ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247248

ข้อมูล’พระราชอิสริยยศใหม่ของบรมราชจักรีวงศ์’ในรัชกาลที่ ๑๐




ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247248





ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247246

2 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเอมอร จรัสโชติ อายุ 61 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าของธุรกิจโรงสีข้าว กล่าวว่าดีใจที่ประเทศไทยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 แล้ว เพราะประเทศต้องมีพระมหากษัตริย์คงอยู่กับประเทศไทยตลอดชั่วกาลนาน ปลาบปลื้มใจมากที่จะได้รับใช้พระองค์ ก็ขอเป็นข้ารองบาททุกรัชกาลทุกพระองค์ รักรัชกาลทุกพระองค์ เชื่อว่าทั่วโลกก็จะดีใจกับคนไทยกว่า 70 ล้านคนด้วย
ขณะที่นางวันเพ็ญ พรหมมา อายุ 44 ปี เขตหนองแขม กทม. กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นพระองค์ไหนก็จะรักและเทิดทูลทุกพระองค์ เพราะเราเป็นคนไทย เกิดในแผ่นดินไทย เราโชคดีที่ไม่ได้เป็นทาสใคร ก็จะขอทำความดีทดแทนสถาบันพระมหากษัตริย์
นางวันเพ็ญ กล่าวด้วยว่า ตนทราบว่าวันนี้สำนักพระราชวังปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 1-2 ธ.ค. แต่ก็อยากเดินทางมาเพื่อรับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงค์ ที่ผ่านมาตนเข้าลงนามถวายความอาลัยแล้ว 3 ครั้ง และมาเข้าคิวกราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้ว 17 ครั้ง ตั้งเป้าว่าจะให้ได้ 19 ครั้ง แต่ถ้าเข้ากราบสักการะได้ 89 ครั้ง ก็ถือว่ากำไรชีวิต และทุกครั้งหลังที่มาก็จะไปร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหลือตามเต็นท์ต่างๆ เพื่อทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.9 ด้วย

ขณะที่ นายสุนันท์ สุรีวรพิทักษ์ วัย 65 ปี ชาว จ.นนทบุรี กล่าวว่า ภายหลังทราบข่าวว่าประเทศไทยได้มีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ตนรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก เนื่องจากพระองค์เปรียบเสมือนเป็นเสาหลักและเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของตน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนยังคงรู้สึกโศกเศร้าที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต แต่ก็ได้เข้าไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพถึง 4 ครั้ง เมื่อได้เห็นพระบรมโกศทุกครั้งก็รู้สึกประทับใจมาก เพราะงดงามอย่างสมพระเกียรติ
“ผมเดินทางมารับเสด็จฯ เกือบทุกวันที่ว่าง ซึ่งในวันนี้อาจพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเรามีรัชกาลที่ 10 แล้ว และอยากขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ประเทศไทยไปนานแสนนาน” นายสุนันท์ กล่าวอย่างซาบซึ้งพร้อมเบ่งเสียงทรงพระเจริญ

ด้าน น.ส.บุษกร กลิ่นน้อย อายุ 49 ปี ชาว จ.ประจวบคิรีขันธ์ ซึ่งเดินทางมาพร้อมเพื่อน กล่าวว่า ตนและเพื่อนได้ร่วมกันรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ทรงประทับอยู่โรงพยาบาลศิริราช เคยรับเสด็จพระองค์หลายครั้ง รู้สึกปลาบปลื้มและเป็นพระมหากรุณาที่ได้เสด็จออกมาเยี่ยมประชาชน แต่หลังจากทราบข่าวสวรรคตแล้ว ตนรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เพราะจากที่เคยมารอรับเสด็จ ก็ไม่ได้ไปนั่งรอรับเสด็จตรงนั้นอีกแล้ว ตนและเพื่อนจึงชักชวนกันมารอรับเสด็จกันที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เกือบทุกวัน และหาโอกาสเข้าไปกราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตแล้ว 9 ครั้ง เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดหรือได้เห็นพระบรมวงศานุวงศ์ก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่สุดแล้ว
“ยิ่งได้ทราบข่าวเมื่อคืนว่าเราได้มีรัชกาลที่ 10 แล้ว รู้สึกปลาบปลื้มใจ เพราะเหมือนเราขาดสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจไปชั่วขณะ แต่ครั้งนี้เหมือนคนไทยได้รับขวัญกำลังใจกลับมาอีกครั้ง ทั้งนี้ อยากบอกว่าพวกเรารัก รัชกาลที่ 10 ไม่น้อยไปกว่าในหลวงรัชกาล 9” น.ส.บุษกร กล่าว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247243

