีวัดสวย วัดดังอีกหลายวัด มาบ้านค่ายครั้งหน้า ตามรอยหนุ่มแท่ง
ได้เลย”

ติดตามทั้งหมดนี้ได้ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้ เวลา 13.30 น.ทาง ช่อง  7HD กด  35  และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

‘ไก่ จันทร์จวง’จัดจ้านสายสตรอง ประชัน ‘กาญจนา มาศิริ’ สายหวาน

9 กันยายน 2569 เวลา 14:19 น.

ทั้งสตรอง ทั้งแซ่บ ทั้งหวานละมุน ครบรส! สัปดาห์นี้บนเวทีคอนเสิร์ต “ชุมทางดาวทอง” นำโดยพิธีกรมือเก๋า “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” เปิดเวทีต้อนรับ “ไก่-จันทร์จวง ดวงจันทร์” ลูกทุ่งสาวสายสตรอง แม้จะป่วยหนักแต่ยังคงเดินหน้าส่งต่อเสียงเพลงและความสุขให้แฟนๆ แถมช่วงนี้ยังขยันไลฟ์ TikTok พบปะแฟนเพลงแบบตรงไปตรงมา พูดคุยถึงใจ จนกลายเป็นอีกคาแรกเตอร์ที่แฟนๆ ติดตามอยากให้กลับมาเยือนเวที “ชุมทางดาวทอง” ครั้งนี้ “ไก่ จันทร์จวง” พกทั้งพลัง เสียงหัวเราะ และลีลาจัดจ้านมาสร้างสีสัน ก่อนส่งต่อความละมุนให้ “กาญจนา มาศิริ” ศิลปินลูกทุ่งสาวเสียงหวานจากเมืองเพชรฯงานนี้หนึ่งคนสายสู้ อีกหนึ่งคนสายหวาน สองสไตล์ต่างขั้วที่มาเจอกันแบบลงตัว!พฤหัสนี้ห้ามพลาด!

ต่อด้วยความลุ้นแบบห้ามกะพริบตาในวันศุกร์ กับ GLO Miracle Music Season 3 รอบรองชนะเลิศ กลุ่มที่ 6 เมื่อ 3 ดาวรุ่งวัยไม่ถึง 20 ต้องรับมือกับเวทีที่ความกดดันพุ่งขึ้นอีกระดับ พบกับ “โอม นครปฐม” , “ฟ้าใส ปทุมธานี” และ “ปูน กระบี่” ที่ต้องงัดทีเด็ดพลังเสียง เทคนิค และความแม่นออกมาสู้ เพราะรอบนี้แค่ร้องดีอาจยังไม่พอ แต่ต้องทำให้กรรมการเห็นว่า ใครพร้อมที่สุดสำหรับรอบชิงชนะเลิศ! สามวัยรุ่น สามสไตล์ แต่เป้าหมายเดียว ใครจะคุมเวทีอยู่ ใครจะปล่อยของจนกรรมการต้องจับตา และใครจะได้เดินหน้าต่อบนเส้นทาง GLO Miracle Music Season 3 ร่วมลุ้นไปพร้อมกัน!

ติดตามรายการ “ชุมทางดาวทอง” ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน และวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 13.10 น. ทางช่อง 7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/ งานนี้ใครพลาด…อดสนุก!

‘สมาร์ท ชิษณุพงศ์’ บุกแนวหน้าบันเทิง ส่งเพลงช้าบาดลึก ‘LAST BITE’ พร้อมแย้มข่าวดีแฟนมีตต้อนรับวัย 25 ปี

9 กันยายน 2569 เวลา 14:12 น.

เดินหน้าเสิร์ฟผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับศิลปินหนุ่มสุดฮอต “สมาร์ท-ชิษณุพงศ์ พลายเพชร” (CSNP) ศิลปินเดี่ยวจากค่าย GRAND IVORY RECORD ที่ล่าสุดเดินทางเข้าพบทีมข่าวบันเทิง พร้อมรับหน้าที่พิธีกรพิเศษร่วมในรายการ “แนวหน้าบันเทิง” ทางช่อง YouTube แนวหน้าออนไลน์ โดยมีกำหนดออนแอร์ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 16.00 น. นี้นำทีมโปรโมทซิงเกิลใหม่ล่าสุดตามคำเรียกร้องของแฟนเพลง

