อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่

อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่15 กันยายน 2563 – 20:54 น.

อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่

ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ ห้องอาหารชื่อดังย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ขอต้อนรับทุกท่านสู่ประสบการณ์ความอร่อยเลิศรส พร้อมอิ่มหนำสำราญกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติจานเด่นยอดนิยมทั้งเมนูอาหารสไตล์อิตาเลียน ยุโรป ไทย ญี่ปุ่น เมนูเพื่อสุขภาพ ฯลฯ โดยเชฟระดับโรงแรมชั้นนำ ที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารรสชาติที่ถูกใจทุกคน

อาทิ สเต๊กเนื้อสันนอกย่างราดซอสเห็ดหรือซอสพริกไทยดำ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดและผัดผักรวม, สปาเกตตีคาร์โบนารา, พิซซ่านาโปลิตานา, ผัดไทยกุ้งสด, ข้าวซอยไก่, น้ำพริกหนุ่ม เสิร์ฟพร้อมผักจิ้มและแคบหมู, ข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอด และเมนูอื่นๆอีกมากมายที่คุณไม่ควรพลาด ลิ้มลองความอร่อยได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่


นอกจากนี้ ให้คุณอิ่มอร่อยถึงที่บ้านกับบริการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ (Delivery) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 15.00 น. เปิดรับออเดอร์ทุกวัน โทร 053-222-111 ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2563 *พิเศษบริการส่งฟรี สำหรับการสั่งขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป (ตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด)

อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่


ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล ใส่ใจในทุกรายละเอียดให้คุณมั่นใจด้วยการบริการแบบใหม่สไตล์ นิวนอร์มอลกับมาตรการด้านความสะอาดและการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าทุกท่าน การันตีมาตรฐานความปลอดภัยจากการที่โรงแรมได้รับมาตรฐานสัญลักษณ์ SHA จาก ททท. และใบประกาศผ่านมาตรฐานโรงแรม/ที่พักสะอาดปลอดภัยป้องกันโรค Covid-19 จาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อีกทั้ง พนักงานได้เข้ารับการตรวจเพื่อหาเชื้อ Covid-19 จากโรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่ ก่อนเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 และได้ผลตรวจยืนยันว่าพนักงานโรงแรมทุกคนสุขภาพแข็งแรงปลอดภัยจากโควิด-19

อิ่มอลังการกับหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่

ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น. สามารถโทรสั่งอาหารหรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่โทร.053-222-111 สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.kantarycollection.com/kantaryhills-chiangmai

กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป&แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์
ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม

กระยาสารท ขนมไทยโบราณ สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ช่วงสารทไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กระยาสารท ขนมไทยโบราณ สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ช่วงสารทไทย

กระยาสารท ขนมไทยโบราณ สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ช่วงสารทไทย15 กันยายน 2563 – 18:56 น.

กระยาสารทโบราณ ขนมไทยโบราณ อาชีพเสริมสร้างรายได้ช่วงสารทไทย โดยชาวบ้านสุโขทัยได้อนุรักษ์การทำกระยาสารทโบราณ ที่จำหน่ายช่วงสารทไทยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ใกล้ถึงเทศกาลสารทไทย ขนมไทยโบราณที่ขึ้นชื่อ ต้องได้กินในช่วงเทศกาลสารทไทย นั่นก็คือกระยาสารท เป็นขนมไทยโบราณจะเรียวว่าหากินได้เพียงปีละครั้งก็ว่าได้ แต่จะหากระยาสารทที่อร่อยทั้งหอมหวานมัน ต้องกระยาสารท แม่จำปา บ้านสวน เพราะที่นี่ ยังคงวิธีทำกระยาสารทแบบสูตรโบราณ ที่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 7 ต.บ้านสวน อ.เมืองสุโขทัย ชาวบ้านรวมตัวกัน กวนขนมโบราณ กระยาสารท จำหน่ายในช่วงสารทไทย สร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี ภายใต้ชื่อกระยาสาทร แม่จำปา ที่มีรสชาติเหนียวนุ่ม หอมหวานมัน ทำสดใหม่ทุกวัน ทำขายมานานกว่า 30 ปี  มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสายทั้งขาจรและขาประจำ เป็นขนมกระยาสารทที่ผลิตขายเป็นรายได้เสริมในครอบครัวแต่มียอดจำหน่ายถึงวันละ 160 กิโลกรัม ต่อวัน โดยขายอยู่ที่ ราคากิโลกรัมละ 100 บาท เท่านั้น

กระยาสารท ขนมไทยโบราณ สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ช่วงสารทไทย

นางจำปา เลื่อมโสม อายุ 60 ปี กล่าวว่าได้รวมตัวกับญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้เคียงกัน 7 คน มาร่วมกันทำกระยาสารท เพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมหลังว่างจากการทำนา  โดยสูตรกระยาสารทนั้นเป็นสูตรโบราณที่ได้รับสืบทอดส่งต่อมาจากคุณย่า เป็นสูตรแบบดั้งเดิมตามแบบฉบับโบราณ  โดยใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน  ประกอบไปด้วย ถั่ว งา ข้าวเม่า  มะพร้าว น้ำตาล  แบะแซ ข้าวตอก น้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูด ที่มาผสม แล้วกวนด้วยเตาไฟถ่านให้เข้ากันจนเหนียวได้ที่ก่อนเอาใส่ถาดไม้ กดให้เป็นแผ่น แล้วผึ่งให้เย็น พร้อมใช้มีดตัดให้เป็นชิ้นๆแล้วนำบรรจุลงถุงเพื่อเตรียมจำหน่าย 

โดยจะเริ่มลงมือทำกระยาสารทกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคม ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน สร้างรายได้ 35,000 บาทต่อเดือนต่อ ครอบครัว ขนมกระยาสารทเป็นขนมโบราณ ใช้ในงานประเพณีอันดีที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน เมื่อถึงเทศกาลสารทไทย ตรงกับแรม 15 ค่ำเดือน 10 ชาวบ้านจะมีการกวนกระยาสารทเป็นขนมที่ทำกันในฤดูสารท (เดือนสิบ) และตามธรรมเนียมแล้วนำไปทำบุญถวายพระและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว นิยมรับประทานกระยาสารทควบคู่กับกล้วยไข่สุกจะทำให้เพิ่มรสชาติมากขึ้นอีกด้วย 

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

คุณแม่ๆ โชว์ลีลาส่ายสะโพกโยกเอว แข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน งานมหกรรมของดี ต.หนองแจง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คุณแม่ๆ โชว์ลีลาส่ายสะโพกโยกเอว แข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน งานมหกรรมของดี ต.หนองแจง

คุณแม่ๆ โชว์ลีลาส่ายสะโพกโยกเอว แข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน งานมหกรรมของดี ต.หนองแจง

15 กันยายน 2563 – 14:09 น.

คุณแม่ๆ โชว์ลีลาส่ายสะโพกโยกเอว แข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน ปีนี้จัดเต็มโชว์ฝีมือปลายจวักในการแข่งขันประกวดตำน้ำพริกกะปิ รสเด็ด ในงานมหกรรมของดีตำบลหนองแจง

วันที่ 13 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานด้านหน้า อบต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ น.ส.ภัสดา คำสุนทร ปลัด อบต.หนองแจง และผู้นำชุมชน ตำบลหนองแจง จัดงานมหกรรมของดีตำบลหนองแจง ครั้งที่ 5 โดยมี นายพงษ์พิทยา ธนไกรศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางมาเปิดประธานเปิดงาน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้แต่ละหมู่บ้าน ก็จะนำสินค้าผลิตภัณฑ์ ของตนเองออกมาแสดง ทั้ง 18 หมู่บ้าน โดยมีการออกบูธ จำหน่ายสินค้าของดีของประชาชนในตำบลมีการประกวดค้นหาอาหารพื้นบ้านที่โดดเด่น การประกวดแอโรบิคเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆ ที่มาให้บริการประชาชน

และเนื่องจาก ต.หนองแจง ได้มีการสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ หลากหลายในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านทำให้มีสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองแจง จึงได้มีแนวทางการจัดมหกรรมของดีตำบลหนองแจง ครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความพอมีพอกิน อยู่ดีกินดีจนถึงระดับมั่งมีศรีสุข สังคมเกิดความสงบสุข มีความสมานฉันท์ เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนสามารถพึ่งพาตนเองในช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ได้

แม้บรรยากาศจะมีแสงแดดอย่างแรงตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงของเด็กๆ และบรรดาเหล่าชมรมโรงเรียนผู้สูงอายุแต่อย่างใด สำหรับสีสันงานวันนี้ ที่สร้างสีสัน สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชม เป็นลีลา การเต้นโยกย้าย ส่ายสะโพก ของบรรดาคุณแม่ๆ และคุณยาย ที่ไม่มีใครยอมใคร ในการแข่งขันการประกอบอาหารพื้นบ้านของดีตำบลหนองแจง ซึ่งปีนี้จัดให้มีการแข่งขันตำน้ำพริกกะปิ โดยรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 หมู่ที่ 5 บ้านหนองแจงฝั่งตะวันตก, รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 หมู่ที่16 บ้านหนองแจงเหนือ, รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 หมู่ที่ 8 บ้านวังหูดิน, และรางวัลชมเชย หมู่ที่ 2 บ้านหนองแจง ตามลำดับ

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

อตีดบก.สายบันเทิงหันหลังให้วงการ ผันตัวเปิดร้านขายหมูปลาร้ารสเด็ด ลูกค้าแน่นรายได้งาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อตีดบก.สายบันเทิงหันหลังให้วงการ ผันตัวเปิดร้านขายหมูปลาร้ารสเด็ด ลูกค้าแน่นรายได้งาม

อตีดบก.สายบันเทิงหันหลังให้วงการ ผันตัวเปิดร้านขายหมูปลาร้ารสเด็ด ลูกค้าแน่นรายได้งาม15 กันยายน 2563 – 10:38 น.

อดีตบรรณาธิการข่าวบันเทิงช่องดัง หวนคิดถึงบ้านเกิด ผันตัวเปิดร้านขายหมูปลาร้ารสเด็ด ลูกค้าแน่นร้าน สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน

วันที่ 15 กันยายน 2563 ร้านหมูปลาร้าบายอ๊อดอ๊อด ตั้งอยู่ที่ชุมชนบ้านใต้ ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จากอดีตบรรณาธิการข่าวบันเทิงเกิดนึกถึงบ้านเกิด ลาออกจากงานบันเทิงมา 3 ปี ผันตัวมาเปิดร้านหมูปลาร้าขายให้กับชุมชนในราคาถูก จนชาวบ้านนละแวกติดใจแห่มารับประทานจนคนแน่นร้านทุกวัน แถมสูตรหมูปลาร้ารสเด็ดยังเป็นเคล็ดลับสุดอร่อยและน้ำจิ้มที่ทำให้ลูกค้าติดใจอีกด้วย

โดยคุณคณากร ตุ้นเเคน อายุ 34 ปี เจ้าของร้านหมูปลาร้า เปิดเผยว่า อดีตเคยเป็นบรรณาธิการข่าวบันเทิงของช่องทีวีช่องหนึ่ง เกิดหวนคิดถึงบ้านเกิด อยากกลับมาขายของที่บ้าน เลยกลับมาเปิดร้านหมูปลาร้าซึ่งเปิดมาแล้ว 1 เดือนแล้ว ซึ่งก็สังเกตุว่าในละแวกชุมชนตนเองไม่มีใครเปิดขายพวกหมูย่างหรืออะไรเกี่ยวกับย่างเลย ตนเองจึงเกิดไอเดียนำหมูปลาร้าเป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นเองมาเปิดร้าน โดยภายในร้านก็เป็นหมูปลาร้าสูตรตนเองโดยจะใช้หมูสันเนื้อดี ผสมเครื่องปรุงและน้ำปลาร้าสูตรเด็ดย่างในเตาร้อนๆ ขายในราคาเพียงไม้ละ 15 บาท เสริฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดและผักสดอีก 1 ชุด

หากใครติดใจในรสชาติน้ำจิ้มก็จะมีขายแยกต่างหากกระปุกละ 10 บาท ผักสดชุดละ 10 บาท ข้าวเหนียวทานพร้อมหมูอีกห่อละ 5 บาท กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเน้นเป็นชาวบ้านในพื้นที่ก่อนเลย ตอนนี้มีหน้าร้านแล้วในอนาคตจะทำเป็นออเดอร์ส่งออกต่างจังหวัดอีกด้วย ตอนนี้ที่รับออเดอร์ก็จะมีหน้าร้านและผ่านทางเฟซบุ๊ก AOD AOD KANAGORN หากใครสนใจก็สามารถเดินทางมาชิมได้ที่ร้านหมูปลาร้าบายอ๊อดอ๊อด เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น.หรือโทรติดต่อได้ที่เบอร์ 085-8155360

ด้านคุณภาคภูมิ พงศ์ธรสาธร อายุ 29 ปี ลูกค้าที่มารับประทาน เปิดเผยว่า ตอนแรกพี่เค้าเปิดร้านตนเองก็มาลองเลยวันนี้ก็เลยมารับประทานสั่งมา 6 ไม้ทานคู่กับข้าวเหนียว ซึ่งรสชาติอร่อยมากในเรื่องของน้ำจิ้มและหมูที่อร่อยลงตัวมาก หากใครอยากลองขอแนะนำร้านนี้เลย อร่อยมากจนต้องซื้อกลับบ้านไปฝากที่บ้านเลยทีเดียว

ภาพ/ชรินทร์ วิจิตรกลาง

ข่าว/ณัฐพงศ์ อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา

“ธัญ”ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์”คานิท”เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธัญ”ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์”คานิท”เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี

"ธัญ"ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์"คานิท"เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี15 กันยายน 2563 – 08:33 น.

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีกับธัญบอดี้แคร์ (THANN Body Care) 

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” บุคลิกภาพที่ดีสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ การดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามเท่านั้น การมีผิวพรรณที่ดีก็สามารถสร้างจุดเด่น และเพิ่มความมั่นใจให้เราได้ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวจาก แบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ขนิษฐา ดรุณเนตร จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปแนะเคล็ดลับเลือกชุดสวยให้ดูดีอย่างมั่นใจควบคู่ไปกับการดูแลผิวพรรณ กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายอาทิ  ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก บอดี้ มิลค์’ (Rice extract body milk), ‘นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์’ (Nano Shiso Body Butter) และ ‘บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์’ (Bath & Massage Oil) โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม อาทิ แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา, เอมษิกา โชติวิจิตร และพลอยวารินทร์  ทรงปกรณ์  ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก  (The Athenee Hotel Bangkok)

"ธัญ"ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์"คานิท"เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี

ขนิษฐา ดรุณเนตร ดีไซน์เนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ได้แนะเคล็ดลับการเลือกชุดสวยให้ดูดีอย่างมั่นใจ พร้อมเทคนิคการดูแลผิวพรรณให้สวยโดดเด่นในทุกโอก ว่า ‘แฟชั่นสไตล์การแต่งตัว รวมถึงการใช้สีสันนั้นสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้หญิงในฐานะดีไซน์เนอร์เรารู้สึกว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้มีคำจำกัดความแบบตายตัวสำหรับการเลือกเสื้อผ้า สำคัญต้องรู้ว่าควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้เหมาะกับผิวพรรณ ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าต้องผิวขาวเท่านั้นถึงจะสวย แต่ เทรนในปัจจุบันจะเน้นแบบผิวสวยสุขภาพดี ทำให้การดูแลผิวนั้นมีสำคัญไม่น้อยไปกว่าการใช้เมคอัพและการเลือกชุดเลย ผู้หญิงทุกคนสามารถมีผิวสวยสุขภาพดีได้เพียงแค่ดูแลผิวอย่างถูกวิธี โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวกายไม่น้อยไปกว่าการบำรุงผิวหน้า เพื่อให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส 

การเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ครีมที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ครีมที่แพงที่สุด แต่ต้องเหมาะกับผิวเราที่สุด ส่วนตัวมีเคล็ดลับการดูแลผิว คือ ทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ 5 -10 นาที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนกำลังเปิด ทำให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มที่ เมื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้วจะช่วยเสริมให้ชุดที่เราเลือกใส่ดูดีไปด้วย นอกจากนี้การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างสาวๆที่มีรูปร่างอวบแนะนำให้เลือกใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ หรือสีน้ำตาล จะช่วยพรางสัดส่วนได้ดีกว่าสีอ่อนทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น ด้านซิลลูเอทถ้าเลือกเสื้อที่มีลักษณะเป็นคอวี จะช่วยให้คอดูเพรียวยาว และเทคนิคเล็กๆ สำหรับสาวรูปร่างอวบ คือ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่างจนเกินไปเพราะจะเป็นการเน้นให้เห็นสัดส่วนชัดขึ้น ควรจะเลือกสวมชุดที่หลวมนิดหน่อยจะช่วยให้ไม่ดูฟิตมาก สำหรับสาวตัวเล็กควรเลือกชุดที่มีความพอดีตัวเพื่อโชว์ให้เห็นสัดส่วน ส่วนสาวรูปร่างสูงควรเพิ่มแอคเซสซารี่อย่างเข็มขัดเข้ามาเพื่อช่วยให้เห็นส่วนโค้งเว้า และดูบาลานซ์ขึ้น 

การเลือกเสื้อผ้าเพื่อเสริมจุดเด่นและปิดจุดด้อยสำหรับสาวๆ หน้าอกเล็ก อาจจะเลือกสวมใส่ชุดที่ตกแต่งเพิ่มฟองน้ำบริเวณช่วงหน้าอกเพื่อช่วยเสริมให้หน้าอกไม่แบนราบและดูมีทรวดทรงได้มากขึ้น ส่วนสาวๆหน้าอกใหญ่ก็สามารถเลือกสวมชุดที่มีเลเยอร์อย่างเช่น ถ้าหากอยากใส่สายเดี่ยวก็สามารถเพิ่มเสื้อคลุมเข้ามา หรือสามารถเลือกชุดแบบปาดไหล่จะช่วยดึงดูดความสนใจในภาพรวมแต่ไม่เน้นบริเวณช่วงหน้าอกจนเกินไปได้ ส่วนเทคนิคการเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิวของเรานั้น สามารถแบ่งได้ดังนี้ สำหรับผิวสีซีด สีเหลือง หรือขาวเหลือง สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม แดง และชมพูเข้ม เพราะช่วยขับสีผิวให้ดูผิวผ่องยิ่งขึ้น แต่อาจไม่เหมาะกับสีขาว ชมพูอ่อน เหลือง ฟ้าอ่อน สีเบจ(น้ำตาลอ่อน) ส้ม และทอง เพราะทำให้สีผิวดูกลืนไปกับชุด

"ธัญ"ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์"คานิท"เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี

ถัดมาที่ผิวขาวใส หรือขาวอมชมพู สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน ชมพูอ่อน ม่วงซีด(สีดอกลาเวนเดอร์) ม่วงแดง สีลูกพลัม และสีเหลืองซีด แต่อาจไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง และสีเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น ดำ และส้ม ด้านผิวสีโทนน้ำตาล สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าสีโทนอบอุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน สีเบจ เขียวผลมะกอก ส้ม ทอง เทาเข้ม และน้ำตาลเข้ม แต่อาจไม่เหมาะดำ ขาว หรือโทนน้ำตาลอ่อน เพราะจะดูกลมกลืนไปกับสีผิว และผิวสีแทน หรือสีเนื้อ (ขาวอมส้ม) สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีซีด และสีอ่อนๆ เช่น ส้มพีช น้ำตาลอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลทอง ฟ้าน้ำทะเล เขียวอ่อน แดงเข้ม ฟ้า และแสด แต่อาจไม่เหมาะคือดำ และขาว ซึ่งเป็นสีที่ตัดกับสีผิว

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตอนเลือกซื้อชุด คือ เนื้อผ้า หรือชนิดของผ้าว่าเป็นแบบไหน ยับง่ายมั้ย ใส่แล้วคันมั้ย มีการระคายเคืองกับผิวหนังหรือเปล่า เนื้อผ้าชำรุดง่ายหรือเปล่า ในส่วนของซิลลูเอทควรจะลองสวมเสื้อผ้าก่อนซื้อเพื่อดูว่าเมื่อใส่แล้วการเคลื่อนไหวสะดวกไหม บางชุดอาจจะซิลลูเอทสวยแต่พอมาสวมใส่แล้วอาจไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิต ประจำวัน ส่วนการเลือกชุดสำหรับออกงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกชุดให้เข้ากับธีมของงานว่าธีมเป็นแบบไหน หลังจากนั้นก็ดูชุดที่มีสไตล์เข้ากับเรา บางคนอาจเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวด้วยการแมทช์สีสันให้เข้ากับบุคลิกตัวเองได้ หากคนที่ชอบความเรียบหรูก็สามารถเพิ่มเครื่องประดับอย่างต่างหู สร้อยคอ และแหวน เพื่อช่วยให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ไม่ยาก หากเป็นงานกลางคืนสำหรับสาวๆ ที่มีจุดเด่นบริเวณช่วงขาที่เรียวยาว ก็สามารถเลือกชุดเดรสผ่าข้างเผยโชว์ผิวบริเวณขา และสวมรองเท้าส้นสูง เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับตนเองได้’ 

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงและดูแลสุขภาพผิว ซึ่งประกอบไปด้วย ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก บอดี้ มิลค์’ (Rice extract body milk) ขนาด 320 มล. ราคา 650 บาท ครีมบำรุงผิวเปี่ยมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ อาทิ น้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) คุณภาพสูงที่ผสมน้ำมันลงในเนื้อครีมถึง 8% อุดมด้วยกรดไขมันที่จำเป็น วิตามีนอี และสารแกมมาออริซานอล ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ทรงประสิทธิภาพ และช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว ผสานความหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน มี 2 กลิ่นคือ อะโรมาติก วูด ( Aromatic wood) ที่ช่วยเติมเต็มความเบิกบาน มีชีวิตชีวา ด้วยส่วนผสมของส้ม, จันทน์เทศ และส้มแจงเจอรีน และกลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ ให้ความสดชื่นเบาสบายด้วยกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออกจากส่วนผสมของตะไคร้ และมะกรูด

"ธัญ"ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์"คานิท"เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี

‘นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์’ (Nano Shiso Body Butter) ขนาด 350 มล. ราคา 1,550 บาท ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของธัญ ด้วยเนื้อครีมที่เข้มข้น ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว อุดมด้วยคุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูมีสุขภาพดี เนียนนุ่ม น่าสัมผัส อาทิ สารสกัดอานุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract), โคโค่ บัตเตอร์ (Cocoa butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), สารสกัดจากรากต้นหญ้า (Imperata cylindrica root extract) และ   ลีคโอริซ เอ็กซ์แทร็ก (Licorice extract), โคโค่ บัตเตอร์ (Cocoa butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), โคกอน แกรส รูท เอ็กซ์แทร็ก (Cogon Grass Root Extract) และลีคโอริซ เอ็กซ์แทร็ก (Licorice Extract) มีให้เลือก 2 ชนิด คือนาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์ (Nano shiso body butter ) และอีเดนบรีซ บอดี้ บัตเตอร์ (Eden breeze body butter) (90% ของผู้ทดสอบผิวมีความกระจ่างใสขึ้น และผิวยังคงความชุ่มชื้นเพิ่ม 22.9% แม้เวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง) 

‘บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์’ (Bath & Massage Oil) ขนาด 295 มล. ราคา 990 บาท เติมเต็มความชุ่มชื้น คืนชีวิตชีวา   สู่ผิวด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ อาทิ น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil), น้ำมันอโวคาโดออแกนิค (Organic Avocado oil), น้ำมันดาวอินคาออแกนิค (Organic Inca Inchi oil) และน้ำมันมะกอก (Olive oil) มอบความชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน พร้อมมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ สูตรบางเบา ไม่เหนียว เหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขมุขน พร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ มีให้เลือก 6 กลิ่น คือ กลิ่นอะโรมาติก วูด (Aromatic Wood) เติมเต็มความเบิกบาน มีชีวิตชีวาด้วยส่วนผสมของ ส้ม จันทน์เทศ ส้มแทงเจอรีน และไม้จันทน์,  กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence) สดชื่นเบาสบายด้วยกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออกด้วยส่วนผสมของตะไคร้และมะกรูด, กลิ่นอีเดน บรีซ (Eden Breeze) ให้ความสงบสมดุล แฝงความอบอุ่นอ่อนหวานด้วยส่วนผสมของดอกมะลิและดอกกุหลาบ, กลิ่นอีสเทิร์น ออร์เชิร์ด (Eastern Orchard) สดชื่นรื่นรมย์ด้วยส่วนผสมของส้มยูซุ  มะนาว น้ำมันหอมระเหย และดอกมะลิ, กลิ่นสปริง ฟอเรสต์ (Spring Forest)  สะอาด สดชื่น มีชีวิตชีวาด้วยส่วนผสมของหญ้าแฝก เมล็ดถั่ว และเจอราเนียม และกลิ่นลาเวนเดอร์โรสแมรี่ (Lavender & Rosemary)  ที่มอบความผ่อนคลายด้วยส่วนผสมของดอกลาเวนเดอร์และดอกโรสแมรี่

และขอแนะนำอุปกรณ์เสริมสำหรับใช้คู่กับ ‘บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์’ (Bath & Massage Oil)  ราคา 990 บาท เพื่อสร้างความผ่อนคลาย ‘ฮอท มาสสาจ สโตน’ ( Hot Massage Stone) เพียงแช่น้ำร้อน  30  นาที

สำหรับบรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยให้เกียรติมาร่วมเผยเคล็ดลับเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี เริ่มที่สาวยิ้มสวย แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผยว่า ‘การมีผิวสวยสุขภาพดีมีความสำคัญต่อการแต่งตัวของเรา เพราะผิวสวยจะช่วยสร้างความมั่นใจให้การแต่งตัวไม่ว่าเราจะสวมใส่ชุดไหน ดังนั้นมายด์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวกายไม่น้อยไปกว่าผิวหน้าเลย จริงๆแล้วมายด์เป็นคนผิวแห้ง ดังนั้นเวลาเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันออแกนิค และส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ เพื่อบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่อย่างงั้นระหว่างวันผิวเราจะแห้งเป็นขุยได้ โดยจะทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มแบบสุขภาพดี ด้วยความที่มายด์เป็นคนสรีระช่วงบนเล็ก ช่วงสะโพกใหญ่ และขายาวก็มักจะเลือกสวมชุดที่โชว์เรียวขาอย่างเดรสผ่าหน้า หรือบางครั้งก็โชว์ช่วงบนอย่างเดรสสายเดี่ยวหรือชุดที่เข้ารูป ส่วนกางเกงก็จะเป็นกางเกงเอวสูงช่วยให้เอวดูเล็กลง’ 

"ธัญ"ร่วมกับดีไซน์เนอร์สาวสวยจากแบรนด์"คานิท"เผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิกพร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี

ถัดมาที่สาวมั่นใจ เอมษิกา โชติวิจิตร เล่าว่า ‘จินนี่เป็นคนผิวแห้ง จึงต้องบำรุงและดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ที่มีความเป็นเข้มข้นพิเศษอย่างบอดี้บัตเตอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่เสมอ เวลาออกงานก็จะชอบใส่ชุดเดรส โดยเน้นโชว์ผิวบริเวณช่วงไหล่ และแขนเป็นพิเศษ ส่วนโทนสีที่จินนี่ชอบนั้นจะเน้นโทนสีเบจ ดำ ขาว หรือถ้าท่อนบนเป็นสีๆ ท่อนล่างก็จะยังคงสีขาวหรือสีดำไว้ หรือว่าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็จะเลือกสวมชุดที่ปิดมิดชิดบริเวณช่วงแขนและหัวไหล่เพื่อพรางรูปร่าง สำหรับจินนี่แล้วการที่มีผิวสวยสุขภาพดีก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนก็ดูดีค่ะ’

ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย พลอยวารินทร์  ทรงปกรณ์ เผยว่า ‘จริงๆแป้งเป็นคนมีปัญหาเรื่องผิวเพราะว่าเป็นคนชอบตากแดด ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการดูแลผิวเลย ทำให้ผิวแห้งและเป็นกระ พอช่วงที่โตขึ้นก็รักสวยรักงามมากขึ้นจึงหันมาดูแลสุขภาพผิวตังเอง การทาครีมบำรุงผิวก็ช่วยให้สุขภาพผิวของเราดีขึ้น จริงๆ แล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณให้มากๆ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะดูแลเฉพาะผิวหน้าแล้วลืมดูแลผิวกาย แป้งเองก็มีช่วงที่ผิวขาวบ้างผิวเข้มบ้าง บางช่วงที่เราไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งเท่าไหร่ผิวก็จะขาวขึ้น เราก็สามารถแต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันสดใส ส่วนช่วงที่มีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ ผิวก็จะเข้มขึ้น แป้งก็จะเน้นการแต่งตัวด้วยโทนสีขาว หรือดำค่ะ’ 

อวดผิวสวยสุขภาพดีอย่างมั่นใจกับทุกชุดที่สวมใส่กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก บอดี้ มิลค์’ (Rice extract body milk) ขนาด 320 มล. ราคา 650 บาท, ‘นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์’ (Nano Shiso Body Butter) ขนาด 350 มล. ราคา 1,550 บาท และ‘บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์’ (Bath & Massage Oil) ขนาด 295 มล. ราคา 990 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ http://www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษณ, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) และสาขาถนนกลาง (ย่านเมืองเก่า) จังหวัดภูเก็ต

เริ่มแล้วกิจกรรม “กินปู ดูนา พาฟิน” อ.แจ้ห่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เริ่มแล้วกิจกรรม “กินปู ดูนา พาฟิน” อ.แจ้ห่ม

เริ่มแล้วกิจกรรม "กินปู ดูนา พาฟิน" อ.แจ้ห่ม

13 กันยายน 2563 – 09:36 น.

เริ่มแล้วกิจกรรม “กินปู ดูนา พาฟิน” อ.แจ้ห่ม โดยนักท่องเที่ยวได้เดินทางร่วมงานในครั้งนี้กันอย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.63 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมา  ณ ที่ลานอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือ ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง โดยนายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานเปิดงานเทศกาล “กินปู ดูนา พาฟิน” ครั้งที่ 1 โดยมีนายยุทธพงศ์ ไชยศร นายอำเภอแจ้ห่ม นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดลำปาง นายวิสูตร บัวชุม ผอ.ททท.สำนักงานลำปาง หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนที่ได้เดินทางมาร่วมงานกันครั้งนี้อย่างคึกคัก

สำหรับเทศกาล “กินปู ดูนา พาฟิน” ครั้งที่ 1 ซึ่งได้จัดขึ้นในวันที่ 11-12 กันยายน 2563 โดยจังหวัดลำปาง ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นจังหวัดลำปาง ส่งเสริมต่อยอดการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ที่ทำเกษตรปลอดภัย และได้ผลผลิตปูนาจากนาข้าวมาทำผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยววัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นจังหวัดลำปาง.

โดยจัดตั้งแต่เวลา 8.30 น.ได้มีจุดบริการรถสองแถวฟรี 3 จุด บริเวณคิวรถแจ้ห่ม หน้าสถานีรถไฟนครลำปาง และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดลำปาง ได้นำคณะนักท่องเที่ยว กว่า 80 คน เดินทางไปยัง อ.แจ้ห่ม สักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือ และไหว้พระขอพรเยี่ยมชมเงาพระธาตุ ที่วัดอักโขชัยคีรี ก่อนจะวนเที่ยวรอบตัวเมืองแจ้ห่ม เที่ยวชมสะพานไม้ไผ่ หรือขัวแตะบ้านม่วง จากนั้นได้ลงทุ่งนาจับปูนา สัมผัสกับพื้นที่จริงที่ร้านแอ่วอิ่ม อ.แจ้ห่ม ซึ่งได้มีกิจกรรมแข่งขันจับปูนาและมีรางวัลเป็นน้ำปูอร่อยๆให้กลับไปรับประทาน นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังได้เข้าเที่ยวชมสวนดอกไม้สวยงามที่ไร่ห่มฟ้า โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสนุกสนานและอบอุ่น.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

เยาวชน จ.พะเยาพร้อมผู้สนับสนุนกิจการสภาเด็กฯ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากผู้ว่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เยาวชน จ.พะเยาพร้อมผู้สนับสนุนกิจการสภาเด็กฯ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากผู้ว่า

เยาวชน จ.พะเยาพร้อมผู้สนับสนุนกิจการสภาเด็กฯ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากผู้ว่า

12 กันยายน 2563 – 11:00 น.

บ้านพักเด็กฯ จ.พะเยานำเยาวชนพร้อมผู้สนับสนุนกิจการสภาเด็กฯ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจให้เด็ก เยาวชนตลอดจนบุคคล องค์กรขึ้น ซึ่งได้ถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี

วันนี้ (11 กันยายน 2563) ทีศาลากลางจังหวัดพะเยา นายกมล เชียงวงค์ ผวจ.พะเยา เป็นประธานในการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานด้านจิตอาสาและสภาเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคประชาสังคมที่สนับสนุน ขับเคลื่อนกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ปี 2563 ที่จะถึงในวันที่ 20 กันยายน 2563 นี้  นางอัญชัญ  หวังระบบ  หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจงหวัดพะเยา กล่าวว่า การมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานด้านจิตอาสาและสภาเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เครือข่ายภาคประชาสังคมที่สนับสนุน ขับเคลื่อนกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยาด้วยดีเสมอมา ภายใต้แนวคิด “ เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน “ บ้านพักเด็กฯ และองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆทังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจการของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยาให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกๆครั้ง จึงได้มีมอบเกียรติยกย่องเชิดชูเกียรติขึ้น เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจให้เด็ก เยาวชนตลอดจนบุคคล องค์กรขึ้น ซึ่งได้ถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี

นายดิถดนัย ทาทาน  ประธานรุ่นนักศึกษาชั้นปีที่1 รุ่นที่ 75 วิทยาลัยพบาบาลบรมราชชนนีกรุงเทพ ผู้ได้รับเกียรติบัตรเด็กและเยาวชนที่มีผลงานด้านจิตอาสา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจและรู้สึกขอบคุณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา คณะกรรมการผู้พิจารณาที่เมตตาให้ตนเองได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และตนเองจะยังคงทำหน้าที่ของเยาวชนที่ดีต่อไป และหลังจากที่ใช้ทุนเสร็จจะกลับบ้านนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนากิจการของสภาเด็กฯให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป

นายศิริเฉลิม  ศรีแพงมูล ประธานสภาเด็กและเยาวชนอ.แม่ใจ เปิดเผยว่า รู้สึกดีที่ที่ได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียบรติในฐานะเด็กและเยาวชนผู้สนับสนุน ขับเคลื่อนกิจการสภเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา ขอขอบคุณบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่ดีดีเพื่อเด็ก เยาวชนและสังคมที่ผ่านมา ซึ่งก็สอดคล้อง กับ นายบรรเจิด หงษ์จักร นักประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยพะเยา บุคคลที่ได้รับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในครั้งนี้เช่นกัน กล่าวว่า สำหรับตนในฐานนะที่เคยทำกิจกรรมด้านเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดพะเยาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยรู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานการขับกิจกรรมสภาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดพะเยาที่ผ่านมา และขอบคุณทางมหาวิทยาลัยพะเยา ที่สนับสนุนและเปิดโอกาสให้ตนเองได้มาร่วมกิจกรรมดีๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนของจังหวัดพะเยา

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

คิด…แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว…ให้หายคิดถึงกระบี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คิด…แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว…ให้หายคิดถึงกระบี่

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่12 กันยายน 2563 – 00:00 น.

รู้มั้ยว่า… ทำไมบรรดานักท่องเที่ยวต่างก็คิดถึง และมีจุดหมายปลายทางมาที่กระบี่ นี่ไงล่ะเหตุผล

•กระบี่ได้รับการจัดอันดับว่ามีหมู่เกาะที่สวยงามติด 1 ใน 10 ของโลก
•กระบี่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โรงแรมที่พักมีให้เลือกตามแต่ละไลฟ์สไตล์ เหมาะสําหรับการพักผ่อนของทุกเพศทุกวัย
•สถานที่ท่องเที่ยวของกระบี่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ชายหาดที่เงียบสงบไปจนถึงกิจกรรมแอดเวนเจอร์ 
ขี่ช้าง เดินป่า ปีนเขา หรือ แม้กระทั่งล่องเรือ ดําน้ำชมปะการัง
•ทะเล กระบี่เป็นแหล่งท่องเทียวที่บริสุทธ์ สวยงาม เป็นแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าชายเลนและเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุสัตว์น้ำที่สําคัญในภาคใต้ของไทย
•จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของวิถีชุมชน ทําให้กระบี่มีวัฒนธรรม อาหารการกินที่หลากหลาย ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพื้นเมือง เรื่อยไปจนถึงอาหารตะวันตก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติอร่อย วัตถุดิบ สดใหม่ส่งตรงจากท้องทะเล


อย่าปล่อยให้ความคิดถึง…เป็นเพียงแค่ความรู้สึก ทราบเหตุผลกันแล้วใครที่ “คิดถึง…ต้องไปให้ถึง” ใครที่มาแล้วก็อย่าลืม “ส่งต่อ…ความคิดถึง”ให้คนอื่นได้มาถึงกระบี่…กันนะ


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมมาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติแห่งขุนเขาและสายน้ำ ไม่ว่าจะมากี่ปีก็ไม่มีเอ้าท์ จะมากี่ทีก็ไม่มีเหงา เหมาะแก่การพาครอบครัว คู่รัก หรือ Solo เดี่ยว คนเดียวก็เที่ยวได้ ตอบโจทย์ต่อการท่องเที่ยวแบบ New Normal กับมาตรการท่องเที่ยวกระบี่อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากโควิด 19 กับ 10 จุด เชคอิน กิน เที่ยว เฟี้ยว…ให้หายคิดถึงกระบี่ ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมมาอัพสตอรี่พร้อมๆ กัน!!!

1.เกาะกาโรส (เขากาโรส) หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า “หุบผาปีศาจสองอารมณ์” หนึ่งในสิ่งสร้างสรรค์ จากธรรมชาติ “เขากาโรส” เป็นหนึ่งในสถานที่ ที่ต้องแวะมา เพราะนอกจากนักเดินทางจะได้พบเจอกับกับผาหน้าปีศาจแล้ว นักเดินทางยังได้สัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์จากป่าชายเลนในบริเวณโดยรอบอีกด้วย อีกทั้งผู้ที่ชื่นชอบศิลปะต้องไม่พลาดที่จะแวะชม “ภาพเขียน 1000 ปี” ภาพเขียนที่มีอายุยาวนานราว 3000 – 5000 ปี ซึ่งอยู่ในบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ หรือที่เรียกกันว่า “แหลมท้ายแรด” 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


2.สระมรกต บ่อน้ำผุดสีเขียวเรืองรองคล้ายมรกต ของขวัญจากธรรมชาติ “สระมรกต” แหล่งรวมธรรมชาติสุดสมบูรณ์สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพต้องไม่พลาด “สระมรกต” เพราะมีมุมสวยๆ สีเขียวสดๆ รอนักท่องเที่ยวมาเปิดประสบการณ์ใหม่ เพิ่มสีสันให้มุมกล้อง อีกทั้งต้องไม่พลาด เตรียมผลัดผ้า แช่น้ำอุ่นๆ ชุ่มฉ่ำใจ

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


3.จุดชมวิวเขาหงอนนาค (อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี) จุดวัดใจ คนขาอ่อน “เขาหงอนนาค” ตั้งอยู่ในอทยานแห่งชาตินพรัตน์ธาราขหมู่เกาะพีพี เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติโดยตลอดเส้นทาง ที่เดินขึ้นไปเพื่อสู่จุดชมวิวบนยอดเขา มีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร โดยระหว่างเส้นทางจะมีฐานต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติในผืนป่า รวมทั้งหมด 13 ฐาน เช่น ฐานหม้อข้าวหม้อแกง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่มีต้นหม้อข้าวหม้อแกงขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือ ฐานที่มีมอสสีเขียวขึ้นปกคลุมพื้นหินมองดูเหมือนพรมปูพื้นสีเขียว และถึงจุดชมวิวสูงสุด จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เกาะใหญ่น้อยรอบๆ จังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


4.หาดไร่เลย์ สรวงสวรรค์สำหรับคนรักสงบ และนักปีนเขา ใครที่รักความสูงและความท้าทายพลาดไม่ได้ ต้องมาทำกิจกรรมที่นี่ หน้าผาหาดไร่เลย์ เป็นจุดปีนผา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักปีนเขาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ “หาดไร่เลย์” ตั้งอยู่ที่ ตำบลอ่าวนาง เป็นจุดเช็คอินที่ไม่แพ้ที่อื่นๆ ในเขตจังหวัดกระบี่ ที่นี่มีหาดทรายขาวเนียน น้ำทะเลเขียวใส มีภูเขาโอบล้อมเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ที่ชอบความสงบ นอกจากน้ำสวย ทะเลใสแล้ว หาดไร่เลย์ ยังได้ชื่อว่ามี “พระอาทิตย์ตก ที่สวยงามตรึงใจ” ยามเมื่อพระอาทิตย์ตก แสงแดด จะสะท้อนเงาจากหินลงไปที่อ่าวเป็นภาพที่งดงามติดอยู่ในใจมิรู้ลืม  

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


5.คลองหรูด และ คลองน้ำใส เดิมก่อนจะชื่อคลองหรูด ที่นี่มีชื่อว่าคลองหนองทะเล แต่เมื่อมีการกั้นฝายเพื่อกักเก็บน้ำ ทำให้คลองเหนือฝาย กลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ และตรงส่วนปลายฝายก็จะมีตะไคร่น้ำจับกันเป็นทาง จนทำให้กลายเป็นที่ผู้คนนิยมมาเล่นน้ำสไลเดอร์ กันสนุกสนาน และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อ “คลองหรูด” เนื่องจากภาษาใต้ คำว่า “หรูด” มีความหมายว่า “ลื่น” นั่นเอง และยังมีอีกชื่อเรียกนึง คือคลองน้ำใส เนื่องจากว่าน้ำที่นี่ใส  อีกทั้งคนชอบ “พาย” ต้องไม่พลาด เพราะที่นี่นอกจากจะมีน้ำใส ไหลเย็นเหมาะแก่การเล่นน้ำแล้ว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ นั่นก็คือ การพายเรือคายัค ชมธรรมชาติป่าพรุสองฟากฝั่ง สำหรับใครที่รักสายน้ำ ไหลเย็นฉ่ำ ต้องไม่ลืมที่จะแวะมาเช็คอินที่นี่ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


6.คลองท่าปอมหรือคลองสองน้ำ ตั้งอยู่ที่ ต.เขาคราม อ. เมือง อยุ่ในความดูแลของ อบต.เขาคราม เป็นลำธารสายสั้นๆ ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร กำเนิดจากแอ่งน้ำผุดบนเขาช่องพระแก้ว ไหลผ่านสระน้ำกลางป่าก่อนที่ไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ที่นี่ เป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศวิทยาในน้ำและบนพื้นดิน “คลองท่าปอม” ถูกเรียกว่า “คลองสองน้ำ” เนื่องจากทุกวันข้างขึ้น 12 ค่ำ ไปจนถึงข้างแรม 5 ค่ำ น้ำทะเลจะหนุนขึ้นสูงจนท่วมเข้ามาในคลองปอม ทำให้เกิดเป็นคลองน้ำกร่อย คลองแห่งนี้น้ำใสราวกระจก มองดูเป็นสีเขียวมรกต เนื่องจากมีสารละลายหินปูนหรือแคลเซียมคาร์บอร์เนตและกำมะถันปนอยู่มาก เป็นพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งระบบนิเวศแบบป่าพรุน้ำจืด แบบพื้นที่ชุ่มน้ำ แบบป่าดิบ และแบบป่าชายเลน จึงเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งปลาน้ำจืดและน้ำกร่อย 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่

7.ดินแดงดอย แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของตำบลหนองทะเลที่ได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวในพื้นที่และต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มนักถ่ายภาพ และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่า ชมธรรมชาติ  อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่เพียง 20 กิโลเมตร  สำหรับบรรยากาศ ดินแดงดอยสูงประมาณ 45 องศา เดินเท้า 300 เมตร ก็ถึงจุดชมวิว 360 องศา สามารถมองเห็นหุบเขาโดยรอบรวมทั้งทะเลในพื้นที่ตำบลหนองทะเล  จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถ ชมวิวทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า กลางหุบเขาหนองทะเล ได้อย่างใกล้ชิด

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


8.วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่ก่อตั้งมาอย่างช้านาน เป็นที่รู้จักและได้รับความศรัทธา อย่างล้นหลามทั้งประชาชนในจังหวัดกระบี่ และจากจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต่างทยอยเข้ามาสักการะกราบไหว้อย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หลวงพ่อจำเนียร” ประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือที่มีผู้คนเลื่อมใสศรัทธามาช้านาน ทำให้วัดถ้ำเสือเป็นที่โจษจันเป็นอย่างยิ่ง “วัดถ้ำเสือ” มีลักษณะ เป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผาและแหล่งถ้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ และที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด นั่นก็คือ “พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว” และมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ 600 เมตร ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการขึ้นไปสักการะ จะต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไป 1,237 ขั้น นอกจากจะได้สักการะพระเจดีย์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถชมวิวสวยๆ ในมุมกว้างได้อีกด้วย เรียกได้ว่า อิ่มบุญ อิ่มอก อิ่มใจ เพียงแค่แวะมาวัดถ้ำเสือ

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


9.มากระบี่ต้องไม่พลาด “ราชรส ติ่มซำ” ร้านติ่มซำสไตล์กวางตุ้งมีหลายเมนูให้เลือกชิม พร้อมเครื่องดื่มร้อน-เย็นอีกมากมาย สำหรับติ่มซำของร้านนี้จะเป็นแบบนึ่งสดทำสดใหม่ทุกวัน ทั้งขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา ลูกชิ้นปลา เบคอนพันเห็ด ฯลฯ นอกจากติ่มซำในเข่งที่มีวางไว้ให้เลือกแล้ว ก็ยังมีกุยช่ายไส้ต่างๆ ก๋วยเตี๋ยวหลอดนึ่งร้อนๆ ไส้ปู หมูแดง และไส้กุ้ง ใครที่เที่ยวในตัวเมืองกระบี่แล้วอยากเพิ่มพลังให้กระเพาะในยามเช้า แนะนำความอิ่มอร่อยและหลากหลายที่ร้านแห่งนี้เลย 

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


10.เมื่อมื้อเช้าได้ถูกย่อย ก็มาต่อที่ร้าน คลองกรวดซีฟู้ด ร้านอาหารพื้นบ้านของกระบี่ ร้านเล็กๆ แต่ความอร่อยนี่ไม่เล็กจัดเป็นร้านยอดฮิตของเมืองกระบี่เลยทีเดียว กับบรรยากาศร้านติดลำคลอง ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าชายเลนร้านตกแต่งแบบบ้านๆ สำหรับทีเด็ดของร้านนี้นั้นคือเมนูอาหารซีฟู้ดรสชาติจัดจ้าน สไตล์ปักษ์ใต้แท้ๆ  หน้าตาอาหารอาจดูพื้นๆ แต่รสชาติไม่ธรรมดารับรองว่าจะต้องติดใจ ขอเพิ่มอีกมื้อแน่นอน

คิด...แล้วไปให้ถึง10 จุด Check in กิน เที่ยว เฟี้ยว...ให้หายคิดถึงกระบี่


กระบี่ไม่ไกลอย่างที่คิด แต่ถ้าคิด…แล้วไปให้ถึง จะเดินทางโดยรถส่วนตัว รถทัวร์ หรือสายการบิน ก็รอพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวที่กระหายความคิดถึงทุกคน …ยังมีเรื่องราว เรื่องเล่า อีกมากมายที่รอให้ไปสัมผัสกับการท่องเที่ยวตามแบบฉบับชีวิตวิถีใหม่ รักษ์ธรรมชาติ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมพร้อมร่วมสนับสนุนร้านอาหาร ที่พัก โรงแรม ของพี่น้องคนไทยไปด้วยกัน เที่ยวเมืองไทยสไตล์ไหนก็เท่…ว่ามั้ย!! #คิดถึงกระบี่ #คิด…แล้วไปให้ถึง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ โทร.0-7562-2163

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 11 กันยายน 2563 – 19:00 น.

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล พัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้

 
ปัจจุบันสังคมโลกได้เปลี่ยนไปจากเดิมแล้วอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G หนีไม่พ้น smart device ในวิถีชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารในมือถืออย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีสาขาต่างๆ ทั้งวงการแพทย์ บันเทิง การผลิต การขนส่ง การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันการพัฒนาทางด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมั่นคง ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจและสังคม ก็ต้องเร่งให้พัฒนาอย่างเท่าทันและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของกระแสโลกเช่นเดียวกัน 

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ได้เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของเราทุกคนทุกวงการ ทั้งชีวิตส่วนตัว การทำงาน การผลิต วงการก่อสร้าง วงการอุตสาหกรรม การให้บริการ การเงิน การติดต่อสื่อสาร  ส่งผลให้ผู้ประกอบการและภาคการศึกษาต้องปรับตัว เพื่อให้เท่าทันการแข่งขัน สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นนต้องพึ่งพาเทคโนโลยียุคใหม่ในการขับเคลื่อนทั้งสิ้น  
        

“สำหรับสถาบันการศึกษา ทักษะและงานแห่งอนาคต ส่วนใหญ่จะต้องทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ AI มีความชำนาญด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่งานอนาคต สถาบันการศึกษาจึงต้องเร่งปรับหลักสูตรให้เข้ากับสถานการณ์และความต้องการของตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หลักสูตรวิศวกรรมระบบการผลิตขั้นสูง หลักสูตรการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม หลักสูตรวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงานเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบุคลากรระหว่างกัน เตรียมบัณฑิตยุคใหม่ให้พร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ วิชาการ และความเชี่ยวชาญการปฏิบัติ รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการมีบุคลากรอย่างเพียงพอในสายงานที่ประเทศชาติและทั่วโลกต้องการ ถือเป็นสร้างโอกาสการแข่งขันและการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติได้ในอนาคต” อธิการบดี กล่าว 
       

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

ด้าน ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า สำนักบริหารงานวิจัยและและนวัตกรรม พระจอมเกล้าลาดกระบัง หรือ KRIS (KMITL Research and Innovation Service) ได้จัดพื้นที่ภายนอกสถาบันฯ ชื่อว่า “พื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace” เพื่อให้เป็นพื้นที่บ่มเพาะและพัฒนานวัตกร สู่การเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในธุรกิจดิจิทัล กำหนดขอบเขตการพัฒนานวัตกรรมใน 4 ด้านหลัก คือ  

1.ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาระบบ AR VR การพัฒนาโรโบติก การพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตออฟติง (IoT) การพัฒนาแอปพลิเคชัน เป็นต้น  
2.ด้านไบโอเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับสังคมผู้สูงอายุ การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารและการเกษตร เป็นต้น  3.ด้านโลจิสติกส์และพลังงาน อาทิ ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบ GPS การพัฒนาพลังงานสะอาด การพัฒนาสมาร์ทซิตี้  
4.ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง แฟชั่น เป็นต้น ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ 
        

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

“พื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 อาคารเพกาซัส ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถนนสุขุมวิท ศูนย์กลางด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดพื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace เพื่อสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการในธุรกิจดิจิทัล ในอันที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยนวัตกรรม, เพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สู่การเป็นชุมชนนวัตกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้ (Acknowledge – Based – Economy), เพื่อให้ความรู้ทั้งในรูปแบบห้องเรียน เวิร์คชอป และเทรนนิ่งด้านเทคนิคและธุรกิจ สู่การสร้างสังคมผู้เชี่ยวชาญในโลกดิจิทัล (Professional Society), ส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในไทย ส่งเสริมสังคมความร่วมมือและเครือข่ายธุรกิจดิจิทัลให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น  
 

กลุ่มเป้าหมายของพื้นที่นักสร้างสรรค์ – NEXT Creatorspace คือ นักเรียน นักศึกษา อาจารย์, บุคลากรด้านงานนวัตกรรมและงานวิจัย, สื่อมวลชน และบุคคลทั่วไป โดยความร่วมือกันระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และทรู ดิจิทัล พาร์ค  
 

“เราคาดหวังว่าศูนย์ NEXT Creatorspace จะเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย เป็นพื้นที่เผยแพร่การดำเนินงานวิจัยของบุคลากรสถาบันสู่สาธารณชนและผู้สนใจทั่วไป และเป็นพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นระหว่างนักวิจัย อาจารย์ กลุ่ม start up และผู้ที่สนใจในงานวิจัย” ผศ.ดร.รัชนี เผย
        

เปิดศูนย์ NEXT Creatorspace  นวัตกรสตาร์ทอัพในโลกดิจิทัล 

ภายในงานเปิดศูนย์ NEXT Creatorspace ยังได้มีเสวนาพิเศษในหัวข้อเรื่อง “การขับเคลื่อนนวัตกรรมแบบครบวงจรในโลกยุคดิจิทัล” จาก ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ดร.ธีรวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงาน Data Innovation ธนาคารกรุงไทย และ ดร. ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค อีกด้วย

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม “มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม “มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ” 

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 11 กันยายน 2563 – 17:53 น.

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนแห่งประเทศไทย (AWEN Thailand)  ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ (โควิด-19)


เพื่อส่งเสริมความรู้ เพิ่มทักษะและโอกาสในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชนสตรีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจจากสถานการณ์โควิด-19 ให้มีรายได้ ในยุควิถีชีวิตใหม่  (New Normal)   คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล   ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนแห่งประเทศไทย (AWEN Thailand) ร่วมกับ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันเปิด “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ (โควิด-19)” โดยมีหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การปรับแนวทางและกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ยุคโควิด 19   การปรับโมเดลธุรกิจสู่การขายและการตลาดออนไลน์ และการรณรงค์สร้างวินัยทางการออมเงิน   การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และพบพี่เลี้ยงทางธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ห้องประชุม เอ็มเอสซี ฮอลล์ (MSC Hall) โรงแรมรามาดา พลาซ่าแม่น้ำริเวอร์ไซด์ เมื่อวันก่อน

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล   ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนแห่งประเทศไทย (AWEN Thailand) และประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์  กล่าวขอบคุณ ดร.ปรเมธี  วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ที่ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการอบรมและแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ”  รวมถึง ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผศ.ดร.มานา  ปัจฉิมนันท์  คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย, ดร.อารดา มหามิตร  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, นางจรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ, นางสาวฐิตินันท์ วัธนเวคิน ประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี และรองประธานสหพันธ์ฯ, ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ให้เกียรติมาร่วมถ่ายทอดความรู้ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาสตรีและครอบครัว  รวมทั้งผู้ประกอบการสตรีในชุมชนทั่วประเทศ ที่เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้
              

จากนั้น คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562  เป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลให้มนุษย์ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำรงชีวิตครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน   มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้เกิดรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ ที่แตกต่างจากอดีต หรือที่เรียกว่า  New Normal ซึ่งได้มีผู้ที่เสนอแนะแนวทางปฏิบัติสำหรับชีวิตวิถีใหม่ให้แก่คนไทย  ไว้หลายประการ  เช่น การนำเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตลอดจนแพลตฟอร์มแผนธุรกิจขององค์กรต่างๆ ที่เน้นรูปแบบออนไลน์ สามารถโอนและชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ และพัฒนาโลจิสติกส์แบบเดลิเวอรี่ เพื่อให้บริการด้านความสะดวกแก่ผู้บริโภค เป็นต้น
    

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

สำหรับการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ครั้งนี้ ได้แบ่งเป็น 5 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาชิกในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว สังกัดกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั่วประเทศ ผู้แทนจากชุมชนกลุ่มผู้ประกอบการสตรี ชุมชนกลุ่มวิชาชีพสตรี ทั่วประเทศ สมาชิกในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว สังกัดกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว   กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง  ของมนุษย์ทั่วประเทศ ชุมชนกลุ่มผู้ประกอบการสตรี ชุมชนกลุ่มวิชาชีพสตรี ทั่วประเทศ และประชาชนทั่วไป     การจัดอบรมครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ประกอบการสตรีอาเซียนใน 3 ประเด็นหลัก คือ  การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ (Sustainability),  การส่งเสริมธุรกิจเข้าสู่ตลาดดิจิทัล (Digitalization) และ  การส่งเสริมวินัยการเงิน (Financial Inclusion) ที่ผู้แทนเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนในภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อค้นหาแนวทางพัฒนาความก้าวหน้าของผู้ประกอบการสตรี โดย เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนประเทศไทย (AWEN Thailand) ได้เสนอแนวทางการพัฒนาโครงการรณรงค์สร้างวินัยการเงินพร้อมทั้งมอบคู่มือแนวปฏิบัติการพัฒนาโครงการ (Financial Discipline Project Development Guideline) ให้กับประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอีก 9 ประเทศ เพื่อถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมของสตรี ยกระดับสุขภาวะ คุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งหารือร่วมกันในการพัฒนายุทธศาสตร์ในด้านต่างๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ เพื่อสร้างแนวคิดและหนทางปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้อยู่รอดในภาวะวิกฤตการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุน ผู้ประกอบการขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ และสร้างเกราะป้องกันและแนะแนววิธีการแก้ไขปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ให้แก่เศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศนำองค์กรก้าวผ่านพ้นวิกฤตที่รุนแรงครั้งนี้ไปด้วยกัน”
  

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

ต่อมา ดร.ปรเมธี วิมลศิริ แสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ  ว่า  “จากการที่ภาครัฐประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์ ให้ทุกคนอยู่บ้าน และการเว้นระยะห่างทางสังคม มองได้ว่าเป็นการให้ภาระแก่สตรีมากขึ้น สตรีมีภาระในบ้านมากมายอยู่แล้ว เมื่อต้องอยู่บ้านก็ต้องรับภาระงานในบ้าน ดูแลคนในครอบครัวมากขึ้นกว่าปกติ กล่าวได้ว่า สตรีเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่ากลุ่มอื่น ยังไม่ต้องกล่าวถึงความเครียดที่ต้องอยู่บ้านนานๆ ไปทำงานไม่ได้ ครอบครัวขาดรายได้ อยู่ในครอบครัวที่มีผู้พึ่งพิง (เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และดูแลเด็กๆ) และต้องรับภาระค่าใช้จ่าย รวมไปถึงความรุนแรงในครอบครัว  ยังไม่นับครอบครัวที่ต้องประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจหรือ  ขาดรายได้จากการถูกให้ออกจากงาน  ทว่าในทางกลับกัน จากมาตรการล็อคดาวน์ ก็มีข้อดีอยู่ด้วย เพราะจากการสำรวจก็พบว่า ในบางครอบครัวกลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการเพิ่มพูนรายได้ให้ครอบครัว โดยใช้ทักษะความสามารถที่มีอยู่แล้ว เช่น ทำอาหาร ขนม ทำสินค้าผลิตภัณฑ์ด้วยมือ สินค้าประดิษฐ์ต่างๆ ขายสินค้าทางออนไลน์ โดยสตรีและลูกช่วยกันผู้ผลิตสินค้า และคู่หรือสามีรับผิดชอบการขนส่งไปถึงมือลูกค้า เป็นการเพิ่มรายได้ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ครอบครัว จนกลายเป็นว่าอาชีพเสริมที่ทำช่วงโควิด กลายเป็นอาชีพหลักที่มีรายได้มากกว่างานประจำ และค้าขายออนไลน์จนสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ครอบครัวอื่นๆและชุมชน และก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ใหม่ๆ มากมายด้วยฝีมือคนไทย
    

ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ต่างก็มีความตั้งใจช่วยเหลือ เยียวยาทุกกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของแต่ละภาคส่วน โดยมีจุดร่วมคือเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก หรือเศรษฐกิจในชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ชุมชนมีกำลังใจต่อสู้กับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาวะวิกฤตโควิด-19 และประชาชน โดยเฉพาะสตรีในชุมชน มีกำลังใจ มีความมุ่งมั่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองในทางที่ดีขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว สำหรับการจัดโครงการอบรมในครั้งนี้หวังว่า ผู้เข้าร่วม จะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในยุคของวิถีชีวิตใหม่ ทั้งการวางแผนธุรกิจ การตลาด การเงิน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในทางที่ดีขึ้น สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับครอบครัว และกลุ่มอาชีพตนเอง และสามารถนำความรู้ไปขยายผลต่อให้สมาชิกกลุ่มอาชีพและในชุมชนได้” ดร.ปรเมธี วิมลศิริ  กล่าว
 

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กล่าวถึงความร่วมมือ 6 ภาคี เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมาของการตกลงความร่วมมือ และบรรยายพิเศษ เรื่อง “รู้เรื่องเงินเปลี่ยนชีวิต ฝ่าวิกฤติอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว เสริมศักยภาพสตรีให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จากระดับบุคคลสู่ครัวเรือนและชุมชน ที่สำคัญเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงปลอดจากภาระหนี้สิน


“โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ด้านการวางแผนการเงินการลงทุน แก่บุคลากรและสมาชิกของภาคีเครือข่าย ให้สามารถบริหารจัดการ วางแผน และเก็บออมเงิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณ และเพื่อให้เป็นโครงการนำร่อง ในการรณรงค์ให้เกิดกระแสการสร้างวินัยทางการเงินแก่องค์กรสมาชิกตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน จากความสำเร็จของโครงการฯ ทำให้มีภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ 144 บริษัท สร้าง “วิทยากรพี่เลี้ยงทางการเงิน” 1,071 คน ที่สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับ ไปเผยแพร่อีกกว่า 3,492 คน ทำให้มีผู้ได้รับสื่อความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการลงทุนออนไลน์ 238,192 คน ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อธุรกิจและบุคคล ยังทำให้เราเห็นว่า ทักษะด้านวางแผนการเงินมีความสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยให้แต่ละคนสามารถบริหารจัดการชีวิต ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ และพร้อมรับมือกับความผันผวน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ซึ่งจากการดำเนินโครงการในครั้งนี้ จึงเชื่อมั่นได้ว่าทุกท่านจะได้นาองค์ความรู้ ไปต่อยอดขยายผลได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเงินในทุกระดับ จากบุคคล สู่ครัวเรือนและชุมชน อันนาไปสู่การเป็นรากฐานที่มั่นคง ให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของไทยต่อไป” ดร.ภากร กล่าว
 

ในฐานะที่ปรึกษาสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ และวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางจรรย์สมร วัธนเวคิน  กล่าวถึงการ “สร้างพลังและกระตุ้นแรงจูงใจแห่งความสำเร็จ หรือทำสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จ” ซึ่งให้สอดคล้องกับโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสตรีชุมชนในยุควิถีชีวิตใหม่ว่า เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจในการมุ่งมั่นดำเนินการให้เกิดเป็นผลสำเร็จได้นั้น ต้องประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ คุณสมบัติของสตรี, การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย และ ใจที่พร้อมสู้ 
 

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียแห่งประเทศไทยร่วมกับพม.จัดอบรม "มองเศรษฐกิจไทยภายหลังโควิด19 : ผลกระทบต่อสตรีในหลากหลายมิติ" 

“เมื่อกล่าวถึง คุณสมบัติของสตรี ประกอบด้วย ความเข้มแข็ง, เคารพตัวเอง, พึ่งตัวเองได้, ตระหนักในความเป็นแม่, มีบทบาทต่อสังคมและประเทศ และสนในกิจกรรมของสตรีระหว่างประเทศ สำหรับหลักประการที่สอง นั่นคือ การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า คนต่างวัยสามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยความรู้ความสามารถเฉพาะตัว ยกตัวอย่าง คน 3 วัย ได้แก่ วัยวัฒนา คือผู้สูงอายุ ทำหน้าที่เป็นคลังสมอง, วัยพัฒนา คือผู้ที่กำลังทำงาน เป็นคลังปัญญา และ วัยก้าวหน้า คือผู้เริ่มทำงาน ซึ่งมีความสันทัดด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์การสื่อสาร ถือเป็นคลังอนาคต เป็นกลุ่มคนยุคใหม่ที่จะเป็นผู้สืบทอดที่มีคุณภาพและเป็นความหวังของสังคม ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้อาวุโสต้องมีเมตตาและให้อภัย ในขณะเดียวกันผู้เยาว์ก็ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเคารพและความกตัญญู มาถึงหลักการที่สาม ใจพร้อมสู้ นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะใจที่คิดสู้จะทำให้มีความกระตือรือร้น, มีความมุ่งมั่น, มีความยืนหยัด, มีความรับผิดชอบ, มีวินัย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของผู้คนรอบตัว” นางจรรย์สมร กล่าวพร้มอกับย้ำข้อคิดว่า ในวิกฤตจะมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ เมื่ออยากก้าวหน้าต้องหาโอกาส อยากประสบความสำเร็จ