ร่วมร้องเพลงเพื่อพ่อ ดังก้องโลก สรรเสริญพระบารมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241348

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ร่วมร้องเพลงเพื่อพ่อดังก้องโลก สรรเสริญพระบารมี ประชาชนล้นสนามหลวง น้ำตาคลอแสดงความไว้อาลัย บันทึกประวัติศาสตร์สำคัญ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่ 9 ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตรเวลา 07.09 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และนายเดวิด วีลเลอร์ สามี เด็กชายลีโอนาร์โด วีลเลอร์ บุตรชาย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฏลมหาเศวตฉัตร จากนั้นประเคนสำรับภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่มาสวดพระอภิธรรมตั้งแต่เวลา 18.00 น.วานนี้ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ประชาชนร่วมถวายความอาลัย

สำหรับบรรยากาศที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมากเพื่อต่อแถวรอคิวเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมราชวัง โดยในวันนี้มีประชาชนเดินทางมารอเข้าถวายความอาลัยมาากว่าปกติ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการจึงได้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นจำนวนมาก

เวลา 11.00 น. พลตรีหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธาน ถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 15.00น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มาบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และ วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ผู้นำหลายประเทศร่วมลงนาม

ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งวัน มีคณะทูตานุทูต ผู้นำจากประเทศต่างๆ เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ สมเด็จพระอัครเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, นายดาโต๊ะ ซรี โมฮัมหมัด นาจิบ บินตุน อัลดุล ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และ ดาติน ปาดูกา ซรี รอสมาห์ แมนซอร์ ภริยา, นายหลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดี สาธารณรัฐจีน

ปชป.ล้นสนามหลวง

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า บรรยากาศรอบ ๆ พื้นที่ท้องสนามหลว งและบริเวณหน้าพระบรมราชวัง ต่างเนืองแน่นเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาถึงล่วงหน้าค้างคืนจับจองพื้นที่และประชาชนที่ทยอยเข้ามาเพื่อที่จะเตรียมร่วมร้องเพลง”สรรเสริญพระบารมี”เป็นครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามในสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ปชช.เนืองแน่นล้นสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้ในช่วงเช้ามีสายฝนโปรยปรายลงมาในพื้นที่สนามหลวงบางคนมาตั้งแต่เวลา03.00น. มีประชาชนเข้าแถวยาวถึงครึ่งสนามหลวงแล้ว และยังมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ถนนทุกเส้นทางที่มุ่งสู่ท้องสนามหลวง ประชาชนยังหลั่งไหลไม่ขาดสาย จนกระทั่งช่วงเวลา12.00น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องปิดการจราจรถนนราชดำเนินไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เนื่องจากประชาชนยังเดินทางมาต่อเนื่องจำนวนมากจนลงมาเดินเต็มถนน ในช่วงบ่ายจึงได้ปิดการจราจรถนนราชดำเนิน ขยายมาถึงแยกผ่านฟ้า ขณะที่ฝั่งบางลำพู ถนนสามเสน ปิดการจราจร ส่วนสะพานพระปิ่นเกล้า ได้ปิดการจราจรโดยปริยาย เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมากันอย่างเนืองแน่นเช่นกัน

‘ท่านมุ้ย’เดินตรวจความพร้อม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล หรือ “ท่านมุ้ย” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารให้จัดทำภาพยนตร์ เพลง สรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยโดยเฉพาะเวทีที่จะตั้งอยู่กลางท้องสนามหลวงและจุดต่างๆที่ประชาชนมาร่วมกันร้องเพลง

