ROAST จากความหลงใหล สู่ทุกเมนูที่ใส่ใจจนคุณต้องหลงใหล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611051

  • วันที่ 08 ม.ค. 2563 เวลา 09:10 น.

ROAST จากความหลงใหล สู่ทุกเมนูที่ใส่ใจจนคุณต้องหลงใหล

สร้างชื่อเสียงแบบหาใครเทียบยากในเรื่องของกาแฟไม่พอ “ROAST” ยังต่อยอดความหลงใหลลงในจานอาหารจนที่เป็นโปรดปรานของใครหลายคน พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ใน CENTRAL@centralwOrld สร้างเซอร์ไพร์สเอาใจนักช้อปใจกลางเมือง

 

 

ROAST ร้านอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบ All Day Dining สไตล์อเมริกัน สวรรค์ของคนรักกาแฟ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมทำทุกเรื่องด้วยความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรูปเล่มเมนูที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่น สไตล์การตกแต่งร้าน การเลือกใช้โทนสีและเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเข้าถึงง่าย ด้านเครื่องดื่ม ขนม ผ่านการรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน ไม่ต่างจากการเนรมิตอาหารในสไตล์คอมฟอร์ทฟู้ด ที่พูดได้เลยว่าละมุนทั้งรูปและรส แถมเติมเต็มอรรถรสด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ถ่ายทอดมาจาก FARMER’S PROJECT หนึ่งในการสนับสนุนเกษตรท้องถิ่นของไทยเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับกาแฟไทย

 

A WORD FROM OUR CHEF 

“For all of us at Roast, we like to focus on what really matters and that is to cook simply with heart and care. Cooking simply isn’t about taking the easy route but it’s about understanding how you can bring out the very best in something – not just in the dishes we make, but also in the potential of our people. It’s about helping each other grow and truly understanding the real value of what we do. We hope to share this passion for cooking simply with you in our menu and we hope to welcome you soon.”  – Johnny Liu, Executive Chef

 

 

Menu

 

THE BREAKFAST ($400)

 

THE BREAKFAST ($400)

THE BREAKFAST ($400)

THE BREAKFAST ($400) : Two Eggs Any Style, Smoked Back Bacon, Crispy Potato, Sautéed Mushrooms, Whole Wheat Ciabatta, Coffee or Tea

 

 

TRUFFLE ALFREDO ($340)

TRUFFLE ALFREDO ($340)

 

TRUFFLE ALFREDO ($340) : Tagliatelle, Crispy Smoked Bacon, Mushroom, Parmesan

 

BLUEBERRY RICOTTA PANCAKES ($320)

BLUEBERRY RICOTTA PANCAKES ($320)

 

BLUEBERRY RICOTTA PANCAKES ($320) : Cream Cheese, Blueberry Sauce, Earl Grey Crumble, Lemon Zest

 

 

Signature Drink

 

 

ICED ESPRESSO LATTE ($120)

 

ROAST ICED TEA ($120)

ROAST ICED TEA ($120) : Black Tea Blend, Lychee, Rose, Elderflower, Lime Juice 

 

ARNOLD PALMER ($120)

ARNOLD PALMER ($120) : Chinese & Java Tea, Limeade+

 

GREEN (180)

GREEN (180) : Curly Kale, Phu Lae Pineapple, Coconut, Lemon Juice, Honey, Chia

 

 

ร้าน ROAST ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 CENTRAL@centralwOrld

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

โทร.+66 (0) 829079337

https://www.facebook.com/roastbkk 

 

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เที่ยววันเด็กใกล้เขาใหญ่ หาที่พักถูกใจนักเดินทางตัวน้อยไป ‘โฮเทล ลาบาริส’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/610926

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 14:55 น.

เที่ยววันเด็กใกล้เขาใหญ่ หาที่พักถูกใจนักเดินทางตัวน้อยไป 'โฮเทล ลาบาริส'

สนุกสุดหฤหรรษ์แต่งเติมวันเด็กปีนี้ให้เป็นปีที่สุดพิเศษ @โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่

วันเด็กเที่ยวไหนดี? คำถามยอดฮิตของผู้ปกครองที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักให้คุณหนูๆ วันนี้เราเลยขอแนะนำสถานที่ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก นั่นก็คือ อำเภอเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) กับที่พักสวยๆ ที่เพียบพร้อมด้วยกิจกรรมสำหรับนักเดินทางตัวน้อย เสมือนไปเที่ยวในดินแดนเขาวงกตที่รายล้อมไปด้วยสรรพสัตว์น้อยใหญ่ในจินตนาการ โดยที่พักแห่งนี้ก็คือ “โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่” หนึ่งในโฮเทลยอดฮิตที่นักเดินทางหลายคนอยากไปสัมผัส

โดยดินแดนแห่งเขาวงกตได้เนรมิตพื้นที่ส่วนหนึ่งภายในที่พักให้กลายเป็น Kids Playground หรือ Laughing Stone Garden เพื่อมอบความทรงจำแสนพิเศษให้นักเดินทางตัวน้อย ด้วยการเพลิดเพลินเครื่องเล่นนานาชนิด อาทิ สไลเดอร์ กองทรายสีขาว และโยกเยก หรือจะวิ่งเล่นในสวนหญ้าก็สนุกไปอีกแบบ

ไม่เพียงเท่านี้ สำหรับนักเดินทางตัวน้อยที่ชอบสนุกสนานไปกับการเล่นน้ำ ทางโฮเทลแห่งนี้ได้จัดสรรพื้นที่สระสำหรับเด็ก หรือ Cub’s Creek ที่พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย ที่สำคัญพื้นที่สำหรับการวิ่งเล่นและเครื่องเล่นทุกชนิดได้สั่งผลิตพิเศษกั้นกระแทก ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความ ใส่ใจในความปลอดภัยทุกย่างก้าวเสมือนสมาชิกหนึ่งในครอบครัว นอกจากพื้นที่ Kids Playground และสระสำหรับเด็กแล้ว นักเดินทางตัวน้อยจะได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงน้ำไหลจากธรรมชาติ หรือถ้าโชคดีอาจจะได้เห็น นก หรือ ช้าง ลงมาเล่นน้ำที่ลำธาร อีกด้วย

