ตามหา 191 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ญี่ปุ่น ติดต่อสถานทูตด่วน หลังเอกสารตีกลับ

ตามหา 191 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ญี่ปุ่น ติดต่อสถานทูตด่วน หลังเอกสารตีกลับ

29 ม.ค. 2569 15:21 น.

ตามหา 191 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ญี่ปุ่น ติดต่อสถานทูตด่วน หลังเอกสารตีกลับ

สถานทูตไทยในญี่ปุ่นประกาศตามหา 191 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ให้ติดต่อรับเอกสารเลือกตั้ง-ประชามติก่อนวันที่ 30 ม.ค. เหตุที่อยู่ไม่ชัดเจน เอกสารตีกลับ

วันที่ 29 ม.ค. 2569 เวลา 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ในประเทศญี่ปุ่น จำนวนกว่า 191 คน ให้รีบติดต่อกลับสถานเอกอัครราชทูตโดยด่วน ก่อนวันที่ 30 ม.ค. ในจำนวนนี้ สถานเอกอัครราชทูตไม่สามารถจัดส่งเอกสารเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้ได้ จำนวน 20 คน และเอกสารตีกลับคืน 171 คน

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว แจ้งว่า เรียน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และ/หรือ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ กับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติให้แก่ผู้มีสิทธิแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้มีสิทธิบางท่านกรอกที่อยู่ไม่สมบูรณ์ กรอกที่อยู่ที่ประเทศไทย กรอกที่อยู่จัดส่งเป็นสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือกรอกที่อยู่ที่ไม่ได้พักอาศัยจริงซึ่งเจ้าของที่อยู่ไม่ทราบชื่อผู้รับและตีกลับ โดยยังไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ไม่สามารถจัดส่งซองทางไปรษณีย์ได้ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก้ไขและส่งกลับแบบด่วนให้แล้วกว่า 186 ซอง

จึงขอให้ผู้ที่มีรายชื่อตามประกาศในเพจเฟซบุ๊คของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว มารับบัตรเลือกตั้งที่สถานเอกอัครราชทูต ในช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 13.30 – 17.00 น. ก่อนวันที่ 30 มกราคม 2569 โดยขอให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาเพื่อยืนยันตัวตนด้วย

กองทัพไต้หวันซ้อมรับมือการยกพลขึ้นบก จำลองเหตุรุกรานทางทะเล

กองทัพไต้หวันซ้อมรับมือการยกพลขึ้นบก จำลองเหตุรุกรานทางทะเล

29 ม.ค. 2569 15:08 น.

กองทัพไต้หวันซ้อมรับมือการยกพลขึ้นบก จำลองเหตุรุกรานทางทะเล

กองทัพเรือไต้หวัน จัดการฝึกซ้อมปฏิบัติการต่อต้านการยกพลขึ้นบก ที่ฐานทัพเรือจั๋วอิ๋งทางตอนใต้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกเพิ่มความพร้อมรบ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาค 

การฝึกซ้อมครั้งนี้จำลองสถานการณ์ การรุกรานทางทะเลแบบสะเทินน้ำสะเทินบก โดยกองทัพไต้หวันได้นำอากาศยานไร้คนขับ อาวุธประจำชายฝั่ง และขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ มาใช้เพื่อสกัดและทำลายกองกำลังฝ่ายตรงข้ามที่เคลื่อนเข้ามาทางทะเล

กองทัพระบุว่า การฝึกเริ่มต้นจากการจำลองเหตุการณ์ เรดาร์เคลื่อนที่ของกองทัพเรือ ตรวจพบเรือของฝ่ายศัตรูที่กำลังรวมกำลังอยู่ในน่านน้ำรอบเกาะไต้หวัน จากนั้นจึงส่งโดรนลาดตระเวนขึ้นบินเพื่อระบุตำแหน่ง ติดตามความเคลื่อนไหว และส่งข้อมูลข่าวกรองแบบเรียลไทม์ให้กับหน่วยยิงโจมตี

