ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นพุ่งทะลุ 58,000 จุดครั้งแรก รับแรงหนุนจากชัยชนะของ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ”

ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นพุ่งทะลุ 58,000 จุดครั้งแรก รับแรงหนุนจากชัยชนะของ "ซานาเอะ ทาคาอิจิ"

12 ก.พ. 2569 08:32 น.

ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นพุ่งทะลุ 58,000 จุดครั้งแรก รับแรงหนุนจากชัยชนะของ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ”

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นคึกคักต่อเนื่อง ดัชนี Nikkei 225 พุ่งทะลุระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ ท่ามกลางแรงซื้อที่ยังคงไหลเข้าอย่างร้อนแรง จากชัยชนะของนายกรัฐมนตรีหญิง ซานาเอะ ทาคาอิจิ

ดัชนี Nikkei 225 พุ่งทะลุระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ หลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย พร้อมชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

โดยในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ดัชนีอ้างอิง Nikkei 225 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.14% มาอยู่ที่ 57,739.20 จุด หลังจากระหว่างวันพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 58,004.72 จุด

ขณะที่ดัชนี Topix ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นในวงกว้าง ปรับตัวขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 3,866.88 จุด

นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ดัชนี Nikkei ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วถึง 14.5% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นภายใต้รัฐบาลใหม่

ข้อมูลการซื้อขายระบุว่า มีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในดัชนี Nikkei จำนวน 145 ตัว เทียบกับหุ้นที่ปรับตัวลดลง 79 ตัว แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่กระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า รัฐบาลของทาคาอิจิจะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุก ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนและความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตลาดหุ้น

ชาวบังกลาเทศเข้าคูหาเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังรัฐบาลชีค ฮาซินา ถูกโค่นจากการประท้วงใหญ่ปีที่แล้ว

ชาวบังกลาเทศเข้าคูหาเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังรัฐบาลชีค ฮาซินา ถูกโค่นจากการประท้วงใหญ่ปีที่แล้ว

12 ก.พ. 2569 08:26 น.

ชาวบังกลาเทศเข้าคูหาเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังรัฐบาลชีค ฮาซินา ถูกโค่นจากการประท้วงใหญ่ปีที่แล้ว

ชาวบังกลาเทศออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังรัฐบาลอำนาจนิยมของชีค ฮาซินา ถูกโค่นจากการประท้วงใหญ่ปี 2567 โพลล่าสุดชี้พรรคบีเอ็นพี นำ 70% ขณะฝ่ายฮาซินาเรียกร้องคว่ำบาตร

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวบังกลาเทศทั่วประเทศกว่า 127 ล้านคน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังการประท้วงครั้งใหญ่ของกลุ่มนักศึกษา ที่นำไปสู่ภายหลังการล่มสลายของรัฐบาลอำนาจนิยมของชีค ฮาซินา นายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจยาวนานถึง 15 ปี จนต้องลี้ภัยไปยังประเทศอินเดียเพื่อนบ้านเมื่อปี 2567

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้รัฐบาลเฉพาะกาลของนายโมฮาหมัด ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์  โดยมีประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจคือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และการสร้างงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดระบุว่า พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (Bangladesh Nationalist Party: BNP) ซึ่งเคยเป็นฝ่ายค้านหลัก มีคะแนนนิยมนำโด่งอยู่ที่ร้อยละ 70 ขณะที่พรรคเนชันแนล ซิติเซน ปาร์ตี (National Citizen Party: NCP) ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มนักศึกษา ได้รับการสนับสนุนเพียงร้อยละ 2.6 เท่านั้น

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า พรรค NCP ยังไม่สามารถสร้างเครือข่ายทั่วประเทศได้อย่างเข้มแข็ง อีกทั้งเผชิญปัญหาความแตกแยกภายใน และเสียงวิจารณ์จากผู้สนับสนุนเอง ขณะที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเฉพาะกาลได้สั่งแบนพรรคอะวามีลีก ของชีค ฮาซินา ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนคว่ำบาตรการเลือกตั้งครั้งนี้.

ที่มา BBC

รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ทำด้วย

รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ทำด้วย

12 ก.พ. 2569 05:36 น.

รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ทำด้วย

รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ New START ซึ่งหมดอายุเมื่อสัปดาห์ก่อนต่อไป ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ปฏิบัติตามด้วย

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียกล่าวว่า มอสโกจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของ สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ “นิว สตาร์ท” (New START) ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติตามด้วย แม้ว่าสัญญาฉบับนี้จะหมดอายุไปแล้วเมื่อ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา และยังไม่มีข้อตกลงฉบับใหม่

สนธิสัญญา New START เคยเป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ฉบับสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ การหมดอายุของสนธิสัญญานี้หมายความว่า คลังแสงนิวเคลียร์ของชาติมหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศ จะไม่ถูกควบคุมโดยสนธิสัญญาใดๆ เลยเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแข่งขันสะสมอาวุธรอบใหม่

เมื่อปีก่อน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศว่า พร้อมที่จะปฏิบัติตามขีดจำกัดของสนธิสัญญาต่อไปอีกหนึ่งปี หากวอชิงตันทำตาม แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แย้งว่าเขาต้องการให้จีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับใหม่ แต่ฝ่ายปักกิ่งปฏิเสธ

ทั้งนี้ สนธิสัญญา New START ซึ่งลงนามในปี 2553 จำกัดให้รัสเซียกับสหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์ประจำการได้ฝ่ายละไม่เกิน 1,550 หัวรบ นอกจากนั้นยังจำกัดจำนวนขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM), ขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ (SLBM) และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์และประจำการอยู่ ไม่ให้เกิน 700 ลูก/ลำด้วย

นายลาฟรอฟกล่าวต่อสภาล่างของรัสเซียในวันพุธว่า แม้สหรัฐฯ จะยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเสนอของปูติน แต่รัสเซียจะเคารพข้อกำหนดของสนธิสัญญา New START ตราบเท่าที่เห็นว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน

“เราจะดำเนินการด้วยความรับผิดชอบและสมดุล บนพื้นฐานของการวิเคราะห์นโยบายทางการทหารของสหรัฐฯ” นายลาฟรอฟกล่าว และเสริมว่า “เรามีเหตุผลที่เชื่อว่าสหรัฐฯ ไม่รีบร้อนที่จะละทิ้งขีดจำกัดเหล่านี้ และจะปฏิบัติตามต่อไปในอนาคตอันใกล้”

“เราจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะดำเนินไปอย่างไร” ลาฟรอฟกล่าว “หากมีการยืนยันว่า เพื่อนร่วมงานชาวอเมริกันของเราตั้งใจจะรักษาความร่วมมือเอาไว้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เราจะทำงานอย่างแข็งขันเพื่อทำข้อตกลงฉบับใหม่ และพิจารณาประเด็นต่างๆ ที่ยังคงอยู่นอกเหนือข้อตกลงด้านเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ต่างๆ”

คำพูดของนายลาฟรอฟเกิดขึ้นหลังจากเว็บไซต์ข่าว Axios รายงานอ้างว่า ในการพบปะกันที่กรุงอาบูดาบีเมื่อสัปดาห์ก่อน ทีมเจรจาของรัสเซียกับสหรัฐฯ ได้หารือกันเรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามสนธิสัญญา New START ต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน

นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าทีมเจรจาของรัสเซียและสหรัฐฯ ได้หารือกันเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตที่อาบูดาบี นอกรอบการประชุมไตรภาคีระหว่าง ยูเครน, รัสเซีย และสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับสงครามในยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

BMW เรียกคืนรถกว่า 5 แสนคันทั่วโลก พบความเสี่ยงเกิดไฟไหม้

BMW เรียกคืนรถกว่า 5 แสนคันทั่วโลก พบความเสี่ยงเกิดไฟไหม้

12 ก.พ. 2569 04:43 น.

BMW เรียกคืนรถกว่า 5 แสนคันทั่วโลก พบความเสี่ยงเกิดไฟไหม้

BMW ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังของเยอรมนี ประกาศเรียกคืนรถยนต์กว่า 5 แสนคันทั่วโลก หลังพบข้อบกพร่องในระบบสตาร์ทรถยนต์แบบแม่เหล็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด

เมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ. 2569 โฆษกของ BMW ผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมของเยอรมนี ออกมายืนยันว่า พวกเขากำลังเรียกคืนรถยนต์หลายแสนคันเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้ โดยระบุคร่าวๆ ว่า การเรียกคืนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อรถยนต์จำนวนกว่าครึ่งล้านคัน

ขณะที่ kfz-betrieb สื่อเฉพาะทางของเยอรมนี ระบุว่า มีรถยนต์จากซีรีส์ต่างๆ ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 575,000 คัน

BMW ระบุว่า การตรวจสอบผลิตภัณฑ์และข้อร้องเรียนของลูกค้าพบว่า รถยนต์ 16 รุ่นที่ติดตั้งมอเตอร์สตาร์ทที่ผลิตขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม 2020 ถึงเดือนกรกฎาคม 2022 อาจได้รับผลกระทบเนื่องจากสวิตช์แม่เหล็กของมอเตอร์สตาร์ทแสดงอาการสึกหรอมากเกินไปเมื่อเวลาผ่านไป

“BMW AG แนะนำว่าหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ – โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะไกล – ไม่ควรทิ้งรถยนต์เอาไว้โดยไม่ดูแลในขณะเครื่องยนต์ทำงานอยู่” ผู้ผลิตรถยนต์ระบุในแถลงการณ์

BMW บอกอีกว่า จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์และข้อร้องเรียนของลูกค้าพบว่า มอเตอร์สตาร์ทในรถยนต์กลุ่มดังกล่าวอาจชำรุด โดยไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งผลให้มอเตอร์สตาร์ทเกิดความร้อนสูงเฉพาะจุด ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจนำไปสู่เพลิงไหม้รถยนต์ในขณะขับขี่

โฆษกระบุว่า ทางบริษัทจะทำจดหมายแจ้งเจ้าของรถเพื่อเปลี่ยนมอเตอร์สตาร์ทที่อาจมีข้อบกพร่อง

ทั้งนี้ ในปี 2567 BMW ต้องปรับลดแนวโน้มผลประกอบการลง หลังจากบริษัทได้รับความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านยูโร เนื่องจากการเรียกคืนรถยนต์ 1.5 ล้านคันจากปัญหาเบรกที่จัดหาโดยบริษัท Continental ชำรุด

อย่างไรก็ตาม โฆษกยืนยันว่า การเรียกคืนครั้งล่าสุดนี้จะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยหรือไม่ส่งผลกระทบเลยต่อผลประกอบการของ BMW

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : france24

ตำรวจแคนาดา เผยชื่อมือปืนหญิงข้ามเพศ กราดยิง 2 จุด คร่า 8 ศพ เจ็บ 25 ราย

ตำรวจแคนาดา เผยชื่อมือปืนหญิงข้ามเพศ กราดยิง 2 จุด คร่า 8 ศพ เจ็บ 25 ราย

12 ก.พ. 2569 04:15 น.

ตำรวจแคนาดา เผยชื่อมือปืนหญิงข้ามเพศ กราดยิง 2 จุด คร่า 8 ศพ เจ็บ 25 ราย

ตำรวจแคนาดาอัปเดตข้อมูลเหตุกราดยิง 2 จุดที่โรงเรียนกับที่บ้านหลังหนึ่ง โดยลดจำนวนผู้เคราะห์ร้ายจาก 9 ศพเหลือ 8 ศพ และเปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นหญิงข้ามเพศ

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 นายดเวย์น แมคโดนัลด์ รองผู้บัญชาการตำรวจแคนาดา จัดงานแถลงข่าว อัปเดตข้อมูลเหตุกราดยิง 2 จุด รวมถึงที่โรงเรียนในเมืองทัมเบลอร์ ริดจ์ ในรัฐบริติชโคลัมเบีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 ก.พ.) โดยเขาเปิดเผยว่า มือปืนรายนี้ชื่อ เจสซี แวน รูตเซลลาร์ อายุ 18 ปี เสียชีวิตโดยมีบาดแผลจากการทำร้ายตัวเอง

แมคโดนัลด์ระบุว่า รูตเซลลาร์ เป็นเพศชายโดยกำเนิด ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่เพศหญิงเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน และนิยามตัวเองว่าเป็น “ผู้หญิง” แสดงตนว่าเป็นเพศหญิง ทั้งในทางสังคมและในที่สาธารณะ

รูตเซลลาร์ลาออกจากโรงเรียนมัธยมทัมเบลอร์ ริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในที่เกิดเหตุเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และเมื่อนักข่าวถามว่า ผู้ต้องสงสัยเผชิญกับการกลั่นแกล้ง “เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านจากเพศชายเป็นเพศหญิง” หรือไม่ แมคโดนัลด์ตอบว่าไม่มีข้อบ่งชี้เรื่องนี้

แมคโดนัลด์ได้อัปเดตยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด โดยระบุว่า มีผู้เคราะห์ร้ายถูกยิงเสียชีวิตที่โรงเรียนมัธยม ทัมเบลอร์ ริดจ์ 6 ศพ เป็นบุคลากรทางการศึกษาหญิง 1 ราย, นักเรียนชาย 2 ราย และนักเรียนหญิง 3 ราย เกือบทั้งหมดถูกฆาตกรรมในห้องสมุดของโรงเรียน และมี 1 รายเสียชีวิตในพื้นที่บันไดหนีไฟ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพในบ้านพักใกล้เคียงคือแม่และน้องชายต่างมารดาของผู้ต้องสงสัย และตำรวจถูกเรียกให้ไปที่บ้านหลังดังกล่าวหลังจากได้รับแจ้งเหตุที่โรงเรียน โดยผู้แจ้งความคือเยาวชนหญิงที่เป็นญาติกับผู้ต้องสงสัยและเหยื่อผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืน 2 กระบอกที่โรงเรียน ได้แก่ ปืนยาว 1 กระบอก และปืนพกที่ถูกดัดแปลง 1 กระบอก

ตำรวจเคยเดินทางไปที่บ้านของครอบครัวผู้ต้องสงสัยหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อจัดการกับปัญหาด้านสุขภาพจิตของผู้ต้องสงสัย และการติดต่อบางครั้งเกี่ยวข้องกับอาวุธ

แมคโดนัลด์ระบุว่า เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ตำรวจเคยเดินทางไปที่บ้านของผู้ต้องสงสัยรายนี้ และมีการยึดอาวุธปืนภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา แต่หลังจากนั้น เจ้าของอาวุธปืนเหล่านั้นตามกฎหมายได้ยื่นคำร้องขอคืน และปืนเหล่านั้นก็ถูกส่งกลับคืนไป

เมื่อถูกถามว่าผู้ต้องสงสัยมีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือไม่ รองผู้บัญชาการตำรวจกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเธอมีใบอนุญาตซึ่งหมดอายุไปในปี 2567 เธอไม่มีอาวุธปืนใด ๆ ลงทะเบียนในชื่อของเธอแล้ว”

นายแมคโดนัลด์ยอมรับด้วยว่า ตำรวจ “ยังไม่มีเบาะแส” เกี่ยวกับแรงจูงใจของผู้ต้องสงสัย และเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนกำลังสืบสวนอย่างเต็มที่

นักข่าวขอให้แมคโดนัลด์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของบ้านครอบครัวผู้ต้องสงสัย แต่เขากล่าวว่าไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ในขณะนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ

ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ

12 ก.พ. 2569 00:29 น.