และในเดือนมกราคม เดือนพิเศษของนักเดินทางตัวน้อย คิงมิโนทอร์ (King Minotaur) เจ้าอาณาจักรแห่งเขาวงกต ได้เตรียมของขวัญพิเศษให้นักเดินทางตัวน้อยที่เข้ามาใช้บริการที่ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Rabbit Cafe, Labaris Restaurant และเช็คอินเข้าพัก คิงมิโนทอร์ (King Minotaur) เตรียมของขวัญสุดพิเศษคือ Organic Candy by Petite-pop (อมยิ้มผลไม้ Petite-Pop ที่ทําจากนํ้าตาลออแกนิก ปลอดสารเคมีผสมนํ้าและเนื้อผลไม้แท้ 100% ผสมวิตามินรวม) และพิเศษไปกว่านั้นนักเดินทางตัวน้อยที่เช็คอินเข้าพักภายในโฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ จะได้รับ Magical Ticket เพื่อแลกรับ Eater’s Tray ที่ Labaris Restaurant

เรียกได้ว่าหากนักเดินทางตัวน้อยที่มาพักหรือแวะที่ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ แห่งนี้จะได้รับความสนุกสนานและการเรียนรู้อย่างครบถ้วน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook : Hotel Labaris Khao Yai หรือเบอร์โทรศัพท์ 063-190-1900, 044-300-999

ตำมาเรียม ร้านส้มตำที่แม่ค้าแซ่บที่สุดในจันทบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/610528

  • วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 21:11 น.

ตำมาเรียม ร้านส้มตำที่แม่ค้าแซ่บที่สุดในจันทบุรี

มาเที่ยวจันทบุรี มีหรือจะพลาดเช็กอินที่ร้าน “ตำมาเรียม” ชิมเมนูเด็ด ชมแม่ค้าที่ถูกแชร์ว่าแซ่บที่สุดในเมืองจันท์

ถ้าพูดถึงส้มตำก็เป็นอาหารที่คนไทยชอบกินกันในทุกเทศกาล แต่ร้านส้มตำที่อร่อยๆ และปลาร้าถึงเครื่องนั้นไม่ได้หากินกันง่ายๆ วันนี้เราขอแนะนำร้านส้มตำที่เรียกได้ว่า ปลาร้านัว  อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือร้าน “ตำมาเรียม” ของดีของเด็ดในจังหวัดจันทบุรี ด้วยเมนูที่หลากหลาย สารพัดตำ รวมไปถึงเมนูอื่นๆ ที่คัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ให้กับลูกค้า สำหรับใครที่แวะมาจันทบุรี แล้วไม่ได้แวะมากินที่ตำมาเรียม ถือว่ามาไม่ถึงเมืองจันท์

สูตรเด็ดมัดใจลูกค้าได้อยู่หมัดก็เห็นจะเป็นน้ำปลาร้าที่เป็นสูตรของทางร้าน ที่กว่าจะได้มาซึ่งรสชาติที่ลงตัวขนาดนี้ เรียกได้ว่าผ่านการลองผิดลองถูกเพื่อให้ได้มาซึ่งรสชาติเฉพาะของทางร้านที่ถูกปากคนทุกเพศทุกวัย และทางร้านก็ยังมีเมนูให้เลือกหลากหลาย  ที่สำคัญคือราคาไม่แพ เพราะเริ่มต้นที่ 59 บาทเท่านั้น

เมนูแนะนำ

ตำมาเรียม ตำรวมถาดใหญ่ ใส่เส้นขนมจีนและเส้นมะละกอ

ตำทะเลเดือด ตำรวมถาดใหญ่ เนื้อเน้นๆ ฉ่ำๆโนว์เส้นจ้าาาา

ตำโคตรเวอร์ ถาดใหญ่มหึมา เหมือนยกทะเลมาไว้ในถาดนี้เลย

และสำหรับใครที่ติดใจในความแซบความนัวร์ของปลาร้า ทางร้านเค้ามีจำหน่ายด้วยนะ และก็ยังมีปลาร้าบอง ขนมจีนอบแห้งอีกด้วย ซื้อกลับไปเป็นของฝากได้เลย

ร้านตำมาเรียม ตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี เข้าซอยข้างเสวนา (หรือซอยร้านเช่าชุดเจ้สุ)

มีบริการเดลิเวอรี่ 300 บาทขึ้นไปส่งฟรีในตัวเมืองจันท์ นอกเมืองคิดค่าส่งตามระยะทาง

โทร. 06-4479-4639

เพจร้าน : ตำมาเรียม

เปิด 10.00-22.00 น.

ร้านปิดทุกวันที่ 10และ 25 ของทุกเดือน

ย้อนรอย 6 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ กับวัฒนธรรมการดื่มอันมีเอกลักษณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603692

  • วันที่ 31 ธ.ค. 2562 เวลา 06:20 น.

ย้อนรอย 6 ประเทศขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ กับวัฒนธรรมการดื่มอันมีเอกลักษณ์

เป็นที่ทราบกันดีว่า กาแฟคือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของโลก เราจึงขอเอาใจคอกาแฟที่ชอบท่องเที่ยว ด้วยการคัดสรร 6 ประเทศทั่วโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟและวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอันมีเอกเอกลักษณ์ มาเป็นไอเดียเพิ่มพลังระหว่างท่องเที่ยว

อิตาลี

เมื่อพูดถึงกาแฟก็ต้องเริ่มที่อิตาลี ซึ่งเป็นประเทศมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสมัยใหม่มาก เริ่มจากกาแฟลิงโก้ (lingo) เช่น คาปูชิโน่ ลาเต้ และมัคคิอาโต ไปจนถึงกาแฟลุงโก้ (lungo) หรือกาแฟสไตล์อิตาลีที่ทำจากเครื่องชงเอสเปรสโซ่และมีน้ำเป็นส่วนผสมมากกว่ากาแฟลิงโก้ คนอิตาลีมีวิธีการดื่มกาแฟที่น่าสนใจ โดยพวกเขาจะดื่มกาแฟที่บ้าน และถือว่านมมีไว้สำหรับมื้อเช้าและนักท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้นถ้าสั่งลาเต้ตบท้ายมื้อกลางวัน คนขายอาจจะมองคุณแปลกๆ สักหน่อย เพราะปกติแล้วหลังจากเวลาเที่ยงวัน หากอยากดื่มกาแฟ คนอิตาลีจะดื่มแต่เอสเพรสโซเท่านั้น

การซื้อกาแฟแบบกลับบ้าน (take away) อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศอื่นๆ แต่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวอิตาเลียนจะต่างออกไปเล็กน้อย โดยมักไปดื่มกาแฟกันที่บาร์ และอุณหภูมิของกาแฟก็จะต่ำกว่าของกาแฟในประเทศอื่นเล็กน้อย เหมาะสำหรับยกดื่มทันที แล้วก็จ่ายเงินเดินออกไปทำธุระของตัวเองต่อเลย

