ลูกเขยอินโดฯ โหด แค้นถูกแม่ยายดูหมิ่น วางยาฆ่าด้วยสะเต๊ะไก่อาบยาพิษ

ลูกเขยอินโดฯ โหด แค้นถูกแม่ยายดูหมิ่น วางยาฆ่าด้วยสะเต๊ะไก่อาบยาพิษ

10 มิ.ย. 2569 10:18 น.

ลูกเขยอินโดฯ โหด แค้นถูกแม่ยายดูหมิ่น วางยาฆ่าด้วยสะเต๊ะไก่อาบยาพิษ

ตำรวจอินโดนีเซีย รวบตัวลูกเขยโหด ก่อเหตุวางยาพิษฆ่าแม่ยาย ด้วยการใช้สะเต๊ะไก่อาบสารพิษ ส่งไปให้ถึงบ้าน อ้างไม่พอใจที่ถูกดูหมิ่น

ตำรวจระบุว่าผู้ก่อเหตุชื่อ เพอร์วาดี วาฮยูดี วัย 40 ปี ถูกกล่าวหาว่าสั่งซื้อสะเต๊ะไก่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ก่อนนำไปจุ่มสารเคมีอันตราย และส่งผ่านบริการขนส่งอาหารไปยังบ้านของเหยื่อในจังหวัดชวากลาง

เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่า แรงจูงใจมาจากความไม่พอใจที่ผู้ต้องสงสัยรู้สึกว่าแม่ยายไม่ให้เกียรติ แต่เจ้าตัวยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอย่างเป็นทางการ

คดีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังครอบครัวของหญิงวัย 57 ปี ซึ่งระบุชื่อเพียงว่า อามีนะห์เกิดความสงสัย หลังพบว่าเธอเสียชีวิตผิดธรรมชาติ

ลูกสาวคนเล็กของอามีนะห์ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ก่อนเสียชีวิต แม่ของเธอได้รับสะเต๊ะไก่จากบุคคลที่ไม่รู้จัก แต่เธอเองไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อ และเคยเตือนแม่ไม่ให้กินอาหารดังกล่าว

วันต่อมา ญาติพบร่างของอามีนะห์อยู่ภายในบ้าน โดยมีคราบอาเจียนอยู่รอบตัว ก่อนตำรวจจะเข้าตรวจสอบ และภายหลังมีการขุดร่างขึ้นมาตรวจพิสูจน์

ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์พบสารพิษในอวัยวะสำคัญหลายส่วน รวมถึงร่องรอยของสารเคมีอันตราย ทำให้ตำรวจเชื่อว่าเป็นคดีฆาตกรรม

เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า แผนการก่อเหตุถูกเตรียมไว้อย่างรอบคอบ โดยผู้ต้องสงสัยปลอมตัวเป็นลูกสาวของเหยื่อ ใช้ชื่อและรูปภาพของเธอบนแอปส่งอาหาร เพื่อสั่งซื้อสะเต๊ะ

อย่างไรก็ตาม ไรเดอร์ส่งอาหารเกิดความสงสัย เพราะคาดว่าจะต้องมาส่งให้ผู้หญิง แต่กลับพบชายเป็นคนรับสินค้า ขณะที่ร้านขายสะเต๊ะก็ให้ข้อมูลว่า อาหารถูกเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ระหว่างทางก่อนถึงมือผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ หากผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและศาลตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องสงสัยอาจเผชิญโทษประหารชีวิต หรือจำคุกอย่างน้อย 20 ปี ตามกฎหมายอินโดนีเซีย.

ที่มา : BBC

ปิดฉากการเยือนชื่นมื่น เกาหลีเหนือเผยผู้นำ 2 ชาติ บรรลุยุทธศาสตร์ระยะยาว เดินหน้าความสัมพันธ์

ปิดฉากการเยือนชื่นมื่น เกาหลีเหนือเผยผู้นำ 2 ชาติ บรรลุยุทธศาสตร์ระยะยาว เดินหน้าความสัมพันธ์

10 มิ.ย. 2569 08:53 น.

