กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “CHUD THAI KNOWLEDGE, CRAFTSMANSHIP AND PRACTICES OF THE THAI NATIONAL COSTUME” ระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2569 ณ Hyokeikan, Tokyo National Museum กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างองค์ความรู้ “ชุดไทย” สู่เวทีโลก
ด้านการป้องกันทุจริต รมว.ศธ. ระบุว่า กระทรวงฯ ดำเนินมาตรการ e-Bidding นโยบาย No Gift และศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริต ควบคู่การบูรณาการหลักสูตรต้านทุจริตร่วมกับ ป.ป.ช. ส่วนฝ่ายจีนได้แบ่งปันประสบการณ์การใช้ AI และ Big Data ตรวจสอบงบประมาณเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล
วิทยาลัยดุสิตธานี จับมือ Avocados Australiaลงนาม MoUส่งเสริมความร่วมมือด้านอาหารและนวัตกรรมอาหาร พร้อมเปิดเวทีแข่งขันเมนูอะโวคาโด คัดตัวแทนสู่เวทีนานาชาติที่มาเลเซีย วิทยาลัยดุสิตธานี ได้ร่วมกับ Avocados Australia จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมอาหาร โดยมี ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี และ พิชยา นรนิติผดุงการ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาคอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนวิทยาลัยร่วมลงนามกับผู้แทนจาก Avocados Australia ได้แก่ Mr. Brad Rodgers, Director for Western Australia และ Mr. KC Liew, General Manager Southeast Asia ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายพาโบล คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย มาร่วมเป็นสักขีพยาน
เนื้อหาในบันทึกความเข้าใจระหว่างวิทยาลัยดุสิตธานีและ Avocados Australia นั้น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านอาหาร การพัฒนาเทคโนโลยีอาหาร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ อันจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาและบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต
ภายในวันเดียวกันนั้นเอง วิทยาลัยดุสิตธานียังได้รับการสนับสนุนจาก Avocados Australia ให้จัดการแข่งขัน Australian Fruits Culinary Competition 2026 ซึ่งเป็นการแข่งขันทำอาหารภายในเพื่อเฟ้นหานักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติ ณ ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2569
ด้าน Mr. Brad Rodgers, Director for Western Australia at Avocados Australia แสดงทัศนะว่า การศึกษาด้านศิลปะการประกอบอาหารมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาตลาด โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้จะเติบโตเป็นเชฟ ผู้สอน และผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหาร ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดเมนูในอนาคตและมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคที่ได้สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบประเภทต่างๆ “ความร่วมมือระหว่าง Avocados Australia และวิทยาลัยดุสิตธานีในครั้งนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าอะโวคาโดจากออสเตรเลียได้รับการตอบรับและถูกนำไปใช้ในประเทศไทยอย่างไร นอกจากนี้ เรายังหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาและคณาจารย์ของวิทยาลัยดุสิตธานีได้เข้าถึงองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรม ผลผลิตคุณภาพจากออสเตรเลีย และโอกาสในการสร้างความร่วมมือในอนาคต”
เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานของแบรนด์กับมหานครนิวยอร์ก แคมเปญนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการนำการตัดเย็บและงานฝีมือแบบอังกฤษมาสู่สหรัฐอเมริกา เพื่อตอบสนองผู้ที่ต้องเผชิญกับจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของนิวยอร์กในแต่ละวัน ผ่านเรื่องราวของตัวละครที่เดินทางไปตามย่านต่างๆ ของเมือง โดยมีถนนสายคุ้นตาเป็นฉากหลัง ถ่ายทอดผ่านมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของ Paul Smith
หัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้ คือ ความชื่นชอบของเซอร์พอลที่มีต่อเครื่องแบบในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสวมใส่ด้วยตัวเองมาโดยตลอด เขาจึงนำเอาดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์จากช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 มาตีความใหม่ โดยนำกลิ่นอายแห่งความทรงจำจากยุคนั้นมาผสานเข้ากับมุมมองที่นุ่มนวลและร่วมสมัยยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ เสื้อผ้าเทเลอริ่งที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย คุ้นเคย และเข้ากับยุคสมัย โดยคงไว้ด้วยงานฝีมืออันประณีต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดตัวตนของ Paul Smith มาตั้งแต่ต้น
ภาพถ่ายในแคมเปญนี้ถูกถ่ายโดย Samuel Bradley ขณะที่วิดีโอถูกกำกับทำโดย Cameron Turnbull ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของนิวยอร์กได้อย่างชัดเจน ผ่านการผสมผสานระหว่างแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองกับช่วงเวลาอันเงียบสงบ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอารมณ์ขัน ในฉากประกอบด้วยสิ่งของหลากหลายและเหนือความคาดหมาย ตั้งแต่แอปเปิลขนาดใหญ่ โทรศัพท์วินเทจ ไปจนถึงภาพวาดโบราณ ล้วนสะท้อนความงดงามของสิ่งของธรรมดาในชีวิตประจำวัน พร้อมเติมกลิ่นอายของ British wit หรืออารมณ์ขันแบบอังกฤษในแบบขี้เล่นให้กับมุมต่าง ๆ ของเมือง
คอลเลกชันนี้ออกแบบโดย Ben Schofield เน้นสไตล์การแต่งตัวที่ดูสบายๆ และเป็นธรรมชาติ โดยตัดเย็บเสื้อผ้าที่ผสมผสานความเนี๊ยบและความประณีตของงานตัดเย็บสูทหรือผสานเข้ากับความสบาย ผ่อนคลาย และความหลวมที่ใส่สบาย จับคู่กับเนื้อผ้าที่มีมิติและงานไหมพรมถักสัมผัสนุ่ม เสริมด้วยการใช้ผ้า Harris Tweed และผ้า Donegal เพื่อสะท้อนถึงประณีตและมรดกตกทอดแห่งวงการแฟชั่นอังกฤษอย่างเด่นชัดตลอดฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวนี้แคมเปญนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งบทของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Paul Smith และมหานครนิวยอร์ก โดยเปิดตัวพร้อมการเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่บน Madison Avenue ในเดือนตุลาคมนี้
พบกับคอลเลกชัน Autumn/Winter 2026 ได้ที่ช็อป Paul Smith ทุกสาขา ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ รวมถึง Online Store ทุกแพลตฟอร์ม