2 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กรุงเทพมหานครได้มีการปรับภูมิทัศน์ โดยการนำต้นดอกดาวเรืองสีเหลือง จัดในกระบะรูปหัวใจ และซุ้มต้นดอกพุดพิชญาสีขาวตรงกลางประดับด้วยกระเช้าดอกกล้วยไม้สดสีขาวสลับสีฟ้า ที่บริเวณหน้ากำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านทิศตะวันออกติดถนนสนามไชย และฝั่งทิศเหนือติดถนนหน้าพระลานถึงแยกถนนท่าช้าง





ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247241

2 ธ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อินสตาแกรมส่วนพระองค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี @nichax ได้ทรงโพสต์พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ขณะทรงบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมคำบรรยายว่าถวายพระพร #สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร #รัชกาลที่10 #ทรงพระเจริญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247231

ทำบุญถวาย‘พ่อ’
50วันแห่งการสวรรคต
ประชาชนทั่วปท.พร้อมใจ
ร่วมตักบาตรบำเพ็ญกุศล
‘สนามหลวง’เนืองแน่น
จิตอาสานับพันร่วมทำดี
พระบรมวงศานุวงศ์นำพสกนิกรทั่วประเทศ บำเพ็ญพระราชกุศล “ปัญญาสมวาร” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 วันแห่งการเสด็จสวรรคต ขณะที่ประชาชนนับพันคนต่างพร้อมใจกันเดินทางมาร่วมกันเป็นจิตอาสาทำดีเพื่อพ่อ “บิ๊กคลีนนิ่ง” ท้องสนามหลวง
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ธันวาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดําเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและพระบรมวงศานุวงศ์ ในการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ในการนี้ ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจําพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวด พระอภิธรรม จากนั้น เสด็จพระราชดําเนินกลับ
เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล50วัน
วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หมายกําหนดการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 2 ในวันที่ 2 ธันวาคมว่า เวลา 10.30 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน ถวายพรพระ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม
พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคน จตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดําเนินกลับ
มจ.จุลเจิมถวายภัตตาหารเช้า
ก่อนหน้านี้ เวลา 07.00 น.ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 49 พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยมีพล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล และม.ร.ว.จิราพันธ์ จันทรทัต ร่วมในพระราชพิธีด้วย
นายกฯนำครม.ทำบุญ50วัน
วันเดียวกัน ทุกหน่วยงานร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วันแห่งการสวรรคตถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เริ่มที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูปอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ มีพระสงฆ์ที่อุปสมบทใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรวมอยู่ด้วย
ตุลาการ-นิติบัญญัติตักบาตร
ขณะที่ฝ่ายตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นำโดย นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุด นำโดย ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.) นำ คณะผู้พิพากษา ผู้บริหารสำนักงาน ข้าราชการ บุคลากรและลูกจ้าง ร่วมพิธีทำบุตรตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 89 รูป และยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย 89 วินาที จากนั้นร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดต่อด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยพร้อมเพรียงกันและนำพระบรมฉายาลักษณ์ ขึ้นชูเหนือศีรษะ และแนบอก แสดงออกถึงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สถานทูตไทยทั่วโลกจัดทำบุญ
ที่กระทรวงต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นำข้าราชการ ข้าราชการเกษียณตลอดจนเจ้าหน้าที่ร่วมงานทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป ในเวลาเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกร่วมกับวัดไทยและชุมชนไทยในต่างประเทศจัดงานทำบุญครบ 50 วันการเสด็จสวรรคตด้วย
ทั่วปท.บำเพ็ญพระราชกุศล
อีกด้านหนึ่ง ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า และประชาชนกราบถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมทำบุญตักบาตร ในการบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพร้อมเพรียง เช่น จ.อ่างทอง นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นำพสกนิกรทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระ 89 รูป พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อแสดงความอาลัย และสำนึกในมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์
จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อม ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่การสวรรคต 50 วันของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดเวลา
ที่ จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 90 รูปร่วมกับข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนกว่า 2,000 คน
ที่ จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว 300 คน ร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบรอบสวรรคตปัญญาสมวาร 50 วัน
ตราดปลูกต้นไม้5พันธุ์ถวายพ่อ