ปิดฉากการเยือนชื่นมื่น เกาหลีเหนือเผยผู้นำ 2 ชาติ บรรลุยุทธศาสตร์ระยะยาว เดินหน้าความสัมพันธ์

เกาหลีเหนือเผยการหารือระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและจีน ได้บรรลุแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางการจับตาว่าจีนกำลังกลับมาเพิ่มบทบาทต่อพันธมิตรเก่าอย่างเปียงยาง

เกาหลีเหนือเปิดเผยว่า การหารือระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและจีน นำไปสู่การกำหนดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันอิทธิพลระหว่างมหาอำนาจ

โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ รายงานเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนว่า ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึนและประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิงแสดงความพึงพอใจต่อผลการหารือระหว่างกัน พร้อมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้วางแนวทางสำคัญสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ในอนาคต

การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นหลังสี จิ้นผิง เดินทางเยือนกรุงเปียงยางเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งสำคัญของผู้นำจีน หลังจากก่อนหน้านี้ สี จิ้นผิง เพิ่งต้อนรับผู้นำหลายประเทศที่กรุงปักกิ่ง รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

ระหว่างการเยือน 2 วัน ผู้นำจีนและเกาหลีเหนือยืนยันความตั้งใจที่จะกระชับมิตรภาพแห่งการปฏิวัติ และความสัมพันธ์แบบสหาย พร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน-เกาหลีเหนือให้เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งมากขึ้น

นอกจากการหารือทางการเมืองแล้ว สี จิ้นผิง และคิม จองอึน ยังได้เยี่ยมชมโรงเรียนฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ซึ่งทั้งสองฝ่ายพูดคุยถึงการพัฒนาบุคลากรของพรรค ก่อนร่วมปลูกต้นไม้ที่ระลึก และเดินทางไปยังหอคอยมิตรภาพ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารจีนที่เข้าร่วมสงครามเกาหลี

หลังเสร็จสิ้นการเยือน สี จิ้นผิง ได้ส่งจดหมายขอบคุณถึงคิม จองอึน โดยระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน และบรรลุความเข้าใจร่วมกันหลายด้าน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีเหนือกำลังเพิ่มความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้น โดยรัฐบาลเปียงยางได้ส่งทหารไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน และยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง.

ที่มา : channelnewsasia

ราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท

ราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาท

10 มิ.ย. 2569 07:55 น.

ราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 อัปเดตล่าสุด “เบนซิน-ดีเซล” ลิตรละกี่บาท

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ มีดังนี้

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 10 มิถุนายน 2569

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 10 มิถุนายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 41.30 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 57.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 53.44 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 34.04 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 38.10 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.73 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.10 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 10 มิถุนายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 41.30 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 34.04 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 38.10 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.73 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.10 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.69 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 57.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 50.99 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 10 มิถุนายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.60 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.23 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.60 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 41.30 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 35.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 10 มิถุนายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 41.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.80 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.10 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.73 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 53.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.10 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 10 มิถุนายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 41.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.80 บาท/ลิตร
  • เบนซิน 95 อยู่ที่ 52.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.10 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.73 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.10 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 10 มิถุนายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 53.41 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.10 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.73 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.10 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 41.30 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 57.25 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.80 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่.

ม็อบประท้วงเดือด เหตุคนร้ายแทงคนในเบลฟาสต์ จุดกระแสต้านผู้อพยพ

ม็อบประท้วงเดือด เหตุคนร้ายแทงคนในเบลฟาสต์ จุดกระแสต้านผู้อพยพ

10 มิ.ย. 2569 06:16 น.

ม็อบประท้วงเดือด เหตุคนร้ายแทงคนในเบลฟาสต์ จุดกระแสต้านผู้อพยพ

เกิดการประท้วงรุนแรงหลายจุดในสหราชอาณาจักร หลังจากชายชาวซูดานถูกตั้งข้อหาใช้มีดแทงชายคนหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนจุดกระแสต่อต้านผู้อพยพขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2569 ผู้คนทั่วสหราชอาณาจักรพากันออกมารวมตัวประท้วงบนท้องถนน หลังจากชายชาวซูดานวัย 30 ปีถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า จากเหตุการณ์ที่เขาใช้มีดไล่แทงคนในเมืองเบลฟาสต์ (Belfast) ในไอร์แลนด์เหนือ ก่อให้เกิดกระแสความโกรธแค้นผู้อพยพ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทางการเมือง

ฝูงชนที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าได้มารวมตัวกันตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองเบลฟาสต์ เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร มีการจุดไฟเผารถประจำทาง รถยนต์ และแผงกั้นถนน นอกจากนี้ สถานการณ์ยังส่อแววบานปลายในเมืองนิวทาวน์แอบบีย์ ที่อยู่ใกล้กัน และที่เมืองคิลคีล ซึ่งมีรถยนต์หลายคันถูกจุดไฟเผา

ขณะเดียวกันก็มีการประท้วงขนาดเล็กเกิดขึ้นในเมืองอื่น ๆ ของอังกฤษ รวมถึงเมืองบังกอร์ (Bangor) เมืองกลาสโกว์ (Glasgow) และกรุงลอนดอน (London) ซึ่งมีกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายขวาจัดเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งตะโกนคำขวัญต่อต้านผู้อพยพ

การประท้วงปะทุเกิดขึ้นหลังจากตำรวจท้องถิ่นแถลงเมื่อวันอังคารว่า ได้ตั้งข้อหาชายชาวซูดานคนหนึ่งในความผิดฐาน “พยายามฆ่า, พกพาอาวุธมีคมหรือของมีปลายแหลมในที่สาธารณะ และข่มขู่ว่าจะฆ่า” จากเหตุโจมตีดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้ชายอีกคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยบาดแผลบริเวณดวงตา แผ่นหลัง และใบหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวันจันทร์ ถูกบันทึกภาพไว้ได้โดยผู้เห็นเหตุการณ์ และกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียนับตั้งแต่นั้นมา โดยในคลิปแสดงให้เห็นภาพชายคนหนึ่งกำลังกดชายอีกคนที่มีเลือดอาบศีรษะลงกับพื้นและลงมือทำร้าย ก่อนที่ผู้เห็นเหตุการณ์และตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุ

นายไรอัน เฮนเดอร์สัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งไอร์แลนด์เหนือ แถลงเมื่อวันอังคารว่า ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่เชื่อมโยงการโจมตีดังกล่าวกับกลุ่มก่อการร้าย พร้อมทั้งย้ำว่าตำรวจยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสอบสวน นอกจากนี้เขายังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีสิทธิ์พำนักในไอร์แลนด์เหนืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยอมรับว่า การโจมตีดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิด “ความกังวลอย่างรุนแรงในชุมชน” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้อย่างสงบ

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุความไม่สงบที่รุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติยาวนานหลายคืนในเมืองแบลลีมินา (Ballymena) ซึ่งอยู่ใกล้เคียง หลังจากเด็กหนุ่มวัยรุ่นชาวโรมาเนียสองคนถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ทว่าในท้ายที่สุด ข้อหาทั้งหมดของทั้งคู่ก็ถูกยกฟ้อง

เหตุโจมตีครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บรรยากาศทางการเมืองของสหราชอาณาจักรกำลังตึงเครียดอย่างหนัก หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน มีการเปิดเผยภาพจากกล้องติดตัวตำรวจ แสดงให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือนาย เฮนรี โนวัก นักศึกษาวัย 18 ปี ที่ถูกแทงนอนจมกองเลือด จนสุดท้ายเขาเสียชีวิต จุดชนวนให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศ

แต่ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้นำฝ่ายขวาจัดก็ถูกกล่าวหาว่าใช้คดีฆาตกรรมดังกล่าวมาปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์โว สหรัฐฯ โจมตีสุดรุนแรง อิหร่านอ้างยิงตอบโต้แล้ว

ทรัมป์โว สหรัฐฯ โจมตีสุดรุนแรง อิหร่านอ้างยิงตอบโต้แล้ว

10 มิ.ย. 2569 05:41 น.

ทรัมป์โว สหรัฐฯ โจมตีสุดรุนแรง อิหร่านอ้างยิงตอบโต้แล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า การโจมตีตอบโต้อิหร่านที่ยิงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ จนตก เป็นไปอย่างรุนแรง ขณะที่ฝ่ายอิหร่านบอกว่า ยิงมิสไซล์และส่งโดรนโจมตีสหรัฐฯ แล้ว

เมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า การตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่อกรณีที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” ของกองทัพตกนั้น “รุนแรงและทรงพลังมาก”

“ผมคิดว่ามันสำคัญมากที่เราต้องตอบโต้ พวกเขายิงเฮลิคอปเตอร์ของเราตก และเรากำลังตอบโต้กลับในขณะที่เรากำลังพูดอยู่นี้” ทรัมป์เผยกับ โจนาธาน คาร์ล ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว ABC ซึ่งระบุว่าเขาได้คุยโทรศัพท์กับทรัมป์ในขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ประกาศเปิดฉากโจมตีพอดี

“นี่คือการตอบโต้ต่อสิ่งที่พวกเขาทำ สิ่งที่พวกเขาทำกับเฮลิคอปเตอร์ของเราเมื่อคืนนี้ (วันจันทร์) และผมเชื่อว่าการตอบโต้ควรจะรุนแรงและทรงพลังมาก ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ก็เป็นเช่นนั้น” ทรัมป์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร ทรัมป์ได้เผยกับหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ว่า เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกนั้น “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” แต่เขาระบุในข้อความผ่าน Truth Social ว่า “สหรัฐฯ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้ต่อการโจมตีครั้งนี้”

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยผ่านการโพสต์บนแอปพลิเคชัน Telegram เมื่อช่วงเช้าตรู่วันพุธตามเวลาท้องถิ่นว่า อิหร่านได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธและส่งโดรนพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคแล้ว

ขณะเดียวกันสำนักข่าว ทัสนิม (Tasnim) สื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า เสียงระเบิดดังขึ้นในเมืองซิริก (Sirik) เมืองมินาบ (Minab) และบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่าน แต่ไม่ระบุว่าเกิดความเสียหายใดๆ หรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ อ้างตอบโต้เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ตก

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ อ้างตอบโต้เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ตก

10 มิ.ย. 2569 05:16 น.

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ อ้างตอบโต้เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ตก

กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พวกเขาเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านรอบใหม่แล้ว เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ จนตก 

เมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (Centcom) เปิดเผยผ่านการโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ใส่อิหร่านเมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ผ่านมา ไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวหาอิหร่านว่ายิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ จนตก และจะมีการตอบโต้

ข้อความดังกล่าวระบุว่า การโจมตีเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 17:00 น. ตามเวลามาตรฐานฝั่งตะวันออก (EDT) และเป็นการ “ตอบโต้เหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพบกสหรัฐฯ ถูกยิงตกเมื่อวานนี้” บริเวณนอกชายฝั่งประเทศโอมาน โดยทางกองบัญชาการฯ อ้างว่า นี่เป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า การโจมตีระลอกใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตือนอิหร่าน และสหรัฐฯ เชื่อว่าการดำเนินการนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ขณะที่โพสต์ของกองบัญชาการกลางอธิบายว่านี่คือ “การตอบโต้ที่ได้สัดส่วนต่อการก้าวร้าวของอิหร่านที่ไม่สมเหตุสมผล”

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์เผยว่า โดรนรุ่นชาเฮด (Shahed) ของอิหร่านได้พุ่งชนเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าวกับ CNN ว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโดรนลำดังกล่าวตั้งใจโจมตีเครื่องอาปาเช่หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุที่ทำให้เครื่องตก

ตามข้อความที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ระบุว่า นักบินทั้งสองคนของเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้รับบาดเจ็บ และได้รับการช่วยเหลือโดยเรือโดรนไร้คนขับของสหรัฐฯ