ย้ำปชช.ร่วมร้องครั้งประวัติศาสตร์

โดยท่านมุ้ย กล่าวว่าการร้องเพลงในครั้งนี้ จะเป็นการร้องเพลงครั้งประวัติศาสตร์ เป็นความร่วมมือกันของประชาชนชาวไทยเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้ายซึ่งเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยทีมงานเตรียมกล้องในการถ่ายทำมาทั้งหมด 25 ตัว และ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มรวมเป็นจำนวน 60 ตัว เครน 4 ตัวและโดรน 2 ตัว สำหรับใช้ถ่ายภาพมุมสูง นักดนตรีวงดุริยางค์ สยามฟิลฮาร์โมนิก 200 คน คอรัส130 คน ทีมงานหลัก1,300 คน ไม่รวมทีมงานที่คอยอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นทำด้วยใจของประชาชน ทีมงานและ ผู้สนับสนุนทุกคนเป็นงานของประชาชนอย่างแท้จริง

ร้องแบ่ง3รอบ/จุดเทียนถวายอาลัย

ท่านมุ้ย กล่าวอีกว่า สำหรับในการร่วมร้อง เพลง”สรรเสริญพระบารมี”จะแบ่งเป็น3รอบใหญ่ โดยรอบแรกจะเริ่มในเวลา13.00-14.00น.รอบที่สอง เวลา14.00-15.00น.จากนั้นจะพัก1ชั่วโมง แล้วจะเริ่มร้องในรอบสุดท้าย เวลา16.00-17.00น.และในเวลา 22.00น.จะเป็นพิธีจุดเทียนถวายความอาลัยและเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อเก็บภาพอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่มาร่วมงาน โดยตนจะเป็นคนวางภาพมุมกล้องทั้งหมด เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

ท่านมุ้ยน้ำตาไหลขอบคุณคนไทย

ท่านมุ้ย กล่าวอีกว่าคาดว่า ภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมีที่ถ่ายทำในครั้งนี้ จะมีการนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่องและโรงภาพยนตร์ทุกแห่งในประเทศไทยภายในสัปดาห์หน้า ต้องรอการประสานงานอีกครั้ง ทั้งนี้ ท่านมุ้ย กล่าวทั้งน้ำตาขอขอบคุณประชาชนชาวไทยทุกคนที่เดินทางมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อถวายแด่ในหลวง

ด้าน ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล หรือ คุณแมงมุม ผู้ประสานงานทีมงานกล่าวว่าขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่มาทำหน้าที่ประชาชนของพระราชา พร้อมเผยว่าคุณพลอยไพลิน เจนเซ่น พระธิดาคนโตในทูลกระ หม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมพร้อมกับประชาชนชาวไทยด้วยโดยมี อ.สมเถา สุจริตกุล รับหน้าที่อำนวยการเพลง

.คาดปชช.ร่วมร้องเกือบ2แสน

ต่อมา เวลา12.50น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่าจากการประเมิณมีประชาขนมาร่วมกิจกรรมในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า150,000คนและจะมาเพิ่มอีกในตอนเย็นโดยพื้นที่โดยรอบนี้จะสามารถรองรับประชาชนได้กว่า250,000 คน

ปชช.นับแสนร่วมร้องเพลงกึกก้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนกระทั่ง เมื่อถึงเวลา13.00น.ประชาชนที่มาร่วมได้แต่งกายด้วยชุดำสุภาพได้เริ่มการร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี ทั้งบริเวณท้องสนามหลวงและถนนหน้าพระลาน บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ต่างพร้อมใจร่วมกันร้อง เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องสนามหลวง ส่วนใหญ่ได้นำรูปภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นยกชู ขณะที่หลายๆคนต่างได้หยิบธนบัตรต่างๆที่มีอยู่ขึ้นมาชูไปพร้อมๆขณะร่วมร้องเพลงและบางคนถึงกับน้ำตาไหลพรากออกมาด้วยความตื้นตันที่ได้ร่วมร้องเพลงเพื่อถวายแด่ในหลวงครั้งนี้ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวก็ตาม ประชาชนทุกคนที่มาต่างพร้อมใจร่วมกันร้องกันอย่างพร้อมเพรียงทั้ง 3 รอบ และทุกอย่างมีความตั้งใจมุ่งมั่นและอดทนที่จะร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งการร้องเพลงสรรเสริฐพระบารมีนี้ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ

นายกฯขอบคุณร่วมร้องฯยิ่งใหญ่

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากขอบคุณและชื่นชมผู้ที่มีส่วนสำคัญในการจัดกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบ โดยฉพาะพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศตั้งแต่เช้าตรู่เพราะทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวก็ตาม ทำให้ภาพที่ออกมายิ่งใหญ่ และน่าประทับใจที่สุด

อีกทั้ง นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความชื่นชมและให้กำลังใจ นายปาน หมื่นโยชน์ อายุ84ปี ที่พิการขาทั้งสองข้างไม่มีแรง เดินทางโดยรถโยกสามล้อพระราชทานจาก จ.บุรีรัมย์ มายัง กทม. เพื่อเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในพระบรมมหาราชวังด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และนายกฯยังกำชับให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์( พม.)ดูแลและประสานงานอำนวยความสะดวกแก่ นายปานทั้งเรื่องสุขภาพ อาหารและการเดินทางตลอดช่วงที่อยู่ใน กทม.และระหว่างเดินทางกลับ จ.บุรีรัมย์ อย่างเต็มที่

พบสุขเพราะยึดเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับบรรยากาศทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 9 ต.คำเนียม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อพูดคุยกับ นายเชิดชัย จิณะแสน อายุ 53 ปี เกษตรกรผู้ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พลิกฟื้นผืนนานอกเขตชลประทานที่แห้งแล้ง จนเวลาผ่านไป 17 ปี สามารถทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ทั่วทุกตารางเมตรมีแต่ความเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี โดยก่อนหน้านี้ นายเชิดชัยได้ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัททำระบบน้ำประปา มีที่ดินมรดก เนื้อที่ 9 ไร่ เป็นพื้นที่แห้งแล้งนอกเขตชลประทาน จึงได้ศึกษาเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเริ่มลองทำมาตั้งแต่ปี 2542 ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ต่อมา ได้ลาออกจากงาน มาทุ่มเทด้านเกษตรเต็มตัว ทุกวันนี้ ลืมตาอ้าปากได้ไม่เดือดร้อน มีเวลาอยู่กับครอบครัว อยู่กับธรรมชาติ มีความสุขมาก ใครอยากได้ความรู้เรื่องนี้ก็พร้อมแบ่งปันความให้

บุรีรัมย์ซาบซึ้งทรงช่วยพ้นภัยแล้ง

ด้าน นายช่วง สมอ่อน อายุ 62 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านกะนัง ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ด้วยน้ำพระทัยและพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างฝายและอ่างเก็บน้ำ เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรปี 2522 แก้ปัญหาความทุกข์ยากแห้งแล้ง ทำให้ชาวบ้าน และเกษตรกรชาว อ.กระสัง ได้มีน้ำอุปโภคบริโภค ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประกอบอาชีพ เลี้ยงครอบครัวได้อย่างมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้ ในฐานะพสกนิกรก็จะน้อมนำพระราชดำริของพระองค์ท่านดำเนินชีวิตอยู่บนความพอเพียง ทั้งจะช่วยกันดูแลรักษาฝายและอ่างเก็บน้ำที่พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือร่วมกัน เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ไปจนถึงชั่วลูกหลานตลอดไปด้วย

เสื้อสีดำมือสองชัยนาทขายดี

ส่วนที่ จ.ชัยนาท ประชาชนยังคงออกมาหาซื้อเสื้อผ้าสีดำและสีขาวเพื่อสวมใส่กันอย่างมากมาย โดยเฉพาะร้านจำหน่ายเสื้อผ้ามือสองจากต่างประเทศที่มีประชาชนนิยมเข้า เลือกซื้อจำนวนมาก เนื่องจากราคาขายที่ถูกกว่าเสื้อผ้ามือ 1 หลายเท่าตัว เฉลี่ยตัวละ 80-120 บาทเท่านั้น ทำให้หลายคนสามารถซื้อได้หลายตัวเพื่อให้มีเสื้อสวมใส่ถวายอาลัยได้ครบทั้งสัปดาห์ โดยที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการซื้อเสื้อผ้ามือ 1 ที่ปัจจุบันราคาเริ่มขยับตัวสูงขึ้น

ลพบุรีน้อมแสดงความอาลัย

ทางด้าน นายผล ดำธรรม รอง ผวจ.ลพบุรี ได้เป็นประธานพิธีกล่าวคำแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มัสยิสกลางจังหวัดลพบุรี (มัสยิดนูลูลมูฮายีริน) ต.ถนนใหญ่ อ.เมืองลพบุรี โดยมีพ่อค้าประชาชน และศาสนิกชนชาวมุสลิมจังหวัดลพบุรี ต่างแต่งกายไว้ทุกข์เข้าร่วมในพิธี โดยมีการลงนามถวายอาลัย และอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน

นายอภิสิทธิ์ บุญรอด ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดลพบุรี ได้นำกล่าวถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกและธรรมราชาผู้ปกครองอาณาประชาราษฎร์ทุกเชื้อชาติศาสนา ทรงเป็นผู้ตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาพร้อมทั้งทรงยอมรับศาสนาอื่นๆ ได้เสมอกัน การสวรรคตของพระองค์เป็นการจากไปเพียงพระวรกายเท่านั้น หากแต่ยังทรงเป็นพระราชาผู้ทรงคุณธรรมของปวงชนชาวไทยและทรงสถิตมั่นในดวงใจพสกนิกรของพระองค์ตราบนิรันดร์กาล

บ้านฉางรับย้อม/แจกเสื้อผ้าสีดำ

ที่บริเวณ ริมถนนสุขุมวิท ปากซอยเทศบาลเมือง29 ม.3 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง กลุ่มจิตอาสา ชุมชนบ้านพลา และนักเรียน จิตอาสาจาก ร.ร.บ้านฉางกาญจนกุลวิทยา ได้เปิดบริการแจกเสื้อผ้าชุดดำที่เปิดรับบริจาคมาก่อนหน้านี้ พร้อมตั้งเตาย้อมผ้าฟรี โดยตั้งบริการ 2 จุดคืออยู่ที่ริมถนน ด้านหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาบ้านฉาง และที่ หน้าโรงแรมจอคู่บ้านฉาง พร้อมทั้งเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าจากประชาชน มาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม และนำผ้าที่เป็นสีอื่น มาย้อมสีดำ จากนั้นก็มาตั้งเต๊นท์แจกจ่าย พร้อมทั้งตั้งเตาย้อมผ้าดำให้ในวันนี้ ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาเพื่อรับเสื้อดำไปสวมใส่ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่มีเสื้อผ้าของตนเอง แต่ใส่ไม่พอดี ก็นำมาสับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่ได้พอดีกลับไปด้วย

พังงาร่วมพิธีถวายอาลัย

นายเอกรัฐ หลีเส็น รอง ผวจ.พังงา ร่วมพิธีถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ ร.ร.บ้านบ่อแสน อ.ทับปุด โดยมีนายปราโมทย์ แหล่ทองคำ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้สำนักจุฬาราชมนตรี เชิญชวนชาวไทยมุสลิมร่วมน้อมถวายอาลัย ตามแนวทางปฏิบัติที่บทบัญญัติศาสนาอิสลามอนุญาต เช่น การแต่งกายสุภาพไม่ใช้สีฉูดฉาด การอ่านคำถวายอาลัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรมุสลิมในเวลาก่อนนมาซวันศุกร์ การนำเสนอธรรมกถาวันศุกร์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ จัดกิจกรรมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านศาสนาอิสลาม และเจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานเพื่อให้นำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขและความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทยสืบไป

ภาคประชาชนจับมือทำความดี

ส่วนที่ ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ร้านบ้านรถถีบ ร่วมกับร้านก๊อปวัสดุก่อสร้าง เปิดบริการย้อมผ้าดำฟรี ให้กับประชาชน โดยได้จัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการย้อมผ้าวางหน้าร้าน ทั้งนี้ ได้มีกลุ่มนักปั่นจักรยานมาช่วยกันย้อมผ้าให้กับชาวบ้านที่นำผ้ามารอใช้บริการกันอย่างคึกคัก

นายอุทัย สมทรัพย์ เจ้าของร้านบ้านรถถีบ เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมเพื่อนๆ นักปั่นจักรยานมีความคิดอยากจะหาอะไรทำร่วมกันสักอย่างเพื่อถวายแด่พ่อหลวง พอดีไปเห็นหน่วยงานราชการเปิดให้บริการย้อมผ้าฟรี แต่ด้วยประชาชนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการจนต้องรอคิวกันนานมาก จึงได้ปรึกษากับเพื่อนและได้หาซื้ออุปกรณ์ในการย้อมผ้ามาพร้อมเปิดให้บริการย้อมผ้าฟรีแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระจากหน่วยงานราชการ และถือเป็นการทำความดีถวายแด่พ่อหลวงของเราด้วย

ปิยมหาราชานุสรณ์ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241350

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

 

งดงาม!ปชช.นับแสนจุดเทียน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241355

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 22.07 น.

22 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 22.00 น. ประชาชนที่มารวมตัวกันบริเวณรอบๆ พื้นที่สนามหลวง และหน้าพระบรมมหาราชวัง ได้ร่วมกันร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี”  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมกันร้องขับขานบทเพลงจนดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่บริเวณดังกล่าว หลังจากเมื่อเวลา 13.00 น. ได้มีการร้องเพลงร่วมกับวงออเคสต้า โดยมี อ.สมเถา สุจริตกุล เป็นวาทยกร ซึ่งการร้องเพลงในวันนี้ ได้มีการจัดทำเป็นภาพยนตร์และวิดีทัศน์เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ต่อไป โดยทีมงานของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล

 

ชมสด!!!รวมพลังร้องเพลง’สรรเสริญพระบารมี’รอบที่2เวลา 22.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241354

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 22.00 น.

ชมการถ่ายทอดสด รวมพลังร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ณ ท้องสนามหลวง (รอบที่สอง เวลา 22.00 น.)

 

‘จินตนันท์’แจงเหตุติง’สุริยาฯ’ ยันโพสต์’หีบพระศพ’มิบังควร-ปัดสร้างกระแส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241353

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 21.51 น.

22 ต.ค.59 หลังจากที่แนวหน้าออนไลน์ เสนอข่าว ” ‘จินตนันท์’ติง’บริษัท สุริยาฯ’มิบังควร โพสต์’หีบพระศพ’โชว์โลกออนไลน์ ” ซึ่ง ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว Jaye Jintanantchaya ตำหนิ บริษัท สุริยาหีบศพ กรณี นำรูปหีบพระศพ ออกมาโพสต์บนเฟสบุ๊ค ว่า เป็นการไม่สมควรนั้น

ต่อมา ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงข้อติติงดังกล่าว โดยระบุว่า เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว ว่าเป็นการมิบังควร อาทิ  “เรื่องบางเรื่องสมควรเป็นรู้กันภายในมากกว่า ไม่รู้สุริยาเอามาเผยเเพร่เพื่ออะไร ไม่อยากคิดเลยว่าอยากจะโชว์ เพื่อฉวยโอกาส”,”ไม่บังควรครับ ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย ยกเว้นว่า ขอพระบรมราชานุญาตก่อน” แต่มีจำนวนไม่น้อย ที่อ้างว่า เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนไทย ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด เช่น “ให้ประชาชนเห็นบ้างเถอะ คนมันรัก ก็อยากเห็นทุกรายละเอียด ไม่น่ามีอะไรเสียหาย”, “ใครก็อยากเห็นครั้งสุดท้าย ไม่ล่วงเกินหรอก. ให้ผ่าน ไปปราบพวกหมิ่นเบื้องสูงเถิด” เป็นต้น

ล่าสุด ดร.จินตนันท์ ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว Jaye Jintanantchaya ถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้ง โดยระบุว่า ที่ตำหนิ บริษัท สุริยาหีบศพ ไปนั้น เพราะเห็นว่า การโพตส์รูป หีบพระศพ ลงในโลกออนไลน์ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และบางภาพมีคนยืนค้ำหีบพระศพ พร้อมให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องมิบังควรอย่างยิ่ง ซึ่งแม้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของคนทั่วไป แต่ถือเป็นเรื่องส่วนพระองค์ และที่สำคัญเชื่อว่า ไม่ได้มีการขออนุญาตเผยแพร่แต่อย่างใด ซึ่งตนเองในฐานะข้าราชบริพาร เห็นแล้วไม่สบายใจ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีเจตนาก่อประเด็นดราม่า หรือสร้างกระแสแต่อย่างใด

 

สวยงาม!รุ้งกินน้ำขึ้นเหนือวัดพระแก้ว ปชช.ยังปักหลักรอจุดเทียน4ทุ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241318

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.47 น.

22 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 17.20 น. ภายหลังจากที่ฝนได้ตกลงมายังบริเวณท้องสนามหลวง และหน้าพระบรมมหาราชวัง นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังคงเฝ้ารอเป็นจำนวนมากเพื่อเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี  ในรอบที่สอง เวลา 22.00 น.ทั้งนี้ หลังจากที่ฝนได้เบาลง ได้เกิดรุ้งกินน้ำขึ้นเหนือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พาดผ่านมายังสนามหลวง บริเวณที่มีการจัดงานร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ที่ศาลาสหทัยสมาคม ได้ปิดลงนามถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วในเวลา 17.00 น. จากเดิมที่จะขยายเพิ่มเป็น 18.00 น. เนื่องจากประชาชนยังเข้าคิวรอแน่นมาก

เสียงที่เราอยากได้ยิน รวมคลิปพระสุรเสียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241313

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.08 น.

22 ต.ค.59 เฟสบุ๊ค’ฐิติชญา พุ่มกลิ่น’ ได้แชร์คลิปวิดีโอ และคลิปพระสุรเสียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเหตุการณ์ที่หาชมยากยิ่ง เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ชื่นชมพระบารมี ที่พระองค์มีต่อผืนแผ่นดินไทยตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์

ขอบคุณ ‘ฐิติชญา พุ่มกลิ่น

 

‘ฮุนเซน’วางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241315

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.38 น.

22 ต.ค. 59 สมเด็จพระอัครเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ณ พระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท จากนั้น ลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

 

‘ชาติหน้าขอให้เกิดบนแผ่นดินของพระองค์อีก’ เปิดใจ’ลุงปาน’สามล้อพระราชทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241309

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.49 น.

22 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 10.48 น.นายปาน หมื่นโยชน์ อายุ 84 ปี ชาวบ้านสระแก้  ต.หนองตะครอง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพิการทางร่างกาย ขาทั้งสองข้างไม่มีแรง เนื่องจากเป็นกระดูกทับเส้นประสาท  แต่อยากจะมาร่วมแสดงความอาลัยถวายสักการะจึงได้โยกสามล้อพระราชทาน ออกจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. และมาถึงกรุงเทพฯเช้าวันนี้ (22 ต.ค.) รวมระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร เพื่อนมาร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมนำเงินที่ประชาชนให้มาระหว่างการเดินทาง รวมจำนวน 70,700 บาท ถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

โดยลุงปาน เผยว่า หลังได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามในสมุดหลวงถวายอาลัยเสร็จแล้ว ถึงแม้จะโยกสามล้อเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนจนมาถึงที่นี้เป็นระยะทางถึง 400 กว่ากิโลเมตร แต่ก็ไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นที่จะใช้สองมืออันแข็งแกร่งโยกสามล้อมาถวายอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“ในหลวงทรงพระราชทานรถสามล้อให้ผ่าน อบต. จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทำให้ผมซึ่งพิการสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ และสามารถโยกสามล้อรับจ้างหาเลี้ยงชีพได้ และทรงพระราชทานฟันปลอมมาให้ ทำให้เคี้ยวอาหารได้ นอกจากนี้ ท่านยังพระราชทานบ้านให้กับลูกสาวที่เป็นใบ้ด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่ครอบครัวของลุง ตอนลงนามได้อธิษฐานขอให้บุญบารมีของพระองค์ช่วยให้ผมกลับมาเดินได้ปกติอีกครั้ง มีความสุขอยู่กับลูก พอได้อยู่ได้กิน และชาติหน้าขอให้เกิดบนแผ่นดินของพระองค์อีกครั้ง”

 

บุญญาภินิหารในรัชกาลที่ 9 ‘มรว.คึกฤทธิ์’เล่าให้ฟัง’เห็นกับตา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241308

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.49 น.

22 ต.ค.59 สำนักข่าวอิศรา ได้เผยเรื่องราวของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 13 นักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง และศิลปินแห่งชาติ ซึ่งกล่าวถึง บุญญาภินิหาร รัชกาลที่ 9 ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้รวบรวมไว้ใน หนังสือ “คึกฤทธิ์พูด ฉบับรวมปาฐกถา”

คึกฤทธิ์พูด ฉบับรวมปาฐกถา เล่าเรื่องบุญญาภินิหาร รัชกาลที่ 9 ที่เห็นมากับตา

สำหรับพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน  ผมไม่อยากพูด ท่านทั้งหลายคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจยิ่งกว่าใครทั้งหมดในแผ่นดินไทย เกือบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์คนไหนจะทำงานได้มากขนาดนี้ พูดเป็นสุภาษิตโบราณก็เหมือนว่า อาบพระเสโทต่างพระอุทกธารา คือ อาบเหงื่อต่างน้ำไม่มีอีกแล้ว

จากหนังสือ คึกฤทธิ์พูด ฉบับรวมปาฐกถา เนื่องในวันเกิดครบรอบปีที่ 78 ได้รวมรวบความคิดเห็นจากการสัมมนา ปาฐกถา อภิปราย พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งได้รับเชิญไปแสดงตามสถาบันต่างๆ เป็นประจำในช่วงระหว่างปี  2531-2532 มาอยู่ในเล่มนี้

ปาฐกถาที่น่าสนใจ หนึ่งนั้นคือเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ตอนท้ายๆ อาจารย์คึกฤทธิ์ กล่าวถึงราชวงศ์จักรีที่ได้ทรงพัฒนาประเทศต่อเนื่องมาทุกรัชกาลไม่ได้ขาด จนบ้านเมืองเรามาถึงทุกวันนี้

“สำหรับพระเจ้าอยู่องค์ปัจจุบัน ผมไม่อยากพูด ท่านทั้งหลายคงทราบดีอยู่แล้วว่า ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจยิ่งกว่าใครทั้งหมดในแผ่นดินไทย เกือบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์คนไหนจะทำงานได้มากขนาดนี้ พูดเป็นสุภาษิตโบราณก็เหมือนว่า อาบพระเสโทต่างพระอุทกธารา คือ อาบเหงื่อนต่างน้ำไม่มีอีกแล้ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจของคนไทยทุกคน ถ้าจะว่าในทางบุญญาภินิหาร รัชกาลปัจจุบันนี่แหละที่คนได้เห็นบุญญาภินิหารของพระองค์มากที่สุด กระผมได้พบด้วยตัวเอง ผมเองจะว่าคนโบราณก็โบราณ แต่ความรู้วิชาสมัยใหม่ก็ยังมีอยู่ได้เห็นเองบ้าง ไม่เห็นบ้าง และได้รับคำบอกเล่าจากคนอื่นที่เชื่อถือได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณหลวงสุรัตน์ณรงค์ ราชองครักษ์ เล่าให้ผมฟัง

เมื่อครั้งเสด็จประพาสทางชายพรมแดน ประทับเรือพระที่นั่งเสด็จทอดพระเนตรแม่น้ำโขงฝั่งไทย พอไปถึงตำบลหนึ่ง ผู้ว่าราชการนครพนมเวลานั้น ยืนอยู่ข้างพระองค์ คอยชี้แจง ก็กราบบังคมทูลว่า บ้านนี้เรียกว่าอย่างนั้น ตำบลนี้ชื่ออะไร ราษฎรมีเท่าไหร่ ทำมาหากินอะไร ไปถึงตำบลเรียกว่า วังจระเข้ ก็ทรงพระสรวล มีพระราชดำรัสถามว่า แล้วมีจระเข้ไหม

ผู้ว่าฯ ก็กราบบังคมทูล ไม่มี สมัยนี้มีเรือไฟ เรืออะไร จระเข้คงไม่มีอาศัยอยู่ได้ ก็ต้องหลบหนีไป

ก็มีพระราชดำรัสว่า เสียดายจริง ฉันยังไม่เคยเห็นจระเข้ที่มันอยู่ตามธรรมชาติ

พอมีพระราชดำรัสขาดพระโอษฐ์เท่านั้น จระเข้ขึ้น 2 ตัว ก็ทรงพระสรวล ชี้ให้ผู้ว่าฯ ดูว่า เห็นไหม

ผู้ว่าฯ คืนนั้นกลับมาจากจวนแล้วเมา บอกว่า จระเข้ามันทำกูเสีย ท่านก็เลยจับได้ว่า ไม่ได้ไปตรวจท้องที่”

นอกจากนี้ อาจารย์คึกฤทธิ์ ยังเล่าอีกว่า เคยเห็นยิ่งกว่านั้น ตอนเสด็จฯ เมืองเพชร
เขาปลูกปะรำ รับเสด็จใหญ่ศาลากลาง 2 ปะรำ ระหว่างที่อยู่กลางแจ้งกับที่ไปถึงราษฎรเฝ้าฯ เต็มปะรำ เพราะขณะนั้นฝนตกหนักที่สุด เมื่อเสด็จฯ เข้าทรงเยี่ยมราษฎรในปะรำ แรกฝนก็ยังตกหนักจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ผมตามเสด็จฯ พอถึงหมวดปะรำที่จะเสด็จฯ ออกไปอีกปะรำหนึ่ง ฝนก็ยังตกอยู่ คุณหลวงสุรัตนณรงค์ ราชองครักษ์ ถวายให้คนกลางกลด พระองค์ทรงยับยั้ง บอกคุณหลวงว่า ก็เขาเปียก เราก็เปียกได้ ว่าแล้วเสด็จพระราชดำเนินออกไป ฝนหยุดตก

นี่เอาไปสาบานที่ไหนก็ได้ ว่าเห็นกับตา แปลกจริงๆ ไม่มีฝน เสด็จพระราชดำเนินไปเข้าปะรำโน้น พอลับพระองค์ ฝนตกจั้กๆ อย่างเก่าอีกที พวกที่ตามเสด็จฯ ไม่ต้องพูดละ โชกไปด้วยกันหมด หนีไม่พ้น แม้องค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถยังเปียก เสด็จพระราชดำเนินคล้อยตาม

นี่ก็เห็นกันมาแล้ว และอื่นๆ อีกมากมายเหลือเกิน จะเล่าไปก็ไม่มีที่สิ้นสุด

ผมจึงอยากจะบอกว่า เรามีองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงมีบุญญาภินิหารอย่างยิ่งในคราวนี้ ก็เป็นเกียรติของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเรามีเทพเจ้าปกครอง

และนอกจากนั้นแล้ว รัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงบำเพ็ญพระองค์เป็นนักประชาธิปไตย เป็นพระมหากษัตริย์ของประชาชน ทรงราชการมิได้ว่างเว้น ทำงานมากกว่าใครทั้งหมด สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องที่คนไทยช่วยกันระลึกถึงเพื่อเป็นกำลังใจของพวกเรา….”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พวกเราปวงชนชาวไทย ขอเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ขอบคุณ สำนักข่าวอิศรา