สำหรับ “LAST BITE” เป็นเพลงสไตล์ Pop Ballad ที่ถ่ายทอดความรู้สึกและเทสต์ระบบใจพังเป็นครั้งแรก เรื่องราวความทรงจำในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการจากลา โดยได้โปรดิวเซอร์คู่ใจและเพื่อนร่วมค่ายอย่าง nnenox มาร่วมดูแลในทุกขั้นตอนการผลิต ด้านมิวสิควิดีโอ (MV) อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศความเหงา ความเศร้า และการปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมและน้ำทะเล ซึ่งหนุ่มสมาร์ทได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเบื้องหลังการถ่ายทำอีกด้วย

นอกจากผลงานเพลงใหม่แล้ว สมาร์ทยังเตรียมจัดงานแฟนมีตติ้งสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทย เพื่อเฉลิมฉลองฉลองวัยเจริญเติบโตในงาน “SMART THE 25TH ROUND BIRTHDAY PARTY” งานแฟนมีตฉลองวันเกิดครบ 25 ปี ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ณ GLOWFISH SATHON กรุงเทพมหานคร ค่ำคืนสุดพิเศษที่เนรมิตขึ้นมาเพื่อมอบความสุข โชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และสร้างโมเมนต์ประทับใจร่วมกับแฟนคลับทุกคนอย่างอบอุ่น

เท้งออกตัว ส้มไม่ได้ยึดนนท์ ผวากลุ่มการเมืองต้าน ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.

9 กันยายน 2569 เวลา 16:15 น.

9 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้เมื่อการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี ใกล้เข้ามา ผมได้รับทราบข้อกังวลจากเครือข่ายในพื้นที่ว่า หากอาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด ชนะเลือกตั้ง จะทำให้กลุ่มการเมืองในพื้นที่บางกลุ่มเสียเปรียบ เพราะส้มจะเข้ามายึดจังหวัดนนทบุรี

ผมขอยืนยันอีกครั้งในฐานะหัวหน้าพรรคว่า การส่งอาจารย์เดชรัตลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี ไม่ใช่การยึดพื้นที่ ไม่ใช่เพื่อการสร้างฐานทางการเมือง — พวกเราไม่เคยทำการเมืองแบบนั้น

สิ่งเดียวที่พวกเราคาดหวัง คือ ‘โอกาส’ ในการทำงาน ‘โอกาส’ ได้นำนโยบาย ‘New นนท์’ เข้าไปบริหารนนทบุรี ใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนนนท์และคนไทยทั้งประเทศเห็นว่า การเมืองท้องถิ่นที่ดีกับคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นเรื่องเดียวกัน — และเราพร้อมทำงานร่วมกับทุกกลุ่ม ตราบใดที่แนวทางการทำงานกับกลุ่มต่างๆ ไม่ขัดกับหลักการและคุณค่าพื้นฐานของพรรคประชาชน

และผมคิดว่าผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรีทุกคน มีเจตนาทำงานเพื่อประชาชนไม่ต่างจากอาจารย์เดชรัต และมีความปรารถนาที่อยากเห็นนนทบุรีดีขึ้นเช่นเดียวกัน

พวกเราเป้าหมายหนึ่งเดียว คือทำให้พ่อแม่พี่น้องชาวนนทบุรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ครับ

อดิศร สับระบบ มหาดไทย ศักดินา-เจ้าขุนมูลนาย จวกย่อไหว้ อนุทิน ลั่นระบบเลียแข้งเลียขาต้องหมดไป

9 กันยายน 2569 เวลา 16:02 น.