ในระหว่างเดียวกัน โดรนโจมตีถูกส่งเข้าโจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ ขณะที่มีการจุดระเบิด ทุ่นระเบิดทางทะเล เพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมและขัดขวางการรุกคืบของฝ่ายตรงข้าม

การซ้อมรบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ การฝึกความพร้อมรบต่อเนื่อง 3 วัน ของกองทัพไต้หวัน ซึ่งครอบคลุมทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของเกาะ

กระทรวงกลาโหมไต้หวัน ระบุว่าการฝึกมีเป้าหมายเพื่อ เสริมความมั่นคงของชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางและกิจกรรมวันหยุดจำนวนมาก และโดยปกติถือเป็นช่วงที่กองทัพต้องยกระดับความตื่นตัวเป็นพิเศษ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้เพิ่มความถี่และความสมจริงของการฝึกซ้อมทางทหารอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลาง ความตึงเครียดกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของตน และไม่เคยตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหารเพื่อรวมเกาะไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ทำให้ไต้หวันยังคงเดินหน้าปรับปรุงขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างจริงจัง.

ที่มา : reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน

จีนเอาจริง ส่งตำรวจเข้ารวบรวมหลักฐานในออสเตรเลีย เอาผิดชายชาวจีนผู้ก่อเหตุสาดกาแฟร้อนใส่ทารก

จีนเอาจริง ส่งตำรวจเข้ารวบรวมหลักฐานในออสเตรเลีย เอาผิดชายชาวจีนผู้ก่อเหตุสาดกาแฟร้อนใส่ทารก

29 ม.ค. 2569 14:12 น.

จีนเอาจริง ส่งตำรวจเข้ารวบรวมหลักฐานในออสเตรเลีย เอาผิดชายชาวจีนผู้ก่อเหตุสาดกาแฟร้อนใส่ทารก

ทางการจีนดำเนินการส่งทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังประเทศออสเตรเลียเพื่อรวบรวมหลักฐาน เอาผิดชายชาวจีนผู้ต้องสงสัยก่อเหตุสาดกาแฟร้อนใส่ทารกเมื่อปี 2024

นาย เซียว เฉียน เอกอัครราชทูตจีนประจำออสเตรเลีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) ว่าจีนจะส่ง “คณะทำงาน” ไปยังบริสเบน เพื่อช่วยในกระบวนการสืบสวน ทั้งยังเสริมว่า ทางการจีนให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้และจะดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนจะทำงานร่วมกับทางการออสเตรเลีย เพื่อ “สืบหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร และทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันต่อไปได้อย่างไรบ้าง”

ขณะที่สำนักงานตํารวจควีนส์แลนด์ และสำนักงานตํารวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า ทางการออสเตรเลียมีความยินดีกับความร่วมมือในครั้งนี้ และพร้อมสนับสนุนคณะผู้แทนจากจีน เนื่องจากจีนสามารถใช้อํานาจศาลนอกอาณาเขตดําเนินคดีกับพลเมืองที่กระทำผิดนอกประเทศได้ ซึ่งจะเป็นผลดีกับคดีที่มีความซับซ้อนนี้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยทารกอายุ 9 เดือนถูกทำร้ายขณะกำลังพักผ่อนกับครอบครัวในสวนสาธารณะเมืองบริสเบน ส่งผลให้ใบหน้าและแขนขาเกิดแผลไหม้รุนแรง ด้านเจ้าหน้าที่ยืนยันตัวตนได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ 33 ปี แต่พบว่าชายคนดังกล่าวหลบหนีออกนอกประเทศไปได้ 12 ชั่วโมงแล้ว  และมุ่งหน้าไปยังประเทศจีน ซึ่งไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าผู้ต้องสงสัยเป็น “แรงงานที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง” (itinerant worker) มีการเดินทางเข้าออกออสเตรเลียหลายครั้งระหว่างปี 2019 ถึง 2024 และมีที่พักอาศัยอยู่ในรัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ พร้อมออกหมายจับในข้อหาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยข้อหานี้ในออสเตรเลียมีโทษสูงสุดคือการจำคุกตลอดชีวิต 

เหตุการณ์นี้จุดกระแสความไม่พอใจไปทั่วทั้งออสเตรเลีย จากการกระทำที่อุกอาจของผู้ก่อเหตุที่เทกาแฟร้อนจากกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิใส่ทารกซึ่งพักผ่อนกับครอบครัวอยู่ในสวนสาธารณะ จนเด็กชายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังหลายครั้งในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังถูกทำร้ายในเดือนสิงหาคมปี 2024

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของเด็กชายได้ให้ข้อมูลว่าถึงแม้ลูกจะยังคงมีรอยแผลเป็นที่คางและไหล่แต่เรื่องอื่น ๆ “เป็นไปในทางที่ดี”

โดยการเปิดระดมทุนทางออนไลน์เพื่อนำมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เด็กชาย สามารถรวบรวมเงินได้เป็นจำนวนกว่า 230,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 5 ล้านบาทเลยทีเดียว.

ที่มา: BBC

ดูคลิป ที่นี่

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ออสเตรเลีย

เครื่องบินเล็กตกกลางหุบเขาโคลอมเบีย ดับยกลำ 15 ศพ รวม สส. ชื่อดัง

เครื่องบินเล็กตกกลางหุบเขาโคลอมเบีย ดับยกลำ 15 ศพ รวม สส. ชื่อดัง

29 ม.ค. 2569 13:15 น.

เครื่องบินเล็กตกกลางหุบเขาโคลอมเบีย ดับยกลำ 15 ศพ รวม สส. ชื่อดัง

เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของสายการบินของรัฐ ตกในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือรวม 15 ราย พบหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็น สส. ชื่อดังผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน ด้านประธานาธิบดีส่งสาส์นแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

สายการบิน “ซาเตนา” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและผู้ดำเนินงานเที่ยวบินดังกล่าว ระบุว่าเครื่องบินทะเบียนหมายเลข HK4709 ทะยานขึ้นจากสนามบินในเมืองกูกูตา เมื่อเวลา 11.42 น. ตามเวลาท้องถิ่นวานนี้ (28 ม.ค.) เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองโอกัญญา ซึ่งเป็นพื้นที่ในหุบเขา โดยปกติจะใช้เวลาเดินทางเพียง 40 นาที แต่หลังจากขึ้นบินได้เพียงไม่กี่นาที เครื่องบินได้ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในชุมชนคูราสิกา เป็นผู้แจ้งเบาะแสจุดที่เครื่องบินตก ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะถูกส่งเข้าพื้นที่ และกระทรวงคมนาคมโคลอมเบียได้ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า “น่าเสียใจอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีผู้รอดชีวิตในจุดเกิดเหตุ”

ผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย ประกอบด้วยนักบินและลูกเรือ 2 นาย และผู้โดยสาร 13 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ นายดิโอเกเนส กินเตโร วัย 36 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตกาตาตุมโบ ซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชื่อดังในพื้นที่ชายแดนติดกับเวเนซุเอลา

นายกินเตโรได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2022 ในฐานะตัวแทน 1 ใน 16 ที่นั่งพิเศษสำหรับเหยื่อจากความขัดแย้งติดอาวุธในโคลอมเบีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพปี 2016 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายคาร์ลอส ซัลเซโด ผู้นำทางสังคมและผู้สมัครชิงตำแหน่ง สส. เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย

ประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะที่พรรค “U Party” ต้นสังกัดของนายกินเตโร ยกย่องเขาว่าเป็น “ผู้นำที่อุทิศตนเพื่อภูมิภาคและมีจิตวิญญาณแห่งการบริการที่แน่วแน่”

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของเครื่องบินตกได้ และได้เริ่มกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบเพื่อหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา Associated Press

ราคาทองคำพุ่งใกล้ 5,600 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนแห่สินทรัพย์ปลอดภัย เงินเล็งทะลุ 120 ดอลลาร์

ราคาทองคำพุ่งใกล้ 5,600 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนแห่สินทรัพย์ปลอดภัย เงินเล็งทะลุ 120 ดอลลาร์

29 ม.ค. 2569 12:21 น.