ไซโคลนรุนแรงถล่มท่าเรือมาดากัสการ์ ดับแล้ว 20 ศพ

พายุไซโคลนรุนแรง พัดถล่มท่าเรือหลักของมาดากัสการ์ ทำให้บ้านเรือนจำนวนมากพังถล่มหรือได้รับความเสียหาย ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุไซโคลน “เกซานี” (Gezani) พัดขึ้นฝั่งของมาดากัสการ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และเข้าถล่มเมืองตูอามาซินา (Toamasina) ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของเกาะ โดยล่าสุดมีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุลูกนี้แล้วอย่างน้อย 20 ศพ

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของมาดากัสการ์รายงานว่า ไซโคลนเกซานีพัดถล่มเมืองตูอามาซินา ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ด้วยความเร็วลมสูงถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากเสียชีวิตเนื่องจากอาคารพังถล่ม

เจ้าหน้าที่บอกอีกว่า พายุลูกนี้ทำให้เกิดความโกลาหลอย่างหนัก ย่านที่อยู่อาศัยตกอยู่ในความมืดมิดเนื่องจากเสาไฟฟ้าหักโค่น ในขณะที่ต้นไม้ถูกถอนรากถอนโคนและหลังคาถูกพัดปลิว

สำนักงานจัดการภัยพิบัติของมาดากัสการ์ได้อพยพผู้บาดเจ็บจำนวนมากและผู้อยู่อาศัยหลายร้อยคนจากเขตพื้นที่รอบเมืองตูอามาซินาแล้ว

ทั้งนี้ เกซานี เป็นไซโคลนลูกที่ 2 ที่พัดถล่มมาดากัสการ์ในปีนี้ โดยเกิดขึ้นหลังจากไซโคลนเขตร้อน “ฟิตยา” (Fytia) คร่าชีวิตผู้คนไป 14 ศพและทำให้ผู้คนกว่า 31,000 ราย ต้องพลัดถิ่นเมื่อ 10 วันก่อน ตามรายงานของสำนักงานมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ

ขณะที่สำนักข่าว AFP รายงานอ้างข้อมูลจาก CMRS ศูนย์พยากรณ์ไซโคลนบนเกาะเรอูนียงของฝรั่งเศสว่า ไซโคลนเกซานี อาจเป็นหนึ่งในไซโคลนรุนแรงที่สุดที่เคยพัดขึ้นฝั่งของมาดากัสการ์นับตั้งแต่โลกเริ่มมีดาวเทียม

กรมอุตุนิยมวิทยาของมาดากัสการ์ระบุเมื่อเช้าวันพุธว่า เกซานีอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนระดับปานกลางแล้ว และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ อยู่ห่างจากกรุงอันตานานาริโว เมืองหลวงไปทางทิศเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร

“เกซานีจะเคลื่อนตัวผ่านที่ราบสูงตอนกลางจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกในวันนี้ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลบริเวณช่องแคบโมซัมบิกในเย็นวันนี้หรือคืนนี้” หน่วยงานระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา

สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา

11 ก.พ. 2569 22:50 น.

สหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้า เมืองในเท็กซัสแล้ว อ้างปิดเพราะโดรนแก๊งค้ายา

FAA ของสหรัฐฯ สั่งเปิดน่านฟ้าเหนือเมืองชายแดนในเม็กซิโกแล้ว หลังเพิ่งสั่งปิด 10 วัน โดยรัฐมนตรีคมนาคมระบุว่า สั่งเปิดเพื่อจัดการกับโดรนของแก๊งค้ายาเสพติด

เมื่อ 11 ก.พ. 2569 สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ของสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาสั่งเปิดน่านฟ้าบริเวณรอบท่าอากาศยานนานาชาติ เอล ปาโซ ในรัฐเท็กซัสแล้วในช่วงเช้าวันพุธ หลังจากเมื่อวันอังคารสั่งปิดน่านฟ้าบริเวณดังกล่าวเป็นเวลา 10 วัน จนทำให้เที่ยวบินขาเข้าและขาออกทั้งหมดของสนามบินแห่งนี้ถูกระงับ

FAA ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ได้ยกเลิกการปิดน่านฟ้าชั่วคราวเหนือเมืองเอล ปาโซ แล้ว โดยระบุว่าไม่มีภัยคุกคามต่อการบินพาณิชย์ และเที่ยวบินทั้งหมดจะกลับมาให้บริการตามปกติ

นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุในโพสต์บน X ว่า FAA และกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับการรุกล้ำของโดรนของแก๊งค้ายาเสพติดในเม็กซิโก ภัยคุกคามดังกล่าวถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอันตรายต่อการเดินทางเชิงพาณิชย์ในภูมิภาค

นายดัฟฟีบอกอีกว่า เที่ยวบินต่างๆ จะกลับมาให้บริการตามปกติในเช้าวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) แต่ไม่ได้ระบุว่า มีโดรนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้จำนวนเท่าใด หรือใช้วิธีการใดเป็นพิเศษในการจัดการกับโดรนเหล่านั้น

ก่อนหน้านี้ FAA ประกาศปิดน่านฟ้าเหนือเมืองเอล ปาโซ เป็นเวลา 10 วัน โดยอ้างเหตุผลด้าน “ความมั่นคงพิเศษ” ทำให้เกิดความกังวลว่า จะเกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ของเที่ยวบินพาณิชย์ เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาและขนาดของพื้นที่เมือง

ทั้งนี้ เมืองเอล ปาโซ เป็นเมืองชายแดนที่มีประชากรเกือบ 700,000 คน และมีขนาดใหญ่ขึ้นหากรวมพื้นที่ปริมณฑลโดยรอบเป็นศูนย์กลางของการค้าข้ามพรมแดนควบคู่ไปกับเมืองซิวดัดฆัวเรซของเม็กซิโกที่อยู่ใกล้เคียง และมีฐานทัพสหรัฐฯ กับสนามทดสอบมิสไซล์ใกล้ๆ ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

แฟนช็อก “จอง อึนอู” นักแสดงดังเกาหลีใต้ เสียชีวิต 1 วันหลังโพสต์เศร้า

แฟนช็อก “จอง อึนอู” นักแสดงดังเกาหลีใต้ เสียชีวิต 1 วันหลังโพสต์เศร้า

11 ก.พ. 2569 21:54 น.

แฟนช็อก “จอง อึนอู” นักแสดงดังเกาหลีใต้ เสียชีวิต 1 วันหลังโพสต์เศร้า

จอง อึนอู นักแสดงหนุ่มเกาหลีใต้ผู้อยู่ในวงการมานานร่วม 2 ทศวรรษ เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 40 ปี โดย 1 วันก่อนเสียชีวิต เจ้าตัวโพสต์ถึงศิลปินคนดังผู้ล่วงลับหลายคน

หนังสือพิมพ์ The Chosun Daily ของเกาหลีใต้ รายงานโดยอ้างอิงจากสื่อต่างๆ ว่า จอง อึนอู นักแสดงหนุ่มวัย 40 ปี ผู้โลดแล่นในวงการมานานร่วม 2 ทศวรรษ เสียชีวิตแล้วในวันพุธที่ 11 ก.พ. 2569 โดยที่ไม่มีการเปิดเผยว่า เขาเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด

สื่อระบุว่า 1 วันก่อนจะเสียชีวิต จอง อึนอู ได้โพสต์ภาพของ เลสลี่ จาง และ เอมี่ ไวน์เฮาส์ ผู้ล่วงลับ ลงบนอินสตาแกรม พร้อมแคปชั่นเป็นภาษาเกาหลีว่า “คิดถึง, อิจฉา, เสียดาย”

ตามรายงานระบุว่า ขณะนี้กำลังมีการจัดงานศพของ จอง อึนอู ที่ห้องจัดพิธีศพของโรงพยาบาล “นิวโครยอ” (New Koryo) และจะมีพิธีฝังศพที่สุสาน “พยอกเจซองฮวา” (Byeokje Sunghwa) ในวันที่ 13 ก.พ.นี้

จอง อึนอูมีผลงานในวงการบันเทิงมานานร่วม 20 ปี เขาเริ่มต้นอาชีพนักแสดงในปี 2549 ผ่านซีรีส์เรื่อง “Banollim 3” หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานภาพยนตร์ อาทิ “He Was Cool (Tutoring the Same Age 2)”, “Bad Couple” และ “Miss Chang” เป็นต้น

ในส่วนของผลงานทางโทรทัศน์ จอง อึนอู ได้รับบทบาทในซีรีส์ต่างๆ ได้แก่ “Hit”, “Chuno”, “The Man Called God” และ “Bride of the Sun”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : gmanetwork

“ทวิวงศ์” นำหลักฐาน ยื่น กกต. ขอให้นับคะแนน สส.อยุธยา เขต 1 ใหม่

“ทวิวงศ์” นำหลักฐาน ยื่น กกต. ขอให้นับคะแนน สส.อยุธยา เขต 1 ใหม่

11 ก.พ. 2569 20:31 น.

“ทวิวงศ์” นำหลักฐาน ยื่น กกต. ขอให้นับคะแนน สส.อยุธยา เขต 1 ใหม่

“ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์” นำหลักฐานความผิดปกติในการนับคะแนน ยื่นเรื่อง กกต. ขอให้นับคะแนนเลือกตั้ง สส.อยุธยา เขต 1 ใหม่ ยันเคารพผลการเลือกตั้ง แต่ขอให้มีความโปร่งใส

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 อยุธยา พรรคประชาชน โพสต์ว่า หลังจากรวบรวมหลักฐาน ตนเองได้ทำเรื่องขอให้ทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการสั่งให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในการเลือกตั้ง สส. อยุธยา เขต 1

พร้อมกับหลักฐาน ความผิดปกติในการนับคะแนน และกระบวนการการรวมคะแนนของหน่วยเลือกตั้งต่างๆ รวมไปถึง ความผิดปกติในการทำให้การนับคะแนน ให้มีความโปร่งใสเป็นที่ประจักษ์

“ผมยืนยันว่า ผมเคารพผลการเลือกตั้งครับ เพียงแต่ต้องการให้มีความโปร่งใสและเที่ยงธรรมสูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมปกป้องสิทธิของประชาชนทุกท่านที่ควรจะได้รับการชี้แจงในการใช้สิทธิครับ”

อัลจาซีราแฉ อิสราเอลใช้ “ระเบิดสุญญากาศ” ถล่มกาซา ทำร่างเกือบ 3,000 คน “ระเหย” กลายเป็นไอ

อัลจาซีราแฉ อิสราเอลใช้ "ระเบิดสุญญากาศ" ถล่มกาซา ทำร่างเกือบ 3,000 คน "ระเหย" กลายเป็นไอ

11 ก.พ. 2569 16:43 น.

อัลจาซีราแฉ อิสราเอลใช้ “ระเบิดสุญญากาศ” ถล่มกาซา ทำร่างเกือบ 3,000 คน “ระเหย” กลายเป็นไอ

สำนักข่าวอัลจาซีราเปิดผลสอบสวนเชิงลึก พบอิสราเอลใช้ระเบิดความร้อนและระเบิดสุญญากาศที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 3,500 องศาเซลเซียส ทำลายล้างร่างเหยื่อจนระเหยกลายเป็นไอ ไม่เหลือแม้แต่ซาก พบมีชาวปาเลสไตน์สูญหายในลักษณะ “ร่างระเหย” แล้วเกือบ 3,000 ราย

ผลการสืบสวนชุด “The Rest of the Story” โดยอัลจาซีรา อาราบิก เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธที่กองทัพอิสราเอลใช้ในสงครามกาซา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 72,000 ศพ โดยในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 2,842 ราย ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ร่างระเหยกลายเป็นไอ” คือสูญหายไปโดยไม่เหลือชิ้นส่วนร่างกายใดๆ ให้ฝังศพ นอกจากคราบเลือดหรือเศษเนื้อขนาดเล็กเท่านั้น

มาห์มูด บาซาล โฆษกหน่วยป้องกันพลเรือนในกาซา ระบุว่าจำนวนตัวเลข 2,842 คน ไม่ใช่การประมาณการ แต่มาจากการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยใช้วิธี “ตัดรายชื่อ” หากยืนยันได้ว่ามีคนอยู่ในบ้าน 5 คน แต่กู้ร่างออกมาได้เพียง 3 ร่าง และการค้นหาอย่างละเอียดพบเพียงรอยเลือดบนกำแพงหรือเศษหนังศีรษะ ชิ้นส่วนที่เหลือจะถูกบันทึกว่า “ระเหยกลายเป็นไอ”

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธระบุว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการใช้อาวุธเทอร์โมบาริก หรือระเบิดสุญญากาศ ซึ่งถูกสั่งห้ามใช้ในระดับสากลในบางลักษณะ อาวุธประเภทนี้จะปล่อยละอองเชื้อเพลิงออกมาและจุดระเบิดจนเกิดเป็นลูกไฟยักษ์และภาวะสุญญากาศ โดยมีการผสมผงอลูมิเนียม แมกนีเซียม และไทเทเนียม เพื่อให้อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 2,500 – 3,500 องศาเซลเซียส

ดร. มูนิร อัล-บูร์ช อธิบดีกระทรวงสาธารณสุขกาซา อธิบายว่าร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำ 80% เมื่อโดนความร้อนระดับ 3,000 องศาฯ พร้อมแรงอัดมหาศาล ของเหลวในร่างกายจะเดือดทันที เนื้อเยื่อจะระเหยและกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่วินาที

การสืบสวนระบุถึงระเบิดที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อมโยงกับการหายไปของร่างผู้เสียชีวิต เช่น MK-84 “Hammer” ซึ่งเป็นระเบิดหนัก 900 กก. บรรจุสาร Tritonal ให้ความร้อนสูงถึง 3,500 องศาเซลเซียส ระเบิด BLU-109 หรือ “บังเกอร์บัสเตอร์” ใช้ถล่มเขตอัล-มาวาซี ซึ่งอิสราเอลเคยประกาศว่าเป็นเขตปลอดภัย ทำให้คน 22 คนระเหยหายไปทันที และ GBU-39 ระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูงที่ใช้ถล่มโรงเรียนอัล-ตาบิน ออกแบบมาเพื่อทำลายทุกอย่างที่อยู่ภายในอาคารด้วยคลื่นความร้อนและแรงดันที่ทำให้ปอดฉีกขาดและเนื้อเยื่อระเหย

ไดอานา บุตตู นักกฎหมายและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ชี้ว่านี่ไม่ใช่แค่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยอิสราเอลเพียงลำพัง แต่เป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระดับโลก” เนื่องจากสหรัฐฯ และยุโรปยังคงส่งอาวุธเหล่านี้ให้อิสราเอล ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอาวุธเหล่านี้ไม่สามารถแยกแยะระหว่างนักรบกับเด็กได้ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

แม้ว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) จะมีคำสั่งให้อิสราเอลป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จะออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แล้วก็ตาม แต่การโจมตียังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความล้มเหลวของระบบยุติธรรมโลกที่ยังไม่สามารถหยุดยั้งความสูญเสียนี้ได้.

ที่มา Al Jazeera