ได้กินฟินทุกคำ ‘SAY SANDWICH’ แซนด์วิชโบราณเจ้าแรกบนโลกออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628466

วันที่ 16 ก.ค. 2563 เวลา 06:30 น.ได้กินฟินทุกคำ ‘SAY SANDWICH’ แซนด์วิชโบราณเจ้าแรกบนโลกออนไลน์จากแซนด์วิชไส้หลบ…สู่แซนด์วิชไส้ล้น “SAY SANDWICH” ชวนหวนคิดถึงแซนด์วิชโบราณสมัยไปโรงเรียน

ย้อนวันวานผ่านหนึ่งในอาหารที่ทุกคนต้องเคยกินอย่าง “แซนด์วิช” ที่หากให้เทียบกับครั้งที่ยังเป็นเด็ก คงเปรียบเหมือนแซนด์วิชกลับชาติมาเกิด เพราะจากที่เคยเห็นวางขายตามโรงเรียนหรือร้านโชวห่วย วันนี้มีขายบนแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

จากภาพติดตาของขนมปังทรงสามเหลี่ยมไส้หลบที่เดากันแทบไม่ออกเลยว่าใส่อะไรมาให้บ้าง ผ่านการรังสรรค์จนได้แซนด์วิชนิวลุคยุค 2020 ภายใต้ชื่อ SAY SANDWICH (เซย์ แซนด์วิช) แบรนด์ที่ต้องการสานฝันของทุกคน พร้อมเติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้กับแซนด์วิช ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้ขนมปังสีขาวและโฮลวีทเนื้อนุ่มอบสดใหม่ อัดแน่นด้วยไส้ไก่หยอง โบโลน่าไก่เกรดคุณภาพ พริกเผาหอมหวาน ฝอยทอง ทูน่า และที่สุดกับไฮไลท์  “น้ำสลัดโฮมเมด” สูตรโบราณสีเหลืองทองที่มาพร้อมรสชาติสุดกลมกล่อม รสชาติหวานน้อยเอาใจคนห่วงใยในสุขภาพ แถมทำมาให้กินได้ทุกเชื้อชาติเพราะปราศจากส่วนผสมจากหมู

ส่วนทางด้านรสชาติมีทั้งแบบออริจินัลและแซนด์วิชเจนใหม่ที่มาในแพ็คเกจทันสมัย จัดเต็มกับใส่ไส้แน่นๆ มีให้เลือกทั้งแบบชิ้นสามเหลี่ยมและแบบกล่อง คิดถึงวัยเด็กต้องลองแซนด์วิชโบราณชิ้นสามเหลี่ยมไส้โบโลน่าไก่+ไก่หยอง (25 บาท) โฮลวีทโบโลน่าไก่+ไก่หยอง (30 บาท) สาวกทูน่ามีไส้โบโลน่าไก่+ทูน่าในน้ำแร่ คนชอบความหอมหวานได้รสเผ็ดนิดๆ ติดปลายลิ้น อยากให้ลองแซนด์วิชสูตรน้ำสลัดพริกเผาที่เย้ายวนชวนกินสุดๆ ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแซ่บเบาๆ จากพริกเผาหอมๆ บวกความละมุนของน้ำสลัดเซย์ แซนด์วิช ซึ่งใครได้ลองเป็นต้องติดใจ เรียกได้ว่าชิ้นเดียวไม่เคยพอ

หรือจัดใหญ่จุใจกับแบบกล่องใหญ่ไส้ล้นๆ เริ่นต้นที่ราคาเพียง 65 บาท กับขนมปังขาวโบโลน่าไก่+ไก่หยอง หรือเลือกแบบขนมปังโฮลวีทโบโลน่าไก่+ไก่หยอง (70 บาท) อยากกินหลายอารมณ์เลือกรวมมิตร 3 ไส้ (80 บาท) ก็คุ้มค่าน่าลอง

ใครอยากลิ้มลองความอร่อยของแซนด์วิชในตำนานแบบย้อนวันวานให้หายคิดถึง ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของ SAY SANDWICH (เซย์ แซนด์วิช) ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ SAY SANDWICH

มีจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น สามารถสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่จาก GRAB, GET และ LINEMAN ทุกวัน ไม่มีขั้นต่ำ หรือนัดรับตามเส้นรถไฟฟ้า BTS/MRT นอกจากนี้ ยังมีบริการส่งแบบพัสดุ 1-2 วันถึง ผ่าน kerry sameday / express หรือ Flash Express สำหรับคนบ้านไกลหรือต่างจังหวัด สอบถามโทร. 094-956-6915 หรือที่ Line ID: pletz

คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628429

วันที่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 16:16 น.คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนไป คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เกิดจากพลังใจและการให้ความจริง

“มะเร็งระยะสุดท้าย” หรือมะเร็งระยะลุกลาม เมื่อเกิดขึ้นกับใครหรือกับครอบครัวใดแล้ว ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการตรวจครั้งแรกที่พบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

ณ สถานการณ์นั้นๆ การยอมรับความจริงก็คงต้องใช้เวลา หรือแม้ว่าจะตรวจเจอมะเร็งในระยะต้น ซึ่งมีโอกาสในการรักษาให้หายขาดสูง แต่การยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก็ยังคงต้องใช้เวลาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความเอาใจใส่ ความเข้าใจ และการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคและให้ความจริงด้านสัจธรรมของชีวิต รวมทั้งการดำเนินตามบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยความรู้สึกตัว ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทั้งผู้ป่วยและญาติควรตระหนักและใส่ใจ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศข้อมติให้ประเทศสมาชิกบูรณาการการดูแลแบบประคับประคองเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยตลอดช่วงชีวิต ด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลางในการบรรเทาความทุกข์ทรมานจากอาการปวดและอาการรบกวนต่างๆ การดูแลช่วยเหลือค้ำจุนผู้ป่วยและครอบครัว ส่งเสริมให้ผู้ป่วยปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะของโรค โดยผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับการเริ่มดูแลแบบประคับประคองภายใน 8 สัปดาห์หลังได้รับการวินิจฉัยจนถึงระยะสุดท้ายของชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างกันตามระยะของโรค

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย มักจะมีอาการที่พบบ่อยๆ ได้แก่ อาการเหนื่อย หอบ เนื่องจากมะเร็งลุกลามมาที่ปอดหรือเยื่อหุ้มปอด หรือจากการมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ซึ่งต้องให้ออกซิเจนหรือทำการเจาะระบายน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดออก อาการแน่นท้องจากภาวะท้องมาน หรือมีน้ำในช่องท้อง ทั้งจากการที่เซลล์มะเร็งลุกลามไปช่องท้องหรือลุกลามไปที่ตับ หรือการที่ผู้ป่วยมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย ส่งผลให้การสร้างโปรตีนอัลบูมินหรือโปรตีนไข่ขาวจากตับลดลง ทำให้น้ำไหลออกจากหลอดเลือดและเกิดภาวะท้องมานขึ้น ซึ่งแพทย์ต้องเจาะระบายน้ำในช่องท้องออกเป็นครั้งคราวเพื่อลดอาการแน่นท้อง

สำหรับอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการซีด เลือดจาง เลือดออกง่าย ทั้งจากเซลล์มะเร็งลุกลามไปที่ไขกระดูก ทำให้ไขกระดูกที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดงบกพร่อง หรือจากความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดออกง่าย หรือจากการที่มะเร็งลุกลามไปที่ตับ ทำให้ตับไม่สามารถสร้างโปรตีนหรือสร้างปัจจัยสำคัญในการแข็งตัวของเลือดได้ ซึ่งต้องให้เลือดหรือส่วนประกอบของเลือดทดแทน

