สุริยะย้ำ! ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน พร้อมตั้งคกก.สอบ หากสังคมกังขา

สุริยะย้ำ! ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน พร้อมตั้งคกก.สอบ หากสังคมกังขา

สุริยะย้ำ! ย้ายอธิบดีฝนหลวง ไม่เกี่ยวกับหลาน พร้อมตั้งคกก.สอบ หากสังคมกังขา

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.36 น.

ชมคลิป “สุริยะ” ย้ำ ย้ายอธิบดีฝนหลวงไม่เกี่ยวกับหลาน ลั่น พร้อมตั้งคกก.ตรวจสอบ หากสังคมกังขา

5 เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกกษตรและสหกรณ์ ให้สำภาษณ์ กรณีการโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการขณะนี้จบแล้วหรือยังว่า ตนได้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไปหลายครั้ง ขอยืนยันอีกอีกครั้งว่าการโยกย้ายดังกล่าวปรึกษาปลัดกระทรวง และดำเนินการขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง อยากให้จบเรื่องนี้เพื่อเดินหน้าทำงานต่อในภารกิจหลักของกระทรวง 

เมื่อถามว่าขณะนี้ใบลาออกของนายราเชน ส่งถึงรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายสุริยะ กล่าวว่าตนยังไม่เห็น แต่อาจจะส่งไปที่ปลัดกระทรวงหรือไม่ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่าประเด็นดังกล่าวรัฐมนตรีอยากให้จบ แต่สังคมอาจจะยังไม่อยากจบเพราะมีการอ้างว่าขอรายละเอียดงบประมาณเพื่อธุรกิจส่วนตัว นายสุริยะตอบว่าขอชี้แจงซ้ำว่าเรื่องนี้ มีประเด็นไปพัวพันกับหลานของตนที่เป็นผู้บริหารของนกแอร์ ซึ่งหลานของตนติดต่อนายราเชน ไปตั้งแต่ช่วงก.ค. 68 ตอนนั้นตนยังไม่ได้เป็นรมว.เกษตร พอมารับตำแหน่งหลานของตนพยายามโทรหานายราเชนโดยตรง ตนไม่ทราบเรื่องจนมีการโยกย้าย การที่หลานตนติดต่อโดยตรง ตนไม่ได้ไปใช้อำนาจอะไรเลย และหลานไม่เคยมาปรึกษาอะไร การโยกย้ายจึงไม่เกี่ยวกับประเด็นหลานของตน ประเด็นนี้มันชัดเจนการโยกย้ายไม่เกี่ยวกับหลานตน เพียงแต่ต้องการผลักดันให้กระทรวงเกษตรตอบสนองเกษตรกร ผลักดันภารกิจของกระทรวง 

เมื่อถามถึงกรณีนายราเชน อ้างว่ามีคนเรียกดูงบประมาณปี70 นายสุริยะกล่าวว่าถ้าไม่มีการโยกย้ายคงไม่มีประเด็นนี้ขึ้นมาตอนนี้ก็พยายามเอาเรื่องอื่นขึ้นมาพูดแต่ยืนยันเรื่องนี้สามารถชี้แจงได้ เพราะช่วงนั้นตนได้รับตำแหน่งเนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็ได้รับคำแนะนำจากสำนักงบประมาณให้ไปดูงบประมาณของกระทรวงที่จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ว่าจะมีอะไร ปรับเปลี่ยนหรือไม่เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไร อย่างไรก็ตามหากสังคมสงสัยหรือมีข้อกังขาจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็สามารถดำเนินการได้ไม่มีปัญหาตนยินดี

เปิดประวัติ ดร.โจ จากวันที่กอดปลอบใจ พิธา สู่ขุนพลชิงชัยเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่

เปิดประวัติ ดร.โจ จากวันที่กอดปลอบใจ พิธา สู่ขุนพลชิงชัยเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่

เปิดประวัติ ดร.โจ จากวันที่กอดปลอบใจ พิธา สู่ขุนพลชิงชัยเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.12 น.

