แหวกฟ้าหาฝัน : สวรรค์ของนักท่องเที่ยว สะพานชาร์ลส์ กรุงปราก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457393

แหวกฟ้าหาฝัน : สวรรค์ของนักท่องเที่ยว สะพานชาร์ลส์ กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก นอกจากต้องไปชมหอนาฬิกาแล้ว สะพานชาร์ลส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ต้องมาเยือนให้ได้ ไม่งั้นเสมือนหนึ่งมาไม่ถึงสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ภาพถ่ายที่ใช้ส่งเสริมการขายกรุงปรากซึ่งนำนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ดั้นด้นมาก็คือสะพานแห่งนี้นี่เอง สะพานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อไว้เชื่อมสองฝั่งของแม่น้ำ Vltava นี้สร้างขึ้นครั้งแรกในนามของ Judith Bridge ในระหว่างปี 1158-1172 แต่มันถูกน้ำท่วมในปี 1342 มันจึงถูกเริ่มต้นสร้างใหม่ในปี 1357 ภายใต้การบัญชาของพระเจ้าชาร์ลส์ที่สี่ แต่กว่าจะสร้างเสร็จก็ใช้เวลาร่วมร้อยปี ในการสร้างใหม่นี้มันถูกเรียกชื่อว่า สะพานหินหรือสะพานปราก แต่ได้รับการขนานนามใหม่ว่าสะพานชาร์ลส์ในปี 1870 สะพานนี้มีความสำคัญตรงที่มันเป็นทางเชื่อมระหว่างปราสาทปรากกับเมืองเก่า และยังทำให้กรุงปรากกลายเป็นเมืองสำคัญทางด้านการค้าระหว่างยุโรปตะวันออกและตะวันตกในช่วงเวลานั้น

Christ on Cross

เนื่องจากสะพานนี้ถูกสร้างมาอย่างยาวนานโดยครั้งที่สำคัญสุดเป็นครั้งที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ทรงลงมือวางศิลาฤกษ์ด้วยตัวเองในเวลา 05.31 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 1357 เพราะพระองค์มีความเชื่อในเรื่องโชคลางเกี่ยวกับตัวเลขอย่างมากว่าตัวเลขนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสะพานและราชบัลลังก์ของพระองค์ การก่อสร้างครั้งนั้นใช้เวลานานถึง 45 ปี ถึงแม้ว่าพระองค์จะพิถีพิถันเรื่องฤกษ์ยาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สะพานรอดจากความเสียหายหลายครั้งจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น หลังจากสร้างเสร็จเพียงแค่ 30 ปี ในปี 1432 สะพานก็ถูกน้ำท่วมจนเสาหลักพังถึง 3 ต้น ซ้ำร้ายในปี 1496 ส่วนโค้งที่สามที่นับจากเมืองเก่าก็พังอีก ในช่วงก่อนสิ้นสุดสงคราม 30 ปี ซึ่งชาวสวีเดนครอบครองฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ Vltava อยู่นั้น พวกเขาพยายามข้ามแม่น้ำมา ระหว่างที่กำลังสู้รบกันบนสะพานนั้น พวกเขาได้ทำลายประติมากรรมตกแต่งที่เคยประดับไว้ลงเป็นจำนวนมาก หลังสงครามสิ้นสุดลง เทศบาลเมืองได้ปรับปรุงโฉมสะพานให้กลับไปดีดังเดิม แต่ในปี 1784 สะพานก็ถูกทำลายลงอีกครั้งจากน้ำท่วมจนทำให้เสา 5 ต้น ถูกทำลายลงอย่างมาก และทำให้ส่วนโค้งแตกหักเสียหายตามไปด้วย

ประติมากรรม

เมื่อเมืองเจริญขึ้น สะพานก็เริ่มมีการจราจรที่คับคั่งมากขึ้นโดยเริ่มจากการให้รถม้าผ่านก่อน จวบจนกระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคมปี 1905 รถม้าคันสุดท้ายได้รับการอนุญาตให้ใช้สะพานก่อนที่เทศบาลเมืองจะวางรถรางไฟฟ้าแทนในปี 1908 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เทศบาลได้ตั้งด่านขึ้นที่ฝั่งเมืองเก่า และได้ทำการซ่อมแซมสะพานครั้งใหญ่อีกในปี 1965 โดยใช้เทคโนโลยีที่ค้ำประกันความแข็งแรงของสะพาน อย่างไรก็ดี นับจากการซ่อมแซมครั้งใหญ่แล้ว เทศบาลกลับตัดสินใจยกเลิกการใช้พาหนะทั้งหมดบนสะพาน และอนุญาตให้คนเดินเท่านั้น

ประติมากรรมนักบุญ

นอกจากการเป็นสะพานหินที่ทำให้สะพานชาร์ลส์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแล้ว ส่วนของงานประติมากรรมตกแต่งแบบบาโรคยิ่งทำให้สะพานนี้มีเสน่ห์แตกต่างกับสะพานอื่นอย่างสิ้นเชิงงานประติมากรรมตกแต่งรูปนักบุญที่อยู่ 2 ข้างของสะพานและถูกจัดตั้งขึ้น ระหว่าง 1683-1714 เป็นฝีมือของ Matthias Braun, Jan Brokoff, Michael Joseph และ Ferdinand Maxmilian นักประติมากรที่มีฝีมือในช่วงเวลานั้นงานชิ้นเด่นๆ ได้แก่ St. Luthdard,the Holy Crucifix and Calvary,Bruncvik knight และงานชิ้นที่สำคัญ ที่สุดคือ St. John of Nepomuk นักบุญที่ถูกสังหารระหว่างรัชกาล Wenceslas IVโดยถูกโยนลงแม่น้ำ Vltava จากสะพานนี้เอง

ประติมากรรมนักบุญ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเยือนปรากก็เพราะอยากมาถ่ายรูปบนสะพานที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้จากกิตติศัพท์ความโรแมนติก แต่เนื่องจากปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปรากมีจำนวนมากเสียจนกระทั่ง ความโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวอยากเสพหายไปหมด เพราะถูกกลบด้วยผู้คนที่มากมายเลยจำเป็นต้องแทนที่ด้วยความระมัดระวังในการเดินเพื่อมิให้ถูกล้วงกระเป๋าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าซึ่งเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนนั่นเอง

สะพานชาร์ลส์

สะพานยามค่ำคืน

แหวกฟ้าหาฝัน : Highlight กรุงปราก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455911

แหวกฟ้าหาฝัน : Highlight กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก สถานที่ 2 แห่งที่ต้องเยือนให้ได้ไม่เช่นนั้นจะเหมือนมาไม่ถึงเมืองปราก นั่นคือ หอนาฬิกา และสะพานชาร์ลส์ นักท่องเที่ยวหลายคนทราบดีว่า หอนาฬิกาหลายเมืองในยุโรปมีควาน่าสนใจ แต่ไม่มีหอนาฬิกาเมืองใดสวยเท่ากับหอนาฬิกากรุงปราก หอนาฬิกาที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1410 นี้เป็นหอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นหอนาฬิกาเก่าแก่ที่สุดหอเดียวที่ยังคงทำงานอยู่ในยุคปัจจุบัน

หอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ ณ กำแพงทิศใต้ของอาคารว่าการ old town hall ที่จัตุรัสกลางเมืองนี้ประกอบด้วยส่วนต่างๆ 3 ส่วนคือ ส่วนดาราศาสตร์อันเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1410 โดย Mikuláš of Kadaň and Jan Šindel ช่างทำนาฬิกาที่ภายหลังเป็นศาสตราจารย์ทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ เป็นส่วนที่อธิบายวงโคจรของพระอาทิตย์และพระจันทร์ ส่วนศาสนจักรที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังประกอบด้วยนักบุญสาวกของพระเยซูทั้ง 12 คน ได้แก่ เจมส์ ปีเตอร์ แอนดรูว์แมทธิว โธมัส จอห์น ปอล เป็นต้น ที่เดินเข้า-ออกด้านซ้ายขวาของนาฬิกาแต่ละชั่วโมงตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม และโครงกระดูกซึ่งหมายถึงความตายตีบอกเวลา และส่วนปฏิทินจะประกอบด้วยวงกลมใหญ่ 1 วงบอกถึงเทศกาลสำคัญและมีรูปหอคอยที่ประดับด้วยวงกลมเล็ก 12 วง อันแสดงถึง 12 ราศีอันหมายถึง 12 เดือน

ส่วนของนาฬิกาดาราศาสตร์อันเป็นส่วนที่ถูกสร้างขึ้นส่วนแรกนั้นเคยเกิดความเสียหลายครั้งและถูกซ่อมหลายครั้งเช่นกันโดยครั้งใหญ่สุดเกิดขึ้นในปี 1552 โดยJan Taborsky ต่อมาในปี 1629 เทศบาลเมืองจึงได้ตกแต่งหอนาฬิกาเพิ่มโดยจัดให้มีรูปแกะสลักไม้ หลังจากนั้นก็เพิ่มรูปนักบุญในปี 1781 รวมทั้งเพิ่มรูปไก่ทอง ในปี 1865 อย่างไรก็ดี หอนาฬิกาถูกทำลายลงอย่างมากในวันที่7-8 พฤษภาคม 1945 จากเหตุการณ์การเดินขบวนเมื่อนาซีบุกจัตุรัสกลางเมืองทางด้านตะวันตกเฉียงใต้โดยเข็นรถติดอาวุธจำนวนมากเข้ามาในเมือง ส่วนของห้องโถงและอาคารรวมทั้งรูปแกะสลักไม้ถูกไฟไหม้ และส่วนปฏิทินที่ถูกแกะสลักโดย Josef Manes ก็ไหม้ไปหมดหลังจากนั้นเทศบาลได้พยายามซ่อมแซมส่วนเครื่องและได้จัดทำรูปแกะสลักนักบุญใหม่โดยมอบหมายให้กับ Voitech Sucharda จนทำให้นาฬิกากลับมาเดินอีกครั้งในปี 1948

หลังจากนั้นมาหลายสิบปี นาฬิกาก็ไม่เคยได้รับการซ่อมแซมอีกเลยจวบจนฤดูใบไม้ผลิปี 2005 เทศบาลได้ทำการซ่อมแซมส่วนแกะสลักและส่วนปฏิทิน อีกทั้งยังมีการเอาตาข่ายมาคลุมรูปแกะสลักไม้เพื่อไม่ให้นกพิราบมาเกาะ เดือนตุลาคม ปี 2010 เทศบาลได้จัดให้มีการฉลองครบรอบ 600 ปีของการสร้างหอนาฬิกานี้โดยมีการจัดแสดงแสง สี และมีการฉายวีดีโอเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหอนาฬิกาตั้งแต่การสร้างการซ่อม การถูกไฟไหม้ ฯลฯ รวมทั้งจัดแสดงเครื่องกลภายในให้ได้ชมด้วย การซ่อมแซมครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2018 นี่เองอันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการซ่อมแซมส่วนหอคอยเก่าโดยในการซ่อมแซมครั้งล่าสุดนี้ ช่างได้ค้นพบความลับสำคัญนั่นคือ รูปนักบุญเซนต์โทมัส มีน้ำหนักมากกว่ารูปอื่นๆ และจากเอกซเรย์พบว่าภายในมีกล่องเหล็กบรรจุอยู่ เมื่อเปิดกล่องก็พบข้อความที่ถูกเขียนขึ้นโดย Vojtech Suchardaนักประติมากรรมผู้ปั้นนักบุญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมีใจความว่า ตามแผนดั้งเดิมนั้น รัฐบาลต้องการให้มีประติมากรรมจำนวนมากกว่านี้ แต่หลังจากที่เช็กถูกปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ แผนการก็ถูกเปลี่ยนไป และในการซ่อมแซมครั้งสุดท้ายนี้ รัฐบาลได้มีการสร้างส่วนหอคอยใหม่และทำการแทนที่ด้วยจอ LED การซ่อมแซมเสร็จสิ้นลงพร้อมกับงานเฉลิมฉลอง 100 ปี เชโกสโลวาเกีย

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกรุงปราก จะต้องมารอชมนาฬิกาตีบอกเวลา และคอยสังเกตจุดต่างๆ ให้ออกตามที่ไกด์แนะนำ นั่นคือชั้นนอกสุดประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เวลาของเช็ก ส่วนกลางเป็นเลขโรมันที่พบได้ทั่วไป ส่วนสีฟ้าแดงจะบอกการขึ้นของพระอาทิตย์ เวลาพักกลางวัน เวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ต่างๆ ส่วนในสุดบอกข้อมูลเกี่ยวกับโลกให้ได้ครบทั้งหมดจึงจะได้อรรถรสคุ้มค่ากับการเยี่ยมเยือน

แหวกฟ้าหาฝัน : Andy Warhol in Central Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/454395

แหวกฟ้าหาฝัน : Andy Warhol in Central Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ Pop Art ศิลปินที่โด่งดังที่สุดคงไม่มีใครเกิน Andy Warhol และมิวเซียมในยุโรปที่จัดแสดงงานของเขาได้ดีที่สุด
คงไม่มีที่ไหนเทียบเท่ากับ Central Gallery Prague เขาเกิดเดือนสิงหาคม ปี 1928 มลรัฐเพนซิลวาเนีย แม้เขาจะไม่ใช่คนยุโรป แต่พ่อแม่ของเขาเป็นชาวสโลวัก Central Gallery กรุงปราก จึงได้จัดแสดงผลงานและประวัติของเขาเพื่อเป็นเกียรตินักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมแห่งนี้จะไม่เพียงได้เห็นผลงานของเขาตั้งแต่ยังอายุน้อยเท่านั้น แต่ยังจะได้สัมผัสถึงอัจฉริยภาพของเขาในการสร้างเรื่องราวให้กับชีวิตตัวเองด้วย เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนักวาดภาพประกอบ ก่อนจะกลายเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวทางด้านทัศนศิลป์ และนักสร้างภาพยนตร์ รวมทั้งผู้จัดการวง Rock ที่ชื่อThe Velvet Underground

การที่พ่อแม่ของเขาบริจาคผลงานของเขาให้กับบ้านเกิดของตัวเองในเมือง Medzilaborce สโลวาเกีย เพราะพวกเขาอพยพมาจากเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ Mikova ของอาณาจักรออตโต-ฮังกาเรียน และอาจเป็นสถานที่เกิดที่แท้จริงของ Andy Warhol ด้วย เพราะ Warhol พูดเสมอว่าเอกสารการเกิดของเขาเป็นของปลอม ส่วนการที่วันเกิดและสถานที่เกิดของเขาตรงกับวันที่ 6 สิงหาคม 1928 มลรัฐเพนซิลวาเนียด้วยชื่อ Andrew Wahola ก็เพราะพ่อของเขากำลังทำงานเหมืองอยู่ที่นั่นในวันเวลาและสถานที่นั้นพอดี เขามีพี่น้องอีก 2 คนคือ Jan และ Paul พวกเขานับถือศาสนาคริสต์ไบเซนไทน์ และเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างสม่ำเสมอส่งผลให้เขาจึงไม่เพียงถวายทรัพย์ให้กับศาสนจักรอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น เขายังชอบสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรตามความเชื่อด้วย

แม้เขาจะมีสุขภาพไม่ดีแต่เล็ก แต่เขากลับสามารถเข้าเรียนทางด้านการค้าศิลปะที่ CarnegieInstitute of Technology เมือง Pittsburgh หลังจากได้รับปริญญาตรีทางด้าน Fine Arts สาขา Pictorial Design แล้ว เขาย้ายมาอยู่นิวยอร์กและเริ่มอาชีพนักวาดภาพประกอบ ให้กับนิตยสารและโฆษณาเขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Andy Warhol เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียง อีกทั้งยังทำให้นายจ้างไม่สามารถทราบได้ว่าเขาเป็นคนสโลวักอันจะส่งผลต่อการหางานของเขาด้วย การเปลี่ยนชื่อจึงเป็นกลยุทธ์แรกที่แสดงความเป็นอัจฉริยภาพของเขานอกเหนือจากเนื้องาน ตลอดทศวรรษที่ 1960 เขาเริ่มสร้างสรรค์งานแนว Pop Art โดยอาศัยภาพที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสหรัฐ เช่น กระป๋องซุปแคมเบลภาพของดาราหรือคนมีชื่อเสียงในสหรัฐในช่วงเวลานั้นเป็นต้นแบบซึ่งการเลือกหัวข้อก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในการสร้างความโด่งดังให้ตัวเอง อาทิMarilyn Monroe, Elvis Presley, Muhammad Ali, Troy Donahue and Elizabeth Taylor จนส่งผลให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้นจนกลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐในเวลาอันรวดเร็ว

ในทศวรรษที่ 1960 เขาได้เปิดห้องภาพชื่อThe Factory ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่นัดพบกับศิลปินหลากหลายแนว รวมทั้งนักเขียนและดาราด้วย ในปี 1962 เขาเริ่มผลิตผลงานที่เรียกว่า Silk screensออกขายแบบ mass product ชิ้นใหญ่ๆ โดยเขายังคงเห็นว่าการผลิตงานเยี่ยงนี้เป็นงานศิลปะอยู่ อย่างไรก็ดีโลกกลับยอมรับผลงานเหล่านี้อย่างรวดเร็วในฐานะศิลปะเช่นกัน ผลงานเหล่านี้แม้ไม่เหมือนแนวทางศิลปะแบบเดิมๆ ที่คนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้โดยง่าย เพราะสร้างสรรค์จากสิ่งที่ปกติดูด้อยค่า เช่น เงิน ภาพถ่ายดารา หนังสือพิมพ์ กลับกลายเป็นงานแนว Pop Art ที่นิยมไปทั่วโลก ความสำเร็จนี้สร้างความตื่นตะลึงไม่เพียงกับตัวศิลปินผู้สร้างงาน แต่กับประชาคมโลกโดยรวมด้วย

นอกจากงานศิลปะแล้ว เขายังเป็นผู้จัดการวง The Velvet Underground วงร็อกตั้งแต่ปี 1965 วงนี้ไม่เพียงประสบความสำเร็จจากฝีมือแล้ว ยังได้รับผลดีจากฝีมือการออกแบบปกแผ่นจาก Warhol ด้วย เมื่อวงร็อกนี้ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ Nico นักร้องชาวเยอรมันและร่วมงานกันออกอัลบั้ม Warhol ได้ออกแบบปกเป็นรูปกล้วยซึ่งภายในมีสีแดงโดยเขียนคำนำว่า Peel Slowly and See ซึ่งสร้างความแปลกใหม่และน่าสนใจให้กับวงการ นับจากนั้นมาเขาก็ออกแบบปกอัลบั้มให้กับศิลปินอีกหลายวง เช่น Sticky Fingers และ Love You Live วง Rolling Stones, The Academyin Peril และ Hori Soit ยิ่งกว่านั้นการที่เขามีห้องภาพเป็นที่สังสรรค์ของนักดนตรีและคนดัง ทำให้เขาเป็นเพื่อนกับทั้ง Mick Jagger, Bob Dylanและ John Lennon ทำให้เขาเป็นศิลปินที่มีผลงานของคนดังเหล่านี้ตลอดชั่วอายุการทำงานซึ่งยิ่งส่งเสริมความโด่งดังให้กับเขามากขึ้น

เบื้องหลังความสำเร็จของ Warhol ที่สำคัญอีกคนก็คือ Julia Warhola แม่ของเขา ซึ่งแม้ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย แต่กลับสามารถเป็นความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่น และความสุขของเขาจนทำให้เขาสามารถสร้างงานที่แปลกแหวกแนวออกมาสู่โลกได้อย่างแท้จริง การที่เขาเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์และกล้าที่จะทำอะไรแตกต่างอย่างมีกลยุทธ์ส่งผลให้เขากลายเป็นคนดังในเวลาอันรวดเร็วจนอะไรๆ ก็หยุดเขาไม่ได้แม้แต่ความตาย เป็นที่น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตด้วยอายุเพียงแค่ 58 ปี จากภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดถุงน้ำดีทั้งๆ ที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนเข้าโรงพยาบาลแล้วว่า คนดีๆ บางคนต้องเสียชีวิตโดยไม่สมควรหากเลือกโรงพยาบาลผิด หรือตกอยู่ในมือแพทย์ผิดคนทั้งๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ดีเลิศ

แหวกฟ้าหาฝัน : Salvador Dali in Central Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/452860

แหวกฟ้าหาฝัน : Salvador Dali in Central Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใน Central Gallery Prague นอกจากผลงานของศิลปินประจำชาติที่โดดเด่นที่สุดแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ชอบงาน Surrealism ด้วยโดยเฉพาะงานของ Salvador Dali เจ้าพ่อ Surrealism Salvador Dali เกิดที่เมือง Figueres เมืองเล็กๆ ในแคว้น Catalunya ใกล้กับ Barcelona สเปนในครอบครัวคนชั้นกลาง พ่อของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนแม่ของเขาเคยเป็นคนทำงานบ้านของสามีมาก่อนที่จะแต่งงานกัน เขามีพี่น้องอีก 2 คน คนน้องเป็นผู้หญิงชื่อว่า Anna Mariaและพี่ชายชื่อเดียวกันที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียงแค่ 2 ปี พ่อแม่เขาเชื่อว่าเขาคือพี่ชายมาเกิดใหม่จึงตั้งชื่อเดียวกันกับพี่ชาย เขามีสัญชาตญาณความเป็นศิลปินตั้งแต่เด็กจึงสามารถเข้าเรียน Madrid School of Fine Arts Academy de San Fernando ซึ่งเขาได้มักคุ้นกับเพื่อนศิลปินอีกหลายคนในช่วงแรกงานของเขาออกแนว Futurism ผสมผสานกับ Cubism ซึ่งเป็นศิลปะที่กำลังนิยมในช่วงเวลานั้น

การที่เขาเป็นผู้มีความสามารถมากตั้งแต่ยังเยาว์ ทำให้เขาสามารถร่วมแสดงนิทรรศการขึ้นครั้งแรกในปี 1925  ที่ Dalmau Gallery เมืองบาร์เซโลน่า หลังจากนั้น 1 ปีเขาเดินทางไปปารีสและได้พบกับ Pablo Picasso ซึ่งได้แนะนำให้เขารู้จักกับศิลปินดังๆ อีกหลายคน เขาเริ่มไว้หนวดอันกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สร้างชื่อให้เขาเมื่อเขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ในปี 1929 เขาได้ร่วมกับ Luis Bunuel สร้างภาพยนตร์อันถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสมาคม Surrealism ปลายปีเดียวกันนั้นเขาได้พบกับ Gala คนรักที่คนทั่วโลกจะได้พบเห็นตลอดระยะเวลาการทำงานของเขา และเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในชีวิตของเขาด้วย ในช่วงเวลาเดียวกัน เขาเริ่มพัฒนางานที่ออกแนวบ้าบิ่น เพ้อเจ้อ ที่ถูกส่งออกจากจิตใต้สำนึก เช่น The Lugubrious Game (1929) The Persistence of Memory (1931)

แม้เขาจะเริ่มมีผลงานค่อนข้างมาก แต่กว่าเขาจะสามารถจัดแสดงผลงานเดี่ยวได้ครั้งแรกก็ปาเข้าไปปี 1932 แล้ว เขาสามารถข้ามน้ำข้ามทะเลไปจัดแสดงผลงานแนว Surrealism ได้ถึงสหรัฐฯซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อสงครามกลางเมืองในสเปนปะทุขึ้น ความเห็นสุดโต่งของเขาที่เห็นอกเห็นใจนายพลฟรังโก ทำให้เขาขัดแย้งอย่างหนักกับศิลปินแนว Surrealism คนอื่นๆ จนถูกขับออกจากกลุ่มในปี 1939 ปีต่อมาเขากับ Galaคนรักจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่สหรัฐฯ และอยู่ที่นั่นจนถึงปี 1948 ในปี 1942 เขาได้ออกหนังสืออัตชีวประวัติและได้เข้าสู่วงการภาพยนตร์โดยเป็นคนเขียนเรื่องราวให้กับ Walt Disney หลังกลับจากสหรัฐฯเขาย้ายกลับมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่แคว้น Catalonia บ้านเกิดและใช้ชีวิตอยู่จนเสียชีวิต ในช่วงเวลานี้ เขาหันเข้าสู่งานแนวศาสนามากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความหลอนอยู่ดีเห็นได้จากงานที่ชื่อ The Madonna of Port Ligat (1950) and Crucifixion (1954)

Dali เริ่มสร้างโรงภาพยนตร์และมิวเซียมของตัวเองที่เมือง Figueres บ้านเกิดตั้งแต่ปี 1960 และเริ่มหันหางานแนวอื่น เช่น โฆษณา ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ อาทิ เก้าอี้รูปริมฝีปากอันโด่งดัง อีกทั้งยังสร้างสรรค์งานแนวจิวเวลรี่ และออก Brand น้ำหอมชื่อ Dali เขาได้สร้างสัญลักษณ์ขึ้นมากมายผ่านผลงาน เช่น นาฬิกาละลายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงเสมอของเวลาเฉกเช่นเดียวกันกับที่ Albert Einstein เคยเปรียบเทียบไว้ เขาเล่าว่าแรงบันดาลใจในการสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมาจากการสังเกตการละลายของ Camembert cheese ที่ละลายในฤดูร้อน ส่วนช้างที่มีขาเล็กและมีมดไต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของความตายและความหวาดกลัว เขาเล่าว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากการที่เห็นสัตว์เลี้ยงของตัวเองถูกมดไต่หลังตายแล้ว เป็นที่น่าเสียดายที่Gala คนรักของเขาเสียชีวิตก่อนที่เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวินในปี 1982 เขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวในปี 1989 และถูกฝังอยู่ในมิวเซียมอันเป็นที่รักนั่นเอง เขาได้ยกผลงานทั้งหมดให้เป็นของรัฐ และส่วนหนึ่งได้จัดแสดงที่มิวเซียมที่รักของเขานั่นเอง

นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกันดีกับงานแนวSurrealism จะเห็นว่างานของ Dali ใน Central GalleryPrague ส่วนหนึ่งเป็นไปตามมาตรฐานงานของเขา แต่ส่วนหนึ่งกลับดูไม่เข้าขั้น หลายคนคงรู้สึกว่าผลงานเหล่านี้บ้าไม่พอ ไม่สมกับความบ้าของเขา ศิลปินเองก็เคยให้ความเห็นกับงานตัวเองไว้ว่าสิ่งเดียวที่แตกต่างระหว่างเขากับคนบ้าก็คือ เขาไม่ได้บ้าและความแตกต่างระหว่างศิลปินแนว Surrealism กับเขาก็คือ เขานี่แหละคือ Surrealist

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfons Mucha in Central Gallery of Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451443

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfons Mucha in Central Gallery of Prague

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเมืองปราก ไม่เพียงต้องไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดนั่นคือ เมืองเก่าเพื่อชมหอนาฬิกาอันแสนสวยงามและเลื่องชื่อ และสะพาน Charles ที่ครั้งหนึ่งแสนจะโรแมนติกเท่านั้น ระหว่างทางจากหอนาฬิกาไปถึงสะพานนั้นยังมีห้องภาพที่เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานของศิลปินระดับเจ้าพ่อ 3 คนคือ Andy Warholเจ้าพ่อ Pop Art, Alfons Mucha เจ้าพ่อArt Nouveau แห่งสาธารณรัฐเช็ก และ Salvador Dai เจ้าพ่องานแนวSurrealism ให้เยือนด้วย การจัดแสดงของมิวเซียมแห่งนี้แบ่งเป็น 3 ชั้นโดยแต่ละชั้นจะเป็นนิทรรศการของศิลปินแต่ละคน นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วแยกหรือรวมก็ได้แล้วแต่เวลา และความต้องการในการเยี่ยมเยือนสำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ผิดหวังจากการที่ไม่สามารถเข้าชม MuchaMuseum ก็สามารถศึกษางานของเขาได้จากที่นี่เช่นกัน เพราะที่นี่ก็มีงานของศิลปินผู้นี้ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับการโฆษณา เครื่องแก้ว หรือแจกัน รวมทั้งงานบนผืนผ้าใบ AlfonsMucha เป็นใคร ทำไมเมืองปรากถึงต้องจัดให้มีมิวเซียมของเขา และยังมีห้องจัดนิทรรศการให้อีกต่างหากด้วย

Alfons Mucha จิตรกร และนักวาดภาพประกอบแนว Art Nouveau ที่มีชื่อเสียงที่สุดของสาธารณรัฐเช็กเกิดในเมืองเล็กที่ชื่อ Ivancice ทางตอนใต้ของ Moravia จังหวัดหนึ่งของอาณาจักรออตโต-ฮังกาเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐเช็กในวันที่ 24 กรกฎาคม 1860 ครอบครัวของเขาฐานะไม่ดีเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเขาสามารถแสดงอัจฉริยภาพทางด้านการวาดแบบร่างตั้งแต่ยังเยาว์ พ่อค้าท้องถิ่นจึงประทับใจและยกกระดาษให้เขาใช้ฟรี เมื่อเขาได้รับคัดเลือกให้เป็นนักร้องประจำโบสถ์ St. Peter and Paul, Brno เขาก็ได้โอกาสเรียนระดับมัธยมศึกษาและกลายเป็นคนที่อุทิศตัวให้กับศาสนจักร

การที่เขามีความสามารถในการร้องเพลงทำให้เขาได้เข้าเรียนต่อทางด้านดนตรีที่ GymnaziumBrno แต่เขากลับกระตือรือร้นที่จะเรียนเป็นจิตรกรมากกว่า โชคดีที่มีคนจ้างเขาออกแบบฉากละครและฉากตกแต่งจนเขาสามารถที่จะสมัครเข้าเรียนที่Academy of Fine Arts กรุงปราก แต่เขากลับถูกprofessor Lhota ปฏิเสธและแนะนำให้ไปเรียนสาขาอื่นด้วยเหตุผลที่ว่าการเป็นศิลปินจะทำให้เขายากจนเช่นเดิม โลกยังโชคดีที่เขาไม่เชื่อศาสตราจารย์ท่านนี้เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปกรุงเวียนนาเมื่ออายุได้ 18 ปี และได้รับการจ้างให้เป็นผู้ช่วยจิตรกรที่ทำงานตกแต่งเวทีกรุงเวียนนา ในช่วงเวลานั้นเขามักได้ตั๋วฟรีจากนายจ้างเพื่อเข้าชมมิวเซียม โบสถ์ พระราชวัง และโรงละครอยู่เสมอ และยังได้พบกับ Hans Makart จิตรกรผู้เชี่ยวชาญงานภาพเหมือนที่ทำงานตกแต่งพระราชวังและอาคารราชการในกรุงเวียนนาอีกต่างหากด้วย

อย่างไรก็ดี ในปี 1881 โชคร้ายมาเยือนเมื่อไฟไหม้ Rightheater ลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เขาทำงานอยู่ส่งผลให้เขาตกงานและต้องเดินทางไปMikulov และเริ่มงานใหม่ด้วยการเขียนภาพเหมือน และตกแต่งหลุมศพงานของเขาได้รับความชื่นชมอย่างมากจาก Count Eduard Kuen Belasiเลยอนุญาตให้เขาเขียนภาพเกี่ยวกับบ้านของตัวเองและญาติๆ อีกทั้งยังพาเขาไปชมงานศิลปะตามเมืองต่างๆ เช่น เวนิส มิลาน ฟลอเรนซ์ และยังแนะนำให้เขารู้จักกับ Wilhelm Kray จิตรกรที่มีชื่อเสียงชาวเมืองมิวนิกอีกต่างหากด้วย ยิ่งกว่านั้นท่านเคาน์ยังออกเงินให้เขาไปเรียนต่อ โดยเขาได้เข้าเรียนที่Academy Julian and Colarossi กรุงปารีสถึงกระนั้นก็ตาม ท่านเคาน์กลับจ่ายเงินให้เขาเรียนแค่ปีเดียวส่งผลให้เขาต้องหางานทำเพื่อสนับสนุนตัวเอง เขาจึงเริ่มวาดภาพและส่งไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งส่งกลับไปยังกรุงปรากด้วย ในที่สุดโชคก็เป็นของเขาอีก เมื่อ Bouclier ได้เห็นความสามารถของเขาและส่งงานของเขาออกสู่สาธารณชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือเรื่อง Tatry Tales ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงขึ้นมา

หลังจากนั้นเขาก็ได้รับเชิญให้วาดภาพประกอบให้กับงานบทกวีที่เชื่อ The Adamits ที่พูดถึงประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐเช็ก นับจากนั้นมาเขาก็มีชื่อเสียงขึ้นอย่างรวดเร็วและได้เป็นคนวาดโปสเตอร์ให้กับนักแสดงละครเวทีดังๆ อีกหลายคน รวมทั้งงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวสลาฟ และ10 ปี ของการประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐเช็ก ยิ่งกว่านั้นเขายังได้มีโอกาสออกแบบเครื่องประดับและเฟอร์นิเจอร์ด้วย เมื่อนาซีบุกสาธารณรัฐเช็กในวันที่ 15 มีนาคม 1939เขาตกเป็นเป้าสำคัญและถูกจับอยู่หลายวัน หลังถูกปล่อยตัวเขาก็ป่วยเป็นปอดอักเสบและเสียชีวิตหลังการประกาศสงครามโลกครั้งที่สองได้ไม่กี่วันแม้การชุมนุมจะถูกควบคุมในช่วงเวลานั้น แต่ประชาชนจำนวนมากก็มาร่วมชุมนุมไว้อาลัยให้กับเขาด้วย เพราะเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของวัฒนธรรมเช็กไปแล้วในเวลานั้นนั่นเอง

นักท่องเที่ยวที่พลาดชม Mucha Museumแต่ได้เยือนห้องภาพแห่งนี้ก็จะได้ชมงานส่วนหนึ่งของเขา และได้ศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนาการฝีมือของเขาไม่ต่างจากการชม Mucha Museumแม้ผลงานที่จัดแสดงจะไม่ได้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาก็ตาม แต่ก็พอทำให้ไม่ขาดอรรถรสของการเยือนปรากเสียเลยทีเดียว แต่หากนักท่องเที่ยวที่ได้เยือน Mucha Museum มาแล้ว อาจรู้สึกผิดหวังกับห้องภาพแห่งนี้อย่างมากก็เป็นได้

แหวกฟ้าหาฝัน : Vaclav Tikal ใน National Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449851

แหวกฟ้าหาฝัน : Vaclav Tikal ใน National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

The Last Things detail 2

ใน National Gallery Prague นอกจากมีผลงานของ Zdenek Sklenar ที่เป็นงาน Surrealism แล้ว ที่นี่ยังมีงานของ Vaclav Tikal ซึ่งเป็นศิลปินแนว Surrealism ที่สำคัญของสาธารณรัฐเช็กด้วย เขาเกิดในครอบครัวช่างเหล็กใกล้กับ Prestice จึงถูกสอนให้ทำธุรกิจจากเมือง Pilsen ต้นทศวรรษที่ 1920 เขาย้ายมาอยู่กรุงปราก แต่ต้องมาเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจจึงต้องเปลี่ยนงานหลายครั้งในปี 1932 เขาแต่งงานและมีบุตร 1 คนนับจากนั้นเขาก็ตั้งอกตั้งใจทำงานโดยทำงานแบบร่างและจิตรกรรมเป็นงานอดิเรก ในปี 1937 เขาสอบผ่านเพื่อเข้าเรียน Academy of Fine Arts ในกรุงปรากและเข้าเรียนกับศาสตราจารย์ Jakub Obrosky และ Vratislay Nechleba ปลายทศวรรษที่ 1930 Josef Mertlik เพื่อนของเขาได้แนะนำให้เขาเข้าสู่ศิลปะแนว Surrealism

The Last Things detail

หลังการปิดตัวของมหาวิทยาลัย เขาสมัครเข้าทำงานเป็นเสมียนที่บริษัท MinerlolVertrieb GMBH สัญชาติเช็ก-เยอรมัน และเริ่มเป็นเพื่อนกับสมาชิกของกลุ่ม Sporilov Surrealism ในปี 1945 เขาจบการศึกษาโดยได้อนุปริญญาด้าน Figural Painting และเป็นสมาชิกของกลุ่ม SVU Manes สองปีต่อมาเขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม Ra ส่งผลให้เขาได้มีโอกาสจัดนิทรรศการในฐานะสมาชิกของกลุ่มที่เมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1947 และยังได้จัดแสดงนิทรรศการเรื่อยมาทั้งในเมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์และเวียนนา ออสเตรีย ปลายปี 1948 เขาเข้าร่วมกลุ่ม Karel Teige และได้จัดแสดงผลงานใน Zodiac signs อีกทั้งยังทำงานเป็นผู้ออกแบบงานกระเบื้องสำหรับ Karlovy Vary ด้วย หลังปี 1959 เขาก็กลายเป็นผู้ออกแบบงานผ้าคนแรกให้กับกรุงปราก

Fear

ครึ่งหลังของทศวรรษที่ 1950 เขาได้ติดต่อกับ Vratislav Effenberger ศิลปินแนว Surrealism ที่มีชื่อเสียงและจัดแสดงผลงานเกี่ยวกับกระเบื้องในงาน Expo 58
หลังจากนั้นมา เขาก็ประสบความสำเร็จได้ด้านการงานเรื่อยมาแต่ประสบกับปัญหาสุขภาพด้วยในเวลาเดียวกัน ต่อมาในปี 1963 เขาป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แต่โชคดีที่เขาไม่เสียชีวิตและยังคงกลับมาทำงานได้ อีกทั้งยังมีโอกาสร่วมจัดแสดงนิทรรศการอีกครั้งในปี 1964 และสามารถจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวในปีต่อมา โชคดีอยู่กับเขาไม่นาน ในปี 1965 เขาประสบปัญหาสุขภาพอีกครั้งด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิตในที่สุด

Pollute Country

จากตัวอย่างผลงานที่จัดแสดง ณ National Gallery Prague นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า แม้ Takal จะเป็นศิลปินแนว Surrealism แต่เนื่องจากเขาทำงานด้านออกแบบศิลป์เพื่อการค้าด้วยทั้งเซรามิกและผ้า ทำให้งานของเขาไม่ได้ดูสุดโต่งมากนัก จน Effenberger นักวิพากษ์ศิลป์ผู้โด่งดังในยุคนั้นวิพากษ์ว่างานของเขาขาดความเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของความเป็นSurrealism และมีความกลมกลืนมากเกินไปหรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ มีความบ้าไม่มากพอนั้นเอง หลังสงคราม Takal ยังคงรู้สึกหวาดกลัว และเหนื่อยหน่าย รวมทั้งขาดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานที่ดูแปลกพิกลพิการตามแนวทางศิลปะแบบ Surrealism และหันเข้าสู่งานแนวทางศิลปะแบบ Abstract มากขึ้น เพราะมันทำให้เขาสามารถที่จะแสดงออกได้อย่างอิสระผ่านทางการใช้สีแต่เพียงอย่างเดียว

The Last Things detail 1

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in National Gallery Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448374

แหวกฟ้าหาฝัน : Surrealism in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใน National Gallery กรุงปราก ไม่เพียงมีงานแนว Romaticism และ Art Nouveau เท่านั้น ที่ขาดไม่ได้อีกคืองานแนว Surrealism ซึ่งเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในทศวรรษที่1920 งานแนวนี้ประกอบด้วยงานหลากหลายสาขารวมทั้งงานแนวเวชนิทัศน์ หรืองานเขียนด้วย ผลงานของศิลปินแนวSurrealism ส่วนใหญ่จะออกแนวน่าตกใจ คาดเดาไม่ถูกหรือคาดไม่ถึงจึงเป็นแนวทางศิลปะที่ปฏิวัติวงการศิลปะอย่างสิ้นเชิง งานศิลปะแนวนี้พัฒนาจาก Dadaism หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยเริ่มต้นที่ปารีส หลังทศวรรษที่ 1920 งานแนวนี้ได้แพร่ขยายออกไปทั่วโลกและกระจายสู่งานทัศนศิลป์ วรรณกรรม การแสดงและดนตรี

แม้คนส่วนใหญ่เชื่อว่า Surrealism ถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศส แต่แท้ที่จริงแล้วHieronymus Bosch ศิลปินชาวดัทช์ผู้วาดThe Garden of Earthly Delights ต่างหากที่นักวิพากษ์ศิลป์ส่วนใหญ่ยกให้เป็นต้นแบบของงาน Surrealism และยังเป็นงานที่มีจินตนาการล้ำยิ่งกว่างาน Surrealism ของศิลปินใดๆ ในโลก รวมทั้ง Salvadore Dali เจ้าพ่อ Surrealism อันแสนจะโด่งดังด้วย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะงานของ Bosch เกือบทุกชิ้นแสดงให้เห็นถึงความผิดเพี้ยนเหนือจินตนาการ และดูทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่งกว่างาน Surrealismจริงในยุคหลัง ศิลปินแนวนี้จำเป็นต้องมีจินตนาการอันเหลือล้ำประกอบกับอาการทางจิตที่แปรปรวนมหาศาลเข้าขั้นประสาทหลอนในการสร้างสรรค์ผลงานให้ดูประหลาดจนยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้

ส่วนงานแนว Surrealism ในสาธารณรัฐเช็กนั้นเริ่มต้นเมื่อ Josef Sima เดินทางไปปารีสในปี 1921 หลังจากกลับมาในปี 1928 เขาได้เปิดนิตยสาร Le Grand Leu เพื่อเริ่มเผยแพร่แนวทางศิลปะนี้ กว่าศิลปินแนว Surrealismอันประกอบด้วย Karel Teige, Jindrich Styrsky, Toyen และ Vitezlav Nezval ที่มักเดินทางไปศึกษาแนวทางศิลปะนี้ที่ปารีสเช่นกันจะรวมกลุ่มกันได้ก็เข้าสู่ปี 1934 แล้ว แต่พวกเขาก็เป็นกลุ่มศิลปินแนวนี้กลุ่มแรกที่รวมตัวกันได้นอกกรุงปารีส

สำหรับใน National Gallery กรุงปราก ผลงานแนว Surrealism ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งคงไม่มีใครเกิน Zdenek Sklenar เพราะเขาเป็นศาสตราจารย์และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดกับศิลปิน Surrealism ชาวเช็ก เขาเกิดเดือนเมษายน 1910 เข้าเรียน School of Applied Art กรุงปรากในปี 1939 และเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสมาคม Manes Association of Fine Arts ในปี 1943 ก่อนเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Academy of Arts, Architecture and Design ในปี 1945 และได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ในปี 1968

การที่ Sklenar มีประสบการณ์กับจิตรกรดังๆ หลากหลายชาติไม่ว่าจะเป็น Max Ernst, Frantisek Muzika, Jean Dubuffet และ Giussepe Arcimboldo รวมทั้งคตีกวี Charles Baudelaire, Guillaume Apollinaire ส่งผลให้งานของเขาสะท้อนมุมมองที่กว้างไกลทั้งในแง่เทคนิคการวาดแบบร่างและการใช้สี เช่น งาน Nude ของเขาแม้ยังเป็นงานแนว Surrealism แต่กลับยังคงตีความตามความเป็นจริงโดยไม่ต้องใช้จินตนาการแต่อย่างใด ส่วนงาน Artificial Flower และ Green Still Life นั้นจะมีการควบรวมวัตถุที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สัมพันธ์กันเข้าไว้ด้วยกันราวกับฝันร้าย ส่วนงานที่ดูเด็ดสุดในมิวเซียมนี้ของเขาน่าจะเป็นงาน Macha Country ก็มีการวาดซ้อนกันระหว่างวัตถุและคนที่มีท่าทางต่างๆที่ดูราวกับเป็นฝีมือของคนสติเฟื่องอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Alen Divis in National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/445345

แหวกฟ้าหาฝัน : Alen Divis in National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Alen Divis in National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Hallucination

ใน National Gallery Prague ยังมีผลงานของ Alen Divis ศิลปินชาวเช็กที่เคยติดคุกมาก่อนซึ่งน่าสนใจ เขาเกิดใน Blato แต่ย้ายมาอยู่กรุงปรากในปี 1911 เขาจึงมีโอกาสเข้าเรียน Collegeof Applied Arts ณ กรุงปราก ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1920 เขาให้ความสนใจกับงานศิลปะแนว Cubism ซึ่งเป็นแนวทางศิลปะที่ไม่ค่อยพบมากนักในกรุงปราก เขาจึงย้ายมากรุงปารีสในปี 1926 เพื่อเข้าเรียนกับ Frantisek Kupka เพื่อศึกษาศิลปะแนว Cubism และ Expressionism อย่างจริงจังในช่วงเวลานั้นเขาได้พบและเป็นเพื่อนกับศิลปินอีกหลายคน เช่น Bohuslav Maritnu ก่อนเดินทางท่องเที่ยวไปสเปน เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกา หลังกลับมา เขาสามารถจัดนิทรรศการผลงานเดี่ยวครั้งแรกในปี 1932 ที่ Van Leer Gallery

Crucifixion

ในปี 1939 เยอรมันเข้าครอบครองเชโกสโลวาเกีย ความที่เขาเป็นคนชาตินิยมและชอบเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองทำให้เขาได้ร่วมก่อตั้ง House of Czechoslovak Culture ขึ้นเมื่อเยอรมันเพลี่ยงพล้ำและฝรั่งเศสเข้ายึดครองเชโกสโลวาเกีย เขาถูกจับและถูกตั้งข้อหาว่าเป็นนักสืบส่งผลให้เขาถูกจำคุกที่ La Sante นานถึง 6 เดือน ในช่วงเวลาที่เขาถูกจองจำนั้น เขาได้สร้างสรรค์งานที่ซึมกระทือ หมองเศร้า และหดหู่ออกมาเป็นจำนวนมาก แม้ภายหลังเขาถูกปล่อยตัวออกจากคุก แต่กลับถูกขังไว้ในแคมป์ต่อไปอีกปีครึ่งก่อนได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง

Noah’s Arc detail

ต้นทศวรรษที่ 1940 Divis ลี้ภัยไปอยู่นิวยอร์ก เพื่อหางานทำ เขาเน้นสร้างสรรค์งานโดยใช้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาที่ติดคุกส่งผลให้เขาฝัน และอยู่ในอารมณ์หดหู่ หลงผิด และแยกตัว งานของเขาในช่วงเวลานั้นได้รับการตั้งชื่อว่า Art Brut หรือ Outsider Art นอกจากงานแนว Graffiti ที่อาศัยแรงบันดาลใจจากคุกแล้ว เขายังสร้างสรรค์งานแนวทิวทัศน์แอฟริกาใต้อันเป็นสถานที่ที่เขาไปเยือนก่อนสงครามด้วยในเวลาเดียวกัน แม้ผลงานของเขาจะได้รับความสนใจบ้างในนิวยอร์ก แต่เขากลับไม่มีโอกาสจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวเลยแม้แต่ครั้งเดียว

Noah’s Arc

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงและเชโกสโลวาเกียได้รับอิสรภาพ Divis เดินทางกลับบ้านเกิด และเดินทางต่อไปปารีสอีกครั้งเขาประสบความสำเร็จมากในปารีส และสามารถตีพิมพ์บทความทรงจำในคุก Sante ในนิตยสารรายสัปดาห์จวบจนเขาสามารถจัดแสดงนิทรรศการผลงานเดี่ยวได้อีกครั้ง ณ กรุงปรากในปี 1948โชคร้ายในปีเดียวกันนั่นเอง เชโกสโลวาเกียเกิดการปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ส่งผลให้ศิลปินที่มีแนวคิดเฉกเช่นเดียวกับเขาตกงาน เขาจึงใช้เวลาต่อมาอีกนับทศวรรษสร้างสรรค์งานภาพประกอบแทน อย่างไรก็ดีเขายังไม่วายถูกกดดันจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ส่งผลให้ในช่วงทศวรรษที่ 1950 เขาหันเหสู่งานแนวจิตวิทยาและศาสนา เช่น Christ’s Crucifixion และเรื่องราวเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งไม่มีใครรับไปตีพิมพ์จวบจนกระทั่งเขาเสียชีวิตก็ยังไม่มีใครรับไปตีพิมพ์จนได้ถูกค้นพบใหม่ในทศวรรษที่ 1980

Under the Roof of Paris detail 1

ผลงานที่จัดแสดงใน National Gallery Prague ของ Divis ส่วนใหญ่เป็นงานที่เกิดขึ้นขณะที่เขาอยู่ในคุกหรือได้รับแรงบันดาลใจจากการติดคุกหรืออยู่ในค่ายกักกัน ภาพส่วนใหญ่ที่สร้างจากดินสอธรรมดาบนกระดาษสีซีดเหลืองอันเป็นเรื่องราวของคนที่อยู่กันอย่างแออัดในบ้านโกโรโกโสที่เหมือนจะเขียนอย่างง่ายๆ นั้นจึงดูทุกข์ระทม และหมองหม่น บาดแผลในใจที่ฝังลึกนั้นยังคงอยู่ตลอดมาจนอีกนับสิบปีส่งผลให้แม้แต่ภาพอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนาและคัมภีร์ไบเบิ้ล เช่น Noah’sArc หรือ Crucifixion ก็มีรูปแบบที่ไม่ต่างกันมากนัก

 

Under the Roof of Paris

Under the Roof of Paris
Under the Roof of Paris detail 2

Under the Roof of Paris detail 2
Under the Roof of Paris detail 3

Under the Roof of Paris detail 3
Under the Roof of Paris detail 4

Under the Roof of Paris detail 4

แหวกฟ้าหาฝัน : Art Nouveau ใน National Gallery Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/443782

แหวกฟ้าหาฝัน : Art Nouveau ใน National Gallery Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : Art Nouveau ใน National Gallery Prague

วันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Painting

งานแนว Art Nouveau เป็นศิลปะนานาชาติไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือศิลปะประยุกต์ที่เน้นงานแนวตกแต่งอันเป็นศิลปะที่รุ่งเรืองมากในสาธารณรัฐเช็ก คำว่า ArtNouveau ถูกใช้ครั้งแรกในทศวรรษที่ 1880 โดยหนังสือ L’Art Moderne ที่อธิบายงานของ Les Vingt กลุ่มจิตรกร 20 คน ที่สร้างงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่แตกต่างจากแนวทางศิลปะแบบดั้งเดิม คำว่านี้กลายเป็นที่นิยมเมื่อ House of the New Art หรือห้องภาพที่เปิดใหม่ในปารีส เมื่อปี 1895 โดย Siegfried Bing ตัวแทนขายงานศิลปะตั้งชื่อแนวทางศิลปะใหม่นี้ อย่างไรก็ดี แนวทางศิลปะนี้กลับมีความแตกต่างกันโดยเฉพาะแนวทางศิลปะใหม่ที่เกิดขึ้นในอังกฤษส่งผลให้แต่ละเมืองตั้งชื่อเรียกต่างๆ กันไป

Sculpture

ศิลปะที่เป็นที่นิยมระหว่างปี 1890-1910 นี้ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อศิลปะที่เรียนรู้จากมหาวิทยาลัย ผสมผสานกับประวัติศาสตร์จากงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งของคริสต์ศตวรรษที่ 19 งานแนวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติทั้งทางด้านรูปแบบและโครงสร้างโดยเน้นความอ่อนช้อย ไม่สมมาตร รวมทั้งการใช้วัสดุศาสตร์รุ่นใหม่ เช่น เสาเหล็ก งานประติมากรรมที่เน้นความโค้ง งานออกแบบภายใน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว ออกแบบผ้า เครื่องกระเบื้อง เครื่องประดับ และงานโลหะ

เมืองที่มีงานสถาปัตยกรรมแนว Art Nouveau แห่งแรกคือ บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยียมในทศวรรษที่ 1890 โดยเป็นผลงานสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายในที่ออกแบบโดย Paul Hankar และโรงแรม Tassel ที่ออกแบบโดย Victor Horta นอกจากผลงานของสถาปนิก 2 คนนี้แล้ว ยังมีผลงานของศิลปินเด่นๆ อีกหลายคนทั้งในฝรั่งเศส เช่น งานสถาปัตยกรรมของ Eugene Emmanuel Viollet le Duc และ John Ruskin แนวทางศิลปะนี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วโดยแพร่ไปยังปารีสผ่านทางHector Guimard ที่ออกแบบทางเข้ารถใต้ดินเมืองปารีส ความรุ่งเรืองของศิลปะแนวนี้ขึ้นถึงขีดสุดในงาน 1900 Paris InternationalExposition โดย Louis Tiffany และงานโปสเตอร์ของ Alphonse Mucha ศิลปินชาวเช็ก นับจากนั้นมาศิลปะแนวนี้ก็แพร่ขยายไปทั่วยุโรป เช่นTurin อิตาลี Glasgow สกอตแลนด์ Munich และ Damstadt เยอรมนี Helsinki ฟินแลนด์ Barcelona สเปนโดยใช้ชื่อต่างกันไป เช่นSecession ในเวียนนา ออสเตรีย