อาจจะยากสักหน่อยที่จะตัดสินว่ากาแฟจากที่ไหนในอิตาลีดีที่สุด แต่เมืองตูริน (Turin) บ้านเกิดของแบรนด์ Lavazza และเมืองทรีเอสเต้ (Trieste) บ้านเกิดของแบรนด์ Illy นับเป็นสองเมืองที่มีชื่อเสียงมากเรื่องกาแฟ สำหรับที่พักในเมืองทางเหนือติดเทือกเขาแอลป์อย่างตูริน ที่มีพิพิธภัณฑ์ Lavazza อโกด้าขอแนะนำโรงแรม NH Torino Santo Stefano (https://www.agoda.com/nh-torino-santo-stefano/hotel/turin-it.html?site_id=1811392) ส่วนที่พักในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือติดทะเลอย่างทรีเอสเต้ ขอแนะนำโรงแรม Hotel Continentale (https://www.agoda.com/hotel-continentale/hotel/trieste-it.html?site_id=1811392) ไม่ไกลจากโรงงาน Illy Caffe สถานที่ประดิษฐ์เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติเครื่องแรก ซึ่งเปิดให้เข้าเยี่ยมชมในวันธรรมดา

ฟินแลนด์

มาเที่ยวฟินแลนด์ทั้งที คอกาแฟไม่ควรพลาด kaffeost หรือกาแฟชีส หนึ่งในเมนูสุดคูลที่คนนอร์ดิก (Nordic) สร้างสรรค์ขึ้นมาจากความคิดที่ว่า จะเป็นยังไงถ้าจุ่มก้อนชีสลงไปในกาแฟ

ด้วยความที่อาหารฟินแลนด์และอาหารสวีเดนทางเหนือเป็นอาหารที่มีรสชาติเข้มข้น รวมถึงให้เนื้อสัมผัสแบบครีม คนในท้องถิ่นจึงพยายามผสมผสานเอกลักษณ์นี้กับกาแฟ เพื่อให้กาแฟมีรสชาติถูกปากมากขึ้น เหตุนี้เองคนฟินแลนด์จึงเป็นผู้บริโภคกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก เฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะดื่มกาแฟ 12 กิโลกรัมต่อปี

สำหรับใครที่วางแผนไปผจญภัยฟินแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงหน้าหนาวที่ระยะเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน หรือในช่วงหน้าร้อนที่ระยะเวลากลางวันยาวกว่ากลางคืน แนะนำโรงแรม Scandic Aviacongress (https://www.agoda.com/scandic-aviacongress_2/hotel/helsinki-fi.html?site_id=1811392)

ตุรกี

ตุรกีเป็นชาติที่จริงจังเรื่องการดื่มกาแฟถึงขนาดมีคำพูดที่ว่า “เมื่อคุณดื่มกาแฟตุรกีหนึ่งแก้ว คุณจะจำรสชาติของมันไปได้นานสี่สิบปี” กาแฟตุรกี (Türk kahvesi) มี 4 ระดับ ขึ้นอยู่กับปริมาณของกาแฟที่ใส่ลงไปในหม้อต้มกาแฟขนาดเล็กและตัวกาแฟขณะต้ม Sade หรือ ?ekersiz คือแค่กาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล Az ?ekerli คือกาแฟที่ใส่น้ำตาลครึ่งช้อน Orta คือกาแฟที่ใส่น้ำตาลหนึ่งช้อน สุดท้าย ?ekerli คือกาแฟหวานที่ใส่น้ำตาลสองช้อน

กาแฟตุรกีจะผ่านการชงให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ คนให้เข้ากัน จากนั้นจึงเสิร์ฟพร้อมฟองครีมด้านบน และชั้นกาแฟดำบดด้านล่าง หาดื่มได้ทั่วไปทั้งในโรงแรมระดับไฮเอนด์และตามถนนในอิสตันบูล เมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน ส่วนที่พักขอแนะนำโรงแรม Tria Hotel Istanbul (https://www.agoda.com/tria-hotel-istanbul/hotel/istanbul-tr.html?site_id=1811392) ผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับกาแฟบนระเบียง พร้อมชมวิวอันสวยงามของช่องแคบบอสพอรัส (Bosphorus) มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) และสุเหร่าโซเฟีย (Hagia Sophia)

เวียดนาม

เวียดนามถือเป็นผู้ส่งออกกาแฟอันดับ 2 ของโลก และเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟซึ่งสัมผัสได้แทบทุกมุมถนน โดยกาแฟเวียดนามจะชงผ่าน ‘ฟิน’ (phin) หรือเครื่องดริปของคนเวียดนาม ซึ่งคนเวียดนามจะรอให้กาแฟค่อย ๆ หยดจากเครื่องลงมาในแก้วที่มีน้ำแข็งและนมข้นอยู่ทีละหยดจนทุกอย่างผสมเข้ากัน กลายเป็นกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ หากใครอยากดื่ม cà phê s?a ?á หรือกาแฟเย็นที่หาได้ทั่วไป ต้องลองลิ้มรสสูตรพื้นบ้านของคนเวียดนาม ซึ่งจะผสมไข่ลงไปในกาแฟด้วย

นอกจากเขตเมืองเก่า (Old Quarter) ของเมืองฮานอยจะเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ Giant Coffee แล้ว บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมหลากหลายรูปแบบอีกด้วย แต่ถ้าคอกาแฟคนไหนอยากพักใกล้ๆ หนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก แนะนำโรงแรม Grand Cititel Hanoi (https://www.agoda.com/grand-cititel-hanoi-hotel/hotel/hanoi-vn.html?site_id=1811392)

ออสเตรเลีย

กาแฟมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมอย่างเมลเบิร์น ที่ซึ่งกาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่คือไลฟ์สไตล์ ลองเปลี่ยนจากร้านกาแฟชื่อดัง มาเดินเท้าสำรวจตรอกซอกซอยของเมลเบิร์น ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและคาแรกเตอร์ รวมถึงร้านกาแฟสุดฮิปมากมาย ให้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิวัติกาแฟในท้องถิ่น พร้อมดื่มด่ำกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ชงโดยบาริสต้ามากประสบการณ์ (https://thingstodo-agoda.viator.com/en/68407/tours/Melbourne/Melbourne-Cafe-and-Coffee-Culture-Walking-Tour/d384-3671CC?site_id=1811392)

สำหรับที่พัก ขอแนะนำ Turnkey Accommodation (https://www.agoda.com/turnkey-accommodation-north-melbourne_2/hotel/melbourne-au.html?site_id=1811392) ทางเหนือของเมลเบิร์น เพื่อความสะดวกในการตื่นเช้าไปเดินชิมกาแฟหอมกรุ่น

บราซิล

เนื่องจากบราซิลเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สำหรับคนบราซิลแล้วทุกเวลาคือเวลากาแฟ คนบราซิลชื่นชอบการดื่ม cafézinho (ภาษาโปรตุเกสของคำว่า ‘little coffee’) หรือกาแฟดำแท้รสชาติหวานเข้มข้น ซึ่งมีเสิร์ฟที่บาร์และร้านค้าเล็ก ๆ ในแทบทุกมุมของประเทศ และเป็นเมนูที่คนบราซิลนิยมกว่าไอซ์คาราเมลแฟรบปูชิโน่

ลองไปบราซิลในช่วงงาน Carnivale เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 เพราะเป็นช่วงที่เหมาะกับการเติมคาเฟอีนเข้าร่าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปาร์ตี้ตลอดทั้งวันทั้งคืนในเมืองริโอ สำหรับที่พัก ขอแนะนำโรงแรม Gerthrudes Bed & Breakfast (https://www.agoda.com/gerthrudes-bed-breakfast/hotel/all/rio-de-janeiro-br.html?site_id=1811392)

 

ข้อมูลจาก Agoda

‘ภาวะหัวใจล้มเหลว’ ภัยเงียบที่ไม่ค่อยส่งสัญญาณเตือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/611191

  • วันที่ 09 ม.ค. 2563 เวลา 07:03 น.

'ภาวะหัวใจล้มเหลว' ภัยเงียบที่ไม่ค่อยส่งสัญญาณเตือน

สังเกต 6 สัญญาณเตือนของอาการ “ภาวะหัวใจล้มเหลว” ภัยเงียบที่คนไทยน้อยคนนักจะรู้ตัว พร้อมรู้วิธีง่ายๆ ช่วยป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง

ในปัจจุบันมีแนวโน้มในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีโอกาสที่จะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจต่ออาการจะช่วยลดความเสี่ยงและลดการสูญเสียได้เป็นอย่างมาก

ภาวะหัวใจล้มเหลว คือกลุ่มอาการที่เกิดจากหัวใจทำงานสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ หรือเกิดจากโครงสร้างกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ จนทำให้ขาดประสิทธิภาพในการบีบตัวของหัวใจ ซึ่งลักษณะอาการจะต่างกันไปในแต่ละอวัยวะที่มีการไหลเวียนเลือดที่ไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นภัยเงียบที่ไม่ค่อยส่งสัญญาณอาการของโรคมากนัก ดังนั้น การสังเกตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารเข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ดังนี้

1. เริ่มหายใจติดขัด หายใจไม่ออก

2. มีอาการไอเรื้อรัง หรือมีเสียงขณะหายใจ

3. มีอาการเหนื่อยและอ่อนเพลียได้ง่ายอย่างผิดปกติ

4. ขาดความรู้สึกอยากอาหาร หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียน

5. มีความรู้สึกสับสน มีความบกพร่องด้านการคิดวิเคราะห์

6. หัวใจเต้นเร็วขึ้น

หากมีอาการ “ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป” แม้ว่าจะยังไม่เคยเป็นโรคทางหัวใจและหลอดเลือดมาก่อนก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

วิธีการหลีกเลี่ยงจากภาวะหัวใจล้มเหลว

ทำได้โดยการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงต่างๆ ด้วยการปรับรูปแบบการใช้ชีวิต อาทิ งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์และการควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม รวมทั้งการลดความเครียด ทั้งนี้ สมาชิกในครอบครัวก็ควรให้การดูแลผู้ป่วยทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างใกล้ชิด

 

ภาพ freepik

ชีวิตติดฝุ่น อันตรายร้ายของเด็กและผู้สูงอายุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/611190

  • วันที่ 09 ม.ค. 2563 เวลา 06:04 น.

ชีวิตติดฝุ่น อันตรายร้ายของเด็กและผู้สูงอายุ

ทำไมอันตรายของ PM 2.5 ในเด็กและผู้สูงอายุถึงวิกฤตกว่าคนธรรมดาสามัญ

PM 2.5 เป็นฝุ่นพิษขนาดเล็กที่เมื่อถูกสูดเข้าไปจะสามารถผ่านลงไปลึกถึงหลอดลมฝอยและถุงลมที่เป็นส่วนปลายสุดของปอด ก่อให้เกิดการระคายเคือง และเกิดการอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ทำให้คนที่เป็นโรคระบบการหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ ทั้งโรคจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ โรคหืด และโรคถุงลมโป่งพอง และอาจทำให้เกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น ซึ่งผลงานวิจัยล่าสุด พบว่ากลุ่มประชากรที่ได้รับ PM 2.5 ในระดับสูงจะมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคตับโรคไตโรครูห์มาติกโรคอัลไซเมอร์และโรคเบาหวาน

ที่น่ากังวลคือการเจริญเติบโตทางกายภาพและสมรรถนะของปอดในระยะถดถอยจนอาจทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองเหมือนกับคนที่สูบบุหรี่อีกทั้งทารกในครรภ์มารดามีการเจริญเติบโตและอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาอวัยวะต่างๆเช่นปอดและสมองการได้รับมลพิษในช่วงนี้อาจส่งผลระยะยาวต่ออวัยวะต่างๆ

เด็กจัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับผลกระทบ เพราะ

• เด็กหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ มีสัดส่วนปริมาตรการหายใจต่อน้ำหนักตัวสูงกว่าผู้ใหญ่ จึงมีโอกาสได้รับมลพิษทางอากาศรวมถึง PM 2.5 มากขึ้น

• ร่างกายที่ยังไม่สูงระดับจมูกใกล้พื้นซึ่งอากาศไม่ถ่ายเทและมลพิษบางชนิดสะสมสูงจึงมีโอกาสได้รับมลพิษทางอากาศมากขึ้น

• ระบบต้านทานต่อสิ่งแปลกปลอมไม่ว่าจะเป็นเยื่อบุทางเดินหายใจระบบภูมิคุ้มกันยังเจริญไม่เต็มที่ไม่สามารถป้องกันได้เต็มประสิทธิภาพ

ผลวิจัยพบฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อการเสียชีวิตของผู้สูงอายุ ในวัย 75 ปีขึ้นไป

จากการศึกษาผลกระทบของฝุ่นต่อการเสียชีวิตรายวันของผู้มีอายุเกิน 75 ปี ในประเทศญี่ปุ่นและสเปน พบว่า ในประเทศญี่ปุ่นมีการทำนายว่าหากทำการลดระดับฝุ่น PM 2.5 ลง เหลือ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้อีก 3,602 ราย ในจำนวน นี้ 77% เป็นกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 75 ปี ผลการศึกษาสรุปได้ว่า การปรับปรุงคุณภาพอากาศสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เช่นเดียวกับการศึกษาในประเทศสเปนที่พบว่าความเข้มข้นรายวันของฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบอย่างมากต่อการเสียชีวิตของผู้มีอายุเกิน 75 ปี ในกรุงมาดริดจำเป็นต้องลดปริมาณการจราจร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลพิษในเมือง

มาตรฐานคุณภาพอากาศที่ดีควรอยู่ระดับใด

องค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ (Air Quality Guideline : AQG) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์กลางให้ทุกประเทศใช้อ้างอิง โดยชี้ว่าไม่มีระดับปริมาณสารมลพิษระดับใดที่ถือได้ว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลาต่างกัน ตัวเลขที่กำหนดไว้จึงเป็น “ค่าเป้าหมาย” ที่มีหลักฐานวิชาการ สนับสนุนว่าเป็นระดับปริมาณสารมลพิษที่มีผลกระทบต่อ สุขภาพน้อยที่สุดที่ยอมรับได้ โดยแนวทางนี้ได้กำหนดตัวเลข ที่สูงขึ้นเป็น 3 ระดับขึ้น เรียกว่า “เป้าหมายระหว่างทาง” (Interim Target) เพื่อให้แต่ละประเทศใช้กำหนดค่ามาตรฐานที่สอดคล้องกับบริบทของตนเองโดยคาดหวังให้มีการดำเนินการเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศ

สำหรับประเทศไทย เพิ่งมีการเพิ่ม PM 2.5 เข้ามาในรายการสารมลพิษที่ต้องตรวจวัดและควบคุมตั้งแต่ปี 2553 โดยเลือกใช้เป้าหมายระหว่างทางระดับที่ 2 ขององค์การอนามัยโลกมากำหนดเป็นมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ซึ่งปัจจุบันเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับมาเลเซีย และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการอะไรที่บังคับว่าต้องมีการปรับเกณฑ์มาตรฐานเป็นระยะ อย่างเช่น หน่วยงาน EPA ของสหรัฐอเมริกาเคยถูกฟ้องร้องเนื่องจากไม่ปรับเกณฑ์มาตรฐานตามที่บทบัญญัติของกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) กำหนดไว้

5 เทคนิคกู้หุ่นพังหลังปีใหม่ ฉบับเทรนเนอร์เชอร์รี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/610935

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 15:56 น.

5 เทคนิคกู้หุ่นพังหลังปีใหม่ ฉบับเทรนเนอร์เชอร์รี่

เร่งซ่อมหุ่นพังหลังปีใหม่ ด้วยสูตรคุมน้ำหนักเห็นผลทันตา ฉบับเทรนเนอร์เชอร์รี่

ก้าวสู่ปีใหม่กันอีกแล้ว ใครที่ยังนั่งทบทวนดู New Year’s Resolution ด้วยหัวใจแห้งเหี่ยว เพราะความฝันที่จะฟิตหุ่น คุมน้ำหนักไม่เป็นจริงซักที อย่าเพิ่งท้อแท้ หมดหวัง เพราะล่าสุดแอบเห็น เชอร์รี่-พิมพ์ชญา พีระสนิทพงษ์ เทรนเนอร์ชื่อดัง ซึ่งไม่เพียงมีประสบการณ์ปั้นหุ่นสุดเป๊ะให้กับเหล่าคนดังมากมายทั้ง กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาส, ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต, แอน ทองประสม, คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ฯลฯ ยังเนรมิตหุ่นสวยให้สาวๆ มานับไม่ถ้วน มาเดินช็อปปิ้งที่ “วิลล่า มาร์เก็ท หลังสวน” เลยไม่พลาดถามเทคนิครีดไขมัน สร้างหุ่นเป๊ะแบบเห็นผล แถมทำได้ง่ายๆ มาฝากสาวๆ กัน

1. เปลี่ยนมายด์เซ็ต

พูดถึงภารกิจลดหุ่น หลายคนนึกถึงแต่การออกกำลังกาย แต่เทรนเนอร์เชอรรี่ย้ำว่า “การออกกำลังกายก็สำคัญ แต่การคุมอาหารนั้นสำคัญกว่า” ก่อนจะพิชิตหุ่นสวยได้ สิ่งที่สาวๆต้องปรับจูนทัศนคติให้ตรงกันก่อน คือ ในการลดน้ำหนัก รีดไขมันส่วนเกิน การคุมอาหารมีส่วนสำคัญถึง70% ขณะที่การออกกำลังกายมีผลเพียง 30% เท่านั้น เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะในแต่ละวัน เราใช้เวลากับการกินมากกว่าอย่างอื่น การกินจึงกลายเป็นทั้งคุณและโทษได้ในเวลาเดียวกัน หากเลือกกินของที่ไม่ดี ไม่มีประโยชน์ นอกจากจะทำให้อ้วน ยังเป็นบ่อเกิดของโรคภัย ดังนั้น สเต็ปแรกเมื่อคิดจะลดน้ำหนัก ไม่ต้องรีบไปซื้อสปอร์ตบรา หรือ รองเท้าออกกำลังกาย แค่นั่งเช็คลิสต์รายการอาหารแต่ละวันที่กินเข้าไปก่อนว่ามีอะไรบ้างดีกว่า จะได้ปรับลดได้ถูกจุด

2. กินครบ 3 มื้อได้ไม่ต้องอด แต่ต้องเลือกกินให้เป็น

แม้การดูแลอาหารจะเป็นตัวแปรสำคัญของการควบคุมน้ำหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่า จะตั้งหน้าตั้งตาคุมแต่ปริมาณอาหาร โดยไม่ใส่ใจคุณภาพ เลย เพราะถ้าเลือกกินให้ถูกหลักโภชนาการ เลือกซื้อจากแหล่งที่มีคุณภาพ เน้นผักหรือผลไม้มากกว่าเอะอะก็ให้รางวัลตัวเองด้วยของหวานหรือชาไข่มุก ก็ยังสามารถกินอาหารได้ 3 มื้อตามปกติ

3. อย่าเข้าใจผิด กินผลไม้แล้ว “อ้วน”

หลายคนลดปริมาณการกินผลไม้ลง เพราะคิดว่า มีรสหวานจะทำให้อ้วน ทั้งที่ความจริงแล้ว ความหวานธรรมชาติที่มีอยู่ในผลไม้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายเหมือนกับน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ ที่สำคัญผลพลอยได้จากการกินผลไม้ยังมีแร่ธาตุ และ กากอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย ส่วนสาวๆที่เรื่องสารตกค้าง ของฝากที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งอาจติดมากับผักและผลไม้ แนะนำให้เลือกกินผักผลไม้ออร์แกนิค ซึ่งปัจจุบันบ้านเรามีทางเลือกมากขึ้น ถึงบางครั้งอาจต้องจ่ายแพงกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ ถือว่าคุ้มค่า เพราะมั่นใจว่า ปลอดสารพิษตั้งแต่กระบวนการปลูก จนถึงมือผู้บริโภค

4. เนื้อสัตว์ออร์แกนิค ทางเลือกแสนอร่อยของคนอยากคุมน้ำหนัก

การลุกขึ้นมาดูแลรูปร่าง และสุขภาพ ไม่ใช่การลงโทษตัวเองให้ต้องเลิกราจากของอร่อยหรือของที่ชอบ แต่เหมือนกับการถอยหลังกลับมาเพื่อมองหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ยกตัวอย่าง เนื้อสัตว์ปัจจุบันก็มีแบบออร์แกนิค 100% ให้เลือก ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์สำหรับคนที่อาจจะมีโรคบางอย่าง และต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งต่างๆ แต่ยังรวมถึงคนที่อยากป้องกันตัวเองก่อนจะเป็นโรค ด้วยการเลือกกินของดีมีคุณภาพ โดยไม่ทำร้ายตัวเอง

5. อย่ามองข้ามเครื่องปรุงตัวร้าย

หลายครั้งที่สาวๆ ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบชั้นยอด แต่ดันพลาดท่าเพราะเครื่องปรุงรสที่นำมาใช้ อาจจะมีโซเดียมเยอะ หรือบางคนหักดิบไม่ใส่เลย จนทำให้เสียอรรรถรสของการกินของดีไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ปัจจุบันมีเครื่องปรุงคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกมากมายมา ที่ให้ครบทั้งรูป รสและกลิ่นที่ช่วยชูรสแถมดีต่อสุขภาพ

งานนี้ใครที่อ่านแล้วก็รู้สึกว่ายังยากอยู่ดี เทรนเนอร์เชอร์รี่กระซิบดังๆ เลยว่า หายห่วง แค่แวะมาบ้านหลังที่สองของคนเมืองแหล่งรวมของอร่อยและของดีจากทั่วโลก วิลล่า มาร์เก็ทหลังสวน โครงการเวลา สินธร วิลเลจ มีคำตอบของทุกสิ่ง “เท่าที่เดินสำรวจดูแล้ว รู้แล้วว่าวิลล่า มาร์เก็ท คัดสรรแต่ของดีมา เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ มีของดีของอร่อยจากทั่วโลกมาให้เลือกช็อป แถมยังออร์แกนิคแท้ 100%  ตั้งแต่ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ไข่ไก่ ไปจนถึงเครื่องปรุง ที่สาวๆน่าจะชอบเป็นพิเศษ คือ มีมุมให้ชิมก่อนตัดสินใจซื้อ แถมถ้าคิดจะซื้อไปตุนเป็นเสบียง สำหรับวันที่ภารกิจรัดตัว ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะของสดใหม่ ต่อให้แช่เก็บไว้ในตู้เย็นหลายวันก็ยังอร่อยอยู่”

เครื่องมือยุคดิจิทัล สมมุติฐานที่มาของโรคอ้วน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/610810

  • วันที่ 05 ม.ค. 2563 เวลา 06:16 น.

เครื่องมือยุคดิจิทัล สมมุติฐานที่มาของโรคอ้วน

ความอ้วนเป็นโรคที่นำพาปัญหาต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพและด้านจิตใจ ซึ่งคนยุคปัจจุบันมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนสูงมาก ด้วยเหตุผลที่ว่าโลกใบนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากเกินไป นี่อาจเป็นเพียงข้อสมมุติฐาน แต่เรามาดูกันว่ามันมีมูลเหตุหรือไม่

คนขยับตัวน้อยลง เพราะชีวิตยุคนี้มีแต่สิ่งอำนวยความสะดวก

สิ่งอำนวยความสะดวกบนโลกเราถูกผลิตคิดค้นขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน ยกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ตลอดจนเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ และแอปพลิเคชั่นต่างๆ โดยเฉพาะแอปสั่งอาหาร สิ่งเหล่านี้ทำให้ในวันหนึ่งเราแทบจะไม่ต้องทำอะไร ชนิดที่ว่าสามารถนั่งอยู่กับที่และจัดการทุกสิ่งอย่างผ่านอุปกรณ์ยุคดิจิทัลเหล่านี้ได้เลย

แบบนี้ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ เพราะมีการศึกษาจากรัฐเท็กซัสออกมาบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ขนาดรอบเอวของคนเราจะเชื่อมโยงกับการใช้งานสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เมื่อมีอุปกรณ์ดิจิทัลมากขึ้น ขนาดตัวของคนเรา น้ำหนักตัวของคนเราก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขนาดที่องค์การอนามัยโลก ยังให้ความสนใจและได้จัดทำสถิติชุดตัวเลขเกี่ยวกับโรคอ้วนขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันก็พบแล้วว่า โลกมีประชากรที่เกิดโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นกว่าในปี 2518 ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

ปัจจัยที่ทำให้คนยุคดิจิทัลน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

เป็นเรื่องน่าสนใจมากว่า ทำไมคนในโลกยุคปัจจุบันที่มีการศึกษาในเรื่องสรีระร่างกาย และเข้าถึงแหล่งความรู้ในการดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ และควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าในอดีต จึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เรื่ิองนี้ Richard Lopez นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rice ได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมา กับพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลของมนุษย์เราหลายๆ อย่างพร้อมกัน

ผลปรากฏว่า คนที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลหลายๆ อย่างพร้อมกันมีความเสี่ยงสูงมากที่จะกลายเป็นโรคอ้วน เพราะสมองจะมีการสั่งการที่แตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งจะทำให้สมองส่วนหน้าซึ่งเป็นส่วนควบคุมตัวเองนั้นทำงานได้น้อยลง เมื่อเห็นอาหารจึงเกิดความรู้สึกอยากกิน และขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจในทันที

ต่างจากคนที่ห่างไกลเทคโนโลยี ที่สมองส่วนที่ควบคุมตัวเองยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยจึงมองว่าคนที่ทำงานโดยใช้อุปกรณ์หลายๆ อย่างพร้อมกันนั้น เป็นคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เพราะส่งผลโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาสมองของคนเหล่านี้นั่นเอง

เทคโนโลยีทำให้มนุษย์เราอยู่ติดที่

สิ่งที่น่ากลัวคือ ไม่เพียงแต่ผู้คนในต่างประเทศเท่านั้นที่กำลังประสบปัญหาโรคอ้วน แต่คนไทยเองก็เช่นกัน ซึ่งรายงานสุขภาพคนไทย พบว่าคนไทยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 2 เท่าในรอบ 20 ปี ซึ่งถือว่าสูงมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสาเหตุที่วิเคราะห์กันคือ เพราะเทคโนโลยีในโลกที่พัฒนามากขึ้น ทำให้คนเป็นโรคติดเก้าอี้มากขึ้นตามไปด้วย

เป็นเรื่องจริงที่มนุษย์เราจะถูกตรึงอยู่กับที่ด้วยการใช้เทคโนโลยีมากกว่าเดิม จากเด็กที่เคยวิ่งเล่นในสนาม ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็เปลี่ยนนิสัยมาเล่นโทรศัพท์ ดูไอแพด ดูยูทูป นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์มากขึ้น ทำให้การออกกำลังกายน้อยลง ที่สำคัญกิจกรรมเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับน้ำและขนมในมือซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มขีดความอ้วนให้สูงขึ้น

เครื่องมือยุคนี้รบกวนการนอนหลับ

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่เพียงแต่เทคโนโลยีจะทำให้มนุษย์เรามีความสะดวกสบาย และทำให้เรานั่งติดที่เท่านั้น แต่ยังรบกวนการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาสมดุลร่างกายให้เผาผลาญพลังงาน และไม่ให้เกิดโรคอ้วนตามมา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ทีวี แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งสามารถนำไปไว้ในห้องนอนได้ ก็จะเพิ่มโอกาสในการเกิดผลเสียทั้งต่อตัวเด็กและผู้ใหญ่ได้พร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ เพราะในช่วงกลางคืน หากได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอมากเกินไปจะส่งผลให้ร่างกายเกิดการนอนหลับยาก นอนหลับไม่เต็มอิ่ม เมื่อร่างกายนอนไม่พอก็จะทำให้ฮอร์โมนที่ชื่อว่า Ghrelin ที่ควบคุมความหิวของเราเพิ่มมากขึ้น และในทางกลับกันการนอนไม่พอก็จะไปลดฮอร์โมนควบคุมความอิ่มที่ชื่อว่า Leptin ลง เท่ากับว่าร่างกายของเราจะหิวอาหารอยู่ตลอดเวลา เป็นหนึ่งในผลกระทบจากเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดโรคอ้วน

 

ภาพ freepik

4 เทรนด์อาหารเพื่อคนสูงวัย กินอย่างไรให้อายุยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/610525

  • วันที่ 04 ม.ค. 2563 เวลา 06:06 น.

4 เทรนด์อาหารเพื่อคนสูงวัย กินอย่างไรให้อายุยืน

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นจนเข้าสู่ภาวะสูงวัย ย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป รวมถึงอาหารการกินที่ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพร่างกายและความสามารถของกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย สิ่งหนึ่งที่ต้องโฟกัสเป็นพิเศษคือเรื่องของอาหาร สำหรับเทรนด์อาหารผู้สูงวัยในยุคนี้ ได้แก่

1.ต้องเป็นอาหารพลังงานต่ำ แต่คุณค่าทางโภชนาการสูง

ระบบเผาผลาญในวัยสูงอายุไม่ดีเหมือนเก่า อาหารที่ให้พลังงานสูงอย่างอาหารทอด ของหวานจัด จึงเป็นของแสลงของผู้สูงอายุเพราะเมื่อเผาผลาญไม่หมดมันก็จะก็จะกลายเป็นไขมันส่วนเกิน ลองเน้นไปที่ธัญพืช ผัก ผลไม้ที่ให้พลังงานไม่มากนัก แถมยังมีแร่ธาตุและวิตามินสูง

2.อาหารอ่อนและเคี้ยวง่าย

เนื่องจากฟันที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร มีความบางลง แคลเซียมลดลง และระบบย่อยอาหารจะทำงานได้น้อย น้ำย่อยก็ลดความเป็นกรดลง ควรเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่เคี้ยวยาก และอาหารที่มีความเหนียว

3.อาหารโซเดียมต่ำ

โซเดียมที่มากเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ จะส่งผลให้ตัวบวม รวมถึงเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังสูญเสียน้ำได้ง่ายมาก ทำให้ยิ่งเป็นอันตราย อาหารที่ดีคือปริมาณโซเดียมไม่มากและมีน้ำเยอะ

4.ความสะอาดเรื่องสำคัญ

เมื่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายผู้สูงอายุลดลง รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน สิ่งปนเปื้อนเพียงน้อยนิดคือฝันร้ายที่อาจอันตรายถึงชีวิตของผู้สูงอายุได้เลย ดังนั้น ความสะอาดของอาหารรวมถึงภาชนะจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ความผิดปกติของประจำเดือน สัญญาณเตือนเนื้องอกมดลูก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/610524

  • วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 08:09 น.

ความผิดปกติของประจำเดือน สัญญาณเตือนเนื้องอกมดลูก

สำรวจความผิดปกติของประจำเดือน เพื่อรู้ทันสัญญาณเนื้องอกมดลูก

ผู้หญิงเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อที่ผนังมดลูกให้หนาขึ้น เพื่อเตรียมรองรับการตั้งครรภ์ แต่หากไม่มีการปฏิสนธิ เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกและไหลออกจากช่องคลอดเป็นเลือด “ประจำเดือน” โดยทั่วไปรอบประจำเดือนของผู้หญิงอยู่ในช่วง 28 + 7 วัน เฉลี่ยครั้งละประมาณ 3-8 วัน ซึ่งจะมามากที่สุดใน 2 วันแรก ประจำเดือนอาจมีสีแดงเข้ม สีน้ำตาล หรือสีดำ ทั้งนี้ก่อนมีประจำเดือนยังอาจมีอาการต่างๆ เช่น ปวดศีรษะ ท้องอืด หงุดหงิด ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ หน้าอกขยาย หิวง่าย รวมถึงอาการปวดท้องระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งอาการบางอย่างอาจเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงตกไข่ แต่บางอาการอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายอย่างเนื้องอกมดลูก

ประจำเดือนปกติ หรือผิดปกติ ดูอย่างไร

  • สี โดยปกติเลือดที่ออกมาในช่วงวันแรกของการมีประจำเดือนจะมีสีแดงคล้ำเล็กน้อย และจะกลายเป็นสีแดงสดในวันถัดมา หรือบางคนอาจเริ่มต้นรอบด้วยสีแดงสดและเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นในช่วงวันท้ายๆ แต่หากพบประจำเดือนสีจางมากๆ หรือสีคล้ายน้ำเหลือง ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย
  • ปริมาณ ประจำเดือนส่วนใหญ่จะมามากในช่วงวันแรกๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ลดปริมาณลงจนหายไปในที่สุด โดยเลือดประจำเดือนในแต่ละ 1 รอบ ต้องไม่เกิน 80 ซีซี โดยสามารถสังเกตด้วยตัวเองว่าหากผ้าอนามัยเปียกชุ่มและต้องเปลี่ยนทุกๆ 2–3 ชั่วโมง จัดได้ว่าเป็นผู้มีประจำเดือนมากเป็นปกติ แต่หากต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงอีกทั้งยังคงเป็นแบบนี้ตลอดช่วงมีประจำเดือนหรือมีประจำเดือนนานกว่า 8 วัน แบบนี้ถือว่าเกิดความผิดปกติกับร่างกาย เช่น การติดเชื้อ เลือดจาง ฮอร์โมนไม่สมดุล หรือเกิดเนื้องอกมดลูก ทั้งนี้รวมถึงการมีประจำเดือนกะปริดกะปรอยตลอดทั้งเดือน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเช่นกัน
  • อาการปวดท้อง ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาปวดท้องทั้งแบบปวดบีบและปวดเกร็งมากถึงประมาณ 70% ซึ่งอาการปวดท้องประจำเดือน เกิดจากการหลั่งสาร โพรสตาแกลนดิน (prostaglandin) ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน ซึ่งก่อตัวขึ้นบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก ในช่วงมีประจำเดือน มีผลทำให้กล้ามเนื้อบีบตัวและหดเกร็ง คล้ายภาวะเจ็บปวดขณะคลอดบุตร ในกรณีที่ร่างกายหลั่งสารปริมาณมากจะยิ่งทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น หรืออาจมีอาการคลื่นไส้และท้องเสียร่วมด้วย แต่หากพบอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรงบ่อยมากๆ หรือเกือบทุกครั้งที่มีประจำเดือน อาจเกิดจากเยี่อบุมดลูกเจริญผิดที่หรือมีเนื้องอกในมดลูก
  • รอบประจำเดือน ประจำเดือน หมายความว่า มีเลือดออกจากช่องคลอด เดือนละ 1 ครั้ง หรือห่างกันประมาณ 28+7 วัน โดยแต่ละรอบควรมาเวลาใกล้เคียงกัน หรือห่างกันไม่เกิน 7-9 วัน กรณีที่ประจำเดือนขาดหายบ่อยครั้ง หรือมาถี่กว่าปกติ เดือนละ 2-3 ครั้ง อาจบ่งชี้ว่าระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลหรือเกิดโรคภายในอวัยวะสืบพันธุ์ จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

สัญญาณเตือนเนื้องอกมดลูกจากความผิดปกติของประจำเดือน

ภาวะผิดปกติของการมีประจำเดือนเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนเนื้องอกมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่พบในหญิงวัยทำงานอายุ 30-40 ปี มากถึง 20-25%

เนื้องอกมดลูก คือเนื้องอกที่เกิดขึ้นในตัวมดลูก ซึ่งเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา ไม่ใช่มะเร็ง อาจพบที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของตัวมดลูก มีขนาดต่างๆ กันไป อาจเป็นก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ บางชนิดโตช้า บางชนิดโตเร็ว

ถ้าเป็นเนื้องอกก้อนเล็ก ผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ อาจตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อไปตรวจสุขภาพหรือปรึกษาแพทย์ด้วยปัญหาอื่น และอาจไม่จำเป็นต้องให้การรักษา

สามารถสังเกตเนื้องอกขนาดโต จากอาการผิดปกติของประจำเดือน ดังนี้

  • มีประจำเดือนออกมากและนานกว่าปกติ
  • มีอาการปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อยหรือปวดหลังส่วนล่างแบบเรื้อรัง
  • มีอาการปวดขณะร่วมเพศ
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • ปัสสาวะบ่อย กะปริดกะปรอย หรือปัสสาวะขัด
  • คลำพบก้อนที่ท้องน้อย หรือท้องโตคล้ายคนท้อง

ปัจจัยเสี่ยงเนื้องอกมดลูก

การแพทย์ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุแน่ชัดของการเกิดเนื้องอกมดลูกได้ แต่อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ระดับฮอร์โมน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง คือฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจนเตอโรน ซึ่งไปกระตุ้นให้ก้อนเนื้องอกโตขึ้นได้
  • ผลกระทบจากยา โดยเฉพาะยาฮอร์โมนต่างๆ อาจเพิ่มการเจริญเติบโตของเนื้องอกมดลูกได้ เช่น ยาคุมกำเนิด เป็นต้น
  • กรรมพันธุ์ หากพบบุคคลในครอบครัวเป็นเนื้องอกในมดลูก ถือเป็นปัจจัยเพิ่มโอกาสเป็นเนื้องอกมดลูกมากขึ้น
  • อาหาร การรับประทานเนื้อแดง หรืออาหารไขมันสูง รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดเนื้องอกมดลูกมากกว่าคนปกติ
  • สุขภาพร่างกาย ผู้ป่วยโรคอ้วน ผู้หญิงที่มีประจำเดือนก่อนวัย หรือขาดวิตามินบางชนิด จะมีเพิ่มโอกาสเสี่ยงภาวะเนื้องอกมดลูกมากขึ้น

การป้องกันเนื้องอกมดลูก

ปัจจุบันยังไม่สามารถทราบสาเหตุการเกิดภาวะเนื้องอกมดลูกที่แน่ชัด จึงไม่สามารถป้องกันได้ แต่การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงลงได้ โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงการรับประทานเนื้อแดงและอาหารไขมันสูง รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 7 ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากนี้การลดความเครียด และทำจิตใจให้แจ่มใส จะช่วยให้ห่างไกลโรคเนื้องอกมดลูกได้

หากเนื้องอกมดลูกไม่มีอาการใดๆ หรือเนื้องอกมีขนาดเล็กมาก อาจไม่มีความจำเป็นต้องรักษา แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยต้องพบแพทย์สม่ำเสมอเพื่อเข้ารับการตรวจติดตามอาการ