ปชช.ยังคงเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพร.9 เนื่องแน่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253320

แน่, ทางเข้า, เดิน, ปชช.เข้าถวายอาลัยร.9, ถวายอาลัยในหลวง ร.9, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ปชช, ยังคง, เดินทาง, เข้า, ถวาย, สักการะ, พระบรมศพ, เนื่อง, แน่น, เนื่องแน่น

การเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

ปชช.ยังคงเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพร.9 เนื่องแน่น

ปชช.ยังคงร่วมถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 เนืองแน่น กลุ่มผู้สูงวัยชาวสุรินทร์ใส่ชุด นร. ถวายสักการะพระบรมศพ

          22 ธ.ค. 59 – ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้มีประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวงัง เป็นจำนวนมาก โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้เข้ามารอตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทั้งนี้ประชาชนที่มากับทางกระทรวงมหาดไทย มี 4 จังหวัดด้วยกันคือ อุทัยธานี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และหนองบัวลำพูน

          ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลสนม อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้นำนักเรียนจากโรงเรียนสูงวัย จำนวน 130 คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง โดยกลุ่มผู้สูงวัยได้ใส่ชุดนักเรียน โรงเรียนมัธยมต้น เป็นที่สนใจของ ประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะ โดยนางลุหล โลอะลุน อายุ 65 ปี กล่าวว่า ที่ตนใส่ชุดนักเรียนมาในวันนี้ ตอนเด็กๆไม่ค่อยได้ใสชุดนักเรียน อีกทั้งยังทำให้ง่ายต่อการดูแลกลุ่มตน  เพราะทำให้รู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ดี ตนกับเพื่อนมาถึงเวลาตั้งแต่ 5.00 น. แม้ว่าจะใช้เวลารอคอยเป็นเวลานาน แต่ตนกับเพื่อนๆก็ไม่เหนื่อย และรอได้ ซึ่งความรู้สึกที่ตนมาสักการระพรบรมศพในวันนี้ ก็มีทั้งความเสียใจ และตื่นเต้นมาก ในเวลาเดียวกัน ซึ่งตนก็เป็นคนหนึ่งที่มีความรักในในหลวง ร.9 เป็นอย่างมาก

          ขณะที่นางเพ็ญศร ชัยงาม ครูใหญ่โรงเรียนผู้สูงวัยกล่าวว่า การใส่ชุดนักเรียนในวันนี้ เป็นความสมัครใจของนักเรียน อีกทั้งยังเป็นการแสดงความเคารพในรูปแบบของตัวเองด้วย โดยโรงเรียนของเรา ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ช่วยรัฐบาลแบ่งเยาในการดูลผู้สูงอายุ โดยหลักสูตรจะสอนเรื่องของการดูแลสุขภาพ และการดูแลซึ่งกันและกัน โดยมีองค์กรส่วนท้องถิ่นคอยสนับสนุนอยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุข ทั้งนี้การเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพนั้น ก็เป็นการแสดงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

 

เตือน! สถานบริการ ป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำ ซานติก้าผับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253319

ระบบ, ตรวจ, กทม. เตือนสถานบริการกรุง ป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำรอย ซานติก้าผับ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เตือน, สถานบริการ, ป้องกัน, ไฟไหม้, หวั่น, ซ้ำ, ซานติก้า, ผับ, ป้องกันไฟไหม้, หวั่นซ้ำ, ซานติก้าผับ
ระบบ, ตรวจ, กทม. เตือนสถานบริการกรุง ป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำรอย ซานติก้าผับ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เตือน, สถานบริการ, ป้องกัน, ไฟไหม้, หวั่น, ซ้ำ, ซานติก้า, ผับ, ป้องกันไฟไหม้, หวั่นซ้ำ, ซานติก้าผับ
ระบบ, ตรวจ, กทม. เตือนสถานบริการกรุง ป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำรอย ซานติก้าผับ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เตือน, สถานบริการ, ป้องกัน, ไฟไหม้, หวั่น, ซ้ำ, ซานติก้า, ผับ, ป้องกันไฟไหม้, หวั่นซ้ำ, ซานติก้าผับ

การเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

เตือน! สถานบริการ ป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำ ซานติก้าผับ

กทม. เตือนสถานบริการทั่วกรุง ตรวจเช็คป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำรอย“ซานติก้า”

           22 ธ.ค. 59 – พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมมาตรการป้องกันอัคคีภัยในเคหะสถานและสถานบริการ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์สูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ได้ โดยมีนายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางแค น.ส.อารีย์ วงศ์นพรัตน์เลิศ ผู้ช่วยปลัดกทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ผู้ประกอบการเคหะสถานและสถานบริการ ผู้แทนชุมชนเขตบางแค เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า กทม.ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยในช่วงเทศกาลงานปีใหม่ ประจำปี 2560 โดยให้ประชาชนช่วยกันระมัดระวังบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟภายในบ้านให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านออกจากเต้าเสียบทุกครั้งหลังการใช้งาน ส่วนอาคาร และสถานบริการทั่วกรุงเทพฯ จะต้องตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย เจ้าของอาคารต้องตรวจสอบความพร้อมของระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย อาทิ สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ สปริงเกอร์ ทางหนีไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างกรณีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ

“นอกจากนี้ยังได้กำชับให้สำนักงานเขตดูแลความปลอดภัยของประชาชน ปรับสภาพและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในสถานที่แสงสว่างไม่เพียงพอและมีความเปลี่ยว ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนได้ พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพฯในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วน สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 199 และ 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว

เตือน! สถานบริการ ป้องกันไฟไหม้ หวั่นซ้ำ ซานติก้าผับ

 

ถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253317


คมชัดลึก, 112, ถอน, ประกัน, ไผ่, ดาว, ดิน, ถอนประกัน, ดาวดิน, ไผ่ ดาวดิน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

ถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน”

ถอนประกัน “ไผ่ ดาวดิน”

ผู้สื่อข่าวรายงาน แฟนเพจ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement – NDM ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  “ศาลจังหวัดขอนแก่นสั่งเพิกถอนประกัน ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ในคดีแชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 เนื่องจากศาลเหตุว่าไผ่ทำผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากนี้จะมีการนำตัวไผ่ ไปยังเรือนจำขอนแก่น

ทั้งนี้ ไผ่ ไม่ได้แสดงความวิตกกังวัลแต่อย่างใด #เราคือเพื่อนกัน

จากนั้น เฟซบุ๊ค “นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา ทนายอู๊ด” ซึ่งเป็นบิดาของ ไผ่ ดาวดิน ก็ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลขอนแก่นสั่งถอนประกันไผ่”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นายจตุภัทร์ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

 

“ภาคีต้านโกง” ร้อง ปปง. สอบ นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีผิด กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253310

ภาคีต้านโกง ร้อง ปปง. สอบ บ.เบสท์ริน-บ.ซุปเปอร์ซาร่า นำเข้ารถเมล์ผิด กม. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ภาคี, ต้าน, โกง, ร้อง, ปปง, สอบ, นำเข้า, รถเมล์, เอ็นจีวี, ผิด, ภาคีต้านโกง

การเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

“ภาคีต้านโกง” ร้อง ปปง. สอบ นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีผิด กม.

“ภาคีต้านโกง” ร้อง ปปง. สอบ บ.เบสท์ริน-บ.ซุปเปอร์ซาร่า นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีผิดกฎหมาย

          22 ธ.ค.59 – นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ยื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.ชัยยะ ศิรอำพันธ์กุล เลขาธิการปปง. โดยขอให้ตรวจสอบ อายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนศุลกากรในโครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื่อเพลิง หรือโครงการรถเมล์เอ็นจีวี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลให้ดำเนินโครงการดังกล่าว และบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด เป็นผู้นำเข้ารถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 489 คัน

“ภาคีเครือข่ายได้รับข้อมูลว่าบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด วางแผนจงใจสำแดงภาษีเป็นเท็จและเลี่ยงภาษี แจ้งสำแดงนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีผ่านทางประเทศมาเลเซีย เพื่อขอยกเว้นอากรตามสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งที่รถเมล์เอ็นจีวีเป็นรถสำเร็จรูปจากประเทศจีนมาแล้ว”  เลขาฯ ภาคีต้านโกง กล่าว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ทางภาคีต้องการให้ปปง.เข้าไปตรวจสอบการกระทำของบริษท เบสท์ริน และบริษท ซุปเปอร์ซาร่า เพราะแม้กรมศุลกากรจะระบุว่าถือเป็นความผิดครั้งแรกของบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า แต่เมื่อมีการนำเสนอข่าวว่าทั้งบริษัท เบสท์ริน และบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า มีความเชื่อมโยงกัน และบริษัท เบสท์ริน ก็เคยทำผิดในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว การกระทำครั้งนี้ถือว่าจงใจกระทำผิด จึงขอเรียกร้องให้ดำเนินคดีทางอาญากับผู้กระทำผิด

ส่วนกรณีที่กรมศุลกากรได้ปรับเงินบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ไปแล้วหลังนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกจำนวน 100 คัน เข้ามายังประเทศไทยแล้ว ส่วนรถเมล์เอ็นจีวีอีก 389 คัน ที่ยังไม่ได้นำเข้ามานั้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ทางภาคีต้องการให้บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า นำเข้ามาจากมาเลเซีย และเสียค่าปรับเหมือนล็อตแรก เพราะถือว่าเกิดการกระทำผิดแล้ว และหากนำรถเมล์เอ็นจีวีกลับไปยังประเทศจีนก่อนนำเข้ามายังประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าปรับ ก็ถือว่าขั้นตอนที่นำรถล์เอ็นจีวีออกจากประเทศจีนไปยังมาเลเซีย จะถือเป็นการแจ้งเอกสารเท็จต่อทางการจีน ซึ่งจะทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้นไปอีก

 

บังคับคดี จี้สหกรณ์คลองจั่นแจงเหตุถอนฟ้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253304

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ผู้เสียหาย, สิทธิ, กระทบ, สหกรณ์คลองจั่น, ฟื้นฟู, แผน, ผู้บริหาร, หนังสือ, กรมบังคับคดี, บังคับ, คดี, จี้, สหกรณ์, คลอง, จั่น, แจง, เหตุ, ถอนฟ้อง, บังคับคดี, ศุภชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

บังคับคดี จี้สหกรณ์คลองจั่นแจงเหตุถอนฟ้อง

อธิบดีกรมบังคับคดีร่อนหนังสือถึงผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์คลองจั่น จี้ตอบเหตุถอนฟ้อง “ศุภชัย” หวั่นกระทบสิทธิผู้เสียหาย ปัดตอบต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหารแผนหรือไม่

          22 ธ.ค.59 – น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถอนฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯในคดียักยอกทรัพย์ 22 ล้านบาท หลังศาลพิพากษาจำคุก 16 ปี ว่า กรณีสหกรณ์ฯอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้  กรมบังคับคดีในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหน้าที่ติดตามให้แผนเป็นไปตามกรอบที่เขียนไว้ โดยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตนทำหนังสือถึงผู้บริหารแผนฟื้นฟูให้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็นการดำเนินการตามกรอบที่เขียนไว้หรือไม่ โดยไม่ได้ระบุเวลาแต่ให้ชี้แจงกลับมาโดยเร็ว เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าการถอนฟ้องมีแผนฟื้นฟูรองรับหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายผู้บริหารแผนเปรียบเหมือนกรรมการผู้จัดการ เป็นฝ่ายผู้บริหารกิจการ การดำเนินการใดๆ ต้องคิดถึงประโยชน์กิจการเป็นหลัก หากเป็นเพื่อการบริหารกิจการก็ต้องบอกให้ได้ว่าจะส่งผลกระทบถึงสิทธิ์ผู้เสียหายหรือไม่

อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวต่อว่า แผนฟื้นฟูกิจการได้รับความเห็นชอบจากศาลมีการตั้งผู้บริหารแผนที่มีตัวแทนฝ่ายเจ้าหนี้ ฝ่ายลูกหนี้ แต่หน้าที่กรมบังคับคดียังไม่จบเพราะต้องกำกับ วิเคราะห์ความคืบหน้าการฟื้นฟูทุก 3 เดือน เพื่อรายงานศาลรับทราบ กรณีนี้กรมบังคับคดีมีความจำเป็นต้องทำงานเชิงรุกเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงผ่านสื่อก็จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบและสอบถามให้ผู้บริหารแผนฟื้นฟูชี้แจง

เมื่อถามว่าต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหารตามแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ขอพิจารณารายละเอียดจากเอกสารการชี้แจงของผู้บริหารแผนก่อนว่า การยื่นถอนฟ้องถูกบรรจุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และการถอนฟ้องคดีจะส่งผลกระทบกับสิทธิของผู้เสียหาย และที่มารายได้ตรงตามกับที่เขียนไว้ในแผนหรือไม่.

 

“สุวพันธุ์” พูดชัด “ไม่ได้มาเพื่อช่วยใคร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253301

ธรรมกาย, ดีเอสไอ, วาระ, กฎหมาย, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, สุว, พันธุ์, พูด, ชัด, ไม่, ได้มา, เพื่อ, ช่วย, ใคร, สุวพันธุ์, พูดชัด, ไม่ได้มาเพื่อช่วยใคร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

“สุวพันธุ์” พูดชัด “ไม่ได้มาเพื่อช่วยใคร”

“สุวพันธุ์” ย้ำไม่ได้มาเพื่อมีวาระช่วยใครหรือฝ่ายใด ให้ดีเอสไอดำเนินคดีตามกฎหมายเคร่งครัด

          22 ธ.ค.59 นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยระบุว่า ตนจะเน้นการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ โดยจะเป็นการขับเคลื่อนกลไกต่างๆให้ลุล่วงตามแผนในปี 2560-2561 สิ่งใดที่เคยดำเนินการอยู่แล้วก็ให้ทำต่อเนื่อง ขณะที่ความรับผิดชอบในส่วนของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี ว่าจะให้ตนรับหน้าที่ต่อไปหรือจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเข้าใจว่าต้องสานงานทั้งหมดต่อจากพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี

นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยนั้น ตนให้ยึดตามหลักกฎหมาย ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอดูพัฒนาการความก้าวหน้า โดยส่วนตัวเชื่อว่ากรณีดังกล่าวอาจต้องใช้หลายวิธีแต่ทั้งหมดก็ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยตนไม่ได้มาเพื่อมีวาระช่วยใครหรือฝ่ายใด ขอให้ดีเอสไอทำงานไปตามหน้าที่ ซึ่งคดีในความรับผิดชอบของดีเอสไอมีหมายจับเพียงคดีเดียว ที่เหลือเป็นหมายจับของตำรวจซึ่งหากต้องบูรณาการร่วมกันก็ให้ดำเนินการตามนั้น.

 

“กัมปนาท รุดดิษฐ์” ไขก๊อกสนช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253292

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, เหตุผล, สนช., ไขกีอก, กัมปนาท รุดดิษฐ, กัมปนาท, รุด, ดิษฐ์, ก๊อก, รุดดิษฐ์, ไขก๊อกสนช, กัมปนาท รุดดิษฐ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

“กัมปนาท รุดดิษฐ์” ไขก๊อกสนช.

“กัมปนาท รุดดิษฐ์” ไขก๊อกสนช. ปัดบอกเหตุผล บอกให้รอดูต่อไป

          22 ธ.ค. 59 – ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธานในการประชุม ซึ่งประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ได้ลาออกจากสมาชิกสนช. โดยได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.และมีผลในวันเดียวกัน จึงทำให้สมาชิกสนช.เหลือ 247 จำนวนกึ่งหนึ่งคือ 123 คน

พล.อ.กัมปนาท ให้สัมภาษณ์สั้นๆถึงเหตุผลการลาออกว่า ยังบอกไม่ได้ ขอให้รอดูต่อไป.

 

6 องค์วิชาชีพสื่อ ยื่นสปท.ทบทวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253291

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, รธน., แทรกแซง, คุ้มครอง, ร่างพ.ร.บ., สปท., ยื่น, องค์การ, องค์, วิชาชีพ, สื่อ, ยื่นส, ทบทวน, องค์วิชาชีพสื่อ, ยื่นสปททบทวน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

6 องค์วิชาชีพสื่อ ยื่นสปท.ทบทวน

6 องค์วิชาชีพสื่อ ยื่นสปท. ทบทวน ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสื่อ ชี้ ร่างเดิม ควบคุมแทรกแซงสื่อขัดหลักการรธน.ฉบับใหม่

          22 ธ.ค. 59 – 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เช่น สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ นำโดย นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูป เข้ายื่นหนังสือต่อพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน ที่รัฐสภา เพื่อขอให้ทบทวนการยกร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ…ที่กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกำลังพิจารณาอยู่

นายวันชัย กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานหลักการของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน แต่เน้นการควบคุมสื่อมวลชนโดยใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่โดยอิสระของสื่อมวลชนและไม่สอดคล้องกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการลงประชามติ ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้สื่อมวลชนกำกับดูแลกันเองโดยอิสระ และปราศจากการแทรกแซงจากภาครัฐ ซึ่งเนื้อหาสาระของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อในอนาคตจะต้องยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบอาชีพ และมีคณะกรรมการที่มี 4 ปลัดกระทรวงเข้ามาเป็นกรรมการ ซึ่งเท่ากับมอบอำนาจให้รัฐเข้ามาแทรกแซง โดยกรรมาธิการชุดนี้มีอำนาจที่จะให้หรือเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพสื่อ ซึ่งเป็นเรื่องของการขัดสิทธิเสรีภาพ ดังนั้นทาง 6 องค์วิชาชีพสื่อมวลชนจึงขอนำเสนอร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….มายังคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนเพื่อประกอบการพิจารณากฎหมายให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ.

 

“ทุกประเทศต้องมีที่ยืนอย่างเท่าเทียม” นายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253281

อย่างเท่าเทียม, โลก, รมต., เอเชียตะวันออก, ครอบครัว, ความเสมอภาค, เพศ, ไทย, พัฒนา, ทรัพยากร, มนุษย์, เวทีโลก, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ทุก, ประเทศ, ต้อง, ที่, ยืน, อย่าง, เท่าเทียม, นายกฯ, ทุกประเทศต้องมีที่ยืนอย่างเท่าเทียม, ประยุทธ์
อย่างเท่าเทียม, โลก, รมต., เอเชียตะวันออก, ครอบครัว, ความเสมอภาค, เพศ, ไทย, พัฒนา, ทรัพยากร, มนุษย์, เวทีโลก, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ทุก, ประเทศ, ต้อง, ที่, ยืน, อย่าง, เท่าเทียม, นายกฯ, ทุกประเทศต้องมีที่ยืนอย่างเท่าเทียม, ประยุทธ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 22 ธ.ค. 2559

“ทุกประเทศต้องมีที่ยืนอย่างเท่าเทียม” นายกฯ

“ประยุทธ์” เปิดการประชุมระดับรมต.เอเชียตะวันออก ด้านครอบครัว-ความเสมอภาคทางเพศ เผย ไทย พร้อมร่วมมือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ย้ำ ทุกประเทศต้องมีที่ยืนในเวทีโลก

          22 ธ.ค.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชียตะวันออกด้านครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศ ประเทศไทย ที่โรงแรมแชงกรีล่า โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยมีคณะผู้แทนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก 17 ประเทศ อาทิ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมถึงเอกอัครราชทูต ผู้แทนเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วม ทั้งนี้ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่จัดขึ้นบริเวณด้านหน้าห้องประชุม เพื่อถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้รัฐมนตรีจากชาติในเอเชียตะวันออกได้รับชมด้วย ทั้งนี้ ก่อนเริ่มงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รมว.พัฒนาสังคมฯ ได้นำผู้เข้าร่วมงานยืนถวายความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นเวลาหนึ่งนาที

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวเปิดการประชุมว่า ในวันนี้นับเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือในระดับภูมิภาค เป็นเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการส่งเสริมให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนสถาบันครอบครัว ให้มีคุณภาพ และสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะเมื่อสถาบันครอบครัวมีคุณภาพก็จะทำให้สังคมดี เนื่องจากเรามีหน้าที่ 3 อย่าง ที่ต้องทำคือ การทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อประชาคม และทำเพื่อมวลมนุษยชาติ ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะช่วยให้ครอบครัวมีคุณภาพต้องอาศัยทั้งสภาวะภายในคือความรักความอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู และภายนอกคือ ความพร้อมของสาธารณูปโภคพื้นฐาน การจัดสรรดูแลพื้นที่ที่อยู่อาศัย การสร้างสังคมปลอดภัย รวมไปถึงความเสมอภาคทางเพศ ที่การแสดงความเคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำต่อกันอย่างเท่าเทียม ควรสนับสนุน และเปิดโอกาสให้สตรีแสดงศักยภาพ และความสามารถผ่านการทำงาน การเป็นผู้นำในภาคธุรกิจรวมถึงภาครัฐ อย่างยุติธรรม โดยยึดความรู้ความสามารถ และคุณธรรมเป็นหลัก ไม่เลือกปฏิบัติในทุกสถานการณ์ และไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรีทั้งทางร่างกายหรือสภาวะจิตใจ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเพื่อสร้างให้เด็กที่มีความสุข มีคุณภาพในอนาคต ตามที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายไว้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีคุณภาพ และการสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสังคมบางแห่งมีความขัดแย้งสูง แต่สำหรับรัฐบาลไทยขอยืนยันเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นในการร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำด้วยกฎหมายที่เท่าเทียม เพื่อนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งของครอบครัวบนพื้นฐานของความเสมอภาค ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พ.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการตกลงปฏิญญากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการยกระดับความเข้าใจ โดยตนหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของพลังความร่วมมือที่แข็งขันในภูมิภาค ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางมีความเท่าเทียมและมั่นคง ทั้งเชื่อว่าสมาชิกหลายประเทศมีความเจริญเติบโต ซึ่งเราต้องเติบโตไปพร้อมกันทิ้งไม่ได้ หากทิ้งจะเกิดความขัดแย้ง เพราะทุกคนคือมนุษย์ที่มีความอยากได้อยากมี ซึ่งรายได้ที่แตกต่างทำให้เกิดความเท่าเทียมที่ไม่สามารถทำให้เหมือนกันหมดได้ จึงต้องทำให้คนพอเพียงเพื่อลดปัญหา โดยถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างประชาชนกับรัฐ อย่าให้รัฐเป็นผู้กำหนดเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อมีคนชนะคนแพ้จะทำให้เกิดความขัดแย้ง การพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าจึงเป็นสิ่งสำคัญ และในการประชุมทุกครั้งตนพูดเสมอว่า ประเทศพัฒนาต้องช่วยประเทศที่กำลังพัฒนา และให้ทุกประเทศมีที่ยืนอยู่บนโลกอย่างเท่าเทียม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างประชาชนกับรัฐ อย่าให้รัฐเป็นผู้กำหนดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเมื่อมีคนชนะคนแพ้จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งวันนี้ในทุกกิจกรรมต้องมีโรดแม็พในการเดินหน้า เหมือนที่รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดย 2 ปีที่ผ่านมาเราได้เริ่มปฏิรูปทุกด้าน ดังนั้น ทุกรัฐบาลควรเดินหน้าตามกรอบที่วางไว้ แต่ไม่สามารถไปบังคับหรือล็อคใครได้ เพราะเราเป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทุกอย่างบนโลกต้องแก้ด้วยการเจรจา พูดคุย ขจัดความขัดแย้งด้วยความสันติ และหวังว่าวันนี้ทุกประเทศจะเข้าใจบทบาทของรัฐบาลและประเทศไทยที่ต้องการสร้างความสงบ สันติ และสร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เท่าเทียมกัน ตนขอขอบคุณมิตรประเทศที่ช่วยเหลือประเทศไทยและขอให้เราได้ทำกันต่อไป เพราะถือว่าเราอยู่ในโลกใบเดียวกัน.

 

โฆษกศาลยธ.”ปล่อยชั่วคราว“หมอนิ่ม-ทนายอี๊ด”พิจารณาตามข้อกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253231


โฆษกศาลยุติธรรม, โฆษกศาลยุติธรรม แจงให้ประกันตัวหมอนิ่ม, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, โฆษก, ศาล, ปล่อย, ชั่วคราว, หมอ, นิ่ม, ทนาย, อี๊ด, พิจารณา, ตาม, ข้อ, หมอนิ่ม-ทนายอี๊ด, โฆษกศาลยุติธรรม

การเมือง  : 21 ธ.ค. 2559

โฆษกศาลยธ.”ปล่อยชั่วคราว“หมอนิ่ม-ทนายอี๊ด”พิจารณาตามข้อกม.

“ โฆษกศาลยุติธรรม ” แจงข้อกฎหมายปล่อยชั่วคราวหมอนิ่ม – ทนายอี๊ด คดีฆ่าเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ยึดหลักตาม ป.วิอาญา ม.108/1 ระบุ ศาลอุทธรณ์ เห็นหลักประกันน่าเชื่อ

          21 ธ.ค.59 – นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการพิจารณาปล่อยชั่วคราว จากกรณีที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ และนายสันติ ทองเสม หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 3-4 คดีจ้างวานฆ่านายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ว่าการที่ศาลจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจะต้องปรากฏเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 กล่าวคือ (1)ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี (2)ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน (3)ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น (4)ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ (5)การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล

นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวอีกว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาแล้ว จึงไม่มีกรณีที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาลตาม (2) (3) และ (5) คงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเพียงว่าจำเลยจะหลบหนีหรือไม่โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 มีภูมิลำเนาที่อยู่และประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งแน่นอน จึงไม่มีพฤติการณ์ที่สงสัยว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 น่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาจากข้อเท็จจริงต่างๆ ในสำนวนคดีเป็นเรื่องๆ ไป เพราะข้อเท็จจริงในแต่ละสำนวนไม่เหมือนกัน เมื่อหลักประกันที่ผู้ร้องขอประกันน่าเชื่อถือ ศาลอุทธรณ์จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3 และที่ 4 อันเป็นการพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดยกำหนดมาตรการป้องกันการหลบหนีด้วยการห้ามจำเลยที่ 3 และที่ 4 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรสอดคล้องกับหลักการอันเป็นสากลว่า ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด