ปลื้มปีติ!’พระองค์โสมฯ’ทรงทอดไก่ ประทานแก่พสกนิกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241304

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.22 น.

22 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 11.50 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์มายังรถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  ซึ่งจอดที่บริเวณด้านหน้าของกรมศิลปากร มาเป็นวันที่ 6  และทรงทอดไก่ด้วยพระองค์เอง เพื่อจัดเป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ทอด ประทานแก่ประชาชนที่เดินทางมาเข้าแถวรอสักการะแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา)ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้เพิ่มไก่เป็น 1,000 กิโลกรัม และข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม ซึ่งจะได้ข้าวเหนียวไก่ทอด ประมาณ 6,000 ห่อ ในการแจกจ่ายประชาชน โดยมีประชาชนจำนวนมากมารอรับเสด็จพร้อมกับรอรับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด โดยมีโรงแรมดิเอมเมอรัล นำบัตเตอร์เค้ก และฟรุตเค้ก มาแจกด้วยจำนวน 3,000 ชิ้น พร้อมน้ำหวาน ส่วน บริษัทเอนกฟาร์มนกกระทา จำกัด นำเกี๊ยวห่อไข่นกกระทาทอด มาแจกประชาชนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่พระองค์โสมฯ ทรงทอดไก่ ทรงมีรับสั่งกับประชาชนว่า “ใจเย็นนิดนึงค่ะ เดี๋ยวไก่ไม่สุก อีกนิดเดียวรอให้เหลืองก่อน” ขณะเดียวกันทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารในพระองค์ให้ดูประชาชนที่มาเข้าคิวรอรับไก่ทอดว่า ให้จัดน้ำดื่มให้แก่ประชาชนให้ทั่วถึงด้วย

นายอานนท์ สีเขียวสด อายุ 31 ปี เจ้าของบริษัทเอนกฟาร์มนกกระทา จำกัด กล่าวว่า วันนี้ได้นำเกี๊ยวห่อไข่นกกระทาทอด จำนวน 20,000 ฟอง มาร่วมกับมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก เป็นวันแรกและหากมีโอกาสก็จะมาอีก เพราะอยากตอบแทนพระคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช เพราะหลังจากที่คุณพ่อได้รับพระราชทานรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ แล้วทำให้คนรู้จักฟาร์มเรามากขึ้น และเป็นฟาร์มนกกระทาอันดับหนึ่งของอาเซียนที่สามารถผลิตไข่นกกระทาได้เดือนละ 20 ล้านฟอง

ชมคลิปนาทีประวัติศาสตร์! คนไทยนับแสนร่วมใจร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241279

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.25 น.

22 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 13.00 น. ประชาชนที่มารวมตัวกันบริเวณรอบๆ พื้นที่สนามหลวง และหน้าพระบรมมหาราชวัง ได้ร่วมกันร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี”  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมกันร้องขับขานบทเพลงจนดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ประชาชนที่มาร่วมร้องเพลงบางคนได้ร้องให้ขณะที่ส่งเสียงร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ซึ่งบรรยากาศซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
จากนั้น เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดรถชัตเติ้ลบัส และรถตู้ บริการประชาชนจากบริเวณรอบนอกสนามหลวง เพื่อพาเข้ามาให้ใกล้ท้องสนามหลวงมากที่สุด จากนั้นประชาชนจึงจะเดินเท้าต่อเข้ามาในบริเวณพื้นที่จัดงาน ส่วนผู้สูงอายุ และเด็ก จะมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจในโครงการพระราชดำริ คอยให้บริการรับ-ส่ง ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีประชาชน ประมาณ 3 แสนคน อยู่ภายในบริเวณท้องสนามหลวง และโดยรอบพระบรมมหาราชวัง
พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีเหตุวุ่นวาย และการลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่จัดงาน เพราะทุกคนล้วนมาทำความดีเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างไรก็ตาม ขอเตือนบุคคลที่คิดจะทำไม่ดี ว่าพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง มีการดูแลรักษาความปลอดภัยเต็มพื้นที่เป็นอย่างดี และควบคุมดูแลด้วยกล้องซีซีทีวี
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เวลา 17.00 น. ประชาชนได้ทยอยเข้ามาจับจองบริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวังอีกครั้ง เนื่องจากจะมีการร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” รอบที่ 2 เวลา 22.00น.


 

เผยปชช.ร่วมร้องเพลงสรรเสริญฯ กว่า1.5แสนชี้จะมาเพิ่มอีกตอนเย็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241274

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.58 น.

22 ต.ค. 59 เวลา 12.50 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกถึงความเคลื่อนไหวกิจกรรมการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ขณะนี้สถานการณ์ปกติ เรียบร้อยดีเพราะมีการตั้งจุดคัดกรองจำนวน7จุดรอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง ซึ่งมีกำลังตำรวจทั้งหมด12กองร้อย จากตำรวจภูธรภาค7 จำนวน3กองร้อย ตำรวจภูธรภาค1 จำนวน3กองร้อย กองบัญชาตำรวจนครบาล 6กองร้อย ตำรวจจราจร และตำรวจนอกเครื่องแบบ รวมกว่า 2500นายในการดูแลความปลอดภัย

จากการประเมิณขณะนี้ มีประชาขนมาร่วมกิจกรรมในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 150,000คน โดยพื้นที่โดยรอบนี้จะสามารถรองรับประชาชนได้กว่า 250,000คน

‘นายหลี่ หยวนเฉา’รองปธน.จีน เยือนปท.ไทยเพื่อถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241273

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.40 น.

22 ต.ค. 59 พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายหลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดีจีน ในการเดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยเพื่อถวายพระราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช 21 ตุลาคม 2559

 

ดูแล้วน้ำตาไหล!’ในหลวง-สมเด็จย่า’ วินาทีประทับใจ’แม่กอดลูก’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241265

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.16 น.

22 ต.ค.59 ภาพเหตุการณ์แห่งความประทับใจ เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งประทับรักษาพระวรกาย ที่โรงพยาบาลศิริราช  เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเฝ้า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ซึ่งประทับรักษาพระวรกาย ที่โรงพยาบาลศิริราช เช่นกัน

เป็นภาพเหตุการณ์ที่พสกนิกรชาวไทยต่างซาบซึ้งในความรักที่พระองค์ทรงมี ต่อสมเด็จย่าอันเป็นที่รักยิ่ง

 

ประชาชนล้นสนามหลวง แต่งชุดดำเตรียมร้องเพลง’สรรเสริญฯ’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241263

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.32 น.

22 ต.ค. 59 บรรยากาศบริเวณรอบๆ พื้นที่สนามหลวง และหน้าพระบรมมหาราชวัง เต็มไปด้วยประชาชนที่มาค้างคืนจับจองพื้นที่ และประชาชนที่ทยอยเข้ามาเพื่อที่จะเตรียมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีใน ครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้  เพื่อแสดงความอาลัย และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูพลอดุลยเดช
สำหรับกำหนดการการร่วมร้องเพลง สรรเสริญพระบารมีนั้น จะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเวลา 13.00-17.00 โดยประชาชนที่มาร่วมได้แต่งกายด้วยชุดำสุภาพ โดยมีวงออร์เคสตราบรรเลงเพลง ช่วงที่ 2 หลังเวลา 22.00 น. จะเป็นการจุดเทียนพร้อมกับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยไม่มีวงออร์เคสตราบรรเลงเพลง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล (ท่านมุ้ย) ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย โดยเฉพาะเวทีที่จะตั้งอยู่กลางท้องสนามหลวง และจุดต่างๆ ที่ประชาชนมาร่วมกันร้องเพลง หม่อมเจ้าชาตรีระบุว่า การร้องเพลงในวันนี้จะเป็นการร้องเพลงครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว
โดยหม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุล กล่าวว่า การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันของประชาชนชาวไทยเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย และจัดการงานครั้งนี้โดยไม่มีค่าใช่จ่ายใดๆ ในส่วนของการจัดงาน เพราะเป็นการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน สำหรับเพลงนี้จะหยุดใช้เมื่อไหร่ตอบว่าจนกว่าจะเปลี่ยนแผ่นดิน ซึ่งในการถ่ายทำจะใช้กล้อง 25 ตัว ไมค์ 25 ตัว  อากาศยานไร้คนขับ โดรน 2 เครน 3 ตัว ทั้งนี้ ในเวลา 13.00 น. จะเริ่มร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกันทั่วบริเวณรอบพระบรมมหาราชวังและบริเวณท้องสนามหลวง

 

 

ปชช.ไปสนามหลวงร่วมร้องเพลงสรรเสริญ แนะใช้รถบริการ-ขนส่งสาธารณะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241262

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.27 น.

22 ต.ค.59 ​พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร ขอประชาสัมพันธ์ข่าวด้านการจราจร มายังประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในวันนี้ “ทางเดียวกันไปด้วยกัน” คาดว่ามีประชาชน เดินทางไปร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ณ ท้องสนามหลวง เป็นจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางโดยรถส่วนตัว ขอแนะนำให้ ไปจอดรถยังจุดจอดรถที่จัดให้ 9 จุด โดยมีบริการรถ รับ-ส่ง ฟรี ถึงท้องสนามหลวง และสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะของรัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม ให้บริการ รับ-ส่ง ฟรี ถึงสนามหลวง ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาจราจรหนาแน่น แนะนำการเดินทางที่สะดวก เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ จะสะดวกกว่า จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน
​​
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ และเตรียมความพร้อม วางแผนในการเดินทาง  หรือการสำรวจข้อมูลก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้หากมีกรณีพิเศษในพื้นที่ใดๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้แจ้งให้ทราบ และเพื่อเป็นข้อมูลในการหลีกเลี่ยงเส้นทางต่อไป

​​หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางแจ้งอุบัติเหตุจราจรและข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH

 

‘ลุงปาน’ใกล้ถึงสนามหลวงแล้ว เตรียมเข้าลงนามถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241259

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.33 น.

22 ต.ค.59 สำหรับบรรยากาศที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมากเพื่อต่อแถวรอคิวเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมราชวัง เป็นวันที่  8 โดยในวันนี้มีประชาชนเดินทางมารอเข้าถวายความอาลัยมาากว่าปกติ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการจึงได้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นจำนวนมาก โดยเริ่มแถวตั้งแต่แยกหน้าประตูวิเศษไชยศรี ผ่านหน้ากรมศิลปากร ผ่านหน้าวัดมหาธาตุฯ วนเข้าเลียบถนนรอบท้องสนามหลวง โดยประชาชนที่เดินทางมาบอกว่าภายหลังถวายความอาลัยแล้วจะรอเข้าร่วมกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ท้องสนามหลวงด้วย

ด้าน นายโรจน์ไพศาล เอี่ยมสุวรรณ เดินทางมาจากหมู่บ้านทรัพย์เจริญ เขตลาดกระบัง กทม. ถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง เวลา 19.00 น. เพื่อมาเข้าคิวรอแสดงความอาลัย ขณะรอได้สีไวโอลิน บทเพลงพระราชนิพนค์ไกล้รุ่ง แสงเทียน  บัวขาว ถวายพระองค์ และเพื่อให้ประชาชนที่มารอได้บรรเทาความโศกเศร้า

นายโรจน์ไพศาล ยังได้เล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านรักประชาชน ทรงทุ่มเททรงงานต่าง ๆเพื่อประชาชนแม้แต่ช่วงที่ทรงประชวรก็ยังทรงวาน ทั้งชีวิตท่านไม่เคยหยุด พระองค์ท่านเป็นอริยบุคคล ทรงมีจิตรใจเหมือนพระอรหันต์ จึงอยากให้ประชาชนรักและระลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป และให้รู้จักพอเพียง ประหยัด สามัคคี และรู้หน้าที่ที่ควรทำ

ขณะที่ นายปาน หมื่นโยชน์ ชาว จ.บุรีรัมย์ ผู้พิการวัย 84 ปี โยกรถเข็นคนพิการพระราชทาน มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า ลุงปาน เดินทางถึงกระทรวงบคมนาคม แล้ว และจะเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมราชวัง ด้วย

 

‘คนไทย’ไป’สนามหลวง’ตามนัด ‘รถไฟฟ้าบีทีเอส-ใต้ดิน’แน่นขนัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241257

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.28 น.

21 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการขนส่งรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ติดตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ แน่นขนัด ไปด้วยประชาชน ซึ่งต่างสวมชุดดำไว้ทุกข์ หลั่งไหลไปรวมตัวที่ท้องสนามหลวง เพื่อร้องเพลงสรรเสริญถวายในหลวงรัชกาลที่ 9

ทั้งนี้ สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกองทัพบก แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชน ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการรวมพลังร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. ณ บริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง

โดยในการรวมพลังครั้งสำคัญนี้ ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล และทีมงานจัดขึ้นเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ ความผูกพัน และความอาลัย ของประชาชนผู้จงรักภักดีทุกหมู่เหล่า จัดทำเป็นภาพยนตร์และวิดีทัศน์สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ การถ่ายทำภาพยนตร์นี้ จะเป็นการบันทึกเสียงเพลงที่ประชาชนขับร้องสด ร่วมกับวงดนตรี Siam Phiharmonic Orchestra และคอรัส 100 คน โดยมี อ.สมเถา สุจริตกุล เป็นผู้ควบคุมการบรรเลง และทีมงาน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์

สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์จะไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ขอให้แต่งกายชุดดำสุภาพและนำเทียนสีขาวไปด้วย โดยนัดหมายให้ไปอย่างพร้อมกัน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในเวลา 10.00 น. ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 9949 5629

 

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ แบบ‘พระเมรุมาศ’เสร็จแล้ว เน้นพระราชกรณียกิจ-พอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241255

วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ แบบ‘พระเมรุมาศ’เสร็จแล้ว เน้นพระราชกรณียกิจ-พอเพียง พระบรมฯทรงห่วงประชาชนพระราชทานอาหารวันละ3มื้อ ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์22ตค. ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

เมื่อเวลา 07.13 น. วันที่ 21 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 ตุลาคม ในการนี้ คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมนายเดวิด วีลเลอร์ สามี ร่วมพระราชพิธีด้วย

เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

ต่อมาเวลา 08.52 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรม จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

พระบรมฯพระราชทาน3มื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณพระบรมมหาราชวังตลอดทั้งวันยังคงมีพสกนิกรจำนวนมากทยอยเดินทางมาเข้าแถวร่วมลงนามถวายความอาลัย และกราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ภายในศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารนำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัย เป็นอาหาร 3 มื้อ ประกอบด้วย อาหารเช้า เวลา 06.00 น.เป็นข้าวเหนียวหมูฝอยพร้อมนม 1,000 ชุด มื้อกลางวันเวลา 12.00 น.เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดและน้ำสมุนไพร 1,000 ชุด และมื้อเย็นเวลา 17.00 น. เป็นของว่างจำพวกขนมไทย อาทิ ข้าวต้มมัด ขนมถ้วย เป็นต้นจำนวน 1,000 ชุด สำหรับบริเวณสนามหลวงยังคงมีจิตอาสาเข้ามาแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่ม บริการนวดฟรี ย้อมผ้าสีดำฟรี ตัดผมฟรี วาดภาพฟรี และอื่นๆอย่างเนืองแน่น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับสั่งว่าเห็นพสกนิกรมารอถวายความอาลัยจำนวนมาก อยากให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงได้พระราชทานอาหารที่คิดว่าประชาชนทุกคนสามารถรับประทานได้ และน่าจะถูกปาก

พระองค์โสมฯทรงทอดไก่แจกปชช.

เวลา 15.16 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะทรงเป็นองค์นายกกิติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากเสด็จยังรถเคลื่อนที่ ของมูลนิธิฯหน้ากรมศิลปากร เพื่อทรงทอดไก่ประทานให้พสกนิกรที่มาลงนามถวายความอาลัยแก่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ จะนำข้าวเหนียวไก่ทอดพระราชทานแจกประชาชน 2 รอบคือ เวลา 11.00 น.และรอบเย็นเวลา 19.00 น โดยจะแจกไปจนถึงวันที่ 28 ตุลาคมนี้

นอกจากข้าวเหนียวไก่ทอดแล้ว ยังมีแอปเปิ้ลสดหั่นเป็นชิ้น มะม่วง กล้วยทอดมันทอด และลองกองพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจำนวน 30 ลัง ทั้งนี้ ทรงประทานข้าวเหนียวไก่ทอดห่อสุดท้ายให้แก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง และเสด็จทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิฯเผยว่า ทรงรับสั่งให้เพิ่มจำนวนไก่ ซึ่งวันนี้ใช้ไก่ 600 กก. ข้าวเหนียว 300 กิโลกรัม ได้ข้าวเหนียวไก่ประมาณ 5,000 ชุด ให้เพิ่มไก่ เป็น 1,000 กก. เพิ่มข้าวเหนียวเป็น 500 กก. เนื่องจากวันที่ 22 ตุลาคมจะมีกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวง และเป็นวันหยุดยาวจะมีคนเดินทางมาจำนวนมาก โดยทรงย้ำเจ้าหน้าที่ให้แจกให้ทั่วถึง

ร้อยมาลัยถวายพระบรมฉายาลักษณ์

นางลัดดา หนาแน่น ชาวขอนแก่นเผยว่า ตนเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่เข้าไปไม่ทันลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้จึงนำพวงมาลัยที่ร้อยเองกับมือมาถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์แทน เชื่อว่าพระองค์จะทรงรับรู้ได้ ทุกครั้งที่ดูพระราชกรณีกิจผ่านทางโทรทัศน์จะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระมหากรุณาคุณเสมอมา

นางดวงใจ ดวงจำปา ประชาชนที่มาเฝ้ารอเพื่อเข้ามาถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นคนแรกของวันนี้เผยว่า ตั้งใจมารอที่จุดเข้าแถวตรงนี้ตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 20 ตุลาคม และค้างคืนที่นี้ จึงได้เป็นคนแรกที่ได้เข้าไป

นางวิริยะ ทองคต กล่าวถึงการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีวันที่ 22 ตุลาคมว่า ดีใจที่ทุกคนจะได้ทำสิ่งนี้เพื่อพระองค์ เชื่อว่าวันพรุ่งนี้ทุกคนจะเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยหัวใจ และต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อประเทศไทย

นายกฯสิงคโปร์ลงนามถวายอาลัย

ขณะเดียวกัน มีผู้นำบุคคลสำคัญเดินทางมาถวายราชสักการะถวายความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเช้านายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เดินทางไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นได้ลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง

จัดวีลแชร์220คันให้คนพิการ-สูงอายุ

สำหรับแผนดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์วันที่ 22 ตุลาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือดูแลอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มที่

โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน “พม.เพื่อหลวง”รอบสนามหลวงฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุ เน้นช่วยเหลือเมื่อมีเด็กพลัดหลงกับผู้ปกครอง บริการรถเข็นนั่งสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (วีลแชร์) แจกและสาธิตการทำริบบิ้น ยาดมและยาหม่อง มีบริการถุงผ้าใส่ของ ตัดผมและรับบริจาคเสื้อผ้าเด็กและผู้ใหญ่ที่จะนำมาย้อมสีดำสำหรับแจกให้ผู้มีรายได้น้อย พร้อมบริการอำนวยการความสะดวกต่างๆ พร้อมกล่าวว่า วันที่ 22 ตุลาคม คาดว่าจะมีผู้ร่วมเข้ามาร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีจำนวนมาก จึงจัดเตรียมรถวีลแชร์เพิ่มอีก 100 คัน จากเดิมมีอยู่ 120 คัน ให้เพียงพอต่อประชาชนที่เข้ามาร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สร้างสะพานแบรี่ข้ามคลองหลอด

ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวถึงการดูแลรักษาความเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ในส่วนรัฐบาลตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนคสช.ตั้งกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ดูแลความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่างๆที่ต้องมาร่วมปฏิบัติการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ ทั้งเรื่องจุดตรวจจุดคัดกรองต่างๆ สำหรับการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพิ่มเติมในส่วนกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบกคือ สร้างสะพานแบรี่ M2 ให้ผู้มาลงรถหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์เดินข้ามคลองหลอดมาสนามหลวงได้สะดวกขึ้น โดยพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) สั่งหน่วยทหารช่างจากกองพันทหารช่างที่ 2 รักษาพระองค์ ดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้

เปิดรับอส.ล่ามสื่อสารคนต่างชาติ

นอกจากนี้ เรื่องสำคัญที่รายงานในที่ประชุม กอร.รส.ร่วมกับคสช.วันนี้คือ กำชับทุกส่วนร่วมอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างดีที่สุด สำหรับคณะทำงานในพื้นที่เน้นบริหารจัดการการเข้าแถวเข้าแสดงความอาลัย ที่ต้องปรับให้เหมาะสม โดยเฉพาะพิจารณาจัดคิวพิเศษให้คนชราและผู้พิการ รวมถึงทำคู่มือให้ประชาชน ทั้งนี้ จะประชาสัมพันธ์ขอรับอาสาสมัครทำหน้าที่ล่าม เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติในงานอีกด้วย

กอร.รส.เพิ่มกำลังรับคลื่นพสกนิกร

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า คาดจะมีประชาชนจากทั่วประเทศมาร่วมแสดงความอาลัยในวันหยุด 3 วันไม่ต่ำกว่าวันละ 50,000 คน โดยจะมีจุดคัดกรองประชาชนรอบสนามหลวงดูแลความปลอดภัยของกอร.รส.อยู่รอบพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักพระราชวังเผยว่า 7 วันที่ผ่านมามีประชาชนมาแสดงความอาลัยประมาณ 225,000 คน เฉลี่ยวันละ 40,000-50,000 คน เฉพาะวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมามีคนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยมากสุดถึง 70,000 คน ซึ่งกอร.รส.เตรียมความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่สายตรวจและจัดจุดพักคอยทุกด้านของพระบรมมหาราชวัง

ซ้อมแจกบัตรคิวเข้ากราบพระบรมศพ

สำหรับการรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าเฝ้าและกราบบังคมพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนั้น พล.ต.พงษ์สวัสดิ์เผยว่า เจ้าหน้าที่ซักซ้อมจัดทำบัตรคิว โดยเบื้องต้นสำนักพระราชวังจะให้ประชาชนเข้าไปภายในรอบละ 100 คน และจะขยายจุดลงนามแสดงความอาลัยให้มากขึ้น ทั้งนี้ การทำบัตรคิวดังกล่าวก็เบื้องต้นต้องการคนตรงต่อเวลาและซื่อสัตย์ จะได้ไม่มีปัญหา ส่วนประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด กระทรวงมหาดไทยจะบริหารจัดการโดยรับบัตรคิวล่วงหน้า จะได้ไม่มีปัญหาในการดูแลและจะพยายามบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม

“นายกฯสั่งให้บริการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ให้ประชาชนเข้าแสดงความจงรักภักดีและปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำเรื่องดูแลคนป่วย เด็กพลัดหลง รวมถึงฝากประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นส่งผิดปกติให้แจ้งทหาร ตำรวจและเทศกิจหรือมาแจ้งได้ที่กอร.รส”พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว

จัดตร.12กองร้อยเพิ่มวงจรปิด32จุด

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ลงพื้นที่ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมดูแลประชาชน โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่สนามหลวงจากเดิม 16 จุด เพิ่มอีก 16 จุด รวม 32 จุด ใช้กำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อย 6 กองร้อยและวันที่ 22 ตุลาคมจะเพิ่มอีก 6 กองร้อยในการดูแลประชาชน และยังมีกำลังทหารอีกส่วนหนึ่ง ต้องการให้ประชาชนที่มามั่นใจในความปลอดภัย

ตรวจเข้ม7จุดรอบพระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ตำรวจนำเครื่องวอล์คทูมาติดตั้ง 7 จุด คัดกรองตรวจค้นอาวุธ โลหะและสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ให้นำอุปกรณ์ที่เป็นอาวุธเข้ามาในพื้นที่ได้ ได้แก่ แยกหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง หน้ากระทรวงกลาโหม ท่าช้าง ถนนพระจันทร์ หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุสาวรีย์ทหารอาสา และสะพานผ่านพิภพ

สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมสร้างประวัติศาสตร์ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเวลา 13.00 น.วันที่ 22 ตุลาคม เพื่อนำไปเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศนั้น เจ้าหน้าที่ขอให้แต่งกายไว้ทุกข์สีดำสุภาพ และเตรียมเทียนสีขาวมาด้วย นัดรวมตัวซักซ้อมความเข้าใจเวลา 10.00 น. ก่อนจะกิจกรรมในเวลา 13.00 น.

สุวรรณภูมิจัดรถรับส่งสนามหลวง

ในส่วนการจัดระบบขนส่งมวลชนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนนั้น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศตส.เผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดรถรับส่งอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางไปลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)-โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลางโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยจะให้บริการถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน ระหว่างเวลา 09.00-14.00 น. มีรถออกทุก 1 ชั่วโมง ประชาชนสามารถขึ้นรถได้ที่ชานชาลาหน้าประตู 8 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร ทสภ.

พระบรมฯรับสั่งดูแลประชาชน

ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวก่อนประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 3/2559ตอนหนึ่งว่า ได้สรุปการทำงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ทุก 5 ปี เพื่อให้ประเทศมีนโยบายมีแผนปฏิบัติงานในอนาคตอย่างเป็นระบบ ซึ่งเราต้องทำให้ประเทศกลับเข้ามาให้ได้ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคนไทยทั้งประเทศ เรามีหน้าที่เป็นราชการ ไม่ว่าฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการประจำต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐมนตรีตรวจเยี่ยมพื้นที่ด้วย ให้ไปช่วยกันทำงาน

“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฝากขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานและขอให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด อย่าให้ประชาชนต้องเดือดร้อนโดยเด็ดขาด เพราะบ้านเมืองจะต้องมีความสงบสุข”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯขอบคุณมิตรปท.ร่วมอาลัย

ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณมิตรประเทศที่ร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการส่งสาส์นและจัดกิจกรรมไว้อาลัย รวมทั้งการลดธงครึ่งเสา เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและการไว้ทุกข์แด่พระประมุขของประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะมีหนังสือตอบขอบคุณไปยังประเทศต่างๆต่อไป การปฏิบัติเช่นนี้ถือเป็นเครื่องหมายสะท้อนว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกยกย่อง รวมทั้งแสดงถึงสัมพันธไมตรีที่ดี ที่นานาประเทศมีต่อประเทศไทย นอกจากนี้ นายกฯยังขอบคุณประชาชนในต่างประเทศ ที่แสดงความจงรักภักดีและเคารพเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เตือนอย่าเชื่อปฎิทินปี60เปลี่ยนวันหยุด

พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวถึงข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ปฎิทินประจำปี 2560 ใหม่ เช่น ยกเลิกวันหยุดฉัตรมงคล วันที่ 5 พฤษภาคม พร้อมให้ดาวน์โหลดว่า ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆในเรื่องนี้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง คณะรัฐมนตรีต้องเป็นผู้อนุมัติอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบแหล่งที่มา เพราะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว ถ้าพบเบาะแสให้แจ้งเจ้าหน้าที่ และให้ติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการเท่านั้น

สั่งปรับรูปแบบรายการคืนความสุข

โฆษกประจำสำนักนายกฯยังกล่าวด้วยว่า นายกฯมีนโยบายให้ปรับรูปแบบและเนื้อหารายการคืนความสุขให้คนในชาติที่ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ ไปเป็นรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงริเริ่มแนวทางพัฒนาประเทศหลายด้าน โดยจะเริ่มออกอากาศตอนแรกวันเดียวกันนี้ (21 ตุลาคม)

ปัดถอดข่าวสืบสันตติวงศ์แค่ปรับคำ

ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลขอความร่วมมือทุกสำนักข่าวให้ถอดการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ว่า เข้าใจว่าอาจต้องมีการเขียนถ้อยคำบางส่วนใหม่ เพราะตนก็ได้รับแจ้งมาเช่นนั้น แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนรัฐบาลจะชี้แจงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเข้าใจว่าเป็นความต้องการให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวด้วยถ้อยคำที่เป็นทางการ

แบบพระเมรุเสร็จแล้วสมพระเกียรติ

วันเดียวกัน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.)ว่า ที่ประชุมรายงานการดำเนินงานเกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนวธ.มอบให้กรมศิลปากรรับผิดชอบเรื่องรูปแบบพิธีการ และการจัดสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งขณะนี้ออกแบบเสร็จแล้ว โดยขอรับพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และงานด้านจดหมายเหตุ พระราชพิธีก่อน

“สำหรับพระเมรุมาศออกแบบขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สมพระเกียรติยิ่งใหญ่ เหมาะสม และพอเพียง โดยเปรียบสิ่งดีๆและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มารวมไว้ เพื่อถวายให้สมพระเกียรติอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน วธ.ยังรับหน้าที่ดูแลราชรถราชยาน ซึ่งขณะนี้เตรียมความพร้อมไปบ้างแล้ว”พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าว

ชาวเบตงร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล

ส่วนบรรยากาศถวายความไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั่วประเทศยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกจังหวัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น ที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งจัดให้มีขึ้นในเวลา 19.30 น.ของทุกวัน เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้พสกนิกรร่วมแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทำเพื่อประชาชน และให้ร่วมกันทำความดีตามคำสอนของพระองค์ อย่าทะเลาะ อย่าแบ่งฝักแบ่งฝ่ายสานต่อพระณิธาณให้สำเร็จ

ชาวบุรีรัมย์หลั่งน้ำตาถวายอาลัย

นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำพสกนิกรชาวจ.บุรีรัมย์กว่า 10,000 คนประกอบพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ โดยยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที เพื่อตั้งจิตอธิษฐานขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้องพร้อมเพรียงกัน จากนั้น ยังได้แปรขบวนเป็นรูปปราสาทพนมรุ้ง สัญลักษณ์ของจังหวัด แสดงถึงการหลอมหลวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะประกอบพิธีหลายคนก็หลั่งน้ำตาด้วยอาลัย

เตรียมสร้างพระบรมราชานุสรณ์

เช่นเดียวกับ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนำพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ติดตั้งบริเวณผาเสวย แนวเขตเทือกเขาภูพาน ซึ่งเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งถือเป็นจุดแรกที่พระองค์ท่านเสด็จฯภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2498 และประทับเสวยพระกระยาหารกลางวันที่หน้าผาแห่งนี้ ทั้งนี้ เตรียมผลักดันสร้างพระบรมราชานุสรณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอีกด้วย

ไทย-พม่าพร้อมใจสร้างเจดีย์ชเวดากอง

ส่วนที่จ.สงขลา ชาวเมียนมาร์ที่เข้ามาทำงาน และชาวบ้าน ม.4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ร่วมกันสร้างเจดีย์ชเวดากองจำลอง ไทย-เมียนมา เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวัดคลองแห ม.4 ต.คลองแห โดยใช้ศิลปะผสมทั้งไทยและเมียนมา ฐานเจดีย์กว้าง 19 เมตร ยาว 19 เมตร ความสูงจากยอดเจดีย์ถึงฐานล่าง 19 เมตร ซึ่งขณะนี้โครงสร้างโดยรวมและการลงสีเสร็จสมบูรณ์ 90% คาดทุกอย่างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ และทำพิธียกยอดเจดีย์ได้ในต้นปี 2560 หลังลงมือก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 โดยใช้เงินบริจาคทั้งจากแรงงานเมียนมาที่เข้ามาทำงานทั่วประเทศไทย และจากผู้ใจบุญต่างๆ รวมกว่า 20 ล้านบาท

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ส.ท.อุดม เพ็ชรหนู อดีตทหารซึ่งเป็นชาวบ้าน ต.คลองแห ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง เปิดเผยว่า เจดีย์ชเวดากองไทย-เมียนมา เป็นเจดีย์องค์แรกที่ชาวเมียนมาสร้างขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวเมียนมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ชาวเมียนมาได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แต่สุดท้ายวันหนึ่งชาวเมียนมาเหล่านี้ก็ต้องกลับสู่มาตุภูมิ จึงอยากทำอะไรเป็นที่ระลึกและแสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 และเมื่อทราบข่าวการสวรรคต ก็ทำให้แรงงานชาวเมียนมาโศกเศร้าไม่ต่างจากพสกนิกรชาวไทย

เทคนิคสุรินทร์เปิดศูนย์ซ่อมสร้าง

ขณะที่อีกหลายส่วนก็ได้จัดโครงการทำความดีเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล ตามความถนัด อาทิ หน้าวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ฝั่งรพ.ศูนย์สุรินทร์ ถ.หลักเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ได้เปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix it Center ชื่อโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” เพื่อเป็นศูนย์กลางฝึกสอนอบรม และรับย้อมผ้าฟรี อบรมและทำริบบิ้นสีดำแจกประชาชน รวมทั้งการรับซ่อมบำรุงยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กโทนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี

ชาวสังขละฯร่วมกิจกรรมเก็บขยะ

เช่นเดียวกับที่ เทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่องค์กรส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารและประชาชนชาวอ.สังขละบุรีร่วมจัดกิจกรรมเก็บเศษขยะทั้งทางน้ำและบนบกที่ริมลำน้ำซองกาเลีย เชิงสะพาน อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานไม้มอญ ฝั่งชุมชนชาวมอญ หมู่ 2 ต.วังกะ อ.สังขละบุรี

ร้านป้ายแจกฟรีสติ๊กเกอร์1พันชุด

รวมทั้งร้านป้ายดีไซด์อาร์ท ในต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ที่ประกาศบนสื่อออนไลน์ว่า ได้ตัดสติ๊กเกอร์ข้อความถวายความจงรักภักดีที่ว่า “จักขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” แจกประชาชน 1,000 ชุด เพราะเป็นสิ่งที่ตนในฐานะพสกนิกรพอทำได้ เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

หนุ่มพิการโยกรถร่วมถวายอาลัย

ขณะที่นายเอิบ พุมพันธ์ อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พิการขาซ้ายขาด โยกรถ 3 ล้อจากบ้านระยะทางประมาณ 5 กม. เพื่อมาร่วมลงนามถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลากลางจังหวัดสตูล โดยระบุว่า ตนไม่มีโอกาสไปกรุงเทพฯจึงมาที่ศาลากลางฯด้วยความรักที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

“คุณตาปาน”ถึงกรุงเทพแล้ว

เช่นเดียวกับ คุณตาปาน หมื่นโยชน์อายุ 84 ปี ที่นั่งรถสามล้อแบบคันโยกพระราชทาน ติดรูปพระบรมฉายาลักษณ์และสวมเสื้อสีดำไว้ทุกข์มีข้อความ “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไทย ออกเดินทางจากบ้านเกิดจ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม จุดหมายปลายทางที่กรุงเทพฯ เพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เดินทางมาถึงพระบรมมหาราชวัง กทม.แล้วในวันเดียวกันนี้