สวยเก่งครบเครื่อง เกรซ กาญจน์เกล้า คว้าใบประกาศฯ เวชศาสตร์วิถีชีวิต

สวยเก่งครบเครื่อง เกรซ กาญจน์เกล้า คว้าใบประกาศฯ เวชศาสตร์วิถีชีวิต

สวยเก่งครบเครื่อง เกรซ กาญจน์เกล้า คว้าใบประกาศฯ เวชศาสตร์วิถีชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสาวสวยมากความสามารถของวงการบันเทิงที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองจริงๆ สำหรับนางเอกสาวผิวออร่า “เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ที่ล่าสุดทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม หลังจากเจ้าตัวเรียนจบหลักสูตรพิเศษด้านสุขภาพ

โดยสาวเกรซได้โพสต์ภาพลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@gracekanklao) เผยให้เห็นภาพที่เธอกำลังถือใบประกาศนียบัตรสีม่วงด้วยรอยยิ้มสดใสและภาคภูมิใจ พร้อมระบุข้อความว่า

“ไปซุ่มเรียน Lifestyle Medicine for Good Health and Well-being by กรมอนามัย สสส KALM มา จบคอร์สแล้วจ้า…เย้!! เรียกดิฉันว่า Coach Grace ได้เล่อะ! ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเงิน”

นอกจากนี้ในภาพเธอยังเขียนแคปชั่นน่ารักๆ เพิ่มเติมอีกว่า “จบไปอีกใบ! อีกก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของเรา อิ้” และ “โปรดเรียกดิฉันว่า ‘โค้ช กกก’ ” ซึ่งหลักสูตรที่เธอจบนั้นเป็นความร่วมมือของหน่วยงานด้านสุขภาพชั้นนำอย่าง กรมอนามัย, สสส. และ KALM ที่เน้นเรื่องเวชศาสตร์วิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงเข้ามาร่วมคอมเมนต์ชื่นชมในความเก่งกันเป็นจำนวนมาก

บอสณวัฒน์ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ตั้งคำถาม เศรษฐีนีคนไหน ควัก 6.5 แสน ช่วย โย คืนเงิน หนิง ปัทมา

บอสณวัฒน์ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ตั้งคำถาม เศรษฐีนีคนไหน ควัก 6.5 แสน ช่วย โย คืนเงิน หนิง ปัทมา

บอสณวัฒน์ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ตั้งคำถาม เศรษฐีนีคนไหน ควัก 6.5 แสน ช่วย โย คืนเงิน หนิง ปัทมา

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

จากมหากาพย์ดราม่าสะเทือนมงกุฎ เมื่อ “หนิง-ปัทมา” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ส่งทนายแจ้งความจับ “นายโย” อดีตหัวหน้าวงดนตรีและคนรักเก่า ในข้อหาแบล็กเมล์ รีดทรัพย์ และขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม ล่าสุดประเด็นนี้ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อตัวพ่อแห่งวงการนางงามอย่าง “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลแบบแซ่บซีด!

“อยากรู้เศรษฐีนีคนไหน รีบให้เงินโย 650,000 บาทมาคืนหนิงแบบรวดเร็ว หลังขบวนการล่มไม่เป็นท่า”

การออกมาเปิดประเด็นของ ‘บอสณวัฒน์’ในครั้งนี้ สอดคล้องกับเบาะแสก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า นายโยได้ทำการโอนเงินคืนให้หนิงเป็นจำนวน 650,000 บาท ในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากกระแสสังคมเริ่มตีกลับ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนตื่นตัวคือ เงินก้อนนี้มาจากไหน? เพราะบอสใหญ่แห่งมิสแกรนด์ชี้เป้าชัดเจนว่า มี “เศรษฐีนี” ลึกลับอยู่เบื้องหลัง และทำกันเป็น “ขบวนการ” เพื่อหวังดิสเครดิตตัวนางงาม ซึ่งทางฝั่งหนิง ปัทมา และทีมงานมิสแกรนด์ ไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่ๆ โดยกำลังจี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อดูว่าใครคือ “เศรษฐีนี” ลึกลับตามที่บอสณวัฒน์เอ่ยถึง และมีจุดประสงค์อะไรในการสกัดขาหนิง ปัทมา ก่อนเดินทางไปประกวดเวทีระดับโลกอย่าง Miss Grand International 2026 ที่ประเทศอินเดียหรือไม่!งานนี้บอกเลยว่า ขบวนการล่มแถมกลิ่นดราม่าโชยแรงมาก ขาเผือกต้องปูเสื่อรอดูยาวๆ ว่า “เศรษฐีนี” ปริศนาคนนี้จะเป็นใคร!

หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ฯ 2026 แจ้งจับอดีตแฟน แฉพฤติกรรมแบล็กเมล์รีดเงินแสน ขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม

หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ฯ 2026 แจ้งจับอดีตแฟน แฉพฤติกรรมแบล็กเมล์รีดเงินแสน ขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม

หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ฯ 2026 แจ้งจับอดีตแฟน แฉพฤติกรรมแบล็กเมล์รีดเงินแสน ขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.40 น.

เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในวงการนางงามและบันเทิงทันที เมื่อ “หนิง-ปัทมา” เจ้าของตำแหน่ง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับ “นายโย” (อายุ 43 ปี) อดีตหัวหน้าวงดนตรีปัทมาแบนด์ และอดีตคนเคยสนิท ในข้อหาหนัก ทั้งกรรโชกทรัพย์, รีดเอาทรัพย์, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ PDPA หลังจากถูกข่มขู่คุกคามและรีดไถเงินรวมกว่าครึ่งล้าน!

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่หนิงได้ชักชวนนายโยเข้ามาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรี จากนั้นได้ทดลองคบหาดูใจกันในช่วงสั้นๆ ประมาณ 1 ปีกว่า จนกระทั่งปลายปี 2567 หนิงได้ตัดสินใจบอกเลิกเนื่องจากทัศนคติไม่ตรงกัน

ทว่าเรื่องราวไม่จบลงแค่นั้น ฝั่งอดีตคนรักไม่ยอมมูฟออน เริ่มมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง โดยขู่ว่าจะนำภาพถ่ายคู่ในอดีต ภาพความลับ รวมถึง “ภาพใบหน้าก่อนทำศัลยกรรม” ไปโพสต์ประจานต่อหน้าแฟนคลับกว่า 4 ล้านคน เพื่อทำลายชื่อเสียงและตำแหน่งมิสแกรนด์ฯ ด้วยความหวาดกลัว หนิงจึงยอมโอนเงินให้หลายครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 670,000 บาท (โดยครั้งล่าสุดยอมหอบเงินสดไปให้ถึง 300,000 บาท)ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นเมื่อหนิงปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท ทำให้นายโยเดินหน้าแฉด้วยการโพสต์รูปคู่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 พร้อมอ้างว่าคบหากันมานานถึง 4 ปี

ทางด้าน ‘หนิง’ ยืนยันหนักแน่นว่า “ข้อมูลคบ 4 ปีเป็นความเท็จทั้งหมด” ส่วนรูปคู่นั้นเกิดจากการจัดฉากเข้ามาประชิดตัวตอนที่เธอไปหาดจอมเทียน พัทยา เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.อุดมสุข ในวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมาแง่คิดทางกฎหมาย  มีรายงานว่าช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย. นายโยเกิดความกลัวและได้โอนเงินคืนให้หนิงรวม 650,000 บาท แต่ในทางกฎหมายถือว่า “ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์สำเร็จไปแล้ว” การคืนเงินภายหลังไม่สามารถลบล้างความผิดอาญาแผ่นดินได้

นอกจากนี้  ‘หนิง’ยังสั่งเดินหน้าจี้ตำรวจให้ขยายผลเส้นทางการเงิน ว่าใครเป็นท่อน้ำเลี้ยงหนุนหลังเงิน 650,000 บาทนี้ รวมถึงตรวจสอบว่ามีขบวนการจงใจสร้างเรื่องดิสเครดิตเธอก่อนเดินทางไปประกวด Miss Grand International 2026 ที่ประเทศอินเดียหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง ฝั่งเพื่อนสนิทและคนในวงการดนตรีของนายโย ต่างประสานเสียงออกโรงป้อง ยืนยันว่า “อาจารย์โย” ที่พวกตนรู้จักมา 20 ปี เป็นคนดี มีพระคุณ ไม่เคยเกาะกระแสหรือเอาเปรียบใคร พร้อมโพสต์ข้อความลึกลับชวนคิดว่า อย่าให้ต้องย้อนอดีตว่าใครเป็นคนสร้างวงจนมีชื่อเสียง แต่สุดท้ายกลับโดนแทงข้างหลัง

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยแชทหลุดที่เพื่อนทักไปถามถึงประเด็นข่มขู่เงิน 3 แสน ซึ่งนายโยตอบกลับสั้นๆ เพียงว่า “ไม่ใช่กูแน่นอน 55″

บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? ฝั่งไหนคือความจริงที่แท้จริง คงต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมและหลักฐานทางตำรวจเป็นผู้พิสูจน์ ส่วนขาเผือกทั้งหลาย คอมเมนต์กันอย่างมีสติ เพราะคดีนี้ทนายเขาเอาจริง!

บุ๋ม ปนัดดา ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

บุ๋ม ปนัดดา ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

บุ๋ม ปนัดดา ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.17 น.

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ประจำปี 2569 ในช่วงบ่ายวันนี้ยังคงหลั่งไหลไปด้วยผู้คนและเหล่าคนดังที่ทยอยเดินทางมาทำหน้าที่พลเมืองอย่างต่อเนื่องล่าสุด พิธีกรและนักแสดงมากความสามารถ ดีกรีดอกเตอร์และประธานองค์กรทำดี อย่าง ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม ปนัดดา) ก็ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งตามที่มีรายชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้มีการอัปเดตภาพบรรยากาศขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งภาพดังกล่าวเผยให้เห็น บุ๋ม ปนัดดา ในลุคเรียบหรูดูแพงด้วยเสื้อซีทรูลูกไม้สีดำ กำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กล้องพร้อมใช้นิ้วชี้ไปยังรายชื่อของตัวเองบนบอร์ด “ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะเดินเข้าคูหาไปหย่อนบัตรลงคะแนนพร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้ระบุข้อความสั้น ๆ ถึงแฟนเพจว่า “มาใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้วนะคะ”

การออกมาใช้สิทธิ์ของ บุ๋ม ปนัดดา ในวันนี้ นอกจากจะเป็นการทำหน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงสำคัญในฐานะคนสาธารณะที่ช่วยเชิญชวนและกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเมืองหลวงในครั้งนี้

คึกคัก! ทัพดารา-คนดังตบเท้าเข้าคูหา ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ประจำปี 2569

คึกคัก! ทัพดารา-คนดังตบเท้าเข้าคูหา ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ประจำปี 2569

คึกคัก! ทัพดารา-คนดังตบเท้าเข้าคูหา ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ประจำปี 2569

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.36 น.

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีประชาชนทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงกันอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเหล่าคนบันเทิงและคนดังในแวดวงสื่อมวลชนที่ต่างทำหน้าที่พลเมืองดี ร่วมโพสต์ภาพเชิญชวนคนกรุงให้ออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างพร้อมเพรียง

สรยุทธ นำทีมรณรงค์ขั้นตอนลงคะแนน เริ่มต้นที่ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้โพสต์ภาพขณะหย่อนบัตรลงคะแนนลงหีบรับบัตร พร้อมระบุข้อความแนะนำขั้นตอนการเลือกตั้งอย่างชัดเจนว่า “ไปเลือกตั้งกันครับ เลือกผู้ว่าฯ บัตรสีเขียว , เลือก สก.บัตรสีชมพู” เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไม่สับสนในขั้นตอนการลงคะแนน

เหล่าซุปตาร์-นักแสดงร่วมใจทำหน้าที่พลเมือง ทางด้านนางเอกตลอดกาลและผู้จัดละครชื่อดัง แอน ทองประสม ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 18 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง พร้อมเช็คอินภาพในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูคู่กับป้ายประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง พร้อมติดแฮชแท็ก ⁠#เลือกตั้งผู้ว่ากทม2569⁠

ขณะที่พระเอกหนุ่มฮอต นนกุล (ชานน สันตินธรกุล) ก็ได้โพสต์ภาพรอยยิ้มสดใสในชุดแจ็กเก็ตยีนส์หลังเข้าคูหา พร้อมเขียนข้อความสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “อย่าลืมมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันนะครับ เลือกตั้งผู้ว่ากทม”

นอกจากนี้ยังมีอดีตนางเอกสาวรักษ์โลก เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ที่เดินทางไปใช้สิทธิ์ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 22 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม พร้อมแชร์แง่คิดดี ๆ ผ่านแคปชันว่า “1 เสียงของเราอาจดูเล็ก แต่เมื่อรวมกันก็เป็นพลังที่กำหนดทิศทางของเมืองที่เราอยากเห็นนะคะ”

คนบันเทิงรุ่นใหญ่ตบเท้าร่วมกระบวนการประชาธิปไตย ไม่เพียงแค่นักแสดงรุ่นใหม่เท่านั้น นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง แม่ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ก็ได้โชว์บัตรประชาชนหน้าคูหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมระบุว่า “ทำหน้าที่พลเมืองดีเรียบร้อยแล้วจ้า”

ทางด้านศิลปินหนุ่ม เจ-เจตริน วรรธนะสิน ก็ได้เดินทางไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา พร้อมแคปชันว่า “จัดไปตามท้องเรื่องแห่งประชาธิปไตย”

ด้าน “บุ๋ม ปนัดดา” ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้มีการอัปเดตภาพบรรยากาศขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งภาพดังกล่าวเผยให้เห็น บุ๋ม ปนัดดา ในลุคเรียบหรูดูแพงด้วยเสื้อซีทรูลูกไม้สีดำ กำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กล้องพร้อมใช้นิ้วชี้ไปยังรายชื่อของตัวเองบนบอร์ด “ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะเดินเข้าคูหาไปหย่อนบัตรลงคะแนน พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้ระบุข้อความสั้น ๆ ถึงแฟนเพจว่า “มาใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้วนะคะ”

รวมถึงคู่แฝดใจบุญฝันดี ได้โพส ลงในเพจ ฝันดี – ฝันเด่น จรรยาธนากร ที่ได้ถ่ายภาพเซลฟี่หน้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อรายงานตัวกับแฟน ๆ ว่า “ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย #ผู้ว่ากรุงเทพ #เลือกตั้ง” การออกมาใช้สิทธิ์ของเหล่าคนดังในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยรณรงค์และกระตุ้นให้คนเมืองหลวงตื่นตัวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางไปตรวจสอบรายชื่อและใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้ตามหน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่ออยู่จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้

เสก โลโซ ควงคู่ กานต์ วิภากร ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ย้ำ 1 สิทธิ์ 1 เสียงร่วมกำหนดอนาคตเมือง

เสก โลโซ ควงคู่ กานต์ วิภากร ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ย้ำ 1 สิทธิ์ 1 เสียงร่วมกำหนดอนาคตเมือง

เสก โลโซ ควงคู่ กานต์ วิภากร ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ย้ำ 1 สิทธิ์ 1 เสียงร่วมกำหนดอนาคตเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.32 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจและสีสันสำคัญในวันเลือกตั้ง เมื่อร็อกเกอร์สตาร์ระดับตำนานของเมืองไทยอย่าง “เสก โลโซ” (เสกสรรค์ ศุขพิมาย) ได้ควงคู่ภรรยา “กานต์ วิภากร” เดินทางออกไปทำหน้าที่พลเมืองดี ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ SEK LOSO ได้มีการโพสต์ภาพคู่เผยให้เห็นโมเมนต์สุดชื่นมื่น โดย เสกสวมแว่นตากันแดดและเสื้อโปโลสีดำ ยืนเคียงข้างภรรยากานต์ที่โชว์บัตรประชาชนพร้อมรอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นหลักฐานในการมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้

นอกจากนี้ ทางเพจยังได้ระบุข้อความเพื่อรณรงค์และเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคักว่า “วันนี้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 25691 สิทธิ์ 1 เสียง คือหน้าที่ของพลเมืองไทยที่ดี ร่วมกันกำหนดอนาคตของเมืองด้วยพลังของประชาชน”

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญจากคนบันเทิงที่มาร่วมทำหน้าที่ขับเคลื่อนประชาธิปไตย และเน้นย้ำให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของทุกคะแนนเสียงในการร่วมกันพัฒนาและเปลี่ยนผ่านกรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้น

ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน

ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน

ไรเดอร์ขอโทษ ยอมลบคลิป ณเดชน์ หลัง ผจก.เตือน แอบอัดคลิปเห็นเส้นทางถึงบ้าน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.54 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 จากกรณี  ไรเดอร์ ได้โพสต์คลิป ขณะที่พระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ“ ได้ใช้บริการ ขณะขี่รถไปส่งที่บ้าน โดยที่ ”ณเดชน์“ ไม่ทราบว่าถูกบันทึกภาพอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าไรเดอร์ ถึงความไม่เหมาะสม

ต่อมา  ผู้จัดการส่วนตัวของณเดชน์ ห่วงความไม่ปลอดภัย จึงเข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวว่า “สวัสดีค่ะ พี่เป็นผู้จัดการณเดชน์นะคะ พี่จะรบกวนขอให้น้องลบคลิปนี้หน่อยนะคะ พอดีน้องณเดชน์ไม่ได้ทราบว่ามีการบันทึกวิดิโอตลอดเส้นทาง และเส้นทางที่บันทึกเห็นไปจนถึงบ้านน้องเลยค่ะ เลยดูไม่เหมาะสมและไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ค่ะ โอกาสหน้าถ้าเจอน้องอีกจะถ่ายรูป ถ่ายวิดิโอเล็ก ๆ น้อย ๆ บอกน้องก่อนได้เลยค่ะ แต่คลิปนี้น้องไม่รู้ตัวและเห็นเส้นทางกลับบ้านตลอดทางเลย พี่รบกวนน้องลบให้หน่อยนะคะ ขอบคุณที่รักณเดชน์นะคะ”

ล่าสุด เฟซบุ๊กส่วนตัวของไรเดอร์รายดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงระบุว่า ขออนุญาตมาชี้แจงประเด็นเรื่องของพี่ณเดชน์นะครับ ทางเราได้ขอโทษทางพี่เขา ได้ลบคลิปไปแล้วครับ ส่วนเรื่องเพจอื่นๆที่เอาไปลงเห็นหน้าผมผมไม่อนุญาตให้ลงนะครับกรุณาลบคลิปหรือรูปด้วยนะครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้จัดการ ณเดชน์ วอนไรเดอร์ลบคลิปส่งถึงที่บ้าน หวั่นเรื่องความปลอดภัย

ผู้จัดการ ณเดชน์ วอนไรเดอร์ลบคลิปส่งถึงที่บ้าน หวั่นเรื่องความปลอดภัย

ผู้จัดการ ณเดชน์ วอนไรเดอร์ลบคลิปส่งถึงที่บ้าน  หวั่นเรื่องความปลอดภัย

ผู้จัดการ ณเดชน์ วอนไรเดอร์ลบคลิปส่งถึงที่บ้าน หวั่นเรื่องความปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.45 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์  เมื่อ ไรเดอร์ ได้โพสต์คลิป ขณะที่พระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ“ ได้ใช้บริการ ขณะขี่รถไปส่งที่บ้าน โดยที่ ”ณเดชน์“ ไม่ทราบว่าถูกบันทึกภาพอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าไรเดอร์ ถึงความไม่เหมาะสม

โดยคลิปดังกล่าวได้บันทึกภาพตลอดเส้นทางการเดินทางของนักแสดงหนุ่ม ซึ่งทางผู้จัดการได้ส่งข้อความชี้แจงกับไรเดอร์ด้วยความสุภาพ  จากนั้นไม่นาน ผู้จัดการ พระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ“ ได้ออกมาส่งข้อความถึงไรเดอร์รายหนึ่ง เพื่อขอความร่วมมือให้ลบคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถที่นำมาเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย

ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ต้องขอความร่วมมือในการลบคลิป ระบุว่า ตัวของณเดชน์ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการบันทึกวิดีโอตลอดการเดินทาง รวมทั้งในคลิปมีการเผยให้เห็นเส้นทางอย่างละเอียดไปจนถึงบริเวณหน้าบ้านพัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของตัวนักแสดงในระยะยาว โดยระบุว่า “สวัสดีค่ะ พี่เป็นผู้จัดการณเดชน์นะคะ พี่จะรบกวน ขอให้น้องลบคลิปนี้หน่อยนะคะ พอดีน้องณเดชน์ไม่ได้ทราบว่ามีการบันทึกวิดีโอตลอดเส้นทาง และ เส้นทางที่บันทึกเห็นไปจนถึงบ้านน้องเลยค่ะ เลยดูไม่เหมาะสมและไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ค่ะ โอกาสหน้าถ้าเจอน้องอีกจะถ่ายรูป ถ่ายวิดิโอเล็กๆน้อยๆ บอกน้องก่อนได้เลยค่ะ แต่คลิปนี้น้องไม่รู้ตัวและเห็นเส้นทางกลับบ้านตลอดทางเลย พี่รบกวนน้องลบให้หน่อยนะคะ ขอบคุณที่รักณเดชน์นะคะ“

ต่อมาทางด้านช่องของไรเดอร์ได้ทำการลบคลิปเป็นที่เรียบร้อย

ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยงานวิจัยไทย ‘กรมการแพทย์แผนไทยฯ-ศิลปากร’ คว้าถ้วยพระราชทานในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยงานวิจัยไทย 'กรมการแพทย์แผนไทยฯ-ศิลปากร' คว้าถ้วยพระราชทานในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยงานวิจัยไทย ‘กรมการแพทย์แผนไทยฯ-ศิลปากร’ คว้าถ้วยพระราชทานในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.54 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล Platinum Award จะได้รับ ถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลและเกียรติบัตร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ได้รับรางวัลเข้าร่วม ณ เวที Highlight Stage ห้อง บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การจัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ครั้งนี้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมีการมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีความโดดเด่นด้านการจัดแสดงและนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเผยแพร่องค์ความรู้ พร้อมยกระดับมาตรฐานการสื่อสารผลงานวิจัยสู่สาธารณชนและการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศร่วมจัดแสดงมากกว่า 1,000 ผลงาน ครอบคลุมหลากหลายสาขา และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างมาก

ในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 ได้มีการประกาศผลและมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น โดยสถาบันที่พิชิตรางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จากผลงาน “การยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากระท่อมไทยตามมาตรฐาน Thailand Kratom GACP เพื่อรองรับระบบบริการบำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร”

และ “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทย เพื่อบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในระบบบริการสาธารณสุข” และ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน “นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา

รางวัล Gold Award จำนวน 4 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ได้แก่ ผลงาน “การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมยางพาราไทยด้วยโมเดล BCG: นวัตกรรมสารจุ่มเต้านมโคฐานชีวภาพและการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผลงาน “การจัดการพื้นที่วัฒนธรรมเพื่อยกระดับตลาดวัฒนธรรมชุมชน บ้านไม้ริมคลองเจดีย์บูชา (หน้าวัดพระงาม) จังหวัดนครปฐม” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผลงาน “การยกระดับและขยายผลเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในพื้นพื้นที่ภาคใต้” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผลงาน “ดาวเทียมคิวบ์แซท (KNACKSAT)” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Silver Award จำนวน 6 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ผลงาน “ย่านยาวโมเดล: นวัตกรรมสังคมยกระดับขมิ้นชันภาคใต้สร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจฐานราก BCG”  จาก มหาวิทยาลัยทักษิณ ผลงาน “ไหมมัดหมี่ : ศาสตร์แห่งศิลป์” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ผลงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพอิฐมอญด้วยสารเติมแต่งแบเรียมซัลเฟตและไทเทเนียมไดออกไซต์สำหรับกำแพงป้องกันรังสีงสีเอกซ์” จาก สถาบันพระบรมราชชนก ผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล: การเปลี่ยนผ่านวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพระดับสูง ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลงาน “ลูมอส: ชุดตรวจวัดสารกำจัดศัตรูพืชปนเปื้อนแบบพกพาเพื่ออาหารปลอดภัย” จาก สถาบันวิทยสิริเมธี  ผลงาน “ระบบความเค็มอัจฉริยะทะเลสาบสงขลา” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

นอกจากนี้ยังมีรางวัลประเภท Bronze Award จำนวน 8 รางวัล มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรมการข้าว กรมอนามัย  สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา และสภากาชาดไทย รางวัลประเภทถ้วยรางวัลจากผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  สถาบันวิจัยแสงชินโครตรอน (องค์การมหาชน)

และ รางวัลชมเชย มีสถาบันได้รับใบรางวัลและเกียรติบัตรจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ราชภัฏสุราษฎร์ธานี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สำนักงานกิจการยุติธรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กรมปศุสัตว์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ผลงานวิจัยดังกล่าวสามารถพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากอัตลักษณ์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล อันสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ผลการตัดสินรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ตอกย้ำบทบาทของ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ” ในฐานะเวทีสำคัญของประเทศที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ วช. ขอแสดงความยินดีกับทุกหน่วยงานและนักวิจัยที่ได้รับรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award โดยเชื่อมั่นว่ารางวัลดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ พร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์องค์ความรู้สู่การพัฒนาประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ค้นพบข้อมูลใหม่โบราณคดี แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี

ค้นพบข้อมูลใหม่โบราณคดี แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี

ค้นพบข้อมูลใหม่โบราณคดี แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.42 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่พระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนครคีรี  อำเภอเมืองเพชรบุรี  นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานแถลงข่าว การค้นพบข้อมูลใหม่แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี และมอบเงินชดเชยผลอาสิน ให้แก่ นางคนางค์ และนายเจน เพชรสุด เจ้าของพื้นที่ โดยมี นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินนันท์ สส.เพชรบุรี เขต 1 นายอำเภอเมืองเพชรบุรี นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี 

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสํานักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เริ่มดําเนินงานขุดค้น แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และชุดศึกษาหลักฐานทาง โบราณคดีจากตําแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อําเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งผลการขุดค้นในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึก พร้อมทั้งพบภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตําแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง เมื่อดําเนินการขุดลึกลงไปพบชิ้นส่วนกลองมโหระทึก อีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดินและเริ่มปรากฏหลักฐานสําคัญ คือ โครงกระดูกมนุษย์ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการวางภาชนะสําริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบ เครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคํา และกําไลทองคํา ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก สะท้อนให้เห็นถึงความสําคัญ ของบุคคลผู้ถูกฝังและความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก นักโบราณคดีได้ดําเนินการขุดค้นอย่างละเอียคเพื่อศึกษารูปแบบการฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนกระทั่งพบโครงกระดูกเพิ่มเติม มีการสวมโลหะสำริด ลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป อีกทั้งยังพบกลุ่ม โบราณวัตถุสําคัญ เช่น เครื่องประดับทองคํา แหวนทองคํา ลูกปัดทองคํา จี้ทองคํา ต่างหูทองคํา ภาชนะดินเผาขนาดเล็ก ภาชนะสำริด และลูกปัดจํานวนมาก การดําเนินงานจนถึงปัจจุบันพบโครงกระดูกมนุษย์ รวม 9 โครง โครงกระดูกที่พบล่าสุดสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี มีโลหะสำริด รูปร่างคล้ายฆ้องสำริดวางอยู่บนบริเวณลำตัว พบกลองมโหระทึกเพิ่มเติมอีก 4 ใบรวมเป็น 6 ใบ ซึ่งจะดําเนินการขุดแต่งกลองเพื่อศึกษา ลักษณะและลวดลายบนลําตัวของกลอง ตลอดจนศึกษาแบบแผนของการฝังศพและรูปแบบการวางของอุทิศให้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังพบก้อนดินเผาไฟจํานวนมาก กรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้อง ประเภทวัว/ควาย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์โดยพบทั้งกรามบนและกรามล่างอยู่ในบริเวณใกล้กัน ถือเป็นหลักฐานสําคัญที่แสดงถึงการฝังสัตว์ร่วมในพิธีกรรมการฝังศพและพบร่วมกับวัตถุอุทิศ แสดงถึงความสำคัญของสัตว์เหล่านั้น อาจเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน หรือมีความสําคัญในแง่อื่น ๆ ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไป

หลังจากนี้ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม จะเข้าบันทึกหลักฐานโครงกระดูก และหลุมขุดค้นด้วยเทคนิค 3D Scan อีกครั้ง ก่อนจะทำการเก็บโครงกระดูก และโบราณวัตถุขึ้นจากหลุมในเดือน กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยทีมนักโบราณคดี จากสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี และสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของกรมศิลปากร และนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ และนำส่งไปยังกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อทำการอนุรักษ์ จากนั้นจะทำการเคลียร์หลุมขุดค้นเพื่อคืบสู่สภาพเดิม ก่อนส่งมอบพื้นที่ให้กับเจ้าของที่นาได้ใช้ประกอบอาชีพต่อไป ทั้งนี้ ได้จัดส่งตัวอย่างถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ทีประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะทราบผลค่าอายุที่แน่นอนประมาณ 3 เดือน “จากการคำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคคีคอนยายทอง เป็นแหล่ง ฝังศพทีมีความสำคัญอย่างยิ่งในเขิงวิชาการ สะท้อนถึงรูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อเละสถานะทางสังคมของชุมชน ในอดีต และยังคงมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในด้านโบราณคดี มานุษยวิทยาและ ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาค” นายพนมบุตร กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขุดพบสุสานบุคคลชั้นสูง อายุกว่า 1,500 ปี สวมกำไลทองคำ ฝังรวมกับกลองมโหระทึก

สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เผยข้อมูลการขุดค้น พบกลองมโหระทึกใบแรกของเพชรบุรี