​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก

​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก

​เอมมี่ มรกต เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล สวมบิกินีจึ้งตาแตก

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.25 น.

11 กุมภาพันธ์ 2569 ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งสาวสวยที่กาลเวลาแทบทำอะไรไม่ได้เลย สำหรับ “เอมมี่ มรกต แสงทวีป” คุณแม่ของ น้องสายน้ำ และภรรยาคนสวยของ “เจมส์ จิรายุทธ” ที่แม้วันนี้จะมีบทบาทคุณแม่เต็มตัว แต่ความเป๊ะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ล่าสุด เอมมี่ควงครอบครัวไปพักผ่อนเติมพลังที่ทะเลเสม็ด จ.ระยอง ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสุดสดชื่น และแน่นอนว่าเจ้าตัวไม่พลาดหยิบบิกินี่ตัวจิ๋วมาใส่เล่นน้ำทะเล อวดหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ทรวดทรงองค์เอวเป๊ะทุกสัดส่วนเรียกว่าทริปนี้ทั้งสดใส ทั้งร้อนแรง จนโซเชียลแทบลุกเป็นไฟเลยทีเดียว

จัดตั้งรัฐบาลไม่ง่าย! ธรรมนัส โวสเต็ปการเมืองไม่ธรรมดา ชี้น้ำเงิน-ขาว-แดง อาจไม่ใช่คำตอบ

จัดตั้งรัฐบาลไม่ง่าย! ธรรมนัส โวสเต็ปการเมืองไม่ธรรมดา ชี้น้ำเงิน-ขาว-แดง อาจไม่ใช่คำตอบ

จัดตั้งรัฐบาลไม่ง่าย! ธรรมนัส โวสเต็ปการเมืองไม่ธรรมดา ชี้น้ำเงิน-ขาว-แดง อาจไม่ใช่คำตอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.23 น.

“ธรรมนัส”มอง”ภูมิใจไทย”นัดคุยพรรคเล็ก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง มั่นใจตนเดินสเต็ปทางการเมืองไม่ธรรมดา ชี้ปัญหาหน่วยเลือกตั้งนับคะแนนใหม่ กกต.ต้องเร่งแก้ไขให้ความสำคัญกับเสียงประชาชน ประเมินการจัดตั้งรัฐบาลไม่ง่าย และทิศทางจะเป็นอย่างไร”กล้าธรรม”เคารพเสียงประชาชน

11 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลจะแล้วเสร็จก่อนกำหนด คงเป็นไปได้ยาก เพราะตามกำหนดกรอบเวลาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดว่าจะอยู่ช่วงประมาณต้นเดือนเดือนเมษายน ประกอบกับปัญหาขณะนี้ คือหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง ยังมีข้อถกเถียงเรื่องการนับคะแนนใหม่ และมีบัตรเขย่ง จึงต้องให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ หากมองข้ามโดยที่ไม่เร่งแก้ไขปัญหา อาจจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ลามไปเป็นปัญหาใหญ่ทั้งประเทศ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเพราะหากเกิดการรวมตัวของประชาชน ก็มีความน่าวิตกกังวล ที่นำไปสู่สถานการณ์อาจจะบานปลาย แต่ยอมรับว่าความผิดพลาดในครั้งนี้ มีเยอะมากจริงๆ แม้กระทั่งในเขตพื้นที่ จ.พะเยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง ก็ยังมีความผิดพลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ กกต.จะต้องเร่งแก้ไขในส่วนนี้ และทำให้เกิดความโปร่งใส แต่มองว่า ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องทำการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยอมรับความเป็นจริงและฟังเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นัดประชุมหารือร่วมกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก และมีการนั่งแถลงข่าวร่วมกันนั้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน และยังไม่ทราบว่าพรรคใด ได้จำนวน สส.กี่ที่นั่งกันแน่ แต่มีบางพรรคที่ไปมอบตัวแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการประสานงานกัน และเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งในอดีตก็เคยเป็นมาก่อน เข้าใจว่าแต่ละพรรคก็อยากเป็นรัฐบาล พร้อมย้ำว่า พรรคขนาดเล็กส่วนใหญ่ก็เคยอยู่กับตนมาก่อน และขณะนี้ตนไม่ได้เสียกำลังใจเพราะปัจจุบัน ยังมีที่ สส.อยู่ในมือจำนวน 58 ที่นั่ง และยังมีแนวร่วมอีกมากที่มีอุดมการเดียวกัน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอย่างมั่นใจว่า การเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส เดินสเต็ปไม่ธรรมดาก็แล้วกัน และสมการทางการเมือง ณ ขณะนี้ ยังไม่มีอะไรแน่นอนในการที่จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล และไม่กังวลการคำนวณสูตรจัดตั้งรัฐบาลธงชาติไทย “น้ำเงิน ขาว แดง” เพราะอาจจะเป็นสีอื่นก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน

ไม่ถอดใจ-ทำดีที่สุดแล้ว! ยศชนัน โยน กก.บห.ตัดสินใจร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ไม่ถอดใจ-ทำดีที่สุดแล้ว! ยศชนัน โยน กก.บห.ตัดสินใจร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ไม่ถอดใจ-ทำดีที่สุดแล้ว! ยศชนัน โยน กก.บห.ตัดสินใจร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.11 น.

“ยศชนัน”เข้าพรรคครั้งแรกหลังป่วย 3 วัน ลั่นไม่ถอดใจ-ทำดีที่สุดแล้ว โยนกรรมการบริหารตัดสินใจร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน มั่นใจ”เพื่อไทย”กลับมาได้ พร้อมยอมรับผลเลือกตั้ง หากเป็นคะแนนสุจริต เผยสัปดาห์นี้จะรวมข้อมูลการเลือกตั้งแต่ละเขต ส่ง กกต. เชื่ออาจได้คะแนนเพิ่ม

12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ช่วงหลังเลือกตั้งที่หายไปตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการป่วย ซึ่งตนไม่เคยป่วยหนักขนาดนี้มาก่อน แม้จะมีปัญหาเรื่องเสียงนิดหน่อย แต่วันนี้หายแล้วจึงกลับมาที่พรรคเพื่อไทย

“ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับพรรคเพื่อไทย หากดูจากวันแรกที่ลงมาสู่สนามเลือกตั้ง และผลลัพธ์ที่ได้วันนี้ ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะทำดีที่สุดแล้ว ทีมงานก็ทำดีที่สุดแล้ว ผู้สมัครหลายคนก็ประสบความสำเร็จได้รับเป็นตัวแทนของประชาชน ส่วนอีกหลายคนที่ไม่ได้ ก็อยากให้กำลังใจว่า ทำดีที่สุดแล้ว เสียงของประชาชนมีความหมาย ซึ่งเราพร้อมจะทำบทบาทอื่นได้ในการลงพื้นที่คอยดูแลกลไกรัฐสภาต่อไป ถ้าถามว่าพอใจหรือไม่ เราทำเต็มที่แล้ว ถือว่าพอใจ” นายยศชนัน กล่าว

เมื่อถามว่า ผลที่ออกมาถือว่าเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนอาจจะมองตรงนั้น แต่สิ่งที่เราทำตั้งแต่เราลงเลือกตั้งมาจนถึงวันนี้เป็นที่น่าพอใจ ส่วนท่าทีของพรรคในเวลา 3 วันที่ผ่านมา เราศึกษาหลายตัวเลข ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่เรารู้สึกว่าน่าจะเป็น ทั้งนี้ เราจะมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งในแต่ละเขตทั้งหมดส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพร้อมให้ความร่วมมือทุกรูปแบบ เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาอย่างสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส การที่ประเทศจะไปข้างหน้าได้ เราจำเป็นต้องทำให้กลไกได้รับความเชื่อมั่นและเชื่อถือ ทุกคะแนนของประชาชนต้องมาอย่างสุจริต

เมื่อถามว่า เขตเลือกตั้งที่สงสัยมีมากน้อยแค่ไหน นายยศชนัน กล่าวว่า เขตเลือกตั้งที่พบมีปัญหาหลายเขต ซึ่งเราจะรวบรวมข้อมูล และเปิดรับร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของพรรค ยืนยันว่าตนจะยืนหยัดกับประชาชนทำให้ผลเลือกตั้งเป็นไปอย่างชัดเจน เป็นที่ยอมรับทางกฎหมายให้ได้

เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะซ้ำรอยกับบางพรรคที่คะแนนลดลงไปจนถึงจุดที่น่าเป็นห่วง นายยศชนัน กล่าวว่า หากประเมินแบบนั้นก็มองได้ แต่เราประเมินจากสิ่งที่เราทำตั้งแต่วันแรก รวมถึงความคาดหวัง ตรงนี้เราทำได้ดี และขอฝากไปถึงผู้สนับสนุนของพรรคเพื่อไทยว่า ตนไม่มีทางถอดใจ และตนจะเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ตนได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพิ่มเติมขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนมองเห็นว่า สามารถจะทำอะไรเพิ่มเติมได้ สิ่งที่เคยรับปากกับประชาชนไว้จะทำอยู่ ไม่ว่าบทบาทไหนก็ตาม และวันนี้เป็นวันที่ต้องให้กำลังใจผู้สมัครทุกคนเพื่อที่จะสามารถยืนหยัด และพร้อมต่อสู้เพื่อเดินทางไปด้วยกัน

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย พร้อมทำหน้าที่ สส.ต่อหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอน ขอให้เป็นไปตามกลไกรัฐสภา เพราะเรายืนยันอยู่แล้วว่าถ้าลงมาเล่นการเมืองก็ต้องทำอย่างจริงจัง เคารพเสียงของประชาชน หนึ่งเสียงของประชาชนที่มอบให้เราก็มีความหมาย ซึ่งตรงนี้เราพร้อมที่จะพิสูจน์ในทุกบทบาทหน้าที่

