พบกับ Jimmy Choo High Summer 2021 ได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID @jimmychooth และ Instagram: @jimmychoo
TAG Heuer Carrera คอลเลกชั่นไอคอนิกในลุคสง่าแฝงความลึกลับ กับเอดิชั่นสุดพิเศษในเฉดสีเขียวน้ำเงินใหม่ล่าสุด
แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิส เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition ใหม่ล่าสุดได้จังหวะเหมาะเจาะกับช่วงหน้าร้อนพอดี ทั้งยังมาในเฉดสีเขียวเข้มอมน้ำเงินแฝงประกาย และผลิตเพียง 500 เรือนเท่านั้น นาฬิกาใหม่ล่าสุดนี้เป็นการผสมผสานขนบที่สืบทอดต่อมาจากจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นแรกๆ เข้ากับความสง่างามทันสมัยในสไตล์ริเวียร่าที่ยากจะหาใดเปรียบ
คอลเลกชั่น TAG Heuer Carrera เป็นการแสดงคารวะต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสปอร์ตสง่าไร้กาลเวลา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีก่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของแจ๊ก ฮอยเออร์ นาฬิกาซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตาและสัดส่วนที่สมบูรณ์ลงตัวนี้ก็ได้กลายเป็นผลงานไอคอนที่ทุกคนจดจำในทันที และผลงานใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้ทันสมัยด้วยความเชี่ยวชาญนี้ก็เป็นการสืบสานจิตวิญญาณของผลงานรุ่นออริจินัลในปี 1963
นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกา Heuer Carrera ref. 2447 ทั้งขาตัวเรือน ดีไซน์ตัวเรือน ปุ่มกดที่ขัดแต่งสวยเนี้ยบ และหน้าปัดที่โดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่ก็มีรายละเอียดใหม่อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นจาก 36 มม. เป็น 39 มม. เพื่อให้รับกับสมัยนิยม หน้าปัดใช้โครงสร้างแบบ tricompax ดูเรียบหรู หน้าปัดย่อยตกแต่งด้วยลายเส้นหมุนวนเป็นก้นหอย หน้าปัดจับเวลา 30 นาทีอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงวินาที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมสวยงาม เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และส่วนกระจกแซฟไฟร์คริสตัล ‘ทรงกล่อง’ สไตล์เรโทร นั้นได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นออริจินัล หน้าปัดประดับโลโก้ Heuer และชื่อ Carrera
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือหน้าปัดเฉดเขียวเข้มขัดแต่งแบบซันเรย์ เฉดสีนี้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในนาฬิกาของ TAG Heuer เป็นส่วนผสมของสีน้ำเงินและสีเขียว ทำให้นาฬิกาดูครีเอทีฟ ทันสมัย และโดดเด่น เมื่อพลิกดูที่ฝาหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกแซฟไฟร์คริสตัลใส จะเห็นการแต่งแต้มด้วยสีเขียวสุดพิเศษบริเวณชิ้นส่วนคอลัมน์วีลของกลไก และบนตัวอักษรที่สลักคำว่า Calibre Heuer 02 และ Swiss Made บนโรเตอร์
TAG Heuer Carrera Green Special Edition ทำงานด้วยกลไก Calibre Heuer 02 เป็นกลไกอัตโนมัติจับเวลาสุดล้ำที่ทางแบรนด์พัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของตนเองที่เมืองเชอเวอเนซ์ กลไกนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน 168 ชิ้น พร้อมด้วยโครโนกราฟที่มีคอลัมน์วีลและเวอร์ติคอลคลัตช์เพื่อให้การจับเวลาเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถสำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง รับกับสายหนังจระเข้สีดำพร้อมตัวล็อกแบบบานพับและปุ่มกดล็อกสองปุ่ม ฝาหลังสลักคำว่า SPECIAL EDITION ผลิตเพียง 500 เรือน
นอกจากจะผสมผสานประวัติศาสตร์อันเป็นตำนาน สัดส่วนที่ลงตัว หน้าปัดเฉดสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกลไกที่แม่นยำแล้ว ตัวเรือนขนาด 39 มม. ของ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังดึงดูดใจผู้รักนาฬิกาทั้งชายและหญิงด้วยเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การสะสมและเป็นตัวแทนความทันสมัยโดดเด่น และจะวางจำหน่ายในบูติกของ TAG Heuer ในเว็บไซต์ e-commerce ของแบรนด์
“จั๊กเป็นแค่คนที่มีใจรักการทำอาหาร ทำจาก Passion ล้วนๆ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำและมีความสุขกับมันทุกวัน” …คุณจั๊ก-กรกนก เชาว์ปรีชา Owner Chef ร้านอาหาร Up To Jug Kitchen (ครัวแล้วแต่จั๊ก)
โพสต์ทูเดย์ พาไปชิมรสมือผู้บริหาร คุณจั๊ก-กรกนก เชาว์ปรีชา หญิงสาวผู้รักในการทำอาหาร ที่ร้าน Up To Jug Kitchen (ครัวแล้วแต่จั๊ก) ตั้งอยู่ใกล้กับแยกเกษตร เป็นร้านอาหารบรรยากาศน่านั่งที่ให้อารมณ์สวนสุดร่มรื่น ตกแต่งในสไตล์คาเฟ่ ให้บริการครบครันทั้งอาหารไทยรสจัด เครื่องดื่ม ของหวาน เบเกอรี่ และทีเด็ดที่ซ่อนอยู่อย่าง Chef’s Table กับเมนูที่คุณจั๊กครีเอทขึ้นมาไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน
สำหรับที่มาของชื่อ Up To Jug Kitchen เกิดจากในทุกๆ ครั้งที่คุณจั๊กถามคนอื่นว่าอยากรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษ ก็มักได้คำตอบกลับมาว่า “แล้วแต่จั๊ก” จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน ส่วนความชอบในการทำอาหาร คุณจั๊กเล่าว่า รู้สึกหลงรักการทำอาหารให้คนที่รักทาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัว ตั้งแต่ยังเด็กก็ได้เข้าครัวช่วยคุณยายและคุณแม่ทำอาหาร ชอบเล่นทำอาหาร มีความฝันว่าอยากทำอาหาร และชอบการทำอาหารมาก จนหลายคนคิดว่าน่าจะจบทางด้านสายอาหารมาโดยตรง ซึ่งความจริงแล้วเรียนจบบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และปริญญาโท บริหารธุรกิจ จากศศินทร์ (SASIN) จากนั้นก็ทำงานมาหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งก่อนจะมาเปิดร้าน Up To Jug Kitchen ก็เคยเปิดร้านร้านอาหารไทยมาก่อน และยังเป็นผู้บริหารบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังมีร้านดอกไม้ Flora’s Story ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหาร Up to Jug Kitchen แห่งนี้อีกด้วย