งานประติมากรรม

เวียนนากลายเป็นเมืองหลวงศูนย์กลางของศิลปะแนว Art Nouveau โดยใช้ชื่อว่าVienna Secession ซึ่งถูกก่อตั้งเดือนเมษายน 1897 โดยศิลปินที่ประกอบด้วย Koloman Moser, Jesef Hoffmann, Joseph Maria Olbrich, Max Kurzweil, Ernst Stohr โดยมี Gustav Klimt เป็นประธานกลุ่ม พวกเขาไม่เพียงก่อตั้งสำนักงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้น พวกเขายังออกนิตยสาร Ver Sacrum เพื่อเผยแพร่งานศิลปะ Art Nouveau อีกต่างหากด้วย แนวทางศิลปะของกลุ่มนี้จะออกแนวผู้หญิงที่มีความอ่อนหวานและเป็นนานาชาติมากกว่าเน้นชาตินิยมจึงแตกต่างจากกลุ่ม Jugendstil ของเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี ส่งผลให้งานของกลุ่มนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐเช็ก ยิ่งกว่านั้นผลงานของ Gustav Klimt ยังได้กลายเป็นต้นแบบของงานตกแต่ง และเครื่องประดับแห่งยุคอีกต่างหากด้วย ผลงานแนว Art Nouveauที่จัดแสดงใน National Gallery Prague นี้ส่วนใหญ่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากงานของ Klimt

สำหรับ Art Nouveau ในกรุงปรากนั้น ศิลปินที่มีชื่อเสียงสุดคงไม่พ้น Alfons Mucha ศิลปินที่มีมิวเซียมเป็นของตัวเองแยกต่างหากและเป็นมิวเซียมที่มีผู้เยี่ยมเยือนจากทั่วโลกมากที่สุดในกรุงปราก ศิลปินแนวนี้ส่วนใหญ่เชื่อว่าศิลปะควรผสมผสานไปกับธรรมชาติและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พวกเขาชอบดอกไม้และใบไม้ งานส่วนใหญ่โดยเฉพาะเครื่องกระเบื้องโดยเฉพาะแจกันซึ่งเป็นของตกแต่งบ้านจึงมักเป็นงานที่นิยมจัดทำ และมีในทุกๆ บ้าน และมิวเซียมNational Gallery กรุงปราก ก็มีงานแจกันอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งภาพเขียนและงานประติมากรรมที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกจัดแสดงด้วย

แจกันประดับ

ตุ๊กตากระเบื้อง

แจกัน

แหวกฟ้าหาฝัน : Frantisek Muzika ใน National Gallery กรุงปราก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/442133

แหวกฟ้าหาฝัน : Frantisek Muzika  ใน National Gallery กรุงปราก

แหวกฟ้าหาฝัน : Frantisek Muzika ใน National Gallery กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

In Memoriam II

นอกจาก Jan Preisler ที่เป็นศาสตราจารย์ด้านศิลปะชาวเช็ก ซึ่งมีผลงานใน National Gallery กรุงปรากแล้ว ที่นี่ยังมีงานของ Frantisek Muzika ศาสตราจารย์จาก Academy of Arts and IndustrialDesign กรุงปรากอีกคนด้วย Muzika เป็นคนปรากโดยกำเนิด ในสมัยที่เมืองนี้เป็นเมืองหลวงของประเทศสโลวะเกีย เขาจบการศึกษาที่ Academy of Arts กรุงปรากในปี 1924 งานในชิ้นแรกของเขา Still life ได้รับอิทธิพลจาก Bohumil Kubista จิตรกรและวิจารณ์ศิลป์ชาวเช็ก หนึ่งในผู้ก่อตั้งงานจิตรกรรมยุคใหม่ให้กับสาธารณรัฐเช็กต่อมาเขาเริ่มพัฒนางานสู่แนว Neoclassicism โดยเน้นวาดภาพชีวิตประจำวันแทน

เมื่อเขาได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ไปเรียนต่อที่ Ecole des Beaux Arts ในปารีสกับ Frantisek Kupka เขาได้มีโอกาสพบกับ Max Jacob ที่นั่นและได้ไปสังสรรค์กับ Joseph Bernard อย่างสม่ำเสมอทุกวันอาทิตย์ หลังจากกลับจากปารีสในปี 1925 เขาได้ทำงานร่วมกับ Georges Braque และ Pablo Picasso ศิลปินแนว Cubism ที่โด่งดังมากในสมัยนั้นจนส่งผลให้เขาเปลี่ยนแนวทางศิลปะของตัวเองในเวลาต่อมา หลังกลับจากการเรียนที่ปารีส เขาก็เปลี่ยนแนวทางในการสร้างสรรค์งานใหม่ โดยเลิกเขียนเกี่ยวกับวัตถุ และเริ่มหันเหเข้าสู่งานแนว Cubism

From the Bohemian Paradise

หลังปี 1930 เขาเริ่มได้รับอิทธิพลจาก Giorgio de Chirico จึงพัฒนาแนวทางสู่งานแนว Surrealism และเริ่มออกแบบเวทีในช่วงสงครามกลางเมืองสเปนระหว่างปี 1936-1939 อันเป็นช่วงเวลาที่เชโกสโลวะเกียประเทศบ้านเกิดของ Muzika ตกอยู่ในภาวะสงครามเช่นกันนั้น เขาได้สร้างสรรค์งานที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานและความทุกข์จากสงคราม เช่น งานด้านทิวทัศน์ที่มีบรรยากาศทะมึนทึม หม่นหมอง ซึมเศร้า และตึงเครียด อย่างไรก็ตาม หลังสงครามเขาได้ปรับงานของตัวเองให้มีแนวทางเดียวกันกับนานาชาติมากขึ้นตามอารมณ์ของคนในยุคนั้น นั่นคือ มีความหวังและสดใสมากขึ้น ส่วนในบั้นปลายชีวิตของเขาอันเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่าFossilized world นั้น เขาได้ลบล้างความแตกต่างระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องจินตนาการออกจากกันอย่างสิ้นเชิงและหันไปเน้นงานแนว Symbolism แทน

นอกจากงานจิตรกรรมแล้ว นับจากปี 1927 เขายังหันเหสู่งานแนวอื่น เช่น การออกแบบเวที อาทิ Julietta ของBohuslav Martinu ที่เล่นใน Czech National Theater รวมทั้งเริ่มทำงานหนังสือ เช่น Krasne Pismo ที่ถูกตีพิมพ์ในเชโกสโลวะเกีย และ Schone Schrift ในปี 1965 ที่ถูกตีพิมพ์ในเยอรมนี นอกจากนี้เขายังออกแบบหนังสือและรับเป็นบรรณาธิการให้กับหนังสือวัฒนธรรม รวมทั้งออกแบบโปสเตอร์ในนิทรรศการ Emil Filla และออกแบบโลโก้ของงาน Prague Spring International Music Festival ซึ่งยังคงถูกใช้มาจนถึงปัจจุบัน

Great Requiem

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ผลงานของ Muzika ที่จัดแสดงใน National GalleryPrague ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Great Requiem, In MemoriamII, Woman above Graves และ From the Bohemian Paradise ล้วนเป็นผลงานในช่วงระหว่างปี 1942-1944 อันเป็นช่วงสงครามทั้งนั้น เป็นงานแนว Surrealismทั้งหมดจึงดูซึมเศร้า หมองหม่น ขาดชีวิตชีวา ต่างจากงาน Surrealism ของศิลปินอื่นอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Salvadore Dali เจ้าพ่อ Surrealism เนื่องจากในห้องภาพแห่งนี้ไม่มีงานช่วงเวลาอื่นของเขาให้ได้ชมเลยด้วยจึงทำให้นักท่องเที่ยวขาดอรรถรสในการชื่นชมพัฒนาการของศิลปินไปอย่างน่าเสียดาย

Women above Graves