นอกจากนี้ การขาดสารอาหารก็เป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเช่นกัน โดยในส่วนนี้แพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้พิจารณาให้สารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการให้น้ำเกลือหรือให้สารอาหารผ่านสายในทางเดินอาหาร และอาการที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอีกอาการหนึ่ง คือ อาการปวด ซึ่งในส่วนนี้ทุกโรงพยาบาลจะมีคลินิกระงับปวด มีการออกเยี่ยมติดตามผู้ป่วยและให้คำแนะนำถึงบ้าน รวมทั้งบางแห่งมีการจัดกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายและการดูแลด้านจิตวิญญาณ รวมทั้งการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้กำลังใจระหว่างกัน อาทิ กิจกรรมการนวดเพื่อผ่อนคลาย กิจกรรมทางศาสนา หรือการขออโหสิกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ

ผลไม้โปรดกินก่อนหรือหลังอาหาร ได้ประโยชน์มากกว่ากัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628422

วันที่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 15:20 น.ผลไม้โปรดกินก่อนหรือหลังอาหาร ได้ประโยชน์มากกว่ากันค้นหาคำตอบผลไม้ชนิดใดควรกินก่อน-หลังอาหาร? กินผลไม้ก่อนอาหารคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดจริงหรือ? แล้วกินผลไม้หลังมื้ออาหาร ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยใช่หรือไม่?

“ผลไม้” มีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจก็คือ ช่วงเวลาไหนที่ทานผลไม้แล้วได้ประโยชน์มากที่สุด โดยเน้นไปที่ก่อนและหลังมื้ออาหารเป็นหลัก แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อันที่จริงหากเราไม่ได้มีระบบย่อยอาหารที่อ่อนไหวหรือบอบบางมากเกินไป ก็สามารถทานผลไม้ได้ทุกชนิดและทุกช่วงเวลา แต่สำหรับบางคนอาจจะต้องระวังนิดหน่อย เช่น ไม่ทานผลไม้ที่เป็นกรดสูงในช่วงที่ท้องว่าง เป็นต้น แต่ถ้าจะเน้นเอาประโยชน์จากสารอาหารแบบเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ก็ต้องเลือกชนิดของผลไม้ให้เหมาะสมกับช่วงเวลานั่นเอง

การทานผลไม้ก่อนอาหารคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด จริงหรือ?

คำตอบคือ จริงบางส่วนและไม่จริงบางส่วน องค์ประกอบสำคัญในผลไม้จะมีทั้งส่วนที่แข็งแรงทนทานคือ ไฟเบอร์ หรือเส้นใยอาหาร และส่วนที่อ่อนไหวต่อสิ่งเร้า คือกลุ่มวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งในกลุ่มของวิตามินนี้ก็ยังแยกย่อยไปอีกว่าสามารถละลายได้ดีในน้ำหรือในไขมัน การที่บอกว่าทานผลไม้ก่อนอาหารดีที่สุด จึงเป็นในแง่ของผลไม้ที่วิตามินละลายในน้ำและอ่อนไหวง่าย เช่น วิตามินซี วิตามินบี เป็นต้น ก่อนมื้ออาหารที่ท้องยังว่างอยู่ การทานผลไม้เหล่านี้เข้าไป ร่างกายจะดูดซึมวิตามินได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว รวมไปถึงการย่อยผลไม้ก็ทำได้รวดเร็วด้วย เป็นการกระตุ้นน้ำย่อยก่อนมื้ออาหารที่ดีอีกทางหนึ่ง สิ่งที่ต้องระวังก็มีเพียงแค่ ผลไม้บางชนิดที่อยู่ในกลุ่มนี้กลับมีความเป็นกรดสูงมาก ก็ต้องถือเป็นข้อยกเว้นไป เพราะเหมาะที่จะทานหลังมื้ออาหารมากกว่า

การทานผลไม้หลังมื้ออาหาร ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยใช่หรือไม่?

เช่นเดียวกันกับกรณีของการทานผลไม้ก่อนอาหาร คือไม่ใช่ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ มีผลไม้หลายชนิดที่ทานหลังมื้ออาหารแล้วได้ประโยชน์สูงมากกว่า โดยเฉพาะผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินอี ซึ่งละลายได้ดีในไขมัน หากทานหลังมื้ออาหารจะถูกดูดซึมไปพร้อมการสารอาหารอื่นๆ ที่ได้จากมื้อหลัก แต่ถ้าทานผลไม้อีกกลุ่มหนึ่งที่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินบี และแร่ธาตุอื่นๆ หลังมื้ออาหารจะให้ผลในทางตรงกันข้าม 

เพราะอาหารประเภทแป้ง โปรตีน ไขมัน ต้องใช้เวลาในการย่อยนาน เมื่อทานผลไม้ตามไปก็จะถูกกักไว้ ไม่ได้รับการย่อยในทันที ร่างกายจำเป็นต้องย่อยอาหารกลุ่มแรกให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลไม้จึงผ่านกระบวนการหมักจนกลายสภาพเป็นกรด หลายคนจึงมีอาการท้องอืดและจุกเสียดตามมา วิตามินต่างๆ ที่รออยู่ก็เสื่อมสภาพไปเสียก่อนที่จะถูกดูดซึม เราจึงไม่ได้รับวิตามินแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าที่ควร 

ผลไม้ที่ควรทานก่อนมื้ออาหาร

องุ่น : ผลไม้ที่มีเนื้อนิ่ม เปลือกบาง มีวิตามินซีและฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง บำรุงกำลังร่างกาย บำรุงสายตา ลดความดันโลหิตสูง และสามารถใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ ได้ หากทานก่อนมื้ออาหารเป็นประจำ ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย แต่ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลเยอะพอสมควร จึงต้องทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป เหมาะกับมื้อเช้ามากกว่ามื้ออื่นๆ

แอปเปิ้ล : สำหรับใครก็ตามที่ต้องคอยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะมีค่าน้ำตาลต่ำ แต่มีวิตามินและไฟเบอร์ในปริมาณสูง แอปเปิ้ลแต่ละสีจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกันไปเล็กน้อย ดังนี้ แอปเปิ้ลสีแดง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงมาก จึงดีต่อการบำรุงร่างกายและผิวพรรณ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง แอปเปิ้ลสีเขียว มีน้ำตาลต่ำแต่อุดมด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ส่วนแอปเปิ้ลสีเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับหัวใจด้วยสารเควอร์ซิทิน บำรุงสายตา ลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจกด้วย ทานก่อนมื้ออาหารสัก 1 ผลก็เพียงพอและถ้าจะให้ดีก็ควรทานทั้งเปลือก

ฝรั่ง : ผลไม้ที่จัดว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากต่อการลดน้ำหนัก เพราะในฝรั่งมีน้ำตาลต่ำ แต่กลับมีไฟเบอร์และวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ส่งผลให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่นไร้ริ้วรอย ล้างพิษโดยรวม และลดไขมันในเลือด เราสามารถทานฝรั่งได้ตลอดทั้งวันในช่วงที่ท้องยังว่าง แน่นอนว่าเหมาะที่จะทานก่อนมื้ออาหารด้วย แต่ก็อย่าทานมากเกินไปเพราะจะอิ่มท้องเสียก่อนที่จะทานมื้อหลัก

สตรอเบอร์รี่ : ผลไม้ลูกสีแดงจัดที่มีวิตามินซีค่อนข้างสูง และยังมีซูเปอร์ไฟเบอร์เพคตินที่มาพร้อมกับสีแดงของสตรอว์เบอร์รีซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยลดคลอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา ตลอดจนช่วยป้องกันอาการอักเสบต่างๆ สามารถทานก่อนมื้ออาหารได้แบบสบายๆ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ก็ยังช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารอีกด้วย

พุทรา : ผลไม้ที่หาทานได้ง่าย และมีรสชาติถูกปากคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ที่มีผลขนาดเล็กหรือใหญ่ ต่างก็มีวิตามินซีสูงเหมือนกันหมด พุทราโดดเด่นในเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยให้นอนหลับได้สบายขึ้นด้วย ในพุทรามีเส้นใยอาหารอยู่ในปริมาณมากเมื่อเทียบกับน้ำหนัก จึงช่วยให้อิ่มเร็วและดีต่อระบบขับถ่าย

ชมพู่ : ผลไม้ฉ่ำน้ำ กรอบหวาน ไม่ว่าจะเป็นชมพู่พันธุ์สีเขียวหรือสีแดงก็จะมีจุดเด่นตรงที่มีวิตามินซีและเส้นใยสูง เป็นผลไม้กลุ่มที่ทานได้บ่อยแต่ไม่อ้วน เพราะให้พลังงานในระดับที่ต่ำมาก หากทานก่อนมื้ออาหารเล็กน้อยก็จะช่วยให้อิ่มได้เร็วขึ้นด้วย ในชมพู่มีสารไลโคพีน ( Lycopiene ) ซึ่งพบได้ไม่ง่ายนักในผลไม้ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งต่อมลูกหมาก

มังคุด : ราชินีแห่งผลไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่มีคุณสมบัติในทางยาหลายอย่าง ในมังคุดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อุดมด้วยวิตามินหลายชนิด ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ลดสิวอุดตัน ลดความดันโลหิต และอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อทานเนื้อหมดแล้วก็ยังเอาเปลือกไปทำยาได้ต่ออีกด้วย เพียงแค่ทานก่อนมื้ออาหารสักวันละ 5 ผลก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว

ผลไม้ที่ควรทานหลังมื้ออาหาร

ส้ม : ส้มเป็นผลไม้ที่ทานได้ง่าย อุดมด้วยวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน จัดเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ชนิดหนึ่ง จะทานเป็นผลสดๆ คั้นเป็นน้ำ หรือแปรรูปเป็นอย่างอื่นก็ได้ มีข้อดีตรงที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ดีต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย และแน่นอนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากคุณสมบัติของวิตามินซีด้วย แต่ด้วยความเป็นกรดอ่อนๆ จึงไม่เหมาะที่จะทานตอนท้องว่างเท่าไร ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นผลไม้ที่ห้ามทานตอนท้องว่างแต่อย่างใด ยกเว้นกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารเท่านั้น

สับปะรด : ผลไม้ชนิดนี้มีความเป็นกรดสูงมาก เราสามารถใช้สับปะรดสดมาหมักเนื้อเพื่อให้นุ่มขึ้นก่อนนำไปปรุงอาหารได้เลย ดังนั้นจึงเป็นผลไม้ที่ไม่ควรทานตอนท้องว่างอย่างเด็ดขาด ข้อดีของสับปะรดก็คือมีวิตามินบี วิตามินซี แคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ช่วยบรรเทาอาการหวัด ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ดีต่อผิวพรรณและยังช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ ได้ เมื่อทานหลังมื้ออาหารก็จะทำหน้าที่ช่วยย่อยอีกด้วย

มะละกอ : ส่วนสำคัญในมะละกอที่ทำให้เราไม่ควรทานตอนที่ท้องยังว่างอยู่ก็คือ เอมไซน์ ตัวที่รู้จักกันดีก็คือเอมไซน์ปาเปน (papain) ซึ่งมีอยู่ทั้งในส่วนของยางและเนื้อ มีคุณสมบัติในการย่อยโปรตีนได้อย่างดีเยี่ยม จึงเหมาะกับการนำมาทานพร้อมหรือหลังมื้ออาหารมากกว่า ในมะละกอยังมีไขมันและน้ำตาลในระดับที่ต่ำมาก แม้แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ยังทานได้อย่างสบาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารบางชนิดได้

ลูกพลับ : เชื่อว่านี่เป็นผลไม้ในดวงใจของใครหลายๆ คนแน่นอน ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง ลูกพลับอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี แถมแคลอรี่ต่ำสุดๆ ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ บรรเทาอาการท้องเดิน และจุดเสียดได้ แม้ว่าลูกพลับจะไม่ได้มีฤทธิ์เป็นกรด แต่ก็ห้ามทานก่อนมื้ออาหาร เพราะในเนื้อลูกพลับมียางและสารแขวนลอยอยู่ เมื่อผสมกับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้เวียนหัวได้

เสาวรส : ถึงแม้จะมีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งถ้าว่าตามหลักแล้วก็ควรทานตอนท้องว่างเพราะจะได้ดูดซึมวิตามินไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าเสาวรสมีรสชาติเปรี้ยวจัดจนเข็ดฟัน มีความเป็นกรดไม่น้อยหน้าไปกว่าสัปปะรด ถ้าทานตอนท้องว่างจะเกิดอาการมวนท้องได้ ในเสาวรสมีสารฟลาโวนอยด์อยู่มาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัยได้ดี แต่มีสิ่งที่ต้องระวังอยู่ด้วย คือ มีเอนไซม์ที่กระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิงให้สูงขึ้น เมื่อทานในปริมาณมากจึงเป็นอันตรายต่อคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนในร่างกาย

ทั้งนี้ การทานผลไม้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ช่วงเวลาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าเราเข้าใจการเลือกทานผลไม้แต่ละชนิดมากน้อยแค่ไหน

Learn from home 5 คอร์สออนไลน์ฟรี คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628398

วันที่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 12:45 น.Learn from home 5 คอร์สออนไลน์ฟรี คว้าโอกาสที่ใช่ให้ชีวิตได้เรียนรู้เมื่อสถานการณ์ COVID-19 ยังคงตามติดไม่ปล่อย มาอัพสกิล Learn from home กับ 5 คอร์สออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพิ่มสกิลมนุษย์เงินเดือนกันเถอะ

ติดตามข่าวช่วงนี้หลายคนเริ่มมีความกังวลกับการใช้ชีวิตนอกบ้าน หลายบริษัทเริ่มงัดนโยบายให้พนักงาน work from home มาใช้อีกระลอก นอกเหนือจากเวลาทำงานแล้ว เรามาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์แบบฟรีๆ จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เพียงแค่สมัครสมาชิกก็เริ่มเรียนได้เลย โดย jobsDB ได้รวบรวมคอร์สเรียนออนไลน์ที่เป็นประโยชน์กับคนทำงานในสาขาต่างๆ มาให้แล้ว สะดวกสบายเข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้สุดๆ

Marketing in a Digital World สอนโดย University of Illinois

คอร์สเรียนออนไลน์สำหรับคนที่ทำงานการตลาด หรือคนทั่วไปที่มีความสนใจด้านสื่อดิจิทัล เพราะเป็นคอร์สพื้นฐานว่าด้วยการทำการตลาดดิจิทัล โดยใช้ Digital Marketing Tools หรือเครื่องมือในการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ สมาร์ตโฟน 3D printing เป็นต้น ความน่าสนใจของคอร์สนี้อยู่ที่การศึกษาผลกระทบของการตลาดดิจิทัลที่มีต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค วิธีการเลือกแผนการตลาดให้เหมาะกับสินค้า การออกแบบโปรโมชั่นให้น่าสนใจ การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดให้ลองทำด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยู่ในสายงานการตลาดดิจิทัล

Design Thinking สอนโดย University of Virginia

Design Thinking คือกลยุทธ์หรือกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก (User-centered) เป็นกระบวนการคิดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในการบริหารระดับองค์กร การพัฒนาสินค้าและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีขั้นตอนกระบวนการคิดดังนี้

  1. Empathise เข้าใจปัญหา
  2. หาคำนิยามให้ชัดเจน
  3. ระดมความคิดสร้างสรรค์
  4. สร้างแบบจำลอง
  5. ทดสอบ 

คอร์สเรียนออนไลน์ Design Thinking ได้รับการยอมรับในระดับโลก ถูกบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย และองค์กรใหญ่ๆ ก็นำไปใช้พัฒนาสินค้าจนประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่น Nike และ Pepsi

English for Career Development สอนโดย University of Pennsylvania

ภาษาอังกฤษจำเป็นมากในการทำงาน ช่วยอัพเงินเดือนให้สูงขึ้น เพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ คอร์สเรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาอาชีพ จึงเหมาะกับทุกสายงานที่ต้องการเพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษในการทำงานและสมัครงาน เนื้อหาสอนเกี่ยวกับการเขียน resume cover letter การสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ คำศัพท์ที่จำเป็น ฝึกบทสนทนาแบบ small talk รวมถึงเทคนิคการสมัครงานกับบริษัทข้ามชาติ ใครที่กำลังมองหางานที่ใช้ภาษาอังกฤษโดยตรง ไม่ควรพลาดเรียนคอร์สนี้

สร้างหน้าเว็บเบื้องต้นด้วย HTML และ CSS สอนโดย รศ.ดร.อติวงศ์ สุชาโต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหาวิทยาลัย

เว็บไซต์เป็นสื่อออนไลน์ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน และมีความสำคัญกับองค์กร ธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูล ซื้อขายสินค้า โปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หรือเว็บไซต์เฉพาะบุคคลก็เปรียบเหมือนพื้นที่รวบรวมผลงาน (Portfolio) ส่วนตัวของผู้จัดทำ คอร์สเรียนออนไลน์นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยเนื้อหามุ่งสอนให้ผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานการทำงานของเว็บไซต์ สามารถใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ HTML ในการแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ และ CSS ในการจัดรูปแบบการแสดงผลของเอกสาร HTML เช่น ฟอนต์ตัวอักษร สีข้อความ พื้นหลัง ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ช่วยออกแบบเว็บไซต์ให้อ่านง่าย มีดีไซน์สวยงาม สำหรับคนที่อยากเรียนขอแค่มีพื้นฐานการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการทำเว็บไซต์มาก่อนก็เรียนได้

การออกแบบ Infographic สอนโดย อาจารย์ ดร.นิพาดา ไตรรัตน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Infographic อยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายที่ชัดเจน Infographic มาจากคำว่า Information (ข้อมูล) + Graphic (ภาพในรูปแบบดิจิทัล) เมื่อรวมกันแล้วหมายถึงการนำข้อมูล ความรู้ สถิติ หรือข่าวสาร มาสรุปให้เข้าใจง่ายโดยใช้ภาพกราฟฟิกเป็นตัวเล่าเรื่องให้น่าสนใจ คอร์สนี้จะอธิบายตั้งแต่ความสำคัญของ Infographic การเตรียมเนื้อหา ขั้นตอนการสร้างงาน เครื่องมือที่จำเป็น เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้ประโยชน์ Infographic ในการนำเสนองานให้โดดเด่นอย่างมืออาชีพ เช่น นักการตลาดสามารถใช้ Infographic นำเสนอ content หรือแผนโฆษณา อาชีพ Graphic Designer นำไปใช้กับงานดีไซน์ภาพ ทั้งนี้อาชีพอื่นๆ ก็สามารถเรียนคอร์สออนไลน์นี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการออกแบบกราฟฟิกมาก่อน

ความรู้มีอยู่ทุกที่ อยู่ที่เราจะขนขวายศึกษาหรือไม่ ข้อดีของคอร์สเรียนออนไลน์แบบฟรีๆ นอกจากจะได้ความรู้มาพัฒนาอาชีพแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋า เลือกเวลาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ และอาจทำให้เราค้นเจอความสามารถด้านใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้ลู่ทางหาเงินจากอาชีพใหม่ มีประโยชน์ขนาดนี้อย่ารอช้า เริ่มเรียนกันเลย.

ขอบคุณ jobsDB

งานช้อปต้องมา สามย่านมิตรทาวน์ยกร้านดังศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันจุฬาฯ มาขึ้นห้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628325

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 15:03 น.งานช้อปต้องมา สามย่านมิตรทาวน์ยกร้านดังศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบันจุฬาฯ มาขึ้นห้างศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เอาใจสายช้อปสายชิม ยกร้านชื่อดังศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบันจุฬาฯ ขึ้นห้าง ในงาน “MITR MARKETPLACE” รวมของเด็ดของดีกว่า 300 ร้านค้าจากน้องพี่รั้วจามจุรี ดีเดย์ 16-19 ก.ค.นี้

มาแล้วตามคำเรียกร้อง! ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชวนมาช้อปของกิน ของใช้ ของมีสไตล์ ที่โด่งดังในตลาดออนไลน์ ในงาน “MITR MARKETPLACE” รวมมิตรศิษย์จุฬาฯ ยกตลาดขายสินค้าของพี่น้องชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกว่า 300 ร้านค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ โดยเนรมิตพื้นที่รวมกว่า 3,000 ตร.ม. เพื่อให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รั้วจามจุรี ได้นำสารพัดสินค้าสุดปังทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่ งานฝีมือ ต้นไม้ เครื่องใช้ในบ้าน มาให้เหล่านักช้อปนักชิมได้เลือกซื้อหาในราคามิตรภาพ ระหว่างวันที่ 16-19 กรกฎาคมนี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G, ชั้น 3 และชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ธีรนันท์ กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า “กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะวิกฤตโควิด-19 แต่ไม่ย่อท้อกลับนำวิกฤตมาเป็นโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพ ค้นพบศักยภาพหรือตัวตนที่ซ่อนอยู่ บางคนได้อาชีพใหม่ บางคนได้อาชีพที่ 2 ไว้รองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยได้เชิญพี่น้องรั้วจามจุรี ที่ประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์มาขึ้นห้างให้ผู้ซื้อผู้ขายได้พบหน้าค่าตากัน โดยคัดสรรร้านเด็ดของแต่ละประเภทสินค้ามาให้เลือกซื้อ ภายใต้นโยบายรักษาความปลอดภัยจากโควิด-19 โดยรักษาระยะห่างตลอดการจัดงาน และผู้ให้บริการต้องรักษาความสะอาดด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และถุงมือในการให้บริการทุกร้านค้ามีการแจกบัตรคิวเพื่อลดความแออัด และสนับสนุนให้ทุกคนใช้จ่ายแบบ Cashless ผ่านแอปฯ K PLUS จากเคแบงก์ เพื่อเลี่ยงการสัมผัสเงินสดช่วยลดความเสี่ยง รวมถึงมีจุดคัดกรองก่อนเข้าใช้บริการอย่างเคร่งครัดตามมาตรการของวิถี New normal”

งาน “MITR MARKETPLACE” รวมรวมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหารเครื่องดื่ม เบเกอรี่และขนมหวาน สินค้าที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ของใช้ในครัวเรือน ของตกแต่งบ้าน งานฝีมือ ไม้ดอกไม้ประดับ โรงแรมที่พัก และอื่นๆ รวมกว่า 300 ร้านค้า

สำหรับร้านค้าไฮไลท์ในกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม เบเกอรี่และขนมหวานที่ไม่ควรพลาดลิ้มลอง ได้แก่ ร้านของเหล่าเซเลบริตี้ที่มากับเมนูเด็ด อาทิ สลิล ล่ำซำ เจ้าของคาเฟ่ขนมหวาน Pennii Popcorn Café ที่มีป๊อปคอร์นหลากเมนูหลายรสชาติให้ลิ้มลอง รวมถึงป๊อปคอร์นรสทุเรียนหมอนทอง ที่มีเนื้อทุเรียนกรอบๆ ให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ, วริศ บูลกุล หนุ่มหล่อเจ้าของร้าน Acai Story เบเกอรี่เนื้อเนียนนุ่มสุดละมุนคล้ายไอศกรีม ที่มีจุดเด่นตรงส่วนผสมของอาซาอิเบอรี่ หนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยบำรุงผิวพรรณ, รวิสรา สมะลาภา สาวเก๋เจ้าของ Allabout.nachos ชวนมาอร่อยกับนาโช่ที่สามารถสร้างสรรค์เมนูที่ชอบได้หลากหลายรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังมีร้านดังทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่ม อาทิ IceDEA ร้านไอศกรีมสุดเก๋ของ พริมา จักรพันธุ์ ณ อยุธยา, Blue Whale Café คาเฟ่สุดฮิปที่พิถีพิถันในการคิดสูตรเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงร้านอร่อยแบบมีคอนเซ็ปต์ อาทิ BOBAABAR ชานมก๊อกไซต์บิ๊กเสิร์ฟพร้อมไข่มุกและเฉาก๊วยนุ่มๆ มี 2 รสชาติให้เลือก ชาคลาสสิคแบล็กทีลาเต้ และชาซิกเนเจอร์ทิกวนอิมลาเต้, Dancing with a Baker ขนมปังกลูเต็นฟรี ไม่มีแป้ง ปราศจากน้ำตาล ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ 100% ที่ยังคงความอร่อยและรสชาติเหมือนขนมปังไม่ผิดเพี้ยน, Yuzuku Original มาพร้อมผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ทำจากส้มยูสุส่งตรงมาจากเมือง Kochi แหล่งปลูกส้มยูสุที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งเบสยูสุสำหรับผสม, น้ำส้มพร้อมดื่ม, น้ำสลัด, แยม, ซอส และเยลลี่ เป็นต้น

สินค้าที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากร้านค้าต่างๆ ที่ช้อปแล้วจะได้ฟีลกู้ด อาทิ FRESH from FARM เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นเพื่อสุขภาพที่สั่งตรงพืชผักผลไม้จากเกษตรเขาใหญ่ สะอาด ปลอดภัย ไร้สารพิษ, Specialty Story ชุดชงชาแก้วพกพาพร้อมกระเป๋า และชาออร์แกนิกจากกลุ่มชุมชนเชียงดาว และดอยแม่สลอง, GAECOPAK บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้พลาสติก และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ช้อมส้อมไบโอ, หลอดทำจากกระดาษและชานอ้อย, RePlanetMe สินค้าคัดสรรมาอย่างดี ราคาย่อมเยาและมีคุณภาพ เพื่อทำให้ “วิถีไร้ขยะ” อยู่ในชีวิตประจำวันของอย่างง่ายดายและยั่งยืน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหลากหลาย ทั้ง งานฝีมือ งานแฮนด์เมด อาทิ Forte แบรนด์กระเป๋าผ้าที่คุณแม่ของเจ้าของแบรนด์เย็บด้วยตัวเองทุกใบ ภายในกระเป๋ามีซับในและช่องเล็ก ๆ, คนธ์มีของ สร้างสรรค์มาลัยผ้าขาวม้า และหน้ากากผ้าขาวม้า และ ร้านไม้ดอกไม้ประดับ อาทิ Urban tree ต้นไม้ ในร่มพร้อมกระถางโมเดิร์นที่เหล่าคนเทรนดี้ต้องมี

เตรียมมาช้อปและชิมให้อิ่มหนำสำราญใจ ในงาน “MITR MARKETPLACE” ระหว่างวันที่ 16-19 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 – 18.00 น. ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G, ชั้น 3 และชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่งต่อแรงบันดาลใจจากสองแบรนด์ไทยที่ทำยอดขายหลักล้านภายใน 24 ชม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628322

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 14:55 น.ส่งต่อแรงบันดาลใจจากสองแบรนด์ไทยที่ทำยอดขายหลักล้านภายใน 24 ชม.เมื่อแบรนด์แฟชั่นไทยพีคสุดถึงขั้นโตระเบิดบนรันเวย์อีคอมเมิร์ซ ส่องแรงบันดาลใจจากสองแบรนด์ไทย ‘Sarin’ และ ‘Twotwice’ ที่ทำยอดขายหลักล้านภายใน 24 ชั่วโมง

คนเรามักกลัวที่ต้องเริ่มต้นทำธุรกิจเสื้อผ้า เพราะนับเป็นสินค้าในกลุ่ม Fast Fashion ที่มาไวไปไว ซื้อง่ายหน่ายเร็ว แต่เส้นทางการผลิตสินค้าแต่ละชิ้นนั้นยาวนาน ต้องใช้ทั้งเวลา ความ ‘ตั้งใจ’ และ ‘ใส่ใจ’ ในทุกขั้นตอน ทำให้เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าต่างต้องหาจุดขายและจุดแข็งของแบรนด์ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และสามารถมัดใจลูกค้าได้อย่างอยู่หมัด ทั้งยังต้องเลือกช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่สะดวกสบายและเอื้อประโยชน์ทั้งกับลูกค้าและต่อแบรนด์เอง โดยใช้ช่องทางการจำหน่ายเป็นตัวช่วยปั้นยอดขาย อย่างแบรนด์ ‘Sarin’ และ ‘Twotwice’ จาก Lazada Millionaires Club ซึ่งมีร้านค้าอยู่ในเซคชั่น LazInStyle จุดรวมไอเท็มไลฟ์สไตล์สุดอินเทรนด์บนแพลตฟอร์มลาซาด้า

Sarin แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงจากทีมดีไซน์เทเลอร์เมด ที่แต่เดิมนั้นเริ่มต้นมาจากธุรกิจรับตัดสูทเทเลอร์เมดออนไลน์มาก่อน ทำให้สูทของ Sarin มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งเนื้อผ้า ฝีมือการตัดเย็บที่ประณีตและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด จนมีออเดอร์เข้ามาอย่างท่วมท้น กลายเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้สองสาวคู่แฝดเจ้าของแบรนด์ คุณวัน-สลิลรัตน์ และคุณใหม่-สลิลทิพย์ จิรบุณยภาคย์ เกิดความคิดที่ว่า ‘ทำไมสูทสวยถึงต้องรอตัด’ จึงได้เริ่มคิดกันว่าจะต่อยอดความต้องการของลูกค้าและสินค้าคุณภาพของทั้งคู่ได้อย่างไรบ้าง จนปิ๊งไอเดียคลอดแบรนด์เสื้อสูทพร้อมส่ง คัตติ้งเนี๊ยบ และถูกควบคุมคุณภาพการผลิตโดยทีมงานเทเลอร์เมด แจ้งเกิดบนโซเชียลคอมเมิร์ซภายใต้ชื่อแบรนด์ Sarin เมื่อปี 2561 เน้นลงรูปภาพสินค้า และสร้างสรรค์ผลงานเปิดตัวคอลเลคชั่นและสีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นความสวยงาม ฟังก์ชั่น และลูกเล่นต่างๆ ของเสื้อผ้า Sarin ที่เป็น Everyday Look จนเป็นที่ถูกตาต้องใจของสาวๆ หลายคน และได้เลือกสรรสูทและเสื้อผ้าที่ควบคุมคุณภาพด้วยทีมช่างเทเลอร์เมดไปสวมใส่ได้แบบไม่ต้องรอสั่งตัด แถมยังไม่เป็นฟาสต์แฟชั่น (Fast Fashion) ทำให้สามารถใส่ได้บ่อยในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ด้วยดีไซน์ Timeless เหนือกาลเวลา ทั้งยังเข้ากับทุกสรีระเพราะแต่ละรุ่นมีให้สาวๆ เลือกถึง 5 ไซส์ ในราคาที่เปย์ได้สบาย

“แม้ว่า Sarin จะมียอดขายค่อนข้างดีบนโซเชียลคอมเมิร์ซ แต่เรายังคงมองหาช่องทางการขายใหม่ๆ เพื่อต่อยอดความสำเร็จและขยายฐานลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อว่า การลองทำอะไร ผลลัพธ์มีแค่ ได้ หรือ ไม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้ลอง เราอาจพลาดสิ่งดีๆ ไปก็ได้ อย่างอีคอมเมิร์ซที่ปัจจุบันเป็นตัวช่วยสร้างความสำเร็จให้กับหลายธุรกิจ และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักช้อป ด้วยความสะดวกสบาย แค่กด Add to Cart ชำระเงินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ทั้งยังตัดสต็อกให้ร้านค้าทันที ช่วยให้การบริหารงานหลังบ้านของร้านค้าง่ายและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ลาซาด้ากลายเป็นช่องทางการจำหน่ายหลักที่สร้างยอดขายได้ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่เราต้องสูญเสียยอดขายจากการต้องปิดหน้าร้านออฟไลน์ชั่วคราว แต่เรากลับมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดตั้งแต่เริ่มทำแบรนด์ Sarin มาเลยก็ว่าได้ เราสามารถโกยยอดขายกว่า 1 ล้านบาทได้ภายใน 24 ชั่วโมง! ในช่วงแคมเปญ Lazada Mid-Year Super Sale ยอดกระฉูด 3 ล้านบาทในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งยังรับยอดขายหลายแสนบาทจากการไลฟ์บน LazLive เพียง 1 ชั่วโมง” มุมมองความคิดของคุณวัน และ คุณใหม่ ในการปูเส้นทางความสำเร็จให้กับแบรนด์ Sarin

Twotwice อีกแบรนด์เสื้อผ้าที่ตอบโจทย์สาวๆ สายมั่น ด้วยการออกแบบที่ยูนีค ชิคไม่ซ้ำใคร จากการนำความชอบสะสมเสื้อผ้าของเจ้าของแบรนด์ที่เรียนจบสายมาร์เก็ตติ้ง แต่มีใจรักในการออกแบบ อย่าง คุณตอง-ภูริชนรดา มากอำไพ และคุณหมิว-วรกร กิจกาญจนกุล ผสานกับการนำสิ่งที่ทั้งคู่ได้พบเจอในชีวิตและระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ทำให้ Twotwice มีดีไซน์และดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ว่าจะใส่ไปเที่ยว หรือทำงาน ใครเห็นก็ต้องรู้ว่า นี่แหละคือ Twotwice 

“สินค้าแฟชั่นมีการแข่งขันสูง แต่เราไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลในการแข่งขันกับร้านอื่นๆ เสมอไป อย่าง Twotwice เราเลือกที่จะสร้างจุดขายให้กับแบรนด์ของเราเองทั้งด้านคัตติ้งและดีไซน์ที่โดดเด่น มินิมอลแต่มีดีเทล นอกจากนี้ เรายังต้องเลือกช่องทางการจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าได้มากที่สุด ลูกค้าต้องใช้งานง่ายช้อปคล่อง เราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสของอีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า เข้ามาช่วยในการสร้างฐานลูกค้าให้กับแบรนด์ ด้วยทราฟฟิกมหาศาลบนแพลตฟอร์ม ทำให้เราประสบความสำเร็จสามารถจับเงินล้านได้ในระยะเวลาเพียง 1 ปี! ในช่วงแคมเปญฉลองวันเกิดลาซาด้า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลาซาด้ายังทำให้เราได้มีโอกาสร่วม Collab กับแบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพ Urban Decay x Twotwice ปั้นยอดขายแตะหลักหลายล้านบาทตลอดช่วงแคมเปญเพียง 3 วัน ในเดือนมิถุนายน อีคอมเมิร์ซไทยทำให้ความสำเร็จที่เกินคาดสามารถเกิดขึ้นได้ แม้ว่าเราจะกำลังเผชิญปัญหาจากผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องปิดหน้าร้านออฟไลน์ชั่วคราว ทำให้รายได้และยอดขายลดลง แต่เราต้องไม่หวั่น แค่ลองเปิดใจและลงมือทำให้ดีที่สุด” ทริคความสำเร็จที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร ของคุณตองและคุณหมิว เจ้าของแบรนด์ Twotwice

อีคอมเมิร์ซเป็นเครื่องมือในการสร้างยอดขายที่ทรงพลัง มีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ผู้ประกอบการได้เลือกใช้เพื่อกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์ที่มาแรง และเป็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ การไลฟ์ขายสินค้า ที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดีในหลากหลายธุรกิจ ทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการต่อยอดแบรนด์แฟชั่นไทยให้ได้โชว์ฝีมือและนำสินค้าเข้าสู่รันเวย์ ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพ สร้างความสะดวกสบายให้กับเหล่านักช้อป ง่ายต่อการจัดการระบบหลังบ้านของธุรกิจ และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ในยุคที่ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายจาก ‘ออฟไลน์’ สู่ ‘ออนไลน์’ กันมากยิ่งขึ้น อีคอมเมิร์ซจึงเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่มีประสิทธิภาพสำหรับแบรนด์และผู้ประกอบการต่างๆ และเป็นช่องทางการช้อปปิ้งที่ครองใจนักช้อปยุคดิจิทัล

All Day Dining and More! คอนเซ็ปต์โดนใจให้อิ่มอร่อยหลากเมนูเช้าจรดค่ำจาก THE COFFEE CLUB #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628311

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 13:30 น.All Day Dining and More! คอนเซ็ปต์โดนใจให้อิ่มอร่อยหลากเมนูเช้าจรดค่ำจาก THE COFFEE CLUBเช็กอินฟินกับของอร่อยที่ THE COFFEE CLUB ออลเดย์คาเฟ่ยอดนิยมสัญชาติออสเตรเลียเจ้าแรกในไทย พร้อมสัมผัสความเลิศรสเต็มคุณภาพกับหลากเมนู ภายใต้แนวคิด All-Day Dining and More! เลือกอิ่มอร่อยตามใจได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

เชื่อเลยว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับชื่อร้าน THE COFFEE CLUB (เดอะ คอฟฟี่ คลับ) กันเป็นอย่างดี ด้วยอายุอานามราว 30 ปีที่ก่อตั้งและจำนวนสาขาที่มีมากกว่า 400 สาขาใน 10 ประเทศทั่วโลก ส่วนที่บางคนยังไม่รู้ก็คือ..ร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องกาแฟ!! แต่จัดเต็มด้วยบรรดาเมนูอาหารที่พาเหรดมาให้เลือกอร่อยกันแบบละลานตา ทั้งเมนูฝั่งตะวันตก อาหารไทย เมนูฟิวชั่น ของหวาน พร้อมเครื่องดื่มอีกคับคั่ง แถมยังมาในคอนเซ็ปต์ All-Day Dining and More! เรียกได้ว่าสามารถมาฝากท้องกินกันได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะมื้อเช้า มื้อกลางวัน  มื้อเย็น หรือจะเป็นสถานที่นัดพบปะพูดคุยเคล้าไปกับอรรถรสของกาแฟและอาหาร

ทางด้านโลเคชั่น THE COFFEE CLUB ก็เลือกปักหมุดเอาใจคนเมือง เน้นการเดินทางสะดวก สำหรับที่สาขาไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท มาในธีมย้อนยุคใจกลางเมือง ตกแต่งสไตล์ไทยๆ เน้นการโชว์วัสดุธรรมชาติ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ภายในร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือพื้นที่นอกร้านที่นั่ง semi outdoor ตกแต่งผนังด้วยบล็อคช่องลมและต้นไม้สร้างบรรยากาศสวนหน้าบ้าน ด้านในมีเคาน์เตอร์ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของร้าน และพื้นที่ส่วนที่นั่ง indoor ตกแต่งด้วยการจำลองช่องหน้าต่างสร้างบรรยากาศที่สมจริง

ที่โดดเด่นกว่าใครคือการใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมบริการที่เป็นมิตร เน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยถูกปากทุกคน พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วยเมนูเพื่อสุขภาพ สำหรับเมนูไฮไลท์ภายใต้แนวคิด All Day Dining and More! ที่มาแล้วต้องลองอาทิ

มื้อเช้า DIY สไตล์ไทย กับเซ็ตข้าวต้มกุ๊ย ข้าวต้มหอมๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ พร้อมเครื่องเคียงที่เลือกได้ถึง 4 อย่าง ไม่ว่าจะไชโป๊วผัดไข ไข่เจียว ผัดคะน้า ผัดผักบุ้ง ยำไข่เค็ม หมูผัดหนำเลี๊ยบ ยำปลาสลิด หรือหมูกรอบ

DIY สไตล์เวสเทิร์น เลือกเมนูไข่ในแบบที่ชอบ ไม่ว่าจะ ไข่คน ไข่ดาว หรือไข่ลวก เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งและมะเขือเทศย่าง มิกซ์แอนด์แมทช์เพิ่มกับเครื่องเคียงที่มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ แฮม เบคอน ไส้กรอกหมู แซลมอนรมควัน แฮชบราวน์ ผักโขม เห็ดผัด 

เอ็นจอยกับ Brunch ช่วงสาย จับคู่กับกาแฟแก้วโปรด ห้ามพลาดเมนูยอดฮิตอย่าง Classic Eggs Benedict ไข่เบเนดิกต์คลาสสิคที่สามารถเลือกท็อปปิ้งตามใจ แฮม เบคอน หรือแซลมอนรมควัน Overload Thai Baked Eggs (220 บาท) เอร็ดอร่อยกับเมนูไข่กระทะ ครบรสด้วยกุนเชียง หมูสับ และเห็ดชิตาเกะ ที่มาพร้อมกับ French Butter Croissant

มื้อเที่ยง ลองเมนูฟิวชั่นรสไทยในรูปลักษณ์สุดอินเตอร์ Spicy Chicken Burger เบอร์เกอร์ไก่สไปซี่ซอสศรีราชา (195 บาท) ไก่ทอดกรอบๆชิ้นโตรสชาติแบบไทยๆเสิร์ฟพร้อมกับเบอร์เกอร์ขนมปังบริยอชเนื้อในนุ่มด้านนอกมีความกรอบนิดๆเพิ่มรสชาติให้จัดจ้านขึ้นด้วยซอสพริกศรีราชาและเครื่องเทศ

มื้อเย็น ถึงเวลาจานเด็ดกับเมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดีมากอย่าง Spicy Grilled Pork Collar Pasta (220 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่มผสานความเข้มข้นของคอหมูย่างหมัก คลุกเคล้ากับซอสแจ่วรสแซ่บ กลมกล่อมลงตัว อีกเมนูที่อร่อยมัดใจใครต่อใครยกให้ Pad Thai with King prawns ผัดไทยกุ้งสดที่เลือกใช้กุ้งตัวใหญ่ ผัดมาในซอสผัดไทยรสเด็ดสุดเข้มข้น

คนรักสุขภาพต้อง Keto Salmon Bowl (260 บาท) เอาใจชาวคีโตด้วยเมนูคีโตแซลมอนโบลว์สลัดแซลมอนอโวคาโดที่มาพร้อมกับวัตถุดิบเพื่อสุขภาพคนธรรมดากินได้คนกินคีโตกินดี

ปิดท้ายที่เครื่องดื่มขึ้นชื่อของ THE COFFEE CLUB อย่างกาแฟชั้นดีที่เลือกใช้กาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าจากบราซิล คั่วด้วยเทคนิคเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ออสเตรเลีย Cappuccino (110 บาท) Salted Caramel Espresso Frappé (140 บาท) บ่ายๆ อยากอยากซาบซ่าสั่งโซดาน้ำอัญชันเลมอน Butterfly Pea Lemon Fizz (90 บาท) รีเฟรชความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

ตามไปเช็กอินชิมความอร่อยแบบนี้ได้ที่ The Coffee Club สาขาไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท ชั้น 2 เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น. โทร. 06 3231 9164

.

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โฟกัสวัคซีนผู้ใหญ่ มีอะไรต้องฉีดบ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628259

วันที่ 14 ก.ค. 2563 เวลา 10:20 น.โฟกัสวัคซีนผู้ใหญ่ มีอะไรต้องฉีดบ้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แนะผู้ใหญ่ก็ต้องฉีดวัคซีน พร้อมเล่าถึงวัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ว่ามีอะไรบ้าง

แม้ว่าผู้ใหญ่จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าเด็ก แต่สำหรับบางโรคที่เราเคยฉีดวัคซีนแล้วตอนเด็กๆ ระดับภูมิคุ้มกันกลับค่อยๆ ลดลงจนไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันโรคอีกต่อไป อีกทั้งในปัจจุบันยังมีโรคที่อุบัติใหม่ขึ้นอยู่เสมอ ทำให้มีการค้นพบวัคซีนใหม่ๆ ดังนั้น วัคซีนจึงไม่ใช่สิ่งที่ใช้เฉพาะเด็กเล็กอีกต่อไป พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Check-Up Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) เล่าถึงวัคซีนที่จำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ ว่ามีอะไรบ้าง

วัคซีนหัด หัดเยอรมัน คางทูม (Measles-Mumps-Rubella Vaccine : MMR) โดยปกติผู้ที่เคยฉีดวัคซีนครบ 2 ครั้งแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำอีก เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต แต่ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยป่วยเป็นโรคทั้ง 3 นี้มาก่อน รวมทั้งผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 ครั้ง ควรได้รับวัคซีนรวมอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญเจริญพันธุ์ควรได้รับวัคซีนชนิดนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง และหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เป็นเวลา 3 เดือนหลังฉีดวัคซีน

วัคซีนอีสุกอีใส งูสวัด (Varicella Vaccine) ควรฉีดในผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่เคยเป็นอีสุกอีใสหรืองูสวัดมาก่อน โดยฉีด 2 ครั้งห่างกัน 4-8 สัปดาห์ หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เป็นเวลา 1 เดือนหลังฉีดวัคซีน ผู้ที่สัมผัสโรคควรฉีดวัคซีนภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสโรคจึงป้องกันได้ หากเกิน 5 วันไม่สามารถป้องกันโรคแต่สามารถลดความรุนแรงของโรคได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่มักมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดและหายใน 5-7 วัน แต่การติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้มีโรคเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจเรื้อรัง ฯลฯ อาจมีอาการรุนแรง เกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูง แนะนำให้ฉีดทุกปี เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี โดยฉีดปีละ 1 ครั้ง ช่วงก่อนมีการระบาด ในประเทศไทยมักระบาด 2 ช่วงคือช่วงฤดูฝน และช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ห้ามฉีดในผู้ที่แพ้ไข่อย่างรุนแรง เนื่องจากไข่เป็นส่วนหนึ่งในขบวนการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนปอดอักเสบ (Pneumococcal Vaccine) เชื้อนิวโมคอคคัสเป็นแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ฯลฯ โดยเฉพาะการติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุกล้ำ (Invasive pneumococcal disease ย่อว่า IPD) ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ ในผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียว แต่อาจฉีดกระตุ้นอีกครั้งหลังฉีดครั้งแรก 3-5 ปี

เมื่อทราบดังนี้แล้วก็แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้รับวัคซีนให้ครบ เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา

ดื่มด่ำความหรูหรากับแชมเปญบรั้นช์เลิศรสสไตล์สเปน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628237

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 15:20 น.ดื่มด่ำความหรูหรากับแชมเปญบรั้นช์เลิศรสสไตล์สเปนห้องอาหารอูโนมาส ชวนสัมผัสกลิ่นอายอาหารสเปนสุดอลังการ อิ่มอร่อยด้วยตัวบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน

ครั้งนี่้ขอเอาใจคนรักอาหารสเปนและซีฟู้ดกันที่ ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมดื่มด่ำความอร่อย สัมผัสกลิ่นอายของอาหารสไตล์สเปนที่วางเรียงรายสุดอลังการแถมเลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเองกับ บุฟเฟ่ต์ แชมเปญบรั้นช์ ในทุกวันอาทิตย์แรกของแต่ละเดือน

ที่นี่รวบรวมบรรดาซีฟู้ดสดใหม่คุณภาพเยี่ยมนานาชนิดเรียงรายบนน้ำแข็ง เรียกน้ำย่อยด้วยก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือตัวโต หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์ ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพิ่มอรรถรส รวมถึงหลากหลายเมนูทาปาสต่างๆ ที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยตามใจชอบ

ห้ามพลาดอาหารสเปนตามสั่ง เมนูใหม่ๆ ที่รังสรรค์โดยทีมเชฟประจำห้องอาหาร จากวัตถุดิบชั้นเลิศที่ส่งตรงจากสเปน เนรมิตมาเป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ รวมทั้งเมนูของหวานละลานตาอีกมากมายที่สายหวานไม่ควรพลาด

สัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปนพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,555 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ จี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก จากขวดแม็กนัม หรือขวดใหญ่ ขนาดจุ 1.5 ลิตร หรือสองเท่าของขวดแชมเปญปกติ รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ)

อุ่นใจกับเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย การันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com สามารถติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่เว็บไซต์: www.unomasbangkok.com เฟสบุ๊ค: UNO MAS อินสตาแกรม: Unomas_Bangkok

Work from Home ทำคนเนือยนิ่งยิ่งเสี่ยง 5 อาการร้ายทำลายสุขภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628247

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 14:40 น.Work from Home ทำคนเนือยนิ่งยิ่งเสี่ยง 5 อาการร้ายทำลายสุขภาพนักกายภาพบำบัดแชร์ 5 อาการฮอตฮิตจากพฤติกรรมเนือยนิ่งที่ยิ่งรุนแรงหากขยับตัวน้อย เพราะการทำงานที่บ้าน

การทำงานอยู่ที่บ้าน (Work from Home) ทำให้หลายคนจ้องหน้าจอนั่งๆ นอนๆ ทำตัวตามสบาย เคลื่อนไหวน้อย หนึ่งวันคงเดินได้ไม่กี่ก้าว สภาพนี้เรียกกันว่า Inactivity หรือภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว กลายเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary behavior) ซึ่งหากเทียบวัดพลังงาน-อัตราการเผาผลาญในร่างกายที่เกิดขึ้นจะน้อยมาก ซึ่งเรียกว่า ค่า MET (Metabolic Equivalent of task) โดยหากค่านี้น้อยกว่า 1.5 MET ก็คือพฤติกรรมเนือยนิ่ง

เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) อธิบายความหมายเพิ่มเติมของค่า MET ว่า ค่า MET คือการใช้พลังงานในการทำกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เปรียบเทียบกับการใช้พลังงานขณะนั่งนิ่งๆ ซึ่งภาวะนี้ เมื่อสะสมนานจะทำให้ร่างกายทุกระบบย่ำแย่ เนื่องจากร่างกายต้องการการเคลื่อนไหว การขยับทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน เพื่อให้เกิดการไหลเวียน และเป็นการกระตุ้นทุกระบบ ทั้งเลือด น้ำเหลือง ระบบเส้นประสาท และการทำงานของอวัยวะภายในให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผลเสียต่อร่างกายที่เกิดจากพฤติกรรมเนือยนิ่ง 5 อาการฮิต ได้แก่

เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อย จากการอยู่ในท่าก้มคอมากกว่าปกติ เช่น ท่านั่ง ทำงานนานๆ หลังค่อม ไหล่ห่อ คองุ้ม จะทำให้กล้ามเนื้อตรงก้านคอ หรือตรงฐานกระโหลกศีรษะเกร็งตัวมาก และเรื้อรังจนทำให้มักมีอาการปวดร้าว เข้ากระบอกตา ปวดร้าวขึ้นหัว มึนหัว บางเคสอาการคล้ายๆ ไมเกรน แต่ตึงๆ มึนทั้งหัวไม่สดชื่น

ปวดหลัง/กล้ามเนื้ออักเสบ (Low Back Pain/Muscle Strain) เมื่อนั่งนานและนั่งในท่าที่ผิด เสมือนกล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหลายเท่า เป็นธรรมดาที่จะต้องมีอาการปวดเกร็งขึ้นมา และยิ่งนั่งแบบเดิมๆ ต่อเนื่องกันหลายวันยิ่งเพิ่มความเรื้อรัง ปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดาก็อาจเป็นเหตุให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated Nucleus Pulposus) ได้ด้วย เพราะเวลานั่งคงนั่งหลังค่อม มีโอกาสให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนได้ง่าย

ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย (Indigestion หรือ Dyspepsia) โรคนี้อาจไม่คิดว่าจะเกิดจาก WFH ซึ่งเมื่อทำงานที่บ้าน ทำให้เราทำตัวตามสบาย อาจรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รับประทานเสร็จแล้วก็นั่งทำงานเลย โดยไม่ได้ขยับตัว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้การหลั่งน้ำย่อย และการบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง ประสิทธิภาพการย่อยลดลง เกิดลมคั่งในช่องท้อง ทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อยได้

ท้องผูก (Constipation) โดยปกติลำไส้คนเราจะบีบตัวได้ดี เมื่อร่างกายเรามีการเคลื่อนไหวมีการขยับเขยื้อน WFH ทำให้เราเคลื่อนไหวน้อย การทำงาน หรือการบีบตัวของลำไส้ลดลง หรือบางเคสอาจไม่เคลื่อนเลย ผลจากการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย และไขมันที่พอกพูนมากขึ้นในช่องท้อง สาเหตุดังกล่าวทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง กากใยอาหารคั่งค้างนิ่งๆ ในลำไส้ จนกลายเป็นท้องผูกได้

โรคอ้วน (Obesity) หลายคนเจอปัญหานี้โดยเลี่ยงไม่ได้เลย ช่วง 3 เดือนที่ WFH ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว การไม่เคลื่อนไหว กินๆ นอนๆ อยู่กับบ้าน เดินกันไม่กี่ก้าว มีผลทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดลง บวกกับการนั่งๆ นอนๆ นี้ใช้พลังงานน้อยมาก จึงทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปถูกดึงไปพอกพูนในรูปแบบของไขมันจนกลายเป็นโรคอ้วน ซึ่งโรคนี้เป็นเหตุให้เป็นโรคร้ายๆ อื่นตามมามากมายเลยไม่ว่าจะเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันสูง รุนแรงเข้าก็อาจเป็นเหตุให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือเป็นสาเหตุของหัวใจวายได้