9 วิธีรับมือเมื่อลูกโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/609586

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2562 เวลา 15:07 น.

9 วิธีรับมือเมื่อลูกโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียน

นายแพทย์กมล แสงทองศรีกมล แนะเคล็ด(ไม่)ลับ 9 วิธีรับมือเมื่อลูกถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครอง และครูนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการดูแลเด็กๆ

 

การรังแก กลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือการบูลลี ได้กลายเป็นปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย จากสถิติของกรมสุขภาพจิต ชี้ว่า ในปี 2561 มีจำนวนนักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงถึง 600,000 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 40% มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ปัจจุบันระดับความรุนแรงของพฤติกรรมการกลั่นแกล้งและปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จึงได้จัดกิจกรรมเพื่ออบรมให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูที่โรงเรียนทอสี  ในหัวข้อ “คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่ ไม่บูลลี่ในเด็ก” เพื่อเป็นการสานต่อโครงการ “Shared Kindness คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่” รณรงค์ลดการทำร้ายจิตใจผ่านคำพูด สนับสนุนการส่งต่อคำพูดสร้างสรรค์ในสังคมไทย  ปัญหาการล้อเลียนชื่อพ่อแม่ การเรียกชื่อสมมติหรือปมด้อยของเพื่อน การไม่ให้เข้าร่วมกลุ่มเล่น หรือทำกิจกรรมด้วยกัน และการตบหัวหรือการชกต่อยกัน พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู บางท่านอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก หากเราไม่ไปสนใจเค้า  เราไม่ไปยุ่งกับเพื่อนที่แกล้งเรา เดี๋ยวเค้าก็จะเลิกยุ่งกับเราไปเอง

นายแพทย์กมล แสงทองศรีกมล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในมุมของผู้ใหญ่ เรามักจะมองว่าการกลั่นแกล้งกันในเด็ก เป็นเรื่องเด็กเล่นกัน  เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมุมของเด็กที่ถูกกระทำ ถูกกลั่นแกล้งนั้น เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขา เพราะเด็กต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกๆ วัน เราควรจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กได้ในระยะยาว ดังนั้น เราในฐานะพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู จึงไม่ควรนิ่งเฉย ควรเฝ้าสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ และดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

9 วิธีรับมือเมื่อลูกโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียน

1.ทำความเข้าใจว่าการกลั่นแกล้งคืออะไร การทำความใจว่าการกลั่นแกล้งคืออะไร คือสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เราเข้าใจปัญหาของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำมากขึ้น แท้จริงแล้วการกลั่นแกล้งคือ  นิสัยที่เรียนรู้และเลียนแบบมาจากการเห็นหรือได้ยิน เช่น การพบเจอปัญหาคนในครอบครัวทะเลาะกัน หรือพบเจอคนในชุมชนด่าทอกันด้วยคำพูดหยาบคายทุกวัน จนมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ผู้กระทำบางราย อาจจะเป็นบุคคลที่ขาดความมั่นใจในตนเอง  อิจฉาริษยาผู้อื่น  รวมถึงผู้กระทำบางรายอาจจะเคยเป็นผู้ถูกกระทำมาก่อน

 

2.กล้าที่จะพูดหรือแสดงความไม่พอใจต่อผู้กระทำ หลายครั้งที่ปัญหาการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นกับบุคคล บุคคลหนึ่งมาอย่างยาวนาน  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ถูกกระทำ ไม่กล้าที่จะพูด หรือแสดงความไม่พอใจออกมา ทำให้ผู้กระทำไม่รับรู้ว่าผู้ถูกกระทำนั้นมีความรู้สึกอย่างไร จึงกระทำการกลั่นแกล้งซ้ำๆ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้  การแสดงออกหรือการพูดสื่อสารออกมาว่าผู้ถูกกระทำนั้นไม่พอใจ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้กระทำมีแนวโน้มที่จะกลั่นแกล้งลดน้อยลง หรือหยุดการกระทำนั้นๆ ลงได้  เนื่องจากผู้กระทำได้รับการตระหนักรู้ ถึงความรู้สึกของผู้ถูกกระทำว่า “ไม่พอใจ” และ “เสียใจ” ตลอดจนรับรู้ว่าการกระทำของตนนั้นสร้างผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำอย่างไรบ้าง

 

3.บอกเล่าการโดนกลั่นแกล้งกับพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือครู ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน เกิดจากการที่ผู้ถูกกระทำ ไม่ได้บอกเล่าเรื่องถูกกลั่นแกล้งให้พ่อแม่ ผู้ปกครองและครูทราบ จึงทำให้ปัญหาการกลั่นแกล้งยังคงเกิดขึ้น และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ต้องสอนเด็กและลูกหลานของเรา “ไม่ให้เงียบ” , “เพิกเฉย” หรือ “ทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” และ    จงกล้าที่จะบอกเล่าปัญหาของตนกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครูที่โรงเรียน  เพราะปัญหาการถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียนต้องได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู ต้องปรึกษาหารือกัน เพื่อหาวิธีการรับมือ และหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน

 

4.การกลั่นแกล้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทราบหรือไม่ว่า ในบางสถานการณ์ การกลั่นแกล้งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากว่าผู้ถูกกระทำ ถูกกลั่นแกล้งทางร่างกายหรือทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดด่าทอเชื้อชาติหรือเพศสภาพ ใช้กำลังและความรุนแรงรังแกผู้อื่น หรือแม้แต่การแชร์เรื่องส่วนตัวของผู้อื่นในอินเทอร์เน็ต ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น หากว่ามีการพบเจอการกลั่นแกล้งที่รุนแรงเช่นนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูสามารถรายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

5.อย่ามองว่าตัวเองเป็นปัญหา การมีอัตลักษณ์ที่ต่างจากผู้อื่น เช่น เพศสภาพ เชื้อชาติ รูปร่างหน้าตา ที่ต่างจากผู้อื่น ไม่ใช่ปัญหาของผู้ถูกกระทำเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะทัศนคติของผู้กระทำต่อผู้อื่นต่างหาก สิ่งที่สำคัญคือเราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก หากลูกของคุณเป็นผู้ถูกกระทำ จงสอนเขาว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และมันไม่ใช่ปัญหาของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวผู้กระทำเองทั้งสิ้น

 

6.มองหาวิธีจัดการกับความเครียด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การกลั่นแกล้งนั้นสามารถสร้างความเครียดให้แก้ผู้ถูกกระทำเป็นอย่างมาก นอกจากการบอกเล่าปัญหาต่อผู้ที่ไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่ หรือครูแล้ว ควรลองมองหากิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ เช่น การออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง หรือออกไปเที่ยว เพื่อจัดการกับความเครียดของตนเอง และทำให้สภาพจิตใจไม่หมกมุ่นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

7.อย่าแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว การอยู่คนเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาหรือทำให้เราจัดการกับการกลั่นแกล้งได้ อีกทั้งยังสามารถทำให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆ การอยู่คนเดียวเงียบๆ จะทำให้ลดความมั่นใจและความภาคภูมิใจของผู้ถูกกระทำได้ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ผู้ปกครองและครู ที่จะคอยสอดส่อง ดูแล พฤติกรรม อรมณ์ของเด็กๆ และบุตรหลาน ไม่ให้ตกอยู่ในภาวะเงียบหรือปลีกตัวมาอยู่คนเดียว

