สรรเพชญ ลงพื้นที่เทพา-จะนะ รับฟังข้อร้องเรียนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ปัญหาคลองตูหยง-คลองสะกอม

สรรเพชญ ลงพื้นที่เทพา-จะนะ รับฟังข้อร้องเรียนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ปัญหาคลองตูหยง-คลองสะกอม

สรรเพชญ ลงพื้นที่เทพา-จะนะ รับฟังข้อร้องเรียนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ปัญหาคลองตูหยง-คลองสะกอม

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.11 น.

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่เทพา–จะนะ รับฟังข้อร้องเรียนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เร่งแก้ปัญหาคลองตูหยง–คลองสะกอม ฟื้นเส้นทางสัญจรทางน้ำช่วยชาวประมงพื้นบ้าน

27 มิถุนายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอเทพาและอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา นายมะนาวี มะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามปัญหาและรับฟังข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ในโอกาสนี้ นายสรรเพชญได้เป็นประธานเปิดงานการกุศลมัสยิดบ้านที่อ้อย ณ โรงเรียนบ้านกระอาน โดยมีณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา นายวิเชียร เพ็งหนู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยปลิง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการมัสยิด และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม พร้อมใช้โอกาสดังกล่าวพบปะและรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลองตูหยง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำสำคัญของชาวประมงพื้นบ้าน หลังได้รับข้อร้องเรียนว่าปัจจุบันคลองมีสภาพตื้นเขิน มีตะกอนสะสม ตลิ่งทรุดตัว และมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้เรือประมงไม่สามารถเข้า-ออกทะเลได้สะดวก ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ประชาชนได้สะท้อนว่า สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบของสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนในร่องน้ำจนคลองมีความตื้นเขินมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อจำกัดของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตอุทยานและเขตห้ามล่าสัตว์ ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ของประชาชนที่ประกอบอาชีพประมง นายสรรเพชญได้รับเรื่องไว้ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานและหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ภายใต้กรอบของกฎหมายและคำนึงถึงการประกอบอาชีพของประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ต่อมาได้ลงพื้นที่คลองสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสภาพพื้นที่และรับฟังข้อเสนอจากประชาชน ซึ่งได้สะท้อนความต้องการให้เร่งขุดเปิดทางออกคลองสู่ทะเล เนื่องจากปัจจุบันร่องน้ำเกิดการตื้นเขินอย่างมาก จากการทับถมของตะกอนภายหลังสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือประมงเข้า-ออกได้ยาก กระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้าน

ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน เนื่องจากพื้นที่เกี่ยวข้องกับหลายภารกิจ ทั้งคลองที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นที่ทางน้ำในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงต้องร่วมกันกำหนดแนวทางการขุดลอกร่องน้ำ เปิดทางน้ำใหม่ และแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยนายสรรเพชญได้รับข้อร้องเรียนไว้ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ปัญหาที่ได้รับฟังในวันนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและปากท้องของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้กรมเจ้าท่าเร่งสำรวจข้อเท็จจริง ศึกษาแนวทางขุดลอกร่องน้ำ แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรทางน้ำได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

รมช.มท. ยันบุกจับ ปลัดภูเก็ต ไม่ใช่ยัดคดีปิดปากแชตฉาว ช่วยน้ำเงินด้วย

รมช.มท. ยันบุกจับ ปลัดภูเก็ต ไม่ใช่ยัดคดีปิดปากแชตฉาว ช่วยน้ำเงินด้วย

รมช.มท. ยันบุกจับ ปลัดภูเก็ต ไม่ใช่ยัดคดีปิดปากแชตฉาว ช่วยน้ำเงินด้วย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.29 น.

“พลพีร์”ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ไม่ใช่ยัดคดีปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” ชี้เป็นเรื่องที่เกิดเป็นปีแล้ว วอนให้ความร่วมมือกระบวนการสอบ ดึงศักดิ์ศรี “มหาดไทย”กลับคืนมา บอกผู้บริหารอยู่บนหอคอย ต้องพึ่งคนในพื้นที่สะท้อนปัญหา

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 17.20 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องการรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น ของปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องผู้มีอิทธิพลและเรื่องส่วย ของจังหวัดภูเก็ต ตนคิดว่าเป็นเรื่องของกรมการปกครองที่ดำเนินการสอบสวนอยู่แล้ว แต่เหตุที่สอบช้าเพราะนายรุ่งเรืองใช้สิทธิ์ในการลาถึงสองครั้ง ครั้งละ 10 วัน ซึ่งเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ทั้งนี้การส่งข้าราชการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต้นสังกัด ไม่ได้แปลว่าเขาจะบริสุทธิ์หรือมีความผิด เพราะการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป แต่ในห้วงระยะเวลาที่นำตัวมาช่วยราชการ อาจจะเกินเวลาจึงต้องส่งกลับพื้นที่ก่อน โดยมีการสอบสวนตามเดิม ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในเร็ว ๆ นี้

เมื่อถามว่าในกรณีที่ตำรวจควบคุมตัวปลัดจังหวัดภูเก็ต จะต้องมีการประสานงานเพื่อนำตัวมาให้ข้อมูลในการสอบของกรมการปกครองหรือไม่ นายพลพีร์ ระบุว่า เรื่องส่วยที่ตำรวจออกหมายจับเป็นเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองจะต้องเรียกสอบอีกครั้งหนึ่งว่า มูลเหตุเป็นอย่างไร ดังนั้นปลัดจังหวัดภูเก็ตจึงมีสองคดีใหญ่ที่ต้องตอบสังคมและประชาชนให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าอธิบดีกรมการปกครอง มีหลักเกณฑ์ในการสอบอยู่แล้ว และคณะกรรมการสอบภายในของกรมการปกครอง มีความแม่นยำเรื่องข้อกฎหมายอยู่แล้ว

“จึงอยากขอปลัดจังหวัดภูเก็ตว่า เมื่อเราถูกหมายเรียกแล้วขอให้เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรมเถอะ เพราะกรมก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และตามจริงแล้วกระทรวงมหาดไทยก็เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการน้ำดี แต่ตราบใดที่เริ่มมีน้ำเสียเข้ามา บริการให้กับประชาชนก็เริ่มจะไม่ดี ศักยภาพบุคลากร ความคิด ความอ่าน ความรู้ ความสามารถจางหายเกินไป วันนี้ขอให้มาช่วยกันเอาศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา กระทรวง ถ้าเกิดว่าท่านรักกระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือกับท่านอธิบดีเถอะครับ ไม่ว่าจะสอบท่านเรื่องไหน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ผิดคือไม่ผิด”

ส่วนจะถูกมองว่าเป็นการยัดคดีให้ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อตัดตอนหลังออกมาแฉแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือไม่ นายพลพีร์ ยืนยันว่า เป็นการยัดคดีไม่ได้เลย เรื่องการสอบ เพราะการสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องปีนี้ แต่เป็นครั้งที่แล้วด้วย ฉะนั้น เป็นเรื่องที่ผูกพันกันมา แปลว่าท่านรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ และไม่ได้ปฏิบัติตามเพื่อการป้องกันหรือไม่ หรือไม่ได้แจ้งมาที่กรมและผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ฉะนั้น คำถามพวกนี้ท่านต้องตอบให้ได้

“หากท่านเห็นของเสีย ควรรีบชำระ หรือบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้บริหารนั่งอยู่บนหอคอย มันไม่เห็นหรอก บางทีที่ลงไปเขาก็ไม่อยากคุยกับเรา ฉะนั้น คนในพื้นที่เป็นบุคคลที่สำคัญมาก ๆ ต่อกลไกการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงมหาดไทย”

ด่วน! ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

ด่วน!  ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

ด่วน! ปค. มีคำสั่งให้ ‘รุ่งเรือง’ ปลัดภูเก็ต ออกราชการไว้ก่อน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.07 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1899/2569 เรื่องให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา 

โดยเอกสารระบุว่า ด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร  ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ตำแหน่ง ปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับ ที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ให้กับผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อดำเนินการจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาฐาน “เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคคลใด และฐานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจ หรือได้จูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย หรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณ หรือ เป็นโทษแก่บุคคลใด” และต่อมาได้มีการนำตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งกองกำกับการ 6 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เป็นคดีอาญาที่ 8/2569 

กรณีเช่นนี้จึงถือว่านายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และโดยที่มีเหตุให้ออกจากราชการไว้ก่อนกล่าวคือ ตำแหน่งปลัดจังหวัดเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวย่อมต้องดำรงตนเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ การที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ โดยพนักงานอัยการมิได้รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และมิได้เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ นำมาซึ่งความไม่น่าเชื่อถือ ศรัทธา หรือความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่และจากหน่วยงานภายในบังคับบัญชาของกรมการปกครองที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปฏิบัติหน้าที่ และโดยที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร มีพฤติการณ์เกี่ยวกับ
การปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ถ้ายังคงให้อยู่ในหน้าที่ราชการต่อไปอาจเกิดการเสียหายแก่ราชการ 

กรณีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา นั้น พิจารณาเห็นว่าการดำเนินคดีจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว สมควรให้ผู้นี้ออกจากราชการไว้ก่อน

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 (5) และมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบข้อ 78 ข้อ 83 และข้อ 84 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 251/2565 เรื่อง การมอบหมายอำนาจ หน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2565 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 820/2568 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 14 มีนาคม 2568

จึงสั่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป

หากท่านประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป หรือยื่นคำร้องทุกข์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งนี้ ตามมาตรา 123 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 

ต่อมา นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นคำสั่งกรมการปกครอง ที่1898/2569 ลงวันที่ 27มิ.ย.2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต หลังปรากฏกรณีอันมีมูลว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จากพฤติการณ์ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้ ตามคำสั่งระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบจำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท พร้อมกล่าวอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบและการบรรจุเข้ารับราชการ

ต่อมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เป็นคดีอาญาที่ 8/2569 ส่งผลให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ออกหมายจับที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมตัวนายรุ่งเรือง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ กรมการปกครองได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำนวน 7 คน เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ก่อนเสนอสำนวนให้ผู้มีอำนาจพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

โดยหากการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดในประเด็นอื่น หรือพาดพิงถึงบุคคลอื่น คณะกรรมการสามารถขยายผลดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องได้

สำหรับคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานกรรมการ นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด และนายตรีรัตน์ หนูแก้วขวัญ เป็นกรรมการ นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ เป็นกรรมการ และเลขานุการ ขณะที่นายกิตติธัช พรพุทธพงศ์ และนางสาวฐิติมา แช่มช้อย ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อดำเนินการสอบสวนตามระเบียบ ก.พ. ก่อนเสนอสำนวนให้ผู้มีอำนาจพิจารณาต่อไป

สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน

สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน

สีหศักดิ์ เผย เยือน คาซัคสถาน ยกระดับความสัมพันธ์ การเมือง-เศรษฐกิจ-การค้าการลงทุน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.04 น.

“สีหศักดิ์”เผยผลเยือนคาซัคสถาน ยกระดับสัมพันธ์รอบด้าน จับมือพลังงาน-ดิจิทัล คาซัคสถานมองไทยเป็นประตูสู่อาเซียน

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 16.15 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานอย่างเป็นทางการว่า การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับคาซัคสถาน ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยได้นำคณะภาคเอกชนไทยกว่า 10 บริษัท เดินทางร่วมด้วย พร้อมจัดการสัมมนาธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศระหว่างการเยือนได้พบหารือกับประธานาธิบดี และรัฐมนตรีของคาซัคสถาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในหลายมิติ เนื่องจากคาซัคสถานถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียกลาง มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) ซึ่งไทยมีความสนใจผลักดันการจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศดังกล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า คาซัคสถานพร้อมสนับสนุนไทยในด้านความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพลังงานสำคัญ ขณะที่ไทยต้องการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ คาซัคสถานยังมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งไทยสนใจศึกษาความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อนำมาพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีภายในประเทศ

ทั้งนี้ คาซัคสถานมองว่าไทยเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน และต้องการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการร่วมลงทุนด้านการผลิตสินค้าอาหาร รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุนในธุรกิจโรงแรม และการพัฒนาบุคลากรด้านการบริการ ซึ่งคาซัคสถานมีความสนใจส่งบุคลากรมาอบรมและศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบริการของประเทศต่อไป

สโมสรโรตารีภาค3350 จัดพิธีสถาปนานายกสโมสรโรตารีและคณะกรรมการบริหารฯ ประจำปี 2569-2570

สโมสรโรตารีภาค3350 จัดพิธีสถาปนานายกสโมสรโรตารีและคณะกรรมการบริหารฯ ประจำปี 2569-2570

สโมสรโรตารีภาค3350 จัดพิธีสถาปนานายกสโมสรโรตารีและคณะกรรมการบริหารฯ ประจำปี 2569-2570

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

เมื่อเร็วๆนี้ สโมสรโรตารีภาค3350 ได้จัดให้มีพิธีสถาปนาตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี่ พร้อมคณะกรรมการบริหารจากสโมสรโรตารีสาขาต่างๆขึ้น โดยภายในงานมีสโมสรโรตารี เข้าร่วมงานจำนวน 59สโมสร

โดยมี นางศรีฟ้า ศิริอุดมเศรษฐ์ ผู้ว่าการภาค3350 โรตารีสากล ปี2569-2570 และนายธวัชชัย ฉัตรวิทยานนท์ ผู้ว่าการภาค3350 โรตารีสากล ปี2568-2569 ได้ร่วมกันเป็นประธานการมอบตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี วาระ ปี2569-2570 โดยในระหว่างพิธีสมาชิกภายในงานมีการร่วมกันกล่าวคำปฎิญาณตน พร้อมอุทิศตนในการบำเพ็ญประโยชน์ทำกิจกรรมเพื่องานสาธารณะกุศลในโอกาสต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติต่อไป

แขกผู้มีเกียรติร่วมกันแสดงความยินดีกับนายกสโมสรโรตารี พญาไทคนใหม่ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นอดีตนายกสโมสร และอดีตผู้บริหารสโมสรโรตารี หลายท่านมาร่วมแสดงความยินดี ดังมีรายนามดังนี้ คุณปริญญา พรประภา อดีตนายกสโมสรโรตารีกรุงธนบุรี , ดร.อ๊อด โพธิ์เงิน นายกสโมสรโรตารีพญาไท ปี 2566-2568 , ดร.อิทธิกร คงนุกูล นายกสโมสรโรตารีพญาไท ปี 2568-2569 และพี่น้องสมาชิกสโมสรโรตารีพญาไท และสมาชิกต่างสโมสร ซึ่งท่านเหล่านี้ได้ให้เกียรติมอบช่อดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีให้แก่ นาวาอากาศโทหญิงจุฑาทิพย์ บุญยฤทธิ์ เนื่องในวาระที่ได้รับตำแหน่งนายกสโมสรโรตารี พญาไท ปี2569-2570 ในวันนี้

ประวัติสโมสรโรตารีพญาไท เป็นหนึ่งในสโมสรสมาชิกของ โรตารีสากล (ภายใต้ภาค3350) ที่เกิดจากการรวมตัวของผู้นำธุรกิจและวิชาชีพเพื่อร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สโมสรโรตารีพญาไท ดูแลพื้นที่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ในอดีตสโมสรแห่งนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งกับพื้นที่พญาไท เนื่องจากสถานที่สำคัญในย่านนี้ เช่น วังพญาไท สถานที่นี้เคยเป็นจุดกำเนิดการก่อตั้งสโมสรโรตารีกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดสโมสรโรตารีแห่งแรกในประเทศไทยซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2473

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อ 2-3 วันก่อน ได้ไปธุระที่อำเภอเมือง พระนครศรีอยุธยา แล้วได้แวะเข้าไปที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร แต่เนื่องจากไปถึงวัดในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งพระอุโบสถได้ถูกปิดไปแล้ว ก็จึงกราบนมัสการหลวงพ่อโต ซำปอกง หรือพระพุทธไตรรัตนนายก อยู่ภายนอกพระอุโบสถ แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปข้างพระอุโบสถบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อจะไปไหว้ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก แต่ก็ปรากฏว่าประตูศาลปิดแล้วเช่นกัน ก็จึงกราบไหว้อยู่นอกตัวศาล แต่ทว่าข้างศาลของเจ้าแม่มีศาลเจ้าจีน มีทวยเทพต่าง ๆ หรือเซียนประดิษฐานอยู่หลายองค์ จึงเข้าไปกราบรูปบูชาของทวยเทพเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับประวัติของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก มีต่าง ๆ นานาหลายหลากมากมาย เช่นว่า เจ้าแม่คือพระธิดาของพระเจ้ากรุงจีน ที่พระบิดาพระราชทานพระนางให้อภิเสกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง แห่งกรุงอโยธยา โดยพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงส่งขบวนเรือสำเภาไปรับพระนางสร้อยดอกหมากถึงกรุงจีน เมื่อขบวนเรือแล่นมาถึงเขตของกรุงอโยธยา พระนางเห็นเพียงเหล่าอำมาตย์และขุนนางไปรอรับเสด็จที่ท่าเรือ แต่ไม่ทรงเห็นพระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงน้อยพระทัย ไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ แต่เหตุที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ทรงไปรับพระนาง เพราะว่าทรงตระเตรียมการรับพระนางอยู่ในพระราชวัง ดังนั้น พระนางจึงทรงตัดพ้อว่าเหตุใดไม่เสด็จไปทรงรับ ฝ่ายพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงได้ทราบเรื่อง ก็จึงทรงสัพยอกว่า เมื่อไม่ทรงอยากขึ้นจากเรือ ก็จงอยู่ที่นั่นต่อไปเถอะ ครั้นพระนางทรงทราบเรื่องก็น้อยพระทัยหนักเข้าไปอีก แล้วทรงกลั้นลมหายใจจนสิ้นพระชนม์บนเรือ นี่คือเรื่องเล่าสืบต่อกันมากระแสหนึ่ง แต่ยังมีกระแสอื่น ๆ อีกด้วย โดยจะกล่าวไปถึงเมืองขอมเขมรกับพระเจ้ากรุงจีน แต่ทว่าขออนุญาตยังไม่กล่าวถึงเรื่องตามกระแสอื่นในวันนี้

