พะเยา แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดสวย ผุดไอเดียขึ้นป้ายช่องทีวีช่องต่างๆเรียกลูกค้า ทิ้งท้าย”ยังไม่มาสักช่อง” ท้าชิมท้าถ่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พะเยา แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดสวย ผุดไอเดียขึ้นป้ายช่องทีวีช่องต่างๆเรียกลูกค้า ทิ้งท้าย”ยังไม่มาสักช่อง” ท้าชิมท้าถ่าย

พะเยา แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดสวย ผุดไอเดียขึ้นป้ายช่องทีวีช่องต่างๆเรียกลูกค้า ทิ้งท้าย"ยังไม่มาสักช่อง" ท้าชิมท้าถ่าย26 กรกฎาคม 2563 – 23:56 น.

พะเยา แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสุดสวยแซบ ผุดไอเดียเรียกลูกค้า ขึ้นป้าย ช่องทีวีเรียกลูกค้า ท้าชิมท้าถ่าย

วันที่ 26 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระใจกลางเมืองพะเยา ตั้งอยู่บริเวณหลังศาลากลางเลขที่ 305/10 ต.ต๋อม อ.เมืองจังหวัดพะเยา เป็นร้านที่ต้องบอกว่า แค่มองผ่าน ไม่ได้จริงๆ  เพราะมีแม่ค้าคนสวยที่ ดึงดูดสายตาของลูกค้า และข้อความ ที่เขียนไว้ในป้ายหน้าร้านเป็นที่สะดุดตาและดึงดูดลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมา   ชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระใจกลางเมืองพะเยา  พร้อมมีโลโก้ของสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ  และทิ้งท้ายด้วยข้อความที่ว่า  “ยังไม่มาสักช่อง แต่รับรองอร่อยแน่นอน” ลูกค้าที่เห็นแม่ค้าและป้ายโฆษณาของทางร้าน ต่างจำต้องแวะเวียนเข้ามาชิมฝีมือก๋วยเตี๋ยว ไก่มะระและเชลฟี่กับเจ้าของร้าน

สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระใจกลางเมืองพะเยาสร้างความฮือฮาไม่น้อยทีเดียว ซึ่งทางเจ้าของร้านได้ไอเดียที่ดึงดูดลูกค้าไม่แพ้ร้านอื่นด้วยความแซบของแม่ค้าและความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวที่มีเนื้อไก่เน้นนุ่มจะเนื้อร่อนละลายในปาก แต่ที่สร้างความตลึงพรึงเพริดก็เห็นจะเป็นแม่ค้าสาวสวย แต่งตัวเซ็กซี่เบาๆ ยืนลวกก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้าน และนอกจากก๋วยเตี๋ยวยังมีความน่าสนใจที่ดึงดูดลูกค้าด้วยแผ่นป้ายโฆษณาที่มีข้อความแบบฮาๆ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระใจกลางเมืองพะเยา  พร้อมมีโลโก้ของสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ  ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยข้อความที่ว่า  “ยังไม่มาซักช่อง แต่รับรองอร่อยแน่นอน” ทำให้บรรยากาศภายในร้านที่มีลูกค้ากำลังนั่งรับประทานต่างพากันตื่นเต้น

น.ส ปุญรดา รัชชหิรัญโภคิน (น้องเอย)อายุ25 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปกติไม่ได้แต่งตัวหวือหวาอะไรแต่ตนเองเคยถ่ายแบบมาก่อนเลยลองแต่งตัวเซ็กซี่และถ่ายลงโซเซียล ซึ่งเป็นการเรียกลูกค้าอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระที่ตนเองมาทำเริ่มแรกเป็นคนชอบทานก๋วยเตี๋ยวไก่และชอบไปทานร้านนี้ทุกวันจึงได้ชื้อสูตรจากทางร้านนี้มาและมาทำขายเริ่มขายวันแรกก็มีลูกค้าติดอกติดใจรสชาตซึ่งทางร้านจะเน้น ต้มตุ๋น ข้อ ขา เท้า และ ปีก ไก่ ไม่มีเครื่องใน จะตุ๋นจนเปื่อยแค่ตักเข้าปากแล้วใช้ลิ้นก็ละลาย และน่องไก่เป็นไซส์ไม่เล็กไม่ใหญ่ เนื้อน่องนุ่ม เคี้ยวทีเหมือนจะละลายในปาก สำหรับ ก๋วยเตี๋ยวมีทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ หมี่ขาว หมี่เหลือง ฯและมีซุปเปอร์ตีนไก่ทางร้านขายไม่แพงเริ่มต้นชามละ 40 บาท พิเศษ 50 บาท ทางร้านยังจัดมะระหั่นสดๆ เติมไม่อั้น ผักสดอื่นๆ สนใจจะไปชิมร้านเปิดขายตั้งแต่เวลา 09.00น.- 17.00 น.ทุกวัน อยู่หลังศาลากลางจังหวัดพะเยา หรือโทรสั่งล่วงหน้าโทร 089-3299995(น้องเอย)

  ปัญญา เพชรแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดพะเยา

สุดฟิน ยอดเขาหลวงสุโขทัย คึกคักนทท.สัมผัสอากาศเย็น ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดฟิน ยอดเขาหลวงสุโขทัย คึกคักนทท.สัมผัสอากาศเย็น ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น

สุดฟิน ยอดเขาหลวงสุโขทัย คึกคักนทท.สัมผัสอากาศเย็น ทะเลหมอก  พระอาทิตย์ขึ้น

26 กรกฎาคม 2563 – 23:33 น.