เมื่อถามว่า ได้ประเมินจุดยืนของพรรคเพื่อไทยแล้วหรือไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือร่วมรัฐบาล นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค แต่ส่วนตัวจะพยายามทำให้ทุกคะแนน บทบาทหน้าที่ ความโปร่งใสของการเลือกตั้ง เป็นที่ประจักษ์ขึ้นมาให้ได้ และในสัปดาห์นี้จะทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะเรายอมรับในเรื่องของคะแนนถ้าได้มาอย่างสุจริตเที่ยงธรรม

เมื่อถามว่า อนาคตของพรรคเพื่อไทยถือว่าเป็นจุดเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล มองว่าอะไรที่เป็นเงื่อนไขที่จะตัดสินใจ นายยศชนัน กล่าวว่า ส่วนตัวขอยึดประโยชน์ของประชาชนรวมถึงอุดมการณ์ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินใจในอนาคตต่อไปข้างหน้า

ถามย้ำว่า ถ้าเป็นพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจง่ายหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้กรรมการบริหารพรรคจะให้ข้อมูลอีกครั้ง ตอนนี้พยายามประเมินว่า หลายเขตเลือกตั้ง ที่ดูจากข้อมูลอาจจะได้เพิ่ม ขอดูในเรื่องนี้ก่อน จากนั้นเมื่อมีตัวเลขมา จะมาดูอีกครั้งว่าจะกำหนดท่าทีอย่างไรเพื่อผลประโยชน์ประชาชนและอุดมการณ์ต่างๆ ที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด ถือเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อถามว่า นอกจากกระบวนการเลือกตั้งที่หลายคนยังสงสัยในโปร่งใส ได้ประเมินปัจจัยอื่นที่ทำให้ตัวเลขพรรคเพื่อไทยต่ำลงหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า วันที่ 13 กุมภาพันธ์พรรคจะมีการแถลง ซึ่งมีหลายจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีก ส่วนวันนี้พรรคเพื่อไทยอนาคตจะเป็นอย่างไร ตนยังมีความมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะกลับมาได้ เราสามารถกลับมาได้ตลอด ประเทศชาติให้โอกาสทุกคนเสมอถ้าเห็นถึงความหวังดี เรามีเวลาอีก 4 ปี ในการทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น แต่อย่างแรกคือวันนี้ผลการเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความสุจริต หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่า การเลือกตั้งสุจริต เราพร้อมยอมรับผล ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่หรือจะเป็นบทบาทไหน

เมื่อถามถึง ผลการเลือกตั้งของจ.เชียงใหม่ ที่เคยมีการถอดบทเรียนไปแล้วตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งขณะนั้นพรรคเพื่อไทยได้ 2 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์ มองว่าเกิดจากกลไกที่ผิดปกติ หรือเกิดจากพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่อยากด่วนสรุป ซึ่งก็มีอยู่ 2 – 3 ประเด็น แต่แน่นอนว่าเราต้องทำงานให้หนักขึ้น

เบญจพร ขอโทษแนวร่วม ห้าวเปิดหีบกกต. ด้านทนายเปิดข้อกม.จ่อแจ้งความกลับจนท.

เบญจพร ขอโทษแนวร่วม ห้าวเปิดหีบกกต. ด้านทนายเปิดข้อกม.จ่อแจ้งความกลับจนท.

เบญจพร ขอโทษแนวร่วม ห้าวเปิดหีบกกต. ด้านทนายเปิดข้อกม.จ่อแจ้งความกลับจนท.

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.43 น.

เบญจพร สาวเฟียส กราบขอโทษแนวร่วม หลังโดนสวดยับ ห้าวเปิดหีบกกต.เขต 1 ชลบุรี ยันเจตนารมณ์หวังชี้ให้เห็นกล่องไม่ได้ถูกปิด ด้านทนาย เปิดข้อกฎหมาย หีบยังไม่ปิดสมบูรณ์ถือว่าไม่ผิด เตรียมแจ้งความกลับจนท.แจ้งความเท็จ 

เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี น.ส. เบญจพร สุขสว่าง ตัวแทนประชาชน จังหวัดชลบุรี ที่ถูกแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษจากกรณีเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ในความผิดฐาน เปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งหีบบัตรเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และความผิดฐานบุกรุก กล่าวว่า กราบขออภัย ผู้ที่มีอุดมการณ์ทุกท่าน หลายท่าน อาจจะมองว่าสิ่งที่ตนทํา อาจจะทําให้ความตั้งใจนั้นล้มเหลว เบื้องต้นขอโทษและขอยืนยันเจตนารมณ์ของตน ว่าตนเข้าไปเพื่อชี้ให้ประชาชนและสื่อมวลชนเห็น ว่ากล่องใส่บัตรเลือกตั้งนั้น มันไม่ได้ถูกปิดไว้จริงๆ และตนไม่ได้ทําอะไรกับเอกสารด้านในเลย และที่บางท่านกังวลใจว่าการกระทําแบบนี้จะทําให้กกต.มาเล่นงานเรา แล้วอาจจะใช้ข้อกฎหมายสั่งให้ไม่นับคะแนนใหม่ก็ได้ 

น.ส.เบญจพร กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนของพรรคประชาชน ไม่เคยรู้จักกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส่วนนายวรท เป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 จึงรู้จักเพราะเคยเจอตอนหาเสียง รวมถึงชี้แจงเรื่องเสื้อ นับใหม่OKนะ ก็มีร้านอพอลโลทำมาให้ไม่ได้จัดทำกันเอง

ด้านนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การรวมตัวกันของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่สามารถทําได้ตามรัฐธรรมนูญ และการติดตามการนับคะแนนครั้งนี้ได้มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นสิทธิตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่พลเมืองไทย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 51 ประชาชนชาวไทยมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ ที่รวมถึงการตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การใช้สิทธิ์ แต่เป็นการทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ 

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเข้าไปเปิดหีบเลือกตั้งนั้นมีความผิดจนนํามาสู่การแจ้งความ พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 104 กําหนดไว้ในกรณีมีการปิดหีบแล้ว ถ้าไม่ให้ผู้ใดทําการเปิด ทําลาย หรือทําให้สูญหาย แต่ตัวกฎหมายแม่ไม่ได้กําหนดนิยามคําว่าปิดไว้ว่าอย่างไร จึงต้องไปดูกฎหมายลูก คือระเบียบคณะกรรมการการเลือก ข้อ 180 กําหนดเรื่องขั้นตอนการปิดหีบไว้ว่า 1. ต้องมีการปิดหีบ 2. ก็มีกระดาษเทปกาวซีลบริเวณขอบ 3. ต้องมีการนําสายรัดหรือสิ่งแทนสายรัดไปคล้องไว้บริเวณหีบ 4. ต้องมีการลงรายชื่อกํากับในสายรัดนั้น จึงจะถือว่าเป็นการปิดหีบโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในกรณีของนางสาวเบญจพรที่เดินเข้าไปในที่เก็บหีบ พบว่ายังไม่ได้มีการทำตามทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ ถือว่ายังไม่เป็นการปิดหีบเลือกตั้งที่ถูกต้อง คําถามคือเมื่อไม่ได้มีการปิดหีบให้ถูกต้องแล้วความผิดเป็นของใคร เป็นของคนที่เข้าไปพิสูจน์ความจริงหรือเป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ต้องทําให้ถูกต้อง  

“เมื่อยังไม่มีการปิดหีบตามขั้นตอนของคณะกรรมการเลือกตั้ง การเพียงแค่เดินเข้าไป แล้วเปิดให้ดูว่าหีบไม่ได้ถูกปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา104 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกันด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”นายนรเศรษฐ์  กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า และเมื่อผู้ต้องหายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี เจ้าหน้าที่ตํารวจสามารถออกหมายเรียกในการดําเนินคดีได้เลย ไม่จําเป็นต้องออกหมายจับบุคคลที่ทําตามสิทธิ์เพื่อพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันนี้เราจะเดินทางไปที่สถานีตํารวจภูธรเมืองชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเราไม่มีเจตนาจะหลบหนี และในเมื่อเรื่องที่เราถูกแจ้งความนั้นไม่เป็นความจริง จะไปแจ้งความ เพื่อดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ในข้อหาแจ้งความเท็จ รวมถึงไปติดตามความคืบหน้าที่ก่อนหน้านี้ มีประชาชนในเขต 1 ชลบุรี แจ้งความเจ้าหน้าที่ในมาตรา 157 ไว้ ว่าถึงไหน ระหว่างคดีที่เจ้าหน้าที่ร้องประชาชน หรือประชาชนฟ้องรัฐอันไหนเร็วกว่ากัน

จุลพันธ์ ว่างจัด! โพสต์รูปสวมชุดไอร่อนแมน-อวกาศ-การ์ตูน แบบหนิมเนยนิวสไตล์

จุลพันธ์ ว่างจัด! โพสต์รูปสวมชุดไอร่อนแมน-อวกาศ-การ์ตูน แบบหนิมเนยนิวสไตล์

จุลพันธ์ ว่างจัด! โพสต์รูปสวมชุดไอร่อนแมน-อวกาศ-การ์ตูน แบบหนิมเนยนิวสไตล์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.43 น.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการแต่งกายของนายจุลพันธ์ ขณะกำลังนั่งแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย โดยเป็นภาพที่นายจุลพันธ์ สวมสูทสีฟ้าทับเสื้อยืดสีน้ำเงิน ทำให้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่า สอดคล้องและถูกนำไปตีความเชื่อมโยงกับกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับหนึ่ง จะดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลด้วย

ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์รูปภาพผ่านเฟซบุ๊ก โดยเป็นรูปภาพที่ตนเองกำลังนั่งแถลงข่าวซึ่งได้สวมใส่ชุดแฟชั่นหลายสี หลายสไตล์ ทั้งชุดไอร่อนแมน ชุดนักบินอวกาศ ชุดสูทลายการ์ตูนหมีโคอาลา และชุดโดราเอมอน 

พร้อมระบุข้อความว่า “ขออนุญาตยืมรูปจากเหล่าดีไซนเนอร์มือใหม่หน่อยครับ สร้างสรรค์มาก เหมาะกับ THACCA ที่สุด เดี๋ยวต้องส่งแบบให้ร้านตัดแล้วล่ะ จะได้มีชุดใหม่ในตู้เสื้อผ้าบ้าง ใครชอบชุดไหน โหวตมาได้เลยนะครับ #หนิมเนยนิวสไตล์“

ภูมิใจไทยคึกคัก! อนุทิน นำถก ว่าที่ สส.-แกนนำพรรค

ภูมิใจไทยคึกคัก! อนุทิน นำถก ว่าที่ สส.-แกนนำพรรค

ภูมิใจไทยคึกคัก! อนุทิน นำถก ว่าที่ สส.-แกนนำพรรค

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.31 น.

“ภูมิใจไทย”คึกคัก! “อนุทิน”นำถก”ว่าที่ สส.-แกนนำพรรค” ชี้ถือเป็นพัฒนาการ-ความก้าวหน้าอย่างชัดเจน ได้รับโอกาสอันทรงยิ่งจากประชาชน สะท้อนให้ความสำคัญ รับฟังเสียงชาวบ้าน ขณะที่ 3 ดรีมทีม”ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ”ช่วยโกยคะแนนนิยม ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว

12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการประชุมว่าที่ สส.และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ภายหลังผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ได้จำนวนที่นั่ง สส.มากที่สุด 193 คน แบ่งเป็น สส.แบบแบ่งเขต 174 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 19 คน เพื่อแสดงความยินดี และหารือถึงแนวทางการทำงาน ระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆ ของว่าที่ สส.ใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย , นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กรรมการบริหารพรรค ว่าที่ สส.และแกนนำพรรค รวมถึงดรีมทีมพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคฯ , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ พรรค และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคฯ เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักชื่นมื่น

ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเราทุกคนในรอบนี้ถือว่าได้รับโอกาสอันทรงยิ่งจากประชาชน ถือเป็นพัฒนาการ และความก้าวหน้าของพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เพิ่มจากคราวที่แล้ว 3 คน มาเป็น 19 คน ถือว่าพรรคเราให้ความสำคัญ รับฟังเสียง และความต้องการของประชาชน มีบุคคลากรที่มีคุณภาพมาช่วยพรรค ทำให้เราได้รับความนิยม ศรัทธาเพิ่มมากขึ้น นั่นก็คือทั้ง 3 คน ได้แก่ นางศุภจี , นายสีหศักดิ์ และนายเอกนิติ ทั้งนี้ บรรดาว่าที่ สส. , กรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรคฯ ที่เข้าร่วมประชุม ได้ปรบมือเพื่อให้เกียรติ และแสดงความดีใจกับทั้ง 3 คน อีกด้วย

– 006

‘นักวิชาการ’ มองกระแสลุกฮือโวยท้วงนับคะแนนใหม่ ชี้เป็นการหาทางลงหลังพ่ายเลือกตั้ง

'นักวิชาการ' มองกระแสลุกฮือโวยท้วงนับคะแนนใหม่ ชี้เป็นการหาทางลงหลังพ่ายเลือกตั้ง

‘นักวิชาการ’ มองกระแสลุกฮือโวยท้วงนับคะแนนใหม่ ชี้เป็นการหาทางลงหลังพ่ายเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.24 น.

หาทางลงพ่ายเลือกตั้ง! ‘นักวิชาการ‘ มองกระแสลุกฮือโวยท้วงนับคะแนนใหม่ ชี้ตรวจสอบได้ แต่อย่าเกินกฎหมาย จนทำชาติวุ่น ลามกระทบลงทุน

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อกรณีผู้สนับสนุนพรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในบางพื้นที่ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามหาทางลงทางการเมืองหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวต่อว่า ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นทำให้พรรคจำเป็นต้องมีคำอธิบายต่อมวลชนผู้สนับสนุน เพื่อไม่ให้เกิดความสิ้นหวังและทำให้ฐานเสียงสั่นคลอน หากปล่อยให้ความพ่ายแพ้ถูกยอมรับโดยไม่มีคำอธิบาย อาจกระทบเสถียรภาพภายในพรรคและแรงศรัทธาต่อแกนนำ

“การตั้งข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใส หรือประเด็นโกงเลือกตั้ง จึงถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลอธิบายกับผู้สนับสนุนได้ง่าย ว่าแพ้เพราะกระบวนการไม่เป็นธรรม แน่นอน การตรวจสอบการเลือกตั้งเป็นสิทธิของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย สามารถทำได้และไม่ใช่เรื่องผิด หากดำเนินการตามขั้นตอนและอยู่บนหลักฐานข้อเท็จจริง“ ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวอีกว่า การใช้สิทธิพลเมืองต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ควรปลุกระดมด้วยข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ หรือการชุมนุมที่นำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะจะกลายเป็นการกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศโดยรวม

“ตรวจสอบได้ แต่อย่าเล่นนอกเกม อย่าขยายเรื่องเกินข้อเท็จจริง หากมีหลักฐานก็ให้ใช้กระบวนการตามกฎหมาย แต่ถ้าใช้การปลุกกระแสจนบ้านเมืองปั่นป่วน สุดท้ายจะไม่ใช่เพียงความขัดแย้งทางการเมือง แต่จะกลายเป็นความเสียหายต่อประเทศ” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวย้ำด้วยว่า การเรียกร้องนับคะแนนใหม่ควรตั้งอยู่บนหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ใช่การสร้างกระแสหรือข่าวลือ เพราะการตรวจสอบที่ขาดข้อเท็จจริง อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบเลือกตั้งและทำให้สถานการณ์การเมืองบานปลาย กระทบการลงทุน ที่กำลังไหลเข้ามา

3 พรรคเล็ก ร่วม ภท. หนุน อนุทิน นั่งนายกฯรอบสอง

3 พรรคเล็ก ร่วม ภท. หนุน อนุทิน นั่งนายกฯรอบสอง

3 พรรคเล็ก ร่วม ภท. หนุน อนุทิน นั่งนายกฯรอบสอง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.14 น.

12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย , นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และ น.ส.นวิดา สวัสดิ์เดชดี จากพรรคใหม่ ร่วมแถลงข่าว

โดย น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า วันนี้เป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทย เพื่อยืนยันว่า นายสุรทิน และ น.ส.นวินดา รวมถึง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ จะสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการที่จะเสนอชื่อนายอนุทิน ให้ได้รับการดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังจากที่มีการรับรอง และเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ตอนนี้เป็น 3 พรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาล คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคเศรษฐกิจ” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว

ด้าน นายสุรทิน กล่าวว่า พรรคประชาธิปไตยใหม่มีมติยืนยันสนับสนุนท่านอนุทิน เป็นนายกมนตรี คนที่ 33 โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น มาหัวใจ 100%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคพลังประชารัฐที่ไม่แถลงร่วมด้วยนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา คาดว่ายังไม่ได้ข้อสรุปในการหารือ คงต้องรอแถลงในช่วงต่อไป

กกต.โดนอีกแล้ว! ลุงวัย 70 ควงไม้เทนนิสบุกปาปลาร้าใส่ บอกสมเป็นองค์กรเน่าเหม็น

กกต.โดนอีกแล้ว! ลุงวัย 70 ควงไม้เทนนิสบุกปาปลาร้าใส่ บอกสมเป็นองค์กรเน่าเหม็น

กกต.โดนอีกแล้ว! ลุงวัย 70 ควงไม้เทนนิสบุกปาปลาร้าใส่ บอกสมเป็นองค์กรเน่าเหม็น

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.10 น.

กกต.โดนปลาร้ารอบ 2 ลุงวัย 70 พร้อมไม้เทนนิส อ้างสุดทนเลือกตั้ง นับคะแนนวุ่นวาย กำเงิน 100 บาท ซื้อปลาร้าปาส่งกลิ่นคลุ้งทั่วบริเวณ บอก’สมเป็นองค์กรเน่าเหม็น’ ซัด ‘แสวง บุญมี’ พึ่งพาไม่ได้ก็ลาออกไป ด้าน ‘สนธิญา’ รอดกลิ่นปลาร้าหวุดหวิด ระหว่างรอยื่นกกต.ค้านเปิดนับคะแนนใหม่ จี้พรรคการเมืองอย่าหลบหลังม็อบ ก่อนเจอลุงบุกเถียงข้อกฎหมาย   

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อคัดค้านไม่ให้มีการนับคะแนนใหม่ที่เขต 1 จ.ชลบุรี และทั่วประเทศโดยระบุว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. 2561 มาตรา 140 กำหนดเงื่อนไขที่จะนับคะแนนได้ว่า 1. ต้องเป็นผู้มีสิทธิในเขตเลือกตั้งนั้นๆ 2. เป็นบุคคลที่สมัครสส.ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ 3. พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ซึ่งถ้าไม่มี 3 เงื่อนไขดังกล่าว ทางกกต.ก็ไม่ควรเปิดนับคะแนนใหม่ 

ประเด็นที่ 2 ขอให้ กกต.ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งหมด ต่อรัฐธรรมนูญ และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.  ประเด็นที่ 3 ในส่วนของพรรคการเมืองถ้าจะเรียกร้อง ขอให้แสดงตนที่ชัดเจนถึงจุดประสงค์ของการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วง หรืออะไรที่ทำให้สถานการณ์แพร่กระจายไปทั่วประเทศ และทำให้เกิดความล่าช้า ความไม่สงบเรียบร้อยกับการเลือกตั้ง ซึ่งตนไม่ได้มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น แม้กระทั่งเขตที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนก็ไม่ได้ไปร้องให้มีการนับใหม่ เพราะถือว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งหมดของพี่น้องประชาชนคนไทย 52 ล้านคนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

นายสนธิญา กล่าวว่า ขอให้กกต.วินิจฉัยกรณีเขต 1 ชลบุรี โดยยึดหลักกฎหมาย อย่าเกรงกลัวว่าจะมีการชุมนุม ตนยินดีข้างกกต.ถ้ากระทำการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตนไม่สนว่าใครจะมองตนอย่างไร เพราะตนไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้ แต่ตนมีส่วนได้เสียกับประเทศชาติ ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม

เมื่อถามถึงความคาดหวังในการประชุมของกกต.วันนี้ นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่คาดหวัง แต่ตนไม่สนับสนุนให้มีการนับคะแนนใหม่ ที่จังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดอื่นๆ ถ้าไม่เป็นไปตามกระบวนการตามพ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.กำหนด ส่วนกรณีกระทำการของบุคคลที่อ้างว่า ตัวเองไม่รุ้กฎหมาย ก็ต้องบอกว่า กฎหมายอาญาไม่ให้สิทธิว่าคุณทำผิดแล้วจะมาบอกว่าไม่รุ้กฎหมาย ไม่ได้ แล้วทำให้ตัวเองติดคุก หรือทำให้คนเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี เข้าใจว่า ปัญญาชนทั้งหมด ที่ชลบุรีก็เป็นปัญญาชนที่รู้กฎหมาย แต่เมื่อกระทำการสิ่งเหล่านั้น ก็ต้องรับสิ่งที่ตัวเองกระทำ  เพื่อความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง อย่าลืมว่าเรามีหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วย ถ้าเกิดความไม่สงบ และมีการนับใหม่ งบประ มาณ 8,700 ล้านบาท เราจะเอาจากไหน จะทำอย่างไร

“ยืนยันว่า การมายื่นเรื่องวันนี้ ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ไม่ได่อยู่ข้างพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง และไม่ได้ดีใจที่ในเหตุการณ์เหล่านั้นมีคนถูกจับ ถูกดำเนินคดี แต่ประเทศไทยต้องเดินและอยู่บนพื้นฐานกระบวนการกฎหมาย” นายสนธิญา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้มีชายสูงวัยคนหนึ่งที่อ้างว่า จะมายื่นหนังสือต่อกกต.ได้ตะโกนถามนายสนธิญา ว่า เงื่อนไขอของการนับคะแนนใหม่เป็นอย่างไร ซึ่งนายสนธิญาก็ได้อธิบายเงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น ตามมาตรา 140 แต่ชายคนดังกล่าว ได้ยกกฎหมายมาตรา 136  กรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล เรื่องนี้ นายสนธิญาแย้งว่า มาตราดังกล่าวเป็นเรื่องของการซื้อเสียง ไม่ได้เกี่ยวกับการนับคะแนนที่ตนเองมาร้องคัดค้านในวันนี้ ซึ่งชายสูงวัยคนดังกล่าว ก็ตอบกลับว่า ที่ประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ก็เพราะว่ามีการนับคะแนนที่ไม่สุจริต และเอกสารต่างๆ เราก็ไม่แน่ใจว่ามีการวางทิ้งไว้ แล้วใครจะไปเขียนใหม่ก็ได้ ถูกต้องตรงกันหรือไม่ ซึ่งนายสนธิญาก็ย้ำว่า เรื่องนี้ถ้าจะร้องก็ร้องได้ โดยท่านสามารถใช้สิทธิของท่านไปทั้งนี้ทั้ง 2 คนมีการอธิบายข้อกฎหมายกันไปใน จนชายสูงวัยชวนให้นายสนธิญาเข้าไปยื่นหนังสือพร้อมกัน แต่นายสนธญาปฏิเสธ และให้ชายคนดังกล่าวไปยื่นหนังสือก่อน ระหว่างนั้นนายสนธิญายืนรออยู่ด้านนอก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายสนธิญา ให้สัมภาษณ์ ระหว่างรอเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. ปรากฏว่า มีเสียงดังปังขึ้นมา ตรงจุดที่นายสนธิญา เคยยืนสัมภาษณ์ สร้างความแตกตื่นเมื่อหันกลับไปดู พบว่า มีชายสูงอายุสวมชุดกีฬาสีขาวถือไม้เทนนิส ปาถุงปลาร้าใส่กำแพง กกต. แตกกระจายไปตามพื้นและเพดาน กลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมตัว ออกไป จากการตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายเทวา  ศรีตะวัน อดีตโค๊ชเทนนิส ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมาปาปลาร้าแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 20 เดือนก.ค.2566 ระบุว่า เพราะจัดการเลือกตั้งได้สกปรก ถ้าสิ่งที่ตนทำผิดกฎหมายก็ขอให้แจ้งข้อกล่าวหามา

ทั้งนี้นายเทวา กล่าวว่า ที่ทำอย่างนี้ เพราะเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ได้ติดตามข่าวในโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกทนไม่ไหว เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็มีปัญหาบัตรเขย่ง มาครั้งก็เกิดปัญหาอีก กกต.ควรจะเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ทำไมกลับทำให้เน่าเหม็น ไหนก็เน่าเหม็นแล้ว จึงได้นำเงินที่มีอยู่ 100 บาทไปซื้อ ปลาร้าที่ตลาดมาปาใส่ กกต. จริงๆ อยากจะปาในสำนักงาน กกต. แต่กลัวว่าจะเปอะเปื้อนคนอื่น จึงมาปาตรงนี้

เมื่อถามว่า กกต.จะสั่งนับคะแนนใหม่ นายเทวา กล่าวว่า ถ้าทำให้โปร่งใส ก็ไม่ต้องนับใหม่ แต่นี่จังหวัดนั้นโผล่ จังหวัดนี้โผล่ ประชาชนเขามีตา  ตาเป็นสับปรด โตขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาบอกแล้ว เพราะหากนับคะแนนใหม่ก็ต้องเสียงบประมาณไปอีก

เมื่อถามต่อว่ามีอะไรจะฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายเทวา กล่าวว่า ลาออกได้ก็ลาออกไปเลย พึ่งพาไม่ได้ก็อย่ามาเป็น 

เมื่อถามว่าทำแบบนี้รู้ผลที่จะได้รับใช่หรือไม่    นายเทวา กล่าวว่า ไม่เป็นไร  ลุงพร้อมอยู่แล้ว  คราวที่แล้วก็โดยปรับ  ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังให้มาทำ ลุงมาเอง  ลุงอยู่ปากเกร็ดก็เดินมา กกต.  เดี่ยวจะอายุ 70 แล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวไป สน.ทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่อาคารก็ได้มาทำความสะอาด

สำหรับนายเทวา เคยนำถุงปลาร้ามาปาที่ กกต.ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่  20 ก.ค. 2566 โดยปาที่หน้าห้องรับเรื่องร้องเรียน ทำให้สำนักงาน กกต.ต้องปิดประตูฝั่งทางเข้าห้องรับเรื่องร้องเรียน และกำหนดให้เข้าประตูหน้าเพียงประตูเดียว  เพื่อที่จะได้คัดกรองคนได้  แต่ปรากฎว่านายเทวา ก็ยังเข้ามาภายในอาคารได้

ทุบสถิติ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล กวาด 6 หมื่น สส.คะแนนสูงสุดในประเทศ

ทุบสถิติ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล กวาด 6 หมื่น สส.คะแนนสูงสุดในประเทศ

ทุบสถิติ จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล กวาด 6 หมื่น สส.คะแนนสูงสุดในประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.04 น.

‘จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล’ ทุบสถิติ New High! คว้า 6 หมื่นคะแนน สูงสุดในประเทศ ล้มแชมป์ด้วยพลัง “ทำเพื่อประชาชนเป็นหลัก”

กลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดในการเลือกตั้ง 2569 เมื่อผลคะแนน (อย่างไม่เป็นทางการ) ระบุว่า จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล จากพรรคภูมิใจไทย เขต 3 จังหวัดเพชรบุรี สามารถกวาดคะแนนศรัทธาไปได้ถล่มทลายถึง 67,129 คะแนน ขึ้นแท่น สส. ที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้ง “สูงที่สุดในประเทศไทย” ในรอบนี้

เบื้องหลังคะแนนหลักหมื่นไม่ใช่โชคช่วย แต่มาจาก “ใจ” ที่ซื้อใจคนเพชรบุรีได้อยู่หมัด โดยเฉพาะวลีเด็ดที่กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล “ผมขอทำเพื่อประชาชนเป็นหลัก” ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์วิวาทะดุเดือดระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบการสร้างโรงงานในพื้นที่ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับข้าราชการระดับสูงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวบ้าน จนได้ใจมวลชนไปเต็ม ๆ

จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านลาด (ฐานเสียงแน่นปึ๊ก) ส่วนสถิติลงพื้นที่ในสมัยที่ผ่านมา ลงพื้นที่ด้วยตัวเองมากกว่า 6,000 งาน ชาวบ้านมีปัญหาโทรหาถึงที่ แก้ไขทันทีแบบถึงลูกถึงคน

จ.อ.อภิชาติ เผยความรู้สึกว่าคะแนนกว่า 7 หมื่นนี้คือเสียงสะท้อนจากการทำงานหนักตลอด 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา และยืนยันว่าถึงแม้คะแนนจะสูงขึ้น แต่วิธีการทำงานจะยังคงเรียบง่ายและเข้าถึงได้เหมือนเดิม

“การได้รับความไว้วางใจขนาดนี้ ทำให้ผมต้องทำงานหนักขึ้น แต่การเข้าถึงชาวบ้านจะยังเหมือนเดิม ใครโทรมาผมไปหาทันที แก้ไขปัญหาให้ทันที”

สำหรับการทำงานในอนาคต จ.อ.อภิชาติ เตรียมผนึกกำลังกับ สส. พรรคภูมิใจไทยที่กวาดเก้าอี้ได้ยกจังหวัดทั้ง 3 เขต เพื่อขับเคลื่อนเพชรบุรีเป็นหนึ่งเดียว โดยมุ่งเน้นที่ “การท่องเที่ยว” เป็นธงนำ เนื่องจากเพชรบุรีมีศักยภาพครบทั้ง ภูเขา ทะเล และน้ำตก หากดึงนักท่องเที่ยวได้ เศรษฐกิจทั้งจังหวัดจะโตแบบก้าวกระโดด