แห่จองคิว’เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก’ ในงานคลังพัฒนาชาติคลองผดุงฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247136

แห่จองคิว'เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก' ในงานคลังพัฒนาชาติคลองผดุงฯ

แห่จองคิว’เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก’ ในงานคลังพัฒนาชาติคลองผดุงฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.08 น.

1 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ ที่บริเวณสะพานอรทัย ทำเนียบรัฐบาล มีประชาชนจำนวนมากมารอต่อแถวรับบัตรคิวเพื่อที่จะเข้ามาแลกซื้อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประเภทต่างๆ ซึ่งทาง กองกษาปณ์ กระทรวงการคลัง ได้นำมาจำหน่ายที่งานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ชื่องาน “คลังพัฒนาชาติ ตลาดคลองผดุงสร้างชีวิต เสริมสร้างเศรษฐกิจมั่นคง” ซึ่งงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 23 ธ.ค.59

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมธนารักษ์ได้นำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทองคำขัดเงา ราคาเหรียญละ 30,000 บาท , เหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เงินขัดเงา ราคาเหรียญละ 1,600 บาท , เหรียญ 120 ปีวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เงินขัดเงา ราคาเหรียญละ 1,600 บาท รวมถึงเหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ชุด 2 เหรียญ ราคาชุดละ 100 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญ อาทิ เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ชนิดทองแดงขนาด 3 เซนติเมตร , สร้อยพร้อมเหรียญที่ระลึกพระคลัง , หนังสือวิวัฒนาการเงินตราไทย , ชุดเหรียญทองแดงที่ระลึกกาญจนาภิเษก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้จัดระเบียบให้ประชาชนได้ลงทะเบียนได้รับบัตรคิวและซื้อในจำนวนเพียงท่านละ 1 ชุดเท่านั้น

ด้าน นายรตน (อ่านว่า ระ-ตะ-นะ) สวนวิจิตรทิพ อายุ  54 ปี ประชาชนที่ได้บัตรคิวคนแรก เปิดเผยว่า มารอคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น.ของวันนี้ โดยได้ทราบข่าวจากอินเตอร์เน็ตและหนังสือพิมพ์ ส่วนตัวเป็นคนชื่นชอบและเก็บสะสมเหรียญกษาปณ์ชนิดต่างๆ ซึ่งเหรียญที่ออกมาในวันนี้ยังไม่เคยมีสะสมมาก่อน

นายกฯนำครม.ตักบาตรพระสงฆ์89รูป บำเพ็ญกุศลเนื่องในพระราชพิธีปัญญาสมวาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247123

นายกฯนำครม.ตักบาตรพระสงฆ์89รูป บำเพ็ญกุศลเนื่องในพระราชพิธีปัญญาสมวาร

นายกฯนำครม.ตักบาตรพระสงฆ์89รูป บำเพ็ญกุศลเนื่องในพระราชพิธีปัญญาสมวาร

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 08.56 น.

1 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตร ในการบำเพ็ญกุศลเนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ซึ่งมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และข้าราชการของทำเนียบฯ ร่วมทำบุญตักบาตรกันอย่างพร้อมเพียง

โดยมี สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วย สมเด็จพระวันนรัต วัดบวรนิเวศวิหาร , สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม , พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศาราม , พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม , พระพรหมดิลก วัดสามพระยา , พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส , พระพรหมวิสุทธาจารย์ วัดเครือวัลย์ , พระราชภัทรญาณ วัดสุทัศนเทพวราราม และพระสงฆ์ รวม 89 รูป รับบาตร ทั้งนี้ มีพระสงฆ์ที่อุปสมบทใหม่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมอยู่ด้วย

‘บิ๊กป้อม’เผยองค์รัชทายาท ทรงรับแล้ว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247114

‘บิ๊กป้อม’เผยองค์รัชทายาท  ทรงรับแล้ว  พระมหากษัตริย์รัชกาลที่10

‘บิ๊กป้อม’เผยองค์รัชทายาท ทรงรับแล้ว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่10

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

‘บิ๊กป้อม’เผยองค์รัชทายาท

ทรงรับแล้ว

พระมหากษัตริย์รัชกาลที่10

‘สมเด็จพระบรมฯ’เสด็จฯ

ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล50วัน

กุยบุรีแปรรูปจันทน์หอมแล้ว

“บิ๊กป้อม” เผยสมเด็จพระบรมฯทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แล้ว สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)1 ธันวาคม ด้าน กอร.รส.พร้อมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ชวนจิตอาสาลุยทำความสะอาดรอบสนามหลวง “ธนะศักดิ์” ระบุรัฐบาลจัดยิ่งใหญ่ 5 ธันวาฯ ร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่9 ที่สะพานภูมิพล อุทยานกุยบุรีแปรรูปไม้จันทน์หอมแล้ว

ความคืบหน้ากรณีคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมตินำความกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

บิ๊กป้อมเผยทรงรับเป็นกษัตริย์แล้ว

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งทราบว่าพระองค์ท่านทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์แล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างถือว่าจบ

พระเทพฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

ส่วนในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 48 เมื่อเวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 11.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

พระบรมฯเสด็จทำบุญ50วัน1ธค.

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังแจ้งว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม เวลา 17.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

กราบพระบรมศพ29พย.เฉียด5หมื่น

ขณะที่โดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันพสกนิกรจากทั่วสารทิศพร้อมใจเดินทางมาเข้าแถวรอกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างเนืองแน่นเช่นทุกวันที่ผ่านมา โดยวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพเวลา 04.41 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนมีทั้งหมด 49,446 คน รวม 32 วันมี 1,092,992 คน และถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 4,089,765 บาทรวม 32 วัน เป็นเงิน 83,549,541.50 บาท

ผู้แทนพิเศษ“ปูติน”วางพวงมาลา

วันเดียวกัน นายอันเดรย์ คลีซัส ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งรัฐสภาสหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เข้าวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นได้ลงนามถวายความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง

1-2ธค.แจ้งปิดเข้ากราบพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังแจ้งว่า วันที่ 1-2 ธันวาคมจะปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังสำหรับนักท่องเที่ยว และงดเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน

ประทานผ้าถุง-เข็มกลัดโบว์ดำปชช.

วันเดียวกัน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โปรดให้ผู้แทนพระองค์นำผ้าถุง 339 ผืนและเข็มกลัดโบว์สีดำไว้ทุกข์ 4,000 ชิ้น ประทานให้สำนักพระราชวังนำไปให้กรุงเทพมหานคร นำไปแจกให้ประชาชนที่แต่งกายไม่เรียบร้อยได้ยืม เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนริบบิ้นไว้ทุกข์ สำนักพระราชวังนำไปแจกให้ประชาชนหลังเข้ากราบพระบรมศพแล้ว รวมถึงแจกให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศที่ประตูเข้าวัดพระแก้ว

พร้อมแล้วบิ๊กคลีนนิ่งเดย์1-2ธค.

ในการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงหลังประชุมว่า ได้หารือความพร้อมสำหรับกิจกรรม Big Cleaning Day และตรวจสอบระบบดูแลความเรียบร้อยรอบสนามหลวงวันที่ 1-2 ธันวาคม โดยให้หน่วยงานด้านความมั่นคงซักซ้อมความเข้าใจแผนเผชิญเหตุรอบสนามหลวงและท่าเรือ รวมถึงการปิดเส้นทางจราจร ซึ่งวันที่ 1 ธันวาคมจะเปิดจุดคัดกรองตั้งแต่เวลา 06.00 น. ทั้งนี้ กอร.รส.ได้หารือถึงการจัดสายตรวจเข้ม เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

จิตอาสาลงทะเบียน1.7พันคน

ขณะที่พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม ประชาชนยังสามารถเข้ามาบริเวณสนามหลวง เพื่อรับเสด็จฯ ได้ตามปกติ แต่ต้องผ่านจุดคัดกรอง และยังปิดการจราจร 8 เส้นทางโดยรอบ เพื่อจัดระเบียบความปลอดภัยให้ประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่

น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.)กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ แจ้งความประสงค์เข้าร่วมเป็นจิตอาสากิจกรรม Big Cleaning Day วันที่ 1 ธันวาคมแล้ว 1,777 คน ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยมารวมพลที่จุดลงทะเบียนหน้ากอร.รส.เวลา 07.00 น.

จัดใหญ่5ธค.รำลึกในหลวงร.9

ด้านพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดงานปีใหม่หรืองานเคานท์ดาวน์ได้ตามปกติ โดยขอให้งดจุดพลุ แต่สามารถประดับไฟหรือจัดทำเอฟเฟกต์เป็นจอแอลอีดีลักษณะเดียวกับที่ทำในต่างประเทศ เพื่อให้การจัดงานปีนี้น่าประทับใจ และรักษาอันดับการจัดงานปีใหม่ในระดับโลก ส่วนกิจกรรมหลักอื่นจะเน้นสวดมนต์ข้ามปีและการแสดงความอาลัยเป็นหลัก

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบจัดกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรมคือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็นกิจกรรม”ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” กำหนดจัดช่วงเช้า ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ณ บริเวณสะพานภูมิพล โดยกิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีการทำบุญมหาสังฆทานพระสงฆ์ 999 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง และเพลงสรรเสริญพระบารมี กิจกรรมเขียนโปสการ์ดและกล่าวคำปฏิญาณทำความดี ซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม 50,000 คนแรก จะได้รับเข็มกลัดที่ระลึกรูปเลข 9

จุดเทียนกลางใจเมืองส่งท้ายปีเก่า

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวต่อว่า อีกกิจกรรมเป็นกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า 2559 ต้อนรับปีใหม่ 2560 เป็นกิจกรรม “แสงเทียนแห่งสยาม” ซึ่งขอความร่วมมือห้ามจุดพลุหรือตะไล เน้นกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมในพื้นที่หลักคือ สนามหลวง มีการสวดมนต์ข้ามปี และพิเศษกว่าปีที่ผ่านมาคือ จะมีการจัดกิจรรมจุดเทียนกลางใจเมือง ตลอดถนนพระราม 1 (แยกปทุมวัน) เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท-ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ และจัดพร้อมกันทั่วประเทศและทั่วโลก

สำหรับรายละเอียดกิจกรรมนี้จะเริ่มในเวลา 21.00 น.ของวันที่ 31 ธันวาคม 2559 โดยการยืนแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 89 วินาที เวลา 23.45-23.50 น. ร่วมสวดมนต์เพื่อส่งท้ายปี 2559 ได้แก่ บทสวดนมัสการพระรัตนตรัยและบทสวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เวลา 24.00 น. ร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “พรปีใหม่” และในเวลา 00.09 น.วันที่ 1 มกราคม 2560 ร่วมกันจุดเทียนและสวดมนต์ในบทสวดเจริญชัยมงคลคาถา เพื่อต้อนรับปีใหม่ และเป็นการถวายพระพรชัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสริมสิริมงคลแก่ประเทศไทย เป็นมงคลแก่ชีวิตของชาวไทย โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าตลอดความยาวถนนดังกล่าวในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

แปรรูปไม้จันทน์เสร็จแล้วพร้อมส่งมอบ

ส่วนความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนการสร้างพระโกศพระบรมศพและพระเมรุมาศนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำไม้จันทน์หอมที่แปรรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วมาเก็บรักษาไว้ในโรงเรือน ในที่ทำการอุทยานฯ รอส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยนายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯบุรีและทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ร.11 พัน 3 รอ. บ้านรวมไทยตัดเลื่อยไม้ แปรรูปไม้ตามขนาดที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนดเสร็จแล้ว โดยตัดต้นจันทร์หอมเพียง 9 ต้น รวมปริมาตรเนื้อไม้จันทร์ทั้งหมด 4 ลูกบาศก์เมตร และเชิญนายทรงกลด จารุสมบัติ อาจารย์จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตรวจวัดความชื้นของเนื้อไม้ พบมีความชื้นในเนื้อไม้อยู่ จึงแนะนำวิธีดูแลรักษาด้วยการผึ่งลม เปิดพัดลมเป่าไล่ความชื้น ระหว่างรอส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ต่อไป

น่านอุปสมบท189รูปถวายในหลวง

หลายจังหวัดยังคงพร้อมใจจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยและร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันพระบรมราชสมภาพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 วันที่ 5 ธันวาคม อย่างที่วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อ.ภูเพียง จ.น่าน มีพิธีบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (50 วัน) วันที่ 1 ธันวาคม รวมทั้งหมด 189 รูป

นักปั่น4จว.อีสานปั่นเข้ากทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พ.อ.สาธิต เกิดโภค รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระมหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์ ปล่อยขบวนนักปั่นจักรยาน 4 จังหวัดคือ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานีและอำนาจเจริญจำนวน 300 คน ร่วมปั่นจักรยานระยะทาง 309 กิโลเมตรไปกทม.เพื่อเป็นตัวแทนของชาวบ้านทั้ง 4 จังหวัดกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวัง

รพ.กาฬสินธุ์ร่วมปลูกต้นไม้

ที่รพ.กาฬสินธุ์ เปิดโครงการทำดีที่สุด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดกิจกรรม รักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ในโรงพยาบาล ก่อนเริ่มพิธีได้กล่าวรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รร.วัดนางในแปรอักษรเลข๙

ที่รร.วัดนางในละเอียดอุปถัมป์ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง คณะผู้บริหาร ครูอาจารย์ นักเรียนรวมถึงผู้ปกครองประมาณ 2,000 คน ร่วมแปรอักษรเป็นรูปหัวใจและเลข 9 ไทย พร้อมข้อความ“นางใน รักพ่อ” ก่อนจะร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยเป็นเวลา 89 วินาที

‘ทีมอฟ’ วัสดุมหัศจรรย์ ราคาซื้อขาย กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247061

‘ทีมอฟ’ วัสดุมหัศจรรย์  ราคาซื้อขาย กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท

‘ทีมอฟ’ วัสดุมหัศจรรย์ ราคาซื้อขาย กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ามีใครมายืนหน้าบาน บอกเล่าให้คนฟังว่าตอนนี้ คนไทย สามารถผลิตวัสดุตามแนวทางของหลักวิทยาศาสตร์ออกมาขายได้ถึง กิโลกรัมละ 1 ล้านบาทคนส่วนใหญ่คงหัวเราะกันฟันโยกแน่ๆ เพราะไม่เชื่อเนื่องจาก สังคมไทยยุคนี้ พวกขี้โม้ โอ้อวด มีอยู่กลาดเกลื่อนไปหมด เนื่องจากคนในสังคมส่วนใหญ่มักจะงมงายและหลงคารมกับพวกพูดเก่งมากกว่าพวกทำดี โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพ “นักการเมือง” ต้อง ขอยกย่องด้วยความสัตย์จริงว่า “พูดเก่งอิบอ้าย”

แต่สำหรับรายนี้ เราไม่ได้แค่พูด แต่ยังเอาของจริงมายืนยันให้เห็นกันจะจะไปเลยว่า คนไทยกลุ่มนี้เก่งจริงๆ ที่สามารถสร้างงานวิจัยออกมาได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่ง เป็น งานที่ มีราคาซื้อขายกันสูงถึง กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับการ ขายเงาะ ขายลำไย ไม่รู้ว่าต้องเก็บเงาะกี่สวนกี่ไร่กันแน่จึงจะได้ล้านบาท

งานวิจัยที่พบกับความสำเร็จที่ว่านี้มีชื่อย่อว่า “ทีมอฟ” (TMOFs) มาจากคำว่า Thammasat Metal-Organic Frameworks (TMOFs) ซึ่งเป็นผลงานของ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) คุณสมบัติของงานวิจัยชิ้นนี้ เป็น วัสดุที่เป็นผง หรือจะเรียกว่า ผงวัสดุ ก็น่าจะคล่องปากมากกว่า คุณสมบัติคือ เป็น ผงวัสดุขนาดจิ๋ว (นาโน) ที่มีความมหัศจรรรย์ในการดูดซับแก๊ส – สารเคมี ที่มีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้เป็นนวัตกรรมเพื่อต่อยอดงานอุตสาหกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะ 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย ตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ทั้งนี้ในต่างประเทศสารดังกล่าวบางประเภทมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1 ล้านบาท สำหรับในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น โดยในอนาคตหากทีมอฟได้รับการวิจัยต่อยอดจนพร้อมเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้แล้ว คาดว่าจะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าได้ราว 30-50 เปอร์เซ็นต์จากราคาที่เราเคยซื้อมาจากต่างประเทศ

ผศ.ดร.กิตติพงศ์ ไชยนอก อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ผู้คิดค้นนวัตกรรมวัสดุผงนาโนมหัศจรรย์ “ทีมอฟ” กล่าวว่า Thammasat Metal-Organic Frameworks (TMOFs) เป็นสารประกอบรูปผสมที่เกิดจากการรวมตัวกันระหว่างสารอนินทรีย์ (โลหะ) และสารอินทรีย์ (ลิแกนด์)มีลักษณะทางกายภาพเป็นของแข็งผลึกขนาดเล็กกว่าเกลือแกง มีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามสารตั้งต้นที่ใช้ หากส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเป็นผลึกคริสตัลที่มีความวาวสวยงามและมีรูปร่างที่แน่นอน

สำหรับคุณสมบัติพิเศษของสารตัวนี้คือ โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นโพรงหรือรูพรุน ทำให้สามารถดูดซับแก๊สหรือโมเลกุลของสารต่างๆ ได้ และยังสามารถคัดแยกโมเลกุลของสารเคมีที่มีขนาดและรูปร่างต่างกันได้ เนื่องจากสารรูปผสมบางชนิดมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นซึ่งสามารถปรับเข้ากับโมเลกุลของสารที่จะถูกดูดซับได้นั่นเอง คุณสมบัติเด่นอีกข้อหนึ่งคือ มีพื้นที่ผิวในการดูดซับสูงมาก เมื่อเทียบกับวัสดุรูพรุนประเภทอื่น เช่น ซีโอไลต์ (Zeolite)และถ่านกัมมันต์ (Activated carbon) โดยปริมาณสาร 1 กรัมมีพื้นที่ในการดูดซับประมาณ 3 ถึง 20 สนามฟุตบอลเรียงต่อกัน และสามารถ ทนความร้อน ได้ถึง 450 องศาเซลเซียส

อีกทั้งสารดังกล่าวยังสามารถปรับให้มีสมบัติอื่นๆ เช่นสมบัติทางแม่เหล็ก หรือ สมบัติการเรืองแสง และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ด้วยเหตุที่สารรูปผสมประเภทนี้มีความเป็นผลึกสูง ทำให้สามารถทราบโครงสร้างระดับอะตอมได้อย่างถูกต้องโดยการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอ็กซ์ผ่านผลึกเดี่ยว (Single Crystal X-ray Diffraction) และข้อมูลที่ได้จากเทคนิคดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในการออกแบบสารรูปผสมชนิดใหม่ให้มีความจำเพาะเจาะจงต่อการนำไปใช้งานได้ในหลายรูปแบบ

โดยมีตัวอย่างการใช้งานในอุตสาหกรรม ดังนี้

อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ TMOFsอาจนำไปประยุกต์ใช้เป็นสารดูดซับแก๊สธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง ในรถยนต์ (NGV, CNG, LPG) แทนถังบรรจุแก๊สความดันสูงที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมากและค่อนข้างอันตรายระหว่างการใช้งาน ตลอดจนสามารถนำไปสู่การย่อส่วนภาชนะสำหรับบรรจุแก๊สเชื้อเพลิงให้มีขนาดเล็กลงได้ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อการออกแบบโครงสร้างยานยนต์สมัยใหม่ในภาพรวม

อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ TMOFs อาจนำไปประยุกต์ใช้ในการกระบวนการแยกแก๊สผสมได้ เช่น ไนโตรเจน (N2) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รวมไปถึงแก๊สไข่เน่า (H2S) และปรอท (Hg) ซึ่งมีผลต่อการสึกกร่อนของระบบท่อและเครื่องมือต่างๆ อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการทางเคมีที่มีความจำเพาะสูง

อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ TMOFs อาจนำไปประยุกต์เพื่อช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรได้ โดยทำการดูดซับและกักเก็บไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) เอาไว้ไม่ให้ละลายทิ้งไปกับน้ำฝนหรือการรดน้ำได้ง่าย และอาจช่วยบรรเทาปัญหาดินเค็ม โดยแลกเปลี่ยนประจุกับไอออนของเกลือชนิดต่างๆ ได้

อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร TMOFs อาจนำไปประยุกต์เพื่อช่วยในการนำส่งยาไปยังบริเวณหรืออวัยวะเป้าหมายของผู้ป่วยเพื่อทำการรักษาอย่างเฉพาะเจาะจง ลดผลข้างเคียงต่อส่วนอื่นของร่างกาย หรือทำให้เกิดผลสูงสุดในการรักษาโดยมุ่งเน้นการควบคุมการปลดปล่อยยาในระยะเวลาที่ต้องการ

นอกเหนือจากนี้ TMOFs ยังเป็นนวัตกรรมที่มีโอกาสจะนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกหลายด้าน อาทิ คงใช้ความสดของผักและผลไม้ในการส่งออกด้วยการดูดซับแก๊สเร่งการสุกหรือเอทิลีน (C2H4) ใช้ดูดซับโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว (Pb) แคดเมียม (Cd) ทองแดง (Cu)ซึ่งเป็นสารพิษในแหล่งน้ำ ฯลฯ ทั้งนี้จุดเด่นของ TMOFs คือการออกแบบรูพรุนให้มีขนาดตามที่ต้องการ สามารถเพิ่มความยืดหยุ่น และเติมหมู่กลไกเพื่อทำให้สามารถเก็บกักแก๊ส แยกแก๊ส หรือโมเลกุลของสารเคมีขนาดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

ชาวอยุธยาร่วมแปรอักษรถวายอาลัย เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247119

ชาวอยุธยาร่วมแปรอักษรถวายอาลัย เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร

ชาวอยุธยาร่วมแปรอักษรถวายอาลัย เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.49 น.

30 พ.ย.59 เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ บริเวณสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์หันตรา) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และพสกนิการชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกภาคส่วนจาก 16 อำเภอ กว่า 3 หมื่นคน ร่วมกันประกอบพิธีถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร หรือ ครบรอบ 50 วัน แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า กว่า 3 หมื่นคน ร่วมกันแปรอักษรถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้แปรอักษรเป็นรูปสัญลักษณ์เลขเก้าไทย “๙” ตามด้วยข้อความว่า “ปัญญาสมวาร” และ “พระนครศรีอยุธยา” หลังจากนั้นก็ได้ร่วมกันจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านมีทรงมีต่อพสกนิกรชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน พร้อมทั้งหลอมดวงใจถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ทูลกระหม่อมหญิงฯประทานกำลังใจ พสกนิกรเฝ้ารับเนืองแน่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247096

ทูลกระหม่อมหญิงฯประทานกำลังใจ พสกนิกรเฝ้ารับเนืองแน่น

ทูลกระหม่อมหญิงฯประทานกำลังใจ พสกนิกรเฝ้ารับเนืองแน่น

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.00 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้า เวลา 07.00 น. ข้าวต้มทะเล 3,000 ถ้วย กาแฟสด-แซนด์วิช 5,000 ชุด กาแฟสดบาเรสต้า 2,000 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา 1,000 ถ้วย ข้าวหน้าไก่ 500 จาน ข้าวเหนียวหมู 500 จาน หมั่นโถแฮม 2,000 ชุด ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ 2,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมู-ไก่ทอด 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ผัดหมี่โคราช 2,500 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ส่วนที่เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เต็นท์ที่ 11 โซนเหนือ ตรงข้ามศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้จัดตั้งหน่วยแพทย์พระราชทานและหน่วยแพทย์ประทาน บริการประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โดยวันนี้ มีเจ้าหน้าที่แพทย์ เภสัชกร พยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลจากรพ.จุฬาภรณ์จำนวน 17 คน คอยให้บริการประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เข้าขอพบแพทย์ด้วยอาการปวดเมื่อย ปวดศีรษะ ตัวร้อน ท้องเสีย และทำแผลเล็กๆ น้อยๆ ในการนี้ ยังโปรดให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช นำอาหารพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชนทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ โดยวันนี้ เป็นข้าวน่องไก่พะโล้ 500 ชุด น้ำดื่ม ขนม และกล้วยหอม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เผยว่า เนื่องจากวันที่ 1-2 ธ.ค.59 สำนักพระราชวังงดให้ประชาชนเจ้าถวายสักการะพระบรมศพ หน่วยแพทย์จึงปิดให้บริการ และจะเปิดอีกครั้งวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งจะย้ายไปรวมกับศูนย์แพทย์ที่อื่นๆ บริเวณกึ่งกลางท้องสนามหลวง และแบ่งเวรเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลต่างๆ ดังนี้ วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เป็นเจ้าหน้าที่จาก รพ.จุฬาภรณ์ วันอังคาร และเสาร์จาก รพ.วิชัยยุทธ ส่วนวันพุธ และอาทิตย์เป็นเจ้าหน้าที่จาก รพ.ธนบุรี

และในเวลา 17.30 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จฯออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาพิทักษ์มายังเต็นท์มูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วันฯ เพื่อประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมอาหาร และถุงผ้าบรรจุร่ม ยาหม่อง ยาดม และลูกอม แก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประทานข้าวเหนียวไก่เทอริยากิ พร้อมขนมกลีบลำดวน ขนมมาม่อนหน้าฝอยทอง ส้ม และน้ำผลไม้ดอยคำ จำนวน 1,000 ชุด รวมถึงของว่าง 500 ชุด โดยมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระดำเนินมายังเต็นท์มูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วัน กลุ่มนักเรียนสมาชิกในโครงการทูบีนัมเบอร์วันฯ และประชาชน ที่เฝ้าฯรับเสด็จ ต่างเปล่งเสียงว่า “ทูบีนัมเบอร์วันฉะเชิงเทรา รักนะทูลกระหม่อม” ในการนี้ทรงทำพระหัตถ์เป็นสัญลักษณ์มินิฮาร์ทและปรบพระหัตถ์ชื่นชม ทั้งนี้ ทรงรับดอกบัวที่ประชาชนนำมาทูลฯถวาย ในการนี้ ยังมีพระปฏิสันถารกับประชาชนอย่างใกล้ชิด สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนอย่างยิ่ง

‘พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ’ ประทานเข็มกลัดโบว์ดำ-ผ้าถุงเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247065

'พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ' ประทานเข็มกลัดโบว์ดำ-ผ้าถุงเพิ่ม

‘พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ’ ประทานเข็มกลัดโบว์ดำ-ผ้าถุงเพิ่ม

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.51 น.
30 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โปรดให้ผู้แทนพระองค์นำผ้าถุงจำนวน 339 ผืน  และเข็มกลัดโบว์สีดำไว้ทุกข์ตรงกลางติดเหรียญบาท ด้านหลังปลายริบบิ้นติดป้ายสีขาวข้อความ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ จำนวน 4,000 ชิ้น ประทานให้สำนักพระราชวัง แจกจ่าย โดยผ้าถุงมอบให้กรุงเทพมหานคร นำไปจัดสรรให้ประชาชนที่แต่งกายไม่เรียบร้อยได้ยืมเพื่อเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนริบบิ้นไว้ทุกข์ สำนักพระราชวังนำไปแจกให้ประชาชนหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ที่บริเวณประตูสรีสุนทร และแจกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศที่บริเวณประตูทางเข้าวัดพระแก้ว

‘อากาศโยธิน’แปรอักษร แสดงความอาลัย’ในหลวงรัชกาลที่9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247064

'อากาศโยธิน'แปรอักษร แสดงความอาลัย'ในหลวงรัชกาลที่9'

‘อากาศโยธิน’แปรอักษร แสดงความอาลัย’ในหลวงรัชกาลที่9’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.49 น.

30 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (29 พ.ย.) พล.อ.ท.จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน นำข้าราชการและทหารกองประจำการหน่วย จำนวน 1,089 คน ร่วมกิจกรรมแปรอักษรเป็นสัญลักษณ์เลขเก้าไทย ตราสัญญลักษณ์กองทัพอากาศ พร้อมข้อความ “อากาศโยธิน” และ “ราชพลี” เพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

‘ธนะศักดิ์’เผยขอดูฤกษ์เหมาะสม จัดพิธีตอกหมุดจุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247045

'ธนะศักดิ์'เผยขอดูฤกษ์เหมาะสม จัดพิธีตอกหมุดจุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ

‘ธนะศักดิ์’เผยขอดูฤกษ์เหมาะสม จัดพิธีตอกหมุดจุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.05 น.

30 พ.ย. 59 เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงความคืบหน้าพิธีตอกหมุดจุดกึ่งกลางพระเมรุมาศในเดือนธ.ค.นี้ ว่า ต้องดูฤกษ์ ในเดือนธันวาคม ก่อนว่าจะเป็นช่วงวันไหนที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามการตอกหมุดเป็นเทคนิคของการก่อสร้างและถือเป็นมงคล  เพราะจะเป็นจุดศูนย์กลางของพระเมรุมาศ  ซึ่งหลังจากตอกหมุดก็จะมีการวางผัง และจัดทำพื้นบางส่วนเพื่อ ใช้ในงานสวดมนต์ข้ามปีก่อน

ส่วนที่ตั้งเป้าว่าจะสร้างพระเมรุมาศ ให้เสร็จเดือนกันยายนนั้น  หากมีพระราชพิธีกำหนดขึ้นเมื่อใด ก็สามารถขยับวันให้เสร็จทันตามกำหนดได้  ส่วนการปักหมุดกึ่งกลางบวงสรวงและลงเสาเอกพระเมรุมาศนั้น จะมีขึ้นภายในเดือนธันวาคมนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่ระบุวันที่ชัดเจน รอดูวันที่เหมาะสมก่อน โดยตนจะเป็นประธานในการบวงสรวง ขณะที่นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการลงเสาเอกในวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตามสำหรับระยะเวลาในการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น  ยังไม่มีกำหนด ว่าจะปิดเมื่อใด เพราะเป็นเรื่องของสำนักพระราชวัง  จะเป็นผู้กำหนดและแจ้งให้ทราบในภายหลัง แต่เชื่อว่าน่าจะเปิดไปได้เรื่อยๆ

บช.น.ร่วมแปรอักษรเทิดพระเกียรติ ‘ในหลวงรัชกาลที่9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247034

บช.น.ร่วมแปรอักษรเทิดพระเกียรติ 'ในหลวงรัชกาลที่9'

บช.น.ร่วมแปรอักษรเทิดพระเกียรติ ‘ในหลวงรัชกาลที่9’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.46 น.
30 พ.ย. 59 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์  มหถาวร ผบช.น. นำข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. กว่า 2,000 นาย จัดกิจกรรมแปรอักษรเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ทั้งนี้ นอกจากการแปรอักษรแล้ว พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้นำข้าราชการตำรวจทั้งหมดถวายสัตย์ปฏิญาณ และร่วมร้องเพลงเทิดพระเกียรติ โดยได้รับเกียรติจาก นายสันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ มาเป็นนักร้องนำกิตติมศักดิ์ด้วย สำหรับบทเพลงที่นำมาขับร้อง คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงต้นไม้ของพ่อ บรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