สุโขทัย หยุดยาวยอดเขาหลวงคึกคักนักท่องเที่ยวสัมผัสอากาศเย็น ทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น

วันหยุดยาวนี้ยอดเขาหลวง อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย เป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเลือกไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น ชมทะเลหมอก  พระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตก เพราะนอกจากจะอากาศดีแล้ว ยังทดสอบความท้าทายของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นที่ยอดดอยเขาหลวง อุทยานแห่งชาติรามคำแหง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย อุณหภูมิเย็นสบายประมาณ 20  องศาเซลเซียส โดยที่นี่เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ท้าทายความสามารถสมรรถภาพของนักท่องเที่ยว จนมีการเปรียบเทียบว่าเขาหลวงสุโขทัยเปรียบเสมือนชายหนุ่ม ส่วนภูกระดึงเปรียบเสมือนหญิงสาว เนื่องจากเป็นยอดเขาที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ประกอบด้วย 4 ยอดเขาสำคัญ คือ ยอดเขาเจดีย์ ยอดเขานารายณ์ (จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น) ยอดเขาภูกา และยอดเขาแม่ย่า (จุดชมพระอาทิตย์ตก) ระยะทางจากเชิงเขาถึงยอดเขาประมาณ 3.5 กิโลเมตร และมีความลาดชันถึง 45 องศา เกือบตลอดเส้นทาง ใช้เวลาในการเดินทางขึ้นเขาประมาณ 3 ชม. อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงยอดเขาจะพบกับลานกว้างบรรยากาศสวยงามสามารถชมทิวทัศน์โดยรอบของเมืองสุโขทัย ชมพระอาทิตย์ตกที่ยอดเขาพระแม่ย่าและพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานารายณ์

นายสว่าง สิทธิชยาพรกุล หน.อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เปิดเผยว่า ขณะนี้ อุณหภูมิบนยอดเขาหลวงจะอยู่ที่ประมาณ 20  องศาเซลเซียส ทำให้ช่วงวันหยุดยาวหรือวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เพื่อขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวและชมทะเลหมอกกันอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะนำเต็นท์ขึ้นไปกางนอนค้างคืนบนยอดเขาหลวง  ซึ่งทางอุทยานฯได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวด้วยระบบนิว นอมอล อย่างเต็มที่

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/438303/40201/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/438303/40202/news

จัดว่าฮิต ยังไม่เปิดแต่นทท.ทะลักเที่ยวสกายวอร์คกว่าสี่พันคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จัดว่าฮิต ยังไม่เปิดแต่นทท.ทะลักเที่ยวสกายวอร์คกว่าสี่พันคน

จัดว่าฮิต ยังไม่เปิดแต่นทท.ทะลักเที่ยวสกายวอร์คกว่าสี่พันคน26 กรกฎาคม 2563 – 22:39 น.

อ.เชียงคาน จ.เลย   แม้จะยังไม่ประกาศเปิดการท่องเที่ยว  แต่ นทท.ถือเอาช่วงวันหยุดย่าว 4 วัน เดินทางเที่ยวเชียงคานและขึ้นชมสกายวอร์คแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นใหม่ป้ายแดงกว่า 4,000  คน/วัน.

วันนี้ 26 ก.ค. 2563  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า  พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เชียงคาน  มอบหมายให้ สายตรวจ ต.ปากตม/ต.หาดทรายยขาว ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่สกายวอล์คภูพระใหญ่ บ้านท่าดีหมี ต.ปากตม มีรถบริการรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้น -ลง  จุดคัดกรอง ชุด ชรบ.อำนวยการจราจร นักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากวันหยุดหลายวัน 26-28 ก.ค.2563  นี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยความแออัดและการจราจรติดขัด   เนื่องมาจาก นทท.อาศัยช่วงวันหยุดยาว 4 วันเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงคาน จ.เลย จุดมุ่งหมายคือถนนชายโขงชุมชนบ้านไม้เก่า ภูทอด แก่งคุดตู่และเลยไปที่ภูลำดวน    อ.ปากชม โดยสร้างโปรแกรมท่องเที่ยวตลอด 4 วันบนเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันสะดวก รวดเร็วและ  มีความปลอดภัยสูง   ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำโขง ไทย-สปป.ลาว  แต่ต้องผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นใหม่ล่าสุดของจ.เลย นั่นคือ” สกายวอร์ค”       ณ ภูพระใหญ่ บ้านท่าดีหมี ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย  ริมฝั่งแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขง  หรือที่เรียกว่า”แม่น้ำสองสี”   การไหลมาบรรจบกันของสองแม่น้ำเหือง-โขง  สกายวอร์คแม้จะสร้างเสร็จเรียบร้อยมาหลายเดือนและผ่านการสอสอบการท่องเที่ยวมาแล้ว 2 ครั้ง ๆ1-3  วัน  แต่ยังไม่สามารุเปิดเป็นทางการได้ เนื่องจากต้องพัฒนา ปรับปรุงอีกเกือบ  10 ประการ  โดยเฉพาะสถานที่จอดรถของ นทท. ห้องน้ำห้องสุขาและร้านค้า อาหาร สินค้าที่ระลึก ถนนที่คับแคบ คาดว่าจะเปิดท่องเที่ยวได้ประมาณเดือน ต.ค.2563

แต่ความต้องการของ นทท.เมื่อเป็นทางผ่านก็ย่อมแวะเข้าไปจนถึงด้านล้างของ”สกายวอร์ค” ที่ห่างเพียง 1 กม. เมื่อยังไม่มีรถยนต์ขนขึ้นเที่ยวก็เดินเท้าขึ้นเอง   ทางอำเภอ  ตำบลและผู้ใหญ่บ้านสุดที่จะห้ามได้  ความแออัดยากลำบากก็ตกอยู่กับคณะกรรมการชมรมการท่องเทียวภูพระใหญ่ ต.ปากตม  จนท.ตำรวจ จราจร อาสาสมัคร อปพร.ตำรวจหมู่บ้านท่าดีหมีต้องบริหารจัดการคัดกรองวัดอุณหภูมิ  งัดไข้ การสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า แจกบัตรคิวแต่ละสี  ขึ้นเที่ยวได้ครั้งละ 50  คนๆละ 15 นาทีเท่านั้น  เว้นระยะห่างอีกด้วย   เปลี่ยนรองเท้าขึ้นเหยียบ เดินบนกระจก     กันตลอดทั้งวัน  เฉลี่ย 4,000  คน/วันในช่วงดังกล่าวนี้  ได้แต่ขอความร่วมมือจาก นทท.ว่า”ขอร้องอย่าโพสอย่าลงไลน์ว่าเปิดแล้ว”    

บุญชู  ศรีไตรภพ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่”มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่”มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์”

 นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่"มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์"26 กรกฎาคม 2563 – 22:37 น.

วันหยุดยาว นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่”มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์”

วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.30 น. ที่วัดภูตะเภาทอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นวันที่ 2 ช่วงหยุดยาว 4 วัน มีนักท่องเที่ยวหลายพันคน ทยอยเดินทางมาชมความงามก้อนหินทรายขนาดใหญ่รูปร่างแตกต่างกันไปรอบสถานที่วัดแห่งนี้  ขอโชคลาภ ความรัก หน้าที่การงาน สุขภาพ รวมทั้งการสะเดาะเคราะห์ ด้วยการคลานรอดท้องหินเรือสำเภาทองก้อนใหญ่มหึมา เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย จากสิ่งเลวร้าย มนต์ดำ หรือสิ่งอัปมงคล และมีโชคลาภตามความเชื่อ ที่มีรอยฝ่ามือแดง คนยุคโบราณ อายุราว 2,500 ปี ที่บริเวณหัวเรือสำเภาทอง

ต่อด้วยเข้ากราบสักการะขอพร หลวงพ่อหินหยกให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ขอพรจากองค์เจ้าปู่”มุจลินทร์นาคาราช” ที่ประดิษฐ์สถานอยู่รอบสระโบกขรณี ให้สำเร็จในหน้าที่การงาน ความรักและการครองเรือน และอฐิฐานรูปปั้นองค์เจ้าปู่”มุจลินทร์นาคาราช” องค์ที่ 2 อยู่บนประตูทางเข้าสู่เมืองบาดาล หรือขุมทรัพย์ขององค์เจ้าปู่ฯ หลังทำพิธีบวงสรวงแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขึ้นไปถ่ายรูปชมวิว 180 องศา เหนือถ้ำฤาษี ก่อนเดินไปขอโชคลาภส่องเลขเด็ดจาก “เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์” ซึ่งเป็นตอต้นตะเคียนขนาดมหึมาอายุนับพันปีที่ ตั้งทะมึนอยู่ภายในบริเวณวัด และเคยให้โชคลาภแก่ผู้ที่มาขอถูกรางวัลกันทุกงวด และนำชุดไทย พวงมาลัย รูปปั้นช้าง ม้า มาแก้บนกันจำนวนมาก

โดยในวันนี้นักท่องเที่ยวและคอหวย บางคนใช้แป้งรูป ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบริเวณที่มีตัวเลขปรากฏขึ้น แล้วแต่สายตาของใครจะส่องหรือมองเห็นตัวเลขอะไร รวมทั้งคนที่มีโชคลาภวาสนาด้วย และต้องเดินทางมาอฐิฐานจิตขอท่านด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลห้ามกันไม่ได้ ก่อนเดินไปซื้อเลขที่ตนส่องเห็น ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่แผงแม่ค้าลอตเตอรี่ ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นมากนับ 10 แผง โดยแม่ค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่างวดนี้ขายดีมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวและคอหวย เดินทางมาทำบุญขอโชคลาภที่วัดจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าแม่ตะเคียนให้โชคเลขเด็ด 3 ตัวตรงติดต่อกันมา 2 งวดแล้ว

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.อุดรธานี คมชัดลึก 

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ อช.แม่ปืม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ อช.แม่ปืม

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ อช.แม่ปืม

26 กรกฎาคม 2563 – 20:24 น.

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อช.แม่ปืม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (26 กรกฎาคม 2563) ที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม อ.แม่ใจ จ.พะเยา นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีฯ, นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติและคณะติดตาม โดยมีนายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปืม นายมงคล แพ่งประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการ อช.แม่ปืมตลอดจนเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ

การมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เป็นมาตรวจเยี่ยม ติดตามการปฎิบัติงานด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงฯ ได้กำหนดเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ซึ่งกรมอุทยานฯ สนองนโยบายรัฐบาล ย้ำชัดทุกอุทยานเดินหน้าพัฒนาครบทั้ง 4 ด้าน การบริการ ความปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งนี้เพื่อสร้างเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวตามมาตรฐานการจัดการอุทยานแห่งชาติและไม่ทำลายระบบนิเวศ ประสานชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างความตระหนักและเกิดความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งก่อสร้างในพื้นที่ต้องไม่บดบังทัศนียภาพที่สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับคนพิการและคนชรา ซึ่งอช.แม่ปืมได้เตรียมไว้ให้บริการอย่างพร้อมสรรพแล้ว

โอกาสนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะฯ ได้ร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคลประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติแม่ปืมด้วย 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสง

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสง26 กรกฎาคม 2563 – 18:16 น.

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสงของลวดลายบนพื้นรอบอุโบสถ ซึ่งเกิดจากช่างใช้สีชนิดพิเศษทำปฏิกริยากับความเย็นที่มาแทนที่ความร้อน เมื่อตกค่ำอุโบสถก็จะปรากฏเป็นภาพเรืองแสงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่มารอชม

ที่วัดสิรินธรภูพร้าว ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เป็นวัดตั้งอยู่บนเนินเขาสูงสามารถมองข้ามเข้าไปยังด่านวังเตา เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว มีวิวธรรมชาติทั้งฝั่งไทยและลาวที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังด่านสากลไทย ลาว ช่องเม็กแวะกราบนมัสการพระพุทธชินราชและชมความงดงามของปติมากรรมที่ช่างได้สร้างไว้รอบอุโบสถ พร้อมชมทัศนียภาพที่เป็นป่าเขารอบบริเวณวัด

นอกจากสามารถชมทัศนียภาพสวยงามของป่าเขาแล้ว ช่วงเย็นนักท่องเที่ยวกว่า 500 คน ทยอยขึ้นมาปักหลักรอชมปรากฏการณ์เรืองแสงของลวดลายบนพื้นรอบอุโบสถ ซึ่งเกิดจากช่างใช้สีชนิดพิเศษทำปฏิกริยากับความเย็นที่มาแทนที่ความร้อน เมื่อตกค่ำอุโบสถก็จะปรากฏเป็นภาพเรืองแสงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่มารอชม

โดยนักท่องเที่ยวบางคนก็ใช้แสงไปจากโทรศัพท์มือถือมาเขียนรูปหรือข้อความบนพื้นผิวตามจุดต่างๆของวัด ทำให้ช่วงเทศกาลและวันหยุดต่างๆ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นี่จำนวนมาก

ภาพ/ข่าว ทัศดาว  สว่างอารมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุบลราชธานี

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ26 กรกฎาคม 2563 – 16:52 น.

หลังเกษียณจากอาชีพครู “ครูแอ๊ว” คิดสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ไร้เนื้อสัตว์ใหญ่ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ทำกินเองและเลี้ยงเพื่อนครู อร่อยถูกปากจนทุกคนขอให้เปิดร้าน จึงกลายมาเป็น “บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มหลังสุขภาพ”

อ.ศรีอัมพร เฉลิมพร หลังเกษียณครูจากโรงเรียนดัดดรุณี ร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยบ่อยขึ้น จึงคิดสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ทำกินเองเลี้ยงเพื่อนครู อาหารอร่อยไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ ช่วยให้แข็งแรง ทุกคนขอให้เปิดร้านอาหารเถอะ จะได้อิ่มบุญอร่อยทุกวัน ครูแอ๊วปรึกษาลูกหลานแล้วตัดสินใจ ทำร้านอาหารด้วยผักผลไม้จากสวนแปดริ้ว

เพิ่มบุญ กลายเป็นร้านอาหารสำหรับคนรักสุขภาพทันที ครูแอ๊ว เน้นเรื่องการคัดผักผลไม้สดจากสวน เอามาล้างให้สะอาดปราศจากสารเคมีตกค้าง ไม่ใส่ผงชูรส ใช้น้ำตาลน้อยมาก แทบจะไม่มีไขมันพืชหรือสัตว์ เพิ่มบุญมีกุ้งปลา เนื้ออกไก่ไม่ติดหนัง เนื้อหมูไร้มัน ไม่มีเนื้อวัวเด็ดขาด ผู้ว่าแปดริ้ว ข้าราชการ เจ้าของโรงงาน จึงมาฟอกกระเพาะที่นี่ทุกวัน 

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

ก๋วยเตี๋ยวหลอดลุยสวน ใช้เห็ดหอมเห็ดฟางเห็ดนางฟ้า ผัดกับแครอทหมูสับ ห่อแผ่นก๋วยเตี๋ยว แต่งหน้าด้วยปูอัด กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บอร่อย

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

ก๋วยเตี๋ยวบก หั่นก๋วยเตี๋ยวใส่มากับเนื้อปลากรายทอด เต้าหู้ ถั่วงอกลวก แตงกวา แครอท กะหล่ำ โหระพาแถมด้วยผักกาดหอม ข้าวโพดต้ม คลุกให้เข้ากันราดด้วยน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานก็อร่อย

                                    บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ     ส้มตำผลไม้ ใช้ผลไม้สดองุ่นแอปเปิ้ลสับปะรด มะม่วงมะเขือเทศฝรั่งโขลกเบาๆ รวนให้เข้ากับน้ำปรุงรส อร่อยไม่แพ้ส้มตำมะละกอกินกับ ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ ไม่ต้องมีเครื่องปรุงมาก ครูแอ๊วใช้ข้าวพันธุ์ดีผัดน้ำพริกกับเนื้อปลาทอด กินกับไข่เค็มผักลวก ตักส้มตำผลไม้ใส่มากินกับข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ อร่อยจริงๆ

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ
บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ


    ยำตะไคร้ถั่วพู หั่นซอยตะไคร้ถั่วพู ใส่มากับมะม่วงใบมะกรูดซอย หอมแดงขิง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ งาบดถั่วลิสง โปรตีนเกษตรผัดเคล้าให้เข้ากัน ราดน้ำจิ้มสามรสกินแล้วไม่เลี่ยน

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

ข้าวคลุกกะปิหมูหวานใส่มะม่วงเปรี้ยวบางคล้า หอมแดงไข่เจียวพริกขี้หนูสวน

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

   สลัดกุ้งสด(ไก่หรือปูอัด) ครูแอ๊วปรุงน้ำสลัดเอง จึงไม่หวานมันจัด

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ
บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

 เพิ่มบุญอยู่ในเมืองแปดริ้ว ทางเข้าวัดหลวงพ่อโสธร โทร.0-3853-5099, 08-1863-671

ครัวลอยฟ้า    “ข้าวผัดปูม้า”
ฉะเชิงเทรา อยู่ติดกับ ชลบุรี จึงหาอาหารทะเลมาทำอาหารกินง่าย ปูม้าจากชลบุรีแกะเนื้อปู เอามาผัดกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหลือหลาย 

เครื่องปรุง
    1.ข้าวสวย                      1   หม้อ
    2.เนื้อปูม้า                      1   กิโลกรัม
    3.ต้นหอมหั่นซอย            1    ขีด
    4.แครอทหั่นเต๋า              1    ขีด
    5.พริกไทยป่นตรามือ        1    ช้อนโต๊ะ
    6.ซีอิ๊วขาว                     1    ทัพพี
    7.ซอสหอยนางรม            1   ทัพพี
    8.น้ำตาลทราย                3    ช้อนโต๊ะ
    9.ไข่ไก่                        10   ฟอง
  

 วิธีทำ
    1.ผัดแครอทกับน้ำมันพืชให้สุกหอมจึงตอกไข่ไก่ใส่ลงไปผัด
    2.ใส่น้ำตาลซีอิ๊วซอสหอยนางรมพริกไทยลงผัดจนเข้ากันดี
    3.ใส่เนื้อปูม้าผัดกับเครื่องปรุงทั้งหมดห้ามบี้ให้เนื้อปูเละ
    4.เทข้าวสวยลงผัดรวนให้เข้ากันดีชิมรสให้ถูกใจเติมเครื่องปรุงเพิ่มได้
 

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

   ไปกินข้าวผัดปูม้าที่ บ้านเพิ่มบุญ แล้วไปไหว้หลวงพ่อโสธร พระศักดิ์สิทธิ์ของชาวแปดริ้ว ราคาไม่แพงแต่อร่อย

Back to Nature คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629209

วันที่ 25 ก.ค. 2563 เวลา 09:10 น.Back to Nature คิดถึง...อ้อมกอดธรรมชาติ ท่องธรรมชาติเที่ยวตามลายแทง 5 เส้นทางท่องเที่ยวสวยงามภาคกลาง สัมผัสกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

เปิดตัว 5 เส้นทางท่องเที่ยวสวยงามภาคกลาง ที่พัฒนาและสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมให้คนไทยได้หายคิดถึงธรรมชาติ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศให้กลับมาอีกครั้ง ตามโครงการ “คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ (Back to Nature)” เพื่อกระตุ้นความถี่การเดินทางแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติภาคกลาง ควบคู่แนวคิดการท่องเที่ยวที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักและสัมผัสกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ททท. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยในการท่องเที่ยว หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวควบคู่ไปด้วย

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “นับจากที่คนไทยและนักท่องเที่ยว ต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ตามนโยบาย โซเชียล ดิสแทนซิ่ง (social distancing) และ Work from home ที่ให้เว้นระยะห่าง อยู่และทำงานที่บ้าน ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย คิดถึงธรรมชาติและอยากกลับมาเที่ยวได้ตามปกติอีกครั้ง เราจึงนำเสนอ 5 เส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่อยู่ในภาคกลาง คือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อ่างทอง และสมุทรสาคร โดยเน้นกิจกรรมผ่านการรับรู้ทั้ง 5 ด้วยรูปแบบที่คุณจะต้องประทับใจและเก็บเป็นความทรงจำครั้งใหม่ วันนี้เราจึงประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการรับรู้และเป็นทางเลือกในการเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง”

เส้นทางที่ 1 Your Nature Sound Collection : จ.กาญจนบุรี วันที่ 1-2 ส.ค. 2563

ชวนทุกคนบันทึกความทรงจำเก็บเสียงของธรรมชาติ จากการเดินป่า ล่องแพ และเล่นน้ำที่ชุมชนช่องสะเดา จ.กาญจนบุรี ไปพร้อมกับ Hear & Found ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงดนตรีที่มากประสบการณ์ เกิดเป็นคอลเลคชั่นเสียงธรรมชาติที่ได้มาด้วยตัวเอง เอาไว้เปิดฟังทุกครั้งในยามที่คิดถึงธรรมชาติ โดยในทริปนี้ได้มีพันธมิตรร่วมโครงการได้แก่บริษัทมหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ที่ได้สนับสนุนอุปกรณ์ JBL ในการเพิ่มอรรถรสในการฟัง และบริษัท Silver Voyage Club ในการพาผู้ร่วมทริปไปท่องเที่ยวในวิถี New Normal

เส้นทางที่ 2 Smell the Nature : จ.สมุทรสาคร วันที่ 8 ส.ค. 2563

รับกลิ่นไอทะเล พร้อมทำกิจกรรม Aromatic Sea Salt กลิ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นจาก PANPURI ที่จะทำให้คุณผ่อนคลายจากความตึงเครียดและเหนื่อยล้า พร้อมเยี่ยมชมป่าชายเลน ฟอกปอดจากการสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่ชุมชนบางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร

เส้นทางที่ 3 Capturing the True Beauty of Nature : จ.สุพรรณบุรี วันที่ 15-16 ส.ค. 2563

ออกเดินทางร่วมกับนักเล่าเรื่องด้วยภาพจากเพจ Imminimus ถ่ายภาพกับธรรมชาติที่คิดถึง ร้อยเรียงกับเรื่องราวบอกความในใจของนักเดินทางแต่ละคน เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี ขึ้นเขาไปยังป่าสนสองใบ เก็บภาพถ่ายเป็นความทรงจำดี ๆ 

เส้นทางที่ 4 Yummy By Nature : จ.อ่างทอง วันที่ 22 ส.ค. 2563

เดินลุยสวน ย่ำไปในท้องร่อง เก็บพืชผัก ผลไม้สดๆ และผลิตภัณฑ์คุณภาพดีจากธรรมชาติ มาปรุงรสให้ทานกันโดยเชฟบุ๊ค เชฟชื่อดัง ที่จะเปลี่ยนจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ให้เป็นอาหารเลิศรสจนทุกคนนึกไม่ถึง ที่ชุมชนบ้านแห จังหวัดอ่างทอง

เส้นทางที่ 5 Living with Nature Touch : จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 5-6 ก.ย. 2563

ไปบำบัดความคิด คลายความกังวล ทิ้งความเครียด แล้วมารังสรรค์สร้างงานศิลปะผ่านการสัมผัสด้วยมือ ที่เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับ Studio Persona ศิลปินผู้รักในงานศิลปะเพื่อการบำบัดจิตใจและความรู้สึก พร้อมกิจกรรม Mandala Art ศิลปะที่ช่วยสร้างสมาธิ โดยการนำขยะมาสร้างเป็นงานศิลปะและตอบสนองต่อการท่องเที่ยวแบบ Responsible Tourism

สำหรับโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ (Back to Nature) ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ แมคโดนัลด์ รับกาแฟฟรี 2,000 สิทธิ์ ทุกสาขาในภาคกลางผ่านช่องทาง Drive Thru เพียงแคปหน้าจอโพสต์รายละเอียดของโครงการ คิดถึง…อ้อมกอดธรรมชาติ รวมถึงแคมเปญมากมายที่ร่วมกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรมในภาคกลาง โดยนำเสนอเป็นดีลส่วนลด

อยากเที่ยวตามลายแทงไปสัมผัสธรรมชาติ หรือสนใจจองทริปและดีลส่วนลดมากมาย ดูรายละเอียดได้ที่ Facebook Page: Creative District Thailand

ส่องแอคทิวิตี้สุดเทรนดี้ ก่อนท่องซาฟารีเวิลด์ใน 1 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629040

วันที่ 23 ก.ค. 2563 เวลา 08:40 น.ส่องแอคทิวิตี้สุดเทรนดี้ ก่อนท่องซาฟารีเวิลด์ใน 1 วันแค่มาดูสัตว์มันน้อยไป!! ซาฟารีเวิลด์ New Look ในยุค New Normal เพิ่มแอคทิวิตี้สุดเทรนดี้ เติมความสนุกสุดตื่นเต้นที่ใครได้เห็นต้องว้าววววว!!!

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนท่อง ซาฟารีเวิลด์ (Safari World) ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยได้มาทัศนศึกษาชมอาณาจักรสัตว์ป่าแอฟริกา ล่องลุ่มน้ำอเมซอน ดูการแสดงโชว์สุดตื่นตาจนกลับไปเล่าให้ปู่ย่าฟังด้วยความตื่นเต้น

มีโอกาสได้กลับมาใหม่หลังจากวันที่สวนสัตว์ต้องงดให้บริการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ความตื่นเต้นในวันเก่าก็หวนกลับมาอีกครา แต่ครั้งนี้เติมความแปลกตาด้วยสัตว์ชนิดใหม่ การแสดงโชว์ที่เร้าใจกว่าเดิม และเมนูในธีมซาฟารีที่ลั่นชัตเตอร์เก็บภาพมุมไหนก็สวยจนเพื่อนๆ ในโซเชียลต้องอิจฉา

1 วันในซาฟารีเวิลด์ เราจะได้ทำกิจกรรมสุดมัน(ส์)มากมาย เริ่มตั้งแต่ช่วงสาย บุกซาฟารีปาร์ค (Safari Park) โซนสวนสัตว์เปิดที่มีสัตว์หลากสายพันธุ์อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ รวมระยะทางกว่า 8 กม. นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์เข้าไปด้วยตนเองหรือใช้บริการรถโค้ชของซาฟารีเวิลด์ (ค่าบริการคนละ 60 บาท) เพื่อตื่นตาตื่นใจไปกับสัตว์ป่าอนุรักษ์ สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์แปลกและสัตว์หายากนับพันตัว นอกจากนี้ ยังมีอุทยานนกน้ำที่หาดูได้ยากในประเทศไทย มีฝูงนกนานาชนิดทั้งใหญ่และเล็กที่ส่วนใหญ่บินมาจากท้องฟ้าตามธรรมชาติ เพื่ออาศัยทำรังวางไข่ลอดทั้งปี เพราะที่นี่เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์

สำหรับแอคทิวิตี้ที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงในซาฟารีปาร์คคือ การชมโชว์ฟีดดิ้ง (เวลา 10.00 น.) ดูการให้อาหารเสือและสิงโตแบบใกล้ชิด ต่อด้วยการนั่งรถชมสัตว์นานาชนิด แต่ละจุดจะได้เห็นฝูงม้าลาย ยีราฟ แรดขาว ควายป่า หมี ระหว่างทางจะผ่านจุดที่รถถูกรายล้อมไปด้วยนกที่หาดูได้ยากสายพันธุ์ต่างๆ  เรียกว่าได้ฟีลเหมือนขับรถลุยแอฟริกาเลยทีเดียว

ออกจากสวนสัตว์เปิด มุ่งตรงสู่มารีนปาร์ค (Marine Park) พื้นที่ที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้บรรยากาศเหมือน “ป่ากลางกรุง” เดินชมสัตว์และโชว์ต่างๆ ได้ตามอัธยาศัยในพื้นที่กว่า 250 ไร่ มีทั้งโซนแสดงสัตว์น้ำ แวะชมความอลังการกับที่สุดของโชว์ระดับโลกทั้ง 7 โชว์  ตื่นเต้นกับสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ ทึ่งกับความแสนรู้และความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝน

พร้อมชมโซนใหม่ มินิเวิลด์ เอาใจน้องๆ หนูๆ ถ่ายรูปคู่กับนกน้อยน่ารักที่บินมาเกาะตามตัว เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ดีทีเดียว  อีกจุดที่ต้องหยุดเดินคือ มาคอว์แลนด์ จุดแลนด์มาร์คที่สามารถถ่ายภาพกับนกแก้วมาคอว์ถึง 250 ตัว และโซนใหม่ Parrots Lane ป่านกแก้วสายพันธุ์หายาก อาทิ นกคอนัวร์สีทอง (Golden conure) นกแก้วอเมซอนหัวเหลือง (Double yellow-headed amazon)

ถึงจุดเด็ด Giraffe Terrace โซนที่ใครไม่ได้ช็อตรูปคู่กับยีราฟเหมือนมาไม่ถึงซาฟารีเวิลด์ พบกับยีราฟกว่า 200 ตัว กับเทอเรสที่ปรับปรุงใหม่ที่เปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ตัวใหญ่คอยาว พร้อมให้อาหารยีราฟ แล้วชักภาพสวยๆ รัวๆ

กลับบ้านไม่ได้ถ้ายังไม่ได้แวะทักทายกับอุรังอุตังแสนรู้ อีกไฮไลท์เด็ดกับการถ่ายภาพแบบ Social Distancing ด้วยท่าทางสุดน่ารัก มีฉากใสกั้น ที่สำคัญคือใครไม่เคยเห็นอุรังอุตังล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ต้องอมยิ้ม เพราะที่นี่เค้าฝึกมาดีชนิดที่คนทำอย่างไร ลิงทำอย่างนั้น

นอกจากนี้ ยังมีโซน Primate World รวบรวมลิงสายพันธุ์หายากต่างๆ อาทิ แมนดริล (Mandrill) ค่างห้าสี (Red-shanked douc langur) ลิงโคโลบัส (Abyssinian black-and-white colobus) ภายในยังมีอาณาจักรของลีเมอร์ (Lemur) ที่เรียกว่า “ลีมูเรีย“ (Lemuria) รวมลีเมอร์หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ลีเมอร์หางปล้อง (Ring-tailed lemur) ลีเมอร์สองสี (Black-and-white ruffed lemur

พบโซนสัตว์มาใหม่จากอเมริกาใต้ อย่างนกโทโก ทูแคน (Toco toucan) และจากแอฟริกา อาทิ เต่าเดือยแอฟริกา (Sulcata tortoise) โซนป่าของเอเชียที่รวบรวมสัตว์ประเภทต่างๆ อาทิ สัตว์ป่าสงวนของไทยอย่างสมเสร็จ ตะโขง และห้ามพลาด! ลูกสิงโตเผือกเกิดใหม่ จัดแสดงในโซนโลกของสัตว์สีขาว White World

สำหรับ 7 โชว์ไฮไลท์ของซาฟารีเวิลด์บนเวทีการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ในยุค New Normal มีการจัดที่นั่งแบบไม่แออัด สามารถรักษาระยะห่างกันได้เพื่อชมการแสดงสุดประทับใจ อาทิ โชว์โลมาแสนรู้ การแสดงสงครามจารกรรมที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ทางเข้าสุดอลังการ และยังมี Manatee Aquarium ขนาดใหญ่ เพื่อชมน้องใหม่ ‘วัวทะเล’ สัตว์น้ำหายากจากประเทศคองโก แอฟริกา มีที่แรกในไทย และเพียงแห่งที่ 2 ของเอเชีย

ระหว่างวันไม่ต้องกลัวหิว เพราะที่นี่มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไว้คอยบริการตลอดเส้นทางเดิน แถมมาในธีมซาฟารี มีรูปสัตว์และเมนูพรีเซนเทชั่นไม่หลุดธีมสวนสัตว์เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ซาฟารีเวิลด์มีมาตรการการรักษาระยะห่าง ปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐอย่างเข้มงวด โดยได้ผ่านการตรวจประเมินจากสำนักงานเขต และกรุงเทพมหานคร ก่อนเปิดให้บริการในครั้งนี้ พื้นที่ภายในเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบกลางแจ้ง พื้นที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเทใต้ต้นไม้ร่มรื่น ตามมาตรฐาน Social Distancing สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 10,000 คนต่อวัน มีมาตรการคุมเข้มดูแลรักษาสุขภาพ และสุขอนามัย ทั้งนักท่องเที่ยว พนักงาน และสัตว์กว่า 50,000 ตัว มีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ และเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าใช้บริการและภายในปาร์ค มีการรักษาระยะห่างในการเที่ยวชมสำหรับนักท่องเที่ยวและสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่นั่งสำหรับชมการแสดง จุดทานอาหาร การเปิดให้ลงทะเบียนเข้า-ออก ผ่านแพลตฟอร์ม ‘ไทยชนะ’

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ New Normal สุดพิเศษในครั้งนี้ก่อนใครที่ ซาฟารีเวิลด์ เดือนกรกฎาคมนี้ ซาฟารีเวิลด์เปิดให้บริการในวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-5181000 ที่หรือ https://www.facebook.com/safariworld.bangkok

พื้นที่สีเขียวจากทุกที่ว่าง สู่แหล่งอาหารของชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629000

วันที่ 22 ก.ค. 2563 เวลา 15:52 น.พื้นที่สีเขียวจากทุกที่ว่าง สู่แหล่งอาหารของชุมชนปลุกกระแสเปลี่ยนพื้นที่รอบบ้านและในคอนโดฯ สร้างสวนผักปลอดสารและแหล่งอาหารของครอบครัว กับ SANSIRI BACKYARD : EAT-ABLE GARDEN สวนผักทานได้ ปลูกง่ายในบ้าน

“สวนผักทานได้ ปลูกง่ายในบ้าน” แสนสิริ สานต่อความสำเร็จ SANSIRI BACKYARD บนพื้นที่รอพัฒนาและพื้นที่ส่วนกลาง ขยาย SANSIRI BACKYARD x CHUL FARM ที่ T77 COMMUNITY รวม 17 ไร่ เลี้ยงเป็ดไข่ ปลูกนาข้าวไรซ์เบอร์รี่ พร้อมสร้างสวนผักทานได้และแหล่งอาหารของลูกบ้านบนพื้นที่ส่วนกลาง 160 โครงการทั้งคอนโดฯ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และทาวน์เฮาส์ อัดแน่นไลน์อัพกิจกรรม-สิทธิพิเศษของ EAT-ABLE GARDEN และเตรียมส่งบริการจัดสวนทานได้ถึงที่พักอาศัย ตอกย้ำแนวทางการมีสุขภาพที่ดีเพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนของลูกบ้านและสังคม

SANSIRI BACKYARD จากแนวคิดการสร้างพื้นที่สีเขียวจากทุกพื้นที่ว่าง สู่แหล่งอาหารของชุมชน

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพิ่มมากขึ้น จากผลสำรวจของดุสิตโพลล่าสุด ชี้ว่าประชากร 45.39% ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย และเลือกบริโภคอาหารปลอดภัย ด้วยความคิดที่ว่าการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอจะช่วยป้องกันไวรัส และการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้

ตลอดช่วงที่รัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ ที่ทุกคนใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในบ้านและคอนโดฯ SANSIRI BACKYARD ได้ทำหน้าที่เป็น FOOD SUPPLY หรือแหล่งอาหารแก่ชุมชนทั้งที่หัวหินและชุมชนลูกบ้านใน T77 COMMUNITY และอีก 30 โครงการ มากกว่า 15,000 ครอบครัวรวมไปถึงชุมชนใกล้เคียง ที่เชื่อมั่นในความสะอาดปลอดภัยจากการปลูกผักแบบปลอดสารของ SANSIRI BACKYARD

นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “จากความสำเร็จตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ของ SANSIRI BACKYARD ภายใต้หลัก 3GS หรือ GREEN-GROW-GIVE ทำให้เรามองเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียว (GREEN SPACE) ภายใต้พันธกิจด้านความยั่งยืน (SANSIRI SUSTAINABILITY 2020) ในมิติใหม่ที่ไม่ใช่แค่การให้ความร่มรื่นในที่อยู่อาศัย แต่ต้องใช้พื้นที่ในบ้านให้เป็นประโยชน์ด้วยการเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัยของครอบครัว จึงเกิดเป็นแนวคิด “SANSIRI BACKYARD: EAT-ABLE GARDEN (แสนสิริ แบคยาร์ด: อีท-เอเบิ้ล การ์เด้น) สวนผักทานได้ ปลูกง่ายในบ้าน” สนับสนุนให้ลูกบ้านใช้พื้นที่ว่างบางส่วน เช่นสวนหลังบ้านหรือริมระเบียงคอนโดฯ มาทำสวนผักทานได้ และสามารถเป็นผู้ผลิตอาหารด้วยตัวเอง (FOOD PRODUCER)”

SANSIRI BACKYARD: EAT-ABLE GARDEN มุ่งจุดประกายแนวคิดสวนผักทานได้ในบ้าน จัดโชว์เคสในโชว์ยูนิตทั้งโครงการบ้านและคอนโดฯ ได้แก่ คาวะ เฮาส์ (kawa HAUS), อณาสิริ ชัยพฤกษ์–วงแหวนและอณาสิริ กรุงเทพ-ปทุมธานี ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสนับสนุนให้ลูกค้าและ SANSIRI FAMILY กว่า 120,000 ครอบครัว สามารถปลูกสวนผักทานได้ในบ้านให้เกิดขึ้นจริงภายใต้คอนเซ็ปต์ GREEN INSPIRE-GROW COMMUNITY-GIVE EXPERIENCE ตั้งแต่ ส่งมอบชุดปลูกผักทานได้ (EDIBLE PLANT KIT) แบ่งปันทิปส์เกี่ยวกับ EDIBLE PLANT ทั้งผัก สมุนไพรไทยและต่างประเทศ รวมถึงดอกไม้ และจัดป๊อปอัพสวนทานได้ รวมถึงไลน์อัพสิทธิพิเศษอีกมากมายจากไร่กำนันจุล, ท็อปส์ มาร์เก็ต (Tops Supermarket) และวิลล่า มาร์เก็ต (VILLA MARKET) พร้อมผลักดัน ZTHEGARDEN หนึ่งในผู้ชนะจาก THE FOUNDER โปรเจคปั้นพนักงานสู่สตาร์ทอัพ เพื่อส่งมอบบริการจัดสวนทานได้ถึงที่พักอาศัย

นางสาวพรพิมล ผู้พัฒน์ SANSIRI SPYZ ตัวแทนพนักงานคลื่นลูกใหม่กับบทบาทการถ่ายทอดเรื่องราวของแสนสิริสู่คน Gen Z & Y ด้านความยั่งยืน อธิบายแนวคิดของ EAT-ABLE GARDEN เพิ่มเติมว่า “เป็น ‘สวนผักทานได้ ปลูกง่ายในบ้าน’ ที่เกิดจากแนวคิดง่าย ๆ ที่สนับสนุนให้ทุก ๆ บ้านมีพื้นที่ปลูกผักสวนครัว แม้จะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ในกระถางริมหน้าต่าง หรืออย่างระเบียงคอนโดฯ และบนดาดฟ้าก็สามารถปลูกได้  ซึ่งแสนสิริเองก็ประสบความสำเร็จ ในการปลูกสวนผักปลอดสารบนพื้นที่ว่างในสวนส่วนกลางและพื้นที่รอพัฒนา พร้อมสร้างชุมชนที่มีความสุขให้แก่ลูกบ้าน (MAKE A GREAT NEIGHBORHOOD) มาตลอด 1 ปีของ SANSIRI BACKYARD”

ในครึ่งปีหลังของ 2020 แสนสิริพร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จของ SANSIRI BACKYARD ทั้งบนพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่รอพัฒนาเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ขยายพื้นที่สีเขียวรวมเป็น 17 ไร่ของ SANSIRI BACKYARD x CHUL FARM ที่ T77 COMMUNITY เพิ่มนาข้าวไรซ์เบอร์รี่ และเลี้ยงเป็ดในแปลงนา เพื่อกำจัดวัชพืช ศัตรูข้าว รวมทั้งเพิ่มปุ๋ยให้ต้นข้าว โดยอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใส่ใจของไร่กำนันจุล หนึ่งใน CO-GROWING PARTNER พันธมิตรธุรกิจรักษ์โลกของแสนสิริ พร้อมเพิ่มลู่วิ่งออกกำลังกายความยาว 1.5 ก.ม. รอบโครงการ T77 COMMUNITY ที่ผ่านเข้าไปชมความอุดมสมบูรณ์ของ SANSIRI BACKYARD x CHUL FARM และงานศิลปะ WALL ART ที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจของพนักงานแสนสิริ ขณะที่วางเป้าสร้าง SANSIRI BACKYARD เป็นสวนผักทานได้และแหล่ง FOOD SUPPLY บนพื้นที่ส่วนกลางรวม 160 โครงการคอนโดฯ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและทาวน์เฮาส์ภายในปีนี้

SANSIRI BACKYARD: EAT-ABLE GARDEN เป็นการปรับปัจจัยแวดล้อมของการพัฒนาโครงการของแสนสิริให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบันของการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ที่หันมาใส่ใจต่อการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน รวมถึงใช้ชีวิตแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างมีจิตสำนึกเรื่องความยั่งยืน การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และการกินอยู่ที่ปลอดภัย ปลอดสารมากขึ้น ดังนั้น การมี SANSIRI BACKYARD: EAT-ABLE GARDEN ในทุกโครงการจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยของแสนสิริที่แตกต่างและโดดเด่นเหนือนกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ ด้วยการตอบโจทย์ INSIGHT ของผู้บริโภค

จากความสำเร็จตลอด 1 ปี สู่ SANSIRI BACKYARD: EAT-ABLE GARDEN มุ่งมั่นจุดประกายลูกบ้านให้เห็นถึงความสำคัญของการเป็นผู้ผลิตอาหารด้วยตัวเอง (FOOD PRODUCER) ลดการพึ่งพาจากแหล่งอื่นที่อาจจะไม่สะอาดและมีเชื้อโรคหรือไวรัสปะปน เพื่อเป็นแหล่งอาหารของครอบครัว ตอกย้ำแนวทางการมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับลูกบ้านและสังคม