แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจัดแสดงใน Ludwig Museum Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/642437

แหวกฟ้าหาฝัน : ผลงานจัดแสดงใน Ludwig Museum Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Marcel Odenbach’s film 

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือน Ludwig| Museum Budapest ไม่เพียงจะได้ยลผลงานของ Pablo Picasso แล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่แรกของยุโรปตะวันออกที่จัดแสดงงานของยุโรปตะวันตกในชาติที่เคยอยู่ในกลุ่มสังคมนิยมมาก่อน Peter และ Irene Ludwig ไม่เพียงบริจาคของสะสมที่ทั้งคู่เก็บไว้ ยังได้วางรากฐานวิธีการจัดแสดงผลงานไว้ด้วย

Westkunst-Ostkunst วิธีการจัดแสดงที่ทั้งคู่เลือกไว้ให้เป็นการแบ่งศิลปะออกเป็นสองค่ายคือ อเมริกันและยุโรปตะวันตก อาทิ Pop Art, Photorealism และอีกกลุ่มเป็นผลงานของศิลปินยุโรปตะวันออกยุคสังคมนิยมที่เรียกว่างานหลังม่านเหล็ก งานของศิลปินกลุ่มสังคมนิยมจะสะท้อนรูปแบบของสังคมที่พวกเขาได้รับการถ่ายทอดวัฒนธรรมมาซึ่งค่อนข้างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกตะวันตก Ludwig Museum มักเป็นมิวเซียมแห่งแรกในภูมิภาคที่ค้นพบศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีแววจะยิ่งใหญ่และมักจัดการแสดงนิทรรศการเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพให้กับศิลปินเหล่านี้ก่อนที่พวกเขาจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ การจัดแสดงผลงานแบบตะวันออกตะวันตกนี้เน้นการถ่ายทอดวัฒนธรรมความเป็นอยู่วิถีชีวิตที่แตกต่างกันบนโลกคู่ขนานที่มีความเห็นขัดแย้งในเรื่องการเมืองและแนวทางความเป็นอยู่ของประชาชน

Double Portrait by Dmitry Dmitrievich Zhilinsky

ชื่อของวิธีการจัดแสดงยืมมาจาก Westkunst ในการจัดการแสดงนิทรรศการที่เมืองโคโลญจน์ประเทศเยอรมนีในปี 1981 ซึ่งในช่วงนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของการอธิบายตำแหน่งของศิลปะระหว่างสองวัฒนธรรมทางการเมืองก่อนปี 1989อันเป็นจุดเริ่มต้นของการควบรวมเยอรมันตะวันออกและตกเข้าด้วยกัน และเป็นจุดพลิกผันของวิวัฒนาการของศิลปะสู่แนว Modernism ของกลุ่มยุโรปตะวันออก

ตัวอย่างผลงานที่จัดแสดงได้อย่างโดดเด่น อาทิ ภาพเหมือนของนักสะสม มิวเซียมส่วนใหญ่โดยเฉพาะของเอกชนหรือไม่ใช่ของประเทศมั่งคั่งมักเริ่มต้นจากของบริจาคจากนักสะสม Peter และ Irene Ludwig เป็นนักสะสมภาพที่สำคัญที่บริจาคงานให้กับ Ludwig Museum เขาต้องการใช้ภารกิจทางวัฒนธรรมแสดงบทบาทสำคัญในระดับการเมืองนานาชาติในช่วงสงครามเย็นผ่านทางศิลปะ นับจากทศวรรษที่ 1970 เขาจึงเริ่มซื้อผลงานของศิลปินเยอรมันตะวันออกซึ่งช่วงเวลานั้นยังเป็นสังคมนิยมอยู่ การซื้อของเขาสร้างความสับสนให้กับผู้คนที่เน้นแนวทางแบบทุนนิยมเป็นอย่างมาก แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงให้ความเคารพในการตัดสินใจของเขา การแสดงที่แตกต่างของความเปิดกว้างของเขาได้รับความนิยมในหมู่สังคมนิยมจนเขาได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก Leipzig’s Karl Marx University ในปี 1983 และ Sofia’s Academy of Art ในปี 1985

Marcel Odenbach’s film งานยืมเพื่อจัดนิทรรศการเป็นผลงานที่ Peter Ludwig กำลังพูดถึงบทคัดย่อของภาพยนตร์สารคดีที่มีฉากหลังเป็นตึกสีหม่นสะท้อนถึงความอึมครึมของช่วงเวลาสงครามเย็น Double Portrait ของ Dmitry DmitrievichZhilinsky ผลงานที่ศิลปินรังสรรค์ตอนเขาอาศัยอยู่ที่ Aachen เยอรมันนี้เขียนเหมือนภาพในประวัติศาสตร์ Peter และ IreneLudwig กำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกที่มีภาพเขียนหลายภาพจากศิลปินหลายคน และบนโต๊ะมีภาพของ Pablo Picasso เพื่อสะท้อนถึงความสนใจของ Peter ต่อการสะสมงานและตัว Picasso งานจิตรกรรมของนักสะสมทั้งคู่ที่จัดแสดงนี้จัดแสดงตามแนวคิดของ Andy Warhol’s pop art ที่ใช้คนคนเดียวหรือเรื่องๆ เดียวแสดงออกถึงความแตกต่างทางด้านอารมณ์ แนวคิด สีสัน และแรงบันดาลใจเฉกเช่นเดียวกันกับแนวคิดของคนทั้งคู่ที่เปิดโอกาสให้กับศิลปินและประชาชนได้เห็นความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมผ่านทางของสะสมที่ทั้งคู่เลือกสรร นอกจากนี้ ยังมีงานประติมากรรมและงานของศิลปินอีกหลายคนให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

G Head by George Baselitz

G Head by George Baselitz

Ritual

Ritual

แหวกฟ้าหาฝัน : Picasso in Ludwig Museum Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/640960

แหวกฟ้าหาฝัน : Picasso in Ludwig Museum Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงาน Modern Art และได้มีโอกาสเยือนมิวเซียมแนว ContemporaryArt ผลงานของศิลปินผู้หนึ่งที่โดดเด่นและมีอัตลักษณ์เรียกได้ว่าเห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นผลงานของใคร นั่นคือ Pablo Picasso จิตรกร ผู้ออกแบบโรงละครผู้ออกแบบเซรามิก และผู้ก่อตั้งแนวทางศิลปะแบบ Cubismที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของสเปน เขาเกิดวันที่ 25 ตุลาคม ปี 1881 ณ เมืองมะลากา แคว้น Andalusia ทางตอนใต้ของสเปนในครอบครัวชนชั้นกลางที่มีพ่อเป็นจิตรกรที่มีความสามารถพิเศษในการวาดภาพนก และเป็นศาสตราจารย์ทางด้านศิลปะที่ School of Crafts และภัณฑารักษ์ของมิวเซียมประจำเมือง

