ใหม่ ดาวิกา เดินทางไปร่วมชมโชว์ครั้งสำคัญ Gucci Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ใหม่  ดาวิกา เดินทางไปร่วมชมโชว์ครั้งสำคัญ Gucci Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ใหม่ ดาวิกา เดินทางไปร่วมชมโชว์ครั้งสำคัญ Gucci Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.40 น.

Gucci Brand Ambassador “ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” เดินทางสู่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมชมแฟชั่นโชว์ Gucci Cruise 2027 หนึ่งในโชว์ครั้งสำคัญ ภายใต้การสร้างสรรค์ของ Demna, Artistic Director ของแบรนด์ โดยนับเป็นคอลเล็กชั่น Cruise ครั้งแรกของเขา หลังการเปิดตัวผลงานเดบิวต์ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“ดาวิกา” ปรากฏตัวด้วยลุคแรกเปิดทริปการเดินทาง ในแจ็คเก็ตบอมเบอร์หนังนัปปานิ่มสีน้ำตาลเข้ม จับคู่กางเกงเดนิมคอตตอนฟอกสีทรงสกินนีดีไซน์พิเศษกับชายกางเกงผ่าแยกสองข้าง สร้างซิลูเอตต์ที่ผสานความเท่ให้กับโททัลลุคกลิ่นอายยุค 90 จากคอลเล็กชั่น Generation Gucci หรือ Pre-Fall 2026 เข้ากับความร่วมสมัยอย่างลงตัวด้วยการเติมมิติด้วยกระเป๋า Paparazzo จาก GG Canvas สีน้ำตาล โดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์ Horsebit และแถบ Web สีเขียว–แดง อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ปิดท้ายด้วยรองเท้า Boulevard pump ตกแต่งฮาร์ดแวร์ Horsebit เพิ่มความเฉียบคมและโดดเด่นให้ทั้งลุคอย่างสมบูรณ์

ร่วมติดตามการเดินทางของ “ดาวิกา” Gucci Brand Ambassador ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย และการนำเสนอเสน่ห์ของ Gucci ท่ามกลางมหานครที่ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว กับแฟชั่นโชว์ Gucci Cruise 2027 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมเวลา 21.00 น. ณ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม เวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ได้ที่โซเชียลมีเดียทุกช่องทางของ Gucci

#GucciCore

#Gucci

เกินต้าน เด็บบี้ บาซู เปิดโหมดร่างทอง สวยสับฉบับตัวแม่ แซ่บจนลืมไปเลยว่าเลข 4 ชมคลิป

เกินต้าน เด็บบี้ บาซู เปิดโหมดร่างทอง สวยสับฉบับตัวแม่ แซ่บจนลืมไปเลยว่าเลข 4 ชมคลิป

เกินต้าน เด็บบี้ บาซู เปิดโหมดร่างทอง สวยสับฉบับตัวแม่ แซ่บจนลืมไปเลยว่าเลข 4 ชมคลิป

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.41 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮาทั่วโลกโซเชียล เมื่อ เด็บบี้ เดบาร่าห์ ซีเวทเวท หรือ เด็บบี้ บาซู ศิลปินขาแดนซ์ระดับตำนานยุค 90 ออกมาอวดลุคใหม่ที่ทำเอาแฟนคลับถึงกับตาค้าง งานนี้แม่มาในชุดบิกินี่สีชมพูสุดจี๊ดตัดกับสีดำ ประดับตกแต่งด้วยดีเทลโซ่และเครื่องประดับสุดเก๋ เผยให้เห็นรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มแบบสุดขีด จนชาวเน็ตต่างยกฉายา ร่างทอง ให้เป็นเอกฉันท์ แถมแคปชั่นจากโพสต์เจ้าตัว วันนี้ 14 พฤษภาคม 2569 ว่า “บนเวทีคือ Safe Zone ของเรา” ทำ

บรรยากาศบนเวทีในค่ำคืนนั้นบอกเลยว่าลุกเป็นไฟ เพราะเด็บบี้ไม่ได้มาแค่ความสวย แต่ยังจัดเต็มสเต็ปการแดนซ์ที่ยังเป๊ะปังเหมือนสมัยเข้าวงการใหม่ ๆ ไม่ว่าจะท่าโพสต์สุดเซ็กซี่ที่โชว์แผ่นหลังเนียนกริบ หรือจังหวะการร้องที่สะกดคนดูได้อยู่หมัด ยิ่งเมื่ออยู่ท่ามกลางแดนซ์เซอร์ในลุคเข้าชุดกัน ยิ่งส่งให้รัศมีตัวแม่เปล่งประกายแบบสุด ๆ

เด็บบี้ บาซู

“miss u mom Deb @debbie_bazoo”

“MISS MOST”

“ที่สุด”

“แม่ก็คือแม่อยู่วันยันค่ำ เผ็ชแซ่บซี๊ด”

“งื้อออ ละลายแล้วค้าบ”

เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู
เด็บบี้ บาซู

>>> ชมคลิป <<<

งานนี้เรียกได้ว่ากาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้จริง ๆ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เด็บบี้ บาซู ก็ยังคงครองตำแหน่ง Queen of Dance ยุค 90 ที่ยังคงความแซ่บได้ไม่มีแผ่วเลยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม debbie_bazoo

ยูมี วิภาดา ลูกสาว บิ๊กหยม อดีตผบช.น. ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘ติดแกลม’

ยูมี วิภาดา ลูกสาว บิ๊กหยม อดีตผบช.น. ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘ติดแกลม’

ยูมี วิภาดา ลูกสาว บิ๊กหยม อดีตผบช.น. ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘ติดแกลม’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.56 น.

ยูมี” ลูกสาว “บิ๊กหยม” อดีต ผบช.น.ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ติดแกลม”

“น้องยูมี” วิภาดา เสสะเวช ลูกสาวคนเก่ง “บิ๊กหยม” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีต ผบช.น.ออกซิงเกิลใหม่ล่าสุด ชื่อเพลง “ติดแกลม (GLAM)” เพลงจังหวะสนุกๆ ที่ใช้ประโยคยอดฮิตของวัยรุ่นอย่าง “ติดแกลม” มาใช้ในเพลง  ทำให้คนฟังดูไป ยิ้มไป

ซิงเกิลนี้ถือเป็น ซิงเกิลที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้ ออกซิงเกิลมาแล้ว 2 เพลง ทั้ง เพลง มากินรามยอนที่ห้องเราไหม?(Ramyeon) และเพลง ปุ่มลบความทรงจำ (button)

ไปร่วมฟัง และกดไลค์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้น้องยูมี ศิลปินน้องใหม่ ได้ทาง YouTube : UmeYumee (ยูมี), IG : UmeYumee และ TikTok : UmeYumee 

สำหรับ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ในแวดวงตำรวจเรียกว่า “บิ๊กหยม” เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้ง ผบช.ภ.7 ผบช.ภ.1 ตำแหน่งสุดท้าย ผบช.น.และเป็นอดีตนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 36 (นรต.36) เป็นนักกีฬารักบี้ โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.ผ่านการทำงานทั้งสายบู๊และบุ๋น 

รวมถึงผ่านการทำงานคดีสำคัญมาหลายคดีทั้ง คดีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กลุ่มวินัย แสงจันทร์ คดีจับตายลูกน้องตี๋ใหญ่คนสุดท้าย เป็นมือทำงานเบื้องหลังปิดคดีระเบิดศาลพระพรหม แยกราชประสงค์

พล.ต.ท.ชาญเทพ ได้รับความไว้วางใจสางปัญหา “สายการบินแห่งชาติ” โดยเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในการบริหารกิจการบริษัท และปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในยุคที่มี นายถาวร เสนเนียม เป็น รมช.คมนาคม.

‘จ้าวลู่ซือ’ ถือกระเป๋าแบรนด์ไทย ทำมูลค่าพุ่ง ยกระดับดีไซเนอร์ไทยผงาดระดับโลก

‘จ้าวลู่ซือ’ ถือกระเป๋าแบรนด์ไทย ทำมูลค่าพุ่ง ยกระดับดีไซเนอร์ไทยผงาดระดับโลก

‘จ้าวลู่ซือ’ ถือกระเป๋าแบรนด์ไทย ทำมูลค่าพุ่ง ยกระดับดีไซเนอร์ไทยผงาดระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.19 น.