 

8.ดูแลสุขภาพกายและใจของตนเองให้ดี สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจ การกลั่นแกล้งนั้นสามารถสร้างบาดแผลและปมในใจให้กับผู้ถูกกระทำซึ่งสามารถส่งผลต่อสภาพร่างกาย เช่น การอดอาหาร เครียดจนนอนไม่หลับ เป็นต้น หากบุตรหลานของท่านได้รับการกลั่นแกล้งที่กระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจ ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและจิตวิทยา เพื่อช่วยให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาได้อย่างดีและตรงจุด

 

9.มองหาบุคคลต้นแบบที่ดี การกลั่นแกล้ง ทำให้ผู้ถูกกระทำสับสนและไม่ชอบในตัวเอง หากว่าผู้ถูกกระทำมีบุคคลต้นแบบที่ดี จะสามารถทำให้เห็นได้ว่า มีอีกหลายคนที่เคยพบเจอกับปัญหาเดียวกัน แต่พวกเขาก็สามารถก้าวข้ามผ่านการโดนกลั่นแกล้งจนสามารถประสบความสำเร็จได้ การมีบุคคลต้นแบบที่ดีนั้น จะทำให้ผู้ถูกกระทำ มองเห็นคุณค่าของตัวเองและรักตัวเองมากขึ้น

8 ข้อดีและบทเรียนที่ได้จากความล้มเหลว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/609319

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 06:46 น.

8 ข้อดีและบทเรียนที่ได้จากความล้มเหลว

“It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.”

…”ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแรงที่สุดหรือฉลาดที่สุดหรอกที่อยู่รอด แต่เป็นผู้ที่ปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดต่างหาก” – ชาร์ล ดาวิน

ตอนนี้เราสะสม “No” ไว้มากพอแล้วหรือยัง?

ความล้มเหลว ความผิดหวัง ไม่ได้สร้างแต่ความทุกข์ให้กับเราด้านเดียว เหมือนกับเหรียญที่มี 2 ด้าน ความล้มเหลวก็จะทำให้เราสามารถเรียนรู้ข้อดีและศึกษาบทเรียนจากความผิดหวังนั้นได้ วันนี้เรามาดูกันว่า ความล้มเหลวนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง

1.ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น

ทุกครั้งที่เราเริ่มต้นลงมือทำอะไรบางอย่าง แม้ผลลัพธ์จะนำมาซึ่งความผิดหวังล้มเหลว แต่มั่นใจได้เลยว่าเราจะได้รับระหว่างทางคือการที่เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น

2.มีโอกาสปรับปรุงตัวเอง

ทุกครั้งที่เราผิดพลาด เราไม่ได้รับแค่ความผิดหวังท้อแท้ บั่นทอนกำลังใจ แต่สิ่งที่เรายังได้รับคือมองเห็นปัญหาที่แท้จริง ถึงสาเหตุที่ทำให้เราล้มเหลวนั้น เพื่อนำจุดนี้มาแก้ไขและพัฒนาตัวเอง ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลง เพื่อสิ่งที่ดีกับตัวเอง

3.ทำให้ค้นพบคนสำคัญในชีวิต

เมื่อท้อแท้ ผิดหวัง ทุกข์ใจ เราจะมองเห็นคนที่พร้อมอยู่เคียงข้างเราคนนั้นเสมอ ถ้าอ่านถึงตรงนี้คงนึกออกว่าเค้าคือใคร คนที่เมื่อเรามีความทุกข์เราจะนึกถึงเค้า และเค้าก็ยังรับฟังอยู่เคียงข้างเราเสมอมา ขอให้รักษาเค้าไว้ให้ดีๆ เพราะนี่คือคนสำคัญ รักษามิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีนี้ไว้ เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากขึ้น และตอบแทนเค้าบ้าง

4.ทำให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ถ้าเราไม่ออกมาเจอความเหนื่อยยาก เวลาเราเจอเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จะบั่นทอนเราได้มาก แต่ถ้าเราได้ผ่านความผิดหวัง อกหัก มาบ้าง ก็คล้ายเป็นภูมิคุ้มกันให้จิตใจของเราได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยก็เรียนรู้มาก่อนแล้ว ดังนั้น ก็สามารถที่จะรับมือกับเรื่องเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีขึ้น ให้ลองนึกถึงคนที่อายุมากกว่าเรา คนที่ขึ้นสู่จุดสูงสุด หรือหลายคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านต่างๆ ทุกคนล้วนผ่านเรื่องเลวร้ายเพื่อฉีดภูมิคุ้มกันความเข้มแข็งทางใจให้ตัวเองกันไปแล้วทั้งนั้น

5.ข้อผิดพลาด สร้างการเรียนรู้เพิ่ม

เราจะได้รู้ว่าเมื่อเจอข้อผิดพลาด เจอความล้มเหลว ควรเรียนรู้เพิ่มเติมจากที่ไหน ทั้งการหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อในครั้งต่อไปจะได้ไม่ผิดพลาดอีก

6.ยิ่งล้มเหลว ยิ่งวางแผนที่ดี

การที่พบเจอความล้มเหลว หรือข้อผิดพลาดทั้งจากการทำงาน การเรียน เป็นต้น มันจะช่วยให้มีความรอบคอบมากขึ้น และวางแผนรัดกุมเพื่อช่วยให้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้ดี

7.ช่วยเช็คระดับความสุข

คนส่วนใหญ่เมื่อค้นพบความผิดพลาด หรือความล้มเหลว มักจมอยู่กับอดีตที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ความสุขในการทำงานจึงลดลง ซึ่งข้อดีของความล้มเหลวจริงๆ แล้วคือเราจะได้รับวัคซีนเพื่อต่อสู้กับการลงโทษตัวเอง ลงโทษการรู้สึกผิดและลุกขึ้นมาต่อสู้กับความจริงและสู่เป้าหมายให้ได้ เชื่อเถอะ “ไม่มีความสำเร็จใดได้มาง่ายๆ”

8.เข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น

เมื่อเรายืนอยู่บนความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ก็ให้รู้ไว้เช่นกันว่านั่นคือจุดที่ทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จที่หวังไว้ไปอีกขั้นหนึ่ง ขอเพียงเก็บความล้มเหลวนี้มาเป็นบทเรียน หาประโยชน์ หามุมมองที่จะพลิกให้เป็นโอกาส เรียนรู้ว่าพลาดเพราะอะไร จำและนำไปต่อยอดให้ได้ ครั้งต่อๆ ไปเราจะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน

ดังนั้น การรู้จักยอมรับความจริงว่า “ทุกคนย่อมต้องเจอความล้มเหลว” สิ่งสำคัญคือ การวางแผนดีเพื่อเตรียมรับมืออย่างน้อยก็เป็นตัวช่วยให้คุณลุกขึ้นมาสู้เพื่อสู่เส้นทางของความสำเร็จต่อไป แม้จะล้มเหลวกี่ครั้งก็ตาม

 

ภาพ freepik

อยู่กับเช้าวันจันทร์อย่างไร ให้ห่างไกล Monday Blues #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/609240

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 06:00 น.

อยู่กับเช้าวันจันทร์อย่างไร ให้ห่างไกล Monday Blues

ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันจันทร์ที่สดใสแบบห่างไกล Monday Blues ด้วยเคล็ดลับการปรับทัศนคติ พร้อมรับมือวันจันทร์อย่างมุ่งมั่นเวอร์ชั่นคนขยันทำงาน

ตื่นเช้าวันจันทร์รับแสงแดดแรกของสัปดาห์ เริ่มต้นสู่ห้วงเวลาของการทำงาน 5-6 วันอีกครั้ง บางคนอาจรู้สึกกังวล เครียด หรือถึงขั้นหดหู่อยู่หรือเปล่า? ถ้าคำตอบบอก… ใช่! คุณเคยได้ยินอาการของ Monday Blues หรือโรคเกลียดวันจันทร์บ้างไหม

อาการ Monday Blues เป็นอย่างไร?

แค่นึกถึงวันจันทร์ก็ไม่สบายใจแล้ว ทั้งงาน ทั้งคน เจ้านาย ลูกค้า ลูกค้า ปัญหาการเดินทาง บวกกับเรื่องวุ่นวายที่รออยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงการขาดซึ่งความสุขในการทำงาน ทั้งๆ ที่ความจริงคุณควรจะรู้สึกตื่นเต้นและมีพลังในเช้าวันจันทร์ เพื่อเพลิดเพลินไปกับการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเยียมไปตลอดทั้งสัปดาห์ นี่แหละอาการ Monday Blues!!! ซึ่งเรามาดูวิธีรับมือกับอาการนี้กันดีกว่า

 

ยิ้มรับวันจันทร์

การยิ้มให้ตัวเองในกระจก ไม่ใช่เรื่องตลกหรือหน้าอาย การตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นและสดใส ย่อมดีกว่าการตื่นมาพร้อมกับหน้าตาที่บูดบึ้งเหมือน ดังนั้น ในเช้าของทุกๆ เช้า อยากให้ลองหัดยิ้มและให้กำลังใจคนในกระจกดูบ้าง การกระทำเล็กๆ แบบนี้แหละที่สามารถสร้างพลังอันมหาศาลให้เกิดขึ้นกับตัวเรา…ไม่เชื่อลองยิ้มดูซิ

เสริมลุคมั่นใจอะไรก็ดี

ความมั่นใจจะปลุกพลังและความสร้างสรรค์ในตัวเราขึ้นมา ท้าทายความเบื่อหน่ายด้วยการเลือกชุดที่ชอบ สไตล์ที่ใช่ ใส่รับวันจันทร์กันดู รับรองว่าได้ผล สำหรับความเชื่อเรื่องสี เช้าวันจันทร์ สีที่เป็นกาลกิณีคือ “สีแดง” เลี่ยงได้ก็เลี่ยงกันนะ

ฟัง Podcast

เติมพลังสมองให้ของขึ้นด้วยการฟัง Podcast เพิ่มความรู้ เติมสาระประโยชน์ตามไลฟ์สไตล์ชื่นชอบ หาข้อคิดดีๆ ในการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แค่นี้วันจันทร์ก็ไม่น่าเบื่อแล้ว

กินของอร่อย

อย่าเร่งรีบเกินไปจนปล่อยให้ท้องว่างแล้วพาลคิดอะไรไม่ออก ควรหาอะไรทานรองท้องก่อนก้าวออกไปใช้ชีวิตให้เต็มที่ เท่านี้ก็มีพลังพร้อมที่จะต่อสู้ก้บเช้าวันใหม่ได้ดีไม่น้อยเลย และนอกจากมันจะช่วยทำให้คุณไม่หงุดหงิดหัวเสียเพราะความหิวแล้ว มันยังทำให้คุณกลายเป็นมนุษย์สุขภาพดีที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนด้วยการกินแบบตรงเวลาอีกด้วย

วางแผน

ในเมื่อเรารู้ว่าปัญหาคืออะไร ก็เตรียมวางแผนการทำงานไว้เลยจะดีกว่า ยิ่งวางแผนให้รัดกุมได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี เราขอแนะนำให้จัดการเวลาจัดแจงตารางงานให้ลงตัว สร้างระเบียบวินัยการทำงานส่วนตัวให้ดีขึ้น และอย่าลืมให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ ต้องคิดว่า “เราเอาอยู่” “เรื่องแค่นี้สบายมาก”

คิดบวก

ลองนึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นหรืออยากให้เกิดขึ้นในที่ทำงานดูซิ สิ่งดีๆ เหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย เร้าอารมณ์อยากไปทำงานขึ้นมาเลยแหละ

มอบความสุขให้คนอื่น

เราอยากให้คุณมีความตั้งใจทำสิ่งที่ดีให้กับคนรอบข้าง เวลาที่คุณไปทำงานในเช้าวันจันทร์ สิ่งนี้ช่วยยกระดับจิตใจ แถมช่วยเปลี่ยนอารมณ์โดยรวมในออฟฟิศ คุณอาจจะไม่ต้องนึกถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อาจเอ่ยชมเพื่อนร่วมงาน ช่วยเหลือพวกเขาเล็กๆ น้อยๆ ตั้งใจให้บริการลูกค้า ช่วยเหลือคนแปลกหน้าระหว่างทาง หรือวิธีง่ายๆ อื่นๆ ที่ทำให้วันของคนรอบข้างดีขึ้นอีกนิด แค่นี้คุณก็ได้รับความสุขตามไปด้วย

แพลนเย็นวันจันทร์

อย่าปล่อยให้วันจันทร์จบไปแบบเอาเป็นเอาตาย หรือย่ำเท้าซ้ำๆ อยู่กับปัญหาน่าปวดหัว จัดการการทำงานให้มีประสิทธิภาพด้วยทัศนคติที่ดี ตั้งใจทำงาน ทำให้เต็มที่ พอเสร็จแล้วก็ออกไปใช้เวลาตอนเย็นอย่างมีความสุข นัดเพื่อนทานข้าว เดินเล่นในห้าง กลับไปบ้านรอคนที่คุณรัก หรือนอนดูรายการโปรดหน้าทีวี ทำอะไรก็ได้ที่คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการทำงานจนเกินไป เพื่อตัดวงจรความกังวลที่จะวนมาเป็นลูป ดึงคุณให้เครียดซ้ำไปซ้ำมา หมดเวลางานแล้วก็พักผ่อน เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันถัดไป

 

ภาพ freepik

รู้ไหมว่า…คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุดในปี 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/609231

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 17:59 น.

รู้ไหมว่า...คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุดในปี 2019

ส่องคำค้นหาสูงสุดประจำปี 2019 โดยผลสำรวจจาก Google Trends คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุดในปีนี้

Google Trends เปิดเผยข้อมูล Top Keywords ของปีนี้ที่คนไทยใช้ในการค้นหาผ่าน Google สำหรับประเทศไทย ได้แก่

คำค้นหาสูงสุดประจำปี 2019

  1. ชิมช้อปใช้
  2.  กรงกรรม
  3. เมียน้อย
  4. ใบไม้ที่ปลิดปลิว
  5. หัวใจศิลา
  6. ผลการเลือกตั้ง 2562
  7. คริปโต Binance
  8. แชร์ลูกโซ่ Nice Review
  9. มธุรสโลกันตร์
  10. รักฉุดใจนายฉุกเฉิน

ข่าวในประเทศประจำปี 2019

  1. ข่าวลัลลาเบล
  2. ข่าวออฟฟี่ แม็กซิม
  3. ข่าวน้องโยโย่
  4. ข่าวป๊อบ ปองกูล
  5. ข่าวปุ๊กกี้ ปริศนา
  6. ข่าวน้ําตาล เดอะสตาร์
  7. ข่าวเซนติเมตร
  8. ข่าวระเบิด
  9. ข่าวเหม ภูมิภาฑิต
  10. ข่าวแม่มณี

ข่าวต่างประเทศประจำปี 2019

  1. ข่าวพายุเข้าญี่ปุ่น
  2. ข่าวพายุปาบึก
  3. ข่าวดาวเคราะห์น้อยชนโลก
  4. ข่าวซึงรี
  5. ข่าวฮ่องกง
  6. ข่าวซอลลี่
  7. ข่าว Huawei
  8. ข่าวลิซ่า Blackpink
  9. ข่าวเจนนี่ Blackpink
  10. ข่าวนิวซีแลนด์

ร้านค้าประจำปี 2019

  1. ร้านหน่องริมคลอง
  2. ร้านกาแฟชายทุ่ง
  3. ร้านวรรณระยอง
  4. ร้านภูฟ้า
  5. ร้านป้าบุญล้อม
  6. ร้านลุงไสว
  7. ร้านปูเป็น
  8. ร้านยําแซ่บ
  9. ร้านทองออโรร่า
  10. ร้านเก๋เก๋เมืองทอง

สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศประจำปี 2019

  1. จอร์เจีย
  2. สิงคโปร์
  3. ฮ่องกง
  4. อินเดีย
  5. จีน
  6. ญี่ปุ่น
  7. ไต้หวัน
  8. เวียดนาม
  9. สวิสเซอร์แลนด์
  10. ตุรกี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศประจำปี 2019

  1. กาญจนบุรี
  2. นครนายก
  3. เชียงใหม่
  4. จันทบุรี
  5. สุราษฎร์ธานี
  6. ชุมพร
  7. สุพรรณบุรี
  8. ระยอง
  9. สมุทรปราการ
  10. สกลนคร

ละครประจำปี 2019

  1. กรงกรรม
  2. เมียน้อย
  3. ใบไม้ที่ปิดปลิว
  4. หัวใจศิลา
  5. มธุรสโลกันตร์
  6. รักฉุดใจนายฉุกเฉิน
  7. กลิ่นกาสะลอง
  8. ทองเอกหมอท่าโฉลง
  9. เจ้าหญิงเม็ดทราย
  10. สามีสีทอง

วิธีประจำปี 2019

  1. วิธีลงทะเบียน ชิม ช้อป ใช้
  2. วิธีเลือกตั้ง
  3. วิธีเช็คพัสดุ Kerry
  4. วิธีใส่หน้ากาก N95
  5. วิธีกดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  6.  วิธีเติมเกม Free Fire
  7. วิธีบูชาปี่เซียะข้อมือ
  8. วิธีทําพานไหว้ครู
  9. วิธีไหว้แม่ย่านางรถ
  10. วิธีทำต้มจับฉ่าย

เพลงประจำปี 2019

  1. รักติดไซเรน
  2. ธารารัตน์
  3. ชอบแบบนี้
  4. งัดถั่งงัด
  5. แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร
  6. ขอบใจเด้อ
  7. กอดเสาเถียง
  8. นอกจากชื่อฉัน
  9. Kill This Love
  10.  ฝนเทลงมา

ที่มา : https://trends.google.com/trends/yis/2019/TH/

ชิมติ่มซำอิ่มไม่อั้น เนรมิตมื้อกลางวันที่แสนสุข @เย่า เรสเตอรองท์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609217

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

ชิมติ่มซำอิ่มไม่อั้น เนรมิตมื้อกลางวันที่แสนสุข @เย่า เรสเตอรองท์

ห้องอาหารจีน เย่า โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ท้าชิมติ่มซำอิ่มไม่อั้น ให้มื้อกลางวันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

 

หยุดยาวนี้กินอะไรดี สำหรับคนฉลองปีใหม่ในกรุงเทพฯ อยากแนะนำให้ไปลิ้มลองสารพันติ่มซำกันที่ “ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์” ที่เสนอติ่มซำอิ่มไม่อั้นรสต้นตำรับกวางตุ้ง ไม่ว่าจะเป็นของนึ่ง ของทอด ซุป อาหารจานผัด และขนมหวาน เย่า จัดให้ท่านได้อร่อยอย่างจุใจไม่อั้นในมื้อกลางวัน พร้อมชมวิวกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563

 

เพราะปีใหม่นี้รัฐบาลให้หยุดยาวถึง 5 วันติด หลายร้านอาจทยอยปิด ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ บนชั้น 32 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์สวนกระแสเอาใจคนอยู่กรุงเทพ จัดโปรโมชั่นติ่มซำอิ่มไม่อั้นที่ให้คุณอิ่มอร่อยไปกับกว่า 30 เมนูไม่ว่าจะเป็น กุ้งสาหร่ายซอสเอ๊กซ์โอ ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม ขนมจีบหมูตับห่าน ฮะเก๋าปลาไข่เค็ม เกี๊ยวกุ้งซอสหมาล่า เสี่ยวหลงเปา ซี่โครงหมูอบซอสฮอยซิน ซุปเสฉวนรสกลมกล่อม ตบท้ายด้วยขนมหวานเย็นฉ่ำคลายร้อนอย่างพุดดิ้งมะม่วง ไอศครีมกระเจี๊ยบ หรือเมนูลูกสำรองร้อนและบัวลอยอัลมอนด์ พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของกรุงเทพจากมุมสูง พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เวลา 11.30 น.-14.30 น. ในราคาสุดคุ้ม

 

ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือขนกันมาทั้งครอบครัวใหญ่ เย่าก็สามารถจัดสรรค์พื้นที่ส่วนตัวให้ได้ด้วยห้องวีไอพี 5 ห้อง สามารถรับรองแขกได้ตั้งแต่ 6-20 คน  แฟนติ่มซำไปร่วมสัมผัสประสบการณ์อิ่มไม่อั้นมื้อกลางวันได้ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 ที่เย่า เรสเตอรองท์ ในราคาเพียง 1,288++ บาท ต่อท่าน รวมชาจีน  สำรองที่นั่งโทรศัพท์ 02 088 5666 หรืออีเมล Wimolthip.L@marriott.com

Beautiful Bangkok 2020 ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สุดล้ำในรูปแบบ Interactive Installation Art #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609567

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2562 เวลา 13:31 น.

Beautiful Bangkok 2020 ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สุดล้ำในรูปแบบ Interactive Installation Art

ปักหมุดแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์แห่งใหม่ส่งท้ายปีสุดอลัง ชมปรากฏการณ์การแสดงแสงสีเสียง พร้อมแอคทิวิตี้สุดล้ำในรูปแบบ Interactive Installation Art กับ “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness” โดย MQDC ททท. และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2562

กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 3 แล้ว สำหรับปรากฏการณ์การแสดงแสงสีเสียงส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ใจกลางราชประสงค์ที่พร้อมสะกดทุกสายตาทั่วโลก กับงาน “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness” โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับสากล ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) ร่วมกันเติมสีสันแห่งความสุข สร้างความเจิดจรัสประดับฟากฟ้ายามค่ำคืนให้กับเดสทิเนชั่นแห่งการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกอย่าง “กรุงเทพมหานคร” บนตึกสูงกว่า 60 ชั้น ของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดความน่าอัศจรรย์แห่งกรุงเทพฯ ในรูปแบบใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความอ่อนช้อยสวยงามของดอกแมกโนเลีย และดอกไม้นานาพันธุ์ เปรียบเสมือนเป็นการมอบช่อดอกไม้ช่อแรกแห่งปี เพื่อส่งมอบความสุขและความปรารถนาดีให้ประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่ได้มาเยือน

บรรยากาศในวันเปิดตัวอบอวลไปด้วยสีสันจากหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ ที่นอกจากจะสะท้อนถึงธีม A Blossom of Happiness แล้ว ยังมอบสัมผัสความเป็นเฟมินีนและดีไซน์ร่วมสมัย อันเป็นเอกลักษณ์ของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลท์สำคัญแห่งการเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเอาท์ดอร์สุดครึกครื้น โดยมี วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นกันเอง ร่วมด้วย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ณัฏฐพร ชีวมงคล ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ สอง พาร์ทเนอร์สำคัญที่มาร่วมผนึกกำลัง พร้อมเนรมิตความสุขส่งท้ายปีในครั้งนี้

พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับไฮไลท์แอคทิวิตี้ ‘The Wonder Flower Land’ ณ บริเวณลานหน้าโครงการที่มาในรูปแบบ Interactive Installation Art โดยมีนักแสดงและศิลปินชื่อดังตบเท้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ หมาก-ปริญ สุภารัตน์, นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ, 2 หนุ่มแห่ง SBFIVE เต้-ดาวิชญ์ และ ตี๋-ธนพล พร้อมด้วย บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยผู้คว้ามงกุฎ Miss International 2019 มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ

สำหรับงาน Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

  • การแสดงแสงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่ตระการตาที่เนรมิตอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด 60 ชั้น ให้เจิดจ้าด้วยแสงไฟหลากโทนสี รังสรรค์ด้วยเทคนิคสุดอลังโดยทีมผู้สร้างชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ที่ออกแบบให้แสงไฟพลิ้วไหวไปตามเส้นสายโค้งเว้าของตัวตึก เติมแต่งขอบฟ้ากรุงเทพฯ ยามค่ำคืนให้ครึกครื้นและมีชีวิตชีวาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยสามารถรับชมได้ทุกต้นชั่วโมง ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป
  • ต่อด้วยแอคทิวิตี้ห้ามพลาดกับโซน The Wonder Flower Land ณ บริเวณลานหน้าโครงการ ที่ให้คุณตื่นตาไปกับซีเคร็ต กิฟท์บ็อกซ์ขนาดมหึมา ซึ่งภายในอัดแน่นไปด้วยมนต์เสน่ห์ของดอกไม้นานาพันธุ์ในรูปแบบ Interactive Installation Art อาทิ ดอกแมกโนเลีย, ดอกกุหลาบ, ดอกบัว, ดอกราชพฤกษ์, ดอกกล้วยไม้ และ ดอกไฮเดรนเยีย

ไฮไลท์อยู่ที่การแสดงแสงสีแบบ Interactive ด้วยเทคโนโลยี AI จากประเทศญี่ปุ่น ที่ต่างเชื้อเชิญแขก ผู้มีเกียรติให้ดื่มด่ำ พร้อมมีส่วนร่วมไปกับการแสดงแสงสีที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยแต่ละดอกจะ ครีเอทขึ้นจากอัตราการเต้นของหัวใจของแต่ละบุคคล เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ช่อแรกแห่งปีที่พร้อมส่งมอบความสุขแบบไม่ซ้ำใครให้กับทุกคนที่มาเยือนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ MQDC ยังจัดให้มีกิจกรรมประกวดภาพถ่ายที่แสดงถึงความสวยงามของงาน Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness ที่รังสรรค์ให้กับกรุงเทพฯ กติกาง่ายๆ เพียงโพสต์รูปถ่ายมุมใดก็ได้ภายในงาน ลง Facebook หรือ Instagram พร้อมแคปชั่นที่บรรยายถึงชอตสุดเจ๋งของคุณได้ดีที่สุด เปิดเป็น Public แล้วติดแฮชแท็ก #ShotAtBeautifulBKK #BeautifulBangkok2020 ตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2563 ประกาศผลวันที่ 22 มกราคม 2563 โดยภาพที่ได้รับการคัดเลือกว่าสวยงามที่สุด 3 อันดับแรก จะนำไปผลิตเป็นโปสการ์ดเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับของรางวัลตามลำดับดังนี้ รางวัลที่ 1 กล้อง Leica Q จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 กล้อง Leica CL จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 3 iPhone 11 Pro Max (512 GB) จำนวน 1 รางวัล และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท

งาน Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness เปิดการแสดงรอบประชาชนทั่วไปในวันที่ 17-31 ธันวาคม 2562 เวลา 18.00-23.00 น. โดยในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะจัดการแสดงจนถึงเวลา 24.00 น. และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเยือน MQDC ยังได้จัดรถรับส่ง Beautiful Bangkok Free Shuttle ที่ประดับประดาอย่างสวยงามด้วยดอกไม้มาคอยให้บริการอีกด้วย โดยจะวิ่งเส้นทางราชดำริ-พระราม 4-สยาม เรียกได้ว่านอกจากจะมีความสุขที่งาน “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ยังได้ท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์อีกด้วย

สามารถติดตามรอบการแสดง Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness และกติกาประกวดภาพถ่ายเพิ่มเติมได้ทาง http://www.mqdc.com หรือ https://www.facebook.com/mqdcforallwellbeing/

COSI Pattaya ไลฟ์สไตล์โฮเทลสุดคูล ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของ Young Generation #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609432

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 09:00 น.

COSI Pattaya ไลฟ์สไตล์โฮเทลสุดคูล ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของ Young Generation

ไลฟ์สไตล์โฮเทลน้องใหม่ใจกลางพัทยาเหนือ COSI Pattaya Wong Amat Beach (โคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช) พลัสชีวิตอิสระให้ไร้ข้อจำกัดตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงโลกดิจิทัลเอาใจคนรุ่นใหม่ พร้อมมาในราคาสุดประหยัด

เรียกว่าเข้าคอนเซ็ปต์ ‘Less is More’ น้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์คนยุคมิลเลนเนียลแบบครบครันเลยทีเดียว สำหรับ “COSI Pattaya Wong Amat Beach” ไลฟ์สไตล์โฮเทลน้องใหม่ในเครือเซ็นทารา ที่เปิดตัวมาในราคาเบาๆ เข้าถึงง่าย เน้นสีสันบรรยากาศและการบริการที่เป็นกันเอง มีพื้นที่ส่วนกลางและสระว่ายน้ำเติมเต็มความสนุกสนาน พร้อมอัพนวัตกรรมล้ำสมัยให้เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์เพื่อไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ในแบบฉบับ COSI

ที่นี่รองรับนักเดินทางด้วยห้องพักจำนวน 282 ห้อง ซึ่งแบ่งเป็นห้องพักแบบ COSI Room (ราคาเริ่มต้น 999 บาท พร้อมรับการ์ดเครดิตแทนเงินสดให้ไปใช้จ่ายตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ 100 บาทในแต่ละวัน) และห้องพัก COSI Plus อัพขนาน เพิ่มโซฟาไซส์ใหญ่และมุมนั่งเล่น ออกแบบในสไตล์มินิมอลให้ทุกฟังก์ชั่นใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ทุกห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สมาร์ททีวี 43 นิ้ว เชื่อมต่อ Wi-Fi ความเร็วสูงให้บริการฟรี มีพอร์ต USB หลายจุดภายในห้องพักเพื่อการเชื่อมต่อและชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีบริการอินเตอร์เน็ทไร้สายความเร็วสูงให้บริการฟรีคลอบคลุมทุกพื้นที่ มีฝักบัวพาวเวอร์ ตู้เซฟนิรภัย รวมทั้งตู้เย็นขนาดเล็ก ส่วนโทนสีที่นี่เลือกใช้สีฟ้า-เหลือง ดูสดใสตื่นเต้น สนุกสนาน โดดเด่นด้วยผลงานกราฟิตี้ที่ผนังสีสันโดนใจ ใครเห็นเป็นต้องอยากลั่นชัตเตอร์

เรื่องปากท้องไม่ต้องห่วง เพราะที่นี่มี “WYSIWYG” ที่ย่อมาจากคำว่า What You See Is What You Get เป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่ไม่มีวันหลับไหล เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน 24 ชั่วโมง ตลอด 365 วัน เพลิดเพลินกับอาหาร เครื่องดื่ม อาทิ โจ๊กหมู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง กระเพาะปลา คนเฮลท์ตี้มีสลัดผัก สลัดคีนัวไม่กลัวอ้วน ตบท้ายด้วยเค้ก บราวนี่ ครัวซองต์ ขนมปัง ยันขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พร้อมเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และอื่นๆ

อิ่มท้องแล้วอยากนั่งพัก COSI ก็มี Hub พื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะสังสรรค์ให้เลือกนั่งชิลๆ หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเบาะนุ่มๆ ชิงช้าเก๋ๆ หรือจะเป็นโซนเคาน์เตอร์บาร์เท่ๆ พลาดไม่ได้กับการเล่นน้ำในสระที่มาพร้อมลำโพงสุดกระหึ่มส่งเสียงเพลงมันๆ ใต้พื้นน้ำ ใครฟิตหน่อยที่นี่ก็มีฟิตเนสให้ไปออกกำลังกายได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน

และเพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่าย ที่ COSI Pattaya Wong Amat Beach เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้เข้าพักสามารถ Check in-Check out ด้วยตัวเองง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส พลัสความสะดวกสะบาย ไม่ต้องรอคิวให้ฟิวส์ขาด นอกจากนี้ ภายในโรงแรมยังมีห้องซัก-รีดผ้า ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

โรงแรม COSI Pattaya Wong Amat Beach ตั้งอยู่บนพื้นที่เขตพัทยาเหนือ ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 90 นาทีโดยรถยนต์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนถนนฝั่งตรงกันข้ามกับชายหาดนาเกลือ ใช้เวลาเดินไปหาดวงศ์อํามาตย์เพียง 5 นาที นอกจากนี้ ยังอยู่ไม่ไกลจากจากศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ถนนคนเดินพัทยา วอล์กกิ้งสตรีท ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองพัทยา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/cosipattaya/

ซ่วนหยางโร่ว หม้อไฟเนื้อแกะอาหารสู้ภัยหนาวของชาวจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609418

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 18:48 น.

ซ่วนหยางโร่ว หม้อไฟเนื้อแกะอาหารสู้ภัยหนาวของชาวจีน

อาหารจีนภาคเหนือไม่ค่อยถูกปากคนไทย แม้แต่ชาวโลกทั่วไปก็ไม่นิยม รสชาติของมันไม่ได้ลุ่มลึกและพิสดารเหมือนอาหารจีนภาคใต้ เช่น อาหารกวางตุ้งที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในยุทธจักรของอาหารจีน

คนภาคเหนือยังไม่นิยมกินข้าว เพราะปลูกข้าวได้น้อย อาการหลักจึงเป็นแป้ง ทั้งในรูปของ “หมานโท่ว” (หมั่นโถว) และปิ่ง (ขนมเปี๊ยะ) แถมยังนิยมกินของมัน คนไทยเห็นแล้วไม่ค่อยเจริญอาหาร แต่ให้พลังงานมาก กินแล้วอิ่มไปสามสี่ชั่วยาม

ปักกิ่งตอนนี้กำลังหนาวเสียดกระดูก ปีนี้มีหิมะตกลงมาตั้งต้นฤดูถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะปักกิ่งหนาวแห้ง ไม่มีความชื้นมากพอที่จะสร้างหิมะ แต่ความหนาวนั้นรุนแรงมาก ถึงขนาดที่ทะเลสาบในปักกิ่งทั้งหมด ลำคลองทุกสายกลายเป็นน้ำแข็งหนาเตอะ ลงไปเล่นสเก็ตกันสบายๆ

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

อาหารหน้าหนาวของที่นี่จึงต้องให้พลังงานสูง ร้อนจัด และอุ่นนาน หากมันไม่อุ่นพอมันจะชืดเร็วจนกระทั่งแข็งหมดรสชาติ อย่างเช่นอาหารเช้าที่เรียกว่าเจียนปิ่ง คือเครปจีนที่มีไส้ปาท่องโก๋ (โหยวเถียว) หากทิ้งไว้นานเกินไป มันจะแข็งเหมือนกินไม้อัด แน่นอนว่าแม้แต่น้ำเปล่าก็ต้องอุ่นไว้ตลอด ไม่อย่างนั้นจะแข็งเหมือนกัน

อาหารที่นิยมกินกันมากในฤดูหนาวที่ปักกิ่งคือหม้อไฟ โดยเฉพาะหม้อไฟเนื้อแกะที่เรียกว่า “ซ่วนหยางโร่ว” หรือคนปักกิ่งเรียกว่า “ซ่วนกัวจื่อ”

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

หยางโร่ว แปลว่าเนื้อแกะ ส่วน “ซ่วน” เป็นคำกิริยาแปลว่าการนำเนื้อแกะที่เต็มไปด้วยริ้วไขมันฝานบางๆ ลงไปจุ่มเร็วๆ ในหม้อไฟไม่ให้สุกนานเกินไป เนื้อจึงนุ่มแต่ไม่มีกลิ่นสาบของเนื้อ จากนั้นนำไปจิ้มกับน้ำจิ้มงาบดโรยหอมผักชี ไม่มีเผ็ดแต่หากชอบเผ็ดก็ใส่พริกได้ แต่ไม่เป็นปักกิ่งแท้ ของแท้ต้องอ่อนเผ็ด

หม้อไฟของซ่วนหยางโร่วก็แปลกหูแปลกตาดี หน้าตาเหมือนหม้อไฟโต๊ะจีนบ้านเรา เพียงแต่ปล่องตรงกลางนั้นทำเป็นรูปกรวยทรงสูงมาก ตัวหม้อเป็นทองแดง แต่ที่แปลกประหลาดคือหูหิ้วของมันเวลาจับจะไม่ร้อน ทั้งๆ ที่น้ำเดือดปุดๆ ควันโขมงออกมาจากกรวย

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

ของกินหลักย่อมต้องเป็นเนื้อแกะอยู่แล้ว คนไทยอาจรู้สึกพะอืดพะอม เพราะไม่คุ้นกับเนื้อชนิดนี้ แต่มันคืออาหารหลักของคนจีนภาคเหนือที่กินกันมากกว่าหมู ความจริงเนื้อแกะไม่ได้เหม็นสาบเท่ากับเนื้อแพะ และไม่เหนียวเท่า โดยฝานบางๆ อย่างมีศิลปะพร้อมด้วยริ้วมันพอประมาณ จนะกินกับผักก็ได้ เต้าหูก็ดี อนึ่ง เนื้อแกะมีสรรพคุณร้อน จึงช่วยให้ร่างกายอุ่นได้ดีในหน้าหนาว

ร้านซ่วนหยางโร่วเก่าแก่ที่ผู้เขียน (กรกิจ ดิษฐาน) ไปรับประทานคือร้าน “หม่านเหิงจี้” บนถนนผิงอานลี่ เขตซีเฉิง อันเป็นเขตเมืองเก่าของปักกิ่ง หน้าร้านทำเป็นตึกโบราณดูคลาสสิก เป็นร้านของชาวมุสลิม หรือชาวหุย ดังนั้นจึงเป็นอาหารฮาลาล ในภาษาจีนเรียกว่า “ชิงเจิ้น ซ่วนหยางโร่ว” คำว่าชิงเจิ้นแปลว่าอิสลาม

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

หม้อไฟที่นี่มีทั้งน้ำใส และน้ำข้น เนื้อแกะที่เสิร์ฟก็มีหลายประเภท และยังมีเนื้อวัวด้วย ส่วนผักที่นิยมสั่งกันคือผักกาดขาวและใบตั้งโอ๋ และอย่างที่บอกไปว่าคนแถบนี้นิยมกินแป้งหรือหมี่ เมื่อกินเนื้อแล้วก็มักจะสั่งเส้นหมี่มาใส่กินให้อิ่มท้อง

อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของร้านหม่านเหิงจี้คือ ขนมเปี๊ยะงาใส้น้ำตาลแดง (หมาเจี้ยงถังปิ่ง) เป็นแผ่นแป้งทำจากงาบดสอดไส้คาราเมลน้ำตาลแดง กินอุ่นแล้วอร่อยมาก ช่วยตัดรสชาติมันๆ ของหม้อไฟได้ดี จานนี้ถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยทีเดียว หากไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึง

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

นอกจากร้านหม่านเหิงจี้ ผู้เขียนยังไปนั่งกินอีกร้านแถวๆ ถนนหวางฝูจิ่งใกล้ๆ กับจตุรัสเทียนอันเหมิน แม้ว่าจะดูคลาสสิกน้อยกว่า แต่รสชาติไม่ต่างกันนัก อันที่จริงความอร่อยของซ่วนหยางโร่วขึ้นอยู่กับเตรียมวัตถุดิบและผู้กิน หากร้านมีวัตถุดิบที่ดี มีซุปที่ดี มีน้ำจิ้มที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับวิทยายุทธ์ในการจุ่มเนื้อของผู้กินแล้วว่าจะกะให้ถูกปากตัวเองได้แค่ไหน

สำหรับการกินซ่วนหยางโร่ว ราคากินอิ่ม 2 คนอยู่ที่ประมาณ 100 – 200 หยวน หรือราวๆ 500 – 1,000 กว่าบาทแล้วแต่ว่าจะสั่งมากสั่งน้อย ไม่แพงมากเกินไปสำหรับประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายนักในประเทศไทย

ลิ้มรสตำรับอาหารยอดเยี่ยมระดับโลก ณ ห้องอาหารภิรมย์ โฉมใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ “อาหารไทยสี่ภาค” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609407

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 17:28 น.

ลิ้มรสตำรับอาหารยอดเยี่ยมระดับโลก ณ ห้องอาหารภิรมย์ โฉมใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ “อาหารไทยสี่ภาค”

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสเรื่องราวครั้งใหม่ของตำรับอาหารไทยที่จะถูกเล่าขานและเป็นที่จดจำ ณ ห้องอาหารภิรมย์ ณ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ที่นำเสนอเมนูอาหารดั้งเดิมแบบไทยแท้ ซึ่งเป็นทั้งเอกลักษณ์ประจำชาติและมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นอาหารแต่ละจาน เมนูแต่ละภาค โดยมีความหลากหลายทั้งรสชาติและกลิ่นหอมน่ารับประทาน ยังรวมไปถึงรสสัมผัสในแต่ละคำจากวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี สร้างความประทับใจในรสชาติ และความสวยงามประณีตในการตกแต่งจาน

ทุกเมนูของห้องอาหารภิรมย์ รังสรรค์โดยเชฟจัสวีร์ ซังเก-รา หรือรู้จักในนาม เชฟมาม่าดู๋ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักในวงการอาหารไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดการเป็นเชฟกว่า 30 ปี ความเชี่ยวชาญของเชฟมาม่าดู๋ ไม่ได้ชำนาญอาหารไทยสี่ภาคเพียงอย่างเดียว แต่เชฟยังสามารถทำอาหารชาววัง ขนมไทย และการแกะสลักผลไม้ เรียกได้ว่าคือผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ของอาหารไทยอยางแท้จริง

เมนูอาหารที่เชฟมาม่าดู๋ได้รังสรรค์ขึ้นนั้น มีทั้งเมนูแบบดั้งเดิมต้นตำรับไทย เช่น เมี่ยงกลีบบัว ข้าวหมกไก่ และยังมีในส่วนของเมนูรูปแบบอื่นๆ เช่น เป็ดรมควันราดซอสมะขาม และพานนาคอตต้าน้าตาลโตนด

คุณไมเคิล เจนเซ่น ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท กล่าวว่า “เราต้องการสร้างความแตกต่าง สร้างประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารไทยที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าทุกท่านโดยคอนเซ็ปต์ใหม่ สิ่งสาคัญของการปรับโฉมห้องอาหารใหม่นี้คือการนำเมนูจากทั้งสี่ภาคทั่วประเทศไทยมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความอร่อยที่ห้องอาหารภิรมย์ อาหารไทยนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่อาจจะมีเพียงไม่กี่เมนูเท่านั้นที่ทุกคนทราบชื่อแท้จริง แล้วอาหารไทยทั่วทั้งประเทศไทยนั้นมีมากมายหลากหลายเมนูและยังยอดเยี่ยมอีกด้วย นั้นเป็นเหตุที่ว่าเรารู้สึกโชคดีเป็นอย่างมากที่เชฟมาม่าดู๋ได้มาสร้างประสบการณ์การรับประทานไทยครั้งใหม่ให้กับลูกค้าทุกท่าน ที่ห้องอาหารภิรมย์เชฟมาม่าดู๋คืออัจฉริยะด้านอาหารไทยอยางแท้จริง”

ห้องอาหารภิรมย์พร้อมเปิดห้องอาหารรองรับนักชิมและลูกค้าจากทั่วโลก ทั้งอาหารว่าง มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ พร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ในกลิ่นอายความเป็นไทย เครื่องดื่มที่เน้นเพิ่มความสดชื่น สะท้อนเอกลักษณ์ของไทย ผสานกับมนต์เสน่ห์ของหัวหิน รังสรรค์ขึ้นให้กลายเป็นเครื่องดื่มสูตรพิเศษสำหรับห้องอาหารภิรมย์โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นผลไม้สดตามฤดูกาลในท้องถิ่น สมุนไพร และดอกไม้ เพิ่มมิติให้ค็อกเทลมีรสชาติและมอบความประทับใจไม่รู้ลืม

ลิ้มรสชาติไทยสี่ภาคได้ที่ ห้องอาหารภิรมย์ โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-15.30 น. สำหรับมื้อกลางวัน และตั้งแต่เวลา 18.30 – 22.30 น. สำหรับมื้อค่ำ สำรองที่นั่ง โทร.032 616 999 หรือส่งอีเมลที่ ichh.dining@ihg.com

Cloud Dragon จากศาสตร์หยิน-หยาง สู่ภัตตาคารอาหารจีนเลิศรส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609235

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

Cloud Dragon จากศาสตร์หยิน-หยาง สู่ภัตตาคารอาหารจีนเลิศรส

Cloud Dragon ไชนีสเรสเตอรองต์ใจกลางเมือง ใส่ใจทุกเรื่อง ครบเครื่องความอร่อย ปล่อยเมนูเด็ด “บะกุ๊ดเต๋จักรพรรดิ์-โจ๊กล็อบสเตอร์” และเซอร์ไพร์สด้วยแสงไฟไนท์ไลฟ์ยามค่ำคืน

เอาใจคนเมืองด้วยเรื่องของอาหารบำรุงสุขภาพ ปรับสมดุลหยิน-หยางในร่างกาย ผ่านเมนูอาหารจีนเลิศรส กับร้านที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ “Cloud Dragon” ไชนีสเรสเตอรองต์สุดหรูใจกลางเมือง ที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นไชนีส มาในคอนเซ็ปต์รวมพลังแห่งจักรวาลจากคู่ตรงข้าม “หยิน-หยาง” สู่สมดุลในจานอาหารที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี มีเซอร์ไพร์สด้วยการเนรมิตบรรยากาศร้านสร้างความต่างในทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน เย็น หรือปาร์ตี้แฮงเอ้าท์เคล้าเสียงเพลงภายใต้แสงไฟที่ปรับมูทแอนด์โทนให้แตกต่างตามช่วงเวลา

เมนูชูโรงยกให้ บะกุ๊ดเต๋ ที่ลุกค้าสามารถเลือกน้ำข้น-น้ำใส ตามใจชอบ บำรุงธาตุทั้ง 5 ด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรจีนที่พาเหรดมาถึง 16 ชนิด อาทิ เก๋ากี๋, ตังกุย, ตังเซียม หรือตานเซิน, ฮวยซัว, เง็กเต็ก, พุทราจีน,รากบัว, โป๊ยกั๊ก บำรุงร่างกายสบายท้อง อร่อยครบเซ็ตด้วยปาท่องโก๋ และชาจีนร้อนๆ จัดเต็มแบบพรีเมี่ยมกับเมนู “บะกุ๊ดเต๋สูตรจักรพรรดิ์” (999 บาท) คัดสรรมาครบ ทั้งเป่าฮื้อ หน่อไม้ทะเล เนื้อปลา ซี่โครงหมู หมูกรอบ ขาหมู สามชั้นตุ๋น ไส้อ่อน ตับ เต้าหู้ กระเพาะ เซี่ยงจี๊ หมูตุ๋น ไข่ สะใจแบบครบเครื่อง ยังมี บะกุ๊ดเต๋เนื้อปลากะพง บะกุ๊ดเต๋ซี่โครงหมู บะกุ๊ดเต๋หมูนุ่ม บะกุ๊ดเต๋เครื่องใน (ราคาเริ่มต้น 245 บาท)

ตามด้วยเมนูโจ๊ก อลังการกับ “โจ๊กล็อบสเตอร์” (1,999 บาท) คัดล็อบสเตอร์ไซส์ใหญ่มาใส่ในเมนูโจ๊กรสกลมกล่อม หอมหวานลงตัว หรือจะลองเป็นโจ๊กหมูใส่ไข่ โจ๊กปลา โจ๊กเป่าฮื้อและหน่อไม้ทะเล

ด้านเมนูตุ๋นหอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศตำรับตุ๋นยาจีน ดีงามที่เนื้อนุ่มละลายในปาก ชุ่มฉ่ำเข้าเนื้อด้วยเทคนิคการตุ๋นพิเศษ มีให้ลิ้มรสทั้งขาหมูพะโล้ หมูสามชั้นตุ๋น ขาหมูตุ๋น กระเพาะตุ๋น ไส้อ่อนตุ๋น ส่วนที่ขายดีคือ เมนูตุ๋นรวม ที่กินคุ้มอร่อยครบ ตบด้วยไข่มะตูมกับเต้าหู้ คู่น้ำจิ้มรสเด็ด…เข้ากั๊นเข้ากัน

พลาดไม่ได้กับข้าวผัดหอมๆ ที่มีทั้งข้าวผัดหมูกรอบ หมูแดง ข้าวผัดปู ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดล็อบสเตอร์ ส่วนเมนูเส้นจะเลือกเป็นบะหมี่สามสีทีมีทั้งหมี่หยก หมี่เหลือง และหมี่ซั้ว ท็อปปิ้งด้วยเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ หรือล็อบสเตอร์ ราดตามด้วยน้ำหมูแดงเลิศรส กินจนหมดโดยไม่รู้ตัว

ถึงคิวเมนูติ่มซำ เต็มคำด้วยขนมจีบกุ้ง ขนมจีบหมู เกี๊ยวกุ้งชาโคล เกี๊ยวซ่ากรีนซัมเมอร์ เกี๊ยวกุ้งซันไชน์ เกี๊ยวหมูกุ๊ยช่าย เกี๊ยวไก่สไปร์ซี่ ตามด้วยเสี่ยวหลงเปา ซาลาเปาหมูแดง ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม เต็มอิ่มแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีเมนูทางเล่นน่าลอง อาทิ เปาะเปี๊ยะเป็ดย่าง เปาะเปี๊ยะขลุ่ยกุ้ง เฟรนช์ฟรายส์ 5 ขุนพล ข้าวเกรียบปลา ข้าวโพดคลุกไข่เค็ม ถั่วทอด 5 เซียน พิชิตใจสาวกหมูกรอบ ด้วยหมูกรอบสูตรพิเศษจิ้มซีอิ๊วดำ อร่อยล้ำสุดบรรยาย

ส่วนเครื่องดื่มที่ Cloud Dragon มีทั้งชาร้อน ชาเย็น ชาพีช ชานมไข่มุกที่มาพร้อมกับบุกเพื่อสุขภาพ ย่ำค่ำมีค็อกเทล ม็อกเทล ให้บริการ ปิดท้ายด้วยของหวาน อาทิ เฉาก๊วยนมสด ทาร์ตเลมอน จบมื้อแห่งความสุขและความอร่อยแบบน่ารักน่าลุ้น กับตัวเลขพร้อมคำทำนายในคุกกี้เสี่ยงทายจาก Cloud Dragon

ไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่ Cloud Dragon ร้านอยู่ในโครงการ Velaa Sindhorn Village ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07:00-23:00 น. สอบถามโทร. 085-140-9999, 095-919-5966 หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่ @Clouddragonbkk