อดิศร โชว์สไลด์ สับระบบ มหาดไทย ศักดินา-เจ้าขุนมูลนาย-พินอบพิเทา จวกย่อไหว้ อนุทิน ลั่นระบบเลียแข้งเลียขาต้องหมดไป ลั่นถ้าผมเป็น มท.1 จะไม่ให้เป็นปลัดฯ

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยพิจารณาในมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายให้มีการปรับลดงบประมาณ เพื่อให้งานกระทรวงมหาดไทยเดินหน้าต่อไป บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เป็นสิ่งที่ดี การปรับลดที่กรรมาธิการได้ประชุมกัน 2 เดือน มีการหารือหรือไม่ว่างานกระทรวงมหาดไทยขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วหรือเชื่องช้า “บริหารโดยเป็นเจ้าขุนมูลนาย เป็นศักดินาหรือไม่” การปรับลดหรือการให้งบประมาณแก่กระทรวงมหาดไทย เห็นภาพแล้วเข่าทรุด

จากนั้น นายอดิศร ได้โชว์ภาพสไลด์เป็นภาพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รับไหว้ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกล่าวว่า ”ผมเบลอภาพ กลัวถูกฟ้อง นั่นนายกรัฐมนตรีแน่นอน มีคนๆหนึ่ง พินอบพิเทานั่งย่อไหว้ นี่คือข้าราชการ เป็นจารีตของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ขอบคุณที่ได้อยู่ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ การบริหารตนเพื่อให้เป็นแบบอย่างในการที่จะทำให้กระทรวงมหาดไทยรับใช้ประชาชน ผมเห็นแล้วแทบจะไม่มีความหวัง ผมไม่ได้โทษนายกรัฐมนตรี แต่เห็นคนๆนี้ นายกฯไปไหนเป็นเงาตลอด บริหารที่กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องพูด เจอข้าหลวง หรือลูกน้องที่พินอบพิเทาเอาใจเจ้านายอย่างนี้ บ้านเมืองจะไปได้อย่างไร ผมอยากให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่นำการบริหารราชการแผ่นดิน ตัวตรง ศักดิ์ศรีของข้าราชการมี นักการเมืองอยู่ไม่นาน“

นายอดิศร กล่าวต่อว่า แต่ก็มีเรื่องเล่าว่า นักการเมืองบางคนไปอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยนานไป ถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี ต้องมาประชุมสภา พอถึงสภาแล้วลงไม่ได้ คนขับรถเลยบอกว่าท่านครับถึงสภาแล้ว เพราะไม่มีใครเปิดประตูให้ นั่นคือจารีตที่มหาดไทยทำไว้ วันนี้ต้องขออภัยข้าราชการ ขออภัยนายกรัฐมนตรี ระบบศักดินา เจ้าขุนมูลนาย เลียแข้งเลียขา ต้องหมดไปจากมหาดไทย ต้องหมดไปจากประเทศไทย ไม่ทราบว่าจะปรับจะลดอย่างไรเพราะเป็นจริยธรรมอยู่ในตัว ซึ่งหวังว่าจะไม่ได้เห็นภาพนี้อีก ถ้าตนมีโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนจะไม่ให้เป็นปลัดมหาดไทย

วิปวุฒิสภา เคาะวันถกงบฯ ปี70 วางกรอบ 10-11 ก.ย.นี้ รอ สส.ถกเสร็จ

9 กันยายน 2569 เวลา 15:55 น.

วิปวุฒิสภา เคาะวันถกงบฯ ปี70 วางกรอบ 10-11 ก.ย.นี้ รอ สส.ถกเสร็จ ยัน 138 สว. ยังทำหน้าที่ปกติ เหตุไม่ทราบจำนวนแน่ชัดในคดีฮั้ว มั่นใจเวที ฝ่ายค้าน ไม่กระทบการตัดสินใจของ กกต.

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการวุฒิสภา แถลงกำหนดกรอบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ 2570 ว่า วุฒิสภาได้มีการกำหนดกรอบไว้ 2 วันคือ วันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. และวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันนี้ วุฒิสภาก็จะเริ่มพิจารณาได้ในวันพรุ่งนี้ แต่หากไม่แล้วเสร็จก็จะเปิดประชุมในวันศุกร์

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมในวันที่ 14-15 ก.ย. จะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 6 ฉบับ เช่น ร่างพ.ร.บ. ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเกี่ยวข้องกับปลัดกระทรวงที่ทำหน้าที่ในการจัดทำแผนปฏิรูป และประสิทธิภาพกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด โดยตัดหน่วยงานกรมราชองครักษ์ , หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ , สมุหราชองครักษ์ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ทุกแห่ง ออกจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ และมีการแก้ไขเพิ่มเติม การพ้นจากสมาชิกสภากลาโหมผู้ทรงคุณวุฒิ กรณีเป็นบุคคลล้มละลาย ร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาล ฉบับที่ พ.ศ. …

โดยเป็นการยกเลิกศาลจังหวัดทหาร , ให้ผู้เสียหายซึ่งไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาเองได้ , สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทหารในเวลาไม่ปกติได้ กรณีที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นเด็ดขาดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติในระดับสูงสุด เป็นต้น และในวันอังคารจะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 2 ฉบับที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร คือร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ พ.ศ. … และร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับ ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ พ.ศ…

นายพิสิษฐ์ ยังกล่าวถึงกรอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯว่า เดิมได้กำหนดไว้เพียงวันเดียวคือวันพฤหัสบดี แต่เมื่อเห็นว่าในสภาผู้แทนราษฎรยังพิจารณาได้เพียง 17 มาตรา จาก 41 มาตรา จึงมีการกำหนดกรอบใหม่ เป็นวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ โดยขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎรจะประชุมแล้วเสร็จวันใด และคาดว่าการกำหนดกรอบไว้เพียงวันเดียว จะสามารถพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณแล้วเสร็จได้ เนื่องจากได้มีการเปิดให้ลงชื่อผู้อภิปรายแล้ว โดยคร่าวๆ มีผู้ประสงค์อภิปราย 46 คน โดยใช้เวลาคนละประมาณ 8 นาที ซึ่งประธานวุฒิสภาได้มีการประกาศเรียกประชุม รวมถึงแจ้งผ่าน Application Line ให้สมาชิกได้รับทราบแล้ว

เมื่อถามว่าการประชุมในสัปดาห์หน้า ตรงกับวันที่กกต.จะมีการพิจารณา คดีฮั้วสว. ทั้ง 138 คน มั่นใจหรือไม่ว่า จะยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เราก็ไม่ทราบว่ากกต.จะประกาศอย่างไร และจะมีผลอย่างไร โดยเมื่อกกต.มีการประกาศรายชื่อแล้ว ก็จะถูกส่งไปยังศาลฎีกา หากศาลฎีการับเรื่องไว้พิจารณาก็จะถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งในการประชุมวิปวุฒิสภาไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้ เพราะยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน

เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวได้มีการประเมินว่าการเคลื่อนไหวบนเวทีฝ่ายค้านจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของกกต.หรือไม่ นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่น่ามีผลให้กกต.ตัดสินใจไปตามกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะกกต. จะตัดสินใจไปตามระเบียบ หลักการและเหตุผล รวมถึงกรอบกฎหมายในการพิจารณาในความผิดต่างๆ ของแต่ละบุคคล

อดีตผู้สมัคร สว.แฉยับ ขบวนการฮั้วสายสีส้ม กักตัว 400 ชีวิต ยึดมือถือ-แจกโพย จี้ กกต.ฟ้องยกเข่ง 14 ก.ย.นี้

9 กันยายน 2569 เวลา 15:39 น.

9 กันยายน 2569 จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดลงมติในคดีฮั้ว สว.ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน ประกอบด้วย รัฐมนตรีและ สส. 21 คน, สว. 138 คน, ผู้สมัคร สว. 51 คน และเครือข่าย 19 คน ท่ามกลางความสนใจของประชาชน ล่าสุดมีเสียงสะท้อนจากอดีตผู้สมัคร สว.ออกมาเปิดโปงขบวนการฮั้วฝั่งตรงข้ามเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับข้อมูลจากอดีตผู้สมัคร สว.กลุ่มที่ 11 (กลุ่มการท่องเที่ยว) รายหนึ่ง ซึ่งเปิดเผยว่า ตนเคยได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว.ประชาชน” หรือ “สายสีส้ม” โดยระบุว่าพฤติกรรมการฮั้วไม่ได้เกิดขึ้นแค่ฝั่งสีน้ำเงินเท่านั้น แต่ฝั่งสีส้มก็มีการดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการและเป็นมืออาชีพเช่นกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 หรือก่อนวันเลือกระดับประเทศเพียง 1 วัน โดยเครือข่ายดังกล่าวได้นัดรวมตัวผู้สมัครเกือบ 400 คน เข้าไปในห้องประชุมจูปิเตอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมกับมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ทั้งการยึดโทรศัพท์มือถือ บังคับใส่สายรัดข้อมือ และกักตัวไว้