กลายเป็นไวรัลถูกพูดถึงทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ สำหรับ จ้าวลู่ซือ (Zhao Lusi) หรือที่แฟนคลับเรียกติดปากว่า “โรซี่” ซุปตาร์แดนมังกรระดับแถวหน้าของเอเชีย ที่ไม่ว่าเยือนไทยกี่ครั้ง ก็ได้รับการต้อนนสุดอบอุ่นจากแฟน ๆ เสมอ ล่าสุดยังทำแฟชั่นไทย “มูลค่าพุ่ง” เมื่อเธอถือกระเป๋าแบรนด์ไทยอย่าง FUNDAO ถ่ายภาพคู่กับตุ๊กตาเจ้าตูบตัวโปรด ปลุกพลังซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมยกระดับแฟชั่นไทยให้ผงาดสู่เวทีโลก

ลุคนี้ “เจ้าลู่ซือ” มาในสไตล์สาวหวานกับสายเดี่ยวลูกไม้ ถือกระเป๋ารุ่น AVA mini”  สี Ivory จากแบรนด์สัญชาติไทย FUNDAO โดย หยิน-ฝันดาว แบ้สกุล ดีไซน์มินิมอลแต่มีเอกลักษณ์ เรียบหรู แต่ดูแพง แบบ Quiet Luxury ด้วยซิลูเอตความสง่างามของปีกผีเสื้อ ผ่านงานแฮนด์คราฟต์สุดปราณีต โดยมีตุ๊กตาน้องหมาดัชชุน ROSYDOEDIAN TOYS” ของเธอร่วมเฟรม เพิ่มความคิวท์ให้ลุคนี้ยิ่งกลายเป็นไวรัล

งานนี้แฟน ๆ พากันโฟกัสหนัก รีบตามหาพิกัดกระเป๋า พร้อมยกให้เป็นไอเท็มที่เป็น “it bag”  ของมันต้องมีทันทีที่จ้าวลู่ซือหยิบมาใช้ ซึ่งก่อนหน้านี้ Fundao เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟชั่นต่างประเทศ และถูกหยิบมาใช้โดยสาว ๆ หลายสไตล์ทั่วโลกมาแล้ว ดังนั้นการที่นักแสดงสาวระดับอินเตอร์อย่าง จ้าวลู่ซือ เลือกใช้แบรนด์ไทย ยังเป็นอีกโมเมนต์สำคัญของซอร์ฟพาวเวอร์ไทย ที่ไม่เพียงแต่สร้างกระแสในหมู่แฟนคลับ แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการแฟชั่นทั้งไทยและต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยได้รับการยอมรับในระดับโลกอีกด้วย

ใหม่ พัชรี ลั่นงดรับสิ่งมีชีวิต สงสารสัตว์-คนเลี้ยงใจสลาย หลังเผชิญวินาทีบีบหัวใจ

ใหม่ พัชรี ลั่นงดรับสิ่งมีชีวิต สงสารสัตว์-คนเลี้ยงใจสลาย หลังเผชิญวินาทีบีบหัวใจ

ใหม่ พัชรี ลั่นงดรับสิ่งมีชีวิต สงสารสัตว์-คนเลี้ยงใจสลาย หลังเผชิญวินาทีบีบหัวใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

‘ใหม่ พัชรี’ ใจสลาย! ประกาศงดรับของขวัญ ‘สิ่งมีชีวิต’ หน้าเวที หลัง “สาวตือ” อุบัติเหตุขาร้าว ลั่นถ้ารักกันอย่าทำร้ายกันทางอ้อม

กลายเป็นประเด็นที่คนรักสัตว์และแฟนเพลงหมอลำต่างให้ความสนใจ เมื่อนางเอกหมอลำซิ่งสาวชื่อดัง “ใหม่ พัชรี” ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศขอความร่วมมือแฟนเพลง “งดมอบสิ่งมีชีวิต” เป็นของขวัญหน้าเวทีอย่างเด็ดขาด หลังเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับตน

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ใหม่ พัชรี มักได้รับมอบสัตว์เลี้ยงจากแฟนเพลงที่เอ็นดูอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “สาวตือ” หมูแคระตัวน้อยที่เธอและ “ตุ๊กติ๊กน้อย” ผู้จัดการส่วนตัว รับมาดูแลประคบประหงมอย่างดี แต่ล่าสุดกลับเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เมื่อน้องหมูพลาดตกรถซาเล้งจนได้รับบาดเจ็บขาร้าว ต้องเข้าเฝือกประมาณ 1 เดือน

ใหม่ พัชรี ได้ระบุในโพสต์ด้วยความอัดอั้นว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจคนเลี้ยงอย่างมาก โดยเฉพาะผู้จัดการที่ร้องไห้จนตัวสั่นและนอนไม่หลับด้วยความสงสารสัตว์

“ไม่เอาสิ่งมีชีวิตมาให้กันแล้วนะคะ…พวกเขามีชีวิตและพูดหรือสื่อสารไม่ได้ พอเป็นอะไรมาคนที่ทรมานที่สุดคือคนเลี้ยง” ใหม่ พัชรี ระบุในโพสต์

ทั้งนี้ เธอยังได้ชี้แจงถึงสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ที่เคยได้รับมา ไม่ว่าจะเป็น บักสีเกด, อีตอง888, อีสิคิ้ว และอีญี่ซุ่น ว่ายังอยู่ดีและมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันจะเลี้ยงดูตัวที่มีอยู่จนกว่าจะหมดอายุขัย แต่หลังจากนี้ขอร้องแฟนเพลงว่าให้เปลี่ยนจากสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างอื่นแทน เพื่อไม่ให้เกิดภาระทางใจและอันตรายต่อตัวสัตว์ในอนาคต

ขอบคุณ : ใหม่ พัชรี , ตามติดชีวิตสาวตือ

เลขาฯพระปกเกล้า ต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน เชื่อมสัมพันธ์พร้อมเยี่ยมชมการอบรมหลักสูตร A-List

เลขาฯพระปกเกล้า ต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน เชื่อมสัมพันธ์พร้อมเยี่ยมชมการอบรมหลักสูตร A-List

เลขาฯพระปกเกล้า ต้อนรับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน เชื่อมสัมพันธ์พร้อมเยี่ยมชมการอบรมหลักสูตร A-List

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.03 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Elchin Ragub oglu Bashirov เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย พร้อมด้วย Mr. Adil Suleymanov ที่ปรึกษา ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน

ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอนาคต โดยเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทยได้แสดงความสนใจต่อบทบาท ภารกิจ และวิสัยทัศน์ของสถาบันพระปกเกล้าในการพัฒนาประชาธิปไตยและเสริมสร้างธรรมาภิบาลของประเทศไทย

นอกจากนี้ H.E. Mr. Elchin Ragub oglu Bashirov ยังได้ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมการเรียนการสอนของหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำพลเมืองยุคใหม่ (A-List) ซึ่งเป็นหลักสูตรสำคัญของสถาบันพระปกเกล้าในการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ โดยได้กล่าวชื่นชมแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อสังคม

พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทยยังได้กล่าวให้กำลังใจและอวยพรแก่นักศึกษาในหลักสูตร A-List ให้เติบโตเป็นผู้นำคุณภาพ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติในอนาคต

การเข้าพบในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดีและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนเปิดโอกาสสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติในอนาคตต่อไป

เปิดเทอมนี้มีเฮ! ‘ประเสริฐ’ สั่งลุย ลดงานครู-เลิกบังคับชุดลูกเสือจัดเต็ม

เปิดเทอมนี้มีเฮ! ‘ประเสริฐ’ สั่งลุย ลดงานครู-เลิกบังคับชุดลูกเสือจัดเต็ม

เปิดเทอมนี้มีเฮ! ‘ประเสริฐ’ สั่งลุย ลดงานครู-เลิกบังคับชุดลูกเสือจัดเต็ม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.54 น.

“ประเสริฐ” เร่งติดตามควิกวินนโยบาย 5 ด้าน เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้โรงเรียน ครู บุคลากร สลช.ย้ำไม่ต้องใส่เครื่องแบบลูกเลือใช้ชุดลำลองร่วมกิจกรรมได้ขอให้มีเพียงผ้าผูกคอและหมวก

14 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษก ศธ.,และผู้บริหารระดับสูงศธ.พร้อมหน่วยงานในกำกับเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญ นอกจากติดตามงานปกติแล้ว ก็ได้ติดตาม Quick win ตามนโยบาย 5 ด้านของ ศธ. ที่จะเร่ง ดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเดินหน้า นโยบาย “ลดภาระงานครู” อย่างจริงจัง รับเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พร้อมมอบหมายให้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากการติดตามงานตามปกติแล้ว ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องสำคัญ 2 เรื่องคือ นโยบาย Quick win ที่ได้ประกาศไป 5 ด้าน โดยตนได้สั่งการให้ทำข้อสรุปในวันที่ 27 พ.ค.นี้  เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับโรงเรียนต่างๆ ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ทราบถึงวิธีการ ว่า Quick win ที่ ศธ.ต้องการนั้นเป็นอย่างไร เช่น การลดภาระครู มีอะไรบ้าง ลดความเหลื่อมล้ำมีอะไรบ้าง ความปลอดภัยในสถานศึกษามีอะไรบ้าง เป็นต้น ส่วนเรื่องที่ 2 สืบเนื่องจาก พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท มีผลบังคับใช้แล้ว และประกาศในราชกิจจาฯแล้ว  ในเรื่องนี้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ 2 เรื่อง ซึ่งเงินนี้มีอยู่ 2 ก้อน คือ ก้อนแรก 2 แสนล้านบาท  เป็นเงิน ที่ใช้ช่วยเหลือแก้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและเกษตรกร  อีก 2 แสนล้านบาท ใช้ในเรื่องการสร้างทักษะ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจไปสู่การแข่งขันในระยะยาว  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ทั้งดำเนินการเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การศึกษาด้านอาชีพ หรืออาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งกระทรวงศึกษาจะนำภารกิจเหล่านี้มาแปลงเป็นนโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ  ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระของพลังงาน ซึ่งเงินก้อนที่ 2 นี้จะนำมาใช้ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และเกิดการแข่งขันในระยะยาว  

“ส่วนเรื่องการลดภาระครู จะเอาข้อมูลมากางดูว่า ครูมีภาระงานอะไรบ้างนอกจากการเรียนการสอน เพื่อดูว่าจะสามารถลดภาระงานอะไรได้บ้าง  รวมถึงการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เข้ามาช่วยงานด้านเอกสาร รายงาน และงานธุรการ เพื่อลดภาระงาน ลดเวลาในการทำงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครู และเมื่อลดภาระให้ครูแล้วก็จะนำ KPI วัดความสำเร็จด้วย  และหลังจากนโยบายนี้ออกไปแล้ว เราต้องหาคำตอบด้วยว่า เราสามารถลดภาระครูได้กี่เปอร์เซ็น และเมื่อลดภาาะครูแล้วเราก็หวังว่าจะได้ผู้เรียนที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น 

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มอัตรากำลัง และจะมีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานภายในของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เช่น จะเอาตำแหน่งครูที่ว่างมาปรับเปลี่ยนเป็น 38 ค เพื่อให้สามารถทำหน้าที่อื่นได้  ส่วนโรงเรียนเอกชนก็ให้มีการเบิกจ่ายตรงได้ เพื่อลดขั้นตอน ทั้งนี้ ให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในปี 2569นี้“ รมว.ศธ. กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากใกล้เปิดภาคเรียนแล้ว ตนได้สั่งการให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สั่งการไปให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรองรับนักเรียนช่วงเปิดเทอม โดยเฉพาะความพร้อมเรื่องอาคารสถานที่เรียน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการสำรวจเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้มีเหตุวาตะภัย พายุฝนตกหนักบางพื้นที่ ดังนั้น หากโรงเรียนใดประสบปัญหาก็ให้แจ้งโดยด่วนเพื่อหาทางแก้ไข  อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีรายงานเข้ามา ว่าโรงเรียนใดมีปัญหาเรื่องการส่งหนังสือเรียนให้กับนักเรียนไม่ทันเปิดเทอม

“กระทรวงศึกษาฯมีนโยบายหลายอย่างเพื่อจะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในยุคที่น้ำมันมีราคาแพง และได้มีข้อซักถามถึงแนวทางปฏิบัติเข้ามาโดยเฉพาะเรื่องของเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ว่า นักเรียนต้องใส่อย่างไร จึงจะไม่ขัดกับข้อกำหนดของโรงเรียน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจตนจึงขอให้ผู้บริหารที่ดูแลสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้ชี้แจง“ 

นายวรัท พฤกษทวีกุล รองปลัด ศธ. และเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ(สลช.) ชี้แจงถึงแนวปฏิบัติการแต่งชุดลูกเสือ เนตรนารี  ว่า  ตามกฎหมายกำหนดว่าลูกเสือต้องแต่งเครื่องแบบ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้มีสองมุม มุมแรกห่วงเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อผู้ปกครอง จึงมีการเรียกร้องให้ผ่อนปรนการแต่งเครื่องแบบลูกเสือ  ส่วนอีกมุมหนึ่ง โรงเรียนที่มีความพร้อมที่จะแต่งเครื่องแบบลูกเสือ ไม่มีปัญหาเรื่องเครื่องแบบ  ดังนั้น รมว.ศธ. จึงได้มอบหมายให้ สลช.ไปดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม  ปีที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้มีหนังสือซักซ้อมแจ้งไปยังโรงเรียนเกี่ยวกับกาาแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี แล้ว ในการจัดกิจกรรมฝึกอบรมลูกเสือในโรงเรียน ว่า อนุโลมให้ใช้เครื่องแบบลำลองในการฝึกอบรมในโรงเรียนได้  รวมถึงการอยู่ค่ายพักแรม กิจกรรมเดินทางไกล หรือกิจกรรมในชุมชน  โดยเครื่องแบบลำลอง คือ ให้มีผ้าผูกคอ และหมวกลูกเสือแต่ละประเภท เพื่อแสดงความเป็นลูกเสือเท่านั้น ส่วนชุดที่สวมอาจจะเป็นชุดนักเรียน ชุดกีฬา หรือ ชุดอะไรก็ได้ที่โรงเรียนกำหนด  ซึ่งจากที่สั่งการไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมาโรงเรียนก็เข้าใจและดำเนินการตามที่ สลช.สั่งการ  ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบลูกเสือนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นการพิจารณาร่วมกันของ สลช.กับ คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ และทันใช้ในภาคเรียนที่ 2 นี้อย่างแน่นอน

สพฐ.กำชับ 7 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองนักเรียน

สพฐ.กำชับ 7 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองนักเรียน

สพฐ.กำชับ 7 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองนักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.35 น.

สพฐ.ส่งหนังสือด่วนที่สุด! ถึงทุกเขตพื้นที่ฯ กำกับสถานศึกษาถือปฏิบัติตามประกาศฯ 7 มาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569

14 พ.ค.69 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตทั่วประเทศ ให้แจ้งสถานศึกษาในสังกัดทราบถึง ” ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่อง มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569” และ ให้ถือปฏิบัติ โดยสามารถดำเนินการได้ตามบริบทของสถานศึกษา เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ และติดตาม การดำเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามประกาศนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ 7 มาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนในสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ปีการศึกษา 2569 มีสาระสำคัญที่ยังคงให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามปกติอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพการศึกษาและพัฒนาการของผู้เรียนในทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค โดยมีแนวปฏิบัติตามประกาศ สพฐ.ดังนี้ 1.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรือผ่อนผันการเก็บเงินบำรุงการศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน 2.ให้สถานศึกษาพิจารณายกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ หรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา 3.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรืองดการใช้วัสดุ อุปกรณ์การเรียน ที่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน 4.ให้สถานศึกษาพิจารณาลดหรืองดการจัดซื้อหนังสือเสริมหลักสูตรนอกเหนือจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน 5.ให้ลดหรืองดการจัดกิจกรรมที่ต้องเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ปกครองนักเรียน 6.ให้ลดหรืองดการมอบหมายให้นักเรียนจัดทำชิ้นงาน หรือโครงงาน ที่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียน และ 7.ให้สถานศึกษาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอน”

ประกาศ สพฐ.ฉบับนี้ ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาสามารถออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษาได้ เช่น ชุดนักเรียน อนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้น หรือ ย้ายสถานศึกษา เพิ่มวันสวมใส่ชุดพละ ชุดสุภาพ ไม่บังคับจัดซื้อชุดลูกเสือ-เนตรนารีเต็มรูปแบบ โดยใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้ กระเป๋าเปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบ ไม่ต้องมีตราโรงเรียน ออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไม่จัดเก็บเงินเพิ่ม มอบหมายงานเป็นกลุ่ม จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกลุ่มสาระ ติดตามผลการเรียนผ่านระบบดิจิทัล ยื่นเอกสาร-ส่งงานผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น. 

‘อัครนันท์’ลุยรื้อระบบประเมิน ชูโมเดล’ประเมินครั้งเดียวจบ’คืนครูให้ห้องเรียน

'อัครนันท์'ลุยรื้อระบบประเมิน ชูโมเดล'ประเมินครั้งเดียวจบ'คืนครูให้ห้องเรียน

‘อัครนันท์’ลุยรื้อระบบประเมิน ชูโมเดล’ประเมินครั้งเดียวจบ’คืนครูให้ห้องเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.13 น.

หมดยุคครูงานล้น ‘อัครนันท์’ ประกาศขออาสา สางภาระครู กลางที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ดันโมเดลควบรวมโครงการ-ลดความซ้ำซ้อน คืนเวลาสอนให้ครู แย้มจันทร์หน้าเตรียมแถลงความชัดเจน

14 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2  ตนได้รับมอบหมายจาก รมว.ศธ. ให้เป็นประธานในการหารือร่วมกับฝ่ายนโยบายและแผนของหน่วยงานในสังกัด ศธ. เพื่อทบทวนกิจกรรมโครงการที่เข้าไปสู่สถานศึกษา ที่จะช่วยลดภาระงานครูอย่างเป็นระบบ

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ปัญหาที่ตนอยากเข้ามาดำเนินการแก้ไขมากที่สุดในช่วงแรกของการทำงาน คือการช่วยลดภาระงานของครู ตนอาสาจากท่าน รมว.ศธ.ว่าขอเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีการลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากครูผู้ปฏิบัติงาน พบว่าครูจำนวนมากรู้สึกท้อแท้กับภาระงานเอกสารจากโครงการที่ซ้ำซ้อน และต้องการเวลาเพื่อทุ่มเทให้กับการสอนมากกว่าการทำเอกสารเพื่อรับการประเมิน 

“จากนี้ ผมจะเร่งนำโครงการทั้งหมดของทุกหน่วยงานมากางดู เพื่อควบรวมโครงการที่มีเป้าหมายคล้ายกัน ผ่านโมเดล ‘การประเมิน 1 ครั้ง ครอบคลุมหลายโครงการ’ สำหรับโครงการที่ละเอียดอ่อนทางสังคม จะมีการวางแผนการสื่อสารอย่างรอบคอบเพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ส่วนโครงการโรงเรียนสีขาว ซึ่งคุณครูสะท้อนผ่านช่องทางต่างๆมายังผมจำนวนมากนั้น ได้มีเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยแล้วทราบว่า ยังยกเลิกไม่ทันในงบประมาณปี 69 นี้ แต่ในงบประมาณปี 70 จะมีการแก้ปัญหาโครงการนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ผมให้ความสำคัญกับทุกเสียงของคุณครู จึงต้องการแสดงความจริงใจให้เกิดผลสำเร็จในระดับปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงนโยบายบนแผ่นกระดาษ พร้อมกันนี้เราจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังโรงเรียนด้วยว่า กระทรวงฯ จะไม่ทำแบบเดิม สิ่งไหนที่ซ้ำซ้อนและยกเลิกได้ เราจะยกเลิก สิ่งไหนรวมได้ เราจะนำมาบูรณาการรวมกัน เพื่อลดภาระงานเอกสาร คืนความสุข และคืนเวลาให้ครูได้กลับไปดูแลนักเรียนในห้องเรียนอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์ กล่าว

ส่วนการขับเคลื่อน “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” กระทรวงฯ พร้อมจะเป็น ‘ร่ม‘ ที่กางปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพความปลอดภัยและเยียวยาทั้งนักเรียนและครูอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกันให้เป็นระบบ และต้องปรับจูนทิศทางทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้
 

ศธ. รับลูกเครือข่ายเด็ก ยกระดับคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า สถานศึกษาต้องปลอด 100%

ศธ. รับลูกเครือข่ายเด็ก ยกระดับคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า สถานศึกษาต้องปลอด 100%

ศธ. รับลูกเครือข่ายเด็ก ยกระดับคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า สถานศึกษาต้องปลอด 100%

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.02 น.

“รมช.อัครนันท์”เอาจริง หลังเครือข่ายเด็กเยาวชน -ผู้ปกครองและครอบครัว ตบเท้าพบ หนุนคุมบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา100%  พร้อม ยื่น 4 ข้อเสนอปกป้องเด็กและเยาวชน

14 พฤษภาคม 2569 ที่ชั้น 1 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ มีแกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม, เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เดินทางมาเข้าพบ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงจุดยืนต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา พร้อมยื่นข้อเสนอ 4 ข้อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “สถานศึกษาต้องปลอดบุหรี่ไฟฟ้า100%” 

โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย  กระทรวงศึกษาธิการ โดย นายประเสริฐ  จันทรลวงทอง รมว.ศธ. มีมติให้ปกป้องบุหรี่ไฟฟ้าจากเยาวชนอยู่แล้ว เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองก็อาจจะไม่ทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะบุหรี่ไฟฟ้าปัจจุบันผลิตให้มีหน้าตาน่ารักขึ้น  อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ จะเร่งออกมาตรการหรือแนวทางเพื่อให้ครูและผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่งช่วยกันดูแลปราบปรามอย่างเด็จขาด เนื่องจากบุหรี่ไฟ้ฟ้าเป็นสิ่งผิดกฏหมายแล้วยังมีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กด้วย ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะเข้มงวดในเรื่องนี้ให้มากขึ้น 

”ผมจะประสานกับทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงประสารกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯที่ดูแลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า และประสารกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อร่วมกันดูแลในเรื่องนี้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงเด็กและเยาวชน ทำให้ส่งผลกระทบหลายอย่างมาก ทั้งด้านจิตใจและสุขภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องดูแล บางคนเขาไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้าแต่เขาต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ถือว่าเป็นพื้นที่เซฟโซน ดังนั้น ผมก็จะไม่ปล่อยผ่านในเรื่องนี้อย่างแน่นอน ก็ขอให้ทุกท่านสบายใจ เนื่องจาก รมว.ศธ. มอบหมายให้ผมมาดูแลเรื่องนี้ เพราะสถานศึกษาไม่ควรมีเรื่องอะไรพวกนี้ ศธ.จะให้อำนาจโรงเรียนเต็มที่ในการช่วยกันกวดขันอย่างเข้มงวด และขอให้ผู้ปกครองทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น ต้องบอกลูกหลานไม่ให้ทำผิดกฏหมาย หากทำผิดก็รับผิดชอบ“ รมช.ศธ. กล่าว 

ด้านนางฐาณิชชา ลิ้มพานิช  ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ กล่าวว่า ปัจจุบันการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey Thailand : GYTS) ปี2565 โดยกรมควบคุมโรค พบเด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า จาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565 และข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.44 เท่า จาก 78,742 คนในปี 2564 เพิ่มเป็น 900,459 ในปี 2567  แม้มาตรการของภาครัฐจะเข้มงวดมากขึ้น มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนบทลงโทษหนักทั้งผู้ครอบครองและผู้จำหน่าย แต่จุดอ่อนสำคัญในปัจจุบัน คือเรื่องการตลาดออนไลน์ที่ยังเป็นปัญหา สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายและเร็วมากทั้งนี้ เราขอชื่นชมที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา คือ 1.สร้างการตระหนักรู้ เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า และโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา 2.สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 3.สอดส่องดูแลป้องกันมิให้ผู้เรียนและบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการสูบ จำหน่ายครอบครอง หรือสนับสนุน 4.หากตรวจพบถูกร้องเรียนหรือน่าสงสัยว่าบุคลากรเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย และยังมีอีกหลายมาตรการตามมาเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ก็ยังห่วงเรื่องความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของครู ว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนเมื่อพบบุหรี่ไฟฟ้า จะดำเนินการต่ออย่างไร

ขณะที่นางสาวศุภัทรา ภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า สถานการณ์การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ายังน่าห่วงโดยเฉพาะทางออนไลน์ จากข้อมูลผลการเฝ้าระวังของสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายช่วงไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 พบว่ายังมีการขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่าน ออนไลน์ถึง 83 ช่องทาง แบ่งเป็นเว็บไซต์ 54 ช่องทาง ผ่านแอปพลิเคชัน 29 บัญชีรายชื่อและยังพบการโฆษณาผ่านกลุ่มปิดทางเฟสบุ๊ก 44.8% การโฆษณาผ่าน X หรือ Twitter 34.5% และInstagram 20.7% เป็นช่องทางสื่อสารภาพลักษณ์เชิงบวกระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น (Micro Influencers) กับบุหรี่ไฟฟ้า และยังมีบริการส่งถึงที่ภายใน 180 นาทีอีกด้วย

ส่วนนายบดินทร์ชัย บุญปก แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และอดีตผู้เคยก้าวพลาดใช้บุหรี่ไฟฟ้าจนต้องละทิ้งความฝันที่จะสอบเข้าตำรวจเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ กล่าวว่า  เครือข่ายขอใช้โอกาส เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ ข้อ1. เครือข่ายขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการต่อมาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า และให้เป็นสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า100% ข้อ 2. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ทุกโรงเรียนใช้โอกาสในวันปฐมนิเทศนักเรียน และวันประชุมผู้ปกครอง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมทั้งให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์สอดแทรกสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ในกิจกรรมอื่นๆ  เช่น วันกีฬาสี ค่ายลูกเสือ เป็นต้น  ข้อ 3. ขอให้ผู้ปกครอง ชุมชน ช่วยกันสอดส่อง ดูแล ให้โรงเรียนและชุมชนปลอดจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยร่วมมือเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งขอให้บุคลากรทางการศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนโดยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และลงโทษอย่างจริงจังกับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง  และข้อ 4. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นพลังสำคัญ ยืนยันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายต่อไป และยังคงกฎหมายการห้ามนำเข้าจำหน่าย และครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นการปกป้องเด็กและเยาวชน