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เริ่มร้อนแรงขึ้นทุกวินาที เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน กำลังจะสิ้นสุดการทำหน้าที่ลงในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นกำหนดการหมดวาระอย่างเป็นทางการ และทาง กกต. ได้ขยับเดินหน้าประกาศดีเดย์วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่จะถึงนี้ ซึ่งพรรคประชาชนในยามนี้ถูกจับตามองจากใครหลายคนว่า จะส่งใครเป็นตัวแทนของพรรคในการลงชิงชัยเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ และชื่อของ ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชนที่พกดีกรีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลกมาแบบเต็มกระเป๋าก็โผล่ขึ้นมาท่ามการกระแสการเมือง ร้อน ๆ นี้ 

ซึ่งในวันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ พาทุกท่านไปทำความรู้จักและเจาะลึกโปรไฟล์ของ ดร.โจ ว่าที่ขุนพลของพรรคประชาชนลงศึกชิงเก้าอี้เสาชิงช้าครั้งนี้ ว่าเขามีดีกรีและเส้นทางชีวิตอย่างไร ถึงได้กลายเป็นขุนพลเศรษฐกิจที่พรรคประชาชนให้ความไว้วางใจลงสู้ศึก

ดร.โจ

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2524 ปัจจุบันอายุ 45 ปี เริ่มต้นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคว้าปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ณ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น (JAIST) จนจบการศึกษาระดับปริญญาโท (Master of Science) และปริญญาเอก (Doctor of Philosophy) ทางด้านวิทยาการสารสนเทศ (Information Science)

ก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง ดร.โจ มีประวัติการทำงานที่น่าสนใจและหลากหลาย เริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งวิศวกรที่บริษัท Schlumberger Overseas S.A. ในปี พ.ศ. 2545 จากนั้นเบนเข็มไปสู่งานวิจัยในระดับสากล โดยเป็นนักวิจัยที่ JAIST และนักวิจัยอาวุโสที่ NEC Corporation (Central Research Labs) ประเทศญี่ปุ่น

ดร.โจ

และจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเข้าทำงานที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2566 โดยดำรงตำแหน่งสุดท้ายคือ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร มีบทบาทสำคัญในการดูแลนโยบายสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง และยุทธศาสตร์ข้อมูล นอกจากนี้ในช่วงปี พ.ศ. 2563- พ.ศ. 2564 ยังเคยได้รับเลือกเป็นที่ปรึกษาให้กับ Bank for International Settlements (BIS) Innovation Hub ซึ่งเป็นสถาบันการเงินระดับโลกอีกด้วย

เหตุผลที่ทำให้คนทำงานด้านเทคนิคและการเงินระดับสูงตัดสินใจลาออกจากแบงก์ชาติในปี พ.ศ. 2566 เพื่อลงสมัคร สส. คือความอัดอั้นจากการทำงานนโยบาย ดร.โจ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ในขณะที่ดูแลนโยบายที่หน่วยงานรัฐสามารถทำได้ เขามักจะพบกับปัญหาทางกฎหมายที่ล้าสมัยและไม่ได้รับการปรับปรุงตามยุคสมัย ทำให้การดำเนินนโยบายขาดประสิทธิภาพ เขาจึงมองว่าหากต้องการเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง ต้องเข้ามาเป็นคนทำกฎหมายเสียเอง

ดร.โจ

ในเส้นทางการเมือง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 จากภาพที่เข้าไปกอดปลอบใจนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จนได้รับฉายาว่า สส.หล่อบอกต่อด้วย และถูกขุดประวัติจนพบว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา และหลังจากพรรคก้าวไกลถูกยุบ เขาได้ย้ายมา้ข่าสังกัดกับพรรคประชาชนในเวลาต่อมา โดยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมบริหารและดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายต่างประเทศ ในการเลือกตั้งชุดที่ 27 ที่ผ่านมา เขาได้รับเลือกตั้งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ สมัยที่ 2 ลำดับที่ 18 และเป็นหนึ่งในขุนพลเศรษฐกิจดิจิทัลของพรรค

และล่าสุดพรรคประชาชนมีกำหนดการจะเปิดตัว ดร.โจ อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. ณ สามย่าน มิตรทาวน์ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์กรุงเทพที่ง่ายกว่า ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าความเชี่ยวชาญระดับดร. ด้านเทคโนโลยีการเงิน จะสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนของเมืองหลวงได้โดนใจชาวกรุงเทพฯ หรือไม่

ดร.โจ
ดร.โจ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร – โจ – Chaiwat Sathawornwichit

อัครนันท์ สั่งรื้อหลักสูตร สกร. โละของเก่าปี 51 ตั้งเป้าใช้หลักสูตรใหม่ครบทุกจังหวัด

อัครนันท์ สั่งรื้อหลักสูตร สกร. โละของเก่าปี 51 ตั้งเป้าใช้หลักสูตรใหม่ครบทุกจังหวัด

อัครนันท์ สั่งรื้อหลักสูตร สกร. โละของเก่าปี 51 ตั้งเป้าใช้หลักสูตรใหม่ครบทุกจังหวัด

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.03 น.

“อัครนันท์” สั่งรื้อหลักสูตร สกร. โละของเก่าปี 51 ตั้งเป้าใช้หลักสูตรใหม่ครบทุกจังหวัดในปี 70 ไม่หวั่น สส. ปชน. จี้ ถามกลางสภาฯ ขอบคุณช่วยตรวจสอบ มั่นใจเคลียร์ชัดทุกประเด็น

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 5 พ.ค. 2569 ทำเนียบฯ  นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ภายหลังจากที่สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงความล้าหลังของหลักสูตรสกร.ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นางสาวเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร.ตอบคำถามว่าทำไมถึงยังใช้หลักสูตรเดิม และเรื่องการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการแก้ปัญหานี้ 

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

ส่วนหลักสูตรของสกร.ที่ไม่ทันสมัยนั้น นายอัครนันท์ กล่าวว่า หลักสูตรของสกร.ขณะนี้มีอยู่ 2 หลักสูตรคือหลักสูตรปี 2551 และปี 2567 ที่มีการทดลองใช้แล้ว 12 จังหวัด และจากการลงพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิพบว่า ยังคงใช้หลักสูตรในปี 2551 อยู่ ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ได้ทันสมัย โบราณ เพราะบางเรื่องเปลี่ยนไปมากแล้ว   

“วันนี้เราต้องทันโลก ทันสถานการณ์ เพราะหลักสูตรควรเดินไปข้างหน้าและปรับปรุงเพราะการศึกษาใน สกร. ปีหนึ่งมีน้องๆมาเรียนกว่า 8 แสนคน พอเรามีหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพไม่มีมาตรฐาน จะกลายเป็นปัญหา ถ้าเราไม่ทำตั้งแต่วันนี้ก็จะกลายเป็นปัญหายืดยาวในอนาคต” 

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

เมื่อถามว่าการพัฒนาหลักสูตรของสกร.จำเป็นต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใด นายอัครนันท์กล่าวว่า หลักสูตรของสกร.เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่ 9 และ 10 พฤษภาคม จะมีการพาผู้เรียนในหลักสูตรเดิมย้ายมาหลักสูตรใหม่ให้หมด เพื่อเข้าสู่หลักสูตรในปี 2567 และคาดว่าในช่วงเทอมการศึกษาที่ 1 ในปี 2570 จะทำการเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ได้ทั้งหมดทั่วประเทศ

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับอธิบดีสกร. ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับหนังสือและคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพหนังสือ ซึ่งหลังจากนี้จะไม่มีการปล่อยปละละเลย ซึ่ง 2 คณะกรรมการจะช่วยกันทำงานในระยะยาว ซึ่งสกร.เองก็ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพราะการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด ตนในฐานะที่กำกับดูแล สกร. มีนโยบายอยากให้ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่ชัดเจนไม่ใช่ว่าเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปแล้วยกเลิก ซึ่งอยากให้เป็นมาตรฐานการศึกษาของสรก.ในอนาคตว่าต้องมีการตรวจคุณสมบัติทุกประเด็น ทั้งหลักสูตรและตัวหนังสือ 

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

เมิ่อถามว่าการทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีและอธิบดี สกร. จะทำงานร่วมกันได้ต่อเนื่องหรือไม่ นายอัครนันท์กล่าวว่า อธิบดีเป็นคนที่ทำงานดี ทำงานไว หลายเนื้องานอธิบดีทำงานด้วยความใส่ใจและแนวนโยบายก็คล้ายกัน เช่นกลุ่มเปราะบางที่จะไปทำงานร่วมกันที่กรมราชทัณฑ์  ซึ่งส่วนตัวตนและอธิบดีทำงานร่วมกันได้ดี เพราะการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ต้องคุยกันตลอดเวลา และการให้เกียรติการเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนที่ตนกำกับดูแลตนจะไม่เข้าไปยุ่ง  กับอธิบดี ให้ทำงานได้อย่างอิสระ ให้เกียรติอธิบดีในการทำงาน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สส.พรรคประชาชนเตรียมที่จะตั้งกระทู้ถามในสภา หรือตั้งกระทู้เพื่อขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา นายอัครนันท์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสส.พรรคประชาชนเพราะประเด็นนี้ตนได้ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลรอบนี้น่าจะทำงานด้วยกันได้อย่างดี ส่วนเรื่องนี้ตนมีคำตอบให้พรรคประชาชนอย่างแน่นอน เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของชาติ 

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่พรรคประชาชนมองว่าประเด็นดังกล่าวอาจเสี่ยงทำให้หลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี นายอัครนันท์ ได้หัวเราะก่อนกล่าวว่า ตนจะทำให้ดีที่สุดวันนี้ถ้าเราทำดีอีก 10 ปีประเทศไทยก็จะดี เรื่องอาจจะไม่เป็นที่พอใจในวันนี้แต่ตนจะทำให้เต็มที่ 

อนุทิน นำถก ครม. พิจารณายกเลิก MOU 44 วันนี้

อนุทิน นำถก ครม. พิจารณายกเลิก MOU 44 วันนี้

อนุทิน นำถก ครม. พิจารณายกเลิก MOU 44 วันนี้

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.56 น.

‘อนุทิน’ นำประชุม ครม. พิจารณายกเลิก MOU 44 บอก ”ไม่มี“ หลัง ‘ฮุน เซน’ บอกยกเลิกจะยิ่งเกิดข้อพิพาทมากขึ้น

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 5 พ.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุถึงการยกเลิก MOU 44 จะยิ่งทำให้มีข้อพิพาทมากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ”ไม่มี“

ส่วนฝ่ายไทยไม่ได้สนใจคำกล่าวของสมเด็จฮุน เซน ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามก่อนขึ้นห้องประชุมทันที

สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ จะมีการรับทราบมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เห็นชอบให้ยกเลิก MOU 44 รวมถึง ที่ประชุมจะมีการพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาบริหารวิกฤตระลอกใหม่ ที่เป็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

ต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด! พิพัฒน์​ ยกเลิกลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์​ โยน เอกนิติ ลุยศึกษา​รอผล 90 วัน

ต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด! พิพัฒน์​ ยกเลิกลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์​ โยน เอกนิติ ลุยศึกษา​รอผล 90 วัน

ต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด! พิพัฒน์​ ยกเลิกลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์​ โยน เอกนิติ ลุยศึกษา​รอผล 90 วัน

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.50 น.

“พิพัฒน์​” ยกเลิกร่วมคณะลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์​ 8 พ.ค.นี้​ โยน “เอกนิติ​” ลงศึกษา​รอผล  90 วันชัดเจน​เดินหน้าหรือไม่ ยันแตกต่าง”คอคอดกระ” เหตุไม่ได้ขุดคลองแยกประเทศ​ ยัน เป็นเรือธงหาเสียงตั้งแต่ปี​ 62 

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.ทำ ที่เนียบฯ นาย​พิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.คมนาคม​ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​นายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.มหาดไทย​ มอบหมายให้นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์ประภาศ​  รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.คลัง​ เป็นประธานศึกษาโครงการแลน​ด์บริดจ์​ ว่า​   ในวัน​ 8 พ.ค.​นี้​ ตนไม่ได้เดินทางลงพื้นที่​ เพราะรอผลการศึกษาจาก คณะกรรมการชุดของนายเอกนิติ ที่จะดำเนินการศึกษาระยะเวลา 90 วันตามที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อยก่อน​ เพราะหากตนลงไปตอนนี้ก็อาจจะถูกหรือผิดก็ได้​ ฉะนั้นจึงเลือกที่จะไม่ลงดีกว่า

นายพิพัฒน์​ กล่าวว่า​ การศึกษาโครงการแลน​ด์บริดจ์​จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม​ และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนนระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้

เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์​ กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง​ ที่จะได้สิทธิ​ในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเองอย่างไร รวมถึงมีการสงวนอาชีพอะไรเพื่อทดแทนกับให้กับผู้ที่เสียโอกาส เส้นกลุ่มประมงพื้นบ้าน

ส่วนกรณีที่จะมีการมาปักหลักชุมนุมด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์​ กล่าวว่า​ ไม่สามารถห้ามได้ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่สามารถทำได้ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้ชัด ว่าสิ่งที่ประเทศจะได้คืออะไร

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าโครงการดังกล่าวจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย นายพิพัฒน์ยังคงย้ำคำเดิมว่าขอให้รอผลการศึกษา เพราะหากพูดอะไรไปตอนนี้ อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ฉะนั้นขอให้รอผลการศึกษาก่อน

เมื่อถามว่ากลุ่ม NGO ที่คัดค้านเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ นายพิพัฒน์กล่าวว่าตนไม่ทราบ ซึ่งก็น่าจะมีทั้งคนในและนอกพื้นที่​ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดำเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต​ หรือ​ คลองไทย​ อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าได้แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ก็ต้องทำการศึกษาใหม่ว่า ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งใหญ่ในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก​ หรือ EEC ก่อนยามว่าโครงการแลน​ด์บริดจ์​ไม่เหมือนโครงการคอคอดกระที่จะต้องมีการขุดคลองจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็น​ 2 ประเทศหรือไม่​ แต่วันนี้เลือกที่จะไม่มีการขุดคลองแต่ใช้ระบบถนน​ ราง​ และท่อ​  แต่ผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขา ก็จะใช้วิธีการสมัยใหม่ทำเป็นอุโมงค์ ฉะนั้นการทำลายระบบนิเวศก็จะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนา และทำการศึกษา

เมื่อถามว่าโครงการแลน​ด์บริดจ์​จะไม่แท้งเหมือนโครงการคลองไทยใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ยังคงย้ำว่าอยู่ที่ผลการศึกษา อย่าให้ตนชี้ว่าอะไรถูกหรือผิด​ แต่ในฐานะของกระทรวงคมนาคมอะไรที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย หรือมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ก็จะหยิบยกขึ้นมา เพื่อบอกว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วกับการพัฒนาในส่วนนี้

เมื่อถามว่ามีการตั้งคำถามว่าเหตุใดการทำโครงการใหญ่ขนาดนี้จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลนายพิพัฒน์ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิม ที่ทำการหาเสียง​ และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนำมาเป็นธงในการดำเนินการต่อ

ยังไม่ตั้งกรรมการสอบ รมช.เกษตรฯ เรียก อธิบดีกรมประมง ชี้แจง ปม Thailand fishAI

ยังไม่ตั้งกรรมการสอบ รมช.เกษตรฯ เรียก อธิบดีกรมประมง ชี้แจง ปม  Thailand fishAI

ยังไม่ตั้งกรรมการสอบ รมช.เกษตรฯ เรียก อธิบดีกรมประมง ชี้แจง ปม Thailand fishAI

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.50 น.

รมช.เกษตรฯ เรียก อธิบดีกรมประมง ชี้แจง ปม  Thailand fishAI วันนี้ ปัดยังไม่ตั้งกรรมการสอบ ขอดูรายละเอียดก่อน 

วันนี้ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.14 น. ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเชิญ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เข้าชี้แจงกรณีแอพพลิเคชั่น Thailand fish AI ที่เกิดความคลาดเคลื่อน และถูกตั้งข้อสังเกตถึงวงเงิน ในการจัดซื้อจัดจ้างสูงเกินจริงหรือไม่ ว่า เบื้องต้นขอดูเอกสารว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร เนื่องจากตนยังไม่ทราบรายละเอียด จึงอยากรู้ที่มาที่ไปของโครงการ ส่วนจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบหรือไม่ นายวัชระพล กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด จึงขอดูรายละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไร 

วัชระพล ขาวขำ

เมื่อถามว่า งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างในการทำแอพพลิเคชั่น แพงเกินไปหรือไม่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนได้รับข้อเสนอแนะและคำแนะนำจากประชาชนเป็นจำนวนมาก จึง ขอเชิญอธิบดีกรมประมงมาวันนี้ ซึ่งถ้าทราบรายละเอียดแล้ว จะมีการชี้แจงอีกครั้ง

วัชระพล ขาวขำ

ทรงศักดิ์ เล็งลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำ แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง ลุยตัดน้ำเข้าแก้มลิงช่วงฝนมาก

ทรงศักดิ์ เล็งลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำ แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง ลุยตัดน้ำเข้าแก้มลิงช่วงฝนมาก

ทรงศักดิ์ เล็งลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำ แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง ลุยตัดน้ำเข้าแก้มลิงช่วงฝนมาก

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

“ทรงศักดิ์” เล็งลงพื้นที่แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง ลุยตัดน้ำเข้าแก้มลิงช่วงฝนมาก

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมน้ำแล้ง  หลังผ่านงบบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570  วงเงินกว่า 196,130 ล้านบาทว่า จากนี้จะต้องลงไปดูในพื้นที่ว่ามีน้ำเพียงพอในการบริหารจัดการอย่างไร เพื่อเตรียมรับมือน้ำท่วม น้ำแล้ง ส่วนจะเป็นที่ใดนั้น เบื้องต้นจะลงไปที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณความจุจำนวนมาก ส่วนเรื่องพื้นที่จะต้องเดินทางไปสำรวจก่อน ได้กำชับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ที่สำคัญต้องดูปริมาณมวลน้ำที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ มีพร้อมรองรับในช่วงหน้าแล้งหรือไม่ นอกจากนั้นจะดูเรื่องแก้มลิง การตัดพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ ที่มีปริมาณน้ำเกินกว่าที่กำหนดในช่วงที่น้ำมากในช่วงหน้าฝนเพื่อตัดเก็บไว้ในแก้มลิงแต่ละจุด ซึ่งแนวคิดนี้จะแก้ได้ทั้งสองอย่าง ทั้งท่วมและแล้ง

บิ๊กแป๊ะ เบรกหัวทิ่ม ปัดลงชิงผู้ว่าฯ กทม. แต่ยอมรับ พรรคเศรษฐกิจทาบทามจริง

บิ๊กแป๊ะ เบรกหัวทิ่ม ปัดลงชิงผู้ว่าฯ กทม.  แต่ยอมรับ พรรคเศรษฐกิจทาบทามจริง

บิ๊กแป๊ะ เบรกหัวทิ่ม ปัดลงชิงผู้ว่าฯ กทม. แต่ยอมรับ พรรคเศรษฐกิจทาบทามจริง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จากกรณีนายพีรพล กนกวลัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในนามพรรคเศรษฐกิจ  ซึ่งบุคคลที่พรรคจะส่งลงชิงผู้ว่าฯ ได้มีการทาบทามไว้แล้ว มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี มีอักษรย่อ จ. ซึ่งบุคคลคนนี้พูดชื่อไปก็จะรู้ว่าเป็นใคร ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงและอยู่ในแวดวงที่ต้องรับผิดชอบประชาชนคนกรุงเทพฯมาก่อน แต่ไม่ใช่นักการเมือง แต่ขออุบไว้ก่อนเพื่อความตื่นเต้น คาดว่าไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคมนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ล่าสุด รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ปฏิเสธว่ากระแสข่าวไม่เป็นความจริง ไม่สนใจลงเล่นการเมือง ทั้งสนาม กทม. และระดับชาติ ขอใช้ชีวิตพักผ่อนหลังเกษียณกับครอบครัว แต่ก็ยอมรับว่าพรรคเศรษฐกิจมาคุย เรื่องผู้ว่าฯกทม กับตัวท่าน

หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ 10.30 น.วันนี้ ยื่นหนังสือเบรกพักโทษ ทักษิณ

หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ 10.30 น.วันนี้ ยื่นหนังสือเบรกพักโทษ ทักษิณ

หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ 10.30 น.วันนี้ ยื่นหนังสือเบรกพักโทษ ทักษิณ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.52 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.30 น. จะเดินทางไปที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล ( ปปช.เก่า)  เพื่อส่งหนังสือถึงนายกฯขอให้ทบทวนการพิจารณาอนุมัติการพักโทษของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จะปล่อยตัวในวันที่ 11 พ.ค.ที่จะถึงนี้

นพ.ตุลย์ ชี้ว่า นายทักษิณ ยังไม่มีคุณสมบัติที่เข้าเกณฑ์การได้รับการพักโทษ และขัดต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะขัดต่อพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52

หมอพรทิพย์ ชี้ ระบบราชการไทยเน่าเฟะ ขยะใต้พรมถูกซุกจนล้น

หมอพรทิพย์ ชี้ ระบบราชการไทยเน่าเฟะ ขยะใต้พรมถูกซุกจนล้น

หมอพรทิพย์ ชี้ ระบบราชการไทยเน่าเฟะ ขยะใต้พรมถูกซุกจนล้น

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้แชร์ภาพข่าว โดยมีข้อความระบุว่า ป.ป.ช.ร้อนอีก! ผวาทั้งสนง.ฝ่ายบริหารจัดทำแผนโยกย้าย ขรก.นับพัน

โดย พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้โพสต์ ข้อความผ่านถึงเรื่องนี้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบราชการ ที่สำคัญคือหน่วยงานตรวจสอบคนอื่น การโยกย้ายข้าราชการในตำแหน่งต่างๆถูกแทรกแซงทั้งจากคนภายในองค์กรและภายนอกองค์กรมาตลอด แต่ส่วนใหญ่ก็เพื่อให้คนของเขาได้เติบโตมารับใช้ผู้บริหารซึ่งการตรวจสอบยากที่ทำอะไรได้

แต่คราวนี้เป็นองค์กรตรวจสอบให้คุณให้โทษหน่วยงานอื่น ที่มีสัญญานไม่ตรงไปตรงมามาโดยตลอดทั้งเรื่องยืมนาฬิกา หรือแม้กรณีที่หมอและทีมโดนฟ้องที่มีอดีตกรรมการบอกว่ามีธง คนที่สั่งหรือแทรกแซงได้ก็ต้องเป็นคนมีอำนาจทางการเมืองทั้งนั้น ส่งคนของตัวเองลงไป เพื่อดูแลคนของตนและหาประโยชน์จากการกลั่นแกล้งคนอื่น 

คนที่ใช้อำนาจที่มีหาประโยชน์ไม่ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น คงไม่มีความเกรงกลัวต่อบาปเพราะมองไปทางไหนใครๆก็ทำกันและก็ยังอยู่ดีในตำแหน่ง

นี่ก็เป็นขยะใต้พรมเรื่องใหญ่ของข้าราชการโดยเฉพาะเป็นผู้ที่ต้องทำหน้าที่ด้วยธรรม สังคมกำลังเฝ้าติดตามดู คราวนี้รัฐบาลถูกตั้งประเด็นว่าเกี่ยวข้องในหลายกรณีคงจะไม่ทำอะไรแน่นอน อีกไม่นานน่าจะเกิดวาระสำคัญเพราะตอนนี้ขยะใต้พรมถูกรื้อเต็มไปหมด คิดจะซุก จะซ่อนคงไม่ได้อีกแล้ว #ทำดีเพื่อแผ่นดิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฤาขยะใต้พรมจะถูกรื้อ? หมอพรทิพย์ ฟาดระบบวิ่งเต้น-โกงงบฯ โยงดรามาโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง