แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery กรุง Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/430771

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery กรุง Prague

แหวกฟ้าหาฝัน : National Gallery กรุง Prague

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบภาพเขียน เมื่อมีโอกาสเยี่ยมเยือนเมืองหลวงของประเทศในยุโรป มิวเซียมหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ National Gallery ปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ก็มีห้องภาพประจำเมืองเช่นกัน ห้องภาพประจำเมืองนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 1796 จากดำริของผู้บริหารเมืองและคหบดีในเมืองตัดสินใจร่วมกันที่จะยกระดับการเสพศิลป์ของชาวเมือง พวกเขาจึงร่วมกันจัดตั้ง Society of PatrioticFriends of Art และอีก 2 สถาบันนั่นคือ Academy of Arts และ Picture Gallery ซึ่งกลายเป็น National Gallery in Prague นั่นเอง ในปี 1902 ห้องภาพนี้ได้ควบรวมกับ The Modern Gallery of the Kingdomof Bohemia ที่ถูกก่อตั้งโดยพระเจ้าFranz Joseph I และเริ่มสะสมงานศิลป์ของคริสต์ศตวรรษที่ 20

ในปี 1918 Picture Gallery of the Society of Patriotic Friends ได้กลายเป็นสถานที่เก็บผลงานจิตรกรรมหลัก และในปี 1919 Vincenc Kramar นักสะสม นักประวัติศาสตร์ศิลป์และนักทฤษฎีแนว Cubism ชาวเช็ก ผู้อำนวยการห้องภาพได้เปลี่ยนห้องภาพนี้ให้ทันสมัยและบริหารอย่างมืออาชีพ ในช่วงสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1และ 2 ที่นี่ประสบปัญหายุ่งยากในการบริหารอย่างมาก แต่ในปี 1942 เงินส่วนหนึ่งที่ควรถูกโอนไปที่ Modern Gallery กลับถูกโอนมาให้ที่นี่บริหาร อย่างไรก็ดี ในปี 1949 เงินบริหารของทั้งสองห้องภาพก็ถูกแบ่งแยกกันอย่างเด็ดขาดอีกครั้งภายใต้กฎหมายใหม่

ส่วนอาคาร Trade Fair Palace อันเป็นสถานที่ตั้งของมิวเซียมนั้น ดั้งเดิมเป็นสถานที่ตั้งของ บริษัทการค้านานาชาติในย่าน Holesovice อาคารนี้เคยเป็นอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของกรุงปรากก่อนกลายมาเป็นสถานที่จัดงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมในปี 1958 อาคารที่ถูกออกแบบจากการชนะประกวดโดย Josef Fuchs และ Oldrich Tyl ในปี 1925 นี้เปิดทำการครั้งแรกในการฉลอง 10 ปีการก่อตั้งประเทศเชโกสโลวาเกีย อาคารที่มีขนาด 13,500 ตร.ม. และเคยเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นเคยถูกกองทัพนาซีใช้เป็นที่กักขังชาวยิวก่อนส่งไปยังค่ายกักกันตั้งแต่ปี 1939 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อาคารแห่งนี้กลายเป็นที่ทำการของบริษัทที่ทำงานกับบริษัทต่างชาติ ต่อมาในปี 1974 อาคารถูกไฟไหม้จนเสียหายอย่างมาก แต่เมื่อที่นี่ถูกเปลี่ยนมือเป็นของ National Gallery ในปี 1976 จึงได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ถึงกระนั้นก็ตามการปรับปรุงกลับเป็นไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็สำเร็จลงได้ในทศวรรษที่ 1990

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมจะเห็นว่าอาคารที่มีถึง 5 ชั้นนี้มีการตกแต่งภายในค่อนข้างทันสมัย แม้จะสร้างมานาน แต่ก็เพิ่งได้รับการปรับปรุงเสร็จสิ้นเมื่อทศวรรษที่ 1990 นี่เอง การแบ่งผลงานการจัดแสดงนั้น ชั้นที่ 1 และ 5 เป็นนิทรรศการชั่วคราว ในขณะที่ชั้น 2-4 เป็นผลงานแบบถาวรโดยเรียงลำดับปีจากเก่ามาใหม่ จากบนลงล่างเพื่อให้ง่ายต่อการทัศนาของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของมิวเซียมทั่วไป ของจัดแสดงชั้น 3 เป็นงานของศิลปินฝรั่งเศส ส่วนชั้น 2 จะมีงาน Czech Contemporary Art ด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีห้องโถงใหญ่ ห้องโถงเล็ก และห้องประชุมสำหรับกิจกรรมอื่นๆ อีกต่างหากด้วย

แหวกฟ้าหาฝัน : Welcome to Hard Times

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/427614

แหวกฟ้าหาฝัน : Welcome to Hard Times

แหวกฟ้าหาฝัน : Welcome to Hard Times

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เนื่องจาก DOX Center เน้นการจัดแสดงผลงานแบบผสมผสานจึงเปิดโอกาสให้มีการจัด Exhibition หรือนิทรรศการที่มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและเนื้อหา บางครั้งเน้นในเรื่องสังคมและการเมืองมากกว่าศิลปะด้วยซ้ำ เช่น Future of Europe หรือ Welcome to Hard Times

ในการจัดแสดงผลงานนี้ศิลปินต้องการเน้นให้เห็นว่า ปัจจุบันมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในโลกที่มีความแตกต่างทั้งทางด้านความเห็นและขอบเขต อีกทั้งยังเป็นการยากที่จะแยกแยะข่าวสารที่ได้รับด้วยว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่ โลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในเรื่องอำนาจ การเมืองและศาสนา โลกที่เต็มไปด้วยผู้อพยพนักกิจกรรม เหยื่อ ผู้ก่อการร้าย นักการเมืองซ้ายจัดขวาจัด นิยมประชานิยม ล้วนพยายามสร้างภาพ ให้คำมั่นสัญญาที่แท้ที่จริงแล้ว เป็นเรื่องลมๆ แล้งๆไร้สาระเพื่อให้ดูมีอุดมการณ์ และมีคำว่าประชาชน โลกนี้จึงกลายเป็นโลกที่ความกลัวเป็นสินค้าสาธารณะที่นักการเมืองนิยมนำมาเสนอขาย นักการเมือง นักสร้างสันติภาพ พวกสุดโต่งหรือสายกลาง ใครกันแน่นที่พยายามจะอยู่รอด พวกเขาหรือเราคนเดินดินธรรมดา ที่ต้องการอิสรภาพและความมั่นคง ความสนใจร่วมกันระหว่างคนเหล่านั้นกับพวกเรา ปัญหาอะไรบนโลกกันแน่ที่กระทบกับมนุษย์เดินดินอย่างเรา และเราจะตอบปัญหาทั้งหมดนี้ได้อย่างไร ด้วยอะไร

ปัจจุบันการที่โลกพัฒนาเข้าสู่ความทันสมัยทำให้เรื่องราวบางอย่างถูกละทิ้ง หรือไม่กล่าวถึงจนดูเหมือนกับว่าคนส่วนใหญ่ไม่สนใจความเป็นไปของโลกแล้ว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะปัญหาบางอย่างไม่ส่งผลกระทบกับมนุษย์คนใดคนหนึ่งโดยตรงอย่างเห็นได้ชัด บางเรื่องก็เป็นเพราะเราคิดว่าเราทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว หรือบางเรื่องเราก็ไม่เคยประสบกับมันมาก่อน ศิลปินนำเอาแนวคิดเรื่องการออกกำลังกายในปัจจุบันมาเป็นหัวข้อในการจัดแสดงผลงาน เมื่อก่อนเราไปโรงยิมเพื่อออกกำลังกาย ตอนนี้เราต้องหาข้อมูลก่อนว่าควรออกกำลังกายอย่างไร กี่นาที และทำอะไรบ้าง เช่น โยคะ คาร์ดิโอ หรือต้องทำร่วมกัน เราต้องออกกำลังกายหน้ากระจก ต้องถ่ายรูปต้องกินน้ำ เครื่องดื่มเกลือแร่ ต้องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การใช้พลังงาน และโพสต์บอกสถานที่ บอกเวลาให้คนรอบตัวรู้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนี้การออกกำลังกายเป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อสุขภาพ เพื่อความสุขแต่การออกกำลังกายในยิมในยุคแห่งความยุ่งยากนี้กลับไม่เป็นไปเพียงเพื่อให้เรามีสุขภาพดีแต่อาจกลับสร้างความกระวนกระวายใจให้กับจิตใจเรา เราอาจพะวงกับการต้องการดูดีในสายตาของเพื่อนในกลุ่ม Facebook, Line เพราะเราดันไปโพสต์ให้คนดูว่าวันๆ เราทำอะไรกันแน่

นอกจาก Welcome to Hard Times แล้ว Datamaze ก็เป็นอีก Exhibition หนึ่ง ที่สะท้อนสังคมปัจจุบัน ไม่ใช่งานศิลปะ Datamaze เป็น exhibition เกี่ยวกับงานที่ยังทำไม่เสร็จ (work in progress) กับลักษณะสถานที่ทำงานที่เปลี่ยนไป สถานที่ทำงานยุคใหม่ของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ตึกอาคารใหญ่โตที่เต็มไปด้วยผู้คนและระดับขั้นของการบริหารอีกต่อไปแล้ว สถานที่ทำงานของคนรุ่นใหม่เริ่มมีกิจกรรม และหน้าที่มากขึ้น มีการใช้พื้นที่ร่วมกันสำหรับการทำงานในยุคดิจิตัล นิทรรศการนี้เป็นไปเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับสังคมในการถกเถียงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหรือกลุ่มคนที่กำลังพัฒนางานและที่ทำงานใหม่ๆ สำหรับโลกดิจิตัลการจัดแสดงจะเริ่มตั้งแต่การเริ่มเข้าสู่ยุคอินเตอร์เนต การพัฒนาการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่เมื่อ 50 ปีก่อน จนถึงการเปลี่ยนแปลงไปของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยังคงกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในไม่กี่ปีนี้

เราทุกคนกำลังอยู่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมอีกครั้ง การปฏิวัติครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงวิธีการคิด การปฏิสัมพันธ์ และการทำงานเท่านั้น ยังเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เวลาว่างของเราด้วย อินเตอร์เนตกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันและสร้างโลกที่เราทุกคนโอบกอดไว้ตั้งแต่ลืมตาจนเข้านอน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงมีแต่ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งและเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว แต่ยังเปลี่ยนกลไกสังคมของเราด้วย เราทุกคนจึงไม่ใช่แค่ผู้ดูหรือผู้ตาม แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ดำเนินกิจกรรมอยู่กับมันอย่างเข้มข้น

แม้นักท่องเที่ยวหลายคนอาจยังงงๆ กับของจัดแสดง แต่หลังจากดูทุก Exhibition ใน DOX แล้ว นักท่องเที่ยวบางคนคงเกิดไอเดียบรรเจิดและสามารถจินตนาการถึงการจัดแสดง Exhibition ของตัวเองในเมืองไทยบ้างก็เป็นได้

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition in DOX กรุงปราก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/426252

แหวกฟ้าหาฝัน : Exhibition in DOX กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

That’s What I call a Concept1

โดยทั่วไป การจัดแสดงผลงานใน Contemporary Art Museumมักมี 2 ส่วน นั่นคือ ส่วนถาวรกับส่วนนิทรรศการ ส่วนการเก็บค่าเข้าชมนั้นบางแห่งก็จะเก็บแยกกัน บางแห่งก็จะเก็บรวมกัน แล้วแต่นโยบายของแต่ละมิวเซียม อย่างไรก็ดี Museum of Contemporary Art บางแห่ง ไม่มีของจัดแสดงแบบถาวรเลย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมิวเซียมไม่เคยซื้อผลงานเก็บไว้หรือมีจำนวนไม่มากพอที่จะจัดแสดงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้หรือรวมอยู่ใน Museum of Modern Art แล้วจึงใช้ Museum of Contemporary Art เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการอย่างเดียว สำหรับ DOX Center ในกรุงปรากนั้น ไม่มีการจัดแสดงผลงานแบบถาวรเลยมีส่วน แต่ส่วนนิทรรศการเท่านั้น ก่อนนักท่องเที่ยวจะมาจึงต้องตรวจสอบกับทางเว็บไซต์ก่อนว่า มิวเซียมจะเปิดหรือไม่ และงานจัดแสดงมีอะไรบ้างซึ่งโดยทั่วไปจึงมีการจัดแสดงแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน

Exhibition That’s What I call a Concept ของ Viktor Freso ศิลปินแนว Multimedia ชาวสโลวักนี้ ไม่ใช่งานศิลปะโดยตรง Fresco จบการศึกษาจาก Academy of Fine Arts and Design เมือง Bratislava และเข้าเรียนต่อด้านจิตรกรรมที่ Academy of Fine Arts กรุงปราก ทางด้าน new media หรือสื่อใหม่ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ สาขา New Media นี้หมายถึง การเข้าถึงเนื้อหาตามความต้องการ ทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์ดิจิทัล ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ของผู้ใช้ที่โต้ตอบระหว่างกัน ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ และการรวมตัวเป็นชุมชนที่แวดล้อมด้วยเนื้อหาของสื่อที่มีแนวทางเดียวกันหรือเหมือนกัน หลังจบการศึกษาเขาตั้งกลุ่ม EGART และ Fifty fifty และจัดแสดงผลงานเดี่ยวทั้งในประเทศตัวเอง สาธารณรัฐเช็ก สหรัฐฯ เยอรมนี และอาร์เจนตินา

งานส่วนใหญ่แนว Conceptual ของเขาในช่วงต้นๆ นั้นเน้นการยืนยันผ่านความรุนแรง การโกรธ การวิพากษ์อย่างรุนแรง และช็อก เขาไม่ใช่ศิลปินคนเดียวที่ถูกรบกวนจากความว่างเปล่า การเสแสร้ง และความสิ้นหวัง เขาจึงหันมาใช้สื่อต่างๆ เพื่อปลดปล่อยทั้งตัวเองและผู้ชมอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เขาเริ่มใช้วัตถุเพื่ออาศัยรูปร่าง 3 มิติย้อนเวลากลับไปหาโลกในอดีตที่นิยมนำของเก่ากลับมาใช้ใหม่ในอันที่จะดึงผู้ชมให้คิดว่า แท้ที่จริงแล้วศิลปินต้องการสร้างสรรค์หรือบอกกล่าวอะไรกันแน่จากผลงานเหล่านี้  นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับการชมนิทรรศการแนวนี้ก็อาจรู้สึกงงๆ ว่าของจัดแสดงและแนวคิดเช่นนี้ก็เข้ามาอยู่ในมิวเซียมได้เลยหรือ ทำไม และเจ้าของผลงานต้องการสื่ออะไรกันแน่ คำถามเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ DOX ต้องการให้ผู้ชมตีความและใช้จินตนาการในการหาคำตอบเพื่อสร้างสรรค์สติปัญญานั่นเอง

Exhibition Future of Europe เป็นการจัดแสดงผลงานการประกวดแข่งขันระดับนานาชาติปี 2018 ที่จัดร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเช็กและสถาบัน Friedrich Ebert Stiftung ในโอกาสครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งประเทศเช็กโกสโลวะเกีย โดยมีเป้าหมายที่จะให้นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วโลกได้แสดงออกถึงความคิดและมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของยุโรป อนึ่ง ในปีเดียวกันนั้น กรุงปรากก็เป็นเจ้าภาพงาน Prague Summit ที่ตั้งความสนใจหลักไว้กับบทบาทของ EU ในฐานะประเทศมหาอำนาจ การออกจากยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ประชานิยม ชาตินิยม การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 และโครงสร้างทางการเงินของสหภาพยุโรป การประชุมในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เริ่มต้นด้วยการถกเถียงกันของอาจารย์รุ่นใหม่ๆ ในหัวข้อดังกล่าว และเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่อาจส่งผลกระทบกับสหภาพยุโรปและประชาคมโลก ผู้จัดการประกวดนิทรรศการนี้ก็ต้องการเปิดโอกาสให้เด็กทั่วโลกได้แสดงความเห็นตามแต่ความรู้ จินตนาการ และความกังวลต่อยุโรปในเวทีโลกเช่นกัน

นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า เด็กแต่ละคนสามารถแสดงออกถึงมุมมอง ความคิด ความห่วงใย และจินตนาการของเขาต่ออนาคตของยุโรปทั้งในแง่การเมือง การเงิน ความมั่งคั่ง สิ่งแวดล้อม และสงครามได้ในภาพเพียงภาพเดียวได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ นักท่องเที่ยวเห็นงานเหล่านี้แล้ว อาจอยากให้เมืองไทยมีการจัดนิทรรศการให้เด็กไทยส่งภาพ Future of Thailand มาประกวดบ้างก็ได้

That’s What I call a Concept2

That’s What I call a Concept2
That’s What I call a Concept3

That’s What I call a Concept3

แหวกฟ้าหาฝัน : Dox มิวเซียมกระสวยอวกาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/424639

แหวกฟ้าหาฝัน : Dox มิวเซียมกระสวยอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระสวย

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะแนวContemporary Art ที่ได้มีโอกาสไปเยือนเมืองใหญ่ๆในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือไม่ก็ตาม สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ ไม่งั้นจะพลาดโอกาสในการเสพศิลป์ก็คือ Museum of Contemporary Art กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นเมืองใหญ่อีกเมืองหนึ่งที่ Museum of Contemporary Art ใหญ่โตและมีชื่อเสียงมาก Dox Center for Contemporary Art ของปรากนี้ไม่เพียงจะมีผลงานที่น่าสนใจเท่านั้น แม้แต่คำว่า Dox และตัวอาคารก็ยังมีความเป็นเอกลักษณ์และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจด้วย

Dox มาจาก Doxa ที่เป็นภาษากรีกแปลว่า การรับรู้ หรือความเห็น มิวเซียมแห่งนี้จึงมีลักษณะแตกต่างจากห้องภาพแนว Contemporary Art เมืองอื่นๆ ตรงที่ งานที่จัดแสดงมักเป็นงานที่สะท้อนเรื่องราวที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมปัจจุบันโดยไม่จำเป็นต้องเน้นแต่ในเรื่องของศิลปะ อาจเป็นงานในแนวจิตวิทยา ปรัชญา สังคมศาสตร์ การเมือง หรือประวัติศาสตร์ การจัดแสดงจึงมีตั้งแต่การจัดนิทรรศการ การประชุม การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดอภิปราย และภาพยนตร์ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดให้การศึกษากับนักเรียนและนักศึกษาเพื่อเน้นการพัฒนาให้เกิดการคิดเชิงวิพากษ์อีกต่างหากด้วย

Coffee shop indoor

ดั้งเดิมก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากคอมมิวนิสต์มาเป็นประชาธิปไตยในทศวรรษสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้น การจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยในกรุงปราก มักอยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Leos Valka และ Robert Aafies ไม่ใช่มูลนิธิที่อยู่ในอำนาจของเทศบาล แม้ทั้งสองจะไม่ใช่คหบดีที่มั่งคั่งมาจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่พวกเขาซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กก็พยายามให้การสนับสนุน และเห็นว่าโรงงานหนึ่งใน Holesoviceสามารถเป็นที่จัดแสดงผลงานแนว ContemporaryArt ได้เป็นอย่างดี ทั้งสองจึงได้ชักชวน Vaclav Dejcmar และ Richard Fuxa มาให้การสนับสนุนโครงการและคัดเลือกสถาปนิก Ivan Kroupa Architect ผู้ชนะประกวดรางวัล Forderungspreis Baukunst ในปี 2001 ให้เป็นผู้ออกแบบปรับปรุงอาคาร

ตำแหน่งที่ตั้ง Dox Center ที่อยู่ย่าน Holesovice นี้กำลังมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้เปลี่ยนจากย่านอุตสาหกรรมเป็นย่านที่อยู่อาศัยและการค้าเฉกเช่นเดียวกันกับย่าน Dockland ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม Soho นิวยอร์ก และ Holmen ในโคเปนเฮเกน ส่วนตัวอาคารภายใต้การปรับปรุงทั้งสถาปัตยกรรมและการตกแต่งทำให้อาคารแห่งนี้มีห้องหลากหลายขนาด รูปแบบและทัศนียภาพจึงมีความยืดหยุ่นและสมดุลในการจัดแสดงนิทรรศการและได้รับการยกย่องให้เป็นสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลกในแง่การจัดแสดงศิลปะ

Coffee shop outdoor

จนในปี 2008 อาคารที่ตั้งของ Dox Contemporary center ได้เข้าเป็นหนึ่งใน Phaidon Atlas of 21st Century World Architect และเป็นโครงการสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับรางวัล Mies van der Rohe ในปีเดียวกัน

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน DOX จะตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ยังไม่เข้าอาคาร และเมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้ว นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความสนุกสนานจากการเยือนสถานที่ที่มีงานประติมากรรมตลกๆ แปลกๆ จัดวางตามที่ต่างๆ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาสำหรับถ่ายรูปเล่นในมุมต่างๆ โดยเฉพาะในกระสวยที่ทำจากไม้ และบริเวณ coffee shop ด้วย นักท่องเที่ยวที่แม้ไม่ได้ชื่นชอบศิลปะ แต่หากได้มีโอกาสมาเยือน DOX รับรองได้ว่าจะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

Sculpture หน้า Coffee Shop

Sculpture หน้า Coffee Shop
Sculpture

Sculpture
ด้านหน้า Dox

ด้านหน้า Dox
ภายในกระสวย

ภายในกระสวย
ทางขึ้นกระสวย

ทางขึ้นกระสวย
บรรยากาศ Coffee Shop

บรรยากาศ Coffee Shop
บรรยากาศดาดฟ้า

บรรยากาศดาดฟ้า

แหวกฟ้าหาฝัน : Troja Castle ปราสาทสวยกรุงปราก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/423140

Chinese Chamber

แหวกฟ้าหาฝัน : Troja Castle ปราสาทสวยกรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ารเดินทางในกรุงปรากก็เหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ในยุโรป นั่นคือใจกลางเมืองสามารถเดินเล่นจากสถานีรถไฟกลางเข้าไปได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วรถ แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมากการทำการบ้านมาก่อน และเลือกซื้อตั๋วรถแบบรายวันก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะประหยัดเวลาในการเดินทางได้มาก และค่าตั๋ว 1 วันของปรากก็ไม่ได้แพงมากเพียงแค่ 110 cz หรือประมาณ 4.30 euro เท่านั้นนักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ในสถานีรถไฟกลางหรือที่สถานีรถไฟใต้ดิน ตั๋ววันนี้สามารถขึ้นได้ทั้งรถใต้ดินและรถบัสเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก และชอบดูสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในสวยๆ แนววังหรู สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Troja Castle ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นโดย Count Vaclav Vojtech แห่ง Sternberk ตั้งแต่ปี 1678 หรือปลายยุคบาโรคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่ท่านเคานท์ได้เห็นบ้านแนววิลล่าสไตล์โรมันโบราณระหว่างเดินทางท่องเที่ยวจึงติดใจและนำตัวอย่างจากประสบการณ์นั้นมาถ่ายทอดให้สถาปนิกเพื่อสร้างปราสาทของตัวเอง ปราสาทที่ถูกออกแบบครั้งแรกโดย Jean Baptiste Mathey สถาปนิกชาวฝรั่งเศสนี้เน้นการออกแบบส่วนห้องโถงกลางให้หรูหราตามแบบปราสาทในฝรั่งเศส

เมื่อ Giovanni Domenico Orsi de Orsini สถาปนิกชาวปรากผู้โด่งดังเริ่มเข้ามาปรับโครงสร้าง เขากลับปรับโครงสร้างใหม่ให้แตกต่างจากที่ Mathey สถาปนิกผู้เริ่มก่อสร้างเดิมทำไว้แต่ยังคงส่วนของโถงจักรพรรดิตรงกลางให้มีความหรูหราโดยเฉพาะบันไดทางขึ้นเพื่อขับเน้นความมั่งคั่งของผู้ครอบครองเฉกเช่นเดียวกันกับ Prague Castle การตกแต่งส่วนโถกลางนี้เป็นไปอย่างอลังการตามแนวทางศิลปะแบบบาโรคเพื่อแสดงการยกย่องเทพเจ้าในนิยายปรัมปราด้วยฝีมือของ Abraham and Izaac Godiin จิตรกรจาก Anvers และ Francesco และ Giovanni Marchetti ส่วนระเบียงทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนที่มีรูปแบบเหมือนกับหอคอยสองชั้นที่ทำให้โครงสร้างนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใครและเป็นตัวอย่างงานที่สำคัญของ Jean Baptiste Mathey

หากนักท่องเที่ยวเดินเข้าปราสาทผ่านทางเข้าหลักหรือทางทิศใต้ริมน้ำ Vltava ก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศดั้งเดิม นั่นคือ เดินผ่านสวนก่อนผ่านเข้าไปยังบันไดกลางใหญ่เพื่อเข้าสู่ห้องโถงกลาง บันไดที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการประดับด้วยงานประติมากรรมชื่อชัยชนะของเทพเจ้าโอลิมเปียเหนือไททันอันเป็นที่มาของชื่อปราสาท Troja นี้เป็นฝีมือการตกแต่งนี้ของ Paul and George Heermann นักประติมากรรมจากเมือง Dresden เยอรมันร่วมกับ Jan Brokof การที่นักประติมากรรมเลือกสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ก็เพราะ ผู้คนจดจำได้ว่าสงครามการยึดกรุงทรอยเกิดขึ้นนาน 10 ปีเฉกเช่เดียวกันกับการปรับปรุงปราสาทนี้ใหม่ก็ใช้เวลา 10 ปีเช่นกัน ส่วนตกแต่งภายในโถงกลางเป็นงานปูนเปียกที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในงานแนวบาโรคที่ดีที่สุดในยุโรปจากศิลปินนามว่า Abraham Godyn การที่ปราสาทมีลักษณะคล้ายปราสาทฤดูร้อนที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราจึงได้กลายเป็นที่พำนักของกษัตริย์เมื่อมาล่าสัตว์แถบ Stromovka

เนื่องจากกรุงปรากเป็นเมืองที่มีการเปลี่ยนผู้ครอบครองหลายครั้ง ปราสาทแห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนมือหลายครั้งเช่นกัน โดยผู้เข้าครอบครองเป็นคนดังหลายคน เช่น พระนางมาเรีย เทเรซ่า ส่งผลให้ปราสาทได้รับการปรับปรุงหลายครั้งเพื่อตอบสนองผู้ครอบครองที่มีรสนิยมไม่เหมือนกัน เช่น เจ้าชาย Alfred เป็นผู้สั่งให้มีการปรับปรุงปราสาทโดยเพิ่มส่วนปลูกอุง่นและสร้างที่เก็บไวน์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ Bohemia และเพิ่มเรือนคนใช้และที่เก็บรถม้า พระองค์ยังสั่งให้ตกแต่งสวนโดยรอบให้งดงามอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ภายหลังปราสาทได้รับการปรับปรุงอีกครั้งใหญ่อีกในปี 1989 เพื่อใช้เป็นห้องภาพประจำเมืองโดยใช้เก็บสะสมงานจิตรกรรมและแผนที่จากตะวันออกไกล

