Billboard เปิด 10 Best Dressed ในงาน Met Gala 2026 ลิซ่า ศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวติดโผ

Billboard เปิด 10 Best Dressed ในงาน Met Gala 2026  ลิซ่า ศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวติดโผ

Billboard เปิด 10 Best Dressed ในงาน Met Gala 2026 ลิซ่า ศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวติดโผ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.08 น.

5 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งาน Met Gala 2026 จบลงไปแล้ว และเหล่าดาราคนดังต่างก็โชว์ฝีมือบนพรมแดงกันอย่างคับคั่ง งาน Met Gala 2026 ซึ่งจัดโดยประธานร่วมอย่าง Nicole Kidman, Venus Williams, Anna Wintour และ Beyoncé (ซึ่งปรากฏตัวในงานประจำปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี) เน้นไปที่การผสมผสานระหว่างแฟชั่นและศิลปะ โดยสะท้อนถึงนิทรรศการฤดูใบไม้ผลิ “Costume Art” ของสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทน และการเฉลิมฉลอง ความหลากหลายของรูปร่าง  

“การจับคู่ระหว่างแฟชั่นและงานศิลปะจะนำเสนอความเชื่อมโยงและประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รูปแบบไปจนถึงแนวคิด ความงามไปจนถึงการเมือง ปัจเจกบุคคลไปจนถึงสากล ภาพประกอบไปจนถึงสัญลักษณ์ และความสนุกสนานไปจนถึงความลึกซึ้ง” คือคำอธิบายของนิทรรศการบน  เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทน

เพื่อเสริมให้เข้ากับนิทรรศการ ธีมการแต่งกายของงาน Met Gala ปีนี้จึงเป็น “แฟชั่นคือศิลปะ” ซึ่งเปิดโอกาสให้ตีความได้หลากหลาย และเหล่าดาราก็ได้ตีความกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 ลุคของศิลปิน ที่ดึงดูดความสนใจของ Billboard มากกว่าชุดอื่นๆ ได้แก่ … 

1.Lisa

2.SZA

3.Sam Smith

4.Sabrina Carpenter

5.Janelle Monáe

6.Doechii

7.Gracie Abrams

8.Madonna

9.Beyoncé

10.Bad Bunny

มูตัวพ่อ แมน การิน แนะเคล็ดไม่ลับ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังไง ให้ประสบความสำเร็จ

มูตัวพ่อ แมน การิน แนะเคล็ดไม่ลับ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังไง ให้ประสบความสำเร็จ

มูตัวพ่อ แมน การิน แนะเคล็ดไม่ลับ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังไง ให้ประสบความสำเร็จ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.58 น.

ยังคงเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ความเชื่อที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับการขอพรกับ “ท้าวเวสสุวรรณ” เทพแห่งยักษ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการปกป้องคุ้มครองและประทานโชคลาภ ล่าสุด แมน การิน ออกมาแชร์ “เคล็ดไม่ลับ” แบบเข้าใจง่าย ชี้ชัดสาเหตุที่หลายคนไหว้มานานแต่ยังไม่สมหวัง อาจเป็นเพราะ “ไหว้ไม่ถูกปาง ไม่ตรงองค์” https://vt.tiktok.com/ZS9QUvmWj/ แมน การิน อธิบายว่า ท้าวเวสสุวรรณมีหลายปางและหลายลักษณะ ซึ่งแต่ละปางมีพลังในการให้พรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การจะขอพรให้สำเร็จจึงต้องเริ่มจากการ “เลือกให้ตรง” กับสิ่งที่ต้องการ  

-ท้าวเวสสุวรรณหน้ายักษ์ เน้นคุ้มครองใครที่ดวงตก มีคนปองร้ายอยู่หรือ ต้องคุมบริวารเยอะๆ ต้องปางนี้

-ท้าวเวสสุวรรณหน้าเทพ เน้นเงินทองใครทำธุรกิจสายเซลล์ หรืออยากมีเมตตามหานิยม ให้คนรักดูแลคุณต้องหน้านี้

-ท้าวเวสสุวรรณหน้าพรหม เน้นความสำเร็จสูงสุด ใครที่มีโปรเจกต์ใหญ่ๆ อยากสอบแข่งขันเลื่อนขั้น ต่างๆต้องหน้านี้

นอกจากปางแล้ว “สีขององค์ท้าวเวสสุวรรณ” ก็มีความหมายสำคัญไม่แพ้กัน เพราะท้าวเวสสุวรรณแต่ละสีให้พรบารมีที่แตกต่างกัน ถ้าแยกไม่ออกว่าหน้าไหนเป็นอย่างไร ให้แยกที่สีตัวท่าน

-ท้าวเวสสุวรรณสีแดง เน้นอำนาจ ปราบสิ่งชั่วร้าย ขจัดคุณไสย

-ท้าวเวสสุวรรณสีเขียว เน้นทรัพย์ค้าขายเก็บเงินอยู่อุดมสมบูรณ์

-ท้าวเวสสุวรรณสีทอง เน้นมั่งคั่ง ลาภลอย ดึงดูดโชคดึงดูดรากก้อนใหญ่

-ท้าวเวสสุวรรณสีดำ เน้นแก้ดวงค่ะจัดอาถรรพ์ กันสิ่งลี้ลับ จัดดวงชะตาใหม่

-ท้าวเวสสุวรรณสีขาว-เงิน เน้นเมตตาและปัญญางานราบรื่น คนรักใครเอ็นดู

-ท้าวเวสสุวรรณสีม่วงเน้นเรื่องลาภยศ ผู้ใหญ่ค้ำชูช่วยเหลือ ใครเจอ ใครเจอองค์ท้าวเวสสุวรรณที่ไหน มาแชร์กันบ้างนะครับ

อย่างไรก็ตาม แมน การิน ยังเน้นย้ำว่า การขอพรให้ได้ผล ไม่ใช่เพียงการเลือกองค์ให้ถูกเท่านั้น แต่ต้อง “ตั้งจิตให้ชัด” ระบุสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ไม่ขอแบบกว้างหรือหลายเรื่องปะปนกัน พร้อมทั้งต้องมีความสม่ำเสมอและลงมือทำควบคู่ไปด้วย เพราะสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้ง “แรงศรัทธา” และ “การลงมือทำ” เดินไปพร้อมกัน

เจาะลึกเบื้องหลัง Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นคือศิลปะมีชีวิต บนพรมแดงที่โลกตะลึง

เจาะลึกเบื้องหลัง Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นคือศิลปะมีชีวิต บนพรมแดงที่โลกตะลึง

เจาะลึกเบื้องหลัง Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นคือศิลปะมีชีวิต บนพรมแดงที่โลกตะลึง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.36 น.

5 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิวยอร์กซิตี้ กลับมามาชีวิตชีวาอีกครั้งกับค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการแฟชั่นโลก Met Gala 2026 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ซึ่งในปีนี้ยกระดับความหรูหราด้วยการหลอมรวมอาภรณ์เข้ากับวิจิตรศิลป์อย่างเต็มรูปแบบ

โดยในปีนี้ สถาบันเครื่องแต่งกาย มาในธีม “COSTUME ART พร้อมประกาศ Dress Code สุดท้าทายอย่าง “Fashion Is Art” โดยมุ่งเน้นไปที่การสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างร่างกายมนุษย์ เสื้อผ้า และผลงานศิลปะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แขกผู้ร่วมงานต่างตีความโจทย์นี้ผ่านชุดที่เปรียบเสมือนงานประติมากรรมและภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้

งานนี้ถูกขับเคลื่อนโดยเหล่าประธานร่วม (Co-chairs) ระดับเอลิสต์ที่นำทีมโดยเจ้าแม่แฟชั่น ‘แอนนา วินทัวร์’ (Anna Wintour) บรรณาธิการบริหารของโว้ก  พร้อมด้วย ‘บียอนเซ หรือ ควีนบี’ (Beyoncé) ที่กลับมาทวงบัลลังก์พรมแดงอีกครั้งในรอบ 10 ปี ,  ‘นิโคล คิดแมน’ (Nicole Kidman) มาในชุดชาแนล (Chanel) สีแดงสดสุดคลาสสิก พร้อมพาลูกสาว ‘ซันเดย์ โรส’ (Sunday Rose) เปิดตัวบนพรมแดงเป็นครั้งแรกของนักเทนนิสสาวคนดัง ‘วีนัส วิลเลียมส์’ Venus Williams ตัวแทนจากโลกกีฬาที่นำความแข็งแกร่งมาผสานกับไฮแฟชั่น 

โดยไฮไลต์เด่นอยู่บนบันได The Met Steps ที่สร้างเสียนงฮือฮาคงหนีไม่พ้นการปรากฏตัว ของ 4 สาว แบล็กพิงก์ (BLACKPINK) นำทีมด้วยพี่ใหญ่ จีซู , โรเซ่ ,เจนนี่ และ ลิซ่า ถึงแม้ที่ผ่านมาเราจะเคยเห็นสาวๆ ทยอยไปร่วมงานนี้กันอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์เพราะถือเป็นครั้งแรกที่สมาชิกมาเช็กอินครบทั้ง 4 คน แค่ออร่าของแต่ละคนก็ทำเอาพื้นที่ลุกเป็นไฟ

แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway)เน้นความคลาสสิกแต่แฝงด้วยงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เธอสวมชุดเดรสเกาะอกสีดำสั่งตัดพิเศษจาก บาเลนซิเอกา (Balenciaga) ที่โดดเด่นด้วยทรวดทรงนาฬิกาทราย ด้าน ไทลา ลอร่า ซีธัล (Tyla) สร้างความฮือฮาด้วยการตีความคำว่า Time (เวลา) ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร

อีกหนึ่งสาวไทยที่ปรากฏบนพรมแดง Met Gala 2026 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น แขกประจำของงานไปแล้วก็ว่าได้ สำหรับ ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ ซึ่งเธอเข้าร่วมงานเป็นปีที่ 6 แล้วก็ว่าได้ เธอคือเจ้าของตำนานคนไทยคนแรกที่ได้รับเชิญจาก ‘แอนนา วินทัวร์’ ให้ไปร่วมงาน Met Gala โดยในปีนี้ ‘ป่าน ณิชาภัทร’ ปรากฏตัวในเดรสกูตูร์สีดำสั่งตัดพิเศษโดยที่เธอเป็นผู้ออกแบบเองจากดีไซเนอร์ดังอย่าง Robert Wun ความเริ่ดของเดรสชุดนี้อยู่ที่ “มือกลสีเงิน” ซึ่งมันสามารถขยับนิ้วได้

ฮือฮาไม่น้อยเมื่อตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นอย่าง ‘ริฮานน่า’ (Rihanna) ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 แม้จะมาล่าช้าแต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ด้วยชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่ถูกนิยามว่าเป็น “ชุดหอยมุก” ที่ควงคู่มากับหวานใจหนุ่มที่มาในชุดสูทโค้ทสีชมพูพาสเทลตัดขอบดำ เรียกว่าเป็นคู่รักที่แย่งซีนบนพรมแดงได้อย่างอยู่หมัด

ซึ่งราคาเข้างาน Met Gala 2026 นี้ มีการปรับราคาสูงขึ้นทำสถิติใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเอ็กซ์คลูซีฟ และเป้าหมายการระดมทุน โดยบัตรเดี่ยวประมาณ 3.7 ล้านบาทไทยต่อที่นั่ง ส่วนบัตรแบบเหมาโต๊ะ คิดเป็นเงินไทยราว 13 ล้านบาท ต่อ 10 ที่นั่ง ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินจะซื้อได้แม้จะมีเงินจ่ายหลักล้าน แต่เงื่อนไขสำคัญคือต้อง “ได้รับเชิญ” เท่านั้น โดยรายชื่อแขกทุกคนต้องผ่านการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก ‘แอนนา วินทัวร์’ เท่านั้น

โดย นิทรรศการ Costume Art จะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยจะมีการนำเสนอชุดร่วมสมัยกว่า 200 ชุด วางคู่กับผลงานศิลปะชิ้นเอก เช่น ชุดของ Glenn Martens ที่วางเคียงคู่กับรูปปั้นหินอ่อนสมัยโรมัน เพื่อแสดงให้เห็นว่า “แฟชั่น” คือหนึ่งในแขนงศิลปะที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ “แฟชั่นไม่ใช่แค่สิ่งที่สวมใส่ แต่คือการสะท้อนตัวตนผ่านบริบทของศิลปะและกาลเวลา” 

Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026

Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026

Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.16 น.

ฮือฮาไม่น้อยเมื่อตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นอย่าง Rihanna ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 แม้จะมาล่าช้าแต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ด้วยชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่ถูกนิยามว่าเป็น “ชุดหอยมุก”

ซึ่ง Rihanna สวมชุดเดรสสีเมทัลลิกที่มีโครงสร้างโค้งมนโอบล้อมตัว ประดับด้วยงานปักอัญมณีและคริสตัลอย่างประณีตทั่วทั้งชุดนอกจากชุดที่โดดเด่น เธอยังจัดเต็มด้วยเครื่องประดับศีรษะสีทองและแหวนเพชรเม็ดโตหลายวง เสริมลุคให้ดูหรูหราและทรงพลัง งานนี้เธอไม่ได้มาเดี่ยว แต่ควงคู่มากับหวานใจอย่าง A$AP Rocky ที่มาในชุดสูทโค้ทสีชมพูพาสเทลตัดขอบดำ เรียกว่าเป็นคู่รักที่แย่งซีนบนพรมแดงได้อย่างอยู่หมัดการปรากฏตัวครั้งนี้ของ Rihanna ย้ำชัดว่าตำแหน่ง “เจ้าแม่แห่ง Met Gala” ยังคงเป็นของเธออย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะมาในธีมไหน เธอก็สามารถสร้างเสียงฮือฮาและเป็นที่จดจำได้เสมอ

ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในชุดวันพีซสีดำ ท้าลมร้อนที่เขาหลัก แฟนคลับแห่ชม สวยสับไม่ไหว

ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในชุดวันพีซสีดำ ท้าลมร้อนที่เขาหลัก แฟนคลับแห่ชม สวยสับไม่ไหว

ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในชุดวันพีซสีดำ ท้าลมร้อนที่เขาหลัก แฟนคลับแห่ชม สวยสับไม่ไหว

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

ทำเอาทะเลเขาหลักร้อนฉ่าทันที เมื่อนักแสดงสาวสุดอินเตอร์อย่าง ‘ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก’ ได้เผยแพร่ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (IG: prayalundberg) ขณะไปพักผ่อนและทำกิจกรรมทางน้ำที่ทะเล เขาหลัก จังหวัดพังงางานนี้ ปู ไปรย เธอมาในชุดว่ายน้ำ วันพีซสีดำ ที่เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะและหุ่นที่ “จึ้ง” จนแฟนๆ ต้องยอมสยบ ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “Slow Beach days in Khao Lak Hallelujah ” ซึ่งเหล่าแฟนคลับทั้งในและนอกวงการบันเทิงต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความชื่นชมอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “สวยแซ่บมากแม่!”

สร้างตำนานบทใหม่ให้โลกแฟชั่นต้องจารึก สวยจึ้งคนละสไตล์ ส่องลุค 4 สาว BLACKPINK ใน Met Gala

สร้างตำนานบทใหม่ให้โลกแฟชั่นต้องจารึก สวยจึ้งคนละสไตล์ ส่องลุค 4 สาว BLACKPINK ใน Met Gala

สร้างตำนานบทใหม่ให้โลกแฟชั่นต้องจารึก สวยจึ้งคนละสไตล์ ส่องลุค 4 สาว BLACKPINK ใน Met Gala

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.37 น.

เรียกได้ว่าเป็นการ ปรากฏตัวในงาน Met Gala ของ 4 สาว BLACKPINK  ได้อย่างฮือฮา แม้ที่ผ่านมาเราจะเคยเห็นสาวๆ ทยอยไปร่วมงานนี้กันอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์เพราะถือเป็นครั้งแรกที่สมาชิกมาเช็กอินครบทั้ง 4 คน!ถึงแม้จะยังไม่มีภาพร่วมเฟรมอย่างเป็นทางการออกมาให้แฟนๆ ได้หวีดกันจนสลบ แต่แค่ออร่าของแต่ละคนที่พกคาแรคเตอร์มาแบบชัดเจนระดับ Full HD ก็ทำเอาพรมแดง (ที่ปีนี้มาในธีมสีเขียว-ขาว) ลุกเป็นไฟ

โดยเราจะพาไปส่องเจาะลึก 4 ลุค 4 สไตล์ ความต่างที่ลงตัว

เริ่มต้นที่ Jisoo (จีซู)  พี่ใหญ่สายหวานสุดเลอค่า ในลุคเกาะอกสีชมพูหวานละมุนที่ประดับด้วยงานปักคริสตัลและกลีบดอกไม้แบบ 3 มิติ ดูฟุ้งฝันเหมือนหลุดออกมาจากสวนในเทพนิยาย ทรงผมเกล้าสูงพร้อมปอยผมดัดลอนเล็กน้อยช่วยส่งให้ลุคนี้ดูเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์แต่ยังมีความขี้เล่นเบาๆ สมมง Global Ambassador ของ Dior จริงๆ

ต่อด้วย Jennie (เจนนี่) ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “น้อยแต่มาก” มีอยู่จริง ในชุดเดรสเกาะอกสีเงินเมทัลลิกที่เลเยอร์ด้วยผ้าลักษณะคล้ายเกล็ดปลาสะท้อนแสงไฟวิบวับ ลุคนี้ดูโมเดิร์นและโฉบเฉี่ยวมาก เข้ากับเมคอัพโทนธรรมชาติที่เน้นงานผิวสะอาดตาและความชิคสไตล์ “It Girl” ระดับโลก

ตามด้วย Rosé (โรเซ่) นิยามของความเรียบหรูและเซ็กซี่ที่ยังคงคุมโทนความคลาสสิกด้วยชุดเดรสยาวสีดำสนิท เสริมความโดดเด่นด้วยดีเทลโบว์คริสตัลขนาดใหญ่ที่ช่วงเอวและการแหวกโชว์เรียวขาสุดปัง พร้อมผมบลอนด์สว่างที่เป็นเอกลักษณ์ ลุคนี้ให้ความรู้สึกเป็นร็อคสตาร์สาวที่ดูหรูหราและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

และปิดท้าย ที่ Lisa (ลิซ่า) ความเปรี้ยวเท่ที่โลกต้องจำด้วยสไตล์ที่กล้าเล่นกับดีไซน์และโครงสร้างเสื้อผ้าที่แปลกใหม่ สะท้อนตัวตนความเป็นศิลปินเดี่ยวที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร

ไม่ใช่แค่พี่ใหญ่อย่างจีซูที่แอบส่งสัญญาณว่าอยากเจอเมมเบอร์ในงาน แต่เหล่า BLINK ทั่วโลกต่างก็ลุ้นตัวโก่ง อยากเห็นทั้ง 4 สาวมาโพสต์ท่าร่วมเฟรมเดียวกันสักครั้งบนบันได Met Gala เพราะการที่ตัวแม่ระดับโลกทั้ง 4 คนมารวมตัวกันในอีเวนต์ใหญ่ขนาดนี้ มันคือปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆถึงคาแรคเตอร์จะชัดเจนและแตกต่างกันขนาดไหน แต่เมื่อไหร่ที่พวกเธออยู่ด้วยกัน พลังทำลายล้างทางแฟชั่นจะทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัวแน่นอน!

#Jennie #Rosé #Lisa #BLACKPINK #MetGala

ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม

ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม

ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.24 น.

วานนี้ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อสาวเซ็กซี่ตัวแม่ แน๊ต เกศริน หรือ จุติณัฏฐ์ ชัยเฉลิมพล ออกมาโพสต์ภาพเซลฟี่หน้ากระจกที่ทำเอาแฟนคลับตาค้าง โดยเธอมาในชุดว่ายน้ำสีดำดีไซน์สุดหวิว ทั้งเว้าสูงปรี๊ดและแหวกอกลึกโชว์ความอึ๋มแบบเต็มตา พร้อมเผยที่มาของรูปร่างสุดแซ่บในตอนนี้แบบตรงไปตรงมาว่ามาจากผลไม้โปรดอย่าง ทุเรียน นั่นเองทำเอาโลกโซเชียลถึงกับลุกเป็นไฟหลังจากได้เห็นภาพของเธอลุคนี้ โดยเจ้าตัวระบุข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า “หุ่นที่ทุเรียนสรรค์สร้างกินทุเรียนวันละลูก เพราะแฟนคลับส่งมาให้จากสวนจันทบุรีเป็นลัง โทดใครไม่ได้โทดตัวเองตะกละกินฮับ”

แน๊ต เกศริน

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว ส่วนใหญ่พร้อมใจกันรัวอิโมจิรูปไฟลุกและหัวใจให้ความแซ่บครั้งนี้แบบรัว ๆ

แน๊ต เกศริน
แน๊ต เกศริน
แน๊ต เกศริน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม nat_officialaccount

แม่ก็คือแม่ Beyoncé คัมแบ็ค Met Gala ในรอบ 10 ปี พร้อมรั้งตำแหน่ง Co-Chair ควงลูกสาวออกงาน

แม่ก็คือแม่ Beyoncé คัมแบ็ค Met Gala ในรอบ 10 ปี พร้อมรั้งตำแหน่ง Co-Chair ควงลูกสาวออกงาน

แม่ก็คือแม่ Beyoncé คัมแบ็ค Met Gala ในรอบ 10 ปี พร้อมรั้งตำแหน่ง Co-Chair ควงลูกสาวออกงาน

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.15 น.

สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อซูเปอร์สตาร์ตัวแม่ระดับโลกอย่าง Beyoncé ปรากฏตัวบนพรมแดงงาน Met Gala 2026 ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานนี้ครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยความพิเศษของปีนี้คือเธอไม่ได้มาในฐานะแขกรับเชิญทั่วไป แต่มาในฐานะหนึ่งใน Co-Chairs ของงาน

ซึ่งการรอคอยที่คุ้มค่าครั้งนี้ แฟนคลับต่างปลาบปลื้มกับการคัมแบ็คที่ยิ่งใหญ่และเกรียงไกร สมศักดิ์ศรีราชินีแห่งวงการเพลงจากภาพที่ปรากฏ Beyoncé มาในชุดซีทรูประดับเลื่อมและคริสตัลระยิบระยับ พร้อมด้วยเครื่องหัวสุดอลังการและเฟอร์ขนนกสีเทาขนาดใหญ่ที่เสริมลุคให้ดูทรงพลังการกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำอิทธิพลของเธอในโลกแฟชั่น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและการส่งต่อออร่าความปังไปยังลูกสาว Blue lvy อีกด้วย

ตะลึงทั่วโลก ลิซ่า ลลิษา ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 กับแฟชั่นสุดล้ำผสานท่วงท่ารำไทย

ตะลึงทั่วโลก ลิซ่า ลลิษา ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 กับแฟชั่นสุดล้ำผสานท่วงท่ารำไทย

ตะลึงทั่วโลก ลิซ่า ลลิษา ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 กับแฟชั่นสุดล้ำผสานท่วงท่ารำไทย

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.23 น.

5 พฤษภาคม 2569 ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกตะลึงเมื่อศิลปินสาวชื่อดังระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ปรากฎตัวในงาน  Met Gala 2026 ซึ่งปีนี้เธอไม่ได้เป็นเพียงแขกเท่านั้น แต่เธอมาในฐานะหนึ่งใน Host Committee อย่างเป็นทางการ ร่วมกับศิลปินผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก

โดยสาว ลิซ่า ลลิษา ปรากฎตัวในลุค สั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ Robert Wun กับเดรสยาวสีขาวปักประเลื่อมทั้งตัว โดดเด่นด้วยซิลูเอตเมอร์เมดที่โอบรับสรีระอย่างสวยงาม ผสานความร่วมสมัยเข้ากับพลังของความคลาสสิกได้อย่างลงตัว โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประติมากรรมบริเวณไหล่และผ้าคลุม

แฟชั่นรอบนี้ของ ลิซ่า เรียกได้ว่าทำถึง เพราะไม่ได้เป็นเพียงชุดเดรสสีขาวเท่านั้น แต่ยังมีลูกเล่นด้วยภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีชั้นเชิง มีความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ และ แฟชั่น 

จุดเด่นสำคัญคือเทคนิคสแกน 3 มิติ เพื่อสรรสร้างผ้าคลุมและท่าทาง โดยถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก ‘ท่วงท่ารำไทย’ สู่โครงสร้างของชุดอย่างมีชั้นเชิง ตัวเดรสถูกสร้างขึ้นจากการสแกนแขนของลิซ่าในรูปแบบ 3D 

สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6

สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6

สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรื่องราวของย่าเหล เริ่มต้นขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2448 ขณะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจราชการที่เรือนจำมณฑลนครไชยศรี ระหว่างนั้นทอดพระเนตรเห็นลูกสุนัขพันทาง ตัวหนึ่งสีขาวด่างดำ อีกตัวหนึ่งสีน้ำตาล ปรากฏว่าลูกสุนัขสีขาวด่างดำวิ่งเข้ามาเฝ้าคลอเคลียประจบประแจงที่เบื้องพระยุคลบาท ทำให้ทรงต้องพระราชหฤทัยโปรดลูกสุนัขตัวนั้นมาก

หลวงไชยราษฎร์รักษา (โพธิ์ เคหะนันทน์) พะทำมะรงแห่งเรือนจำมณฑลนครไชยศรี จึงนำลูกสุนัขทั้ง 2 ตัว มาทูลเกล้าฯ ถวาย โดยหลังจากทรงรับเป็นสุนัขทรงเลี้ยงแล้ว ได้พระราชทานชื่อลูกสุนัขสีขาวด่างดำ ว่า “ย่าเหล” ส่วนลูกสุนัขสีน้ำตาล พระราชทานชื่อว่า “ปอล” ทั้งสองเป็นชื่อของตัวเอก และตัวรองในบทละครภาษาอังกฤษ เรื่อง “My Friend Jarlet” ที่ทรงนำมาแปลเป็นบทละครภาษาไทยในขณะนั้น ชื่อเรื่องว่า “มิตรแท้”

ด้วยความที่ย่าเหลเป็นสุนัขขนยาวปุยสีขาว มีขนสีด่างดำตรงใบหน้า ขนบนหลังเป็นสีดำเหมือนอานม้า ขนที่คอกับหางเป็นพวง ผนวกกับมีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดู จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำย่าเหลเข้าไปเลี้ยงในพระราชฐาน ทรงมอบหมายให้มหาดเล็กดูแลเป็นอย่างดี

ทุกเช้าในเวลาตื่นพระบรรทม ย่าเหลจะคอยหมอบอยู่ใกล้ที่ประทับ หากเสด็จไปทรงพระอักษร หรือเสวยพระกระยาหารในเขตพระราชฐาน ย่าเหลก็จะตามเสด็จไปด้วยทุกครั้ง และหากเห็นสิ่งใดหรือผู้ใดไม่ชอบมาพากล ก็จะเห่าและตรงเข้ากัดทันที การปฏิบัติของย่าเหลที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี แม้ในยามเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑล หรือเสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ หลายครั้งก็โปรดเกล้าฯ ให้ย่าเหลตามเสด็จไปด้วย

ต่อมาเมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำแผ่นทองคำลงยาที่จารึกข้อความด้วยตัวอักษรสีดำว่า “ฉันชื่อย่าเหล เป็นหมาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ห้อยไว้ที่คอของย่าเหล มีพระราชดำริว่า หากย่าเหลหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกเขตพระราชฐาน ผู้ที่พบเห็นจะได้นำย่าเหลมาถวายคืนได้

นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินเดือนแก่ย่าเหล แต่เป็นการพระราชทานเชิงสัญลักษณ์ เพื่อนำเงินจำนวนนั้น ไปพระราชทานสมทบทุนกิจการสาธารณกุศลต่างๆ ในนามของย่าเหล เช่น สมทบทุนการก่อสร้างเสนาสนะที่วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งพระราชทานนามว่า กุฏิย่าเหล และสมทบทุนในการจัดซื้อเรือรบพระร่วง เป็นต้น

นอกจากความจงรักภักดีแล้ว ย่าเหลยังเป็นสุนัขที่มีนิสัยแสนรู้ มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งย่าเหลได้ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ไปในงานพระราชพิธีแห่งหนึ่ง โดยย่าเหลวิ่งนำหน้าไปเรื่อย ๆ แต่ปรากฏว่ามีมหาดเล็กคนหนึ่ง ยืนไม่เรียบร้อย พอเห็นแบบนั้น ย่าเหลจึงตรงเข้าไปทำท่าเหมือนจะกัดมหาดเล็กคนนั้นทันที เหมือนเป็นการเตือนให้นึกถึงระเบียบวินัย การกระทำของย่าเหลนั้น ทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดย่าเหลมายิ่งขึ้น เพราะเป็นสุนัขที่แสนรู้ มีมารยาท รู้จักวินัย

ในราว พ.ศ. 2455 มีมหาดเล็กคนหนึ่งถูกไล่ออกในโทษฐานไม่ซื่อสัตย์ หลังจากนั้นราวเดือนเศษได้แอบเข้ามาในที่ประทับ ย่าเหลได้กลิ่นจึงเข้างับแขนแล้วดึงมาเข้าเฝ้า เคราะห์ดีที่ไม่มีอาวุธจึง

เล่ากันว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจภายนอกพระราชฐานคราใด มหาดเล็กซึ่งเป็นคู่ปรับกับย่าเหล มักจะถือโอกาสนั้น รังแกย่าเหลอยู่เสมอ แต่ถึงแม้จะเป็นสุนัขก็ใช่ว่าย่าเหลจะยอมให้ถูกรังแกเอาง่าย ๆ

 เมื่อเสด็จพระราชดําเนินกลับสู่พระราชฐานที่ประทับ เวลาเสด็จพระราชดําเนินผ่านคนที่เคยรังแกย่าเหล ซึ่งเดินตามเสด็จมาโดยใกล้ชิด ย่าเหลก็จะตรงเข้างับหน้าแข้งผู้ที่รังแกคนนั้นทันที เป็นที่กราบบังคมทูลฟ้องว่า มหาดเล็กผู้นั้นได้รังแกตนในยามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ประทับอยู่แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีมหาดเล็กคนใดต้องรับพระราชอาญาเพราะรังแกย่าเหลเลย จะมีบ้างก็แต่เพียงรับสั่งตําหนิฉันนายกับบ่าว ดังที่นักเรียนเก่ามหาดเล็กหลวง ประสาท สุขุม ได้บันทึกไว้ว่า

