ทรัมป์ตอกกลับ คำเตือนภัยคุกคาม AI ชี้เป็นแค่ “ทฤษฎีสมคบคิด”

ทรัมป์ตอกกลับ คำเตือนภัยคุกคาม AI ชี้เป็นแค่ “ทฤษฎีสมคบคิด”

15 ก.ย. 2569 02:58 น.

ทรัมป์ตอกกลับ คำเตือนภัยคุกคาม AI ชี้เป็นแค่ “ทฤษฎีสมคบคิด”

โดนัลด์ ทรัมป์ ตอกกลับบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาเตือนเรื่องอันตรายของ AI และเรียกร้องให้มีการควบคุม ว่าเป็นเพียง “ทฤษฎีสมคบคิดสุดป่วย” และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องเร่งพัฒนาแข่งกับจีน

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาโจมตีกลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าเป็น “ทฤษฎีสมคบคิดสุดป่วย” และปัดตกข้อเสนอที่ให้ชะลอการพัฒนา โดยย้ำว่าการคุม AI ที่ดีที่สุดคือการมีประธานาธิบดีที่เข้มแข็งและฉลาด

“ตัวควบคุมหรือ ‘เกราะป้องกัน’ (Guardrails) เพียงหนึ่งเดียวที่ AI ต้องการ ก็คือประธานาธิบดีที่เข้มแข็งและฉลาด (ไอคิวสูง!) ซึ่งสหรัฐอเมริกามีสิ่งนี้อยู่อย่างเหลือเฟือ!”

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวโจมตีนาย ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ที่ออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ว่าแสร้งทำตัวเป็น “เทวดาแสนดี” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำกิจกรรมเสี่ยง พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มที่เขาเรียกว่าพวกทรยศและพวกทำข้อมูลรั่วไหล

นายทรัมป์ยังเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องรักษาความเป็นผู้นำเหนือจีนในศึกเทคโนโลยีนี้ให้ได้ โดยระบุว่า “ใครชนะศึก AI คนนั้นคือผู้ชนะ! เรากำลังนำหน้าจีนและประเทศอื่นๆ ทั้งหมด และเราจะนำต่อไป พวกนักทฤษฎีสมคบคิด พวกกบฏ พวกขายชาติ และพวกทำข้อมูลรั่วไหล ระวังตัวไว้!”

เมื่อถูกถามว่าเขากำลังด้อยค่าความกังวลของคนในวงการเทคโนโลยีเกี่ยวกับภัยคุกคามของ AI หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “เปล่า เราไม่ได้ด้อยค่าความกังวลเหล่านั้น แต่คุณก็รู้นี่ว่ามันจะมีข้อดีมากกว่าข้อเสียอยู่มาก”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจาก ผู้บริหารและนักวิจัยชั้นนำ เช่น ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของบริษัท Anthropic กับ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI ออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยงขั้นวิกฤตของ AI ที่อาจส่งผลถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ หากไม่มีมาตรการความปลอดภัยและการชะลอความเร็วในการพัฒนาที่สอดคล้องกัน

ในวันเดียวกันนี้ นายโวลเกอร์ เทิร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ออกจดหมายเตือนว่าโลกกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนผ่านที่ย้อนกลับไม่ได้ และเรียกร้องให้เร่งควบคุมความเสี่ยงของ AI ขณะที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กับสมเด็จพระราชินีนาถ แห่งสหราชอาณาจักร เตรียมจัดประชุมร่วมกับตัวแทนบริษัท AI ชั้นนำในสกอตแลนด์

ทั้งนี้ กระแสความกังวลเรื่อง AI และการขาดมาตรการควบคุม ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางเสียงพรรคเดโมแครตที่เริ่มกดดันให้สภาสหรัฐฯ เร่งออกกฎหมายควบคุมปัญญาประดิษฐ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พบศพนักวิ่งสาว หายตัวไปในแอฟริกาใต้ เจออีก 4 ศพในพื้นที่เดียวกัน

พบศพนักวิ่งสาว หายตัวไปในแอฟริกาใต้ เจออีก 4 ศพในพื้นที่เดียวกัน

15 ก.ย. 2569 02:32 น.

พบศพนักวิ่งสาว หายตัวไปในแอฟริกาใต้ เจออีก 4 ศพในพื้นที่เดียวกัน

เจ้าหน้าที่แอฟริกาใต้พบศพของนักวิ่งสาวที่หายตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว นอกจากนั้นพวกเขายังพบศพผู้หญิงอีก 4 รายในพื้นที่เดียวกัน อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยและมีร่องรอยฟกช้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 ก.ย. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ของแอฟริกาใต้พบศพของ เอลิซาเบธ โมเซลักโกโม นักวิ่งและคุณแม่ลูกหนึ่งวัย 38 ปี ที่หายตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว ในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก โดยเธอมีสภาพร่างกายบอบช้ำรุนแรงและเสื้อผ้าถูกถอดออกบางส่วน

ศพของเธอเป็น 1 ใน 5 ศพของผู้หญิงที่ถูกพบในสภาพกึ่งเปลือยและมีร่องรอยฟกช้ำในพื้นที่ “เคมป์ตัน พาร์ก” (Kempton Park) โดยศพล่าสุดถูกพบเมื่อวันจันทร์ ห่างออกไปราว 25 กิโลเมตร