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธเรื่องการยิงเฮลิคอปเตอร์ แต่กล่าวเมื่อวันอังคารว่า กองกำลังต่างชาติที่อยู่ใกล้กับดินแดนของอิหร่านกำลังเผชิญกับ “ความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากความผิดพลาดของมนุษย์ อุบัติเหตุทั่วไป หรือความเป็นไปได้ที่จะติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของการปะทะกัน”

“เพื่อลดความเสี่ยง ทางออกที่ดีที่สุดคือการที่พวกเขา [กองกำลังต่างชาติ] จะต้องออกไป” เขาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮุน เซน ขอโทษประชาชน อ้างไว้ใจไทยมากไป จนไม่เตรียมพร้อมทางทหาร

ฮุน เซน ขอโทษประชาชน อ้างไว้ใจไทยมากไป จนไม่เตรียมพร้อมทางทหาร

10 มิ.ย. 2569 02:13 น.

ฮุน เซน ขอโทษประชาชน อ้างไว้ใจไทยมากไป จนไม่เตรียมพร้อมทางทหาร

(เครดิตภาพ AFP PHOTO / CAMBODIA NATIONAL ASSEMBLY)

ฮุน เซน ขอโทษประชาชนที่ล้มเหลวในการเตรียมพร้อมทางทหารก่อนเกิดการปะทะกับไทย โดยอ้างว่าเป็นเพราะในอดีตตนไว้ใจไทยมากไปจนไม่ได้ซื้ออาวุธ และนำงบประมาณไปพัฒนาประเทศแทน

เมื่อ 9 มิ.ย. 2569 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาเดินทางไปตรวจเยี่ยมและพบปะพูดคุยกับประชาชนผู้ลี้ภัยสงคราม ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว “สลากราม” ในอำเภอสวายเจก จังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อมเปลี่ยนชื่อศูนย์พักพิงนี้เป็น “หมู่บ้านแห่งการรอคอย” โดยย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ละทิ้งการเรียกร้องดินแดนของตัวเองคืน

ในโพสต์ที่เผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กของตนเอง ฮุน เซน ได้กล่าวขอโทษประชาชนที่ล้มเหลวในการเตรียมพร้อมทางทหารเพื่อป้องกันประเทศโดยระบุว่า

“เป็นเพราะในอดีตตนเองไว้ใจคนอื่นมากเกินไป ทำให้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับสงครามใด ๆ และไม่ได้นำงบประมาณไปใช้ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องจากต้องการเบนงบประมาณไปพัฒนาด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ยุทโธปกรณ์ของเรากลับไม่เพียงพอ พูดตรง ๆ คือไม่คาดคิดว่าจะเกิดสงครามรุกรานที่ลุกลามไปทั่วแนวชายแดนเช่นนี้”

ฮุน เซน กล่าวอีกว่า ดินแดนที่ทหารไทยกำลังรุกรานและยึดครองอย่างผิดกฎหมายนั้น จะต้องถูกทวงคืนกลับมา ทว่าการทวงคืนนี้มีเพียง 2 เส้นทางเท่านั้น คือ 1. การใช้กำลังทหาร และ 2. การเจรจาโดยสันติวิธี

ประธานวุฒิสภากัมพูชายืนยันว่า กัมพูชาใช่ว่าจะไม่มีศักยภาพในการสู้รบเพื่อยึดดินแดนคืนมา แต่หากเราเปิดฉากโจมตีก่อนเพื่อแย่งชิงกลับมา เราก็จะถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ดังนั้น กัมพูชาจึงต้องอดทนเพื่อเจรจาโดยสันติวิธี

“หากเราเลือกเส้นทางทหารในการบุกยึดดินแดนเขมรที่ไทยรุกรานไปคืนมา มันจะยิ่งผลักดันให้การสู้รบลุกลามไปไกล ต่อให้ยึดคืนมาได้ก็ไม่สามารถตั้งหลักปักฐานได้อย่างมั่นคง มันจะกลายเป็นการสู้รบตอบโต้กันไปมา เหมือนเช่นกรณีของฉนวนกาซาและอิสราเอล หรือในบางประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นข้อพิพาทฝังรากลึกจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำการตามแนวชายแดน ดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่ลักลอบนำเข้าสินค้าอย่างผิดกฎหมาย โดยให้ริบทรัพย์สินและส่งตัวไปขนดินทำบังเกอร์/สนามเพาะ พร้อมกันนั้นยังเรียกร้องให้เร่งส่งเสริมการผลิตภายในประเทศในช่วงเวลาที่มีการปิดชายแดนกับไทย ซึ่งถือเป็น “โอกาสทอง” ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจของชาติกัมพูชา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ ตก ลั่นจะตอบโต้

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ ตก ลั่นจะตอบโต้

10 มิ.ย. 2569 01:30 น.

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ ตก ลั่นจะตอบโต้

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่ ของกองทัพสหรัฐฯ ตกในช่องแคบฮอร์มุซ และยืนยันว่าจะมีการตอบโต้การโจมตีในครั้งนี้

เมื่อ 9 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social กล่าวหาอิหร่านว่ายิงเฮลิคอปเตอร์ AH-64 อาปาเช่ (Apache) ของสหรัฐฯ ตกในช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กับชายฝั่งประเทศโอมาน ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในน่านน้ำของภูมิภาค และยืนยันจะตอบโต้ต่อการโจมตีดังกล่าวเพราะ “จำเป็นต้องทำ”

“ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากกองทัพที่ยิ่งใหญ่ของเราว่า เมื่อคืนนี้ชาวอิหร่านได้ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ที่ล้ำสมัยที่สุดลำหนึ่งของเราตก ขณะกำลังลาดตระเวนเหนือช่องแคบฮอร์มุซ” โพสต์ของทรัมป์ระบุ “มีนักบินสองคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งคู่ปลอดภัยดีและไม่ได้รับบาดเจ็บ … อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้ต่อการโจมตีครั้งนี้”

ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) แถลงก่อนหน้านี้ว่า ทหารทั้งสองนายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยด้วยโดรนขับเคลื่อนบนผิวน้ำภายในเวลาประมาณสองชั่วโมงหลังเกิดเหตุ และอยู่ในอาการคงที่

นี่ถือเป็นความสูญเสียเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น และเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เพิ่งกล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันกำลังอยู่ใน “ช่วงโค้งสุดท้าย” ของการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลเตหะรานเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า การตอบโต้ที่โดนัลด์ ทรัมป์ พูดถึงนั้นจะเป็นอย่างไร

เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่ทรัมป์จะแสดงความคิดเห็นดังกล่าว โมฮัมหมัด บาเคอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะผู้เจรจาของอิหร่าน โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “เราชอบที่จะใช้ภาษาทางการทูต แต่เราก็สามารถพูดภาษาอื่น ๆ ได้คล่องแคล่วกว่ามาก หากคุณผิดสัญญา เราก็จะเปลี่ยนไปใช้ภาษาที่เราถนัดที่สุด”

“คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณเป็นคนก่อเอง!” โพสต์ของนายกาลิบาฟระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผยอยู่ช่วงโค้งสุดท้ายสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลาง

ทรัมป์เผยอยู่ช่วงโค้งสุดท้ายสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลาง

10 มิ.ย. 2569 00:09 น.

ทรัมป์เผยอยู่ช่วงโค้งสุดท้ายสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลาง

โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า คณะผู้แทนเจรจากำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหารือเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางแล้ว แม้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพสหรัฐฯ กับอิหร่านจะปะทะกันหลายรอบก็ตาม

เมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า คณะผู้เจรจาอยู่ใน “ช่วงโค้งสุดท้าย” ของการหารือเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลาง หลังจากที่อิหร่านและอิสราเอลได้ยุติการโจมตีใส่กันระลอกใหม่ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้สงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนปะทุขึ้นอีกครั้ง

ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลเตหะรานใกล้จะเกิดขึ้นจริงแล้ว แต่กระบวนการทางการทูตกลับชะงักงัน และทั้งสองฝ่ายต่างก็มีการยิงโต้ตอบกัน แม้ว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนก็ตาม

“อิหร่านและอิสราเอลโต้ตอบกันไปมา และตอนนี้ทั้งสองฝ่ายตกลงผ่านผมที่จะยุติการโจมตีแล้ว และเรากำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของสิ่งที่จะกลายเป็นข้อตกลงที่ดีมาก ๆ” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเดินทางกลับจากการชมการแข่งขันบาสเกตบอล NBA นัดชิงชนะเลิศ

เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงนี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่ นายทรัมป์ตอบว่า จะใช้เวลาประมาณ “สองหรือสามวัน”

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิหร่านย้ำมาโดยตลอดว่า ข้อตกลงใด ๆ ก็ตามจะต้องรวมเลบานอนเข้าไปด้วย ในขณะที่อิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในภาคใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อิหร่านเปิดฉากยิงมิสไซล์เข้าใส่อิสราเอลครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 มิ.ย.) และทำให้อิสราเอลโจมตีตอบโต้

ต่อมาในวันจันทร์ อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธอีกระลอกก่อนจะประกาศยุติการปฏิบัติการทางทหาร แต่เตือนว่าจะโจมตีอีกครั้งหากอิสราเอลไม่หยุดโจมตีเลบานอน ขณะที่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็ประกาศว่า “สถานการณ์สู้รบในแนวหน้านั้นถูกควบคุมไว้ได้แล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลถล่มภาคใต้เลบานอนรอบใหม่ หลังอิหร่านเตือนให้หยุดโจมตี

อิสราเอลถล่มภาคใต้เลบานอนรอบใหม่ หลังอิหร่านเตือนให้หยุดโจมตี

9 มิ.ย. 2569 22:56 น.

อิสราเอลถล่มภาคใต้เลบานอนรอบใหม่ หลังอิหร่านเตือนให้หยุดโจมตี

กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในเลบานอนระลอกใหม่เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น) เพียงหนึ่งวันหลังจากที่อิหร่านออกมาเตือนว่าจะกลับมาโจมตีอิสราเอลอีกครั้งหากการโจมตียังคงดำเนินต่อไป

สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอน (NNA) รายงานเมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2569 ว่า ขีปนาวุธของอิสราเอลตกใส่ย่านที่พักอาศัยของประชาชนในเมืองไทร์ (Tyre) ซึ่งเป็นเมืองโบราณทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 29 ราย

นอกจากนี้ NNA ยังระบุด้วยว่า ร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อิสราเอลก็เพิ่งจะคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 5 รายในเมืองเดียวกันนี้

แหล่งข่าวทางทหารของอิสราเอลยืนยันการโจมตีในพื้นที่เมืองไทร์ โดยเขาเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า พวกเขากำลังมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้ายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ทั้งนี้ อิหร่านกับอิสราเอลกลับมาโจมตีตอบโต้กันอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายน โดยทั้งสองฝ่ายประกาศหยุดการโจมตีระลอกล่าสุดในวันจันทร์ แต่อิหร่านเตือนอิสราเอลให้หยุดการโจมตีภาคใต้ของเลบานอน มิเช่นนั้นพวกเขาจะตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลางระหว่างรัฐบาลอิสราเอลและเลบานอน ในขณะที่เขากำลังพยายามจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านให้ได้ภายในไม่กี่วันนี้

อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยืนยันจะโจมตีภาคใต้ของเลบานอนต่อไป โดยในวันอังคาร นายอาวิเชย์ อาดราอี โฆษกกองทัพอิสราเอลส่งคำเตือนด่วนให้ประชาชนในย่านชุมชนชาวคริสต์ของเมืองไทร์อพยพออกไปจากพื้นที่

“เนื่องจากการที่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและมุ่งเป้าโจมตีมายังแนวหน้าของอิสราเอล กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อพวกเขา” นายอาดราอีระบุในข้อความที่เขาโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn