‘พงศกร’ คัมแบ็ก ‘บ้านใหญ่อรรณนพพร’ เนเวอร์ดาย!

'พงศกร' คัมแบ็ก 'บ้านใหญ่อรรณนพพร' เนเวอร์ดาย!

‘พงศกร’ คัมแบ็ก ‘บ้านใหญ่อรรณนพพร’ เนเวอร์ดาย!

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.28 น.

‘พงศกร’ คัมแบ็ก ‘บ้านใหญ่อรรณนพพร’ เนเวอร์ดาย!

เมื่อ “ศุภมาส อิศรภักดี” ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เพื่อไปทำหน้าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มตัว โอกาสก็เปิดให้ “พงศกร อรรณนพพร” นักการเมืองลายคราม ประมุข “บ้านใหญ่อรรณนพพร” แห่ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 23 หวนกลับคืนสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เพื่อเติมเต็มโควตา สส. 19 คน ตามสัดส่วนของภูมิใจไทย

“พงศกร” พ่อค้าพืชไร่ รับเหมาก่อสร้าง และเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันใน อ.หนองสองห้อง ก้าวเท้าเข้าสู่ถนนการเมืองในปี 2539 สังกัดพรรคชาติพัฒนา และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยแรก

ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2544 “พงศกร” ย้ายสังกัดไปอยู่พรรคไทยรักไทย จนกระทั่งปี 2550 ได้ส่ง “ดวงแข อรรณนพพร” ภรรยา ลงสมัครรับเลือกตั้งแทนในสังกัดพรรคพลังประชาชน

ปี 2562 “ดวงแข” หลีกทางให้ลูกสาว “ข้าวฟ่าง-สรัสนันท์ อรรณนพพร” ลงเขต 8 และ “บัลลังค์ อรรณนพพร” น้องชายของพงศกร ลงสมัครเขต 10 ซึ่งได้รับเลือกตั้งทั้งคู่ ต่อมาในปี 2566 “สรัสนันท์” ลงสมัครเขต 8 อีกครั้งและได้รับเลือกตั้งเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดีว่าระยะหลังเมื่อ “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” คนสนิท “ทักษิณ ชินวัตร” พาครอบครัวเข้าสู่สนามการเมือง โดยมี “ป๋อม-ปรีชาพล พงษ์พานิช” เป็นหน้าฉาก ก็เกิดแรงเสียดทานกับ “บ้านใหญ่อรรณนพพร” เป็นระยะ การจัดคนลงสมัครเป็นไปด้วยความอิหลักอิเหลื่อ แม้ทางบ้านใหญ่อรรณนพพรจะได้แรงหนุนหลังจาก “เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” ก็ตาม

ดังนั้น ในการเลือกตั้งปี 2569 “พงศกร” จึงตัดสินใจยกครัวเข้าสังกัดพรรคสีน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” ที่คะแนนมาแรงในภาคอีสาน โดยส่ง “สรัสนันท์” ลงรักษาเก้าอี้ในเขต 9 (อ.พล, อ.แวงน้อย, อ.แวงใหญ่) และส่ง “ฟลุ๊ค-พชรกร อรรณนพพร” ลูกชาย ลงเขต 10 (อ.หนองสองห้อง, อ.เปือยน้อย, อ.โนนศิลา) ส่วนตัวพงศกรอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 23

ผลการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 “พชรกร” ได้รับเลือกตั้ง ส่วน “สรัสนันท์” พ่ายแพ้ให้แก่ “ณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง” จากพรรคเพื่อไทย ขณะที่สัดส่วนบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทยได้มา 19 ที่นั่ง ไม่เพียงพอให้พงศกรกลับเข้าสภาฯ ในตอนนั้น

กระนั้น หลังการจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” เสร็จสิ้น บรรดารัฐมนตรีที่เป็น สส. บัญชีรายชื่อ ทยอยยื่นหนังสือลาออกจาก สส. เพื่อไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเต็มตัว “พงศกร” จึงได้รับการเลื่อนลำดับขึ้นมาเป็น สส. อีกครั้ง

นอกจากเป็น สส. หลายสมัย ยังดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ:

2539 – 2540: ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

2540 – 2541: ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

2542 – 2543: ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

2542 – 2544: ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

2544: ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2547: ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

2548: ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

2551: รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2566 – 2567: ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม

2567: ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์

เส้นทางการเมืองของ “พงศกร” ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านพรรคการเมืองมาหลายพรรค ทั้งชาติพัฒนา, ไทยรักไทย, พลังประชาชน, เพื่อไทย, ไทยรักษาชาติ, รวมไทยสร้างชาติ และล่าสุดมาปักหลักอยู่กับภูมิใจไทย ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและเผชิญแรงเสียดทานมาหลายรอบ แต่ก็สามารถเกาะติดสนามการเมืองได้ทุกจังหวะ กล่าวได้ว่า “บ้านใหญ่อรรณนพพร” … เนเวอร์ดาย อย่างแท้จริง!

ขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย

นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.

นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.

นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.48 น.

นายกฯ ถึงนราธิวาส มทภ. 4 รอต้อนรับ หลังดรามาเดือด ก่อนมอบนโยบายที่ ศอ.บต.

เมื่อเวลา 09.28 น. วันที่ 17 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาให้การต้อนรับ โดยนายกฯ ได้ทักทาย และสวมกอด พล.ท.นรธิป อย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้นายบุญช่วย และพล.ท.นรธิป ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้กับนายกฯ ก่อนที่นายกฯ ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (ผบ.บก.อส.) จะเข้าตรวจแถวกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่มารักษาความปลอดภัยในการตรวจราชการของนายกฯ ครั้งนี้ จากนั้นนายกฯ และคณะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยัง ศอ.บต. เพื่อมอบนโยบายการแก้แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงาน 

ทภ.4 โต้ข่าวบิดเบือน! แจงภาพ มทภ.4 ลงพื้นที่สมุย ยันไร้ต่างชาติสั่งการข้าราชการไทย

ทภ.4 โต้ข่าวบิดเบือน! แจงภาพ มทภ.4 ลงพื้นที่สมุย ยันไร้ต่างชาติสั่งการข้าราชการไทย

ทภ.4 โต้ข่าวบิดเบือน! แจงภาพ มทภ.4 ลงพื้นที่สมุย ยันไร้ต่างชาติสั่งการข้าราชการไทย

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.37 น.

โฆษกกองทัพภาคที่ 4 แจงชัด มีการบิดเบือนการลงพื้นที่เกาะสมุยของ มทภ.4 “ยืนยัน” ไม่มีประเด็นให้ชาวต่างชาติมีบทบาทเหนือหน่วยงานรัฐ

โฆษกกองทัพภาคที่ 4 ชี้แจง กรณีปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์บางสำนัก เผยแพร่ข้อความบิดเบือนเกี่ยวกับการลงพื้นที่ของ แม่ทัพภาคที่ 4 ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุ “ให้ชาวอิสราเอลนั่งหัวโต๊ะสั่งการข้าราชการไทย” ซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 พลตรี ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นการตรวจเยี่ยม และติดตามผลการดำเนินงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการแก้ไขปัญหาบุคคลต่างด้าว ปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคง และภัยแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

ซึ่งการปฏิบัติในครั้งนี้ เป็นการรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องจากหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายและหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ

ในประเด็นที่มีการเผยแพร่ภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับการพบปะกลุ่มบุคคลชาวอิสราเอล นั้น โฆษกกองทัพภาคที่ 4 อธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นเพียงการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลทั่วไป พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือให้ช่วยดูแลการปฏิบัติตัวของชาวอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และประเพณีอันดีงามของไทย เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพียงเท่านั้น มิได้มีลักษณะเป็นการประชุมหรือสั่งการแต่อย่างใด อีกทั้งบุคคลในภาพดังกล่าว เป็นผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวอิสราเอลในพื้นที่ จึงเป็นลักษณะของการให้เกียรติตามความเหมาะสม เท่านั้น โดยมีการนั่งร่วมในลักษณะคู่สนทนา ไม่ได้เป็นการนั่งในฐานะประธานตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

กองทัพภาคที่ 4 ขอยืนยันว่า การดำเนินงานทุกภารกิจเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ยึดหลักความถูกต้อง และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และใช้วิจารณญาณในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

– 006

รัฐบาลเดินหน้าดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม สั่งการรวดเร็ว คุมสถานการณ์แม่แตงสำเร็จ

รัฐบาลเดินหน้าดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม สั่งการรวดเร็ว คุมสถานการณ์แม่แตงสำเร็จ

รัฐบาลเดินหน้าดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม สั่งการรวดเร็ว คุมสถานการณ์แม่แตงสำเร็จ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.13 น.

รัฐบาลเดินหน้าดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม สั่งการรวดเร็ว คุมสถานการณ์แม่แตงสำเร็จ แม้พื้นที่ป่าลึกเข้าถึงยาก 

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะระบบติดตามจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและสั่งการเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

กรณีล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับรายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) จำนวน 9 จุด เมื่อเวลา 01.43 น.

อย่างไรก็ตาม พื้นที่เกิดเหตุเป็น “ป่าลึก” การเข้าถึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเดินเท้าและวางแผนเข้าพื้นที่อย่างรอบคอบ ก่อนจะสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุและเริ่มปฏิบัติการดับไฟได้ในเวลา 13.10 น. และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จในเวลา 16.00 น. โดยพบว่าพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณได้รับความเสียหายรวมประมาณ 70 ไร่

จากการสั่งการอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รวม 24 นาย จากหลายหน่วย ได้แก่ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และชุดสายตรวจ ได้บูรณาการกำลังเข้าปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ แม้สภาพพื้นที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถ “เห็นก่อน-ไปถึงเร็ว-ควบคุมได้ไว” แม้ในพื้นที่ทุรกันดาร ช่วยลดความเสี่ยงการลุกลามของไฟป่าในวงกว้าง และเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการไฟป่าในปัจจุบัน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุของไฟป่าเกิดจากการเข้าไปเก็บหาของป่าในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพการทำงานภาคสนาม เพื่อให้การดับไฟป่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในพื้นที่เข้าถึงยาก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5” นางสาวลลิดา กล่าว

รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในทุกกรณี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง เพื่อร่วมกันลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทีมไทยแลนด์ ลุยเต็มสูบ! ชูการทูตเศรษฐกิจ เสริมความร่วมมือนานาชาติ

ทีมไทยแลนด์ ลุยเต็มสูบ! ชูการทูตเศรษฐกิจ เสริมความร่วมมือนานาชาติ

ทีมไทยแลนด์ ลุยเต็มสูบ! ชูการทูตเศรษฐกิจ เสริมความร่วมมือนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.02 น.

17 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นับแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้าภารกิจตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ด้านการทำงานทีมไทยแลนด์ ก็เป็นสิ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญอย่างมาก ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมกำชับให้ดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ และการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน

โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าเร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยคุณภาพดีจากรัสเซียในราคาที่เหมาะสม หลังจากได้เข้าพบกับ นายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และนายแมกซิม มาโควิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ในระหว่างการเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 โดยมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าเกษตร ซึ่งไทยสนใจนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากรัสเซียในปริมาณ 1 – 2 ล้านตันต่อปีในราคามิตรภาพ เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ พร้อมเสนอจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย – รัสเซีย เพื่อเร่งแก้ไขอุปสรรคทางการค้าและอำนวยความสะดวกการนำเข้า – ส่งออกให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยฝ่ายรัสเซียเห็นชอบและยืนยันความพร้อมในการส่งออกปุ๋ยให้ไทย ซึ่งจะทำให้ปริมาณปุ๋ยในประเทศเพียงพอ

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนรัฐสุลต่านโอมานอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ได้พบหารือกับ ซาลิม บิน นัสเซอร์ บิน ซะอีด อัล อูฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงด้านความมั่นคงของโอมาน เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์พลังงานในภูมิภาค และแนวทางเสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานรวมถึงการลงทุนด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยได้แสดงความสนใจในการจัดหาพลังงานเพิ่มเติมจากโอมาน ตลอดจนขอรับการสนับสนุนเพื่ออำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการกู้เรือมยุรี นารี

ประเสริฐ ตามนายกฯ ลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งสางปม รร.ปอเนาะ ยันมี สช.กำกับดูแลอยู่แล้ว

ประเสริฐ ตามนายกฯ ลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งสางปม รร.ปอเนาะ ยันมี สช.กำกับดูแลอยู่แล้ว

ประเสริฐ ตามนายกฯ ลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งสางปม รร.ปอเนาะ ยันมี สช.กำกับดูแลอยู่แล้ว

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

ประเสริฐ ยัน สช.กำกับดูแล รร.ปอเนาะอยู่แล้ว เผย วันนี้ร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หวังใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจ เล็งยกระดับการศึกษาในพื้นที่ 

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 17 เม.ย.2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวถึงกรณีสมาคมสมาพันธ์ รร.เอกชนภาคใต้ เรียกร้องย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กรณีกล่าวหา รร.ปอเนาะ – ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ว่า โรงเรียนปอเนาะ เป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนเกี่ยวกับศาสนา อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเดิมกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำกับดูแลอยู่แล้ว มีการตั้งคณะกรรมการร่วม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มีทั้งสช.ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ  ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนอยู่

อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร และเป็นการไปสร้างความเข้าใจกันระหว่างโรงเรียน ถือโอกาสที่ตนเพิ่งเข้าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไปดูว่ากระทรวงจะทำอะไรได้บ้าง ในการส่งเสริมการศึกษา การยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ส่วนโรงเรียนไม่พอใจฝ่ายความมั่นคง ต้องมีการพูดคุยกันด้วยหรือไม่  นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานกับจังหวัดมาโดยตลอด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจที่จะบริหารจัดการการศึกษาเอกชน ที่กระทรวงศึกษาธิการมีสช.ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ถ้าเกินกว่านั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบูรณาการ ในการดำเนินการแก้ไขในเรื่องต่างๆ  ซึ่งวันนี้ถือโอกาสจะไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง 

อนุทิน ลุยชายแดนใต้ ดูหน้างาน-รับฟังปัญหา ก่อนเคลียร์ดราม่าแม่ทัพภาค 4

อนุทิน ลุยชายแดนใต้ ดูหน้างาน-รับฟังปัญหา ก่อนเคลียร์ดราม่าแม่ทัพภาค 4

อนุทิน ลุยชายแดนใต้ ดูหน้างาน-รับฟังปัญหา ก่อนเคลียร์ดราม่าแม่ทัพภาค 4

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.23 น.

“อนุทิน”ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ดูหน้างาน-รับฟังปัญหา ก่อนเคลียร์ดราม่า”แม่ทัพภาค 4” ชี้ได้ข้อมูลมากกว่าอยู่กรุงเทพฯ

17 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 07.44 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกภายหลังแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า จริงๆ แล้วตนมีความตั้งใจที่จะลงไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว และมีหลายเรื่องเข้ามาก็เลยถือโอกาสลงไป เพื่อกํากับดูแลทุกอย่าง โดยตนจะไปดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่มีอยู่อย่างไรให้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่า เมื่อคืน (16 เม.ย.) มีเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ อ.ตากใบ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวขอลงไปดูหน้างาน วันนี้ก็มีรัฐมนตรีหลายท่าน รวมถึงกองทัพที่ร่วมคณะลงไปด้วย

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะถือโอกาสเคลียร์ดราม่าในพื้นของแม่ทัพภาคที่ 4 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวลงไปประชุมกับศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) วันนี้ก็จะน่าจะได้ข้อมูลดิบต่างๆ มากขึ้นกว่าที่เรารับทราบอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องการข่าวและเรื่องการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ เพื่อทําให้เกิดความสะดวกความเจริญ และโอกาสต่างๆ ให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะที่เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในวันนี้ (17 เม.ษ.) ประกอบไปด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ , นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาไทย , นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย , พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) รวมถึง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ในฐานะตัวแทนจากกองทัพบก และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4

ทั้งนี้ เมื่อนายกฯ และคณะ เดินทางมาถึงสนามบินนราธิวาส จะเดินทางต่อไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อมอบนโยบายการแก้แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงาน ก่อนเดินทางไปยังบ้านศรียะลา ต.สุเตง อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อหารือข้อราชการกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

จากนั้น เดินทางต่อไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ณ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่

นอกจากนี้ นายกฯ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดน อ.แว้ง ณ สะพานเชื่อมระหว่างบูเก๊ะตา ประเทศไทย และบูกิต บุหงา มาเลเซีย (ฝั่งไทย) จ.นราธิวาส ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ณ บริเวณชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ผมขอยืนยันว่า การทำงานของผม จะไม่ยอมให้เอกชนมาเป็นผู้กำกับราคา แต่รัฐบาลเองจะต้องเป็นผู้กำกับเอกชน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอยืนยันว่าในการทำหน้าที่ตรงนี้ ผมจะทำงานแบบไม่เกรงใจนายทุนอย่างเด็ดขาด”

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

สส.สีส้มหนาว24เม.ย.ศาลนัดถกคดี112 วราวุธ-ศุภมาสไขก๊อกสส.

สส.สีส้มหนาว24เม.ย.ศาลนัดถกคดี112  วราวุธ-ศุภมาสไขก๊อกสส.

สส.สีส้มหนาว24เม.ย.ศาลนัดถกคดี112 วราวุธ-ศุภมาสไขก๊อกสส.

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เลขาฯป.ป.ช. เผยศาลฎีกานัดประชุม 24 เมษายนนี้พิจารณาคำร้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ร่วมแก้ไขมาตรา 112 ด้าน “กรวีร์” เตรียมแบ่งเค้กโควตา  ปธ.กมธ.เผยภท.ได้ 14 เก้าอี้ ไม่หวั่นฝ่ายค้านประเดิม ตั้งกระทู้สดสัปดาห์หน้า ส่วน “วราวุธ”ยื่นไขก๊อก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางเลื่อนน้องชายพิพัฒน์เสียบแทน

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 69 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลัง ป.ป.ช. ยื่นสำนวนคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เสนอชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปให้ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดีในวันที่ 24 เม.ย. 69 นี้

เมื่อถามย้ำว่าในวันนั้นคาดว่าศาลจะมีคำสั่งในวันนั้นเลยหรือไม่ นายสุรพงษ์ ระบุว่า “เดี๋ยวท่านจะสั่งเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอดีต 44 สส.ก้าวไกล ปัจจุบัน เป็น สส.ของพรรคประชาชน 10 คน ประกอบด้วย สส.แบบบัญชีรายชื่อ 7 คน คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล,นายรังสิมันต์ โรม,นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง,นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล,นายณัฐวุฒิ บัวประทุม, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

ส่วน สส.เขต 2 คนคือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดทำคำร้อง หรือคำขอของสำนักงานป.ป.ช.จะเสนอให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของ สส.ไปด้วยจึงต้องรอคำสั่งของศาลฎีกาว่าจะพิจารณาอย่างไร

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช.ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องคดีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้น หรือถือหุ้นแทน (นอมินี) ในหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ สวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นายศักดิ์สยามสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีว่า ได้รับทราบข้อมูลแล้ว เดี๋ยวจะแถลงเป็นเอกสารในภายหลัง เนื่องจากเนื้อหาและคำวินิจฉัยมีผลกระทบ รวมถึงให้เหตุผลว่า ทำไมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงวินิจฉัยเช่นนี้

เมื่อถามถึงความชัดเจนกรณีหากนายศักดิ์สยาม จะกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ในส่วนของ ป.ป.ช.จบแล้ว

“รัฐธรรมนูญเขียนระบุคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ โดยมีเรื่องสิทธิของผู้เสียหายที่สงสัยหรือยังเคลือบแคลงใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปพิจารณาเองว่า คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอะไรบ้าง บางส่วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ยืนยันว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ชี้แจงไปมีเหตุผลอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่าไม่ต้องส่งเรื่องกลับไปที่ศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย

ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงพิจารณาจัดสรรโควตากรรมาธิการ (กมธ.) สามัญให้กับพรรคการเมืองในสภาฯ ว่า คาดว่า ภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้จะได้หารือร่วมกัน โดยการจัดสรรดังกล่าวต้องเป็นไปตามสัดส่วนของสส.ที่แต่ละพรรคการเมืองมี

ทั้งนี้หากพิจารณาตามสูตรการคำนวณ เบื้องต้นพรรคภูมิใจไทย จะได้โควตาประธานกมธ.ประมาณ 14 คณะ ขณะที่พรรคอื่นๆ จะลดหลั่นตามสัดส่วน สส. เช่น พรรคประชาชน ได้ 9 กมธ. พรรคเพื่อไทย 5 กมธ. พรรคประชาธิปัตย์ 2 คณะ เป็นต้น ขณะที่พรรคเล็ก 1 เสียงที่สนับสนุนขั้วรัฐบาลจะได้โควตาประธานกมธ.ด้วยหรือไม่นั้นต้องหารือกันอีกครั้ง

“ส่วนของพรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้หารือร่วมกันว่าจะเลือกกมธ.คณะใด และจะเสนอชื่อบุคคลใดเป็นประธานกมธ. เบื้องต้นเชื่อว่าการพิจารณาให้ใครเป็นประธานกมธ. นั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวบุคคลมากกว่าโควตา” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามถึงการประชุมสภาฯ สัปดาห์หน้าที่จะมีการตั้งกระทู้ถามสดครั้งแรก ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมตั้งคำถามตรวจสอบรัฐบาล นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ตนได้แบ่งงานในทีมประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลแล้วให้ประสานกับฝ่ายค้าน ว่า การยื่นกระทู้ถามสดนั้นขอรู้ก่อนได้หรือไม่ ในช่วงเย็นของวันจันท์ ว่าจะถามรัฐมนตรีคนไหน เพื่อให้ในวันอังคารสามารถแจ้งและล็อกคิวรัฐมนตรีไว้ให้มาตอบกระทู้ต่อสภาฯ ที่จะมีขึ้นทุกๆ วันพฤหัสบดี

“ฝ่ายค้านอยากให้รัฐมนตรีมาตอบ อยากเห็นรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับรัฐสภา ถ้าสามารถรู้และแจ้งล่วงหน้า สามารถล็อกคิวได้ จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยฝ่ายค้านได้ติดตามตรวจสอบ และรัฐบาลสามารถเตรียมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้มาตอบคำถามขอฝ่ายค้านได้” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่าการทำงานในสภาฯที่ผ่านมา ฝ่ายค้านมองว่ารัฐมนนตรีเลี่ยงมาตอบหรือชี้แจงกับสภาฯ นายกรวีร์ กล่าวว่า หากดูจากการแถลงนโยบายรัฐบาลช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีที่ถูกตั้งคำถามหนักๆ หลายคนได้เข้ามาตอบกับสภาฯ หลายคน ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น ขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ได้เริ่มทำงาน ดังนั้นตามกลไกของสภาฯ หากเรื่องใดที่จำเป็นหรือเร่งด่วนสามารถตั้งหรือเสนอญัตติเข้ามาได้ เหมือนกับสัปดาห์ที่ผ่านมามีทั้งเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ และการป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วม

“รัฐบาลไม่ได้กลัวการถูกตั้งคำถาม หรือ ลากขึ้นเขียง พร้อมมาตอบ ฐานะที่ผมเป็นผู้ประสานงานทุกครั้งที่มีญัตติ และประเด็นพร้อมจะประสานให้ และหากได้ให้มีการเตรียมตัว รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพร้อมมาฟังและมาตอบ” นายกรวีร์ กล่าว

วันเดียวกัน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 เม.ย.ตนได้ยื่นลาออกจากการเป็น สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากดูจากสถานการณ์รัฐบาล เมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จครบถ้วนกระบวนความ รวมถึงจะได้ทำงานในตำแหน่งรมว.อุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายวราวุธ ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ ทำให้ต้องมีการเลื่อนผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในลำดับที่ 22 เข้ามาเป็น สส.แทน คือนายพิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม รวมถึงยังเป็นบิดาของนายพีพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย

ไม่เปิดด่านเขมร ผบ.ทร.ยึดคำสั่งนายกฯ

ไม่เปิดด่านเขมร  ผบ.ทร.ยึดคำสั่งนายกฯ

ไม่เปิดด่านเขมร ผบ.ทร.ยึดคำสั่งนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผบ.ทร.ย้ำคำนายกฯไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เด็ดขาด ลั่น!ปิดก็คือปิด ไม่มีเปิดเฉพาะกิจ ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 พลเรือเอกไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่า จะไม่มีการเปิดด่าน หลังมีกระแสข่าวที่ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ส่งคนสนิทมาเจรจาฝ่ายไทย เพื่อขอเปิดด่านที่ จ.ตราด ว่า กองทัพเรือยึดมั่นตามนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน ซึ่งจะไม่เปิดด่านเด็ดขาด โดยได้ปฏิบัติการตามที่รัฐบาลได้สั่งการมา ซึ่งตนได้สั่งการเด็ดขาด เพราะว่า เราไม่เคย และจะไม่ยอมที่จะโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์อะไร จะไม่ยอมให้เกิดการเหตุการณ์แบบนั้นกับกองทัพเรือเด็ดขาด

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า มีการพยายามขอเจรจา และมีการรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วนั้น ผบ.ทร.กล่าวว่า น่าจะเป็นกระแสข่าว แต่ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อน เมื่อถามย้ำว่า รวมไปถึงการไม่เปิดด่านเฉพาะกิจด้วยใช่หรือไม่ ผบ.ทร.ย้ำว่า “เราปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลชัดเจน ปิดก็คือปิด”

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ รายงานว่า พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ไทยว่าทางกัมพูชาขอเจรจาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

โดย พลโทหญิง มาลี แสดงความผิดหวังหลังมีกระแสข่าวรายงานต่อเนื่องถึง “กัมพูชาร้องขอให้เปิดจุดผ่านแดนเพื่อขนส่งสินค้าฉุกเฉิน”พร้อมย้ำว่า เป็นข้อมูลเท็จและคัดแย้งกับความเป็นจริง พร้อมชี้ว่ารายงานดังกล่าวนั้นมีเจตนาที่จะชี้นำหรือทำให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าใจผิด ประเทศไทยเป็นฝ่ายปิดด่านชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น หากต้องการเปิดอีกครั้ง ก็เป็นความรับผิดชอบของประเทศไทยที่จะดำเนินการโดยลำพัง กัมพูชาพร้อมที่จะตอบสนองอย่างเหมาะสมมาโดยตลอด