Picasso หลงใหลในการร่างภาพและมีทักษะที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย เลยได้รับการอบรมทางด้านศิลปะทั้งด้านร่างภาพและเขียนสีน้ำมันตั้งแต่อายุเพียงแค่ 7 ปีจากบิดา หลังจากที่ครอบครัวของเขาย้ายไปยัง Coruna สถานที่ซึ่งบิดาของเขาไปรับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ School of Fine Arts บิดาเขาสังเกตว่า Picasso มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมมากกว่าเขาเสียอีก หลังจากที่พี่สาวของ Picasso เสียชีวิตจากโรคคอตีบในปี 1895 ครอบครัวเขาได้พาเขาย้ายไปบาร์เซโลนา บิดาของเขาได้ไปรับตำแหน่งอาจารย์ที่ School of Fine Arts อีกและได้พยายามที่จะขอร้องมหาวิทยาลัยอนุญาตให้บุตรชายได้เข้าสอบเพื่อเป็นนักศึกษา Picasso สามารถที่จะเข้าเรียนได้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 13 ปี แต่เขากลับขาดวินัยอย่างยิ่งจนภายหลังบิดาและลุงจึงตัดสินใจส่ง Picasso ไปเรียนที่ Madrid’s RealAcademia de Bellas Arts de San Fernandoโรงเรียนสอนศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุดและดีที่สุดของประเทศ ถึงกระนั้นก็ตาม Picassoก็ยังคงทำตัวเช่นเดิมและขาดความสนใจในการศึกษาอย่างเป็นทางการ

Matador and Nude

สถานที่ที่เขาชอบและให้ความสนใจกลับเป็นห้องภาพ Prado ห้องภาพที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่มีผลงานของ Diego Velázquez, Francisco Goya, Francisco Zurbarán โดยเฉพาะ El Greco ศิลปินที่ชอบวาดภาพด้วยสีสันเข้ม กับมือเท้าที่ยาวผิดปกติ เขาเริ่มงานจริงจังตั้งแต่ปี 1894 และเก็บรักษาผลงานเป็นอย่างดีเห็นได้จากพัฒนาการของฝีมือที่จัดแสดงไว้ใน Museum Picasso ณ เมืองบาร์เซโลน่า เขาได้เริ่มพัฒนางานสู่ Symbolism ในปี 1897 ก่อนเดินทางไปปารีสในปี 1900 เพื่อพบกับ Max Jacob ที่ช่วยให้เขาได้เรียนรู้และตีความศิลปะเพิ่มขึ้น ทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกันในห้องพักเล็กๆ โดยสลับเวลากันนอน และใช้ผลงานร่างมาทำฟืนเพื่อให้ความอบอุ่น แม้จะยากจนแต่เขาก็พัฒนาฝีมือเรื่อยมาจนปี 1915 เขาเริ่มพัฒนาแนวทางศิลปะใหม่ที่เรียกว่า Synthetic Cubism จากแนวคิดที่เขาต้องการสร้างสรรค์งานที่มีความแหวกแนว หลังจากนั้นเขาเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น และพัฒนาแนวทางศิลปะต่อไปเรื่อยๆ จนถึงแนวทางศิลปะแบบ Surrealism

แม้ Ludwig Museum Budapest จะมีผลงานของPicasso อยู่ไม่มาก อาทิMusketeer with Sword อัศวินเป็นหัวข้อที่ Picasso มักนำมารังสรรค์งานตั้งแต่ปี 1966 อัศวินเหล่านี้มักมาพร้อมไปป์ ดาบ หมวกปีกกว้าง ชุดแนวบาโรคผมที่ยาวประบ่า หนวดที่โดดเด่น และรูปหน้าที่มีอัตลักษณ์ แม้ผลงานชิ้นนี้จะไม่ได้มีตา 2 ข้างในด้านเดียว แต่ก็เป็นผลงานที่นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับงานของ Picasso จะคาดเดาไม่ยากว่าผลงานชิ้นนี้เป็นของเขา Matadorand Nude ภาพในยุคท้ายๆ ของเขาชิ้นนี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครสังเกตได้จากการที่ตาทั้งสองข้างอยู่ในด้านเดียวกันอันเป็นภาพเขียนที่ไม่มีศิลปินคนใดในโลกกล้าที่จะรังสรรค์เช่นนี้มาก่อน เขายังเน้นการแสดงถึงสัญลักษณ์การข่มทางเพศให้โดดเด่นด้วยการวาดอวัยวะเพศชายไว้บนโล่เพื่อสะท้อนถึงความมั่นใจของ Matador นอกจากนี้ที่นี่ยังมีงานจิตรกรรมที่ชื่อ Musketeer และงานประติมากรรมของเขาให้ชื่นชมด้วย นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานของเขาสามารถอิ่มเอมกับอัตลักษณ์ของเขาจากงานที่จัดแสดง ณ Ludwig MuseumBudapest ให้หายคิดถึงได้บ้างไม่มากก็น้อย

Bullfight on Eight

Bullfight on Eight

The Musketeer

The Musketeer

Musketeer with Sword

Musketeer with Sword

แหวกฟ้าหาฝัน : Ludwig Museum Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/639516

แหวกฟ้าหาฝัน : Ludwig Museum Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานแนว Contem porary Art เมื่อมาเยือนเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ในประเทศยุโรป สถานที่หนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้ก็คือ Museum of Contemporary Art สำหรับบูดาเปสต์นั่นคือ Ludwig Museum มิวเซียมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1989 นี้เป็นที่จัดแสดงงานแนว Contemporary Art ของชาวฮังกาเรียนและนานาชาติ ณ Palace of Art มิวเซียมที่ถือกำเนิดขึ้นจากผลงานที่ได้รับการบริจาคมาจาก Peter and Irene Ludwig ให้กับ Hungarian National Gallery จำนวน 70 ชิ้นที่เคยเก็บไว้ณ เมือง Aachen นี้ส่งผลให้กระทรวงวัฒนธรรมและการศึกษาต้องจัดตั้งมิวเซียมขึ้นตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับทั้งคู่โดยตั้งชื่อมิวเซียมว่า Ludwig เพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสอง

ทั้งคู่เรียนประวัติศาสตร์ศิลป์และปรัชญาจากมหาวิทยาลัย Mainz เยอรมัน โดย Peter เขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ที่ Pablo Picasso สร้างสรรค์งานไว้ เขาได้เริ่มเก็บสะสมงานจิตรกรรมตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1950 การที่เขาต้องศึกษาเรื่องราวของ Picasso อย่างจริงจังทำให้เขาหันมาสะสมงานของ Picasso ไว้มากถึง 800 ชิ้น จนได้ชื่อว่าเป็นเอกชนที่เก็บสะสมงานของ Picasso มากที่สุดในโลก นอกจากงานของ Picasso ทั้งคู่ก็เริ่มเก็บสะสมงานของเยอรมันตะวันออก สหภาพโซเวียต บัลแกเรีย และฮังการี ทั้งคู่ได้ร่วมก่อตั้ง Museum of Contemporary Art อีกหลายเมืองในเยอรมัน และเวียนนาร่วม 30 แห่ง ปัจจุบันงานของ Picasso ที่ทั้งคู่สะสมเก็บอยู่ที่ Ludwig Museum เมืองโคโลญจน์ นอกจากทั้งคู่จะบริจาคงานสะสมให้กับบูดาเปสต์แล้ว เขายังบริจาคให้กับรัสเซียด้วยและในปี 1996 ทั้งคู่ก็ร่วมเปิดมิวเซียมในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนด้วย หลังจากที่ทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว มูลนิธิที่ทั้งคู่ก่อตั้งขึ้นที่มีสำนักงานอยู่ที่เมือง Aachen เยอรมันนั้นก็ยังคงดำเนินการต่อไปตามเจตนารมณ์

สำหรับ Ludwig Museum Budapest ที่จัดตั้งขึ้นที่อาคาร A ของ Buda Castle ติดกับ Hungarian National Gallery นั้น ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1991 จากการจัดแสดงผลงาน 70 ชิ้นที่ Peter and Irene Ludwig บริจาคให้ ต่อมาLudwig Museum ได้แยกตัวออกมาบริหารอย่างอิสระและประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดจากผู้อำนวยการทุกคนที่ทุ่มเทพลังกายและใจพัฒนามิวเซียมจนเป็นมิวเซียมที่ได้รับรางวัลมากมาย Ludwig Museum จัดแสดงผลงานสะสมของ Ludwig จากทศวรรษที่ 1960 ที่เป็นของ Andy Warhol, Claes Oldenburg, Roy Lichtenstein,Robert Rauschenberg ทศวรรษที่ 1970-80 ของ Georg Baselitz, AR Penck, JörgImmendorf ก่อนจะย้ายมาที่ Palace of Artsในปี 2005 ภายใต้ชื่อ Ludwig Museum-Museum of Contemporary Art

นอกจากมิวเซียมจะมีผลงานจัดแสดงแบบถาวรแล้ว Museum of Contemporary Art ส่วนใหญ่มักมีงานนิทรรศการของศิลปินทั้งรุ่นใหม่และเก่าจัดแสดงเป็นประจำเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศและคนท้องถิ่น นับจากปี 2015 เป็นต้นมา Ludwig Museum ได้ร่วมกับ Venice Biennale จัดแสดงนิทรรศการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ เป็นประจำ ในปี 2015 รัฐบาลกลางต้องการย้าย Ludwig Museum ไปยัง Museum Quarter แต่ผู้อำนวยการไม่ยินยอมที่จะย้ายสถานที่จัดตั้ง ปัจจุบันมิวเซียมจึงตั้งอยู่ในสถานที่เดิม

แม้ผู้ก่อตั้งจะเสียชีวิตไปหลายปี แต่มิวเซียมยังคงพัฒนาต่อไปจนได้รับรางวัลจากนิทรรศการ Contemporary Ukrainian Fine Art ในปี 2018 มิวเซียมได้รับรางวัล You-2 Audience Award จาก Global Fine Art Award ในปี 2019 มิวเซียมได้ริเริ่มจัดการแข่งขัน ART-transfer Award เพื่อรำลึกถึงการเปลี่ยนผ่านของ Contemporary Art และในปี 2020 มิวเซียมได้รับรางวัล Museum of the Year จากรัฐบาลด้วย นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมสามารถประทับใจ π ไม่รู้ลืมกับอาคารจัดแสดงที่มีขนาดใหญ่โตทันสมัยสวยงามที่มีมุมถ่ายรูปมากมายสมกับเป็นMuseum of Contemporary Art ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจริงๆ

แหวกฟ้าหาฝัน : House of Art Nouveau Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/638080

แหวกฟ้าหาฝัน : House of Art Nouveau Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลปะแนว Art Nouveau และได้มีโอกาสเยือนบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการีจะพบว่า เมืองนี้เป็นสวรรค์ของพวกเขาเลยทีเดียว ทั้งนี้ เพราะที่นี่มีมิวเซียมและบ้านคหบดีมากมายที่ตกแต่งตามแนวทางศิลปะแบบ Art Nouveauสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ House of Art Nouveau บ้านที่ออกแบบโดย Emil Vidor สถาปนิกชาวฮังกาเรียนและนักตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของฮังการีซึ่งจบการศึกษาจากกรุงเบอร์ลิน เขาออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากงานแนว Belgian Art Nouveau ในปี 1903 ให้กับครอบครัว Bedo คหบดีที่มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งของประเทศ

สถาปนิกออกแบบให้ใช้อุปกรณ์ตกแต่งบริเวณระเบียงจากโรงงาน Zsolnay โรงงานที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องกระเบื้องที่ใหญ่ที่สุดของฮังการี และจักรวรรดิ Austro-Hungarian เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ และประกาศให้ชาวยุโรปทั่วไปได้ตระหนักถึงฝีมืออันเลอเลิศในการผลิตกระเบื้องตกแต่งของฮังการี ส่วนการตกแต่งภายในนั้น สถาปนิกก็ใช้วัสดุที่มีแนวทางศิลปะใกล้เคียงกันตามอย่างยุโรปตะวันตก

อาคารที่อยู่บนถนน Honved กลางกรุงบูดาเปสต์นี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของทั้ง Bedo Haz และพนักงาน รวมทั้งเป็นสำนักงานไปในตัวด้วย อาคารนี้ผ่านสงครามมาอย่างบอบช้ำ แต่ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดูดีขึ้น อาทิ ส่วนของหางนกยูงที่แตกหักด้านหน้าเคยถูกแก้ไขให้เป็นหน้าต่างก่อน แต่เนื่องจากมันดูไม่เข้ากับอาคาร รัฐบาลจึงได้ทำการปรับปรุงใหม่อีกครั้งโดยใส่หางนกยูงกลับมาที่เดิมเพื่อให้ส่วนของระเบียงให้ดูคล้ายของเดิมมากที่สุดในการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2007 และเปิดให้เยี่ยมชมอีกครั้ง