สำหรับผู้ที่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ก็มักไปกราบไหว้บนบานศาลกล่าว ขอให้เจ้าแม่ช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง เช่น ขอให้มีลูกสืบสกุล ขอให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก (แต่ก็น่าสงสัยว่า ทำไมจึงไปขอเจ้าแม่ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก) ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จจากการบนบานแล้ว ก็จะไปแก้บนด้วยการถวายสร้อยไข่มุก เครื่องสำอาง และนำสิงโตไปเชิดถวายเพื่อเป็นเครื่องสังเวย

ส่วนศาลเจ้าข้างศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาย เป็นที่รวมของเหล่าทวยเทพเทวาของจีน หรือเซียน อาทิ ปุ๊กุ้ยฮุก หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ หรือพระอ้วน (คนมักเข้าใจผิดเรียกว่าพระสังกัจจายน์) พระโพธิสัตย์กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเฮ่งเจีย ไตฮงโจวซือ ซิยิ่นกุ้ย เป็นต้น อันที่จริงยังมีทวยเทพในศาลเจ้าอีกมากมาย ซึ่งเทพแต่ละองค์ก็จะทรงมีพระอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ กันไป และสามารถทรงเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาได้เป็นอย่างดี 

แต่คนโบราณบอกกล่าวเล่ากันต่อ ๆ มาว่า การจะไปกราบไหว้บนบานขอให้ทวยเทพทรงให้ความช่วยเหลือเรานั้น ก่อนอื่นเราก็ต้องทำตัวและทำใจให้บริสุทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก ต้องรักษาศีลให้เคร่งครัด ต้องมั่นคงในหลักธรรม และต้องมานะอุตสาหะก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเราตั้งใจมั่นและทำความดีแล้ว เมื่อเราไปขอให้ทวยเทพช่วยเหลือ ก็จะได้รับความเมตตาจากเหล่าทวยเทพ

หากคุณสนใจจะร่วมท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขนบประเพณีชาติพันธุ์ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ เที่ยวแบบละมุมละไม ไม่เร่งรีบ ไม่ร้อนรน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า โทรฯ 091 7233615

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เนื้อเน่า รู้เร็วรักษาทัน” สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ – อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline – SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ค้นหาเร็ว ส่งต่อทัน เกิดเครือข่าย 26 โรงพยาบาล – รพ.สต. กว่า 300 แห่ง ลดความล่าช้าในการเข้าถึงการรักษา เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย สู่ระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งทั้งจังหวัด

เมื่อเร็วนี้ๆ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม อ.เดชอุดม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเจริญ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลแม่ข่าย ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการเข้าถึงบริการ โดยเริ่มจากการค้นหาและคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ก่อนส่งต่อเข้าสู่โรงพยาบาลชุมชน เพื่อประเมินอาการตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแล (Clinical Practice Guideline for Necrotizing Fasciitis: CPG-NF)  เชื่อมต่อผ่านระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า (Smart Surveillance and Management for Necrotizing Fasciitis – SMART-NF) ไปยังโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤตจะส่งกลับมาดูแลต่อเนื่องใกล้บ้าน เกิดเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัด ครอบคลุมโรงพยาบาล 26 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกว่า 300 แห่ง โดยมี รพ.สต. และ อสม. ร่วมติดตามอาการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้

รศ.ดร.สุภาพร ใจการุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มรภ.อบ. หัวหน้าโครงการฯ เผยว่า จ.อุบลฯเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาโรคเนื้อเน่าอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคเนื้อเน่าสูงที่สุดในเขตสุขภาพที่ 10 โดยในช่วงปี 2555-2564 พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจาก 533 ราย เป็น 806 รายต่อปี ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 165 ราย เป็น 392 ราย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าในการรับรู้ การวินิจฉัย และการเข้าสู่ระบบการรักษา

“จากปัญหาดังกล่าวคณะวิจัยจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยทั้งจังหวัด โดยมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.พัฒนาการคัดกรองในชุมชน ผ่านการสร้าง Community Guideline และเสริมศักยภาพ อสม. รพ.สต. และโรงพยาบาลชุมชน ให้สามารถค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงได้เร็วขึ้น 2.พัฒนาระบบ SMART NF เพื่อสนับสนุนการคัดกรอง การแจ้งเตือน และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ ช่วยให้การประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วยทำได้รวดเร็วขึ้น 3.พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้มาตรฐานเดียวกันในการวินิจฉัย ส่งต่อ และรักษาผู้ป่วย ลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย” รศ.ดร.สุภาพร กล่าว

นางกรรณิกา ตันติศิรินทร์ รอง นายก อบจ.อุบลฯ กล่าวว่า จากความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาควิชาการ หน่วยบริการสุขภาพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้เกิดระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับชุมชน รพสต. โรงพยาบาลชุมชน ไปจนถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษา ทำให้การค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง การวินิจฉัย และการส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย อบจ.อุบลฯพร้อมสนับสนุนการขยายผลการดำเนินงานและการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายสมศรี วงศ์คำเหลา ผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า ชาว ต.นาเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เดิมคิดว่าเป็นเพียงแผลถลอกเล็กน้อยจากการเดินสะดุดไม้ จึงใช้วิธีรักษาตามความเชื่อพื้นบ้านด้วยการประคบร้อนและทาปูนขาวบริเวณบาดแผล แต่หลังจากนั้นอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แผลบวมแดง ลุกลาม และมีอาการปวดมาก อสม. หมู่บ้านจึงประสานส่งต่อไปยัง รพ.สต. นาเจริญ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม พบว่ามีภาวะติดเชื้อรุนแรงและสงสัยโรคเนื้อเน่า ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเร่งด่วน ทำให้ได้รับการผ่าตัดและดูแลอย่างทันท่วงที จนสามารถควบคุมการลุกลามของโรคได้

“อยากขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทุกคนที่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากเข้ารับการรักษาช้ากว่านี้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงมากกว่านี้ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ตระหนักว่าโรคเนื้อเน่าสามารถเกิดขึ้นได้จากบาดแผลเล็กๆ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง ปวดมาก หรืออาการลุกลามอย่างรวดเร็ว ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างทันท่วงที เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นายสมศรี กล่าว

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.40 น.

27 มิถุนายน 2569 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand Startup Ecosystem Update 2026” ภายในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) โดยเปิดเผยว่า ระบบนิเวศสตาร์ตอัปของประเทศไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก โดยอยู่ในอันดับ 49 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเวียดนาม อีกทั้ง NIA ยังประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการลงทุน” (The Year of Investment) เพื่อเร่งสร้างสตาร์ตอัปศักยภาพสูงและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน

ดร.กริชผกา กล่าวว่า บรรยากาศตลอดการจัดงาน SITE 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนวัตกรรมและสตาร์ตอัประดับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก โดยในช่วงปีที่ผ่านมา มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่สตาร์ตอัปกว่า 300 บริษัท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) เทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) เทคโนโลยีสุขภาพและการแพทย์ (MedTech/HealthTech) และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม (ClimateTech) รวมถึง AI และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

“ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้น 4 อันดับในดัชนีระบบนิเวศสตาร์ตอัปโลก มาอยู่ที่อันดับ 49 และเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเวียดนาม” ดร.กริชผกา กล่าว

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองหลักของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย โดยอยู่ในอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับ 76 ของโลก ขยับขึ้น 5 อันดับจากปีก่อน และครองอันดับ 1 ของภูมิภาคด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีการแพทย์ รวมถึงอันดับ 2 ด้านเทคโนโลยีการเกษตร สะท้อนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางสตาร์ตอัป เทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยยังเริ่มขยายตัวสู่เมืองสำคัญทั่วประเทศ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา นครปฐม ปทุมธานี และสมุทรปราการ สะท้อนการเติบโตที่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองหลวง

ดร.กริชผกา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นแล้ว 4 ราย และเชื่อมั่นว่า ยูนิคอร์นรายที่ 5 ของประเทศจะเกิดจากธุรกิจด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก

พร้อมกันนี้ NIA ได้ประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการลงทุน” (The Year of Investment) โดยภาครัฐจะปรับบทบาทจากการสนับสนุนเงินแบบให้เปล่า (Grant) ไปสู่การร่วมลงทุน (Co-investment) มากขึ้น ผ่านการจัดตั้งกองทุนในรูปแบบ Holding Company หรือ PE Trust เพื่อร่วมลงทุนกับกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) รวมทั้งมีนโยบายสนับสนุนการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน โดยให้เงินสนับสนุนสูงสุด 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล

“แม้ NIA จะมีบุคลากรเพียงร้อยกว่าคน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน และสนับสนุนให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง ออสเตรีย หรือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยให้แข็งแกร่ง และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ อย่างแท้จริง” ดร.กริชผกา กล่าว

‘Prowell’ เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน ‘SITE 2026’ กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

'Prowell' เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน 'SITE 2026' กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

‘Prowell’ เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน ‘SITE 2026’ กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

Prowell(โปรเวล) อาหารทดแทนมื้ออาหารสำหรับคนรักสุขภาพยุคใหม่! ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รับประทานแทนมื้ออาหารหลัก เพื่อคุมปริมาณแคลอรี่และน้ำหนัก โดยให้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ทั้งปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของแต่ละสภาวะร่างกาย ยึดหลักโภชนาการที่ถูกต้องสมดุลในการแก้ปัญหาสุขภาพ

นายเชาวลิต ธนสหวรคุณ กรรมการผู้จัดการ Prowell Products for Well Living ซึ่งนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตมาร่วมออกงานในงาน SITE 2026 (Startup & Innovation Thailand Expo 2026) จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ของ Prowell มีการพัฒนามาเกือบ 10 ปี ในการพัฒนาอาหารทดแทนมื้ออาหารสำหรับคนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแลคโตส ไม่มีกลูเตน ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้พัฒนาขึ้นมีทั้งอาหารสมดุลสำหรับผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สำหรับลดและควบคุมน้ำตาลในเลือด ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกาย กระตุ้นและเสริมภูมิคุ้มกัน ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกาย โปรตีนต่ำ โซเดี่ยมต่ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารเสริมหลากหลายสูตรทั้งในแบบเพิ่มพลังงาน เผาผลาญไขมัน อาหารเสริมสำหรับลดการอักเสบ ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มวิตามิน ทุกอย่างได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) อย่างถูกต้อง

“ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA คือ Prowell รุ่น Slim Wheel เป็นอาหารทางการแพทย์หรืออาหารทดแทนมื้ออาหารชนิดผงชงดื่ม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการดูแลและควบคุมน้ำหนักตามหลักโภชนาการ ให้สารอาหารครบถ้วน พลังงานต่ำ โปรตีนและไฟเบอร์สูง แต่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันต่ำ ปราศจากน้ำตาล แลคโตส และกลูเตน สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก มีปัญหาอ้วนลงพุง ผู้ป่วยเมตาโบลิกซินโดรม” นายเชาวลิต กล่าวและว่า

ผลิตภัณฑ์ของ Prowell สร้างขึ้นจากรากฐานความชำนาญและประสบการณ์อันยาวนานในด้านการนำเข้าวัตถุดิบสารอาหารคุณภาพสูงจากต่างประเทศ แต่มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิดแบรนด์ “Prowell” อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มต้นจากประสบการณ์จริงที่ล้ำค่าภายในครอบครัวของผู้ก่อตั้งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผู้สูงอายุในบ้านล้มป่วยหนักและมีภาวะทุพโภชนาการ ด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสารอาหารที่มีอยู่ เราจึงได้ริเริ่มงานวิจัยและพัฒนาอาหารทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement) สูตรเฉพาะเจาะจง เพื่อนำมาใช้ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุท่านนั้นโดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้รับคือปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ อาการป่วยที่เคยรุนแรงค่อย ๆ ทุเลาลง ร่างกายฟื้นฟูกลับมาแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น Prowell(โปรเวล) จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหารแทนมื้ออาหารทั่วไป แต่คือผลลัพธ์จากความรัก ความเชี่ยวชาญ และงานวิจัยที่สัมผัสผลลัพธ์ได้จริงเพื่อสุขภาพที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ติดต่อศูนย์โภชนโปรเวล โทร.085-059-7478

UNHCR สื่อสารความหมายของสันติภาพผ่านศิลปะและดนตรี เปิดตัว Home เวอร์ชันพิเศษ บอย โกสิยพงษ์

UNHCR สื่อสารความหมายของสันติภาพผ่านศิลปะและดนตรี เปิดตัว Home เวอร์ชันพิเศษ บอย โกสิยพงษ์

UNHCR สื่อสารความหมายของสันติภาพผ่านศิลปะและดนตรี เปิดตัว Home เวอร์ชันพิเศษ บอย โกสิยพงษ์

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

อบอุ่นหัวใจกันถ้วนหน้า! เมื่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จับมือกับเครือข่ายระดับโลก และเจ้าพ่อเพลงรักระดับตำนาน “บอย โกสิยพงษ์” เนรมิตห้างดังใจกลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความรักและความหวัง จัดงาน “นิทรรศการศิลปะนานาชาติ Mayors for Peace” และแคมเปญพิเศษเพื่อสันติภาพโลก โดย คุณบอย  โกสิยพงษ์ เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก เพื่อส่งเสริมสันติภาพผ่านพลังแห่งศิลปะและเสียงดนตรี ได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับประเทศ คณะทูตานุทูต นำโดยเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคนในแวดวงบันเทิงตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ ชั้น 2 โซน Sphere Gallery ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ที่ผ่านมา

นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ UNHCR ร่วมกับโครงการ Mayors for Peace เครือข่ายเมืองระดับโลกที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ จัดแสดงผลงานภายใต้หัวข้อ “สันติภาพหมายถึงอะไรสำหรับฉัน” (What Peace Means to Me) ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเคารพในความหลากหลาย มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 245 ชิ้น และได้รับการคัดเลือกจำนวน 68 ชิ้น เพื่อนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ โดยเป็นภาพวาดจากเด็กไทย เด็กผู้ลี้ภัย และเด็กชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการถ่ายทอดความหมายของ “สันติภาพ” ผ่านพลังแห่งศิลปะและดนตรี โดยมีบทเพลง “Home” ผลงานของเจ้าพ่อเพลงซึ้ง บอย โกสิยพงษ์ เป็นสื่อกลางสำคัญ พร้อมด้วย ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ และ ต้าร์ สักกพิช มากคุณ ผู้บริหารค่าย YUPP! ที่มาร่วมสร้างสรรค์สีสันทางดนตรี และชวนศิลปินจากหลากหลายเส้นทางชีวิตมาร่วมถ่ายทอดบทเพลง “Home” (บ้าน) ในเวอร์ชันพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

“ผมเชื่อว่าความรู้สึกของคำว่า “Home” เป็นภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจ ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน เติบโตมาอย่างไร หรือกำลังเผชิญกับอะไรในชีวิต ทุกคนต่างต้องการพื้นที่ที่อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความหวัง ผมหวังว่า เพลง “Home” จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ชวนให้เราหันมาดูแลโลกและดูแลกันและกันมากขึ้น” บอย โกสิยพงษ์ กล่าว

ด้าน แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “ในวันที่ผู้คนทั่วโลกยังคงถูกบังคับให้พลัดถิ่น สันติภาพจึงไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นรากฐานของความปลอดภัย ความหวัง และอนาคตที่ทุกคนสมควรได้รับ”

งานนี้ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและคนดังร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ กษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, โอม คณิน สแตนลีย์, ไบรอน บิชอพ, ซินดี้ สิรินยา บิชอพ, พัตเตอร์ ภูเบศ ประทุมรัตน์, ต้นเตย จิดาภา ผลโรจน์ปัญญา, กีต้าร์ สาริน ตั้งเจริญไพศาล, Flower.far รวมถึงสาวงามชื่อดังอย่าง น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ Miss International 2019 และ ปุยนุ่น วรางค์ศิริ ธนจรัสวรภัทร์ นางสาวไทย ระนอง 2025 ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

สำหรับ “นิทรรศการศิลปะนานาชาติ Mayors for Peace” เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชั้น 2 โซน Pop Up ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เพื่อร่วมสัมผัสความหมายของสันติภาพผ่านสายตาและจินตนาการของเด็ก ๆ พร้อมติดตามกิจกรรมแคมเปญ “Home” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ UNHCR ประเทศไทยต่อไป.

#UNHCRThailand #WithRefugees #WorldRefugeeDay #วันผู้ลี้ภัยโลก