ราคาทองคำพุ่งใกล้ 5,600 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนแห่สินทรัพย์ปลอดภัย เงินเล็งทะลุ 120 ดอลลาร์

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี ทำสถิติสูงสุดใหม่เกือบแตะระดับ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังนักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก โดยราคาทองคำ Gold Spot ทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 5,591.61 ดอลลาร์ หรือราว 173,507 บาท ขณะที่ราคาแร่เงิน จ่อทะลุระดับ 120 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาในวันนี้ (29 ม.ค.) มาจากท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่โพสต์ผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล กดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์โดยด่วน พร้อมเตือนว่า “เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว” และ “การโจมตีครั้งหน้าจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม”

ปัจจุบันกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ได้เข้าประจำการในน่านน้ำตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งทรัมป์ระบุว่าพร้อมปฏิบัติภารกิจด้วย “ความรวดเร็วและรุนแรง” หากจำเป็น ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้ว่ากองทัพอิหร่าน “นิ้วแตะอยู่ที่ไกปืน” พร้อมตอบโต้ทันทีหากมีการโจมตีเกิดขึ้น

สตีเฟน อินเนส นักวิเคราะห์ตลาด ระบุว่าการที่ทองคำทะลุ 5,500 ดอลลาร์ ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ตามปกติ แต่สะท้อนถึง “วิกฤตความเชื่อมั่น” ต่อนโยบายรัฐและการจัดการเงินตรา โดยนักลงทุนมองทองคำเป็นทางเลือกหลักเมื่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของนโยบายลดน้อยลง

ผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานจากตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วเอเชีย ทั้งโตเกียว ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และซิดนีย์ ปิดลบถ้วนหน้า โดยเฉพาะดัชนีจาการ์ตาของอินโดนีเซียดิ่งลงถึง 8% หลังจาก MSCI ชะลอการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเนื่องจากกังวลเรื่องโครงสร้างการถือครองหุ้น

ค่าเงินดอลลาร์ยังคงผันผวนและเผชิญแรงกดดัน แม้รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ จะยืนยันนโยบายดอลลาร์แข็งค่า แต่คำพูดของทรัมป์ที่ดูเหมือนพึงพอใจกับการอ่อนค่าของดอลลาร์ได้สร้างความสับสนให้กับตลาด

นักลงทุนยังคงจับตาดูว่าทรัมป์จะเลือกใครมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าอาจเป็นบุคคลที่มีแนวโน้มสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะยาวต่อไป.

ที่มา AFP Reuters

จีนสั่งประหารชีวิต 11 สมาชิก “ตระกูลหมิง” เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา

จีนสั่งประหารชีวิต 11 สมาชิก "ตระกูลหมิง" เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา

29 ม.ค. 2569 11:47 น.

จีนสั่งประหารชีวิต 11 สมาชิก “ตระกูลหมิง” เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา

สื่อรัฐบาลจีนรายงานว่าศาลในมณฑลเจ้อเจียงได้ตัดสินประหารชีวิตสมาชิก 11 คนของ “ตระกูลหมิง” ซึ่งเป็นตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่บงการเครือข่ายศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเล่าก์ก่าย ของเมียนมา ในข้อหาฆาตกรรม, กักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมิชอบ, ฉ้อโกง และลักลอบเปิดบ่อนการพนัน

ตระกูลหมิงเป็นหนึ่งในกลุ่มอิทธิพลหลักที่ครอบงำเมืองเล่าก์ก่าย เมืองชายแดนเมียนมาติดกับประเทศจีน ซึ่งในอดีตเป็นเพียงเมืองเงียบสงบ แต่ภายใต้อิทธิพลของตระกูลนี้ เมืองถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจสีเทาที่เต็มไปด้วยคาสิโน สถานบริการทางเพศ และอาคารที่พักสำหรับขบวนการต้มตุ๋น

ข้อมูลจากศาลระบุว่า ระหว่างปี 2015 ถึง 2023 เครือข่ายของตระกูลหมิงสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจผิดกฎหมายและการพนันได้มากกว่า 1 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) อย่างไรก็ตาม อาณาจักรของพวกเขาเริ่มล่มสลายลงในปี 2023 เมื่อทางการเมียนมาทนแรงกดดันจากรัฐบาลจีนไม่ไหว จนต้องบุกจับกุมและส่งตัวคนในตระกูลหมิงให้ทางการจีนดำเนินคดี

เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมากลายเป็นบาดแผลใหญ่ของจีน หลังจากที่มีชาวจีนจำนวนมหาศาลถูกหลอกลวงไปค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานในนิคมเหล่านี้ โดยหนึ่งในคดีที่สร้างความโกรธแค้นบนโลกโซเชียลจีนอย่างมาก คือกรณีนักแสดงสมทบชาวจีนรายหนึ่งที่เดินทางไปรับงานแสดงที่ประเทศไทย แต่กลับถูกลักพาตัวส่งต่อไปยังศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา

ศาลระบุชัดเจนว่า อาชญากรรมของตระกูลหมิงไม่ได้ส่งผลแค่ความเสียหายทางการเงิน แต่ยังเป็นเหตุให้ชาวจีนเสียชีวิตถึง 14 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งความรุนแรงของคดีนำไปสู่การตัดสินโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตในครั้งนี้.

ที่มา BBC

เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส บินต่อถึงลอนดอนปลอดภัย (คลิป)

เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส บินต่อถึงลอนดอนปลอดภัย (คลิป)

29 ม.ค. 2569 11:30 น.

เครื่องบินบริติช แอร์เวย์ส ล้อหลุดขณะทะยานขึ้นจากลาสเวกัส บินต่อถึงลอนดอนปลอดภัย (คลิป)

เกิดเหตุไม่คาดฝันกับเที่ยวบินของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส เมื่อล้อเครื่องบินหลุดร่วงขณะขึ้นบินจากสนามบินลาสเวกัส มุ่งหน้าสู่กรุงลอนดอน กล้องไลฟ์สตรีมจับภาพวินาทีวัตถุร่วงจากตัวเครื่องได้ชัดเจน ด้านทางการสหรัฐฯ เร่งตรวจสอบ ขณะที่สายการบินยันให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด

เครื่องบินของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ BA274 ประสบเหตุล้อหลุดขณะกำลังทะยานขึ้น จากท่าอากาศยานนานาชาติแฮร์รี รีด ในเมืองลาสเวกัสของสหรัฐฯ มุ่งหน้าสู่สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ได้โดยกล้องไลฟ์สตรีมของ Flightradar ซึ่งเผยให้เห็นภาพวินาทีที่วัตถุชิ้นหนึ่งหลุดออกจากฐานล้อหลังฝั่งขวาของเครื่องบินแอร์บัส A350-1000 เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากที่เครื่องยนต์เร่งความเร็วและลอยตัวพ้นรันเวย์

แม้จะเกิดเหตุดังกล่าว แต่เครื่องบินลำนี้ยังคงปฏิบัติการบินต่อไปตามเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนานเกือบ 10 ชั่วโมง ข้อมูลจาก FlightAware ระบุว่าเครื่องบินขึ้นบินเมื่อเวลา 20.44 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงสหราชอาณาจักรอย่างปลอดภัยในเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 27 ม.ค. โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวและกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ โดยระบุว่า “เที่ยวบิน BA274 สูญเสียยางล้อหนึ่งเส้นขณะขึ้นบิน แต่เครื่องสามารถเดินทางต่อไปยังลอนดอนและลงจอดได้อย่างปลอดภัย”

ด้านโฆษกของบริติช แอร์เวย์ส กล่าวว่า “ความปลอดภัยและความมั่นคงคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ และเรากำลังให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนอย่างเต็มที่”

เหตุการณ์ล้อหลุดครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในปี 2026 โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา เที่ยวบินที่ 2323 ของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ที่เดินทางจากเมืองชิคาโก ก็ประสบเหตุล้อหน้าหลุดขณะทำการลงจอดอย่างรุนแรง ที่สนามบินออร์แลนโดในรัฐฟลอริดา จนทำให้ต้องมีการระงับการใช้รันเวย์ชั่วคราว ซึ่งในกรณีนั้น FAA ระบุว่าเครื่องบินได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเคลื่อนที่ได้หลังการลงจอด.

ที่มา Independent

ซิดนีย์ส่งบัตรเลือกตั้งล็อตแรกกลับไทยแล้ว ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้ม

ซิดนีย์ส่งบัตรเลือกตั้งล็อตแรกกลับไทยแล้ว ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้ม

29 ม.ค. 2569 10:48 น.

ซิดนีย์ส่งบัตรเลือกตั้งล็อตแรกกลับไทยแล้ว ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้ม

นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์เริ่มกระบวนการส่งบัตรเลือกตั้งของคนไทยที่ออกมาใช้สิทธิแล้ว โดยบัตรล็อตแรกถูกส่งขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้ากลับไทย ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน

นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ลงพื้นที่กำกับดูแลการส่งมอบถุงบรรจุบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าการขนส่งเอกสารสำคัญเป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ก่อนส่งต่อให้สายการบินนำส่งถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในประเทศไทย

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของสถานกงสุลใหญ่ในการดูแลบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเสียงของประชาชนไทยในต่างแดนให้ถูกส่งกลับถึงประเทศอย่างครบถ้วน ปลอดภัย และไม่ตกหล่น เพื่อให้คนไทยในออสเตรเลียสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกคะแนนเสียงกำลังเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอย่างถูกต้อง และจะได้รับการดูแลตามกระบวนการที่เหมาะสม

โดยเบื้องต้น ทางสถานกงสุลฯ มีกำหนดส่งบัตรเลือกตั้งจำนวน 3 ล็อต โดยต้องส่งให้ถึงไทยก่อน 5 กพ ตามที่ กกต กำหนด เพื่อให้มีเวลาเพียงพอ สำหรับการคัดส่งไปถึงแต่ละเขตภายใน 8 กุมภาพันธ์ แต่หากมีบัตรตกค้างเนื่องจากความล่าช้าจากบัตรที่ถูกส่งทางไปรษณีย์ ก็จะดำเนินการส่งกลับทุกใบ แต่อาจจะไม่ทันเวลาที่กำหนดไว้.

ที่มา : ณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำออสเตรเลีย , เพจFB สถานกงสุลใหญ่นครซิดนีย์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลือกตั้ง2569

โพลโค้งสุดท้าย เผย คนจะเทคะแนนให้ ปชน. หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ แต่แบบเขตเทให้ พท.

โพลโค้งสุดท้าย เผย คนจะเทคะแนนให้ ปชน. หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ แต่แบบเขตเทให้ พท.

29 ม.ค. 2569 09:40 น.

โพลโค้งสุดท้าย เผย คนจะเทคะแนนให้ ปชน. หนุน “เท้ง” นั่งนายกฯ แต่แบบเขตเทให้ พท.

นอร์ทแบงค็อกโพล เผย การเมืองโค้งสุดท้าย การดีเบตไม่มีผลต่อการตัดสินใจ พรรคประชาชน ยังเป็นที่ 1 คนอยากให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอยากได้ “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ แต่ สส.เขต จะเลือกเพื่อไทย

วันที่ 29 มกราคม 2569 ผศ. ดร. สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น นอร์ทแบงค็อกโพล มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพเปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างวันที่ 20 – 27 มกราคม 2569 จากจำนวน 2,157 ตัวอย่าง จากกลุ่มตัวอย่างทุกภูมิภาคทั่วประเทศในประเด็น “ความนิยมในพรรคการเมืองและว่าที่นายกรัฐมนตรี” ต่อข้อคำถาม

ภูมิภาคที่ท่านอาศัยอยู่ในปัจจุบัน พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจพักอาศัยอยู่ในภูมิภาคกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 27.60 ปริมณฑล ร้อยละ 19.50 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 16.80 ภาคเหนือ ร้อยละ 10.30 ภาคกลาง ร้อยละ 9.80 ภาคใต้ ร้อยละ 9.10 ภาคตะวันออก ร้อยละ 6.30 และภาคตะวันตก ร้อยละ 0.60

ผลจากการหาเสียงของพรรคการเมือง ข้อมูลข่าวสารจากสื่อและผลของการดีเบตในเวทีต่าง ๆ ส่งผลต่อการตัดสินใจของท่านอย่างไร พบว่าไม่ส่งผล ยังคงยึดมั่นในพรรคการเมืองเดิม ร้อยละ 66.50 ส่งผลทำให้เกิดความโลเลไม่สามารถตัดสินใจได้ ร้อยละ 19.50 และส่งผลมาก หันไปยึดมั่นในพรรคการเมืองพรรคใหม่ ร้อยละ 14.00

พรรคการเมืองที่ท่านอยากให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งทั่วไป 2569 พบว่าพรรคการเมืองที่อยากให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 35.00 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 31.20 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.60 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.60 รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 3.50 พลังประชารัฐ ร้อยละ 2.80 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.40 พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 1.80 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.10

ผู้นำทางการเมืองที่ท่านอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง 2569 พบว่าผู้นำการเมืองที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้แก่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 33.30 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 31.80 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 14.10 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 7.60 นายพีรพันธุ์ สาลีรัชวิภาค ร้อยละ 3.60 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ร้อยละ 3.00 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 2.50 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ร้อยละ 2.30 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 1.80

เมื่อถามว่าท่านตั้งใจจะเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในเขตพื้นที่ของท่านจากพรรคการเมืองใด พบว่า สส.แบบแบ่งเขตที่ตั้งใจจะเลือกคือผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.80 พรรคประชาชน ร้อยละ 31.50 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.20 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.70 รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 5.20 พลังประชารัฐ ร้อยละ 3.40 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 3.30 พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 0.60 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 0.30

เมื่อถามว่าในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จะคำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก พบว่าคำนึงถึงพรรคการเมืองที่ผู้สมัครสังกัดเป็นหลัก ร้อยละ 46.40 ทั้งพรรคการเมืองที่สังกัดและบุคคล ร้อยละ 37.60 และบุคคลเป็นหลัก ร้อยละ 16.00

ในการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และ สส.แบบแบ่งเขต ท่านจะเลือกทั้งพรรคและบุคคลอย่างไร เลือกทั้งพรรคและบุคคลจากพรรคเดียวกัน ร้อยละ 78.20 และเลือกพรรคหนึ่ง แต่เลือกผู้สมัครอีกพรรคในระบบแบ่งเขต ร้อยละ 21.80

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ท่านตั้งใจจะไปใช้สิทธิ์หรือไม่ พบว่าไปแน่นอน ร้อยละ 82.00 และไม่ไปแน่นอน ร้อยละ 18.00

เมื่อถามว่าภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ท่านอยากเห็นพรรคการเมืองคู่ใดจับมือกันในการจัดตั้งรัฐบาล (จาก 4 พรรคการเมืองที่คาดว่าจะได้จำนวน สส.มากที่สุด 4 อันดับแรก) พบว่าพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้จับมือกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคือประชาชน – เพื่อไทย ร้อยละ 31.40 ภูมิใจไทย – เพื่อไทย ร้อยละ 20.30 ภูมิใจไทย – ประชาชน ร้อยละ 14.50 ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.60 ประชาชน – ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 11.30 และเพื่อไทย – ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.90

Mattel เกาะกระแสแฟนคลับ KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาใหม่ ต่อยอดความฮิตระดับโลก

Mattel เกาะกระแสแฟนคลับ KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาใหม่ ต่อยอดความฮิตระดับโลก

29 ม.ค. 2569 09:03 น.

Mattel เกาะกระแสแฟนคลับ KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาใหม่ ต่อยอดความฮิตระดับโลก

Mattel บริษัทผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของโลก ต่อยอดกระแสความนิยมของแอนิเมชัน KPop Demon Hunters เปิดตัวตุ๊กตาและของเล่นชุดใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครในเรื่อง เตรียมวางขายเร็ว ๆ นี้

Mattel ระบุว่าของเล่นชุดใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ หลังจากที่ภาพยนตร์ออกฉายไปแล้วราว 1 ปี โดยบริษัทหวังว่าจะยังคงได้รับการตอบรับที่ดี

KPop Demon Hunters กลายเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลของ Netflix หลังมียอดรับชมทะลุ 500 ล้านวิว นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า Mattel ไม่ได้คาดการณ์มาก่อนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะประสบความสำเร็จในวงกว้างขนาดนี้ จึงพลาดโอกาสทำตลาดของเล่นในช่วงฤดูช้อปปิ้งปลายปี

กระทั่งล่าสุด Mattel จึงตัดสินใจเผยโฉมไลน์อัปของเล่นใหม่ในงาน International Toy Fair ที่เมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อ 27 มกราคมที่ผ่านมา

 โรแบร์โต สตานิชี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ระดับโลกของ Mattel กล่าวกับ Reutersว่า เราเชื่ออย่างมากว่าแบรนด์นี้และแฟรนไชส์นี้มีศักยภาพที่จะอยู่ได้ในระยะยาว และจะทยอยเปิดตัวคอลเลกชันและสินค้าหลากหลายรูปแบบตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ ยอดขายค้าปลีกที่ชะลอตัวของ Mattel ทำให้ทางบริษัทกำลังปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองเป็น บริษัทบันเทิงระดับโลก โดยนำทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่มาต่อยอดผ่านความร่วมมือกับฮอลลีวูด

ปัจจุบัน Mattel มีโครงการภาพยนตร์มากกว่า 14 เรื่องในแผนการผลิต และหวังจะสร้างความสำเร็จซ้ำรอย Barbie ที่กวาดรายได้ถล่มทลายในปี 2023 โดยเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์ Masters of the Universe เวอร์ชั่นคนแสดงในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมปล่อยของเล่น He-Man รุ่นใหม่เพื่อสร้างกระแสล่วงหน้า

ขณะเดียวกัน สื่ออุตสาหกรรมอย่าง Deadline รายงานว่า Netflix กำลังพัฒนา ภาคต่อของ KPop Demon Hunters โดยอาจเข้าฉายในปี 2029 แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ไลน์ของเล่น KPop Demon Hunters ของ Mattel จะเริ่มจาก ตุ๊กตาที่ได้แรงบันดาลใจจาก Rumi, Zoey และ Mira สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปในเรื่อง ที่เป็นศิลปิน K-Pop ในเวลากลางวัน และนักล่าปีศาจในยามค่ำคืน

ตุ๊กตาจะมีให้เลือก 2 ลุค และบางรุ่นสามารถ ร้องเพลง Golden ซึ่งเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard ได้ด้วย

นอกจากนี้ ตัวละครจากฝั่งวงบอยแบนด์คู่ปรับ Saja Boys รวมถึงตัวละครอื่น ๆ จะถูกนำไปพัฒนาเป็นสินค้าในแบรนด์ย่อยของ Mattel เช่น Polly Pocket, UNO และ Little People Collector

ด้านราคา ตุ๊กตาจะวางจำหน่ายในช่วงประมาณราว 1,400 บาท ขณะที่ชุด Polly Pocket แบบแคปซูลจิ๋ว ซึ่งมาในธีมถ้วยราเมนโปรดของวง จะมีราคาประมาณ 250 บาท โดยสินค้าบางรายการจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ Mattel