แม้รัฐจะพยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่การตกแต่งและการจัดแสดงภายในกลับดูสับสนอลหม่านไม่มีธีมใดๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบ้านหลังนี้มีของจัดแสดงมากเกินไป และไม่มีพื้นที่เก็บรักษาที่ปกปิดจึงทำให้ภัณฑารักษ์นำของทั้งหมดที่มีออกมาจัดแสดงจนดูรกตาไปหมดซ้ำร้ายนักท่องเที่ยวก็ยังรู้สึกว่ามิวเซียมแห่งนี้ขาดความสามารถในการตีความศิลปะแนว Art Nouveau ของฮังการีด้วย เพราะไม่มีคำบรรยายใดๆ ให้เลย แม้นักท่องเที่ยวอาจผิดหวังและงงงวยกับการจัดแสดงจากตัวมิวเซียมไปบ้าง แต่ของจัดแสดงส่วนใหญ่ก็สวยงามโดยเฉพาะบางจุดสามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดและสัมผัสได้แตกต่างจากมิวเซียมอื่นที่ไม่ยินยอมให้จับต้องของจัดแสดง ยิ่งกว่านั้น นักท่องเที่ยวน่าจะรู้สึกสนุกสนานกับการถ่ายรูปในร้านกาแฟที่มีโต๊ะหลายตัวที่เป็นมุมน่ารักๆ ไว้ให้เก็บภาพย้อนยุคราวกับกลับไปอยู่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนอนุสาวรีย์วีรบุรุษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/635083

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนอนุสาวรีย์วีรบุรุษ

วันอาทิตย์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบูดาเปสต์ และได้เยือน Museum of Fine Arts และ Palace of Art สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่จะเดินผ่านก็คือHero Square จัตุรัสสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองที่เป็นอนุสาวรีย์แห่งสหัสวรรษ อนุสาวรีย์ที่เริ่มก่อสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1896 เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งประเทศฮังการีครบ 1,000 ปีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในการปรับปรุง Andrassy Avenue และการก่อสร้างรถไฟใต้ดินสายแรกของบูดาเปสต์สิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาในการก่อสร้าง 4 ปีนี้ยังคงเหมือนเช่นที่นักท่องเที่ยวได้ยลในปัจจุบันโดยทำการเปิดใช้อย่างเป็นทางการพร้อมกับมิวเซียมที่อยู่รายรอบในปี 1906

ในช่วงต้นของการก่อสร้างอนุสาวรีย์ ฮังการียังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ Austro-Hungarian รูปแกะสลักทางซ้ายทั้ง 5 เสาจึงเป็นอนุสาวรีย์ของคนสำคัญของราชวงศ์ Habsburg ของออสเตรียที่ปกครองประเทศอยู่ในขณะนั้น อาทิ Ferdinand I, Leopold I, Maria Theresa, Franz Joseph เป็นต้น แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองที่บริเวณอนุสาวรีย์เหล่านี้ถูกทำลายลง อนุสาวรีย์ของราชวงศ์ Habsburg ก็ถูกแทนที่ด้วยผู้นำของฮังการีในปัจจุบัน อาทิ Stephen I, Coloman,Andrew II, Bela IV, Charles I และ Louis I

ส่วนด้านหน้าของอนุสาวรีย์เป็นศิลาจารึกวีรบุรุษที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมเพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษที่ยอมสละชีพเพื่ออิสรภาพของชาวฮังกาเรียน โดยใต้แท่นนี้มีบ่อน้ำลึก 971 เมตร จุน้ำร้อน 831 ลิตร ที่อุณหภูมิ 74 องศาเซลเซียสเตรียมไว้สำหรับ Szechenyi Thermal Bath เท่านั้น ไม่ได้เป็นหลุมศพสำหรับทหารที่ไม่ปรากฏนามตามที่หนังสือท่องเที่ยวบางเล่มเขียน ศิลาจารึกวีรบุรุษนี้เพิ่งสร้างขึ้นในปี 1929 เพื่ออุทิศให้กับทหารที่สู้รบเพื่อรักษาดินแดนในการรบฉลอง 1,000 ปี ฮังการีแต่ได้ถูกย้ายออกไปในปี 1951 ในช่วงที่ฮังการีเป็นคอมมิวนิสต์เนื่องจากไม่เข้ากันกับปรัชญาทางการเมืองในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ดี ในปี 1956 รัฐบาลได้กลับมาจัดตั้งอนุสาวรีย์ใหม่ ณ ตำแหน่งเดิม

จัตุรัสที่เลียนแบบ Shanghai Global Paradise ของเมืองเซียงไฮ้นี้เป็นที่ตั้งของผลงานประติมากรรมมากมาย อาทิ รูปปั้นเทวทูตกาเบรียล ทางด้านขวาเป็นรูป The Holy Crown of St.Stephen กษัตริย์พระองค์แรกของฮังการี ทางด้านซ้ายเป็นกางเขนอัครสาวกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่พระสันตะปาปามอบให้กับ St.Stephen เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นคริสตจักรของฮังการี ที่ฐานของเสาเป็นรูปผู้นำชาวฮังการีผู้ก่อตั้งประเทศ

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนไม่เพียงจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความขลัง ยังสามารถสนุกสนานกับการหาตำแหน่งของผู้นำฮังการีแต่ละคนว่าจัดแสดงไว้ที่ตำแหน่งใดท่ามกลางผู้คนที่คลาคล่ำในบางวันอีกต่างหากด้วย

St.Gabriel

St.Gabriel

Seven chieftains of the Magyars

Seven chieftains of the Magyars

แหวกฟ้าหาฝัน : Kunsthalle Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/633456

แหวกฟ้าหาฝัน : Kunsthalle Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานจิตรกรรมแนว Contemporary Art ที่ได้มีโอกาสเยือนเมืองหลวงของประเทศในยุโรป สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนไปไม่ถึง นั่นคือ Contemporary ArtMuseum ซึ่งในเมืองบูดาเปสต์มิวเซียมนั้นมีชื่อว่า Kunsthalle Budapest มิวเซียมที่ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Hero และอยู่ตรงข้าม Museumof Fine Arts Budapest นี้ ใช้จัดแสดงนิทรรศการงานแนว Contemporary Art ตามโปรแกรมของ Kunsthalle German โดยไม่มีผลงานถาวรจัดแสดง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฮังการีเป็นประเทศที่มีเศรษฐานะไม่ดีนักหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย

สถาบันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมนี้ตั้งอยู่ในอาคารที่ถูกออกแบบโดย AlbertSchickedanz และ Fulop Herczogตามแนวทางศิลปะแบบ Neoclassic อาคารที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1896 เพื่อเฉลิมฉลองประเทศครบ 1,000 ปีนี้มีพื้นที่จัดแสดง 2,300 ตารางเมตร ลักษณะเด่นของอาคารที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสตั้งแต่ตรงทางเข้าก็คือเสาแบบ Corinthia 6 ต้นที่มีการประดับประดาหัวเสาอย่างวิจิตรบรรจง ส่วนกำแพงด้านหลังจะเป็นงาน Fresco รูปจุดเริ่มต้นของประติมากรรมรูปภูเขาไฟและอธีนา อพอลโลและเทพธิดา จากผลงานของ Lajos DeakEbner ส่วนประตูทางเข้าทำจากทองแดงตกแต่งอย่างสวยงามอีกเช่นกันด้วยฝีมือของ Pal Satori กำแพงโดยรอบก็ได้รับการตกแต่งอย่างละเอียดลออโดยใช้สีสันโทนอ่อนด้วย Pyrogranite จากเมือง Pecs

นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมแล้ว ยังจะได้ชมงานนิทรรศการแนว Contemporary Artที่หมุนเวียนกันมาจัดแสดงได้อย่างน่าสนใจอาทิ งานของ Ivan Mariasi Masznyik จิตรกร ครูสอนประวัติศาสตร์ศิลป์ประจำBudapest University of Technology’sDepartment of Design และนักมานุษยวิทยาแถวหน้าของประเทศ ผลงานที่จัดแสดงเป็นเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลและดาวเคราะห์ที่เขาทำขึ้นไว้ระหว่าง 1968-75 โดยมีทั้งภาพเขียนน้ำมัน และภาพร่าง นักท่องเที่ยวจะเห็นพัฒนาการของการจัดแสดงโครงสร้าง การใช้สีที่มีความกลมกลืนกันมากขึ้นเรื่อยๆได้รับความรู้เกี่ยวกับลำดับของดวงดาวในจักรวาลอันสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังสนุกสนานกับการคาดเดาความคิดของศิลปินว่าเหตุใดจึงตั้งชื่อภาพแต่ละภาพดังที่เห็น อาทิ Unborn Star, The Formation of Star และ Big Bang ที่นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าภาพทั้งสามดูคล้ายคลึงกันมากจนแทบแยกไม่ออก แต่ตั้งชื่อต่างกัน เป็นต้น

แหวกฟ้าหาฝัน : Jakab Bogdani ใน Museum of Fine Arts Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/631951

แหวกฟ้าหาฝัน : Jakab Bogdani  ใน Museum of Fine Arts Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Still Life with Flowers , Parrot and White Cockatoo

ใน Museum of Fine Arts Budapest นอกจากจะมีงานของ Adam Manyoki ศิลปินประจำราชสำนักชาวฮังกาเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งแล้ว ที่นี่ยังมีงานของ Jakab Bogdani ศิลปินฮังกาเรียนที่มีความสามารถในการวาดภาพเหมือน (Still Life) โดดเด่นไม่แพ้กันด้วย Jakab Bogdani เกิดในเมือง Eperies ทางตอนเหนือของฮังการีซึ่งปัจจุบันคือเมือง Presov สโลวาเกีย เขาจบการศึกษาด้านศิลปะที่กรุงเวียนนาก่อนย้ายไปอยู่อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์หลังจบการศึกษาและอาศัยอยู่ที่นั่น เขาได้รู้จักกับ Miklos Totfalusi ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ชาวฮังกาเรียน ซึ่งต่อมามีอิทธิพลต่องานของเขา ในช่วงแรกเขาวาดภาพดอกไม้และผลไม้เป็นส่วนใหญ่อันเป็นผลจากอิทธิพลของศิลปินชาวดัทช์เขาแต่งงานกับ Elizabeth Hemmingsและมีบุตรด้วยกัน 2 คน โดยคนโต คือ William ที่กลายเป็นนักการเมืองที่โดดเด่นของอังกฤษ ส่วนคนเล็ก Elizabeth ได้แต่งงานกับ Tobias Stranover จิตรกรชาวเยอรมัน

Still Life with Flower

หลังจากปี 1688 เขาย้ายไปอยู่ลอนดอน และกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงมากขึ้นโดยเฉพาะในหมู่คนชั้นกลาง คหบดีและราชสำนักจากผลงานภาพเหมือนที่มีรูปนกเกี่ยวข้อง แม้เขาจะไม่ได้ถึงกับเป็นจิตรกรประจำราชสำนัก แต่ลูกค้าคนสำคัญกระเป๋าหนักของเขาคือ พระนางแอนน์แห่งอังกฤษส่งผลให้งานของเขาได้รับการจัดแสดงไว้ตามปราสาทต่างๆ ของอังกฤษเป็นจำนวนมาก หลายคนคงสงสัยว่าจิตรกรประจำราชสำนักหรือ Court Painter ต่างจากจิตรกรที่มีราชสำนักเป็นลูกค้าอย่างไร จิตรกรประจำราชสำนักคือจิตรกรที่มีหน้าที่สร้างสรรค์งานให้กับสมาชิกของราชวงศ์เท่านั้นและห้ามรับงานภายนอก จิตรกรประจำราชสำนักเริ่มต้นครั้งแรกกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 จนมาถึงช่วงของ Ranaissance ที่งานส่วนใหญ่จะเป็นจิตรกรรมมากกว่าประติมากรรม ต่อมาจิตรกรราชสำนักส่วนใหญ่ถูกว่าจ้างให้วาดภาพเหมือน และงานตกแต่งอาคาร จิตรกรประจำราชสำนักจะได้รับทั้งเงินเดือนและตำแหน่งหรือเป็นข้าราชการประจำราชสำนักนั่นเอง ส่วนจิตรกรที่มีราชสำนักหรือราชวงศ์เป็นลูกค้ากลับมีอิสระ และขายงานตามราคาที่ตัวเองกำหนด หรือได้รับค่าจ้างสั่งทำ

Still Life with Flowers , Parrot and White Cockatoo detail

การที่ผลงานของเขาเป็นที่โปรดปรานของพระราชินี แม้มิได้เป็นจิตรกรในราชสำนักก็ตามทำให้เขาได้รับสัญชาติอังกฤษในปี 1700 และซื้อบ้านทางทิศตะวันออกของลอนดอน เขาเริ่มสร้างสรรค์งานที่มีสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของภาพโดยเฉพาะนกพื้นเมืองที่มีความสวยงามและความหลากหลาย นักประวัติศาสตร์ศิลป์เชื่อว่า Bogdani เป็นจิตรกรที่มีโอกาสศึกษานกอย่างจริงจังจาก Windsor Park ซึ่งเป็นสวนของ George Churchill ลูกค้าคนสำคัญอีกคนหนึ่งของเขา ประกอบกับการได้ฝึกปรือฝีมือกับ Melchior de Hondecooeter จิตรกรชาวดัทช์ผู้มีชื่อเสียงในการวาดนกพื้นเมืองจึงทำให้เขาวาดมันได้อย่างมีชีวิตชีวาและสมจริงมากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน Museum of Fine Arts Budapest จะได้เห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในการสร้างสรรค์งานโดยเฉพาะ Still Life with Flowers, Sparrow and White Cockatoo ที่ใช้สีสันได้อย่างสดใส และอากัปกิริยาท่วงท่าของนกหลากชนิดราวกับมันกำลังพูดคุยกันต่อหน้าเราเลยทีเดียวTwo Macaws Cockatoo and Jay with FruitsTwo Macaws Cockatoo and Jay with Fruits

แหวกฟ้าหาฝัน : Hungarian Artist in Museum of Fine Arts Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/630407

แหวกฟ้าหาฝัน : Hungarian Artist  in Museum of Fine Arts Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Still Life with Peaches

ฮังการีเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคโลหะ แต่ในช่วงแรกพื้นที่ที่ถูกเรียกว่าฮังการีนั้นถูกเรียกว่า Pannonianซึ่งมาจาก Pannonia ที่ปัจจุบันเฉพาะส่วนตะวันตกยังเป็นส่วนหนึ่งของฮังการี โดยเป็นที่อยู่ของชนเผ่า Celtic, Dalmatian และ Germanic เมื่อชาวฮั่นรุกรานบริเวณนี้ในปี 370 บริเวณนี้จึงกลายเป็น OstrogothicKingdom จนชาว Magyar หรือชาวพื้นเมืองฮังการีปัจจุบันมาบุกรุกในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ชาว Magyar ได้หันมานับถือศาสนาคริสต์เมื่อสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 และถูกปกครองโดยราชวงศ์ Arpad อยู่ 3 คริสต์ศตวรรษ

ในช่วงของราชวงศ์ Arpad พวกเขาได้ขยายอาณาเขตไปจนถึงฝั่ง Adriatic เมื่อฮังการีเปลี่ยนราชวงศ์ พวกเขาก็ถูกรุกรานโดยมองโกลที่มีกุบไลข่านผู้นำ พระเจ้า Bela ที่สี่ หนีเอาตัวรอดและทิ้งชาวฮังกาเรียนไว้ใต้การปกครองของชาวมองโกลเป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์ แม้ฮังการีจะปราศจากกษัตริย์ แต่พวกเขาก็สามารถรักษาแผ่นดินไว้ได้ แม้จะต้องสู้รบกับการขยายตัวของจักรวรรดิ Ottoman ก็ตาม ซ้ำร้ายหลังจากนั้นพวกเขายังต้องสู้รบกับราชวงศ์ Habsburg จากออสเตรียอีก และตกอยู่ภายใต้การปกครองของออสเตรีย ในช่วงปี 1600อันเป็นช่วงที่อยู่ภายใต้ราชวงศ์ Habsburg ดินแดนฮังการีถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนทำให้ชาวฮังการีมีอิสระในการนับถือศาสนาทั้งคาทอลิก โปเตสแตนต์ และลูเทอร์แลนด์

Gustav Adolf von Gotter grof

แม้ฮังการีจะมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ชาวฮังกาเรียนส่วนใหญ่ถือว่าประเทศของพวกเขาที่แท้จริงถือกำเนิดขึ้นหลังจากการแยกตัวออกจากออสเตรียส่งผลให้ก่อนหน้านี้ฮังการีไม่ได้มีศิลปินเป็นของตัวเอง เมื่อฮังการีใกล้ชิดกับออสเตรีย ศิลปินส่วนใหญ่ของพวกเขาจึงได้รับอิทธิพลหรือร่ำเรียนจากโรงเรียนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ศิลปินที่โดดเด่นที่สุดของฮังการีไม่มีใครเกิน Adam Manyoki จิตรกรภาพเหมือนแนวบาโรคประจำราชสำนัก เขาเป็นบุตรชายของนักเทศน์ที่ค่อนข้างยากจนจึงถูกส่งตัวไปเรียนหนังสือที่ Luneburg ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่ Hamburg ต่อมาเขาเข้าเรียนกับ AndreasScheits จิตรกรราชสำนักชาวเยอรมันที่ hannover ก่อนไปเรียนกับ Nicolas de Larqilliere ศิลปินภาพเหมือนชาวฝรั่งเศสที่ปารีส และจบการศึกษาที่เนเธอร์แลนด์ก่อนเข้ารับราชการเป็นจิตรกรประจำราชสำนักพระเจ้า Frederick William I of Prussia ที่กรุงเบอร์ลิน ระหว่างปี 1703-1707

หลังจากนั้นเขาย้ายไปทำงานกับ Francis II Rakoczi ข้าราชการระดับสูงชาวฮังกาเรียนผู้นำปฏิวัติฮังการีจากออสเตรียโดยตามไปอยู่โปแลนด์ในปี 1711 ที่ซึ่งเขาได้มีโอกาสสร้างงานภาพเหมือนพระเจ้า Augustus II และกลายเป็นจิตรกรราชสำนักของพระองค์ในปี 1717 หลังจากนั้นอีก 7 ปี เขาย้ายไปกรุงปรากและกรุงเวียนนา เพื่อวาดภาพเหมือนให้กับจักรพรรดิ Charles VI, Maria Theresa และ Maria Anna หลังจากปี 1724 เขาย้ายกลับไปฮังการีพร้อมภรรยาและน้องสาวก่อนย้ายไปอยู่ Dresden และ Leipzig เยอรมัน ในปี 1731 ต่อมาในปี 1736 เขาได้ถูกว่าจ้างให้เป็นจิตรกรประจำราชสำนักของพระเจ้า Augustus IIIแห่งโปแลนด์ก่อนจะลาออกในปี 1753จากความไม่พอใจที่ไม่ได้รับเงินเดือน ในช่วงปีท้ายๆ ของชีวิตเขาเล่นทองจนแทบจะหมดตัวและเสียชีวิตอย่างยากจน

Artist Self Portrait

การที่เขาเป็นจิตรกรที่มีฝีมือในการวาดภาพเหมือนตั้งแต่ยังเล็กจนทำให้เขากลายเป็นจิตรกรราชสำนักหลายแห่งและมีผลงานมากมาย ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งของเขาที่จัดแสดงใน Museum of Fine Arts Budapest ก็คือภาพเหมือนของตัวเองขณะกำลังทำงาน ภาพที่เขามองมายังผู้ชมด้วยสายตาล้อเล่นโดยใส่เสื้อเปิดอกเผยให้เห็นเนื้อหนังและที่มือซ้ายถือจานพร้อมมัดพู่กันมือขวาถือพู่กันที่กำลังใช้นี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างยิ่งยวดอันเป็นผลมาจากการที่เขารู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังเยาว์ ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของ Antoine Pesne จิตรกรราชสำนักปรัสเซียอย่างเด่นชัด

