‘มะเร็งเต้านม’ ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น อย่ากลัวการตรวจคัดกรอง ยิ่งพบช้า ยิ่งอันตราย

‘มะเร็งเต้านม’ ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น อย่ากลัวการตรวจคัดกรอง ยิ่งพบช้า ยิ่งอันตราย

‘มะเร็งเต้านม’ ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น อย่ากลัวการตรวจคัดกรอง ยิ่งพบช้า ยิ่งอันตราย

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยร้ายที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลทั่วโลก โดยเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งของผู้หญิงในกว่า 157 ประเทศ จากทั้งหมด 185 ประเทศทั่วโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2565 มีผู้ป่วยใหม่ราว 2.3 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 670,000 คน ส่วนในประเทศไทย ข้อมูล GLOBOCAN Thailand 2022 ระบุว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ในผู้หญิงไทยกว่า 21,628 ราย คิดเป็นค่าเฉลี่ย 60 คนต่อวัน ความอันตรายของมะเร็งเต้านมคือก้อนมะเร็งในระยะแรกอาจไม่เจ็บหรือไม่แสดงอาการ ทำให้หลายคนพลาดการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ จนโรคลุกลามและเป็นอันตรายถึงชีวิต  

พญ. พุทธิพร เนาวะเศษ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ทั่วไป และศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา ศูนย์เต้านม รพ.วิมุต จะมาชวนทำความเข้าใจเรื่องมะเร็งเต้านมที่ทุกคนควรรู้ พร้อมชี้สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และแนวทางการตรวจคัดกรองที่เหมาะกับแต่ละคน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาในทุกช่วงวัย

มะเร็งเต้านม ภัยเงียบใกล้ตัวของผู้หญิงทุกคน

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือภาวะที่เซลล์ภายในเต้านมที่ค่อย ๆ เจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง และอาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการเป็นเพศหญิง ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าเพศชายอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับอายุที่มากขึ้น, ปัญหาด้านฮอร์โมน เช่น การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยหรือหมดประจำเดือนช้า รวมถึงพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมียีนผิดปกติ เช่น ยีน BRCA1, BRCA2 อีกทั้งยังเกี่ยวกับผู้ที่มีความผิดปกติที่เซลล์เต้านมบางชนิด เช่น ADH, ALH และ LCIS นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างก็เพิ่มความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่ออกกำลังกาย รวมถึงผู้ที่เคยได้รับรังสีบริเวณทรวงอกก็อาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

เคลียร์ 3 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

พญ. พุทธิพร เนาวะเศษ ให้ข้อมูลว่า “หลายคนเข้าใจว่าเมื่อคลำพบ ‘ก้อน’ ที่เต้านมแปลว่าเป็นมะเร็งทันที แต่ความจริงแล้วต้องผ่านการตรวจคัดกรองจากแพทย์อย่างละเอียดก่อนถึงจะยืนยันได้ เพราะคำว่า ‘ก้อน’ เป็นเพียงคำเรียกรวมของความผิดปกติที่คลำพบหรือเห็นจากการตรวจภาพ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งซีสต์หรือถุงน้ำในเต้านม และเนื้องอกชนิดไม่ร้าย เช่น fibroadenoma อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การใส่เสื้อชั้นในขณะนอนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมตามที่หลายคนกังวล ส่วนเรื่องสุดท้ายคือ ผู้ชายก็เป็นโรคมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน แม้จะพบได้น้อยกว่าผู้หญิงมากก็ตาม”

ก้อนที่ไม่เจ็บ คือสัญญาณมะเร็งเต้านมที่หลายคนมองข้าม

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าถ้ามีก้อนที่เต้านมแล้วไม่เจ็บ ก็ไม่น่าอันตราย แต่ในความจริง มะเร็งเต้านมระยะต้นมักไม่เจ็บและไม่มีอาการเด่นชัด ดังนั้นหากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ อาทิ การคลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือรักแร้ ก้อนที่มีลักษณะขอบไม่เรียบ โตเร็ว หรืออยู่ติดกับผิวหนัง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเต้านม เช่น ผิวหนังหรือหัวนมบุ๋ม เต้านมผิดรูป ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลงไป หรือมีเลือดและของเหลวผิดปกติออกจากหัวนม ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันทีก่อนมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลาม

ตรวจคัดกรองอย่างไรให้เหมาะกับวัยและระดับความเสี่ยง

การคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้นทำได้ด้วยการคลำเต้านมด้วยตนเอง โดยแนะนำให้ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปหมั่นคลำเต้านมทุกเดือน เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถเลือกวิธีคลำได้ 3 แบบ ดังนี้ 1.คลำเป็นก้นหอยหรือคลำตามเข็มนาฬิกา: เริ่มจากหัวนม แล้วค่อย ๆ วนเป็นวงกว้างออกไปให้ทั่วเต้านมจนถึงบริเวณรักแร้ 2.คลำขึ้น-ลง ตามแนวลำตัว: คลำสลับขึ้นลงให้ทั่วเต้านม ตั้งแต่ฐานเต้าถึงกระดูกไหปลาร้า 3.คลำเป็นรูปรัศมีรอบเต้านม: คลำเข้า-ออกจากเต้านมไปยังฐานเต้า แล้ววนรอบให้ทั่วทั้งเต้านม

“สำหรับผู้ที่คลำพบก้อนผิดปกติและผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป แนะนำให้เข้ารับการตรวจแมมโมแกรม ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน และในบางกรณีอาจตรวจร่วมกับอัลตราซาวด์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น ส่วนการตรวจด้วย MRI เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มียีนผิดปกติหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม” พญ.พุทธิพร  อธิบาย

รักษามะเร็งเต้านมเฉพาะบุคคล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ทีมแพทย์สหสาขามุ่งเน้นการควบคุมโรคและให้ความสำคัญคุณภาพชีวิตระยะยาว ด้วยแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) โดยพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายของมะเร็ง รวมถึงชนิดของมะเร็งว่าไวต่อฮอร์โมนหรือมีปัจจัยเฉพาะอื่นร่วมด้วยหรือไม่ “การรักษาอาจประกอบด้วยการให้ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด โดยในบางรายแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันมีวิธีที่สามารถคงรูปลักษณ์ของเต้านมไว้ได้ เช่น การผ่าตัดสงวนเต้านม หรือการผ่าตัดมะเร็งร่วมกับการตกแต่งเต้านม

“ผู้หญิงอย่างเรามีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมาก ดังนั้น อยากให้หมั่นสังเกตและคลำดูความเปลี่ยนแปลงของเต้านมตัวเอง และอย่ากลัวที่จะมาตรวจคัดกรองแม้ยังไม่มีอาการใด ๆ โดยเฉพาะหากคลำพบก้อน แม้อาจจะไม่ใช่ก้อนมะเร็ง แต่ก็ควรมาตรวจให้แน่ใจ เพราะถ้าเกิดพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก็มีโอกาสรักษาได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”  พญ. พุทธิพร กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์เต้านม ชั้น 4 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0040 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน  

ยังไม่เปียกห้ามป่วย! หมอพริ้นซ์เตือน ‘4 สิ่ง อย่าหาทำ’ ถ้าไม่อยากหมดสนุก

ยังไม่เปียกห้ามป่วย! หมอพริ้นซ์เตือน ‘4 สิ่ง อย่าหาทำ’ ถ้าไม่อยากหมดสนุก

ยังไม่เปียกห้ามป่วย! หมอพริ้นซ์เตือน ‘4 สิ่ง อย่าหาทำ’ ถ้าไม่อยากหมดสนุก

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขและการเดินทาง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ห้องฉุกเฉินกลับเป็นพื้นที่ที่ “ไม่เคยหยุด” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์เดินหน้าดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “#พริ้นซ์ไม่เคยหยุด” สะท้อนความพร้อมของทีมแพทย์และบุคลากรที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับทั้งเหตุฉุกเฉินและการเจ็บป่วยทั่วไปตลอดช่วงวันหยุดยาว จากทั้งอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นโรคจากอากาศร้อน การติดเชื้อจากน้ำ หรือพฤติกรรมเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม ซึ่งอาจทำให้ความสนุกต้องสะดุดลงโดยไม่ทันตั้งตัว

พญ. วัลลภา ไตรคุณากรวงศ์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาล ป.แพทย์ เผยอินไซด์จากห้องฉุกเฉิน พร้อมให้คำแนะนำถึง 4 ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเล่นน้ำอย่างปลอดภัย

1 .ฮีทสโตรก: ตัวร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ คือสัญญาณอันตราย

อากาศร้อนจัดในช่วงสงกรานต์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรก (Heatstroke) ซึ่งอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามคือผิวหนังแดง ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ร่วมกับอาการเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หรือคลื่นไส้ และหากอาการเริ่มรุนแรง เช่น สับสน ทรงตัวไม่อยู่ หรือหมดสติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

2. ‘ทุเรียน + แอลกอฮอล์’ คู่เสี่ยงที่ไม่ควรลอง

 การรับประทานทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสารในทุเรียนจะไปยับยั้งการสลายแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

3. ‘รองเท้ากินขา’ เรื่องขำที่อาจกลายเป็นอุบัติเหตุ

รองเท้าแตะที่ใส่เล่นน้ำ อาจทำให้เกิดอาการ “รองเท้ากินขา” เมื่อเท้าลื่นเข้าไปติดจนดึงออกยาก ซึ่งอาจนำไปสู่อาการข้อเท้าพลิก แผลถลอก หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว และหากเกิดการกดทับเป็นเวลานาน อาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าแบบหัวเปิด เพื่อป้องกัน

แต่หากเกิดเหตุการณ์โดนรองเท้ากิน หากรองเท้าติดไม่แน่น อาจลองยกขาสูงร่วมกับใช้น้ำสบู่หรือเจลช่วยหล่อลื่นเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่หากมีบาดแผลหรือเลือดออก ไม่ควรฝืนดึง ควรรีบไปพบแพทย์

4. คอนแทคเลนส์ + น้ำสกปรก เสี่ยงตาแดงและติดเชื้อ

การใส่คอนแทคเลนส์ขณะเล่นน้ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและการติดเชื้อที่ดวงตา จากสิ่งสกปรกหรือแป้งที่ปนเปื้อนในน้ำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ และเลือกใช้แว่นตาหรือแว่นกันน้ำแทน หากมีแป้งหรือสิ่งสกปรกเข้าตา ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที และหากอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ตามัวหรือเจ็บตา ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

แม้สงกรานต์จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่สิ่งสำคัญคือการไม่ประมาทในการใช้ชีวิต “อยากให้ทุกคนใช้สติในการเดินทาง ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ขับขี่อย่างปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการง่วงหรือเมาแล้วขับ เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเองและผู้ร่วมใช้ถนน อยากให้ทุกคนสนุก และได้กลับบ้านไปหาคนที่รักอย่างปลอดภัย” พญ.อวัลลภา กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ทั้ง 18 แห่ง ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และศูนย์ฉุกเฉิน (Trauma Center) ที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ทำไมปัสสาวะบ่อย?”  หรือ “กลางคืนลุกไปเข้าห้องน้ำหลายรอบ แถมยังปัสสาวะไม่สุด…”

นายแพทย์ กริช ออประเสริฐ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ชั้น 2  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า  คำถามเหล่านี้ อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ “ต่อมลูกหมากโต” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป และหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด

ต่อมลูกหมาก คืออะไร?

ต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) คืออวัยวะขนาดประมาณลูกเกาลัด อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะ ทำหน้าที่ผลิตน้ำเลี้ยงอสุจิ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเพศชายที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้ “ต่อมลูกหมาก” ค่อย ๆ โตขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้าโตเกินไปจนไปกดเบียดท่อปัสสาวะ ก็จะเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา

อาการของต่อมลูกหมากโต

ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง  ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ต้องเบ่งปัสสาวะนาน

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อมลูกหมากโต

ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติ ครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย / น้ำหนักเกิน ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย และผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูง

การรักษาต่อมลูกหมากโต ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีวิธีการ ดังนี้

1. ปรับพฤติกรรม : ลดน้ำก่อนนอน งดชา กาแฟ แอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารเสริมสุขภาพต่อมลูกหมาก เช่น zinc, saw palmetto (ภายใต้คำแนะนำแพทย์) หลังปัสสาวะ ยืนรอเพื่อเบ่งซ้ำอีกรอบ

2. ใช้ยา : กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะ และกลุ่มยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (ใช้ระยะยาว)

3. รักษาด้วยหัตถการหรือผ่าตัด : หากใช้ยาไม่ได้ผล หรือมีปัญหาแทรกซ้อน เช่น ปัสสาวะไม่ออกเลย มีการติดเชื้อซ้ำบ่อย หรือยังมีอาการหลังใช้ยา แพทย์อาจเลือกขูดลูกหมากบางส่วนออก ซึ่งเป็นวิธีรักษาตามมาตรฐานที่ใช้มาอย่างยาวนาน

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ไกลต่อมลูกหมากโต

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 50 ปี  เลี่ยงอาหารไขมันสูง เนื้อแดง   รับประทานผักผลไม้สีแดง ส้ม เหลือง ที่มีไลโคปีน  งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์  ไม่กลั้นปัสสาวะนาน ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่ปล่อยให้ท้องผูก

ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่สามารถป้องกัน ลดความเสี่ยงในการเกิดได้หากหมั่นดูแลสุขภาพและสังเกตสัญญาณต่างๆจากร่างกาย การหมั่นตรวจสุขภาพช่วยให้รู้ทันท่วงทีและรักษาได้ไว เพื่อให้ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ไกลโรค ไม่ต้องกังวลกับการเข้าห้องน้ำบ่อยอีกต่อไป

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของโรคต่อมลูกหมากโต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/นัดหมายแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ชั้น 2 โทรศัพท์ 02 836 9999 กด 4

คุณแหน : 13 เมษายน 2569

คุณแหน : 13 เมษายน 2569

คุณแหน : 13 เมษายน 2569

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา ชายาในพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ุยุคล (พระองค์ชายใหญ่) มารดา พันโท หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล ฝากเชิญชวนคุณ ๆ ผู้ศรัทธาในพระแม่อุมาเทวี ไปกราบไหว้ถวายสักการะเทวรูปพระแม่อุมาเทวี อายุกว่า 1,800 ปี ซึ่งเป็นพระราชมรดกตกทอดมาจากเสด็จพระองค์ชายใหญ่ โดยปัจจุบันหม่อมไฉไลสร้างเทวาลัยถวายพระแม่อุมาเทวี ณ ตำบลลำพญา อ. บางเลน นครปฐม
  • มูลนิธิหม่อมเจ้าวุฒิวิฑู วุฒิชัย (หม่อมเจ้าหญิงหมาก) มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนตาบอด โรงเรียนคนตาบอด จังหวัดขอนแก่น จำนวน 19 ราย โดยให้ทุนการศึกษาจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เงินทุนแบ่งเป็นดังนี้ นักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ได้รับทุน 1 หมื่นบาทต่อคนต่อภาคการศึกษา นักเรียนชั้น ม.4-ม.6 ได้รับทุนการศึกษาได้รับทุน 25,000 บาทต่อคนต่อภาคการศึกษา ผู้ประสานงานขอทุนการศึกษาครั้งนี้คือ ภูริภัทร เขียวบริบูรณ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท Apollo Wealth Securities จำกัด
  • คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว. ศรีคำรุ้ง ยุคล มีอาการดีขึ้นหลังจากป่วยด้วยโรค LSE (แพ้ภูมิตัวเอง) มานานเกือบ 20 ปี จนมีโรคอื่นรุมเร้ามากมาย แต่หญิงแมงมุมก็สู้ไม่ถอย สาเหตุที่ทำให้มีกำลังใจดีก็คือความรักท่วมท้นเสมอต้นเสมอปลายจาก เสธ. ดอลลาร์ พลตรีพัชร รัตตกุล 
  • เวลาเอ่ยถึงผู้หญิงไทยผู้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเอกชนชั้นนำ ก็จะนึกถึงผู้หญิงเก่งหลายต่อหลายคน แต่มีคนหนึ่งที่ถูกเอ่ยถึงบ่อย ๆ คือ จรีพร จารุกรสกุล CEO WHA Group ผู้นำอันดับหนึ่งด้านนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ สาธารณูปโภค พลังงาน และ digital solutions หลายคนถามว่าจรีพรจบการศึกษาจากต่างประเทศใช่ไหม ตอบชัด ๆ ว่า จรีพรจบปริญญาตรี คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม. มหิดล จบโทบริหารธุรกิจจาก ม. กรุงเทพ เห็นหรือยังว่าคนเก่งจริง ไม่จำเป็นต้องจบจากต่างประเทศ เพราะจบในไทยก็เก่งกล้าสามารถระดับนานาชาติได้ จึงขอเตือนสติคนที่หลงงมงายว่าต้องไปเรียนต่างประเทศเท่านั้น จึงจะเป็นคนเก่ง ขอย้ำอีกทีว่ามหาวิทยาลัยเมืองนอกบางแห่งคุณภาพด้อยกว่ามหาวิทยาลัยไทยดี ๆ ของไทย แต่ก็ไม่คัดค้านหากไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยดีเด่นดังอันดับต้น ๆ ของโลกในต่างประเทศ เพราะมันคือการสั่งสมวิชาความรู้จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ขอแค่เพียงอย่าไปเรียนมหาวิทยาลัยห้องแถวเท่านั้น
  • งาน EmpowerHERAsia Leadership Forum 2026. Writh Your Next Chapter จัดโดย The CrestHaus เมื่อเดือนมีนาคม ตอกย้ำให้เห็นว่าสตรีไทยมีบทบาทอย่างมากในภาคธุรกิจของเอเชีย โดยพบว่าในตลาดหลักทรัพย์ไทยมีผู้บริหารระดับสูงที่เป็นสตรีสูงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ นับว่าสูงที่สุดในเอเชีย โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 7 เปอร์เซ็นต์ และพบว่าสตรีมีตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทต่าง ๆ ในเอเชีย มีค่าเฉลี่ยที่ 18 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าพลังสตรีคือหัตถาครองพิภพโดยแเท้
  • ปิดท้ายด้วยเรื่องรัฐมนตรีลูกเทพในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล มีคำถามว่า เจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือเป็นลูกเทพด้วยหรือไม่ ตอบว่าไม่ ๆ ๆ เพราะ เจ๊รวย สสร. จัดได้ว่าเป็นตัวแม่ทัพเมืองอำนาจเจริญของเสี่ยเป็ด เนวิน ชิดชอบ

Victor Lee 

2 กูรูแห่ง ‘The Longevity Code’ เผยรหัสลับในร่างกาย เชื่อมโยง DNA ดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำและตรงจุด

2 กูรูแห่ง ‘The Longevity Code’ เผยรหัสลับในร่างกาย เชื่อมโยง DNA ดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำและตรงจุด

2 กูรูแห่ง ‘The Longevity Code’ เผยรหัสลับในร่างกาย เชื่อมโยง DNA ดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำและตรงจุด

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.32 น.

เพราะร่างกายมนุษย์ไม่มีพิมพ์เขียวใบเดียวกัน การดูแลสุขภาพแบบ “เหมาเข่ง” จึงอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ล่าสุด  Health Plus Global by MP Group (Thailand) ได้ประกาศยกระดับวงการ Healthcare Services ด้วยโปรแกรม “Platinum Genechecks” นวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ยีน (Genetic Testing) ที่ครอบคลุมที่สุดกว่า 700 รายการ เพื่อเผยรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ พร้อมเชื่อมโยงผลตรวจดีเอ็นเอเข้ากับระดับฮอร์โมนปัจจุบัน เพื่อการดูแลสุขภาพที่แม่นยำและตรงจุดระดับเซลล์

มากกว่าแค่การตรวจ แต่คือ “แผนที่นำทางชีวิต

นพ.ปรัชญ์ พึ่งเจษฎา และ โค้ชพอล วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ ลองจิวิตตี้ Coach และผู้เขียนหนังสือ The Longevity Code เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน คนเรามักรอให้ป่วยก่อน แล้วค่อยรักษา “แต่ด้วยเทคโนโลยีการตรวจยีนล่าสุดนี้ จะช่วยให้คุณ “รู้ก่อนป่วย” โดยเจาะลึกพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะเฉพาะตัว เพื่อนำมาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Lifestyle) ให้เหมาะสมกับยีนของตนเอง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพภายใต้การแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ไฮไลท์สำคัญเจาะลึก 8 มิติสุขภาพ และ 45 โรคร้ายทางพันธุกรรม

สำหรับโปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ที่สำคัญ ดังนี้:

• คัดกรองความเสี่ยงโรคร้าย (Hereditary Health): ตรวจหาชุดยีนก่อโรคที่มีแนวโน้มส่งต่อทางพันธุกรรมมากถึง 45 โรค ครอบคลุมอวัยวะสำคัญ ทั้งโรคมะเร็ง, หัวใจและหลอดเลือด, ระบบประสาทและสมอง, ระบบทางเดินหายใจ, ระบบเผาผลาญ, โรคตา, โรคระบบย่อยอาหาร, โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น

• เจาะลึก 8 ระบบ (Comprehensive 8 Systems): ตั้งแต่

o การการทำงานของระบบอวัยวะสำคัญ เช่น ระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบสมองและสุขภาพจิต และระบบฮอร์โมน

o สุขภาพองค์รวมของระบบต่างๆของร่างกาย เช่นระบบเผาผลาญ ระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น

o ภูมิแพ้และระบบภูมิคุ้มกัน

o ประเมินระดับชีวเคมีในร่างกาย ที่ส่งผลความสมดุลของร่างกายที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ

o โภชนาการและการวางแผนอาหาร

o การเผาผลาญและสุขภาพการออกกำลังกาย

o ผิวพรรณ ความงามและสุขภาพของเส้นผม

o สุขภาพของการนอนหลับ รวมถึงบุคลิกภาพและความสามารถโดยกำเนิด

ครั้งแรกกับการผสานข้อมูล “ยีน” เข้ากับ “ระดับสารชีวเคมีในร่างกายปัจจุบัน

โค้ชพอล อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า ความพิเศษที่ทำให้โปรแกรมนี้โดดเด่นกว่าการตรวจยีนทั่วไป คือการประเมินระดับ Holistic Hormone และวิตามินที่สำคัญ .ซึ่งปัจจุบัน การดูความสอดคล้องระหว่าง “พื้นฐานดั้งเดิม (gene)” และ “สภาวะปัจจุบัน (Current Status)” สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1. Growth Factor: เป็นการดูการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

2. Fertility: เป็นการตรวจเช็กระบบสืบพันธุ์และการเจริญวัย

3. Mental & Stress: หรือการประเมินสารสื่อประสาท อารมณ์ และความเครียด

4. Vitamin D และ Anemia (ภาวะโลหิตจาง) อย่างแม่นยำ เพื่อให้การวางแผนสุขภาพมีความสมบูรณ์แบบสูงสุด

“ดังนั้นการมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่คือการบริหารจัดการข้อมูลที่ถูกต้อง (Data-Driven Health) การตรวจยีน 700 รายการนี้ ไม่ใช่แค่การตรวจหาโรค แต่คือการมอบ ‘คู่มือการใช้งานร่างกาย’ ให้กับลูกค้า เพื่อให้เขารู้ว่าควรทานอะไร ควรออกกำลังกายแบบไหน หรือควรเฝ้าระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ที่สามารถวางทิศทางของสุขภาพของเราทั้งชีวิตได้ ซึ่งการตรวจยีนไม่ได้เป็นเรื่องของคนป่วย แต่เป็นเรื่องของ “คนที่รักตัวเอง” และต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Longevity) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณและแพทย์ร่วมกันวางแผนการตรวจคัดกรองได้อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล ลดการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการลองผิดลองถูกกับสุขภาพ” โค้ชพอล กล่าวทิ้งท้าย

สเตปนี้ม่วนงัน ลิซ่า แท็กทีม อินฟลูฯดัง แดนซ์สะบัดกลางงาน Coachella 2026 ชมคลิป

สเตปนี้ม่วนงัน ลิซ่า แท็กทีม อินฟลูฯดัง แดนซ์สะบัดกลางงาน Coachella 2026 ชมคลิป

สเตปนี้ม่วนงัน ลิซ่า แท็กทีม อินฟลูฯดัง แดนซ์สะบัดกลางงาน Coachella 2026 ชมคลิป

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.34 น.

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ในงานเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Coachella ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมา กลายเป็นกระแสกลายไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลทันที เมื่อ คามิลา โคเอลโย อินฟลูฯดังและแฟชั่นนิสต้าชื่อดังชาวบราซิลปเจอสาว ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล กำลังเริงร่าม่วนกุ๊บอยู่โซนหน้าเวที Revolve Festival แบบเป็นกันเองสุด ๆ

งานนี้ คามิลา โคเอลโย ยูทูบเบอร์และแฟชั่นนิสต้าชื่อดังชาวบราซิล ไม่พลาดที่จะเก็บโมเมนต์ประทับใจมาฝากแฟน ๆ โดยเธอได้โพสต์คลิปลงอินสตาแกรม เผยให้เห็นนาทีที่เธอเข้าไปเต้นประชันสเตปกับลิซ่า ซึ่งตัวแม่ของเราก็ไม่ได้มาเล่น ๆ โชว์ลีลาโยกย้ายส่ายสะโพกพร้อมถือแก้วเครื่องดื่มในมือ ดีกรีความจอยพุ่งทะลุปรอท ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสวมกอดกันอย่างอบอุ่น

ลิซ่า

ไม่เพียงแค่นั้น คามิลา โคเอลโย  ถึงกับออกอาการปลื้มปริ่มสุด ๆ โดยระบุข้อความในอินสตาแกรมเกี่ยวกับการพบ ลิซ่า ในครั้งนี้ว่า “nunca imaginei rebolar a bunda com a LISA โหย่ @lalalalisa_m loved meeting u!” ซึ่งแปลได้ว่า (ไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะได้มาส่ายสะโพกเต้นกับลิซ่า ดีใจมากที่ได้เจอคุณ!)

ลิซ่า

หลังจากคลิปวิดีโอของ คามิลา โคเอลโย พบ ลิซ่า ถูกเผยแพร่ออกไป แฟน ๆ Blinks ทั่วโลกต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว เช่น

“isa grande sortuda ????????????????????????”

“So fun!”

“lindaa camila”

“Girl now you know that’s my idol”

“Two icons”

“You both look beautiful, I love the outfits”

“Brasileira é naturalmente sexy né ? Nem faz esforço”

ลิซ่า
ลิซ่า
ลิซ่า
ลิซ่า
ลิซ่า
ลิซ่า

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ถือเป็นอีกหนึ่งภาพลักษณ์ที่แฟน ๆ รัก เพราะไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกขนาดไหน แต่พอถึงเวลาพักผ่อน ลิซ่าก็คือสาวน้อยสายแดนซ์ที่พร้อมจะมอบรอยยิ้มและความม่วนจอยให้กับคนรอบข้างเสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม camilacoelho

แอนเดรีย สวอเรซ อดีตนักร้องดังยุค 90 เล่าชีวิตอยู่อเมริกา พร้อมอัปเดตหัวใจ หลังหย่าขาดกับอดีตสามี

แอนเดรีย สวอเรซ อดีตนักร้องดังยุค 90 เล่าชีวิตอยู่อเมริกา พร้อมอัปเดตหัวใจ หลังหย่าขาดกับอดีตสามี

แอนเดรีย สวอเรซ อดีตนักร้องดังยุค 90 เล่าชีวิตอยู่อเมริกา พร้อมอัปเดตหัวใจ หลังหย่าขาดกับอดีตสามี

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.00 น.

เป็นนักร้องชื่อดังขวัญใจแฟนเพลงยุค90 สำหรับ ”แอนเดรีย สวอเรซ” ที่บินกลับมาเมืองไทยเปิดเล่าชีวิตอยู่อเมริกาพร้อมทั้งอัปเดตหัวใจหลังจากหย่าขาดกับอดีตสามี และไฮไลต์สำคัญแท็กแก๊งค์ “Kita” บอกเล่าคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 โดย “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ใช้ชีวิตอยูที่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง?

แอนเดรีย : ชีวิตหลากหลายรสชาติมาก ทำงานเป็นทนายมีที่ปรึกษากฎหมายของตัวเอง แล้วเล่นกีฬาไตรกีฬา

ทำหน้าที่เป็นทนายมาแล้วกี่ปี?

แอนเดรีย : เป็นมา 19 ปี เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ในช่วง 10 ปีแรกจะมีโดนข่มจากอาวุโสว่าฉันเป็นทนายมานานกว่าที่ยูมีอายุอีก

เป็นทนายอยู่ที่อเมริกามีโอกาสได้ร้องเพลงไหม?

แอนเดรีย : ได้ไปร้องเปิดคอนเสิร์ตให้กับพี่มอส พี่มอสมาอเมริกา 2 ปีที่แล้ว เขาชวนไปร้องเพลง

มีโอกาสทำคลิปให้ความรู้เรื่องกฎหมายด้วย?

แอนเดรีย : มีค่ะ เกี่ยวกับการสนับสนุนสิทธิของผู้หญิง จะสอนความรู้เรื่องกฎหมายก็เลยจะคลิปสอนเรื่องกฎหมาย

อัปเดตเรื่องความรักเผยแยกทางกับสามีแล้ว?

แอนเดรีย : แยกทางกันมา 4 ปีกว่าแล้ว รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า ทั้งหมดอยู่ด้วยกัน 20 ปี แต่งงานกันประมาณ 13 ปี และช่วงหลังๆ รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ละคนต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่ได้รู้สึกว่าเหมือนเราเป็นทีมแล้วและก็ไม่มีความสุข คิดว่า เราจะมีความสุขกว่าถ้าแยกทางกันไป

หลังแยกทางกันไปมันเป็นอย่างที่เราคิดจริงไหม?

แอนเดรีย : จริงค่ะ คืออยากแชร์เลยถ้ามีความกลัวว่าในอนาคตที่เราไม่รู้ว่จะเป็นยังไง ถ้าเราชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในความสามรถของตัวเองว่ายังไงหาทางได้แอนเดรียบอกเลยว่า หลังจากเลิกกันมีความสุขมากที่สุด เวลาเลิกกันแล้ว ใช้ชีวิตแค่ตัวเองมันทำให้ทำความรู้จักกับตัวเองมันก็สนุกดีนะ

หัวใจสีชมพูมีรักครั้งใหม่แล้ว?

แอนเดรีย : มีค่ะ

เป็นคนสัญชาติไหน?

แอนเดรีย : เป็นคนอเมริกันเหมือนกัน คบประมาณปีหนึ่ง ชื่อคริส เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสงบพูดอะไรและทำ ตรงนี้นับถือมากๆ บอกจะอะไรเขาทำ

แล้วไปเจอกันยังไง?

แอนเดรีย :  แอปค่ะ วันนี้ไม่ได้มา

รักครั้งใหม่ทำไมเปิดใจให้กับเขา?

แอนเดรีย :  เรารู้สึกว่าอยู่กับเขาสนับสนุนกัน ทำให้เราเติบโตด้วยอยู่ด้วยกันสงบ

หากย้อยกลับไป “แอนเดรีย” เป็นศิลปินชื่อดังยุค 90 มีเพลงดังมากกับ “สบตา” ย้อนจุดเริ่มต้นในวงการ?

แอนเดรีย : ตอนอายุประมาณ 11 เรียนแจ๊สกับครูและมีคนติดต่อถามอาจารย์มีเด็กผู้หญิงไหมที่เต้นเก่ง และส่งไปแคสโฆษณาได้ ซึ่งส่งแอนเดรียไปแคสงานชิ้นแรกคืองานโฆษณา หลังจากนั้นโคโรกราฟที่ Kita เลยชวนไปเต้นคอนเสิร์ต และได้ไปเต้นคอนเสิร์ตของ พี่อ้อม สุนิสา เต้นในคอนเสิร์ตพี่อ้อม เจ้าของค่ายKita เห็น มีโอกาสเข้าไปเทสต์เสียง รู้สึกโชคดีที่มีโอกาสไปเทสต์เสียง และเรียนร้องเพลงกับครูอ้วน มณีนุช มันคือสิ่งที่เรารัก

เดบิวต์ครั้งแรกจำได้ไหม?

แอนเดรีย :  อายุ 15 ค่ะ 

เกิดอะไรขึ้นวางไมค์ยุติบทบาทศิลปิน?

แอนเดรีย : มันมีปัจจัยหลายอย่าง และ แม่ถามอยากไปเรียนอเมริกาไหม เราคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีน่าสนุก ที่แม่ถามมารู้ทีหลังว่า ตอนนั้นมีสตอล์กเกอร์ มีคนมาแอบรอที่บ้าน รอหน้าบ้านในซอยและมีส่งจดหมายมา แม่เป็นห่วง ถามว่า เสียดายไหม ไม่เสียดายเลย มั่นใจในการตัดสินใจ แอนเดรียไมได้ยึดติดการเป็นนักร้องจะทำได้ตลอดชีวิตซึ่งแอนเดรียอยากทำอะไรหลายๆ อย่าง

ตอนไปอยู่อเมริกา มีติดต่อเพื่อนใน “Kita” หรือเปล่า?

แอนเดรีย : ก็ยังติดต่อกัน  เมื่อไหร่กลับมา ก็กลับมาไปทานข้าว แฮงเอ้าท์กัน และกลับมาเล่นคอนเสิร์ตบ้าง

เปิดตัวแขกรัญเชิญพิเศษ “จอย T-Skirt” ทราบมาว่าคือหัวเรือใหญ่ของแก๊งค์?

จอย T-Skirt : ไม่ถึงกับหัวเรือใหญ่ มีหลายท่าน มีพี่บุ๋ม ตรีรัก ด้วย ซึ่งพี่บุ๋มจะเป็นคนส่งสาสน์ เพราะไปหาแอนเดรียทุกปี กับแอนเดรีย จริงๆ เราคุยกับทางไลน์ทางแชทตลอด

ทราบมาว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ?

จอย T-Skirt : ในปี 68 ตอนนั้นไม่ทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ปวดท้อง มีประจำเดือนออกมาผิดปกติ ไหลเป็นน้ำ ซึ่งทุกคนเป็นห่วง ก็ส่งข่าวไปให้แอนเดรียทราบ เขาน่ารักมากบอกต้องสตรองนะเขาจะบอกทุกอย่างจะเคลียร์จะดีขึ้น หลังจากนั้น เจออีกสองจุด ตอนแรกเป็นมะเร็งมดลูกระยะที่ 4 ไปหาคุณหมอและเจอเพิ่มขึ้นมีที่ปอด 1 จุดและเต้านมอีก 3 มิล ซึ่งหมอยังไม่สรุปว่าเป็นเนื้อร้ายไหม ต้องติดตาม

อยากให้เล่าความรู้สึกว่าผ่านมาได้ยังไง?

จอย T-Skirt : หัวใจที่แข็งแรง มันต้องสตรอง ไม่ท้อ เมื่อเกิดขึ้นแล้วถอยหลังไม่ได้ วินาทีที่เราทราบว่าเป็นมะเร็งใจแย่เหมือนกัน แต่เราก็ถอยไม่ได้ ต้องสู้สิ ลูกชายมารู้ตอนหลังไม่ได้บอกลูกเลย ตอนนั้นลูกจะสอบเข้าม.1 กลัวเขากังวล เลยปิดเป็นความลับ เราก็ใส่วิก โพกหัว บอกแม่เป็นแค่เนื้องอกแต่เขารู้ แต่เขาไม่พูด เพราะเขารู้ว่าแม่ปิด ตอนนี้ ระวังเรื่องอาหารการกิน ความเครียด เรื่องการใช้ชีวิต ความเครียดสำคัญ เมื่อไหร่เราเครียดเซลล์มะเร็งจะดีใจมากน้องจะแตกตัวมีความสุขในร่างกาย แต่ทุกวันนี้ ก็กลับมาทำงาน กลับมารับงาน เพราะถ้าไม่มีงาน เราจะไม่มีเงิน พอไม่มีเงิน จะเครียดกังวล เรายังเป็เสาหลักของครอบครัว

อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษ “ฝันดี,ฝันเด่น,อ๊อฟ,Dr.Kids,จอยT-Skirt, ยุ้ย ปัทมวรรณ” เมาท์ความสนิทในแก๊งค์”

“ฝันดี-ฝันเด่น” ดังมาก มีวีรกรรมแสบเยอะมากคนดูแล 4 คน?

ฝันดี : งานมันเยอะด้วย และคนที่ดูแลเราออกไป ก็รุ่งเรืองหมดเลยนะ 

ฝันเด่น : ฉายาแฝดนรก ช่างแต่งหน้าเป็นคนตั้งให้ เวลาเราออกคอนเสิร์ตออกอัลบั้มอยู่กันเป็นปีเลยรู้จักกัน ช่างหน้าทำผมก็สนิท แซวกันตามสัญลักษณ์ที่เขาเป็นเช่น หัวเถิก เมื่อก่อนมันแซวได้ และเขาจะเรียกเราอีแฝดนรกแกล้งอีกแล้ว ซึ่งเราเป็นคนขี้แกล้ง

จอย T-Skirt  : มันคือการแสดง เวลาเขาเจอคนอื่นจะแฝดนรกแต่จริงๆ เขาเป็นเรียบร้อย

พี่ใหญ่สุดในแก๊งค์แต่หัวใจวัยรุ่นจริงไหม?

“อ๊อฟ Dr.Kids : เราไม่เคยทำตัวแก่หัวใจเราเป็นเด็กอยู่เสมอยังชอบร้องพลงเต้น สนุกสนานเฮฮา

เล่าที่มาชื่อ “Kita 40 Up”?

ฝันดี : มาจาก จอย T-Skirt เพราะความป่วยของเขา แต่คำว่า Kita อยู่กับพวกเรามาโดยตลอดก็เลยคุยกันเกิดจากเขาป่วย อยากช่วยเขา ถ้าเพื่อนมาตรา 4 แล้วลูกก็ยังเด็ก ค่าใช้จ่ายก็ตั้งเยอะต้องทำยังไงที่จะช่วยเพื่อนได้ เพราะเราก็ช่วยคนอื่นมาเยอะเลยคุยกับเล็ก เรารวมตัวเพื่อตั้งวงขึ้น มาคุยกันในกลุ่มมีคนยกมือเห็นด้วยเราก็รวมตังค์กัน และหลังจากนั้นมีผู้ใหญ่นักแต่งเพลงเห็นความตั้งใจให้ ใช่ชื่อ Kita และใช้เพลง Kita ได้

จอย T-Skirt : นอกจากนักแต่งเพลงยังมีพี่แปลง สไตล์ลิสต์ ดูแลเสื้อผ้าให้ด้วย

อยากให้เชิญชวน “คอนเสิร์ต Kita 40 Up Present “My Best Friend is Coming” จัดขึ้น Sliding Doors

ฝันดี: ในโอกาสนี้อยากฝากกราบเรียนพี่น้องทุกท่านวันที่ 18 มาเจอกับพวกเราได้จองบัตรกันได้ เราเหลือบัตรไม่มากตั้งใจโชว์ 200 ที่นั่งตอนนี้ เหลือ 180 แอนเดรีย เราซื้อตั๋วให้เพื่อมาโชว์ในครั้งนี้ เศรษฐกิจเป็นยังไงรู้ เราต้องจ้างเขาเพื่องานนี้ ฝากด้วยมาเจอกับพวกเรา วันที่ 18 เมษายน ใครที่จองบัตรเรียบร้อยมาเจอกัน ประตูเปิด13.00น.โชว์ 14:00น. มีสุขสนานกันอย่างเต็มที่

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.23 น.

อ่างทอง-บรรยากาศรดน้ำศพ คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี เป็นไปอย่างโศกเศร้ามีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวมหาดไทยเป็นจำนวนมาก ที่บ้าน ในอำเภอแสวงหา

วันที่ 21 เมษายน 2569 บรรยากาศรดน้ำศพ คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี มหาดไทย  ที่บ้านหมู่ 12 ตำบลแสวงหา  อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เป็นไปอย่างโศกเศร้า  มีแฟนคลับ ชาวบ้าน และคนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจ กับครอบครัวมหาดไทย เป็นจำนวนมาก

โดยมีพระสุวรรณวชิราทร (ประเวศ สุทฺธิญาโณ) เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองเป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และนายเอกชัย  ศรีวิชัย   เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการทำพิธีรดน้ำ

คุณพ่อ ประดิษฐ์ มหาดไทย อายุ 68 ปี  ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรักษาตัวใน ICU จากไปอย่างสงบในวันที่ 12 เมษายน 2569 หลังรักษาตัว   จากการถูกรถกระบะชน   ขณะขี่รถจักรยานยนต์  นานกว่า 2 เดือน  

ซึ่งทางครอบครัวจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศล  ที่บ้าน อำเภอแสวงหา  โดยจะมีพิธีรดน้ำศพ ในวันนี้ เวลา 16.00 น. และพิธีสวดพระอภิธรรม เวลา 18.00 น. ของทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน ก่อนจะจัดพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน เวลา 16.00 น.

รายงาน เพิ่มเติม  คืนนี้ 12 เม.ย. จ๊ะ นงผณี มีคิวแสดงคอนเสิร์ตในงาน “แม่กลองสะเทือน ปลาทูสะดุ้ง” ครั้งที่ 3 ในวันที่ 12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีน้ำสุดมันส์ช่วงสงกรานต์ที่จัดขึ้น 6 วันเต็ม (10-15 เมษายน 2569) ณ จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมศิลปินตัวท็อปอีกมากมาย

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล – พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล - พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล – พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.06 น.

12 เมษายน 2569 หลังจากที่เข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเมื่อปลายปี 2568 สำหรับคู่ของสาวมายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล กับหวานใจนักธุรกิจหนุ่ม พาย สุนิษฐ์ (สก๊อต) ทายาทหมื่นล้านตระกูลดัง ภิรมย์ภักดี แห่งอาณาจักร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น 

ล่าสุด สาวมายด์ ลภัสลัล กับ สามี พาย สุนิษฐ์ ได้ออกมาประกาศข่าวดีผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@wjmild” ว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งคู่ได้เผยโมเมนต์ผ่านคลิปวิดีโอขณะไปร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ถือเป็นแหล่งความทรงจำของทั้งคู่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ปีนี้มีคนอยากมาด้วย #Coachella2026” ในคลิปดังกล่าว มายด์ ลภัสสลัล ได้อวดพุงน้อยๆ พร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข ขณะที่สามี พาย สุนิษฐ์ ก็ยืนเคียงข้างพร้อมลูบท้องของภรรยาอีกด้วย 

ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นก็มีแฟนคลับ รวมถึงเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงได้เข้มาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก #ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยครับ 

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.07 น.

วานนี้ 12 เมษายน 2569 เรียกว่าเป็นภาพที่ดูแล้วต้องอมยิ้มตามจริง ๆ สำหรับความน่ารักของครอบครัวโบนันซ่า เมื่อคุณปู่ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นร่วมกับคุณย่าและหลานสาวสุดที่รักทั้งสองคนอย่างน้องปีใหม่และน้องโคโม่เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย

โดยในภาพคุณปู่ไพวงษ์มาในชุดเสื้อฮาวายสีสดใส นั่งอยู่บนโซฟากับคุณย่า โดยมีหลานสาวทั้งสองคนขนาบข้างอย่างใกล้ชิด งานนี้ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องเข้ามาคอมเมนต์ทักเป็นเสียงเดียวกันถึงความหน้าคล้ายที่ส่งต่อกันมาทางพันธุกรรมแบบเป๊ะ ๆ

ไพวงษ์ โบนันซ่า

โดยคุณปู่ไพวงษ์ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความสั้น ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งทางด้านแฟนคลับและชาวเน็ตก็ได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก เช่น

“น่ารัก อบอุ่นมากๆๆค่ะ”

“ใช่เลยครับ”

“น่ารักมากๆค่าหลานสาวทั้ง2”

“ใช่ๆค่ะ”

“ใช่ค่ะๆ”

“Yes Her dad looks like mom, so”

“น้องปีเป็นสาวแล้ว เวลาเดินไวจริงๆ”

“น้องปีเป็นสาวแล้วค่ะยิ่งโตยิ่งสวย”

“น้องปีสวยเหมือนคุณย่ามากๆคร่า”

ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม pv_bonanza