ตำรวจตั้งทีมงานพิเศษเพื่อสืบสวนคดีฆาตกรรมเหล่านี้ และแม้จะยังไม่สรุปว่านี่เป็นคดี “ฆาตกรต่อเนื่อง” หรือไม่ แต่ยอมรับว่าลักษณะคดีที่มีความคล้ายคลึงกันน่ากังวลพอที่จะต้องออกเตือนภัยสาธารณะ พร้อมเตือนให้ผู้หญิงหลีกเลี่ยงการเดินหรือวิ่งตามลำพัง โดยเบื้องต้นมีการจับกุมผู้สงสัยแล้ว 1 รายที่เกี่ยวข้องกับศพแรกที่พบ

คดีนี้จุดกระแสความไม่พอใจและความหวาดกลัวไปทั่วประเทศ เพื่อนร่วมสโมสรนักวิ่งและชาวแอฟริกาใต้ต่างร่วมไว้อาลัยให้โมเซลักโกโม และสะท้อนความจริงอันเลวร้ายว่า ผู้หญิงในแอฟริกาใต้ไม่สามารถออกมาใช้ชีวิต เดิน หรือวิ่งภายนอกได้อย่างปลอดภัย หากไม่มีการวางแผนหรือร่วมกลุ่มเพื่อความปลอดภัย

องค์กรเรียกร้องสิทธิ Women for Change และภาคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายและการทำงานของตำรวจของแอฟริกาใต้ และเชื่อว่าทางออกในการแก้ไขปัญหานี้คือการที่ประชาชนต้องร่วมมือกันกดดันภาครัฐอย่างหนัก

ทั้งนี้ แอฟริกาใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติความรุนแรงทางเพศ (GBV) สูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลจาก UN Women ระบุว่าอัตราการสังหารผู้หญิงในแอฟริกาใต้สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 5 เท่า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่นแจกจริง เงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

ทรัมป์ลั่นแจกจริง เงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

15 ก.ย. 2569 01:19 น.

ทรัมป์ลั่นแจกจริง เงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่าจะแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ให้ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ทุกคนจริงๆ หากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม ย้ำเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันสมควรได้รับ

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ยืนยันว่า การแจกเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์ให้ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคนหากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม “จะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน” แม้ฝ่ายเดโมแครตจะหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม

“เงิน 5,000 ดอลลาร์ที่จะมอบให้แก่ผู้ใหญ่ทุกคนในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศของเรากำลังได้รับเงินนับล้านล้านดอลลาร์จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ, การลงทุน และการประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยพวก “ดัมโมแครต” (พรรคเดโมแครต) ซึ่งหวังว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น — แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน!”

“พวกดัมโมแครตเคยบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับยิ่งใหญ่งดงาม (THE GREAT BIG BEAUTIFUL BILL) ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายฉบับใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา หรือลงนามเป็นกฎหมายโดยประธานาธิบดี จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง พวกเขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านสภา”

“หรืออย่างของขวัญจำนวน 1,776 ดอลลาร์ ที่ผมมอบให้กับกองทัพของเราเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้เลย ทุกคนบอกว่าทำไม่ได้หรอก แต่ทำสำเร็จมาแล้ว เหล่าทหารผู้รักชาติของเราได้รับเงินก้อนนั้นและยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผมพูดอะไร ผมหมายความตามนั้นจริง!”

“การแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะประชาชนในประเทศของเราสมควรได้รับมัน จงลงคะแนนให้รีพับลิกัน – ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

ทั้งนี้ การประกาศแจกเงินของนายทรัมป์กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างหนักว่า จะเข้าข่ายการซื้อเสียงตามกฎหมายสหรัฐฯ หรือไม่ โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่ามีช่องทางให้ทำได้อยู่ หากมองในมุมคล้ายกับสัญญาในการลดภาษี

แต่นั่นจะนำไปสู่ปัญหาอีกข้อคือ ทรัมป์จะไปหาเงินจากที่ใดมาแจก เนื่องจากในปัจจุบัน สหรัฐฯ มีประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 270 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าการจ่ายเงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนั้น สภาคองเกรสเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณในสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีไม่ได้ระบุว่าเขาวางแผนจะขออนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไร และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า เป็นไปได้ยากที่เขาจะอนุมัติเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก

จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก

14 ก.ย. 2569 23:20 น.

จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก

เจ้าหน้าที่จีนหลายคนออกมาตอบโต้สหรัฐฯ ที่สร้างวาทกรรมเรื่องการแข่งขันด้านการพัฒนา AI กับจีน ชี้การแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 นายกัว เจี่ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ชี้ว่าการสร้างวาทกรรมเรื่องความคุกคามและการแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนา AI แบบเปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ส่วนนาย เฉิน อี้ซิน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งรัฐของจีน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่าจีนต้องรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนากับความมั่นคง พร้อมเตือนภัยจากการถูกขั้วตรงข้ามนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด และเรียกร้องให้มีความร่วมมือในระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกัน จีนยังคงชูนโยบาย Open-source โดยจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้าน AI โลก เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเสนอสร้างชุมชน AI แบบโอเพนซอร์สในการประชุม BRICS เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการกำกับดูแล AI ในระดับสากล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนเกิดขึ้นหลังจาก ผู้บริหารและนักวิจัยชั้นนำ เช่น ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของบริษัท Anthropic กับ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI ออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยงขั้นวิกฤตของ AI ที่อาจส่งผลถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ หากไม่มีมาตรการความปลอดภัยและการชะลอความเร็วในการพัฒนาที่สอดคล้องกัน

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการให้ชะลอความเร็วในการพัฒนา AI ลง โดยเน้นย้ำว่าความสำคัญสูงสุดคือการทำให้สหรัฐฯ พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วกว่าจีน โดยมองว่า “ผู้ที่ชนะในศึก AI คือผู้ชนะในเกมระดับโลก”

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า การทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เรื่องการพัฒนา AI นั้น เป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมองว่าเทคโนโลยีนี้คือหัวใจสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามใส่ประเด็น AI เข้าไปในวาระการเจรจาระหว่างสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์หน้า เนื่องจากความพ่ายแพ้ในศึก AI ถูกมองว่าเป็นการสูญเสียโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์แห่งยุคอุตสาหกรรมใหม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กบฏฮูตีถล่มฐานทัพในซาอุฯ รอบใหม่ อิหร่านปัดเอี่ยวสงครามเยเมน

กบฏฮูตีถล่มฐานทัพในซาอุฯ รอบใหม่ อิหร่านปัดเอี่ยวสงครามเยเมน

14 ก.ย. 2569 22:30 น.

กบฏฮูตีถล่มฐานทัพในซาอุฯ รอบใหม่ อิหร่านปัดเอี่ยวสงครามเยเมน

กบฏฮูตีเผยว่า พวกเขายิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพในซาอุดีอาระเบียระลอกใหม่ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองเยเมนที่ปะทุขึ้นใหม่นี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารระลอกใหม่ ในขณะที่อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

กบฏฮูตีซึ่งกำลังต่อสู้กับรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติและหนุนหลังโดยซาอุดีอาระเบีย สามารถเข้ายึดครองพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงและช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ได้สำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยช่องแคบนี้กลายเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอย่างยิ่ง หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเพราะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

กลุ่มฮูตีระบุว่า พวกเขายิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนหลายสิบลูก/ลำ เข้าใส่ซาอุดีอาระเบีย ทำให้หน่วยป้องกันพลเรือนของซาอุฯ ต้องประกาศเตือนภัยระยะสั้นในเมืองคามิส มูเชต (Khamis Mushait) และเมืองอับฮา (Abha) ที่อยู่ใกล้เคียง

การสู้รบที่ปะทุขึ้นใหม่ในเยเมนเกิดขึ้นในขณะที่สงครามระดับภูมิภาคยังคงอยู่ในภาวะคุมเชิงและหาทางออกไม่ได้ โดยเมื่อวันจันทร์ การประชุมที่เสนอขึ้นระหว่างกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและอิหร่านเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกเลื่อนออกไป โดยเตหะรานกล่าวหาว่ากรุงริยาดใช้สถานการณ์ในเยเมนเป็น “ข้ออ้าง” ในการประวิงเวลาการเจรจา

ด้านนาย เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “อิหร่านไม่ได้แทรกแซงกิจการภายในของเยเมน” พร้อมกล่าวเสริมว่ากลุ่มฮูตีเป็น “กลุ่มที่เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิงและตัดสินใจต่างๆ ตามผลประโยชน์ของตนเอง”

ทั้งนี้ แม้จะเป็นที่รู้กันว่า เตหะรานให้การสนับสนุนกลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นสมาชิกใน “กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน” (axis of resistance) ที่ต่อต้านอิสราเอลมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านอาวุธและเทคโนโลยี แต่นักวิเคราะห์ยังคงถกเถียงกันถึงระดับความเชื่อมโยงว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการสู้รบครั้งใหม่นี้มากน้อยเพียงใด

ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยขู่ว่าจะเปิด “แนวรบใหม่” ซึ่งรวมถึงช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ และการบุกโจมตีของกลุ่มฮูตีก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เพราะช่องแคบแห่งนี้กลายเป็นเส้นทางปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่ ในการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียไปยังตลาดหลักในเอเชีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมว.วัฒนธรรมอิสราเอลขู่ถอนสัญชาติ 2 ผู้กำกับสารคดี “NAZA” หลังคว้ารางวัลที่เวนิส

รมว.วัฒนธรรมอิสราเอลขู่ถอนสัญชาติ 2 ผู้กำกับสารคดี "NAZA" หลังคว้ารางวัลที่เวนิส

14 ก.ย. 2569 16:36 น.

รมว.วัฒนธรรมอิสราเอลขู่ถอนสัญชาติ 2 ผู้กำกับสารคดี “NAZA” หลังคว้ารางวัลที่เวนิส

รัฐมนตรีวัฒนธรรมอิสราเอลประกาศเตรียมดำเนินการเพิกถอนสัญชาติผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิสราเอล “ยูวัล อับราฮัม” และ “ราเชล ซอร์” หลังสารคดีเรื่อง “NAZA” ที่ตีแผ่การโจมตีและการสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาด้วยการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถคว้ารางวัล Special Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส พร้อมกล่าวหาผู้กำกับทั้งสองว่า “เป็นกบฏต่อรัฐ”

มิกิ โซฮาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอิสราเอล ประกาศว่า จะดำเนินการเพิกถอนสัญชาติอิสราเอลของ ยูวัล อับราฮัม และราเชล ซอร์ ผู้กำกับสารคดีเรื่อง “NAZA” หลังภาพยนตร์คว้ารางวัล Special Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งล่าสุด

โซฮาร์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ เรียกภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “น่ารังเกียจ” และระบุว่าการที่ภาพยนตร์ได้รับรางวัลเป็นเรื่อง “น่าตกใจ” พร้อมกล่าวหาผู้กำกับทั้งสองว่าเต็มใจทำร้ายประเทศของตนเอง เพียงเพื่อได้รับเสียงปรบมือจากกลุ่มต่อต้านชาวยิวทั่วโลก รัฐมนตรีวัฒนธรรมอิสราเอลยังกล่าวหาว่าการกระทำของทั้งคู่ “เข้าข่ายการกบฏต่อรัฐ” และระบุว่าจะดำเนินการโดยทันทีเพื่อขอเพิกถอนสัญชาติของผู้กำกับทั้งสอง

“NAZA” เป็นสารคดีความยาว 80 นาที ผลิตโดยเดอะการ์เดียน และนำเสนอข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของกองทัพและหน่วยข่าวกรองอิสราเอลในการกำหนดเป้าหมายโจมตีในฉนวนกาซา โดยชื่อเรื่องมาจากคำย่อที่ระบุจำนวนพลเรือนที่หน่วยข่าวกรองอิสราเอลคาดว่าจะเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในกาซา

ผู้กำกับทั้งสองสัมภาษณ์อดีตเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองอิสราเอล รวม 24 คน ซึ่งให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อเกี่ยวกับระบบ AI ที่ใช้ในการกำหนดเป้าหมายโจมตีในกาซา หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวอ้างว่า เคยมีการอนุมัติให้สังหารพลเรือนตามตัวเลขที่ระบบกำหนดสูงถึง 500 คน เพื่อแลกกับการสังหารสมาชิกกลุ่มฮามาส 1 คน

สารคดีเรื่องนี้ได้รับเสียงปรบมือยาวนานถึง 25 นาทีในการฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งถือเป็นสถิติของเทศกาล ก่อนคว้ารางวัล Special Jury Prize เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ยูวัล อับราฮัม และราเชล ซอร์ เคยได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2025 จากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “No Other Land” ซึ่งนำเสนอประเด็นความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง

หลังจาก “NAZA” ได้รับรางวัล รัฐมนตรีอิสราเอลหลายคนออกมาโจมตีผู้กำกับทั้งสองด้วย โดยอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติฝ่ายขวาจัด กล่าวหาว่าทั้งคู่สร้างความเสื่อมเสียและความอับอายให้แก่ชาวอิสราเอลทั้งหมด ขณะที่อัฟกิดอร์ ลีเบอร์แมน อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เรียกทั้งสองว่า “ผู้เกลียดชังอิสราเอล” ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ กล่าวหาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น “การใส่ร้ายอย่างน่าสยดสยองต่อทหารและประชาชนชาวอิสราเอล”

อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนสัญชาติสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายอิสราเอล แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยศาลสูงสุดอิสราเอลมีคำวินิจฉัยในปี 2022 ว่า รัฐสามารถเพิกถอนสัญชาติของบุคคลที่ไม่แสดง “ความจงรักภักดี” ต่อรัฐ เช่น กระทำการจารกรรมหรือกบฏ และกฎหมายได้รับการขยายขอบเขตในปี 2023 ให้ครอบคลุมผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อการร้ายด้วย

กระบวนการดังกล่าวกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสัญชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องให้ความเห็นชอบ และท้ายที่สุดต้องได้รับการรับรองจากผู้พิพากษา

อับราฮัมเคยเผชิญแรงกดดันและภัยคุกคามจากกลุ่มฝ่ายขวาของอิสราเอลมาก่อน โดยบ้านครอบครัวของเขาถูกกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายขวาบุกไปหา หลังภาพยนตร์ “No Other Land” ออกฉายรอบปฐมทัศน์โลกในปี 2024

อับราฮัมกล่าวว่า เขาและซอร์กำลังเสี่ยงต่อการทำงานภายใต้ระบบที่ให้สิทธิพิเศษแก่พวกเขาในฐานะชาวยิวอิสราเอล พร้อมเปรียบเทียบสถานการณ์กับชาวปาเลสไตน์ โดยระบุว่า หากนักข่าวชาวปาเลสไตน์ในกาซาพยายามทำงานในลักษณะเดียวกันและติดต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล พวกเขาอาจถูกสังหาร

ด้านกองทัพอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาในสารคดี NAZA ในเบื้องต้น โดยระบุว่าไม่ยอมรับข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง และตั้งข้อสงสัยต่อการใช้คำให้การแบบไม่เปิดเผยตัวตน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ให้ข้อมูลได้ ต่อมากองทัพระบุว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการตอบสนองอย่างละเอียดและอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน มากกว่าการปฏิเสธทั้งหมดโดยไม่มีรายละเอียด

ขณะเดียวกัน นักการเมืองฝ่ายซ้ายของอิสราเอลบางส่วนออกมาชื่นชมภาพยนตร์และผู้กำกับ โดยยูเซฟ จาบารีน อดีตสมาชิกรัฐสภาและประธานพรรคฮาดาชฝ่ายซ้าย แสดงความยินดีกับทั้งคู่ พร้อมขอบคุณที่นำเสนอสิ่งที่เขาเรียกว่า “อาชญากรรมอันน่าสยดสยองและความเป็นจริงอันโหดร้ายในกาซา” ให้ผู้ชมหลายล้านคนได้รับรู้

หนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ของอิสราเอลยังเรียกร้องให้ชาวอิสราเอลเผชิญหน้ากับสิ่งที่หนังสือพิมพ์ระบุว่าเป็นความจริงเกี่ยวกับการดำเนินสงครามของอิสราเอลในกาซา โดยเห็นว่าการนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายในเทศกาลเวนิส เป็นความพยายามที่จะทำให้ชาวอิสราเอลตระหนักถึงผลกระทบจากการทำสงคราม

สงครามในกาซาเริ่มขึ้นหลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1,221 คน ตามการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวเอเอฟพีที่อ้างอิงตัวเลขจากทางการอิสราเอล และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คนถูกนำตัวไปยังฉนวนกาซา

กระทรวงสาธารณสุขกาซารายงานว่า นับตั้งแต่เกิดสงคราม มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลมากกว่า 73,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน.

ที่มา Guardian / Al Jazeera

จนท. เกาหลีใต้โวยที่พักเอเชียนเกมส์นาโกยา “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” เตียงสั้น-ห้องพักขาดแคลนหนัก

จนท. เกาหลีใต้โวยที่พักเอเชียนเกมส์นาโกยา "แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ" เตียงสั้น-ห้องพักขาดแคลนหนัก

14 ก.ย. 2569 15:31 น.

จนท. เกาหลีใต้โวยที่พักเอเชียนเกมส์นาโกยา “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” เตียงสั้น-ห้องพักขาดแคลนหนัก

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ร้องเรียนสภาพที่พักนักกีฬาในเอเชียนเกมส์ที่เมืองนาโกยา ระบุ “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” หลังเตียงในที่พักชั่วคราวสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์สั้นเกินไปจนผู้เล่นสูงเกิน 2 เมตรเหยียดขาไม่ได้ ขณะที่หลายชาติประสบปัญหาห้องพักไม่เพียงพอ

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยว่า สภาพที่พักสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ที่เมืองนาโกยาและจังหวัดไอจิของญี่ปุ่น อยู่ในสภาพ “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” พร้อมเตือนว่าขณะนี้ยังประสบปัญหาห้องพักขาดแคลนอย่างรุนแรง

การแข่งขันเอเชียนเกมส์จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้ (19 ก.ย.) แต่การแข่งขันฟุตบอลและบาสเกตบอลได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยครั้งนี้ไม่มีหมู่บ้านนักกีฬาโดยเฉพาะ เนื่องจากฝ่ายจัดการแข่งขันเลือกใช้เรือสำราญ กระท่อมไม้ชั่วคราว และโรงแรมหลายแห่ง เพื่อลดค่าใช้จ่าย

จอง แจ-ยง รองประธานสมาคมบาสเกตบอลเกาหลีใต้ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เขาไม่พอใจอย่างมากกับสภาพที่พักที่ทีมบาสเกตบอลชายเกาหลีใต้เข้าพัก โดยระบุว่า จากประสบการณ์ของเขา ที่พักครั้งนี้ “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” และนักกีฬาที่มีความสูงเกิน 2 เมตรไม่สามารถเหยียดขาบนเตียงได้เต็มที่ ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม

ด้านบยอน จุน-ฮยอง นักบาสเกตบอลเกาหลีใต้ โพสต์วิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นอ่างล้างหน้าที่มีน้ำรั่วและพื้นห้องพักเปียก พร้อมข้อความขอความช่วยเหลือ “โปรดช่วยพวกเราด้วย”

ที่พักชั่วคราวดังกล่าวมีกำหนดรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประมาณ 2,000 คนตลอดการแข่งขันที่จัดขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้บริหารวงการกีฬาของอินเดียถึงกับสร้างแบบจำลองของที่พักขึ้นมา เพื่อให้นักกีฬาของประเทศได้ทำความคุ้นเคยกับสภาพที่พักก่อนเดินทางไปแข่งขัน

นายจองกล่าวหาว่าฝ่ายจัดการแข่งขันยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อกังวลของเกาหลีใต้ โดยขณะนี้กำลังหารือกับคณะกรรมการกีฬาและโอลิมปิกเกาหลีใต้ถึงแนวทางดำเนินการ

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักกีฬาหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากที่พักเป็นเวลาสั้น ๆ หลังเกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในเมืองนาโกยา และยังมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

มหกรรมเอเชียนเกมส์ครั้งนี้คาดว่าจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมมากกว่า 17,000 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันท้องถิ่นเคยประเมินไว้ในตอนแรกว่าจะมีประมาณ 15,000 คน และเมื่อเดือนที่แล้วระบุว่าไม่มีทั้งกำลังคนและงบประมาณเพียงพอที่จะรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น

ต่อมาสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียยืนยันว่า ทุกคนจะมีที่พัก แต่ปัญหาการขาดแคลนโรงแรมคุณภาพสูงยังสร้างความกังวลให้กับนักกีฬาหลายชาติ โดยเฉพาะนักกีฬาคริกเก็ตชื่อดัง

เจ้าหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกเกาหลีใต้รายหนึ่งเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาที่พักไม่เพียงพอ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับคณะนักกีฬาเกาหลีใต้ทั้งหมด แต่รวมถึงคณะผู้แทนจากหลายประเทศในพื้นที่ไอจิ-นาโกยาด้วย พร้อมยืนยันว่ากำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาและไม่ให้เกิดอุปสรรคด้านที่พัก

ด้านอับราฮัม โตเลนติโน ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกฟิลิปปินส์ กล่าวว่า นักกีฬาฟิลิปปินส์ทุกคนมีห้องพักแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บางส่วน เช่น โค้ช ถูกย้ายไปพักตามโรงแรมอื่น รวมถึงที่พักผ่าน Airbnb

ขณะเดียวกัน เรือสำราญสัญชาติอิตาลี “คอสตา เซเรนา” มีกำหนดเดินทางถึงเมืองนาโกยาในวันที่ 15 ก.ย. และจะรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประมาณ 4,000-5,000 คน ส่วนผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เหลือจะพักตามโรงแรมต่าง ๆ รวมถึงในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันว่ายน้ำ กระโดดน้ำ และขี่ม้า.

ที่มา AFP

ปักกิ่งห้ามครอบครองโดรนทั่วเมือง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เริ่ม 15 พ.ย.

ปักกิ่งห้ามครอบครองโดรนทั่วเมือง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เริ่ม 15 พ.ย.

14 ก.ย. 2569 14:10 น.

ปักกิ่งห้ามครอบครองโดรนทั่วเมือง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เริ่ม 15 พ.ย.

ทางการกรุงปักกิ่งของจีนเตรียมยกระดับมาตรการควบคุมโดรน ห้ามประชาชนและองค์กรครอบครองหรือเก็บโดรน รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญภายในเขตเมือง และห้ามนำโดรนเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต มีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ โดยผู้ที่มีโดรนอยู่ในปักกิ่งต้องนำออกนอกเมือง ส่งคืน รีไซเคิล หรือจำหน่ายภายในกำหนด มิฉะนั้นอาจถูกยึดและถูกปรับ

กรุงปักกิ่งของจีนเตรียมบังคับใช้มาตรการควบคุมโดรนที่เข้มงวดขึ้น โดยจะห้ามครอบครองและจัดเก็บอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญของอุปกรณ์ทั่วเขตการปกครองของกรุงปักกิ่ง ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางอากาศและปกป้องความมั่นคงของเมืองหลวง

กฎระเบียบฉบับปรับปรุงได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการประจำสภาประชาชนกรุงปักกิ่ง และมีผลบังคับใช้แทนกฎเดิมที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม โดยมาตรการใหม่เข้มงวดกว่าเดิมอย่างมาก ภายใต้กฎใหม่ พื้นที่ทั้งหมดของกรุงปักกิ่งจะถูกกำหนดเป็นน่านฟ้าควบคุมสำหรับอากาศยานไร้คนขับ การบินโดรนในพื้นที่จะถูกห้าม เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง นอกจากห้ามครอบครองและจัดเก็บโดรนแล้ว บุคคลและองค์กรยังถูกห้ามขนส่งหรือนำโดรน รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เข้าสู่กรุงปักกิ่งด้วย

มาตรการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอากาศในเมืองที่มีประชากรราว 22 ล้านคน หลังเกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดของกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนมิถุนายน ส่งผลให้นักบินเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 คน

รัฐบาลกรุงปักกิ่งระบุว่า กฎระเบียบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ปกป้องความมั่นคงของเมืองหลวง” ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการที่เริ่มใช้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรุงปักกิ่งได้ห้ามการจำหน่ายโดรนแล้ว และกำหนดให้เจ้าของต้องลงทะเบียนอุปกรณ์แต่ยังสามารถเก็บโดรนไว้ได้

อย่างไรก็ตาม กฎใหม่กำหนดให้เจ้าของโดรนทั้งบุคคลและองค์กรต้องนำโดรนออกจากกรุงปักกิ่ง หรือดำเนินการกำจัดภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน หากไม่ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดโดรนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายรวมถึงการปรับ

ทางการเปิดช่องทางหลายรูปแบบเพื่อช่วยให้ประชาชนนำโดรนออกจากพื้นที่ โดยเจ้าของสามารถขายโดรนให้บริษัทรับซื้อคืนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลระดับเขต หรือนำไปส่งให้สถานที่รีไซเคิลที่รัฐบาลกำหนด ผู้ที่ดำเนินการดังกล่าวจะได้รับเงินอุดหนุนตั้งแต่ 100 หยวน หรือประมาณ 500 บาท ไปจนถึง 3,000 หยวน หรือราว 15,000 บาทต่อเครื่อง นอกเหนือจากเงินที่ได้รับจากการขายโดรน

อีกทางเลือกหนึ่งคือ การส่งโดรนผ่านบริการไปรษณีย์ด่วนของการไปรษณีย์จีน ไปยังที่อยู่นอกกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 12 กันยายนถึง 14 พฤศจิกายน โดยจะได้รับการยกเว้นค่าจัดส่ง หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ที่ต้องการนำโดรนออกจากปักกิ่งด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยสามารถใช้บริการขนส่งทางอากาศ รถไฟ หรือทางถนน

กฎใหม่ไม่ได้ห้ามการใช้โดรนในทุกกรณี โดยมีข้อยกเว้นสำหรับภารกิจพิเศษ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย การรักษาความสงบเรียบร้อย การกู้ภัยฉุกเฉิน การบรรเทาภัยพิบัติ การจัดงานขนาดใหญ่ การเรียนการสอน การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการผลิต

หน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้โดรนเพื่อภารกิจดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดตั้งระบบบริหารจัดการความปลอดภัย กำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และดำเนินมาตรการป้องกันเหตุด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ กฎใหม่ยังห้ามบุคคลหรือองค์กรจัดตั้ง คลังสินค้า พื้นที่พักเก็บชั่วคราว หรือสถานที่จัดเก็บอื่น ๆ สำหรับอากาศยานไร้คนขับ ภายในกรุงปักกิ่ง เว้นแต่กฎหมายหรือข้อบังคับจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ก่อนหน้านี้ ทางการปักกิ่งได้เริ่มระบบบริหารจัดการโดรนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลของโดรนและการลงทะเบียนอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม โดยการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และเมื่อกฎฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ระบบตรวจสอบข้อมูลตามกฎเดิมจะสิ้นสุดลง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสาธารณะจะตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎใหม่ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ไม่นำโดรนออกจากกรุงปักกิ่งภายในกำหนด หรือผู้ที่ลักลอบจัดเก็บโดรนโดยผิดกฎหมาย

ทางการปักกิ่งระบุว่าจะยังคงดำเนินการควบคุมการใช้ห้วงอากาศอยู่เสมอ พร้อมให้คำแนะนำด้านนโยบายและบริการต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ได้อย่างถูกต้อง.

ที่มา China Daily / Associated Press

ดราม่าสนั่น! นักกีฬา Hyrox อุจจาระราดแต่ยังแข่งต่อ คนถกเดือดขอคำขอโทษ และขอเงินคืน

ดราม่าสนั่น! นักกีฬา Hyrox อุจจาระราดแต่ยังแข่งต่อ คนถกเดือดขอคำขอโทษ และขอเงินคืน

14 ก.ย. 2569 13:55 น.

ดราม่าสนั่น! นักกีฬา Hyrox อุจจาระราดแต่ยังแข่งต่อ คนถกเดือดขอคำขอโทษ และขอเงินคืน

วิจารณ์สนั่นโซเชียล หลังมีการเผยคลิปนักกีฬาหญิงแข่ง Hyrox ที่กรุงปักกิ่ง อุจจาระราดระหว่างการแข่งขัน แต่ยังเดินหน้าแข่งจนจบ โดยมีกระแสเรียกร้องผู้จัดรับผิดชอบ คืนเงิน และขอโทษ 

กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการฟิตเนส หลังคลิปนักกีฬาหญิงรายหนึ่งเข้าร่วมการแข่งขัน Hyrox ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ หลังเธออุจจาระราดระหว่างการแข่งขัน แต่ยังคงแข่งขันต่อจนจบ แม้บริเวณขาจะเปื้อนคราบสิ่งปฏิกูลอย่างเห็นได้ชัด

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดกระแสวิจารณ์ในหลายมุม บางส่วนตั้งคำถามถึงเรื่องสุขอนามัยและการจัดการของผู้จัดการแข่งขัน ขณะที่อีกฝ่ายชื่นชมความมุ่งมั่นของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้และพยายามแข่งขันต่อจนจบ

ด้าน Hyrox บริษัทฟิตเนสสัญชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า หลังการแข่งขันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ทั้งฆ่าเชื้ออุปกรณ์และเปลี่ยนพรมบางส่วน พร้อมยอมรับว่าข้อกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยเป็นประเด็นที่มีเหตุผล แต่ขอให้ผู้คนอย่าพุ่งเป้าความโกรธไปที่ตัวนักกีฬา

Hyrox ไม่เปิดเผยชื่อของนักกีฬาหญิงรายดังกล่าว แต่ต่อมาข้อมูลระบุตัวเธอถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ และเจ้าตัวได้รับข้อความข่มขู่ทำร้ายร่างกาย

บริษัทออกแถลงการณ์เตือนว่า ไม่มีพื้นที่สำหรับการข่มขู่หรือการสนับสนุนให้ทำร้ายนักกีฬา พร้อมระบุว่า ผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะผ่านความคิดเห็น ข้อความส่วนตัว หรือโซเชียลมีเดีย จะถูกแบนจากการแข่งขัน Hyrox ทุกงานอย่างถาวร

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าแข่งขันบางรายที่ร่วมการแข่งขันในกรุงปักกิ่งเรียกร้องให้ผู้จัดออกมาขอโทษและคืนเงิน โดยอ้างว่าพวกเขาต้องสัมผัสกับอุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับการแข่งขัน Hyrox ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสลับระหว่างการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร และการออกกำลังกายประเภทต่างๆ เช่น ผลักเลื่อนน้ำหนัก กระโดดเบอร์พี พายเครื่องในร่ม และเดินย่อตัวพร้อมแบกถุงทราย

Hyrox ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ที่เมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยเริ่มจัดการแข่งขันในจีนแผ่นดินใหญ่ครั้งแรกช่วงปลายปี 2024

หลังเกิดเหตุ นักกีฬาบางส่วนยังตั้งคำถามว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่การแข่งขันในกรุงปักกิ่งจึงไม่สั่งให้นักกีฬาหยุดการแข่งขันทันที ทั้งที่กฎของ Hyrox มีบทลงโทษต่อพฤติกรรมอย่างการถ่มน้ำลายและทิ้งขยะ

เอริกา ดอดจ์ พยาบาลในสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นบนอินสตาแกรมว่า หากพิจารณาจากหลักสุขภาพและสุขอนามัย นักกีฬาควรถูกสั่งให้หยุดทันที และพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนควรถูกปิดและทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก่อนให้นักกีฬาคนอื่นผ่านเข้าไป

ด้านโจ โฮ ผู้เข้าแข่งขันในงาน Hyrox ที่ปักกิ่งเช่นกัน วิจารณ์การตอบสนองของผู้จัด และเรียกร้องให้ Hyrox รับผิดชอบต่อความผิดพลาดของกระบวนการจัดการแข่งขัน พร้อมตั้งคำถามว่า หากผู้จัดยอมรับว่ามีบางอย่างผิดพลาด เหตุใดจึงไม่เสนอการคืนเงิน เครดิต หรือการชดเชยในรูปแบบอื่นให้กับผู้ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม สมาชิกในวงการฟิตเนสบางส่วนมองว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกีฬาความอดทน โดยมีการยกตัวอย่างนักวิ่งมาราธอนที่เคยประสบเหตุคล้ายกันระหว่างการแข่งขัน

ก่อนหน้านี้ ในปี 2005 พอลา แรดคลิฟฟ์ นักวิ่งมาราธอนหญิงชาวอังกฤษ เคยหยุดการแข่งขันลอนดอน มาราธอน ขณะเหลือระยะทางประมาณ 4 ไมล์ เพื่อขับถ่ายข้างทางต่อหน้ากล้อง ก่อนกลับมาแข่งขันและคว้าชัยชนะในที่สุด

ขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลี่ เหม่ยเจิน นักวิ่งมาราธอนหญิงชาวจีน ก็เคยตกเป็นข่าวหลังเข้าเส้นชัยในการแข่งขันเฮิงสุ่ย เลค มาราธอน โดยมีเลือดประจำเดือนเปื้อนบริเวณขา

ทั้งนี้ Hyrox กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในจีน โดยมีฟิตเนสมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศที่เข้าร่วมและเปิดการฝึกซ้อมเฉพาะสำหรับ Hyrox ตามข้อมูลของสำนักข่าวซินหัว ขณะที่การแข่งขันที่กรุงปักกิ่งครั้งล่าสุดได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนผู้จัดต้องเพิ่มการแข่งขันอีก 1 วัน รวมเป็นกิจกรรม 4 วัน เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่เพิ่มขึ้น.

ที่มา : BBC

ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล “ไทย-กัมพูชา” สัปดาห์นี้

ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล "ไทย-กัมพูชา" สัปดาห์นี้

14 ก.ย. 2569 12:25 น.

ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล “ไทย-กัมพูชา” สัปดาห์นี้

ไทยและกัมพูชาเตรียมเข้าชี้แจงต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่ประเทศสิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางออกให้ข้อพิพาททางทะเลที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยซึ่งคาดว่ามีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากไทยได้ประกาศถอนตัวฝ่ายเดียว จากบันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทยปี 2001 หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า MOU 44 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

กัมพูชาและไทยเตรียมส่งผู้แทนเข้าชี้แจงจุดยืนต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ที่สำนักงานศาลอนุญาโตตุลาการถาวร หรือ PCA ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 15 ก.ย. นี้ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในพื้นที่ทางทะเลที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิทับซ้อนกันในอ่าวไทย

กัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ หลังรัฐบาลไทยถอนตัวจากกรอบความตกลงที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นแนวทางเจรจาเพื่อพัฒนาทรัพยากรพลังงานร่วมกันในพื้นที่นอกชายฝั่ง

ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจปี 2001 หรือ MOU 44 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลขนาดประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และทั้งกัมพูชากับไทยต่างอ้างสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว

รัฐบาลไทยประกาศถอนตัวจากกรอบความตกลงฝ่ายเดียวเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยฝ่ายไทยโดยนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า กรอบความร่วมมือทวิภาคีภายใต้ MOU 44 นี้ดำเนินมานานกว่า 25 ปีแต่ไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า การถอนตัวของไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปะทุขึ้นเป็นการสู้รบ 2 รอบเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กัมพูชาตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หลังไทยยุติกรอบความร่วมมือทวิภาคีฝ่ายเดียว ทั้งที่สองประเทศใช้กรอบดังกล่าวเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ทางทะเลที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนกันมานานกว่า 20 ปี

ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ผู้แทนของทั้งสองประเทศมีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงเปิดต่อหน้าคณะกรรมการไกล่เกลี่ย 5 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำนักงาน PCA ในนครสิงคโปร์ โดยคาดว่านายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะเป็นผู้กล่าวเปิด ตามด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย

PCA ก่อตั้งขึ้นในปี 2442 และเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลด้านการระงับข้อพิพาทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทำหน้าที่ช่วยระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศและคู่กรณีภาคเอกชน โดยอาศัยสัญญา ข้อตกลงเฉพาะ และสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยสำนักงาน PCA ในสิงคโปร์เป็นสำนักงานแห่งแรกของศาลซึ่งตั้งอยู่ในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และคาดว่ากระบวนการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงจะได้ข้อสรุป

ทั้งไทยและกัมพูชาางแสดงความยินดีที่ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกระบวนการสันติที่กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อแก้ไขความแตกต่างด้านเขตทางทะเลระหว่างสองประเทศ

กัมพูชาหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งสองประเทศบรรลุทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อข้อพิพาททางทะเล และเปิดทางให้สามารถร่วมกันสำรวจทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพสูงในพื้นที่พิพาท

กระทรวงพลังงานของไทยประเมินว่า รายได้ในอนาคตจากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างสองประเทศอาจมีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงต่างประเทศไทยระบุว่า ไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย พร้อมยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม วิลเลียม โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์ว่า การที่ไทยถอนตัวจาก MoU 44 และการที่กัมพูชายื่นเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ต่างมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเมืองภายในประเทศและความขัดแย้งชายแดนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

โจนส์ระบุว่า การถอนตัวของไทยมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว และส่งสัญญาณต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า มรดกทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งรัฐบาลของเขาเป็นผู้จัดทำ MoU ปี 2544 ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว

ขณะเดียวกัน โจนส์มองว่า การยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของกัมพูชาเป็น “การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชาญฉลาด” ของฮุน มาเนต เพราะหลังจากกัมพูชาเสียเปรียบในการเผชิญหน้าทางทหารตามแนวชายแดน และยังอยู่ในสถานะที่เป็นรองไทย การเลือกใช้ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ แต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนทางการเมืองและผลประโยชน์ระยะยาวได้สูง

ข้อพิพาททางทะเลครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องสิทธิในพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านพลังงาน และทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในระยะยาว.

ที่มา AFP