Chinese Chamber

Chinese Chamber
Exhibition Contemporary Art

Exhibition Contemporary Art

แหวกฟ้าหาฝัน : เข้าเมือง Prague

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/421540

แหวกฟ้าหาฝัน : เข้าเมือง Prague

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สถานีรถไฟกลาง Prague

นักท่องเที่ยวที่ชอบเมืองสวย แต่ไม่ได้เน้นธรรมชาติ ค่าครองชีพไม่สูงมาก และอุดมไปด้วยวัฒนธรรม เมืองหนึ่งในยุโรปตะวันออกที่ต้องมาให้ได้ก็คือ Prague เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก วิธีการเดินทางมากรุงปรากโดยสายการบินตะวันออกกลางมีหลากหลายมาก แต่หากต้องการเดินทางโดยใช้สายการบินไทยหรือยุโรปเป็นหลัก แนะนำให้เข้าเมืองนี้ผ่านทางเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ทั้งนี้เพราะเวียนนากับปรากอยู่ห่างกันเพียงแค่ 300 กว่ากิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งรถบัสจากสนามบินไปยังกรุงปรากได้เลยโดยใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง รถบัสที่ออกจากหน้าสนามบินจะมาจอดที่สถานีรถบัสใกล้กับสถานีรถไฟกลางกรุงปราก หรือนักท่องเที่ยวจะใช้รถบัสที่แวะเที่ยวเมือง Bratislavaประเทศสโลวาเกียก่อนก็ได้ เพราะรถวิ่งเส้นทางเดียวกัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เลือกต่อเครื่องโดยเครื่องของสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ก็ใช้เวลาน้อยกว่าเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น

ร้านแผงลอยหน้าสถานีรถไฟ

การเดินทางเข้าเมืองปรากจากสนามบินก็ไม่ยาก มีรถบัสธรรมดาเบอร์ 119 ออกจากสนามบินไปต่อเมโทรราคาถูกเพียงแค่ยูโรกว่าๆ โดยขึ้นได้ที่ exit D ตรง terminal 2 หรือรถบัส Airport Express (AE)ที่ราคาสองยูโรกว่าและขึ้นได้หน้า terminal 1 ตรงไปยังสถานีรถไฟกลางเลยก็ได้ใช้เวลาเดินทาง 45-50 นาทีนักท่องเที่ยวที่จองโรงแรมใกล้สถานีรถไฟกลาง การเลือกรถด่วนสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องย้ายกระเป๋าหลายรอบ ข้อเสียของรถบัสขบวนที่ตรงไปยังสถานีรถไฟกลางซึ่งวิ่งทุก 15-30 นาทีนี้ คือวิ่งระหว่าง 05.30 น.ถึง 3 ทุ่มเท่านั้น นั่นหมายความว่า หากนักท่องเที่ยวเข้าปรากด้วยเครื่องบินเที่ยวดึก การเดินทางเข้าเมืองจะไม่สะดวกสบายเท่าไหร่หากยังต้องการใช้รถสาธารณะเข้าสถานีรถไฟ ทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ก็คือ ใช้บริการโรงแรมใกล้สนามบินซึ่งมีอยู่หลายโรง โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบินและมีรถบัสเบอร์ 100 วิ่งผ่านหน้าโรงแรมณ ป้าย Hungaru เลยก็คือ Holiday Inn Airport โรงแรมนี้มีข้อดีตรงที่ราคาไม่สูงมาก และยังจะมีรถ shuttle มาส่งสนามบินทุก 30 นาทีด้วย หากนักท่องเที่ยวต้องการเข้าเมืองใหม่ในตอนเช้า แต่หากนักท่องเที่ยวฐานะดีก็สามารถใช้บริการรถแท็กซี่ได้ด้วยสนนราคาประมาณ 20 ยูโรเศษๆ

Bus 119

สถานีรถไฟกลางของกรุงปรากเป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่ มีตู้เก็บสัมภาระอัตโนมัติจำนวนมากไว้คอยให้บริการ ส่วนขายตั๋วและให้ข้อมูลของสถานีรถไฟ
ต่างจากสถานีรถไฟอื่นตรงที่ เปิดทำการเกือบ 24 ชั่วโมง โดยสามารถดูเวลาทำการได้ที่หน้าประตู นอกจากนี้ภายในสถานียังมีร้านค้าจำนวนมาก และยังมี Supermarket Bella ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า 6-7 โมงถึง 5 ทุ่มทุกวันด้วยซึ่งถือว่าเป็น Supermarket ที่ให้บริการด้วยจำนวนชั่วโมงมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ยิ่งกว่านั้นด้านหน้าสถานียังมีร้านขายไส้กรอก และ ChimneyCake ขนมหวานพื้นเมืองที่เลื่องชื่อไว้ดื่มกับกาแฟให้ลิ้มลองด้วยเรียกได้ว่าแค่ก้าวพ้นสถานีรถไฟ ก็สามารถสัมผัสความฟินของประเทศได้แล้ว

Bus AE

สภาพห้องนอน รร.Holiday Inn Airport Prague

ร้านขาย Chimney Cake

Chimney Cake

แหวกฟ้าหาฝัน : Young Slovakian Artist in Nedbalka Museum of Modern Art

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/420104

Wolf by Adam Sacovy

แหวกฟ้าหาฝัน : Young Slovakian Artist in Nedbalka Museum of Modern Art

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โดยทั่วไปประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านสังคม และเศรษฐกิจมักมีการสนับสนุนงานศิลปะอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งนี้เพราะคนส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้เข้าใจดีถึงความสำคัญของศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อความก้าวหน้าในการออกแบบในอนาคต หรือเพื่อจรรโลงจิตใจ ดังนั้น ไม่เพียงภาครัฐจะให้การสนับสนุนเท่านั้น ภาคเอกชนโดยเฉพาะองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ก็มักให้การสนับสนุนด้วย Vrije UniversiteitBrussel (VUB) ก็เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ให้การสนับสนุนในเรื่องศิลปะเช่นกัน มหาวิทยาลัยที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียนแห่งนี้เป็นสถาบันการศึกษาที่อนุญาตให้คณาจารย์สามารถที่จะคิด ทำการวิจัย และสร้างนวัตกรรมได้อย่างเสรีด้วยความเชื่อที่ว่าเสรีภาพเยี่ยงนี้จะนำสังคมและเศรษฐกิจสู่โลกอนาคตได้อย่างยั่งยืน มูลนิธิของมหาวิทยาลัย VUB จึงมักให้เงินสนับสนุนการวิจัยกับบริษัทและบุคคลในการคิดอย่างเสรี

จิตรกรรมเป็นงานศิลปะประเภทหนึ่งที่มูลนิธิ VUB นิยมให้การสนับสนุนอยู่เป็นประจำด้วยการมอบรางวัลให้กับศิลปินหน้าใหม่ที่มีผลงานดีเด่นนับจากปี 2006 เป็นต้นมา เป้าหมายของการจัดประกวดแข่งขันก็เพื่อสนับสนุนงานศิลปินอาชีพหน้าใหม่ ให้การส่งเสริมและปรับปรุงงานศิลปะให้ดีขึ้น ผู้เข้าประกวดที่อายุน้อยกว่า35 ปี จะส่งผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใน3 ปีที่ผ่านมา เข้าประกวดพร้อมนำเสนอตัวอย่างงานเดิมประกอบ

นอกจาก VUB แล้ว ศิลปินสโลวักส่วนหนึ่งยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิจิตรกรรุ่นเยาว์ที่มีวัตถุประสงค์จะพัฒนาผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ซึ่งต้องการพัฒนาผลงานโดยไม่เน้นการโฆษณาเพื่อหารายได้ การจัดนิทรรศการของมูลนิธินี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่การแข่งขันเพื่อให้เกิดผู้ชนะหรือผู้แพ้ แต่เป็นไปเพื่อพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ มูลนิธิศิลปินรุ่นใหม่จึงไม่เคยแจกรางวัลการประกวดเลย ทั้งนี้ เพราะกรรมการตระหนักดีว่าศิลปินบางคนสามารถเปลี่ยนแปลงแนวทางการสร้างสรรค์งานได้หลากหลายในอนาคต และบางคนก็ยังพัฒนาไปไม่ถึงจุดสุดยอดในอาชีพตัวเองอันเป็นผลจากการเพิ่งเข้าสู่วงการ

ส่วนเหตุผลที่มูลนิธิเน้นงานทางด้านจิตรกรรมก็เพราะงานแนวนี้สามารถส่งอิทธิพลไปได้ทั่วโลกผ่านสื่อที่คนทั่วไปใช้กันอยู่ประจำ และยังเป็นงานที่ง่ายต่อการเข้าใจ รวมทั้งง่ายต่อการส่งเสริมการนำผลงานไปแขวนไว้ตามบ้านอีกด้วย ผลงานจิตรกรรมยังมักเป็นงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรหรือคหบดีมักนิยมซื้อไปแขวนที่ทำงานหรือที่บ้านมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว แม้ศิลปินรุ่นใหม่จะได้รับการส่งเสริมจากมูลนิธิอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นที่น่าสังเกตว่าศิลปินสโลวักยุคใหม่กลับมิได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือสมาคมเฉกเช่นเดียวกันกับยุคทศวรรษที่ 50 หรือ 60 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เลย ศิลปินส่วนใหญ่มักมีแนวทางของตัวเองในการสร้างสรรค์งานโดยไม่เลียนแบบใครหรือต่อยอดศิลปินคนใดเลย บางคนก็ผลิตงานเพื่อสะท้อนแนวคิดตัวเองกับสังคม หรือสิ่งแวดล้อม หรือจากการบริโภค

ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาทาง Nedbalka Museum ofModern Art โดยการสนับสนุนของ 2 มูลนิธิข้างต้น ได้เลือกศิลปินรุ่นใหม่ประมาณ 50 คน ให้เข้าทำงาน15 โครงการ ภัณฑารักษ์แต่ละคนจะทำการเลือกหัวข้อโดยมีเป้าหมายสำหรับแต่ละนิทรรศการที่มีความแตกต่างกันโดยข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่อายุของศิลปินที่ไม่เกิน 35 และผลงานที่ภัณฑารักษ์คิดว่าเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต ศิลปินที่มูลนิธิให้การสนับสนุนและจัดแสดงผลงานมีหลากหลายคน อาทิ Anna Dankova, Michaela Thanova,Zoltan Agocs, Adam Sacovy และ DusanaVrbovska นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ศิลปินแต่ละคนมีฝีไม้ลายมือที่ไม่ด้อยไปกว่าศิลปินชาติอื่นในโลกและยังมีความเป็นเอกเทศ อีกทั้งยังสามารถที่จะพัฒนางานไปได้อีกไกลอย่างไม่ต้องสงสัยสมกับที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิทั้งสองในการสร้างสรรค์และจัดแสดงผลงาน

Wolf by Adam Sacovy

Wolf by Adam Sacovy
Annunciation by Michaela Thanova

Annunciation by Michaela Thanova
Pretend by Zoltan Agocs

Pretend by Zoltan Agocs
Micro Vision by Anna Dankova

Micro Vision by Anna Dankova
Growth by Dusana Vrbovska

Growth by Dusana Vrbovska

แหวกฟ้าหาฝัน : Milan Laluha ใน Nedbalka Museum of Modern Art

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/418645

แหวกฟ้าหาฝัน : Milan Laluha ใน Nedbalka Museum of Modern Art

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Three Men

ใน Nedbalka Museum of Modern Art ยังมีงานแนว Abstract ที่น่าสนใจจากศิลปินชาวสโลวักผู้หนึ่ง นั่นคือ Milan Laluha เขาเกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน 1930 เข้าเรียน Academyof Fine Arts and Design ใน Bratislavaเป็นรุ่นแรกของสถาบันเมื่อปี 1950 หลังจบการศึกษาในปี 1955 เขาเข้าเป็นสมาชิกก่อตั้ง Nicholas Galand group และเข้าร่วมจัดนิทรรศการกับศิลปินกลุ่มนี้ งานของเขาส่วนใหญ่ในช่วงแรกนี้มีรากมาจากเรื่องในประเทศที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจและได้กลายเป็นรากฐานของศิลปินสโลวักในเวลาต่อมา เขาเน้นการใช้แม่สี เช่น แดง น้ำเงิน ในการสร้างสรรค์งานที่เป็นเหลี่ยมมุมจากจินตนาการ และไม่เหมือนจริง ยากต่อการตีความ แต่ก็มีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เขายังได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก Paul Cezanne บิดาแห่ง Modern Art และสนิทสนมกับ Fernando Leger จิตรกร ประติมากร และนักสร้างภาพยนตร์เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นลูกศิษย์คนสำคัญของ Ernest Zmetak ศิลปินชาวสโลวักคนสำคัญด้วย

Composition

แม้เขาจะชื่นชอบงานของ Van Gogh มาก แต่ผลงานของเขากลับได้รับอิทธิพลจากงานแนว Cubism มากกว่าจึงออกเหลี่ยมๆ มีมุมชัดเจน อีกทั้งยังมีการผสมผสานกับงานแนว Abstract บ้างด้วย แต่ก็ยังแตกต่างจากศิลปินแนว Cubism ดังๆ เช่น Pablo Picasso อย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เพราะงานของเขาไม่มีส่วนของความบิดเบี้ยวให้เห็นเลย ถึงกระนั้นก็ตาม งานของเขาก็ยังคงดูยากกว่างานของ George Braque อยู่มากและมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้งนี้เพราะเขาชอบใช้แม่สีและเพิ่มความสดใส เช่น Man with a Rake หรือภาพชายหนุ่มกับคราดที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจและความแข็งแกร่งของร่างกาย เขาพัฒนาภาษาศิลป์ด้วยรูปแบบที่ไม่เหมือนใครทั้งในด้านการใช้สีและการออกแบบองค์ประกอบของภาพที่มีทั้งส่วนที่เป็นเหลี่ยม มุม และส่วนโค้งซึ่งทำให้ดูสนุกเมื่อผู้ชมทายเรื่องราวจากภาพ

Group Leaders

ภาพที่ต้องใช้ความจินตนาการมากที่สุดภาพหนึ่งก็คือ Moonlit Night ซึ่งเป็นภาพในช่วงเริ่มแรกของการจัดความคิดของศิลปิน เขาพยายามลดภาษาศิลป์ลงให้เหลือเพียงแค่สัญลักษณ์ โดยเน้นการจัดวางองค์ประกอบของภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติเป็นหลัก ผู้ชมจะเห็นความกลมกลืนนี้หากมองเป็นคนก็จะมีศีรษะ ลำตัวและแขนขา หากมองเป็นธรรมชาติก็จะประกอบไปด้วย ดวงจันทร์ บ้านและต้นไม้ แม้ภาพแนวนี้จะดูไม่ง่ายนัก และต้องการจินตนาการอย่างสูงแต่ก็ทำให้ผู้ชมได้เปลี่ยนบรรยากาศ และสนุกสนานไปกับการตีความทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับศิลปินด้วย

Man with Rake

Group Leaders เป็นผลงานหนี่งที่แสดงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างดีเยี่ยม สังเกตได้จากการใช้สีที่ตัดกันไปมาโดยเฉพาะสีขาว สีหน้าและอารมณ์ครุ่นคิดของแรงงานแต่ละคน Three Men ผลงานในช่วงที่ความคิดของศิลปินตกผลึกถึงจุดสูงสุดแล้ว สังเกตได้จากการจัดองค์ประกอบของภาพ การใช้สีที่สะท้อนความร้อนแรงของอากาศ และท่าทางของชายสามคนที่ผู้ชมจะไม่สามารถตีความได้เลย หากศิลปินไม่ตั้งชื่อภาพเขียน นอกจากงานด้านจิตรกรรมแล้ว เขายังมีงานด้านประติมากรรมด้วย เช่น composition และ woman ซึ่งก็ไม่ง่ายอีกเช่นกันที่จะเดา หากศิลปินไม่ตั้งชื่องานเอาไว้

แม้ Laluha จะเป็นศิลปินที่มีความสามารถมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ในปี 1972 เขาถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม Slovak Union of Fine Artists ส่งผลให้เขาไม่สามารถจัดแสดงนิทรรศการ และซื้อขายผลงานในที่สาธารณะได้อีกต่อไป

Moonlit Night

woman

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art in Nedbalka Museum of Modern Art

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/417216

แหวกฟ้าหาฝัน : Contemporary Art in Nedbalka Museum of Modern Art

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Carriage of Dreams by Ladislav Guderna

Contemporary Art หรือศิลปะร่วมสมัย ที่นับตั้งแต่ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้น มักมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม และได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและโลกาภิวัตน์ ผลงานศิลปะส่วนใหญ่จึงขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่มักมีหลักการที่เน้นความทันสมัย นามธรรม และการสร้างงานที่มีอรรถประโยชน์ด้วย ผลงานของศิลปินร่วมสมัยใน Nedbalka Museum of Modern Art นี้ ส่วนใหญ่จะแสดงตัวตน และความเชื่อผ่านทางงานโดยใช้เทคนิคผสมผสานหรือแหวกแนวตามแต่จะคิดได้เพื่อทดลองให้เกิดความแปลกใหม่

Julius Jakoby จิตรกรแนว Expressionism และ Symbolism ชาวฮังกาเรียนที่อาศัยอยู่ที่ Kosice สโลวาเกียก็เป็นศิลปิน Contemporary ที่น่าสนใจ การที่เขาอยู่แต่ในเมืองเล็ก เขาจึงชอบสร้างงานเที่ยวเกี่ยวข้องกับเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เช่น Dialogue ผลงานในช่วงท้ายของชีวิตศิลปินมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น โดยเน้นการแสดงออกถึงความสับสน และความเย้ยหยันทั้งต่อตัวเองและสังคม ผู้ชมจะเห็นฝีแปรงที่แสดงความมั่นอกมั่นใจ แต่ดูอลหม่าน การที่เขาวาดภาพให้ดูเหมือนยังไม่เสร็จนี้อาจเป็นเพราะเขาต้องการสะท้อนให้เห็นถึงบทสนทนาทั่วไปในชีวิตที่มักจบลงแบบครึ่งๆ กลางๆ นั่นเอง

Carriage of Dreams detail

Ernest Zmetak จิตรกร นักออกแบบภาพพิมพ์และนักวาดภาพประกอบที่มีส่วนสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของงานศิลปะสโลวัก เขาเข้าเรียนศิลปะครั้งแรกที่ Academy of Fine Arts กรุงปราก แต่เนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองทำให้เขาไม่สามารถเรียนจนจบและย้ายไปเรียนต่อที่ Academy of Fine Arts กรุงบูดาเปสต์ จนจบการศึกษา เขาชอบเสาะแสวงหาความรู้ ประสบการณ์และถกเถียงทางด้านศิลปะในเมืองต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิตาลีซึ่งกลายเป็นประเทศที่เขาอิงแนวทางศิลปะมากที่สุด

ภาพ Nude ใน Nedbalka Museum of Modern Art ทั้งสองภาพของเขา แม้จะไม่ดูแปลกประหลาดเร้าใจเฉก เช่น ภาพ Dialogue ของ Julius Jakoby แต่ก็เป็นผลงานที่น่าสนใจ เขาชอบสร้างงานที่มีรูปแบบแน่นอนคล้ายแนวทางศิลปะแบบClassic จนได้ฉายาว่า Last of The Classicist ของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผลงานของเขามักเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องการตีความมากมายโดยนำงานแนว classic แบบเก่าๆ มาตีความให้เข้ากับยุคหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

Dialogue by Juluis Jakoby

Ladislav Guderna ศิลปินแนว Surrealism ชาวสโลวัก เขาเกิดที่เมือง Nitra ก่อนย้ายมาเรียน Business Academy ที่ Bratislava และเข้าเรียนการวาดแบบร่างใน School of Arts and Crafts ภาคค่ำจนจบการศึกษาก่อนเข้าเรียนต่อที่แผนก Drawing and Painting ที่มหาวิทยาลัย Slovak Technical กับ Jan Mudroch ศิลปินชื่อดังชาวสโลวัก หลังจากนั้น 4 ปี เขาถูกขับออกจากโรงเรียนจากเหตุผลที่เขามักมีความเห็นต่างทางการเมือง ในปี 1944 เขาจบการศึกษาจาก Academy of Fine Arts ที่เมือง Belgrade เขาสามารถตีพิมพ์ทฤษฎีเกี่ยวกับ Shape in Painting ได้เมื่ออายุเพียงแค่ 20 ปี นับจากนั้นมา ผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นการตีความบทกวีออกมาเป็นงานจิตรกรรม

หลังปี 1945 เขาเริ่มได้รับแรงบันดาลใจจากงานแนว Fauvism และ Cubism และเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานกับศิลปินชาวสโลวักในปารีสในปี 1946 ก่อนจะได้เป็นประธาน Union of Slovak Visual Artists ในปี 1957 และได้รับรางวัลเหรียญเงินในการออกแบบศิลปะที่ EXPO ปี 1958 ณ กรุงบรัสเซลล์ หลังจากนั้นเขาเริ่มสนใจแนวคิด Surrealism และเริ่มผลิตผลงานแนวนี้ออกมา นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 1979 เขาและบุตรชายร่วมกันออกนิตยสารแนว Surrealism ชื่อ Scarabeus และก่อตั้งทฤษฏีเกี่ยวกับ Surrealism อีกทั้งยังร่วมเขียนภาพประกอบบทกวีอีกต่างหากด้วย ต่อมาเขาย้ายไปอยู่เมือง Toronto แคนาดาเพื่อแสดงความเป็นกบฏก่อนย้ายไปอยู่ Vancouver และเข้าเป็นสมาชิก International Surrealist group Melmoth and the West Coast Surrealist แม้เขาจะย้ายไปอยู่แคนาดาเป็นเวลานานแล้ว แต่เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Slovak Art Surrealism

Dialogue detail

The Carriage of Dreams ผลงานชิ้นสุดท้ายของศิลปินนี้แสดงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเต็มเปี่ยมสังเกตได้จาก จินตนาการในการวาด ความสวยงาม ความน่าตื่นตาตื่นใจเนื้อหา สี การตกแต่และความเย้ยหยัน เมื่อผู้ชมค่อยๆ บรรจงพิจารณาจะเห็นว่าศิลปินตั้งใจสร้างสรรค์งานอย่างมีอารมณ์ขันและเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีงานอีกชิ้นที่ดูสนุกของศิลปินคนเดียวกันด้วยนั่นคือ Shape of Summer นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า Nedbalka Museum of Modern Art มีงานแนว Contemporary Art ที่น่าสนใจและดูสนุกไม่แพ้ที่ใดในโลกเช่นกัน

Nude by Ernest Zmetak

Nude2 by Ernest Zmetak

Shape of Summer by Ladislav Guderna

แหวกฟ้าหาฝัน : ศิลปินแห่งชาติสโลวัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/415797

แหวกฟ้าหาฝัน : ศิลปินแห่งชาติสโลวัก

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

Lying Nude by Jan Mudroch

เนื่องจาก Nedbalka Museum of Modern Art เป็น National Gallery ที่ใหญ่ที่สุดของ Slovak ที่นี่จึงมีผลงานของศิลปินชาวสโลวักที่สำคัญๆ หลายคนรวมทั้งศิลปินแห่งชาติด้วย เช่น Jan Mudroch จิตรกรและนักการศึกษาชาวสโลวัก เขาจบการศึกษาด้านศิลปะจาก Gustav Malleho ใน Bratislava ก่อนย้ายไปเรียนที่ Academy of Fine Arts ณ กรุงปราก เขาย้ายกลับมาอยู่ Bratislavaในปี 1938 และเข้าเป็นครูสอนศิลปะจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2ปะทุขึ้น หลังสงครามสิ้นสุดลงเขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านแบบร่างและจิตรกรรมที่ Slovak Technical University ก่อนเป็นผู้ก่อตั้ง Academy of Fine Arts ที่เมือง Bratislava ในปี 1950 และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งNational Gallery เมือง Bratislava จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติในปี 1968

Bouquet by Jan Mudroch

ผลงานส่วนใหญ่ที่เป็นแนว Surrealism ของเขาซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินชาติเดียวกันที่อาศัยอยู่ในกรุงปรากเป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับสังคม และท้องถิ่นที่ภายหลังพัฒนาเป็นภาพเขียนจากบทกวีพื้นบ้านหรือที่เรียกว่า Poetic realism อย่างไรก็ดี ผลงานของเขาที่ Nedbalka Museum of Modern Art ได้มาจัดแสดงกลับเป็นงานในยุคแรกๆ ของเขาที่เป็น Still life เช่น Bouquet หรือช่อดอกไม้ซึ่งเขาเน้นสีสันสวยงามมากกว่าความเหมือนจริง เพราะเขามีแนวคิดในการสร้างสรรค์งานผ่านสายตาและจินตนาการของศิลปินตามแนวทางศิลปะแบบ Surrealism ภาพ Still life ที่เน้นเรื่องแสงและสีที่เข้มสดใสเฉกเช่นเดียวกับงานในยุค Classic ส่วนภาพ Lying Nude นั้น ศิลปินวาดภาพแนว Impressionism ที่แสดงออกถึงอารมณ์เคลิ้มฝันนุ่มนวล และสงบเย็นอันสะท้อนถึงตัวตนของศิลปินที่เน้นความพึงพอใจในตัวเอง และความเป็นส่วนตัว

The Family by Martin Benka

Martin Benka จิตรกร นักวาดภาพประกอบ ผู้ก่อตั้ง Modernist 20th Century Slovak Painting และศิลปินแห่งชาติสโลวักสาขาจิตรกรรม เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานในมิวเซียมแห่งนี้ การที่เขาเป็นคนชอบอาศัยอยู่ในชนบท และเดินทางไปยังพื้นที่รอบๆ บ้านกลางทุ่งของเขานั้นทำให้ผลงานของ Benka ส่วนใหญ่เน้นการตกแต่ง และอิทธิพลของศิลปะพื้นบ้านซึ่งแตกต่างจากงานที่เน้นการใช้สอยเฉกเช่นเดียวกับ Bauhaus School ของเยอรมนี และแนวทางศิลปะจากรัสเซีย
ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในช่วงเวลานั้น การที่เขามีชีวิตอยู่ในกรุงปรากมากกว่า 30 ปีทำให้เขามีโอกาสร่วมกับ Mikulas Galanda และศิลปินเช็กคนอื่นๆ ในการสร้างแผนที่สโลวักยุคใหม่และออกแบบตัวอักษร

Return by Martin Benka

ทุกภาพที่ Nedbalka Museum of Modern Art จัดแสดงของ Martin Benka ไม่ว่าจะเป็น Return ภาพหนุ่มชาวสโลวักยืนถือไม้เท้าปกป้องครอบครัวด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ เข้มแข็ง Pure Spring ภาพคู่สามี-ภรรยาที่ทำกิจกรรมข้างธารน้ำ The Family ภาพครอบครัวพ่อ-แม่-ลูกในชุดทำงานกลางแจ้งพื้นเมืองท่ามกลางบรรยากาศริมเขาต่างสะท้อนถึงความมุ่งมั่น มั่นใจ และอดทนของคนในชาติที่ศิลปินรู้สึกมีส่วนร่วมและภาคภูมิใจ นักท่องเที่ยวจะสังเกตว่าแม้โทนของสีและบรรยากาศท้องถิ่นในผลงานทุกชิ้นจะดูคล้ายกัน แต่ก็มีอัตลักษณ์ในตัวเองสมกับที่ Benka ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสโลวัก

Still life by Jan Mudroch

Still life by Jan Mudroch
Slovak Room by Martin Benka

Slovak Room by Martin Benka
Pure Spring by Martin Benka

Pure Spring by Martin Benka