ส่วนภาพ Gustav Adolf von Gotter grof ก็สามารถเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในการวาดภาพเหมือนอย่างแจ่มชัดสังเกตได้จากแววตา เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่เหมือนจริงราวกับภาพถ่าย นอกจากนี้ เขายังสามารถวาดภาพแนว Still life ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วยสมกับเป็นจิตรกรราชสำนักมือหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Sculpture in Museum of Fine Arts Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/628852

แหวกฟ้าหาฝัน : Sculpture in Museum of Fine Arts Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Judgement of Paris made of Tin and Lead Alloy

Sculpture หรืองานแกะสลักเป็นสาขาหนึ่งของงานทัศนศิลป์ในรูปแบบ 3 มิติ งานแกะสลักสามารถสร้างสรรค์ได้บนวัสดุที่หลากหลายตั้งแต่หิน ไม้ กระเบื้องและโลหะ ยิ่งวัสดุที่ใช้มีความคงทนและยากต่อการสร้างงานเท่าไหร่ ชิ้นงานก็สามารถเก็บได้นานเท่านั้น อาทิ หิน งานสมัยโบราณที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันส่วนใหญ่จึงมักทำจากหิน กระเบื้องและโลหะ งานในอดีตที่ยังคงอยู่มาให้ศึกษามักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ของใช้ และเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งนี้เพราะงานประเภทนี้ใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงงานที่ประณีตจึงมักเป็นสมบัติของราชวงศ์ ศาสนจักร และคหบดี ดินแดนที่มีงานแกะสลักหลงเหลืออยู่มากมักเป็นดินแดนที่มีวัฒนธรรมและการค้ามั่งคั่งมาอย่างยาวนาน อาทิ เมดิเตอร์เรเนียน จีน อินเดีย อเมริกากลางและใต้ รวมทั้งแอฟริกา

งานแกะสลักไม้เป็นงานที่ใช้มีดแกะลงบนไม้ด้วยมือเดียวหรือใช้สิ่วตอกบนไม้ด้วยมือทั้งสองข้าง งานแกะสลักไม้ที่ตกแต่งมีทั้งแบบ 3 มิติบนกรอบรูปซึ่งเป็นงานที่หาได้ค่อนข้างยาก และแบบ 3 มิติไว้ตั้งตามที่ต่างๆ งานแกะสลักไม้ชิ้นแรกถูกค้นพบมีอายุกว่า 12,000 ปี นับจากนั้นมา งานแกะสลักไม้ก็เป็นงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์อย่างกว้างขวางแต่กลับเหลือรอดมาจนปัจจุบันได้น้อยอันเป็นผลจากความไม่คงทนทางด้านวัตถุ และการถูกไฟไหม้เป็นครั้งคราว งานแกะสลักไม้ที่เหลืออยู่จนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่มักเป็นงานที่เคยเก็บอยู่ในส่วนซ่อนเร้นในอาคาร หรือถูกเก็บงำอย่างดีในกรุโดยเป็นสมบัติของจีน ญี่ปุ่น แอฟริกา และหน้ากากของ Oceania

Adam and Eve Ivory Carving

ส่วนงานแกะสลักไม้ของชาติตะวันตกเริ่มต้นครั้งแรกในยุคของกรีซ ส่วนที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันเป็นงานในยุคกลางและโกธิคนั้นเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับศรัทธาของศาสนาของเยอรมัน รัสเซีย อิตาลี และฝรั่งเศส ส่วนของอังกฤษจะเป็นงานของคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 ที่ทำจากไม้โอ๊ค งานที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคเรอเนสซองส์ก็ไม่มีงานใดเกินงานที่ชื่อว่า เดวิดของไมเคิล แองเจลโล ซึ่งปัจจุบันมีงานเลียนแบบจัดแสดงอยู่กลางจัตุรัส Vecchio เมืองฟลอเรนซ์ ส่วนของจริงจัดแสดงอยู่ใน Galleriadell Academia เมืองเดียวกัน หลังจากยุคนั้น งานแกะสลักก็เคลื่อนตัวสู่แนวทางการนำเสนอแบบอื่นที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับร่างกายของมนุษย์

งาหรือฟันของสัตว์เป็นอีกวัสดุหนึ่งที่คนโบราณนำมาแกะสลัก ในช่วงต้นๆ ของประวัติศาสตร์มนุษย์ใช้ฟันสัตว์มาตกแต่งร่างกายจวบชาวยุโรปเดินทางไปถึงแอฟริกา พวกเขาก็ได้นำงาหรือฟันของสัตว์ใหญ่ซึ่งเป็นของหายากและราคาแพงกลับมาทวีปยุโรปเพื่อทำของตกแต่งและสร้างสรรค์งานศิลปะ เนื่องจากงาของสัตว์มีความคงทนถาวรกว่าไม้จึงกลายเป็นวัสดุสำคัญที่สุดที่ใช้สร้างงานศิลปะตั้งแต่ยุคกลาง งาช้างกลายเป็นวัสดุสำคัญของการสร้างงานศิลปะยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 17-18 อันเป็นผลมาจากการแข่งขันกันระหว่างเยอรมันและเนเธอร์แลนด์ ผลงานส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการค้าระหว่างประเทศส่งผลให้เกิดความมั่งคั่งและช่างฝีมือสังเกตได้จากความละเอียดอ่อนของผลงานโดยเฉพาะใบไม้และเถาองุ่นจากชิ้นงาน Adam and Eve ที่จัดแสดงใน Museum of Fine Arts Budapest

ส่วน Engraving หรืองานแกะสลักโลหะทำได้บนหลากหลายวัสดุ บางชนิด เป็นของที่มีราคาสูงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ เงิน ทอง หรือบางชนิดปัจจุบันไม่ใช่ของมีราคาสูงแล้ว อาทิ เหล็ก ทองแดง แก้ว อย่างไรก็ดี โลหะแทบทุกชนิดเป็นของคงทนถาวรจึงมักตกทอดมาถึงปัจจุบันได้ง่าย งานแกะสลักที่ทำจากของมีราคาสูงมักใช้เป็นเครื่องประดับร่างกาย ในขณะที่งานแกะสลักโลหะที่มีขนาดใหญ่และราคาไม่สูงมากมักใช้เป็นเครื่องตกแต่งในอาคาร หรือใช้แทนงานจิตรกรรมน้ำมันไว้บอกเล่าเรื่องราวและประดับอาคาร งานแกะสลักโลหะยังถือเป็นเทคนิคที่เก่าแก่ที่สุดและสำคัญที่สุดสำหรับงานพิมพ์อีกด้วยโดยเฉพาะแผนที่

Judgement of Paris ที่ทำจากดีบุกและตะกั่วผลงานของ Georg Raphael ที่จัดแสดงใน Museum of Fine Arts Budapest นี้เป็นตัวอย่างงานแกะสลักที่ทำจากโลหะ ชิ้นงานเป็นเรื่องราวในนิยายปรัมปราที่เกี่ยวข้องกับสงคราม Trojan ผลงานชิ้นนี้แสดงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัดสังเกตได้จากความละเอียดอ่อนของผืนผ้า ความอ่อนช้อยของท่วงท่าอากัปกิริยาของทุกตัวละครบนชิ้นงานดูมีชีวิตชีวาราวกับละครในชีวิตจริงเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Netherland School in Museum of Fine Arts Budapest

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/627293

แหวกฟ้าหาฝัน : Netherland School in Museum of Fine Arts Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Allegory of Public Welfare by Jan Brueghel

ในมิวเซียมที่มีผลงานยุคเรอเนสซองส์นอกจากจะมีงานของเยอรมัน อิตาลี และสเปนแล้วงานของเนเธอร์แลนด์ก็เป็นงานของศิลปินอีกกลุ่มหนึ่งที่โดดเด่นโดยเฉพาะในช่วงGolden Age ของดัชท์ Museum of Fine ArtsBudapest ก็เป็นมิวเซียมที่มีงานของศิลปินในยุคนี้อยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะงานของJan Brughel นักท่องเที่ยวที่ศึกษาประวัติศาสตร์รวมทั้งประวัติศาสตร์ศิลป์จะทราบดีว่ายุคทองของดัทช์ที่เริ่มต้นในปี 1588 ซึ่งเป็นช่วงต้นของ Eighty Year’s War อันเป็นผลมาจากการที่ 7 จังหวัดของเนเธอร์แลนด์กระด้างกระเดื่องต่อพระเจ้าฟิลิปส์ที่สองแห่งสเปน เรื่อยมาจนสิ้นสุดสงครามในปี 1648 และเข้าสู่ช่วงสงบจวบจนถึง 1672 War of Spanish Succession นั้นเป็นช่วงที่เนเธอร์แลนด์มีความโดดเด่นทั้งในแง่การค้า วิทยาศาสตร์ การทหารและศิลปะ

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นกระแสการต่อต้านคริสตจักรได้แพร่กระจายมาสู่เนเธอร์แลนด์ด้วยเนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ติดกับเยอรมันกระแสต่อต้านหรือ Protestant นี้โดดเด่นในกลุ่มนักประดิษฐ์ ศิลปินและคหบดีที่อาศัยตามเมือง Ghent, Bruges และ Antwerp ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของเนเธอร์แลนด์ทั้งนั้น ศิลปินที่โดดเด่นที่สุดของดัทช์ในช่วงเวลานั้นก็คือ Jan Brueghel เขาเกิดในเมือง Brusselsเป็นบุตรของ Pieter Bruegel the Elderและ Maria Coecke van Aelst บุตรีของ PieterCoecke van Aelst ศิลปินเรอเนสซองส์ที่สำคัญของดัทช์ หลังจากบิดา-มารดาเสียชีวิต เขาและ Pieter Brueghel the Younger น้องชายและน้องสาวได้ย้ายไปอยู่กับ Mayken Verhulstยายของเขาที่เป็นศิลปินม่าย ยายเป็นคนสอนศิลปะให้ทั้งสองพี่น้องก่อนที่จะส่งทั้งสองไป Antwerp เพื่อเรียนจิตรกรรมกับ Peter Goetkint นักสะสมภาพที่มีห้องภาพเป็นของตัวเอง

Allegory of Public Welfare detail by Jan Brueghel

หลังจากนั้นเขาเดินทางไปโคโลญจน์เพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัวน้องสาวและได้เข้าร่วมกับ Frankenthal ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการวาดภาพทิวทัศน์ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานในเวลาต่อมา หลังจากนั้นเขาเดินทางต่อไปยังเวนิสและเนเปิล อิตาลี ประเทศที่ศิลปินนิยมไปศึกษาต่อยอดและดูงาน เขาได้รังสรรค์งานทิวทัศน์และสถาปัตยกรรมให้กับ Don Francesco Caraccioloพระผู้ก่อตั้ง Clerics Regular Minor นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ตัวอย่างผลงานของ Jan Brueghel ใน Museum of Fine ArtsBudapest ที่ชื่อ Paradise Landscape with the Fall of Man และ Allegory of PublicWelfare นั้นแสดงอัจฉริยภาพของเขาได้อย่างเด่นชัดโดยเฉพาะส่วนที่เป็นทิวทัศน์ ดอกไม้ ลวดลายบนตัวสัตว์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เป็นธรรมชาติและเหมือนจริงอย่างหาที่ติได้ยาก

ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 16 ศิลปินเริ่มหันเหออกจากการวาดภาพเหมือน ภาพทิวทัศน์ และภาพ Still life สู่การวาดภาพเรื่องราวของชีวิตประจำวัน แม้ศิลปินบางคนจะยังมีการวาดเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาเป็นพื้นฐาน แต่จะออกแนวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันหรือเป็นชาวบ้านมากขึ้น อาทิ The Village Fairของ Peter Balten หรือ Susanna and the Eldersของ Gortzius Geldorp ที่แม้เป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่าแต่ลักษณะการนำเสนอก็ออกแนวคนทั่วไป การนำเสนอของศิลปินดัชท์จึงดูกลมกลืนกันและมีอัตลักษณ์ ถึงกระนั้นก็ตาม หากนักท่องเที่ยวสังเกตให้ดีก็ยังพบว่า แม้งานของศิลปินดัทช์จะมีเอกลักษณ์แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของ Italian Renaissance อยู่ไม่มากก็น้อยParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelParadise Landscape with the Fall of Man by Jan BrueghelThe Golden Age by Cornelis Van Haarlem

The Golden Age by Cornelis Van HaarlemThe Golden Age by Cornelis Van Haarlem

The Golden Age by Cornelis Van HaarlemThe Golden Age by Cornelis Van Haarlem

The Golden Age by Cornelis Van HaarlemSusanna and the Elders by Gortzius GeldorpSusanna and the Elders by Gortzius GeldorpThe Village Fair by Peter BaltenThe Village Fair by Peter BaltenThe Village Fair by Peter BaltenThe Village Fair by Peter Balten