ที่วัดท่าพริก ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด นายสมชาย สิงห์กุล นายอำเภอเมืองตราด นำประชาชนร่วมปลูกต้นไม้ถวายพ่อหลวง แสดงเจตจำนงทำความดีเพื่อพ่อหลวง โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ 5 พันธุ์คือ ตะเคียนทอง ชั้นคู่ ไม้เต็ง พญาไม้และยางนา เจตนาสื่อว่าชาวชุมชนมีความรักสามัคคีไม่แบ่งชนชั้นเหมือนกันต้นไม้ทั้ง 5 พันธุ์ที่นำมาปลูกแสดงให้เห็นว่าทุกพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้และจะสร้างความร่มเย็นเป็นสุข ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
จนท.-ผู้ต้องขังยะลาแต่งเพลงถวาย
ที่เรือนจำอำเภอเบตง จ.ยะลา นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง นำเจ้าหน้าที่เรือนจำพร้อม ผู้ต้องขังชายหญิง 579 คน เจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล 9 นาที และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในการดำรงชีวิตด้วย นอกจากนี้นายธีระพจน์ ทองหวาน เจ้าหน้าที่เรือนจำ และผู้ขังร่วมแต่งเพลง “บุญคุณพ่อหลวง”ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเนื้อหา จะน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในการดำรงชีวิต หลังออกจากเรือจำจะมุ่งทำความดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9
หนองคายแจกข้าวโซยทำดีเพื่อพ่อ
ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย นักธุรกิจเชื้อสายเวียดนาม ร่วมกับร้านต้อยอาหารทะเลและร้านข้าวโซย แจกข้าวโซยให้ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาด คนละ 2 ห่อ โดยนางวิมาลา จียาศักดิ์กล่าวว่า ตั้งใจแจกข้าวโซยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลปัญญาสมวาร ครบ 50 วัน แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในรัชกาลที่ 9 ตนและเพื่อนๆจึงอยากทำความดีเพื่อท่าน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว และจะทำอีกครั้งในวันที่ครบ 100 วันแห่งการสวรรคต
มูลนิธิมวลมหาปชช.จัดบวช118รูป
นอกจากนี้ ในส่วนองค์กรประชาชนอย่างมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย นำโดยนายสุเทพ เทือกสุวรรณ ประธานมูลนิธิฯ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้เข่าร่วมโครงการบรรพชารวม 118 รูป ที่วัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.สุราษฏร์ธานี ยะลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ระยอง ขอนแก่น และพะเยา มีระยะเวลาบรรพชา 30 วัน
สำนักพระราชวังปรับปรุงทางเดิน
อีกด้านหนึ่ง บริเวณด้านนอกพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง ซึ่งวันเดียวกันนี้ สำนักพระราชวังงดเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วันเป็นเวลา 2 วันจนถึงวันที่ 2 ธันวาคม เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ปรับปรุงซ่อมแซมทางเดินที่ชำรุดบริเวณประตูวิเศษไชยศรี เพื่อให้ประชาชนเดินเข้าสักการะพระบรมศพและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมภายในพระบรมมหาราชวังได้สะดวกขึ้น
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาร่วมสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมมีจำนวน 44,489 คน รวม 33 วันมี 1,137,481 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 5,181,419.50 บาท รวม 33 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 88,730,961 บาท
4พันคนร่วมบิ๊กคลีนนิ่งสนามหลวง
ขณะที่ด้านนอกพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนทั่วไปและจิตอาสากว่า 3,000 คน ร่วมทำความสะอาดและปรับปรุงพื้นที่สนามหลวงและรอบพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 08.00 น. โดยพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมพล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง “ทำดี เพื่อพ่อ” ทำความสะอาดสนามหลวงและบริเวณ โดยมีเจ้าหน้าที่ กทม. ทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งจิตอาสาประมาณ 4,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม หลังเคารพธงชาติพร้อมกันแล้ว ได้ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น พล.ต.อ.อัศวินได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ล้างทำความสะอาดพื้นถนน ทางเท้า เก็บขยะทำความสะอาดรั้วทั้งหมด 15 โซน จนถึงเวลา 15.00 น.ก่อนจะมาเริ่มดำเนินการต่ออีกครั้งวันที่ 2 ธันวาคม เฉพาะบริเวณถนนราชดำเนิน
โหลดภาพในหลวงนับแสนครั้ง
ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า มอบให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมภาพพระราชประวัติและภาพพระราชกรณียกิจ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาให้บริการในเว็บไซต์ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (www.finearts.go.th/nat) เปิดให้ประชาชนศึกษาค้นคว้า ดาวน์โหลดไปใช้ประโยชน์ได้จากรายงานพบว่ามีประชาชนและหน่วยงานต่างๆเข้าชมและดาวน์โหลดภาพพระราชประวัติ ภาพพระราชกรณียกิจจำนวน 102,521 ครั้ง
อีกทั้ง ขณะนี้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้อัพโหลดภาพขึ้นเว็บไซต์ แบ่งเป็นหมวดต่างๆ 1.ประมวลภาพเหตุการณ์พระราชพิธีพระบรมศพ ขณะนี้มีภาพทั้งหมด 1,142 ภาพ 2.ภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีภาพทั้งหมด 1,568 ภาพ 3.ภาพพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 100 ภาพ 4.พระสุรเสียง-พระบรมราโชวาทและพระราชดำริ 100 ไฟล์ 5.เพลงพระราชนิพนธ์ 48 เพลง
นอกจากนี้ สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติรวบรวมข่าวออนไลน์ หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์และนิตยสารที่เสนอข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งปัจจุบันรวบรวมได้ 1,464 รายการ โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้มาจัดทำจดหมายเหตุด้วย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247180

1 ธ.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการดำเนินการของภาคส่วนต่างๆ หลังมีการเข้าเฝ้าฯ ในวันนี้ ว่า ทุกภาคส่วนควรอยู่ในความสงบ หากต้องไปถวายบังคมพระบรมศพสามารถไปได้ตามปกติ ส่วนการประดับพระบรมฉายาลักษณ์ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งบริเวณถนนราชดำเนิน ส่วนราชการ หรือห้างร้าน ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การไว้ทุกข์ก็ยังเหมือนเดิมเช่นกัน เช่นเดียวกับเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต ค่ำวันเดียวกันก็มีการอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ขึ้นครองราชย์ ก็เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทันที วันรุ่งขึ้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประชาชนก็ยังแต่งดำตามปกติ พระบรมฉายาลักษณ์ก็ยังอยู่ตามปกติ และในสมัยนี้ ก็ได้มีพระราชบัณฑูรให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความปกติด้วยความอ่อนน้อมถ่อมพระองค์ในทุกเรื่อง
เมื่อถามว่า หากจะประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระองค์ในส่วนราชการสามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “แค่เลือกพระบรมฉายาลักษณ์ก็เลือกไม่ถูกแล้วว่าจะใช้อิริยาบถแบบไหน ดังนั้นขอให้อยู่ตามปกติ ทุกภาคส่วนกรุณารอ จากนี้รัฐบาลจะต้องประชุมหารือเพื่อกำหนดวิธีดำเนินการ และเมื่อถึงเวลาอันสมควรจะมีการประกาศให้ทราบ อย่าไปเชื่อข่าวลืออะไรที่ออกมา สื่อมวลชน โทรทัศน์ระวังให้ดีเวลาออกข่าวในพระราชสำนัก อย่าเผลอออกพระนามว่าสมเด็จพระโอรสาธิราชก็แล้วกัน”
เมื่อถามว่า การเข้าเฝ้าฯ ในวันนี้จะประกอบด้วยใครบ้าง นายวิษณุ ตอบว่า จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนฝ่ายบริหาร ประธาน สนช.ตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ ประธานศาลฎีกาเป็นตัวแทนฝ่ายตุลาการ ส่วน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะเข้าเฝ้าในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งจะสิ้นสุดภาระรับผิดชอบ โดยการกราบบังคมทูลฯ นั้น จะเป็นหน้าที่ของประธาน สนช.ในฐานะประธานรัฐสภา และประธานสภาฯ จะออกประกาศให้ประชาชนทราบตามที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเข้าเฝ้าฯ คืนนี้ (1 ธ.ค.) และประกาศในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) คงพิลึก เพราะชาวบ้านกำลังรอฟังกันอยู่ และขอให้รำลึกไว้ว่าทั้งหมดคือการย้อนหลังไปถึงวันที่ 13 ต.ค.ทั้งสิ้น ตามหลักที่ถือกันว่าราชบัลลังก์จะไม่ว่างลง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247158

1 ธ.ค.59 นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) กล่าวถึงการจับกุม พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในกรณีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ว่า ขณะนี้พระธัมมชโยกำลังแข็งขืนต่อหมายจับของทางการอย่างสุดฤทธิ์ มีการระดมศิษย์นับหมื่นมาสวดมนต์ 11 ล้านจบ ระดมคนมาเป็นกองกำลังป้องกัน ตั้งสิ่งกีดขวางราวกับกำลังตั้งทัพรับศึก ซึ่งตนเชื่อว่า ลัทธิธรรมกายในเวลานี้ถึงจุดสุ่มเสี่ยงที่สุดต่อการเจียนอยู่เจียนไป ลองคิดดูว่า ถ้าพระธัมมชโยถูกขังคุก ก็ต้องถูกจับสึก สิ้นความเป็นพระทันที และเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าลัทธิธรรมกายกับภาคการเมืองอิทธิพลกลุ่มหนึ่งนั้นมีความแนบแน่นกันอย่างลึกซึ้ง การคงอยู่ของธรรมกายหมายถึงการดำรงอยู่ของกลุ่มการเมืองนั้น มันเป็นเดิมพันสูงที่สองฝ่ายจะต้องยืนหยัดอยู่ให้ได้เพื่อค้ำจุนซึ่งกันและกัน
“การตั้งกำแพงยักษ์ของธรรมกาย แสดงว่าพระธัมมชโยยังหลบอยู่ในบริเวณวัดนั้นเอง การหลีกเลี่ยงไม่มอบตัวและไม่ยอมให้จับกุม เท่ากับธรรมกายหมดสิ้นความชอบธรรม เพราะฝ่ายทางการมีกฎหมายและความชอบธรรมอยู่ในมือเต็มที่ ขณะที่ฝ่ายธรรมกายไม่มีข้อต่อสู้ทางกฎหมายใดๆ เหลืออยู่เลย ได้แต่บ่ายเบี่ยง ใช้เทคนิคถ่วงเวลา ตั้งกองกำลังป้องกันและท่องคาถา “หลวงพ่อบริสุทธิ์” ซ้ำยังลวงโลกว่า การดำเนินคดีนี้เป็น “การทำลายพุทธศาสนา” ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเป็นการทำลายมลทินของพุทธศาสนาต่างหาก เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ลัทธิธรรมกายบิดเบือนพระธรรมวินัยและคำสอนของพุทธศาสนาอย่างฉกรรจ์ เมื่อพระธัมมชโยเลือกหนทางที่จะหลบซ่อนในมุมมืด ไม่ยอมเผชิญความจริงเช่นนี้ ยิ่งทำให้ยากที่จะได้รับความปรานีจากกระบวนการยุติธรรม” นายประสาร กล่าว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247150

1 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในช่วงเช้าได้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ พิธีสวดพระพุทธมนต์ ปฏิบัติธรรม ต่อจากนั้นกำลังพลกองทัพไทยได้ร่วมกันบริจาคโลหิต รวมทั้งไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยนก ปล่อยปลา การฟังพระธรรมเทศนา และบรรยายพิเศษ “เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ศาสตร์พระราชา” และ “แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง”
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมเพื่อถวายพระราชกุศลครั้งนี้ เป็นการแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ และจะสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงมีต่อทหาร ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมแทนการจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ โดยจัดพร้อมกันทุกเหล่าทัพทั่วประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และสิริมงคลกับกำลังพลของเหล่าทัพ ทำให้เกิดประโยชน์และความสามัคคีกับประชาชนในชาติ รวมทั้งน้อมนำเอาแนวทางพระราชดำริ พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้ในโอกาสต่างๆ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการและการดำรงตนของข้าราชการและครอบครัวตลอดไป
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247147

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/247145

1 ธ.ค.59 ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ขั้นตอนของการอัญเชิญองค์พระรัชทายาทเพื่อสืบราชสันตติวงศ์ในส่วนของ สนช.สมบรูณ์ครบถ้วนตามขั้นตอนแล้ว จากนี้ไปจะเป็นขั้นตอนของสำนักพระราชวังที่จะดำเนินการต่อไป ส่วนขั้นตอนต่างๆ จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์หรือไม่ ทางสำนักพระราชวังจะเป็นผู้พิจารณา
ด้าน นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 กล่าวว่า การประชุม สนช.วันนี้ ได้ยกวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งเป็นวาระแรกออกไปก่อน เพื่อให้เวลากับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สถาบันภูมิราชธรรม ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอให้ สนช.รับหลักการวาระแรก และจะปิดการประชุมก่อนเวลา 15.00 น.เนื่องจากประธาน สนช.จะต้องเข้าเฝ้ากราบบังคับทูลเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสันตติวงศ์ ต่อไป