‘ไขกระดูกบกพร่อง’ สัญญาณเตือนมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628227

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 11:50 น.'ไขกระดูกบกพร่อง' สัญญาณเตือนมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันแพทย์ชี้อาการไขกระดูกบกพร่องเป็นโรคที่พบได้น้อย แต่เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนที่จะกลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันได้

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเลิดสิน เผยกลุ่มอาการไขกระดูกบกพร่อง หรือ MDS เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดออกมาได้ ส่วนใหญ่พบในคนไข้ที่อายุมากกว่า 60 ปี และพบได้น้อยมากในคนไข้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี เมื่อร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ได้จะเกิดความผิดปกติ ได้แก่ โลหิตจางทำให้มีอาการซีด เม็ดเลือดขาวทำให้ร่างกายภูมิคุ้มกันลดลง เกล็ดเลือดต่ำทำให้เลือดออกง่าย

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาการไขกระดูกบกพร่อง ส่วนหนึ่งเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อีกส่วนหนึ่งเกิดหลังจากผู้ป่วยเคยได้รับยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีมาก่อนในอดีต หรือได้รับสารเคมีบางอย่าง เช่น เบนซีน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มโรคไขกระดูกบกพร่องนี้ไม่ได้เป็นโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรมจึงไม่ติดต่อสู่คนในครอบครัว การดำเนินโรคกรณีที่โรคเป็นไม่รุนแรง จะมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ได้เกิน 6 ปี มักเริ่มจากสร้างเม็ดเลือดตั้งแต่ 1-3 ชนิดได้น้อยลงจนมีอาการโลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ และเกล็ดเลือดต่ำ หลังจากนั้นประมาณ 1ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีการพัฒนาของโรคกลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันได้ ซึ่งเป็นชนิดรุนแรง และมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ประมาน 5 เดือน

นายแพทย์ศักรินทร์ วงศ์เลิศศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กล่าวว่า การรักษาในกรณีที่โรคเป็นไม่รุนแรงและไม่ได้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โดยทั่วไปจะให้การรักษาโดยให้เลือด เกล็ดเลือด และยาฉีดกระตุ้นเม็ดเลือดขาว หรือเม็ดเลือดแดงขึ้นกับชนิดของเม็ดเลือดผู้ป่วยที่ต่ำ ซึ่งเป็นการรักษาแบบประคับประคอง แต่ในกรณีที่โรคเป็นรุนแรงหรือเริ่มกลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน การรักษาคือการปลูกถ่ายไขกระดูก หรือปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ซึ่งสามารถทำให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม จะสามารถทำได้เฉพาะผู้ป่วยบางรายเท่านั้น ในกรณีที่ไม่สามารถปลูกถ่ายไขกระดูกได้ อาจให้ยากลุ่มเคมีบำบัดแบบฉีดบางชนิดร่วมกับการรักษาแบบประคับประคองเพื่อให้เม็ดเลือดกลับมาใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด

รู้จักกับโรคไขกระดูกบกพร่อง

โรคไขกระดูกบกพร่อง หรือไขกระดูกเสื่อม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Myelodysplastic syndrome (MDS) เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติขึ้นกับเซลล์เม็ดเลือดขาว หรือเซลล์เม็ดเลือดแดง จนไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดที่สมบูรณ์ได้เหมือนคนปกติ

สาเหตุที่แท้จริงจากโรคไขกระดูกบกพร่องนี้ ปัจจุบันทราบแค่ว่าเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) บริเวณไขกระดูก ผลิตเซลล์เม็ดเลือดออกมาผิดปกติ สาเหตุอาจมาได้จาก

  • เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมในร่างกายของผู้ป่วยเอง
  • จากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษต่อเซลล์ต้นกำเนิด เช่น ได้รับสารเคมี หรือ รังสีบำบัด
  • รูปแบบการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ หรือได้รับไวรัสบางชนิด

อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคไขกระดูกบกพร่อง มักพบอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะเป็นผลมาจากเม็ดเลือดแดงต่ำ มีออกซิเจนไม่เพียงพอให้ร่างกาย ตามมาด้วยอาการเป็นไข้จากการติดเชื้อ เพราะเม็ดเลือดขาวน้อย โดยอาการของผู้ป่วยจะหนักขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดในร่างกาย

โรคที่เกี่ยวข้องกับไขกระดูกอื่นๆ เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ รวมถึงโรคมะเร็งในระยะที่กระจายเข้ากระดูกแล้วก็จะตรวจพบความผิดปกติของเม็ดเลือด แต่การระบุโรคไขกระดูกบกพร่องนั้นต้องตรวจเลือดในห้องปฏิบัติการ เพื่อวัดค่าและใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูความผิดปกติของเม็ดเลือด ดังนี้

  • ตรวจพบเม็ดเลือดแดงต่ำ
  • ตรวจพบเซลล์เม็ดเลือดที่มีลักษณะผิดปกติมากกว่า 10%
  • ระดับความเข้มข้นเม็ดเลือดแดงฮีโมโกลบินน้อยกว่า 10 g/dL
  • ระดับเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลน้อยกว่า 1.8×109/L
  • ระดับเกล็ดเลือดน้อยกว่า 100×109/L

วิธีป้องกันการเป็นโรคไขกระดูกบกพร่อง หลีกเลี่ยงการทำงานที่ใช้สารเคมี หรือสารกัมมันตรังสีอันเป็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงเซลล์ต้นกำเนิดในระดับยีน และควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628209

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 07:07 น.ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ มิติทั้ง 4 ที่ประสานเชื่อมโยงกันเป็นร่างแหอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ หัวใจของยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน

ความท้าทายและผลกระทบกระแสการเปลี่ยนแปลงโลกทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด 19 และโอกาสการกลับมาระบาดซ้ำ ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง และได้สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นต่อการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันและเพื่อความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า ทางออกของปัญหาแต่ทุกวันนี้ เราลงทุนด้านการพัฒนาคนมากมายเพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกทั้งยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ไม่เป็นรูปธรรม และไม่ยั่งยืน ดังนั้น เพื่อความยั่งยืน การพัฒนาจึงต้องก้าวข้ามจากมุมมองแค่การปรับเปลี่ยน (Change) มาเป็นการปฏิรูป (Transformation)

และกระบวนการปฏิรูปเพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืนนั้น เราจำเป็นต้องสร้างฉากทัศน์ของการพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่างเป็นองค์รวม ครอบคลุมทุกมิติชีวิต ได้แก่ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ กล่าวคือ

ฉากทัศน์ด้านจิตใจ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านจิตใจ ฐานรากของการพัฒนาในมิตินี้คือ “กรอบความคิด” กรอบความคิดคือแหล่งที่มาของศักยภาพภายใน แรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน แต่ขีดความสามารถใดๆ ที่แสดงออกมานั้น ยังไงก็ไม่เกินกรอบความคิด หากต้องการจะยกศักยภาพ เราต้องเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ กรอบความคิดเปลี่ยนได้ กรอบความคิดเป็นของตนเอง เราจึงมีอำนาจเหนือมัน เมื่อเรามีอำนาจเหนือมัน เราจึงควบคุมมันได้ นั่นคือเราสามารถเลือกตอบสนองได้เมื่อมีเหตุการณ์อะไรมากระทบ เมื่อเราเลือกได้ นั่นคือเราสามารถนำตนเองได้ หากเรานำตนเองได้ เราก็เปลี่ยนตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนจึงต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอ คุณสมบัติในการนำตนเองนี้เองคือ ฐานรากที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

ฉากทัศน์ด้านปัญญา เมื่อพูดถึงมิติด้านปัญญา ฐานรากของการพัฒนาปัญญาคือ “แนวคิดเชิงระบบ” แนวคิดเชิงระบบคือการเห็นความจริงว่า ความรู้ใดๆ เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์จึงเกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง นอกจากนี้ การคิดเชิงระบบยังช่วยให้เข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันเป็นระบบซ้อนระบบ ปัญหาทับซ้อนปัญหา ทุกปัญหาล้วนเชื่อมโยงและส่งผลถึงกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว การรับมือกับปัญหาจึงต้องเปิดมุมมองใหม่ โดยต้องเป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อน

ฉากทัศน์ด้านอารมณ์ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านอารมณ์ ฐานรากอันเป็นที่มาของอารมณ์คือ “ตัวตน” ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย เมื่อพิจารณาถึงในทุกขณะที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยความหมายที่แท้จริงแล้ว โลกของตัวตนภายในกำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ ทั้งต่อตนเองและกับบุคคลอื่น

ในกรณีของการก้องสะท้อนที่มีต่อตนเอง การเห็นคุณค่าตนเองจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอารมณ์ มีความเชื่อมั่นภายในมั่นคง มีความเข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน ยืนหยัด อดทนและสามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่

ในกรณีของการก้องสะท้อนที่มีต่อบุคคลอื่น การเห็นคุณค่าในความแตกต่างจะนำไปสู่การเปิดใจกว้างรับฟัง เกิดความเข้าใจ ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นที่มีต่อกัน และศรัทธาภาวะนี้จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพทีมงานออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม มีเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียว

ฉากทัศน์ด้านภาวะผู้นำ เมื่อพิจารณาถึงมิติด้านภาวะผู้นำ คุณสมบัติอันเป็นฐานรากของมิตินี้คือ “คุณค่าความเป็นมนุษย์” การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงและนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันได้นั้นต้องการผู้นำ ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตน (ในฐานะผู้นำ) ต้องได้รับการยอมรับจากทีมงานหรือผู้ตาม และบุคคลจะยอมรับใครว่ามีภาวะผู้นำ ก็ต่อเมื่อตน (ในฐานะผู้ตาม) ต้องได้รับการยอมรับเสียก่อน มันคือการยอมรับในคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์ เพราะใครก็ตามเห็นและยอมรับว่าฉันมีค่า ฉันก็เห็นและยอมรับว่าเขามีค่าเช่นกันภาวะนี้เท่านั้นที่ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้

การสร้างฉากทัศน์ยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืน ในการสร้างฉากทัศน์ของการยกระดับขีดความสามารถของมนุษย์เพื่อความยั่งยืนนั้นต้องเริ่มด้วยมิติด้านจิตใจที่เห็นความจริงว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเริ่มที่การปรับตนเองก่อนเสมอ ด้วยการปรับกรอบความคิดตนเองเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวก สามารถระเบิดศักยภาพจากภายในเพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุก ทั้งนี้ ในการเล่นเชิงรุกเพื่อยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขันนั้นต้องใช้มิติที่ 2 คือ ปัญญา ปัญญามาจากแนวคิดเชิงระบบด้วยมุมมองที่ว่า ความรู้ใดๆ มาจากการสร้างความเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง บุคคลจึงสามารถจัดการกับปัญหาเชิงซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถสร้างมุมมองเชิงองค์รวมเพื่อสร้างนวัตกรรมที่แปลกใหม่ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

ด้วยการปรับเปลี่ยนทั้งมิติด้านจิตใจและปัญญา บุคคลจึงสามารถยกระดับตนเองทั้งภายในและภายนอก แต่ในโลกแห่งการมีปฏิสัมพันธ์กันนั้น การที่บุคคลจะสามารถทำงานร่วมกันได้ มิติที่ต้องพิจารณาต่อมาคือ อารมณ์ คุณสมบัติหนึ่งด้านอารมณ์คือ ศรัทธาศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการที่บุคคลต้องเห็นคุณค่าระหว่างกัน มันคือ การเห็นคุณค่าในความแตกต่างแต่การที่บุคคลจะให้ศรัทธากับบุคคลอื่น บุคคลคนนั้นต้องศรัทธาตนเองก่อน นั่นคือ เขาต้องเห็นคุณค่าตนเองก่อนเสมอการเห็นคุณค่าตนเอง บุคคลจึงสามารถสร้างความเข้มแข็ง ความมั่นคงภายใน มีภูมิต้านทาน จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพภายในตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่และการเห็นคุณค่าในความแตกต่างจึงเป็นที่มาของการระเบิดศักยภาพทีมงานอย่างมีพลังร่วม

ในการทำงานเป็นทีม ธรรมชาติขององค์กรย่อมต้องมีผู้นำ ผู้ตามและภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องการกำลังใจ การยอมรับ การให้เกียรติ การมอบอำนาจ การให้ความสำคัญ เมื่อบุคคลได้รับการเห็นคุณค่า เขาย่อมให้คุณค่าตอบเพราะใครก็ตามเห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทีมงานให้ไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ

จะเห็นว่า ฉากทัศน์ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างยั่งยืนจะต้องประกอบด้วยมิติทั้ง 4 คือ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำที่บุคคลสามารถสร้างการนำตนเอง เล่นเชิงรุก ด้วยกรอบความคิดเชิงบวกสามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าด้วยแนวคิดเชิงระบบสามารถสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ด้วยการเห็นคุณค่าตนเองสามารถสร้างทีมงานที่มีความเข้มแข็งอย่างมีพลังร่วมด้วยการเห็นคุณค่าในความแตกต่างและสามารถนำทีมงาน สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นเอกภาพด้วยการเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์

เพราะมิติทั้ง 4 ประสานเชื่อมโยง ถักทอหลอมรวมกันเป็นร่างแหอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ จัดบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ อร่อยสุดปัง ราคาสุดคุ้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628178

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 15:20 น.ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ จัดบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ อร่อยสุดปัง ราคาสุดคุ้มจัดเต็มแบบไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยสุดปัง ราคาสุดคุ้ม ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มแบบชิ้นใหญ่ ไส้ทะลักเต็มๆ คำ กับบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวันหลากหลายเมนูกว่า 70 รายการ ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยทุกคำปั้นสดใหม่ รังสรรค์เมนูความอร่อยโดย เชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร

พิเศษสุดๆ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม สะอาด สดใหม่ พร้อมให้คุณได้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำ ในราคาเริ่มต้นเพียง 850 บาท++/ ท่าน สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวัน ไม่ว่าจะเป็น ฟองเต้าหู้ปูอลาสก้าทอด, ปอเปี๊ยะปลาทอด, ปอเปี๊ยะเป็ดทอด, กุ้งอัลมอนด์ทอดซอสมะนาว, ปลาหิมะนึ่งเต้าซี่, กุ้งนึ่งฟักทองญี่ปุ่น, กุ้งนึ่งซอสปักกิ่ง และแตงซูชินี่นึ่งไส้กุ้ง และอีกหลากเมนูให้เลือกรับประทาน

ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ตั้งอยู่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 11.30 – 14.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 100 6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th

ขอให้ทุกท่านไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย ยังการันตีว่าเชฟของเรามิได้เดินทางไปยังที่สุ่มเสี่ยงตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา พนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกัน นอกจากนี้เรายังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดี เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารจีนไดนาสตี้ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/dynasty เฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

ย้อนเส้นทางชีวิต Working Women กว่าจะเป็น ‘ซูเปอร์แมร์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628174

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 14:50 น.ย้อนเส้นทางชีวิต Working Women กว่าจะเป็น 'ซูเปอร์แมร์'กาละแมร์-พัชรศรี พาย้อนเส้นทางชีวิต 20 ปี กว่าจะเป็น “ซูเปอร์แมร์”

หากพูดถึง Working Women หนึ่งในลิสต์ก็ต้องมีชื่อของ กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ เนื่องจากเธอคือคนที่ทุ่มเทกับทุกอย่างที่ลงมือ และวางเป้าหมายอย่างชัดเจน แต่หนทางกว่าจะมาถึงซูเปอร์แมร์ในวันนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด

เรียกว่าทำเอาคนดูอึ้งในความเป็นกาละแมร์กันไปแล้ว สำหรับ SUPER MARE อีพีแรก กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตใน 1 วันของเธอที่ใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่า มาถึงอีพี 2 ที่เพิ่งออกอากาศไปในวันนี้ทำเอาคนดูลุ้นกันตัวโก่งอีกแล้ว เพราะแมร์พาทุกคนย้อนเส้นทางร่วม 20 ปีของเด็กผู้หญิงที่เริ่มทำงานในอาชีพที่รักกับสถานีโทรทัศน์ที่ใฝ่ฝัน คนดูลุ้นกันตัวโก่งว่าเธอจะรอดหรือไม่เมื่อต้องลงเรือคลองแสนแสบ ต่อรถเมล์ ซ้อนท้ายพี่วิน ย้อนกลิ่นอายวันวานแสนทรหด แต่งานนี้สาวเจ้าก็ผ่านมาได้สวยๆ “ก็เพราะคนมันเคยทำยังไงก็ทำได้” นอกจากนี้ รายการยังส่งคอนเทนต์แน่นๆ ของอีพีนี้กับเซอร์ไพรส์จาก 2 ซูเปอร์วีไอพีประวิทย์ มาลีนนท์ และป้าตือ บุคคลที่เห็นกาละแมร์ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ มาร่วมเผยความในใจถึงสาวแมร์เป็นครั้งแรก 

วันนี้ได้พาทุกคนไปเจาะลึกทุกเส้นทางที่สาวแมร์ฝ่าฟันมา เริ่มตั้งแต่ลงเรือด่วนจี๋ลัดเลาะไปตามคลองแสนแสบ ที่ต้องอาศัยจังหวะการทรงตัวบนรองเท้าส้นสูง คลายเล่นกายกรรมบนเส้นด้าย ต่อด้วยโหนรถเมล์และแว้นวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจุดพีคที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอก็เกิดขึ้นบนรถเมล์ เมื่อกาละแมร์เจอคนโรคจิตคุกคาม จนพี่กระเป๋ารถเมล์มาช่วยไว้ ทำเอาสาวแมร์ต้องเร่งขยันทำงานปั้มเงิน และสามารถกำเงิน 3 แสนไปซื้อรถยนต์คันแรกได้สำเร็จ และอีกเรื่องที่ไม่เคยมีใครรู้คือ HR ประจำสถานีโทรทัศน์ที่สาวแมร์ใฝ่ฝันอยากก้าวเข้าไปทำงานโทรมาบอกข่าวดีกับเธอหลังจากรอมาถึง 6 เดือน ในขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถเมล์ ซึ่งจะว่าไปหลายๆ เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนของแมร์เกิดขึ้นบนรถสาธารณะแบบนี้ หากจะเรียกว่า ”เหตุเกิดบนรถเมล์” ก็ได้

ประวิตร มาลีนนท์ บอสใหญ่แห่งวิกพระราม 4 เปิดมุมมองถึงกาละแมร์เป็นครั้งแรกโดยเอ่ยปากชมในความมุ่งมั่น ขยันอดทนของสาวแมร์ เธอคว้าทุกโอกาส มีวินัยฝึกฝนพัฒนาตัวเอง จากผู้ประกาศสู่งานพิธีกรและก้าวสู่นักธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพงานนี้คุณประวิทย์ยกย่องให้กาละแมร์คือผู้ประกาศหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดของวงการ ส่วนเจ้าแม่ออร์แกไนซ์เซอร์มือทองของเมืองไทย อย่าง ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช (ป้าตือ) คนที่เห็นกาละแมร์ตั้งแต่เข้าวงการแรกๆ ก็ชื่นชมในความขยันสุดโต่งของสาวแมร์ที่เธอเคยบอกป้าเอาไว้ว่าเธอจะมีเงินพันล้านให้ได้ในชีวิต

จากบทบาทพนักงานตัวเล็กๆ ที่วันนี้ก้าวสู่ระดับ CEO ที่มีธุรกิจบริษัทพาวเวอร์ชอต กับผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความรักและการตอบแทนสิ่งดีๆให้ทุกคน ฟิลลิ่งของการเป็นผู้ให้เพื่อสร้างความสุขให้กับคนอื่นเธอก็มีไม่น้อย จนกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของรายการ SUPER MARE อีพีนี้เลยก็ว่าได้กับการช้อปปิ้งอุดหนุนให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าแบบไม่หยุดและก็นำของเหล่านั้นแจกต่อให้กับคนอื่นๆ งานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ขนม สาวแมร์ยังยกผลิตภัณฑ์ในครอบครัว Hi POWERSHOT มาแจกที่ตู้ปันสุขกันแบบยกลังกันไปเลย ไม่รู้ว่าสาวแมร์คงถือคติยิ่งให้ยิ่งได้รับเป็นแน่

ผจญภัยใน Indoor Playground ที่ดีที่สุดในไทย ใหญ่ที่สุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/628140

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 08:18 น.ผจญภัยใน Indoor Playground ที่ดีที่สุดในไทย ใหญ่ที่สุดในโลกมันส์จุใจไปกับ 7 โซนเครื่องเล่นและกว่า 100 กิจกรรมความสนุก พร้อมผจญภัยในแม็กเน็ตใหม่ล่าสุด “Mega HarborLand Westgate” สนามเด็กเล่นในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกและดีที่สุดในประเทศไทย

เปิดใหม่ไปสดๆ ร้อนๆ แม็กเน็ตใหม่ไซส์บิ๊ก Mega HarborLand Westgate ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เดสติเนชั่นเบอร์หนึ่งของประตูสู่ภาคตะวันตก เอาใจสายครอบครัว ชวนเด็กๆ ผจญภัยใน Indoor Playground ใหญ่ที่สุดในโลกบนพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. พร้อมได้มันส์จุใจไปกับ 7 โซนเครื่องเล่น และกว่า 100 กิจกรรมความสนุก ว้าวสุดๆ กับสไลเดอร์มากกว่า 20 รูปแบบ บ้านลมยักษ์นำเข้าครั้งแรกจากยุโรป สนามแทรมโพลีนสุดคูล และเครื่องเล่นใหม่ๆ อีกมากมาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Have A Big Life แถม รองรับ New Catchment Area ครอบคลุมกว่า 15 ล้านคนด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของภาครัฐ

5 ที่สุดที่ไม่ควรพลาดใน Mega HarborLand Westgate

1)“ใหญ่ที่สุด” เป็นสนามเด็กเล่นในร่ม (Indoor Playground) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่ 10,000 ตร.ม. กับ 7 โซนเครื่องเล่น กว่า 100 กิจกรรม

2)“มากที่สุด” สไลด์เดอร์หลากหลายถึง 20 รูปแบบ มากที่สุดเท่าที่เคยมีใน HarborLand

3)“โซนใหม่ล่าสุด” Harbor Inflatable เครื่องเล่นเป่าลมยักษ์ที่ผลิตและนำเข้าจากยุโรปแห่งแรกในประเทศไทย และ WonderLand เครื่องเล่นมินิไรด์สุดสนุกสำหรับเด็กเล็ก

4)“เครื่องเล่นใหม่ล่าสุด” Ball Attack เกม Interactive Basketball ที่เด็กๆ จะได้แข่งกันชู้ตลูกบาสให้เข้าเป้าในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังมี Interactive Wall, Interactive Trampoline, Valo Jump, และ Arena สนามกีฬาแบบ 2 ชั้น

5)“สดใสสวยที่สุด” กับคอนเซ็ปต์ใหม่ Monster Festival รวมเหล่ามอนสเตอร์ที่มาชวนน้องๆ เล่นสนุก ปลุกจินตนาการในสวนสนุกที่มันส์ที่สุดในประเทศไทย

Mega HarborLand Westgate เปิดแล้ววันนี้ที่ชั้น 4 ให้เด็กๆ มาผจญภัยในดินแดนแห่งความสนุกสุดบิ๊ก พร้อมความสดใสในธีม Monster Festival กับ 7 โซนเครื่องเล่นที่มันส์ถึงใจ ได้แก่ HarborLand โซนไฮไลท์สนามเด็กเล่นในร่มใหญ่ที่สุดในโลก อัดแน่นไปด้วยสไลเดอร์หลากหลายมากกว่า 20 รูปแบบและเครื่องเล่นต่างๆมากมาย, Harbor Inflatable บ้านลมสุดอลังการส่งตรงจากยุโรป, WonderLand เครื่องเล่นมินิไรด์สนุกสุดตื่นเต้นสำหรับเด็กเล็ก, Laser Battle เกมเลเซอร์แท็ก, RollerLand ลานโรลเลอร์สเก็ต, AdventureLand ฐานไต่เชือกผจญภัย, และ JumpZ Trampoline Park สนามแทรมโพลีนสุดคูล โดดสุดพลังได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่จะทำให้การเล่นแทรมโพลีนสนุกสุดเหวี่ยงไปอีกขั้น

นอกจากนี้ เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยผู้ผลิตเครื่องเล่นชั้นนำของโลก พร้อมทั้งตรวจสอบคุณภาพเครื่องเล่นทุกชิ้นอย่างละเอียด และดำเนินมาตรการความสะอาดและปลอดภัย อาทิ ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ใช้บริการทุกคนก่อนเข้าพื้นที่, เดินบริการ เจลล้างมือตามจุดต่างๆ ทุกชั่วโมง, เปิดเครื่องฉาย UV-C ฆ่าเชื้อทุก 3 ชั่วโมง และมีการปรับลดจำนวนผู้ใช้บริการ โดยกำหนดจำนวนผู้เล่นเครื่องเล่นในแต่ละโซน 1 คนต่อ 8 ตร.ม. เพื่อลดความหนาแน่น ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกตารางนิ้วใน เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เวสต์เกต ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย

พิเศษสุดกับ Grand Opening Promotion Member สมัครสมาชิกในราคาสุดคุ้มถึง 31 ก.ค.63 นี้เท่านั้น! โดยสามารถสมัครบัตร Member ออนไลน์ได้ก่อนใคร ผ่านทาง www.thaitripticket.com หรือที่ https://bit.ly/3ghm7NX 

Mega HarborLand Westgate เปิดแล้ววันนี้ ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ทุกวัน โดยสามารถติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ FB: CentralPlaza Westgate (เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต)

7 ข้อสังเกตแยกเนื้อหมูกับเนื้อวัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628141

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 08:05 น.7 ข้อสังเกตแยกเนื้อหมูกับเนื้อวัวดูอย่างไร…ชิ้นไหนเนื้อวัว ชิ้นไหนเนื้อหมู? ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล แนะข้อสังเกต 7 ประการเพื่อแยกแยะเนื้อหมูกับเนื้อวัว

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ความรู้เรื่องกรณีข่าวการปลอมเนื้อหมูเป็นเนื้อวัว แนะนำการแยกแยะเนื้อทั้งสองประเภทด้วยข้อสังเกต 7 ประการผ่านโซเชียลมีเดีย Dr.Winai Dahlan ความว่า

เนื้อหมูกับเนื้อวัวแยกแยะด้วยข้อสังเกต 7 ประการ #เนื้อหมูขายเป็นเนื้อวัว ที่เป็นข่าวใหญ่ในวันนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายด้าน #การละเมิดสิทธิ์ผู้บริโภค อย่างแน่นอน แต่ยังหวังพึ่งการดำเนินการตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. หรือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยราชการอื่นได้ยาก คงต้องพึ่งพาผู้บริโภคด้วยกันเองไปก่อน

ปัญหานี้รุนแรงขึ้นในยุคนี้ยุคที่ผู้ค้ากับผู้ซื้อถูกแยกออกจากกันด้วยกลไกทางเทคโนโลยีมีการสั่งสินค้าผ่านออนไลน์มีผู้จัดส่งสินค้าการขายผ่านเขียงหรือตลาดที่ผู้ค้าเป็นมุสลิมมีประสบการณ์อยู่กับเนื้อวัวมานานมักเกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากเนื้อวัวกับเนื้อหมูแตกต่างกันพอสมควร

ผู้ค้ามุสลิมที่หลงค้าเนื้อหมูส่วนใหญ่เป็นเพราะเพิ่งเข้ามาในธุรกิจผู้บริโภคมุสลิมกลายเป็นเหยื่อกันมากเพราะประสบการณ์ของผู้ค้าที่ว่านี้

จะดูอย่างไรว่าไหนคือเนื้อวัวไหนเป็นเนื้อหมู มีหลายเว็บไซด์แนะนำกันไว้ ในที่นี้จะขอแนะนำ 7 ประการดังนี้

ประการที่ 1 สังเกตความแตกต่างของสี เนื้อวัวมักสีเข้ม ขณะที่เนื้อหมูสีจางกว่า โดยสีออกไปทางสีน้ำตาลซีด ผู้ค้าที่เจตนาหลอกลวงมักพลางข้อสังเกตนี้โดยใช้เนื้อหมูแก่ หรือเนื้อหมูที่เลี้ยงด้วยสารเร่งเนื้อแดง หรือโดยย้อมด้วยเลือดวัว ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจพบเนื้อหมูย้อมด้วยเลือดวัว 20 จาก 23 ตัวอย่าง การย้อมด้วยเลือดวัวจึงเป็นวิธีปฏิบัติที่นิยมแปลงเนื้อหมูเป็นเนื้อวัวมากที่สุด ลองนำเนื้อประเภทนี้ไปล้างน้ำหลายครั้ง สีของเนื้อหมูจริงจะปรากฏ อีกวิธีหนึ่งคือการต้ม เนื้อหมูต้มแล้วสีซีดลงเห็นได้ชัด การดูสีนี้น่าแปลกที่ผู้บริโภคมุสลิมซื้อเนื้อหมูต้มทั้งที่เห็นว่าสีซีด แต่เป็นเพราะไว้วางใจผู้ค้าจึงซื้อกันมา

ประการที่ 2 สังเกตจากใยของเนื้อ (Fiber) โดยเนื้อวัวจะเห็นใยเนื้อเป็นริ้วตามแนวยาวขณะที่เนื้อหมูจะมีริ้วน้อยเนื้อเรียบคล้ายเนื้อไก่สังเกตให้ดีจะเห็น

ประการที่ 3 ดูจากไขมัน โดยไขมันหมูจะชุ่มและแยกยากจากเนื้อ ขณะที่ไขมันวัวจะแข็งกระด้างกว่า แยกออกง่ายจากเนื้อ

ประการที่ 4 เนื้อสัมผัส (Texture) เนื้อหมูดึงให้เป็นแผ่นง่าย เนื้อวัวดึงได้ยากกว่าเนื่องจากเหนียวกว่า เรื่องนี้เกิดกรณีครูที่มิใช่มุสลิมกินอาหารร่วมกับนักเรียนมุสลิมในโรงเรียนมุสลิมแล้วสังเกตุว่าเนื้อนุ่มลิ้นผิดปกติ จึงแจ้งให้ผู้ทำอาหารที่เป็นมุสลิมทราบ กระทั่งส่งเนื้อมาตรวจจึงพบว่าเป็นเนื้อหมู ผู้ที่เคยบริโภคเนื้อทั้งสองชนิดมาแล้วจึงพอสังเกตรสและเนื้อสัมผัสได้

ประการที่ 5 คือกลิ่น เนื้อวัวมีกลิ่นคาวของเนื้อขณะที่เนื้อหมูมีกลิ่นสาปของแอมโมเนียและสารเคมีบางตัวเป็นกลิ่นสาปที่ผู้บริโภคมุสลิมไม่ชินเรื่องกลิ่นนี้อาจเป็นผลให้เกิดการพลางเนื้อหมูด้วยเลือดวัวเพื่อปรับสีและแต่งกลิ่น

ประการที่ 6 คือเรื่องราคา แต่ยังยากเนื่องจากผู้ค้าที่ตั้งใจหลอกลวงมักปรับราคาถูกของเนื้อหมูให้แพงขึ้นใกล้เคียงกับเนื้อวัว

ประการที่ 7 คือเลือกซื้อ เนื้อที่ผู้ค้ามีใบรับรองจากกรมปศุสัตว์และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และหรือสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย 

เรื่องเนื้อหมูปลอมเป็นเนื้อวัว ผู้บริโภคจำเป็นต้องตื่นตัวเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง ฝ่ายราชการต้องลงไปจัดการ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กำลังทำลายเศรษฐกิจด้านความไว้วางใจ (#Trust economy) คิดจะฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19 เรื่องเศรษฐกิจด้านความไว้วางใจคือเรื่องใหญ่ที่สุด

ขยะแลกคูปอง แคมเปญดีๆ เพื่อโลกจากเซ็นทรัลพัฒนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628139

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 06:20 น.ขยะแลกคูปอง แคมเปญดีๆ เพื่อโลกจากเซ็นทรัลพัฒนา“Rethink-ทิ้งดี Challenge-คิดดีก่อนทิ้ง” สายรักษ์โลกฟิน “เปลี่ยนกล่องขยะเดลิเวอรี่ แลกฟรีคูปองส่วนลดร้านอาหาร” แคมเปญดีๆ ที่ฟีดแบคแรงจากเซ็นทรัลพัฒนา

เรียกได้ว่าฟีดแบคแรงมาก แถมโนจใจสายรักษ์โลกฟินไปเต็มๆ สำหรับแคมเปญ “Rethink – ทิ้งดี Challenge – คิดดีก่อนทิ้ง” จากเซ็นทรัลพัฒนา ที่ครั้งนี้ชวนบรรดาลูกค้ามาเปลี่ยนกล่องขยะเดลิเวอรี่ เป็นฟรีคูปองส่วนลดร้านอาหาร!!!  โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN นำร่องริเริ่มแคมเปญ “Rethink – ทิ้งดี Challenge – คิดดีก่อนทิ้ง” เปิดให้ลูกค้าสายรักษ์โลก มาแลกกล่องอาหารจากเดลิเวอรี่ที่ทำความสะอาดแล้ว โดยกล่องเดลิเวอรี่ทุกๆ 10 ชิ้น จะสามารถนำมาแลกคูปองส่วนลดร้านอาหารในเครือ CRG อาทิ

  • เปปเปอร์ ลันช์
  • ชาบูตง ราเมน
  • โยชิโนยะ
  • โอโตยะ
  • เทนยะ
  • คัตสึยะ
  • ไทยเทอเรส
  • มิสเตอร์ โดนัท
  • อานตี้ แอนส์

โดยจำกัดแลกได้ 1 คน / 20 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ สามารถแลกได้ตั้งแต่วันที่ 10 -14 ก.ค. 63 ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 16 สาขา ทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ลาดพร้าว, เวสต์เกต, แจ้งวัฒนะ, รัตนาธิเบศร์, รามอินทรา, พระราม 3, พระราม 2, ปิ่นเกล้า, บางนา,ศาลายา,มหาชัย, ชลบุรี, ระยอง และ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

มาร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมปกป้องโลกของเราได้ง่ายๆ ที่เซ็นทรัลใกล้บ้าน ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว26 กรกฎาคม 2563 – 15:51 น.

อ.เชียงคาน  จ.เลย  นทท.ใช้ช่วงวันหยุดยาวท่องเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแก่งคุดคู้ ภูทอก และชุมชนบ้านไม้เก่าถนนชายโขงจำนวนมาก

วันที่ 26 ก.ค.2563 ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย มีบรรยากาศคึกคักมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2563 เนื่องจากเป็นนวันหยุดยาว  4  วัน นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมเมืองเชียงคาน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางวัฒนะธรรม วัดที่สำคัญต่างๆ ตักบาตรข้าวเหนียว ภูทอก แก่งคุดคู้ หาดนางคอย ชุมชนบ้านไม้เก่าถนนชายโขงกลางเมืองเชียงคานและบริการรถไฟโบราณของ สภ.เชียงคาน ไว้บริการรอบตัวเมืองเชียงคาน ยังสามารถเชื่อมโยงต่อไปที่ภูลำดวน พญานาค ของ อ.ปากชมได้โดยสะดวกอีกด้วย ที่มีการบริการจัดรถสองแถวนำเที่ยว สามล้อเครื่อง สถานที่ที่กางเต้นท์ พักแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ไว้พร้อมเพรียง  

นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอเชียงคาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคาน สาธารณสุข อ.เชียงคาน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด. ที่ 246  เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารพราน กรมที่ 22 สถานีเรือ นรข.เชียงคาน สมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เชียงคานที่ 5 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุด ชรบ. และเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.เชียงคาน ร่วมออก ตรวจจุดคัดกรองและ ให้คำแนะนำแก่ ประกอบการ นักท่องเที่ยว บริเวณถนนคนเดิน(ชายโขง) ชุมชนบ้านไม้เก่า ทั้งนี้ อ.เชียงคาน ได้ผ่อนคลายจากโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2563 มีบรรยากาศของการท่องเที่ยวค่อย ๆดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและช่างต่างชาติมาเที่ยวจำนวนมากหรือประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจังหวัดเลย  

อำเภอเชียงคานได้จัดเตรียมสถานที่รองรับรถของนักท่องเที่ยวเพื่อลดการจราจรติดขัดช่วงวันหยุดยาว หรือวันหยุดของสัปดาห์ และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้มาพัก โดยมี จนท. ชรบ. คอยอำนวยความสะดวก เพื่อความเป็นระเบียบและลดความแอร์อัดของถนน จึงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ ทั้งนี้สถานที่จอดรถ อยู่ที่ ลาดจอดรถ เส้น เชียงคาน-บ้านโพน (ข้างโรงพยาบาลเชียงคาน) ซึ่งในส่วนรถบริการได้ประสานรถสามล้อเครื่องเพื่อรับส่งนักท่องเทียวแล้ว

บุญชู  ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง25 กรกฎาคม 2563 – 22:28 น.

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง

ประชาชน นักท่องเที่ยวนับพัน แห่เดินทางขึ้นไปชมความงามบนหน้าผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บ้านภูมิชรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เช้านี้มีเมฆหมอกสายงามสมใจ ตื่นตาตื่นใจทุกคนเป็นอันมาก  

วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่ สำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน ได้เดินทางขึ้นไปชมความงามบนหน้าผามออีแดง ที่สามารถมองเห็นทะเลป่า ภูผาหมอก ชมความงามของท้องฟ้า และตะวันขึ้นก่อนใครใน 3 แผ่นดิน คือ ลาว เขมร และไทย โดยในช่วงหน้าฝนนี้ หากคืนใดที่มีฝนตกลงมา ในช่วงเช้ามืด จนสายตะวันขึ้น จะมีละอองหมอกจากป่าที่อยู่ด้านล่างของหน้าผามออีแดง ลอยขึ้นมาบนพื้นที่ป่า และมาลอยเกาะกลุ่มใหญ่อยู่เหนือทะเลป่า ล้อมรอบภูเขาสะตาโสม ที่อยู่ด้านหน้าของประเทศไทย ทำให้ดูสวยงามเป็นอันมาก เหมือนได้อยู่บนทิพย์พิมาน บนสรวงสวรรค์ เหมืออยู่ต่างประเทศ ประกอบกับการสัมผัสอากาศที่เย็นพอดี ทำให้เป็นที่นิยมของผู้คนมากมายในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ที่มีวันหยุดติดต่อกันในช่วงนี้ จะเดินทางมารอรับตะวันขึ้นก่อนใครใน 3 แผ่นดิน ชมความงามของเมฆหมอกบนหน้าผามออีแดง ชมทะเลป่า ภูผาหมอกกันช่วงเช้า ที่สามารถพาผู้สูงอายุมาเที่ยวได้ เพราะจากที่ลานจอดรถ สามารถเดินบนทางลานปกติเพียง 30 เมตรก็ถึงหน้าผามออีแดง แล้ว

ซึ่งในเช้าของวันนี้ ที่นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาด้วยทั้งด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ แห่มาเข้าคิวซื้อบัตรจากเจ้าหน้าที่อุมยานแห่งชาติ เพียงคนละ 20.-บาท ก็สามารถเดินทางขับรถผ่านขึ้นไปจอดรถยังลานจอดรถทุกชนิด ได้อย่างสะดวกสบาย จากนั้นก็เดินเท้าเพียง 30 เมตร ก็ถึงด้านหน้าผามออีแดง รอชมความงามของตะวันขึ้นก่อนใน 3 แผ่นดิน และวันนี้คนก็ได้รับความตื่นตาตื่นใจ กับเมฆหมอกที่สวยงาม อยู่เบื้องหน้าของทุกคน ต่างใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปความงามส่งต่อไปให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาชมได้รับชมเห็นภาพความงามของเมฆหมอกที่อยู่ด้านหน้า และเพียงแค่อึดใจเดียว แสงตะวันก็เริ่มส่องผ่านเมฆหมอกขึ้นมาจากยอดเขาสะตาโสม สวยงามมากๆ ประชาชน นักท่องเที่ยว ตื่นตากันมาก บนเมฆหมอกมีแสงจากดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวช้าๆ ขึ้นมาเหนือเมฆ ด้านล่างเป็นเมฆหมอกสีขาวปุยสวยงามสุดจริงๆ ประชาชน นักท่องเที่ยว รอจนพระอาทิตย์ขึ้นพ้นเมฆหมอก และสาดแสงเริ่มร้อนนิดๆ ก็พากันเดินขึ้นไปถ่ายรูปยังเสาธงชาติไทย ที่นำลงมาจากปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเสาธงแห่งประวัติศาสตร์ที่ทหารไทย ยกมาทั้งเสา โดยไม่ได้ปลดธงออกจากเสานี้ โดยการแบกลงมาทั้งเสา เพื่อมาตั้งบนพื้นแผ่นดินไทย เมื่อครั้งที่ไทยแพ้ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และจากนั้นก็แวะไปชมความงามของภาพแกะสลักนูนต่ำ ของพระพุทธรูป 3 พระองค์ ที่มีอายุกว่าพันปี เดินเที่ยวชมบรรยากาศบนผามออีแดง ก่อนจะเดินทางกลับในช่วงสายๆ เพื่อท่องเที่ยวในวันหยุดต่อไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ศรีสะเกษ

“ขุน” หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ขุน” หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน

"ขุน" หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน25 กรกฎาคม 2563 – 22:21 น.

หนุ่มแขนพิการไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ตั้งหน้าทำมาหากินหาเงินส่งเสียบุพการี แม้ถูกดูแคลนให้อับอาย อยากได้งานประจำหวังเป็นหลักประกันของชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ภาพชายหนุ่มพิการ ด้วยแขน 2 ข้างที่สั้นกุด หิ้วถุงโดนัทเร่ขายบริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านโรงไม้ขีด ม.2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงรถรอสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสี เป็นภาพที่พบเห็นชินตาของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และช่วยอุดหนุนอยู่บ่อยครั้งด้วยความสงสารเห็นใจ จากการพูดคุยกับชายพิการดังกล่าว ทราบชื่อ นายกฤษณ เจริญพร หรือ “ขุน” อายุ 20 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เล่าถึงที่มาของตนว่า เกิดที่บ้านหนองจิก ต.หนองบัว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เกิดมาก็แขนพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องอยู่อาศัยกับตายายและป้าตั้งแต่เกิด เพราะพ่อแม่หย่าร้าง ซึ่งยายกับป้าก็ได้พาไปรักษาแต่ก็ไม่หาย และช่วยเลี้ยงดูฟูมฟักจนเติบใหญ่ พร้อมส่งเสียเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษา ซึ่งในระหว่างเรียนด้วย ชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก จึงดร็อปเรียนมาหางานทำที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน กทม. แต่ด้วยตนมีปมด้อยที่แขน จึงถูกกดดันจากที่ทำงานจนต้องลาออก และหันไปทำงานโรงงานแต่ก็เข้ากันไม่ได้กับแรงงานต่างด้าวด้วยต่างภาษา จึงมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดไปเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาในระดับชั้น ปวช.วิศวกรรมโยธา จากวิทยาลัยอาชีวะจุลมณีอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อมาหางานทำ แต่ก็ไม่มีแห่งใดอ้าแขนรับด้วยความพิการของตน จึงตัดสินใจมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองพัทยา จนมารู้จักกับเจ้าของกิจการ “แฟนฉันโดนัท” หยิบยื่นน้ำใจให้งานทำพร้อมที่อยู่อาศัย ซึ่งตนก็ทำเรื่อยมากว่า 7 เดือนแล้ว โดยแบ่งรายได้บางส่วนส่งให้ตากับยายที่อยู่ทางบ้านที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง

“ขุน” ยังเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า ด้วยสภาพร่างกายที่มีแขนพิการ ที่ผ่านมาก็ถูกล้อเลียน โดนดูถูกดูแคลน จนได้รับความอับอายในบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยท้อต่อชะตาชีวิต ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อหาเงินเก็บและส่งเสียทางบ้าน แม้แขนที่พิการทั้งสองข้างจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานอยู่บ้าง ทั้งหอบหิ้วถุงโดนัท หรือทอนเงิน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการวิ่งไปวิ่งมาเพื่อขายของช่วงรถติดไฟแดง แต่ก็ไม่ย่อท้อ เพราะเมื่อมองรูป ตา-ยาย ที่ตนพกติดกายไว้ตลอด ก็เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป หนุ่มขุนยังบอกอีกว่า ถึงแม้ทำงานได้เงินแต่ก็เป็นงานรายวัน แต่ก็อยากมีงานที่มั่นคงเพื่อเป็นหลักประกันของชีวิตในอนาคต ซึ่งก็มีความสามารถพิเศษในการถ่ายรูปอีกด้วย สำหรับหน่วยงานใดยังขาดแรงงาน สนใจหยิบยื่นโอกาสดี ๆ ให้กับ “ขุน” หนุ่มพิการ

ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค พัทยา จ.ชลบุรี