Virtual Tour ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654519

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 12:45 น.

Virtual Tour ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลกสิงคโปร์พาทัวร์ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลกครั้งแรกในเอเชีย กับศิลปินระดับโลก เดล ชิฮูลี จัดเต็มผลงานสุดอลังการ

สิงคโปร์ พาชมประติมากรรมเป่าแก้วขนาดยักษ์สุดอลังการ จากศิลปินชาวอเมริกันชื่อก้องโลกอย่าง เดล ชิฮูลี (Dale Chihuly)ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการประติมากรรมเป่าแก้วกว่า 46 ปี และได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ปฏิวัติงานหัตถกรรมให้กลายเป็นวิจิตรศิลป์ ด้วยพรสวรรค์ในด้านศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขยายกรอบความคิดสร้างสรรค์ด้วยการออกแบบแก้วที่เป็นวัสดุพื้นฐานมาขึ้นรูปด้วยเทคนิคการเป่ารูปแบบใหม่ ทำให้เกิดชิ้นงานประติมากรรมแก้วเป่าที่วิจิตรตระการตาหาใครเลียนแบบได้ยาก

ถือเป็นครั้งแรกของเอเชียที่ เดล ชิฮูลี ได้ขนทัพงานประติมากรรมเป่าแก้วขนาดยักษ์มาจัดแสดงถึงประเทศสิงคโปร์แบบจัดเต็ม เนรมิตให้ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) กลายเป็นสวนสวรรค์ด้วยแนวคิด “Glass in Bloom” ที่อบอวลไปด้วยประติมากรรมแมกไม้ดอกไม้แก้วหลากสีนานาพันธุ์ โดยแบ่งการจัดแสดงตัวผลงานออกเป็น 6 โซน แยกเป็น2 ส่วน คือภายในอาคารได้แก่ฟลาวเวอร์ โดม(Flower Dome) และ คลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest) และส่วนภายนอกอาคารซึ่งจัดแสดงยาวไปถึงเดือนสิงหาคมเลยทีเดียว

เริ่มต้นที่ส่วนฟลาวเวอร์ โดม (Flower Dome) และคลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest)ซึ่งเป็นโซนภายในอาคารประกอบไปด้วย 2 โซนการจัดแสดง ได้แก่

· โซนฟลาวเวอร์ โดม (Flower Dome)กับประติมากรรมWhite Towerเป็นงานประติกรรมที่พัฒนาปรับรูปทรงของโคมไฟระย้าแบบเวเนเชียน (Venetian) ให้มีความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ขึ้นยิ่งกว่า ด้วยการดัดแปลงให้วางในแนวตั้งแทน สำหรับประติมากรรมชิ้นต่อมา Erbium Reeds, Trumpet Flowers and Neodymium Reedsได้ทดลองนำเอาธาตุโลหะนีโอไดเมียมและเออร์เบียมมาผสมเข้ากับแก้วจนเกิดสีม่วงแดง และสีม่วงเข้มแวววาวสะท้อนแสง โดยประติมากรรมทั้งหมดตั้งอยู่รายล้อมเหล่าบุปผาชาตินานาพันธุ์ ได้แก่ ดอกบีโกเนีย ดอกกุหลาบ ดอกไฮเดรนเยีย และต้นปาล์ม ซึ่งเมื่อแสงตกกระทบแล้วยิ่งเสมือนหลุดเข้าสู่ป่ายามค่ำคืน บนดาวแพนโดร่า ในภาพยนตร์เรื่องอวตารอย่างไรอย่างนั้น

· โซนคลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest) มีประติมากรรมชิ้นเด่นอย่าง Cloud Forest Persianได้ปรับเปลี่ยนสีและการเรียงตัวของรูปทรงชิ้นงานให้สอดคล้องกับน้ำตกในโดมของโยนนี้ โดยใช้สีฟ้าที่สื่อถึงสายน้ำของน้ำตก และการจัดเรียงทรงให้ทอดยาวไปตามทิศทางการไหลของสายน้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกสวยงามตระการตา

สำหรับส่วนที่สองซึ่งมีอาณาเขตบริเวณกว่า 70% ของพื้นที่คือส่วนภายนอกอาคาร ประกอบไปด้วย 4 โซนการจัดแสดง ได้แก่

· โซนทะเลสาบ Dragonfly Lake ที่กว้างใหญ่กับประติมากรรม Float Boat and Floats เกิดขึ้นโดยบังเอิญขณะทดลองเป่าแก้วแล้วโยนลงไปในแม่น้ำนูตาโจกิ (Nuutajoki)ในประเทศฟินแลนด์ เพื่อดูการกระจายตัวของชิ้นงานกลับพบว่า ชิ้นงานแก้วเป่าทรงกลมเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดกับภูมิทัศน์ของแม่น้ำ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มเป่าแก้วเป็นทรงกลมหลากสีหลายขนาดลงในเรือไม้ ซึ่งเหมาะเจาะอย่างน่าอัศจรรย์กับโซนทะเลสาบแห่งนี้

· โซน Serene Garden) กับประติมากรรม Red Bamboo Reedsที่ทดลองเป่าแก้วให้มีรูปทรงยืดขยายออกไปเป็นทรงยาว โดยใช้เทคนิคเฉพาะด้วยการเป่าลมผ่านท่อของเครื่องเป่าแก้วที่ถูกยกขึ้นด้วยลิฟต์จึงออกมามีลักษณะคล้ายกับต้นกกที่สูงแหลมแทงยอดขึ้นเหนือท้องฟ้าและมีข้อปล้องเหมือนกับลำต้นไผ่ และประติมากรรม Ethereal White Persians ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นผิวผนังบนเพดาน และองค์ประกอบในโคมไฟระย้าของหอคอย ผสมผสานกับศิลปะแบบชาวเปอร์เซียนโบราณที่ทำให้หวนระลึกถึงศิลปวัฒนธรรมในตะวันออกไกล 

· โซน World of Plants มีประติมากรรมที่เด่นอย่าง Orange Hornet Chandelier ที่ปรับเปลี่ยนรูปทรงของโคมไฟระย้าในแบบโบราณให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น จากการจำลองเอารูปลักษณ์ที่เป็นข้อปล้องของต่อและแตนมารังสรรค์ให้เหมือนช่อดอกทองกวาวสีแสดซึ่งประติมากรรมชิ้นนี้ถูกจัดแสดงโดยห้อยอยู่ตรงบริเวณซุ้มประตูของโซน

· และโซน Meadow ซึ่งเป็นโซนสุดท้ายที่มีประติมากรรมที่แปลกตาอย่าง Setting Sun หรือ “สุริยัน” ด้วยรูปทรงที่เป็นเปลวเพลิงสีเหลืองและแดงขนาดยักษ์อันสื่อถึงความกล้าหาญ โชติช่วง ร้อนแรง ดุจเปลวสุริยะที่แผดเผา โดยเป็นผลงานคู่ตรงข้ามกับ Moon หรือ “จันทรา” ที่นำเอาแก้วเป่าทรงแบนหลากหลายขนาดมาเชื่อมต่อกันด้วยโครงเหล็กทรงกลม ชวนให้นึกถึงหลุมบ่อที่อยู่บนดวงจันทร์ พร้อมทั้งเลือกใช้สีขาวโอปอลและสีน้ำเงินเข้ม ที่สื่อถึงความสงบ ความเรียบง่าย และความเยือกเย็น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนิทรรศการประติมากรรมเป่าแก้วจากศิลปินระดับตำนาน “เดล ชิฮูลี: กลาส อิน บลูม” (Dale Chuhuly: Glass in Bloom) ซึ่งการท่องเที่ยวสิงคโปร์อยากจะขอเชิญชวนคนไทยที่มีใจรักในงานด้านศิลปะร่วมติดตามรับชมภาพสวยๆ ของงานประติมากรรมเป่าแก้วในครั้งนี้ ที่สามารถรับชมในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Tour) ได้ด้วยโดยจัดแสดงถึงวันที่ 1 ส.ค. นี้ ผู้สนใจรับชมได้ที่ www.chihulyinbloom.com

Ventisi-The Thai รังสรรค์สารพันเมนูใหม่จากราชาแห่งผลไม้ ที่สุดของความหอมหวานมันที่คนรักทุเรียนต้องลอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654364

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 08:33 น.

Ventisi-The Thai รังสรรค์สารพันเมนูใหม่จากราชาแห่งผลไม้ ที่สุดของความหอมหวานมันที่คนรักทุเรียนต้องลองเรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เอาใจคนรักทุเรียนไปเต็มๆ ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พาทุกคนไปหอมหวนชวนฟินกับขนมหวานมากมายหลายเนื้อสัมผัสของทุเรียนพันธุ์ดี ที่ Ventisi-The Thai หนึ่งในห้องอาหารประจำโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งครั้งนี้นำราชาแห่งผลไม้ ของดีประจำฤดูร้อนของประเทศไทยอย่าง “ทุเรียน” สายพันธุ์หมอนทอง และสายพันธุ์ชะนี มาเนรมิตเป็นของหวานผ่านการรังสรรค์โดยหัวหน้าพาสทรี้ เชฟธวัช และทีมงานที่มีประสบการณ์อันโชกโชน

โดย Ventisi-The Thai นำเสนอเมนูทุเรียนน้องใหม่ที่หอมหวานยั่วใจคนรักทุเรียนขั้นสุด ด้วย 11 เมนูแสนอร่อยสุดน่ากินที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสความอร่อยของรสทุเรียนในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ชูครีมทุเรียน, พิตาชิโอเอแคลร์ครีมทุเรียน, แยมโรลทุเรียน, โอเปร่าช็อกโกแลตทุเรียน, ดับเบิ้ลชีสเค้กทุเรียน, มันหวานครีมทุเรียน, มูสทุเรียนและมะพร้าว ในราคาเพียง 140 บาท++ ต่อชิ้น

ต่อด้วย ทีรามิสุทุเรียนเนื้อเนียนหอมหวานมันลงตัว ในราคาเพียง 155 บาท++ ต่อชิ้น ตามด้วย ไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง ในราคาเพียง 90 บาท++ ต่อชิ้น

สุดท้ายพลาดไม่ได้กับ โรเช่ช็อกโกแลตทุเรียน และไวท์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลทุเรียน ในราคาเพียง 30 บาท++ ต่อชิ้น รับรองใครได้กินเป็นต้องติดใจ

นอกจากนี้ ยังมี “Durian Afternoon Tea” ที่มีเมนูทุเรียนในแบบสโคน พร้อมแยมทุเรียน และเครื่องดื่มร้อนบริการที่ Ventisi – The Café ในราคาเพียง 888 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

อยากลิ้มรสความอร่อยแบบนี้ แวะมาได้ที่ห้องอาหารเวนตีซี และซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2564 เปิดให้บริการทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งออเดอร์ที่ 02-100-6255 หรืออีเมล : diningcgcw@chr.co.th และสามารถสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันแกร๊บฟู้ด คลิ๊ก https://bit.ly/3fdHssV

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแต่ละแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654771

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 08:30 น.

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแต่ละแบบมะเร็งเต้านม : แพทย์หญิงพรพรหม ตั้งคติขจรกิจ รังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมมาตรฐาน และการทำแมมโมแกรมดิจิทัล 3 มิติ

ยังคงครองสถิติการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทยติดต่อกันหลายปี สำหรับโรคมะเร็งเต้านม การตรวจคัดกรองด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) ร่วมกับอัลตราซาวน์เต้านมด้วยเครื่องที่มีความคมชัดสูง จึงมีความสำคัญ ทำให้พบเจอโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และมีโอกาสรักษาหายขาด

แพทย์หญิงพรพรหม ตั้งคติขจรกิจ รังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่เป็นมาตรฐาน มีดังนี้

1. การคลำเต้านมด้วยตัวเอง เดือนละ 1 ครั้ง หลังจากประจำเดือนมาวันแรก 5-10 วัน

2. การทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ คัดกรองมะเร็งเต้านมปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

สำหรับการทำแมมโมแกรม เป็นการตรวจที่ช่วยทำให้เห็นหินปูนที่มีความผิดปกติในเนื้อเต้านมได้ ขนาดเล็กถึงระดับมิลลิเมตร ซึ่งไม่สามารถเจอได้จากการคลำหรืออัลตราซาวน์ ดังนั้นการทำแมมโมแกรมจะมีประโยชน์ในการเห็นมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก และลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้มากถึง 30 %

ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมให้เป็นแบบ 3 มิติ (Digital breast tomosynthesis) ใช้เวลาถ่ายภาพเอกซเรย์เพียง 3.7 วินาทีต่อท่า และสามารถแยกก้อนเนื้อออกมาจากการทับซ้อนกันของเนื้อเต้านมได้ โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีเนื้อเต้านมที่แน่น (dense breast) ส่งผลให้เห็นก้อนเนื้อหรือหินปูนที่ผิดปกติได้ชัดเจนขึ้นและยังได้ภาพที่ละเอียดมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถพบมะเร็งเต้านมได้ดีกว่าเครื่องแมมโมแกรม 2 มิติ

ส่วนการทำอัลตราซาวน์ จะทำให้เห็นก้อนเนื้อหรือถุงน้ำในเต้านมได้ หากพบว่ามีก้อนเนื้อจะสามารถบอกขนาดและขอบเขตของก้อนเนื้อได้ว่าเรียบร้อยดี หรือค่อนไปทางมะเร็ง ซึ่งจะช่วยให้วินิจฉัยได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

หากพบว่ามีความผิดปกติในเต้านม สามารถเจาะชื้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยได้ทันที โดยการฉีดยาชา ไม่ต้องดมยาสลบ มีแผลขนาดเล็กเท่ากับเข็ม เจ็บตัวน้อย และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การเจาะชิ้นเนื้อด้วยเข็ม (Core Needle biopsy) ในเต้านมสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

1. Ultrasound-guided core needle biopsy คือ การเจาะโดยสอดเข็มผ่านผิวหนัง เพื่อไปยังก้อนที่เต้านม โดยแพทย์มองเห็นเข็มและก้อนเนื้ออย่างชัดเจน ผ่านทางจอภาพอัลตราซาวน์ ทำให้มั่นใจได้ว่าเจาะตรงตำแหน่งก้อนที่ต้องการ

2. Stereotactic-guided vacuum-assisted core needle biopsy คือการเจาะความผิดปกติที่เห็น ได้จากแมมโมแกรม เช่น หินปูนขนาดเล็ก โดยใช้คอมพิวเตอร์กำหนดพิกัดแบบ 3 มิติ ทำให้ได้พิกัดที่แม่นยำสูง และใช้เครื่องมือเจาะดูดชิ้นเนื้อแบบสุญญากาศ

การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมนั้น ถ้ารู้ไว ก็สามารถรักษาได้ไว การตรวจเต้านมที่ โรงพยาบาลเวชธานีนั้น สามารถรู้ผลตรวจได้ภายในวันที่ทำการตรวจ สามารถเจาะชิ้นเนื้อได้ทันที ทำให้สะดวก และลดความกังวลใจของคนไข้ได้

“มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย ยังไม่มีวิธีการป้องกันเหมือนมะเร็งบางชนิด ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ” แพทย์หญิงพรพรหม กล่าว

ภาวะอ้วนในไทย ส่งผลโควิดระลอกใหม่รุนแรงขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654770

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 07:30 น.