จากนั้นมีแกนนำขึ้นเวทีบรรยายกดดันทางจิตวิทยาเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อบีบให้ผู้สมัครในห้องยอมเสียสละ ไม่ลงคะแนนให้ตนเอง แต่ให้เทคะแนนเลือก “แคนดิเดตเป้าหมาย 10 คนของแต่ละกลุ่ม” ตามตารางโพยลับ 19 กลุ่มอาชีพ รวม 190 คน โดยตั้งเป้าผลักดันให้ได้ สว.อย่างน้อย 100 คน เข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสอดรับกับความเคลื่อนไหวในช่วงคืนเดียวกัน

อดีตผู้สมัครรายนี้ เปิดเผยต่อว่า ตนได้นำหลักฐานพฤติกรรมการสมยอมและตารางโพยทั้งหมด ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.ภายในกรอบเวลา 3 วันตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งทาง กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องมีมูลและหลักฐานแน่นหนา จึงได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน (คณะที่ 26) พร้อมเรียกตนเข้าให้ปากคำและบันทึกถ้อยคำอย่างละเอียดถึง 4 ครั้ง ส่งผลให้ปัจจุบันในสำนวนลับของ กกต.มีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาฝั่งสีส้มพัวพันสูงถึง 202 คน ซึ่งมีทั้ง สว.ตัวจริง และตัวสำรองในปัจจุบัน

ในประเด็นข้อกฎหมายสำคัญคือ การสมยอมกันในการเลือก และความผิดฐานให้และรับผลประโยชน์ เนื่องจากการเช่าห้องจูปิเตอร์ 1-3 มีมูลค่าค่าเช่ารวมค่าดำเนินการไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท การมีผู้คอยออกค่าใช้จ่ายเรื่องสถานที่เพื่อให้ผู้สมัครใช้เป็นจุดสมยอมกัน จึงเข้าข่ายการให้และรับ “ประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้” เพื่อจูงใจให้เกิดการบล็อกโหวต ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 และ มาตรา 81 มีโทษทั้งตัดสิทธิทางการเมืองและมีโทษทางอาญา

ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า กกต.อาจจะเร่งพิจารณาฟ้องเฉพาะฝั่งสีน้ำเงิน แต่เตรียมปัดตกสำนวนฝั่งสีส้มจำนวน 202 คนนี้เงียบๆ ทางผู้เสียหายจึงเตรียมยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.อีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้มีการลงมติพร้อมกันในวันที่ 14 กันยายนนี้ หากเพิกเฉยอาจเข้าข่ายมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ครูวีระ สวน อ.วีระ ถามทำไมไม่ชงฟรีซเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ-ราคาน้ำมัน-สินค้าอุปโภคบริโภค

9 กันยายน 2569 เวลา 15:12 น.

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 นายวีระ สุดสังข์ หรือ “ฟอน ฝ้าฟาง” ศิลปินมรดกอีสาน ปี 2558 อดีตครูสอนภาษาไทย นักเขียนอิสระ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลและสโมสรนักเขียนภาคอีสาน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

“อาจารย์ วีระ ธีระภัทรานนท์

อาจารย์วีระชงให้ฟรีซเงินเดือนข้าราชการ 1-2 ปี แต่ไม่ได้ชงให้ฟรีซเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด

ฟรีช คือ แช่แข็ง, ทำให้หยุดกับที่, เปรียบง่ายๆเหมือนขันเชนาะไว้หรือล่ามโซ่ตรวนไว้ เคลื่อนไหวไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ขณะเดียวกัน ไม่ได้ฟรีซเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนนักการเมืองและโดยเฉพาะราคาน้ำมันและราคาสินค้า

หมายความว่า พวกข้าราชการทำอะไรไม่ได้ ส่วนราคาน้ำมันและราคาสินค้าจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ได้ เหมือนข้าราชการถูกจับทรมาน โดยอ้างเหตุผลเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ

เงินเดือนข้าราชการเริ่มต้นที่ 15,000 บาท พร้อมกับหนี้สินที่จะต้องชดใช้ พร้อมกับค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในชีวิตประจำวันกับเวลา 1 – 2 ปีที่สูญเสียเงินเดือนเพิ่ม เสมือนถูกลงโทษ เพราะกระทำผิดวินัยอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลงโทษโดยให้ลดเงินเดือนหรือหยุดการเพิ่มเงินเดือน ถามว่าข้าราชการมีความผิดอะไร?

ถ้าต้องเสียสละเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ ทำไมต้องเจาะจงที่ข้าราชการ บรรดานักการเมือง หน่วยงานอื่นๆ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนควรทำอย่างไรบ้าง ถ้าจะเสียสละช่วยเหลือประเทศชาติ ประชาชนทุกคนในประเทศชาติต้องมีส่วนรับผิดชอบและร่วมมือกันเสียสละ

อาจารย์วีระกล่าวว่า ข้าราชการคงจะไม่พอใจ ผมชื่ออาจารย์วีระเหมือนกันก็จะตอบว่า ข้าราชการไม่พอใจอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นการทุบหม้อข้าวหม้อแกงของเขา สกัดกั้นความเจริญก้าวหน้าของพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่มีความผิดอะไร

แต่บรรดาข้าราชการทั้งหลายอย่าเพิ่งตกใจเลย เชื่ออาจารย์วีระ สุดสังข์ เถอะว่า รัฐบาลและนักการเมือง ไม่กล้ากระทำอย่างที่อาจารย์วีระ ธีระภัทรานนท์เสนอแนะอย่างแน่นอน

สาทิตย์ จวกยับ งบฯ มท. เปิด 3 ปมโกงสอบเข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซุกเงินค่าสมัครสอบทั่วประเทศร้อยกว่าล้าน

9 กันยายน 2569 เวลา 14:35 น.

9 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายงบกระทรวงมหาดไทย มาตรา 20 ตอนหนึ่ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ว่า เหตุใดจึงมุ่งปรับลดงบฯ เพียงแค่รายการครุภัณฑ์ทั่วไป แต่ละเลยการตรวจสอบกรณีการทุจริตและโกงสอบท้องถิ่นครั้งมโหฬารของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่มีการทุจริตโดยแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลัก คือ 1.งบฯ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 277 ล้านบาท ที่กรม สถ.ขอตั้งงบฯ ไซเบอร์และการปกป้องระบบไว้สูง แต่ในปี 2569 กลับมีการแฮกข้อมูลและเข้าไปแก้ไขไฟล์ดิจิทัลเกี่ยวกับการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นมากถึง 115 ครั้ง ที่ กมธ.ไม่ได้ซักถาม หรือประเมินประสิทธิภาพในส่วนนี้เลย

2.เหตุใดจึงตั้งงบฯ เบี้ยประชุมบอร์ดกลางและอนุกรรมการตรวจสอบไว้เกือบ 100 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ในปีที่มีการโกงสอบเข้าเกิดขึ้น มีการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมไปกี่ครั้ง และรัฐบาลเรียกคืนงบเบี้ยประชุมที่จ่ายให้กับชุดที่เกิดการทุจริตหรือไม่ อย่างไร 3.คดีโกงสอบ สถ.ที่มีผู้สมัครสอบสูงถึง 438,277 ราย กรม สถ.จัดเก็บค่าธรรมเนียมคนละ 400 บาท เป็นเงินนอกงบประมาณกว่า 175.3 ล้านบาท แม้จะมีการว่าจ้างมหาวิทยาลัยจัดสอบในวงเงิน 133 ล้านบาท แต่ยังมีเงินส่วนต่างเหลืออีกมหาศาล กลับไม่เคยนำมาแสดงไว้ในรายงานงบประมาณแผ่นดินอย่างเปิดเผย

“การโกงสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นถือเป็นการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการไทยอย่างร้ายแรง ผมขอเรียกร้องให้ กมธ.ลุกขึ้นชี้แจง และเสนอให้ต่อไปนี้ เงินค่าสมัครสอบใดๆ และงบจัดสอบในส่วนของท้องถิ่นทั้งหมด ต้องนำกลับเข้ามาอยู่ในระบบเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถตรวจสอบได้ หาก กมธ.ไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างน่าผิดหวังมาก” นายสาทิตย์ กล่าว