ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150917/213599.html
5 นักเรียนเชียงใหม่โชว์กึ๋น คว้าแชมป์ ‘กรังด์ปรีซ์’ รางวัลระดับโลกการผลิตสารคดีเชิงข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150917/213599.html

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150917/213541.html
วันที่ 11-13 กันยายน ที่ผ่านมา ซิตี้ สตาร์ ห้างดังกลางเมืองนัศร์ซิตี้ แทบแตก เมื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้รวบรวมนักศึกษาคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ที่มีความสามารถเฉพาะตัวในด้านนั้นๆ โดยเฉพาะในเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยและประเพณีอันงดงามของไทย เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่กับคนไทย โดยงานนี้เป็นการรวมตัวของพี่ใหญ่ในวงการประกาศศักดิ์ดาของประเทศไทย มีการจับสลากตั๋วเครื่องบินฟรี จากอียิปต์แอร์ วันละ 1 ที่นั่ง
โดยเริ่มต้นที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร กระทรวงการท่องเที่ยว หรือ “ททท.” ร่วมด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดเต็มรูปแบบทั้งการโชว์การร่ายรำหลายประเภท การศิลปะแม่ไม้มวยไทย การแกะสลักผักผลไม้ การร้อยมาลัย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ก็ได้รวมพลคนไทยที่มีความสามารถในด้านต่างๆ ออกมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการทำอาหารไทย การนวดไทยแผนโบราณ
โดยเฉพาะการนำซุปตาร์ไคโรทั้ง 3 คน มาร้องเพลงไทยในจังหวะเต้น ทำเอาศูนย์การค้าคับแคบไปในบัดดล และนับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในอียิปต์ ที่สามารถนำเอาค่ายมวยที่ทางสถานเอกอัครราชทูตสนับสนุนในการจัดการแข่งขันเข้ามาร่วมงาน โดยนำทีมนักมวยทุกระดับมาแสดงแม่ไม้มวยไทยอย่างอลังการที่สุดในฐานะที่เป็นผู้ช่วยสารนิเทศและวัฒนธรรม ทั้ง 3 วัน ปลื้มกับภาพต่างๆ ที่ได้เห็นเป็นที่ยิ่ง
แต่ที่ปลื้มไปกว่านั้น เมื่อได้รู้ความจริงว่า นักแสดงที่มาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คือ “การสร้างงาน” ให้แก่นักศึกษา
“รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์” อธิบการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้เล่าในขณะที่นั่งชมสฟิงค์ที่พีระมิดว่า จริงๆ แล้ว น้องๆ นักศึกษาเหล่านี้เขาไม่ได้เรียนในด้านนี้โดยเฉพาะ แต่เขามีความสามารถในด้านนี้ มหาวิทยาลัยจึงเปิดกว้างให้นักศึกษาแสดงออกนอกเหนือจากวิชาที่น้องๆ ศึกษากันอยู่ ไม่ใช่แค่ว่าเรียนคณะนั้นๆ แล้วก็ต้องจบคณะนั้นๆ หรือทำงานด้านนั้นๆ ด้านเดียว อีกทั้งเรื่องการแกะสลัก ซึ่งถือเป็นงานชั้นยอดของการใช้ความประณีตและความรักอย่างแท้จริง
“การมาในครั้งนี้ได้มีการลงนามระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครกับมหาวิทยาลัย 6 October ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่โด่งดังในด้านการแสดงและการจัดกิจกรรมที่มีนักศึกษาต่างชาติรวมอยู่ที่นี่เยอะมากเป็นการเปิดโลกทัศน์ของนักศึกษา สร้างโอกาสสร้างงานนอกเหนือจากวิชาที่น้องๆ ศึกษากันอยู่ ต้องขอขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้มาแสดงความเป็นไทยโดยเฉพาะในเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยและประเพณีอันงดงามของไทย เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่กับคนไทยและได้เห็นการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ รู้สึกดีทีเดียวเลย” รศ.สุภัทรา กล่าว
น.ส.มารีนัช วาทยานนท์ คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร บอกว่ารู้สึกประทับใจมากที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยและมหาวิทยาลัยในครั้งในนี้ ได้นำศิลปะวัฒนธรรมความเป็นไทยที่ถนัดมาเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้เห็นว่าประเทศมีความสวยงามและมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย
นายสกิต บุญพิศ นักศึกษาไทยในอียิปต์ คือหนึ่งนักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถในการนวดแผนโบราณ บอกว่า ได้นำท่าที่สวยๆ มาโชว์ เพราะการนวดเป็นการรักษา เป็นการบำบัดที่ต้องใช้ทักษะจากร่างกายในทุกส่วน โดยเฉพาะหัวใจและความรู้สึกของการเป็น “หมอ” และทุกท่าที่นวด ก็เสมือนการร่ายรำที่มีเอกลักษณ์อยู่แล้ว และคิดว่าท่านวดต่างๆ นี้จะเป็นที่ประจักษ์ของคนอียิปต์และชาวต่างชาติที่ได้มาชมแน่นอน
“ผมรู้สึกปลื้มมากมายครับ นี่คือสิ่งที่เราจะการันตีได้เลยว่า ประเทศไทยเรามีความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะการทำงานของเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตทุกคน ที่ทุ่มเทเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง รู้สึกดีและมีค่ามากมาย ทุกครั้งที่ได้มีการโชว์วัฒนธรรมไทย ที่ชาวต่างชาติไม่เคยได้ดู” สกิต กล่าวทิ้งท้าย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150917/213539.html
พลัง บ้าน วัด โรงเรียน (บวร) ขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนคุณธรรมกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ โรงเรียนบ้านห้วยหละ ตั้งอยู่เลขที่ 138 หมู่ 14 ถนนสายลำพูน-ลี้ ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นหนึ่งสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง บวร มีโรงเรียน เด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลาง มีกิจกรรมส่งเสริมหลักทางศาสนา (ศีล 5) นักเรียนร่วมกิจกรรมวันธรรมสวนะ หรือ วันพระ วันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการสนับสนุนจากคณะสงฆ์วัดทุ่งม่าน กิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยดีงาม ภูมิปัญญาของท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้าน เช่น การทอผ้า กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่น ปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ เพราะเห็ดนางฟ้า เมื่อเร็วๆ นี้ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนเดินทางไปดูงานการเรียนการสอนโรงเรียนบ้านห้วยหละ โดยมีคณะครู นักเรียน ต้อนรับอย่างอบอุ่น เปิดโรงเรียนให้เห็นถึงกิจกรรมอันเป็นวิถีธรรมชาติของเด็กๆ ที่นี่ เริ่มจากแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การจัดการเรียนการสอนตามโรงเรียนวิถีพุทธภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระ
พุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาของกรมการศาสนา มีพระธรรมวิทยากรเข้ามาสอนหลักธรรมพระพุทธศาสนา ศีล 5 เชิญปราชญ์ชาวบ้านมาสอนการทอผ้า การทำดอกไม้ประดิษฐ์ให้แก่นักเรียน เป็นต้น
ล่าสุดกรมการศาสนายังเข้าไปสนับสนุนโรงเรียนบ้านห้วยหละได้มีแนวทางการจัดกิจกรรมด้านศาสนาตามโครงการหลังเลิกเรียน 14.00 น. พัฒนาคุณภาพเด็กไทย อาทิ ปฏิบัติธรรม บรรยายธรรม สวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัย มารยาทไทยในศาสนพิธี สาระธรรมการรักษาศีล 5 ดนตรีพื้นเมือง กีฬา การนวดฝ่าเท้า จักสาน เย็บผ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษล่าสุดที่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม มอบให้กรมการศาสนาร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ : Moderate Class More Knowledge ของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150917/213540.html
สภาวะสังคมในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ในทุกๆ กิจกรรมต่างๆ ของชีวิต เรียกได้ว่าเป็นยุคดิจิทัล เกิดการเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม ทุกการทำงานอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นคือการสื่อสารด้านการประชาสัมพันธ์ ข่าวสารในวงการการศึกษา ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. จึงได้คิดพัฒนาศักยภาพนักประชาสัมพันธ์(พีอาร์)การศึกษาทั่วประเทศ ให้บุคลากร ผู้ปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ ได้พัฒนาตน พัฒนางานขององค์กร ให้มีทักษะการประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล
ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมานักประชาสัมพันธ์เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เกิดปัญหาในด้านทักษะการนำเสนอข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ ซึ่งมีความแตกต่างในสภาพพื้นที่ของแต่ละเขตพื้นที่ รวมทั้งประสบการณ์และอุปกรณ์ด้านการผลิต บางพื้นที่มีกิจกรรมที่โดดเด่น น่านำเสนอ แต่ไม่ได้รับการนำเสนอในช่องทางสื่อ
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้ระดมความคิด หาวิธี และช่องทางต่างๆ เพื่อนำเสนอข่าวสารด้านการศึกษาของแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้กลุ่มคนทั่วไปได้รับรู้ผ่านสื่อมวลชนทุกช่องทาง
นายกริช มากกุญชร นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ(ระดับ 8) สพป.เชียงราย เขต 1 ประธานชมรมนักประชาสัมพันธ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.ได้มอบให้ชมรมนักประชาสัมพันธ์การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดมความคิดเห็นหาวิธีและช่องทางการนำเสนอข่าวสารด้านการศึกษาของแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ให้กลุ่มคนทั่วไปได้รับรู้ ผ่านสื่อมวลชนทุกช่องทาง ด้วยการพัฒนาศักยภาพนักประชาสัมพันธ์การศึกษาทั่วประเทศ ให้รู้ด้านสื่อเทคโนโลยีและการสื่อสารในปัจจุบันเพื่อส่งต่อข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า “รัชดาโมเดล” ซึ่งมีนายประสิทธิ์ จันทร์ดา ที่ปรึกษา สพฐ. และนายสนิท แย้มเกษร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สพฐ. เป็นที่ปรึกษา
“รัชดาโมเดล” เป็นการพัฒนานักประชาสัมพันธ์ โดยการผลิตสื่อ วิเคราะห์ สังเคราะห์ให้ “ตรงประเด็น เขียนข่าวได้ ถ่ายภาพข่าวเป็นและออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบรรณาธิการสื่อมวลชนแขนงต่างๆ มาให้ความรู้ เช่น การเขียนข่าว การเขียนภาพข่าว การเขียนบทความ การทำคลิปวิดีโอข่าว-รายงาน ฯลฯ ที่สอดรับนโยบายการจัดการศึกษาทั้งในระดับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สพฐ. เพื่อให้นักเรียน พ่อ แม่ ผู้ปกครองและประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ด้วยกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรมรัชดาซิตี้ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2558 ตามแผนการพัฒนา “รัชดาโมเดล” โดยมี ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดการอบรม
ในขณะเดียวกัน ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ได้ให้แนวคิดและวิธีการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านระบบ OBEC LINE ซึ่งเป็น Application Line Official ล่าสุดที่ สพฐ.นำเข้ามาใช้เพื่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงบุคลากรครูกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ โรงเรียน 3 หมื่นแห่ง เหนืออื่นใด หัวใจของการบริหารคือการเปลี่ยนแปลงและหัวใจของการเปลี่ยนแปลงคืองานประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และเน้นย้ำให้นักประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ร่วมกันเผยแพร่นโยบายไปสู่การปฏิบัติให้ประชาชนได้รับทราบ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกันอย่างมีคุณภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นและมีมาตรฐานสากล
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150916/213524.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150916/213522.html

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150916/213473.html
คึกคักเกินความหมาย หลังจาก “พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกาศให้ปี 2558 เป็นปีแห่งการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน พร้อมส่งไม้ผลัดให้ “พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนปัจจุบัน มาดูแลต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพและทักษะฝีมือแรงงานอย่างเข้มข้น ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมสนับสนุนในการปรับตัวของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ตามโรดแม็พคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ศิริชัย มอบนโยบายด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานตอนหนึ่งว่า การพัฒนาฝีมือแรงงานต้องครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ด้านสังคม ต้องเตรียมวางแผนรองรับให้คู่ขนานกับแนวทางของรัฐบาล นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีกลไกการพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับสถานศึกษา องค์กรต่างๆ ในทุกมิติ ทุกช่องทาง เพื่อเป็นฐานด้านแรงงาน ในการเพิ่มทักษะทุกสาขาอาชีพ สร้างแรงงานคุณภาพ ให้สามารถเข้าไปแข่งขันในระดับโลกได้
ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายรัฐบาลก็ต้องการให้คนไทยทุกคนมีงานทำ และเป็นแรงงานที่มีทักษะฝีมือ สามารถทำงานได้มากขึ้นสอดคล้องกับการได้รับค่าตอบแทนที่ดีที่เหมาะสม ขณะที่ทั่วโลกมีการแข่งขันสูงในการเข้าสู่การมีมาตรฐานฝีมือแรงงาน ดังนั้นแรงงานต้องได้รับการพัฒนามากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มผลิตภาพแรงงานส่วนผู้ประกอบการและแรงงงานต้องปรับทัศนคติร่วมกัน กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการสถานประกอบกิจการขึ้น เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สถานประกอบกิจการ ประเภทเอสเอ็มอี จำนวน 260 แห่ง ระยะเวลา 6 เดือน ใน 19 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย
“1.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 2.สิ่งทอและแฟชั่น 3.เฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้ 4.หัตถกรรม 5.อัญมณีและเครื่องประดับ 6.เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ 7.พลาสติกและยาง 8.ชิ้นส่วนยานยนต์ 9.สิ่งพิมพ์ 10.ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 11.เซรามิก 12.ค้าปลีก 13.โรงแรม ท่องเที่ยว และภัตตาคาร 14.งานสร้างสรรค์และออกแบบ 15.โลจิสติกส์ 16.ธุรกิจเพื่อสุขภาพ 17.ธุรกิจก่อสร้าง 18.ธุรกิจซ่อมบำรุง 19.ธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”
ม.ล.ปุณฑริก ยังกล่าวในงานปิดโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการของสถานประกอบกิจการ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ตอนหนึ่งว่า การดำเนินโครงการในปีนี้ กพร.มีงบประมาณดำเนินการกว่า 67 ล้านบาท สามารถลดต้นทุนการผลิตในสถานประกอบกิจการขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย จำนวน 260 แห่ง ได้ 603,338,715 บาท มีแรงงานจำนวน 16,796 คน (เป้าหมาย 14,734) ที่ได้รับการพัฒนาฝีมือการทำงานให้ดีขึ้น ภายในระยะเวลา 6 เดือนใน 19 กลุ่มธุรกิจ ดังกล่าว
“ผลจากการดำเนินโครงการนี้ นอกจากจะลดต้นทุนการผลิตในสถานประกอบการได้แล้ว ยังสามารถลดความสูญเสียในการผลิต แรงงานมีการพัฒนาฝีมือขึ้นโดยสามารถผลิตชิ้นงานได้เพิ่มขึ้นในระยะเวลาเท่าเดิม ทั้งนี้ โดยภาพรวมสถานประกอบการในโครงการมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และพนักงานได้พัฒนาตัวเอง เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีผลผลิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและพนักงานดีขึ้น ขณะเดียวกันโครงการนี้ยังช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถให้แก่บุคลากรของ กพร.ที่ร่วมดำเนินโครงการ 285 คนด้วย”
ม.ล.ปุณฑริก กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมามีสถานประกอบการหลายแห่งที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการแต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณจึงไม่สามารถเพิ่มจำนวนสถานประกอบการได้ โดยในปี 2559 กพร.มีงบประมาณดำเนินโครงการกว่า 67 ล้านบาท จะจัดตั้งศูนย์บริการให้คำปรึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำหลักสูตรในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลิตภาพแรงงาน โดยตั้งเป้าหมายช่วยเหลือสถานประกอบการให้ได้ประมาณ 3,000 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบอีก 260 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ
“โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการของสถานประกอบกิจการ ปรับกระบวนการผลิต เน้นพัฒนาคนแบบครบวงจร เพื่อให้สถานประกอบกิจการพึ่งพาตัวเองได้แบบยั่งยืน เป็นการให้ยาขนาดชุดใหญ่และยาแรง ทำให้เห็นผลเร็วและคุ้มค่า คาดว่าในปี 2559 จะมีการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีมากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้สิ้นสุดโครงการแล้วแต่ผู้ประกอบกิจการสามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก “ศูนย์บริการให้คำปรึกษาเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน” ภายในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาคและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หากต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานก็สามารถกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้เช่นกัน” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ฝากทิ้งท้าย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150915/213458.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150915/213455.html
เมื่อวันที่ 15 กันยายน2558 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ในการประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินการเรื่องต่างๆในการปฎิรูปการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินการจัดทำแผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560-2574 เป็นแผนระยะยาว 15 ปี ซึ่งตนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และกรรมการในที่ประชุมต่างแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่หลากหลายดังนั้น จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการศึกษาชาติ รวบรวมข้อสังเกตต่างๆไปเป็นแนวทาวเพื่อใช้จัดทำแผนการศึกษาฉบับนี้ โดยแผนดังกล่าวต้องสามารถจับต้องได้มากขึ้น เห็นทิศทางของการศึกษาไทยได้อย่างชัดเจน รวมถึงนำแผนการศึกษาชาติฉบับปัจจุบันที่เคยมีการดำเนินการไว้แล้วมาศึกษาเพิ่มเติมว่ามีช่องโหว่ตรงจุดไหนบ้าง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับแผนการศึกษาชาติฉบับใหม่ ที่จะต้องเร่งจัดทำให้แล้วเสร็จภายในปี 2559
“ผมได้เสนอด้วยว่าในแผนการศึกษาชาติฉบับใหม่นั้น จะต้องวางระบบของการผลิตเด็กเพื่อเป็นประชากรไทยในอนาคตให้ รู้จักคิดวิเคราะห์เป็น รู้จักใช้เหตุและผล ไม่ใช่สอนให้เด็กนั่งท่องจำเพียงอย่างเดียว ซึ่งการผลิตเด็กออกสู่ภาคสังคมจะต้องเป็นเด็กไทยที่มีสมองมีสติมีความรอบรู้ เท่าทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วย ไม่ใช่ผลิตเด็กที่จบออกมาแล้วใช้แต่ความรู้สึกสร้างความสับสนให้แก่สังคม และที่สำคัญแผนดังกล่าวจะต้องเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีด้วย เนื่องจากโลกไอทีทุกวันนี้มีความน่ากลัวมากขึ้นบางทีมีการโพสต์ข้อความ หรือข้อมูลใดก็หลงเชื่อได้ง่ายโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่หากเราสอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ มีเหตุมีผลไม่หลงกลเพราะเด็กรู้เท่าทันของการใช้เทคโนโลยี แต่หากเด็กไม่รู้จักคิดก็จะส่งผลให้พวกเขาหลุดโลกจากการใช้สื่อที่ไม่เหมาะสมได้” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ได้ย้ำให้คณะอนุกรรมการฯรายงานความคืบหน้าการยกร่างแผนการศึกษาชาติเป็นระยะด้วย
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ หรือเด็กเก่ง ซึ่งมอบหมายให้ สกศ.ไปศึกษารายละเอียดในการจัดทำยุทธศาสตร์เรื่องนี้ว่าจะมีแนวทางดูแลเด็กเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง เพราะเด็กเก่งมีหลากลายสาขาทั้งด้านวิชาการและด้านกีฬาและมีจำนวนมาก โดยได้ตั้งคำถามจะใช้วิธีการใดที่จะค้นหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษเจอทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน ศธ.ยังไม่มีตัวเลขที่แท้จริงและที่ผ่านมาเราไม่มีระบบดูแลพวกเขาให้ครอบคลุม แต่ในอนาคตเด็กเก่งเหล่านี้จะเป็นกำลังหลักสำคัญให้กับประเทศชาติ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150915/213416.html
โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์) ที่ได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนปลอดขยะ ที่มีการจัดการขยะโดยนำกระดาษมารีไซเคิล เป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นการลดปริมาณขยะจากกระดาษภายในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี
กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนกลุ่มนี้ เป็นแกนนำเยาวชนของโรงเรียนในการทำกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยให้โรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ เป็นโรงเรียนที่ปลอดจากขยะ ทั้งการร่วมในกิจกรรมครอบครัวนักคัดแยกขยะเฉลิมพระเกียรติ ที่มีสมาชิกของครอบครัวนักเรียนเข้าร่วมกว่า 200 ครอบครัว ที่นอกจากครอบครัวของนักเรียนเป็นนักคัดแยกขยะเพื่อลดโลกร้อนแล้ว ยังทำขยะขายเป็นรายได้มาช่วยจ่ายในครอบครัวด้วย โดยมีรถบริการจากทางเทศบาลมารับซื้อถึงที่บ้านทุกสัปดาห์
แต่ที่เห็นเป็นรูปธรรมและสามารถนำกระบวนการคัดแยกขยะมาใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมของน้องๆ ก็คือ การผลิตกระดาษรีไซเคิล ที่น้องๆ ได้สาธิตการทำตามกระบวนการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและสามารถนำผลิตภัณฑ์มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ในการทำอุปกรณ์การเรียนการสอนของโรงเรียน โดยมีอาจารย์บุศรินทร์ วันนาหม่อง และอาจารย์จงกล ทะยะ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำโครงการดังกล่าว
สำหรับขั้นตอนการทำกระดาษรีไซเคิลของน้องๆ นักเรียน เพียงนำกระดาษที่เหลือใช้ เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษเอกสารที่เหลือใช้ มาคัดเลือกและแยกกระดาษที่เป็นชนิดเดียวกันไว้ด้วยกัน ซึ่งจะสะดวกในการย่อยสลาย ตัดหรือฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 2-3 นิ้ว นำไปแช่ในกะละมังหรือถังน้ำ โดยใส่น้ำให้ท่วมกระดาษ ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน เพื่อให้กระดาษนิ่มหรือจนเปื่อยยุ่ย เมื่อกระดาษนิ่มหรือเปื่อยยุ่ยดีแล้ว ให้ช้อนเอาเศษกระดาษขึ้นมาขยี้ หรือใส่ในรถปั่นที่ทางโรงเรียนได้ประดิษฐ์ขึ้นมา เป็นการลดเวลาและกำลังคนในการทำ เติมน้ำเพื่อให้การปั่นสะดวกขึ้น
จากนั้นนำเยื่อกระดาษที่ปั่นแล้วใส่ลงในถังซีเมนต์ ขั้นตอนนี้สามารถเติมสีจากธรรมชาติตามความต้องการเพื่อสร้างสีสันให้กระดาษสวยงาม ใส่น้ำตามความต้องการ ถ้าต้องการกระดาษหนาให้ใส่น้ำน้อย ถ้าต้องการกระดาษบางให้ใส่น้ำมาก กวนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำเฟรมช้อนเยื่อกระดาษในกะละมัง สังเกตความหนาบาง ใช้แปรงเกลี่ยลูบให้กระดาษมีความหนาเท่าๆ กัน ทั่วทั้งแผ่น นำกลีบดอกไม้ใส่ลงไปเป็นลวดลาย และนำเฟรมกระดาษไปผึ่งแดดทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน กระดาษจะแห้งเป็นแผ่นคล้ายกระดาษสา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย
นางรุ่งรัตน์ วาทหงษ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ กล่าวว่า เริ่มต้นจากโรงเรียนท่าปลาประชาอุทิศ เป็นโรงเรียนที่รณรงค์ในเรื่องของการรักษ์ สิ่งแวดล้อม เราปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้และเกิดตระหนัก จึงกำหนดฐานการเรียนรู้ขึ้นมาทั้งหมด 9 ฐาน โดยใช้ชื่อว่า 9 แหล่งเรียนรู้ตามรอยเท้าพ่อ และการทำขยะรีไซเคิล เป็นหนึ่งในฐานการเรียนรู้ที่จะให้นักเรียนรู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมและนำใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการนำกระดาษมารีไซเคิลเป็นกระดาษสา เรามีนักเรียนแกนนำเชิญชวนผู้ปกครองของตนเองเป็นครอบครัวนักคัดแยก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี ได้ทั้งความสะอาดและประโยชน์ให้แก่ครอบครัว
ด้าน นายธนสิทธิ์ อภิยะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 บอกว่า “ในการทำกระดาษรีไซเคิล นั้นไม่ยุ่งยาก แค่นำกระดาษมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาปั่น ใส่ในเฟรม ตกแต่งตามใจชอบนอกจากจะทำให้เรามีความสุข ยังเป็นการลดขยะภายในโรงเรียน ช่วยให้โลกเราสดใสยิ่งขึ้นด้วยมือของเราได้
นับเป็นกิจกรรมดีๆ ในการช่วยให้โรงเรียนสะอาด ลดปริมาณขยะจากกระดาษ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อกระดาษเพื่อจัดป้ายนิเทศในชั้นเรียน ป้ายนิเทศตามอาคารเรียน และใช้กระดาษรีไซเคิลในการทำสื่อการเรียนการสอนของโรงเรียน เป็นการนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ “เพื่อเรา เพื่อโลก” ได้เป็นอย่างดี สนใจดูงานสอบถามได้ที่ โทร.0-5549-9094