“ข้าพเจ้าชอบสัตว์โดยเฉพาะสุนัขมาก ฉะนั้นในโอกาสที่ข้าพเจ้าเข้าเฝ้า และอยู่ใกล้ย่าเหล ข้าพเจ้ามักจะรังแกมันเสมอ โดยการแอบบีบหางบ้าง บีบขาบ้าง ดึงขนบ้าง แล้วแต่ใกล้อะไร และในทํานองเดียวกัน ย่าเหลก็โกรธข้าพเจ้า มันก็หันมากัดบ้าง ตามภาษาหมาของมันเท่าที่มันจะแสดงออกมาได้ แต่ทว่ามันชอบทําเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าพเจ้าถูกพระองค์กริ้วข้าพเจ้าบ่อย ๆ ในครั้งหนึ่งถ้าจะทรงรําคาญ จึงมีพระราชดํารัสว่า

‘ไอ้นี่ชอบกัดกับหมาจริง’นับแต่นั้นก็ทรงขนานนามข้าพเจ้าว่า ‘ไอ้หมา’ดังที่ข้าพเจ้าเล่ามานี้ บางทีจะเข้าใจกันถ่องแท้ว่า ข้าพเจ้าได้ชื่อว่า ‘ไอ้หมา’ มิใช่ไปกัดกับย่าเหล แต่ถ้าจะเข้าใจว่า ‘ข้าพเจ้ากัดกับย่าเหลจนได้ชื่อว่าไอ้หมาก็คงไม่แปลกอะไรนัก’”

ย่าเหลได้รับพระมหากรุณาเลี้ยงดูเป็นอย่างดีมาโดยตลอด กระทั่งประสบภัยจนถึงแก่ชีวิต เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2456 ดังปรากฏเหตุการณ์อยู่ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ว่า

“…วันนี้ เมื่อเวลาเสด็จวังสราญรมย์ สุนัขชื่อย่าเหลที่ทรงเลี้ยงไว้ จะเที่ยวไปติดสัตว์ฤาอย่างไรไม่ทราบ มีผู้ยิงด้วยปืนลูกกลดตายที่ระหว่างถนนข้างวัดพระเชตุพน แลเอาไปทิ้งที่ถังฝุ่นฝอยของกรมศุขาภิบาล…”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเศร้าสลดพระราชหฤทัยยิ่ง จึงพระราชทานหีบไม้แกะสลักลงรักปิดทองอย่างงดงาม เพื่อใช้บรรจุศพย่าเหล แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำไปพระราชทานเพลิงศพที่นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของย่าเหล มีการจัดขบวนแห่จากพระราชวังสนามจันทร์ไปยังเมรุที่สร้างขึ้นเป็นการเฉพาะ ณ วัดพระปฐมเจดีย์

เมื่อนำหีบศพย่าเหลขึ้นตั้งบนจิตกาธานแล้ว ได้ทรงจุดไฟพระราชทานเพลิงศพย่าเหลด้วยพระองค์เอง และไม่โปรดให้ผู้ใดขึ้นเผาศพต่อ ในงานนี้ พระราชทานของที่ระลึกเป็น “ผ้าเช็ดหน้าสีขาว ตรงกลางผืนเป็นรูปย่าเหลในลักษณะยืนเต็มตัว ที่มุมผ้า 3 ด้าน เป็นภาพสิ่งของสำคัญที่ย่าเหลเคยได้รับพระราชทาน”

สิ่งสุดท้ายที่ทรงทำเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงย่าเหล คือ การสร้าง “อนุสาวรีย์ย่าเหล” ที่หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ในพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม พร้อมจารึกบทกลอนพระราชนิพนธ์ที่ฐานของอนุสาวรีย์ เพื่อแสดงความรักและอาลัยต่อย่าเหล สุนัขทรงเลี้ยงที่เป็นดุจมิตรแท้ของพระองค์ ความว่า

“อนุสาวรีย์นี้เตือนจิตร์ให้กูคิดรำพึงถึงสหายโอ้อาไลยใจจู่อยู่ไม่วายกูเจ็บคล้ายศรศักดิ์ปักอุรา ยากที่ใครเขาจะเห็นหัวอกกูเพราะเขาดูเพื่อนเห็นแต่เปนหมาเขาดูแต่เปลือกนอกแห่งกายาไม่เห็นฦกตรึกตราถึงดวงใจเพื่อนเปนมิตรชิดกูอยู่เนืองนิตย์จะหามิตรเหมือนเจ้าที่ไหนได้ทุกทิวาราตรีไม่มีไกลกูไปไหนเจ้าเคยเปนเพื่อนทาง

ช่างจงรักภักดีไม่มีหย่อนจะนั่งนอนยืนเดินไม่เหินห่างถึงยามกินเคยกินกับกูพลางถึงยามนอนนอนข้างไม่ห่างไกลอันตัวเพื่อนเหมือนมนุษย์สุจริตจะผิดอยู่แต่เพียงพูดไม่ได้แต่เมื่อกูใคร่รู้ความในใจก็มองดูรู้ได้ในดวงตา           

โอ้อกกูดูเพื่อนอยู่หลัด ๆเพื่อนมาพลัดพรากไปไม่เห็นหน้ากูเผลอ ๆ ก็ชะเง้อเผื่อเพื่อนมาเสียงกุกกักก็ผวาตั้งตามองอันความตายเปนธรรมดาโลกกูอยากตัดความโศกกระมลหมอง

นี่เพื่อนตายเพราะผู้ร้ายมันมุ่งปองเอาปืนจ้องสังหารผลาญชีวีเพื่อนมอดม้วยด้วยมือทุรชนเอารูปคนสวมใส่คลุมใจผีเปนคนจริงฤาจะปราศซึ่งปรานีนี่รากษสอัปรีปราศเมตตา           

มันยิงเพื่อนเหมือนกูพลอยถูกด้วยแทบจะม้วยชีวังสิ้นสังขาร์จะหาเพื่อนเหมือนเจ้าที่ไหนมาช้ำอุราอาไลยไม่วายวันเมื่อยามมีชีวิตร์สนิทใจยามบรรไลยลับล่วงดวงใจสั่น

ด้วยอำนาจจงรักภักดีนั้นขอให้เพื่อนขึ้นสวรรค์สำราญรมย์ถึงจะมีหมาอื่นมาแทนที่กูก็รักเพื่อนนี้เปนปฐมที่ไหนเล่าจะสนิทและชิดชมที่ไหนเล่าจะนิยมเท่าเพื่อนรัก         

ถึงแม้จะไม่มีรูปนี้ไว้รูปเพื่อนฝังดวงใจกูตระหนักแต่รูปนี้ไว้เปนพยานรักให้ประจักษ์แก่คนผู้ไมตรีเพื่อนเปนเยี่ยงอย่างมิตรสนิทยิ่งภักดีจริงต่อกูอยู่เต็มที่แม้คนใดเปนได้อย่างเพื่อนนี้
ก็ควรนับว่าดีที่สุดเอย ฯ”

เมื่อย่าเหลเสียชีวิตลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้สุนัขทรงเลี้ยงตัวใหม่มาแทน แต่ที่ทรงเมตตาเป็นพิเศษคงเป็น “นันทา” กับ “มากาเร็ต” ที่ พระยาอนิรุทธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) จัดหามาถวาย  สุนัขทรงเลี้ยงทั้งสองนี้ ได้ถวายการรับใช้และได้ตามเสด็จไปทุกหนทุกแห่ง ตราบจนเสด็จสวรรคต ดังที่ คุณเจรียง (อากาศวรรธนะ) ลัดพลี คุณข้าหลวงในสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาได้บันทึกไว้ใน “รําลึกพระมหากรุณาธิคุณ” ว่า            

“นันทา มากาเร็ต จะต้องตามเสด็จล้นเกล้าฯ ทุกแห่ง ฉะนั้นเมื่อเวลาเสด็จเข้ามาเสวยเขาก็ตามเสด็จมาด้วย ฉะนั้นเวลาเชิญเครื่องขึ้นจะต้องมีน้ำมาให้ทั้งสองกินด้วยทุกครั้ง น้ำใสสะอาดจะใส่มาในจานกินข้าวที่มีก้นลึก แล้วก็จะมีชามแกงเนื้อดี ใส่ก้อนน้ำแข็งเปล่าตอกเป็นก้อนเล็ก ๆ วางมาตรงกลางจานในน้ำเพื่อน้ำเย็นหรืออะไร ทํานองนั้น พวกเราไม่มีน้ำจะกินเหมือนเขา เวลาอยากขึ้นมาก็แอบแย่งกันควักน้ำแข็ง กันคนละก้อนสองก้อนแทบหมดทุกที เสร็จแล้วก็มาไต่ถามถกเถียงกันเป็นขบขันว่า วันนี้ใครเป็นผู้แย่งน้ำหมากินบ้าง”

 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปประทับ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวังในบั้นปลายพระชนมชีพ นันทาและมากาเร็ตก็ได้ตามเสด็จไปด้วย

ดังมีบันทึกของนายแพทย์เมนเดลสัน (R.W.M. Mendelson) ศัลยแพทย์ประจําโรงพยาบาลกลาง ซึ่งได้เข้าไปถวายการรักษาพระอาการประชวรว่า เห็นสุนัขทั้งสองนี้ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ที่ประทับในเวลาที่ทรงพระประชวร และเมื่อพระองค์สวรรคตลงไม่นาน สุนัขทั้งสองก็เสียชีวิตลงเช่นกัน
           

หากไปชมพิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ โปรดอย่าพลาดชมหีบศพย่าเหล หีบศพประวัติศาสตร์ของสุนัขทรงเลี้ยงในพระราชหฤทัย และไปชมอนุสาวรีย์ย่าเหลกันต่อ ที่พระราชวังสนามจันทร์ด้วย เพื่อสัมผัสถึงความรักที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงมีต่อสุนัขทรงเลี้ยงคู่พระทัย “ย่าเหล” ผู้เปรียบประดุล “มิตรแท้” ชั่วนิรันดร์