ภาวะอ้วนในไทย ส่งผลโควิดระลอกใหม่รุนแรงขึ้นโควิด 19 ระลอกใหม่ พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีภาวะโรคอ้วนและมีอายุเฉลี่ยน้อยลงกว่าทุกรอบ แซงกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรค NCDs สาธารณสุขเตือนคนไทยลดความอ้วน ลดป่วยรุนแรง เมื่อเป็นโรคโควิด 19

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่โดยภาพรวมในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา (เมย.-มิย.2564) พบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวมากจนถึงภาวะโรคอ้วนหลายรายและมีอายุน้อยยังอยู่ในวัยทำงานโดยเฉลี่ยอายุ 29 ปี ต่างจากระลอกที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและยังเป็นกลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อหรือพาหะนำโรค แต่เกิดจากการเสื่อมสภาพของร่างกาย โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่นิยมการบริโภคอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม และดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนปกติทั่วไปถึง 7 เท่า หากเป็นโรคโควิด 19

โดยคนอ้วนหรือผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมีโอกาสเป็นโรคเหล่านี้มากกว่าปกติ 2-3 เท่า นอกจากนี้ ภาวะโรคอ้วนในประเทศไทยมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต จากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายพบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปหรือมากกว่า 1 ใน 3 อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้นสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และหากเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคอาเซียนพบว่าคนไทยอ้วนสูงสุดเป็นอันดับ 2 จากทั้งหมด 10 ประเทศอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซียเท่านั้น โดยมีคนไทยอ้วนถึงร้อยละ 8.5 (ประมาณ 5.6 ล้านคน) และพบว่าคนไทยร้อยละ 0.9 เข้าเกณฑ์เป็นโรคอ้วนที่พึงได้รับการผ่าตัด (ประมาณ 6.7 แสนคน)

ดังนั้น ในสถานการณ์โควิด 19 ที่รุนแรงระลอกนี้ ทุกเพศทุกวัยไม่เฉพาะวัยทำงานต่างมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโควิด 19 หากประมาท การ์ดตก โดยเฉพาะวัยทำงานที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิต (lifestyle) ที่มักรับประทานอาหารรสจัด เน้นหวาน มัน และเค็ม ประกอบกับไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อความปลอดภัย จึงมีข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพ 2 เรื่องคือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกาย ดังนี้

1. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อสุขภาพเสริมสร้างร่างกาย และปลอดภัยจากโรค

– ควรทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ซ้ำซาก จำเจ

– เน้นทานผักหลากหลายสีและผลไม้สด

– กินอาหารไม่หวานจัด ไม่เค็มจัดและไม่มีไขมันสูง

– กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสารเคมี

2. พฤติกรรมการออกกำลังกายเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและจิตใจ

– ควรเคลื่อนไหวออกแรง/ออกกำลังระดับปานกลางที่ทำให้หายใจแรงขึ้น (ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นหายใจหอบ) ทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน อาจออกกำลังต่อเนื่อง 30 นาทีหรือแบ่งเป็นช่วง ๆ ช่วงละ 10-15 นาที เป็นต้น

D-M-H-T-T-A คือ เว้นระยะห่าง-สวมหน้ากากทุกครั้ง-ล้างมือบ่อยๆ-ตรวจวัดอุณหภูมิ-ตรวจเร็วควบคุมไว-ไปไหนสแกนไทยชนะ ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ที่สายด่วน สบส.คอลเซ็นเตอร์1426 และเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ https://hss.moph.go.th

แหล่งข้อมูล

ผศ. นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์” หัวหน้าสาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

การผ่าตัดในยุค COVID-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654617

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 14:01 น.

การผ่าตัดในยุค COVID-19โดย นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

จากสถานการณ์บ้านเมืองที่นับวันผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกันโรคอื่น ๆ ก็ยังไม่ห่างหายไป ทางหน่วยงานของโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนยังคงต้องรักษาโรคทั่วไปอยู่ รวมไปถึงการผ่าตัดในผู้ป่วยที่เร่งด่วน เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือโรคที่ต้องได้รับการผ่าตัดโรคอื่น ๆ

นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า การผ่าตัดแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรค่อนข้างมากตั้งแต่แพทย์ผ่าตัด แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด แพทย์ดมยา วิสัญญีพยาบาล พยาบาลห้องผ่าตัดและทีมงานอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมแต่ไม่ได้กล่าวถึง ดังนั้นการคัดกรองนับเป็นสิ่งที่สำคัญในยุคโควิด-19 ผู้ป่วยทุกรายควรต้องได้รับการผ่าตัดตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนผ่าตัดทุกราย ถึงแม้จะไม่มีอาการใด ๆ หรือเข้าพื้นที่เสี่ยงก็ตาม เพื่อป้องกันทั้งบุคลากรและผู้ป่วยรอบข้างติดเชื้อ ผู้ป่วยทุกคนที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรได้รับการคัดกรองความเสี่ยง โดยแนวปฏิบัติการทำหัตถการและการผ่าตัดในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้แนะนำว่า

กลุ่มที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยง

ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีประวัติมีไข้ หรือ วัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และ มีประวัติในช่วง 14 วันก่อนวันเริ่มมีอาการ โดยมีประวัติดังนี้

1.เดินทางไปมา หรือ อาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง

2.สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือ สารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยสงสัย หรือ ยืนยันโรคติดเชื้อ COVID-19 โดยไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่เหมาะสม

3.เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีโอกาสใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วย COVID-19

4.เป็นผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือ ติดต่อกับคนจำนวนมาก

ซึ่งผู้ป่วยทุกคนควรต้องตรวจคัดกรองโดยทำ nasopharyngeal และ throat swab โดยวิธี rRT-PCR ถ้าผู้ป่วยได้รับวินิจฉัยว่าพบเชื้อ แนะนำให้เลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน จนกว่าจะหายอย่างน้อย 1 เดือนนับจากวันที่ตรวจโดยทางแนวทางการรักษาสามารถได้แบ่งเป็นกลุ่มผ่าตัดที่รีบด่วนกับกลุ่มผ่าตัดแบบไม่รีบด่วน

กลุ่มผ่าตัดแบบไม่รีบด่วน

แบ่งเป็นกลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยง และไม่มีประวัติความเสี่ยง

1.กลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยง ถ้าไม่มีอาการ และ ความผิดปกติ แนะนำให้เลื่อน และ รอดูอาการที่บ้านจนครบอย่างน้อย 1 เดือน แล้วประเมินเพื่อทำการผ่าตัดใหม่

2.กลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยง แต่มีอาการหรือ มีความผิดปกติ ( อาการ หมายถึง ไข้หรือประวัติไข้ หรือมีอาการไอ น้ำมูกเจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจเร็ว ได้กลิ่นลดลงหรือรับรสผิดปกติ โดยไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสาเหตุอื่น ส่วนความผิดปกติหมายถึง ตรวจร่างกายพบติดเชื้อในทางเดินของระบบหายใจ ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 95% หรือ ภาพรังสีวิทยาปอดเข้าได้กับปอดอักเสบ) แนะนำให้ไปปรึกษาทีมแพทย์

3.กลุ่มที่ไม่มีประวัติความเสี่ยงและไม่มีอาการและความผิดปกติ ต้องได้รับการตรวจโดยการทำ COVID-19 PCR ถ้าตรวจไม่พบสามารถผ่าตัดได้การปกติ

4.กลุ่มที่ไม่มีประวัติความเสี่ยง แต่มีอาการ หรือ ความผิดปกติ แนะนำให้เลื่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์หลังจากหายป่วยกรณี มีอาการสงสัยติดเชื้อจากทางเดินหายใจส่วนบนและแนะนำให้เลื่อนผ่าตัด 4 สัปดาห์ในผู้ป่วยที่สงสัยติดเชื้อจากทางเดินหายใจส่วนล่าง

กลุ่มผ่าตัดแบบรีบด่วน

แบ่งเป็นกลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยงและไม่มีประวัติความเสี่ยง ถ้ารอผลได้ให้รอผลก่อน ถ้ารอไม่ได้ให้ผ่าตัดในห้องที่ใช้ผ่าตัดเฉพาะ COVID-19 และทั้งหน่วยงานต้องใส่ชุดป้องกันอย่างครบครันอย่างไรก็ตามการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแต่ละครั้งต้องปรึกษาหลายทีมทั้งทีมผ่าตัด ทีมวิสัญญีและ หน่วยงานต่างๆ เพื่อเข้ามาดูแลและป้องกันให้บุคลากรและบุคคลรอบข้างได้รับความเสี่ยงจากโรคนี้น้อยที่สุด สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดในยุคนี้ ควรต้องระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ไปสถานที่เสี่ยง และเวลาออกจากบ้านรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันไม่ให้ติดจากโรคนี้

ได้ภูมิก่อนคือกำไร วัคซีน = ตัวช่วยลดความเสี่ยงโรคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654421

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 19:10 น.

ได้ภูมิก่อนคือกำไร วัคซีน = ตัวช่วยลดความเสี่ยงโรคโควิดแพทย์โรคหัวใจ ไขข้อสงสัยการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงวัย

เรื่อง : ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

“ป่วยโรคหัวใจ” ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ไหม : นี่คงเป็นคำถามที่ผู้ป่วยหรือญาติกังวลก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพราะจากข้อมูลที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์มักคิดว่าฉีดแล้วอาจทำให้ลิ่มเลือดอุดตันและเสียชีวิต

โพสต์ทูเดย์ มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ถึงข้อสงสัยที่หลายคนกังวล รวมถึงการเตรียมตัวก่อนและหลังฉีด เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะไปฉีดวัคซีนเตรียมตัวและคลายกังวล

นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ภูมิคุ้มกันที่ประโยชน์มหาศาล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ เริ่มต้นอธิบายถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีคป้องกันโควิด-19 ว่า มีประโยชน์มากมายมหาศาล เพราะการได้รับวัคซีนจะเป็นการช่วยลดความรุนแรงของโรค ป้องกันอาการป่วยที่ต้องเข้านอนรับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งหากไม่ได้รับวัคซีนอาการอาจอยู่ในระยะต้องรักษาในไอซียู แต่ถ้าได้รับวัคซีนแล้วอาจเพียงแค่นอนรักษาตัวห้องปกติก็เป็นได้ และที่สำคัญคือยังช่วยป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้

ฉะนั้นการได้รับวัคซีนไม่ว่ายี่ห้ออะไร ประโยชน์ของมันช่วยทั้งลดความรุนแรงและการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน หรือหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด วัคซีนป้องกันโควิดช่วยทำให้อาการสำหรับผู้ได้รับเชื้อจากหนักเป็นเบา

สำหรับการฉีดวัคซีนในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือกลุ่มเสี่ยง นพ.ระพีพล ยืนยันไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจหรือมีโรคกลุ่มเสี่ยง อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง ฯลฯ. สามารถฉีดวัคซีนป้องโควิด-19ได้ปกติ พร้อมแนะนำว่าจำเป็นต้องฉีดอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มโรคนี้มักพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งหากได้รับเชื้อทั้งที่ยังไม่ได้รับวัคซีนนั้นมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากขึ้น

1 ในล้าน ผลข้างเคียงทางตรงจากวัคซีน

สำหรับการเตรียมตัวของผู้ป่วยโรคหัวใจหรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงก่อนไปฉีดวัคซีน นพ.ระพีพล แนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ เพียงปฏิบัติตามคําแนะนำทั่วไป อาทิ พักผ่อนให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหนักๆ งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และไม่จำเป็นต้องหยุดรับประทานยาโรคประจำตัว ให้ใช้ชีวิตเหมือนปกติ

ขณะภายหลังการรับวัคซีนไม่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป ซึ่งอาการเบื้องต้นหลังการฉีดวัคซีนอาจมีปวดบริเวณจุดที่ฉีดหรือไข้ต่ำ ซึ่งเป็นอาการปกติไม่ต้องกังวล กินเพียงยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการก็สามารถช่วยได้

ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่หลายคนกังวล คือปฏิกิริยาแพ้ชนิดรุนแรง เช่น ความดันโลหิตต่ำ หน้าหรือริมฝีปากมีการบวม หายใจลำบาก เป็นต้น นั้นพบได้น้อยมาก จากรายงานพบว่าโอกาสมีอาการหลอดเลือดอุดตันจากวัคซีนมีเพียง 1 ถึง 4 ในล้านคน หรือฉีดไปล้านคนจะพบเพียงแค่ 1 คน และที่พบเจอนั้นก็คือในกลุ่มพิเศษมีอาการหลอดเลือดอุดตันร่วมกับอาการเกล็ดเลือดต่ำ

แต่ถึงอย่างไร ภายหลังการฉีดวัคซีนแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะมีการให้รอสังเกตอาการซึ่งเวลามาตรฐานราว 10-15 นาที แต่ประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้นถึง 30 นาที ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่บุคลากรทางการแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดหากเกิดปัญหาได้ทันท่วงที

ได้ภูมิก่อนคือกำไร 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ทิ้งท้ายว่า อยากแนะนำให้คนทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครบ โดยไม่ต้องกังวลว่ายี่ห้ออะไร เพราะโควิดเป็นโรคที่รุนแรงและน่ากลัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หากเกิดได้รับเชื้อในขณะที่ยังไม่ได้รับวัคซีนก็สุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการหนัก แต่ถ้าหากได้รับวัคซีนแล้วก็ลดความเสี่ยงไปได้มาก

“ควรฉีดดีกว่าครับ แทบไม่มีข้อห้ามอะไรเลยในการรับวัคซีน ได้ภูมิก่อนก็มีกำไร ได้ภูมิก่อนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความรุนแรงของโรคได้”

LAZADA 6.6 ลดสูงสุดในรอบปี ห้ามพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468968

LAZADA 6.6 ลดสูงสุดในรอบปี ห้ามพลาด

2 มิถุนายน 2564 – 18:36 น.

LAZADA 6.6 ลดสูงสุดในรอบปี ห้ามพลาด!

หลังจากหายไปนาน กลับมาอีกครั้งกับ “Lazada 6.6” ลดกระหน่ำตลอด 3 วัน 6 – 8 มิถุนายน บอกได้เลยว่าพลาดไม่ได้ ลดราคาหมดทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆมากมายให้เลือกสรร และยังมีโปรโมชั่นส่วนลดมาให้กดกันเพลินๆตลอดทุกวัน ทาง คมชัดลึก จึงได้นำข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับขาช้อปทั้งหลายมาแชร์กัน

โปรโมชั่นลด 6 ต่อ

  1. สินค้าโดนใจลดสูงสุด 90 %
  2. โบนัสลดเพิ่ม (Lazada bonus) สูงสุด 3,600 บาท
  3. คูปองส่งฟรีทั่วไทย
  4. คูปองส่วนลดจาก Lazda สูงสุด 666 บาท เมื่อใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,999 บาท
  5. คูปองส่วนลดจากร้านค้าและแบรนด์ สูงสุด 666 บาท
  6. คูปองส่วนลดจาก partners สูงสุด 666 บาท

ที่สำคัญลาซาด้าใจดีแจกคูปอง ส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ 666 บาท ในแคมเปญ LAZADA 6.6 MEGA MID YEAR SALE วันที่ 6 มิถุนายนนี้วันเดียวเท่านั้น เวลา 10.00 น. และ 18.00 น. เก็บได้ง่ายๆ แค่เข้าแอปลาซาด้า หาไอค่อน ‘คูปองลดเพิ่ม’ กดเข้าไป จะเห็นคูปองส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ ก็เก็บคูปองได้เลย โดยคูปองนี้สามารถใช้ได้วันที่ 6-8 นี้เท่านั้น “เก็บคูปองได้เลย! คลิกที่นี่

4 สินค้าลดราคาแนะนำ

1. iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว ปี 2020

มีหน้าจอขนาด 12.9 นิ้ว มีความบาง 5.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียงแค่ 641 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Liquid Retina เทคโนโลยี IPS มาพร้อมกับรูไมโครโฟนมากถึง 5 ตัว เป็นรุ่นแรกที่ใช้งานกล้องคู่ โดยใช้ไฟแฟลช LED แบบ True Tone รวมอยู่ในชุดเลนส์ที่มีดีไซน์เหมือนกับ iPhone 11 Pro Max

ราคา 34,900 บาท พิเศษเหลือเพียง 27,900 บาท สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่

2. Logitech G Pro X Gaming Headset

โครงหูฟังแข็งแรงและมีน้ำหนักเบาทำจากอลูมิเนียมและเหล็ก จุดเด่นอยู่ที่ระบบเสียงที่ชัดเจน ตัดเสียงรบกวนได้ดี 

มาพร้อมเทคโนโลยีไมโครโฟนที่ชื่อว่า BLUE VO! CE ซึ่งเป็นตัวช่วยกรองเสียงแบบเรียลไทม์ ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 เอาใจเกมเมอร์ทั้งหลาย และยังสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงดูมีมิติ แล้วช่วยเติมเต็มอารมณ์ความรู้สึกในการฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

ราคา 5,390 บาท พิเศษเหลือเพียง 3,390 บาท สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่

3. Oral-B ออรัลบี แปรงสีฟันไฟฟ้า Pro2 2000

แปรงสีฟันที่จะช่วยให้คุณแปรงเป็นเวลา 2 นาที ด้วยตัวจับเวลามืออาชีพที่จะแจ้งให้คุณทราบทุก ๆ 30 วินาที เพื่อเปลี่ยนทิศทางการแปรงฟัน สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้มากขึ้นถึง 100% และยังช่วยปกป้องเหงือกที่บอบบางด้วยเทคโนโลยีควบคุมแรงทำให้สุขภาพเหงือกดีขึ้น และฟอกสีฟันให้ขาวมากยิ่งขึ้น

ราคา 2,490 บาท พิเศษเหลือเพียง 1,999 บาท สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่

4.SHOKUBUTSU ครีมอาบน้ำ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ

ครีมอาบน้ำสูตรผิวนุ่ม ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นเหมือนอาบด้วยน้ำนม ผิวนุ่มขึ้นจนรู้สึกได้หลังการอาบน้ำ พร้อมกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ เหมาะที่สุดสำหรับผิวบอบบาง และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ปกป้องผิวจากแสงแดด ลม และความร้อน

คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติ ที่นี่ 

สาววัยรุ่น ทุ่มเงินล้านเปลี่ยนตัวเองเป็น “ตุ๊กตาบาร์บี้ในชีวิตจริง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468808

สาววัยรุ่น ทุ่มเงินล้านเปลี่ยนตัวเองเป็น “ตุ๊กตาบาร์บี้ในชีวิตจริง”

1 มิถุนายน 2564 – 19:21 น.

สาววัยรุ่นที่เติบโตในหมู่บ้านชนบทอนุรักษ์นิยมในเยอรมนี เก็บความอัดอั้นไว้ในใจ พอโตมาควักเงินมากกว่า 24,000 ปอนด์ หรือ 1,066,080 บาทไทยเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น “ตุ๊กตาบาร์บี้ในชีวิตจริง”

สาวบาร์บี้ เจสซี่ บันนี่ (Jessy Bunny ) เธอได้เผยเหตุผลที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายมาเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ในชีวิตจริง เพราะเมื่อสมัยวัยเด็กเธอถูกครอบครัวห้ามไม่ให้เล่นตุ๊กตาและพ่อแม่ของเธอไม่ให้ชอบทาลิปสติกไม่ให้ทำตัวเป็นผู้หญิงเพราะเธอเติบโตในหมู่บ้านชนบทอนุรักษ์นิยมในเยอรมนี เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะแตกต่าง

เจสซี่ บันนี่  รักสวยรักงามตั้งแต่เด็กแต่รู้สึกอึดอัด เมื่ออยู่ในสังคมอนุรักษ์นิยมจึง ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่เวียนนาประเทศออสเตรีย เธอออกจากโรงเรียนในปี 2019 และแปลงโฉมให้ตัวเองเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ในวัย 18 ปีใช้เงิน 6,000 ปอนด์  ที่พ่อแม่ของเธอเก็บไว้เพื่อเธอในวัยเด็กเพื่อจ่ายค่าศัลยกรรมเสริมหน้าอก แต่เรื่องนี้เป็นความเสี่ยงมากๆ ที่พ่อแม่จะไม่พอใจ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ เพิ่มขนาดคัพของเธอจากคัพเอเป็น E-คัพ และไม่เสียใจที่ทำแบบนี้ แถมรู้สึกมั่นใจมากกว่าเดิมอีกด้วย 

เจสซี่ บันนี่ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า  “ฉันเติบโตในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเยอรมนีและอยากจะแต่งหน้าและทำตัวเป็นผู้หญิง แต่พ่อแม่ของฉันไม่ชอบเวลาที่ฉันอยากเป็นผู้หญิงมากขึ้นหรือแสดงความสนใจในการแต่งหน้าและจัดแต่งทรงผม เมื่อฉันออกจากโรงเรียนฉันย้ายไปอยู่ในเมืองที่ใหญ่กว่าและเริ่มมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้นมองเห็นโลกกว้าง  ฉันจึงตัดสินใจใช้เงินที่พ่อแม่เก็บออมไว้ ไปผ่าตัดน่าอกเต้านมครั้งแรกของ ต่อมาในเดือนสิงหาคมปี 2020 เมื่ออายุ 19 ปี ก็ไปเพิ่มขนาดหน้าอกครั้งที่สองกับขนาด 1300cc ด้วยเงิน 6,000 ปอนด์ เพื่อให้เป็นสาว K-cup

ขอบคุณข้อมูลจากwww.dailystar.co.uk 

How to ดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654273

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น

How to ดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส พร้อมบอกท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ควรระวังเรื่องการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มือ” ทำให้เราต้องหมั่นทำความสะอาดมืออยู่ตลอดเวลาเพราะการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดีแต่ผิวก็จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็วยิ่งล้างผิวยิ่งแห้งและลอกได้ง่ายกว่าปกติ

แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสว่า “การล้างมือเป็นหนึ่งในมาตราการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆ ได้ดี เพราะผิวหนังบริเวณมือของเรานั้นเต็มไปด้วยรอยพับ รอยย่น รวมถึงซอกเล็กๆ มากมาย ทำให้เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

จากผลการวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่สามารถลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้ การล้างมือเป็นเวลาประมาณ 20 วินาที ด้วยสบู่สามารถทำลายเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เนื่องจากสบู่มีโมเลกุลที่เป็นไขมันซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัส โดยโมเลกุลดังกล่าวจะไปทำการแยกไขมันออกและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสให้แตกออก ทำให้โครงสร้างภายในของไวรัสถูกทำลาย

ส่วนการทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% โดยปริมาตรในน้ำ (%v/v) สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ที่เป็นโปรตีนและไขมันของไวรัสให้แตกออก และเข้าไปรบกวนระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสตายในที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 15 วินาที

แต่การล้างมือด้วยสบู่และการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มบางๆ ของน้ำและไขมัน ที่เรียกว่าไฮโดรไลปิด ฟิล์ม (Hydrolipid film) ทำหน้าที่ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ปกป้องผิวจากแบคทีเรียและเชื้อโรค การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์จะทำให้ชั้นฟิล์มของน้ำและไขมันถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากสูญเสียเกราะป้องกันผิวและอาจทำให้เกิดโรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ซึ่งหลังการล้างมือแต่การละครั้งผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปถึง 20%* ยิ่งล้างมือบ่อยๆ ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน และลอกได้ง่ายกว่าปกติ

ดังนั้น หลังจากการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ควรเพิ่มขั้นตอนการบำรุงและป้องกันผิวมือไม่ให้แห้งกร้าน เนื่องจากผิวบริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ร่วมกับการนวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตด้วย’

ท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ASV x Ink Waruntorn ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654272

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 10:11 น

ASV x Ink Waruntorn ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟอิ้งค์ วรันธร สุดประทับใจโชว์ฝีมือออกแบบเสื้อผ้าครั้งแรก กับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’

เรียกได้ว่าทั้งสวย และเก่งแบบครบเครื่องเลยจริงๆ สำหรับนักร้องสาวมากความสามารถอย่าง อิ้งค์-วรันธร เปานิล ที่ไม่ว่าจะหยิบจับ ทำอะไรก็ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม ล่าสุดก็หันมารับบทดีไซเนอร์ ร่วมออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อผ้ากับแบรนด์ดังอย่าง ASV (เอเอสวี) ของ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งอาซาว่า กรุ๊ป กับผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘ASV x Ink Waruntorn’ ที่ออกแบบมาได้น่ารัก สดใส เป็นตัวสาวอิ้งค์แบบสุดๆ

งานนี้สาว อิ้งค์-วรันธร เปานิล ยังเผยถึงความประทับใจในการออกแบบครั้งนี้ไว้ว่า “โดยปกติอิ้งค์ชื่นชอบ แบรนด์เอเอสวีอยู่แล้ว ถ้าสังเกตจะเห็นว่าอิ้งค์ใส่เอเอสวีแทบจะทุกคอลเลกชั่นเลย สำหรับอิ้งค์ เอเอสวีเป็นเสื้อผ้า ที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส ใส่แล้วเรารู้สึกมั่นใจ บ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้เป็นอย่างดี พอได้รับการติดต่อ จากทางแบรนด์ให้มาออกแบบคอลเลกชั่นร่วมกัน ก็ตอบตกลงทันทีเลย และด้วยความที่อิ้งค์ชอบสไตล์ของทางแบรนด์เป็นพิเศษอยู่แล้ว ก็เลยทำให้การออกแบบครั้งนี้สนุกและราบรื่นมากค่ะ

สำหรับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ อิ้งค์เลือกที่จะออกแบบให้มีความสนุกโดยถ่ายทอดคาแรคเตอร์และสไตล์ความเป็นตนเองลงไปบนผลงานการออกแบบ เน้นความสบายแต่แฝงไปด้วยเทคนิคและรายละเอียดที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน สามารถใส่เที่ยวเล่นหรือแม้กระทั่งใส่ขึ้นคอนเสิร์ตได้อย่างมั่นใจ ‘ASV x Ink Waruntorn’ คือการผสมผสานระหว่างความเป็นอิ้งค์ และเอกลักษณ์ของเอเอสวีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ฝากติดตามอิ้งค์และเอเอสวีของอิ้งค์ด้วยนะคะ สำหรับคอลเลกชั่นนี้ตื่นเต้นมากเลย และหวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ” สาวอิ้งค์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

นอกจากนี้ สาวอิ้งค์ยังฝากติดตามชม Instagram Live เปิดคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ ร่วมพูดคุยกับ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา และ อิ้งค์-วรันธร เปานิล แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันอังคารที่ 1 มิถุนายน เวลา 19.00 น. ทาง Instagram : @asv_official

พบกับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ทางออนไลน์สโตร์ที่ https://www.asavagroup.com/product-category/online-exclusive/asv-x-ink-waruntorn/ และทาง ASV Flagship Store บน Lazada ในวันที่ 10 มิถุนายน 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IG: @asv_official , FB: https://www.facebook.com/asvthailandofficial , Website: asavagroup.com และ Line: @asavagroup