สำนักพระราชวังเปลี่ยน’ภาพพระราชทาน’ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247027

สำนักพระราชวังเปลี่ยน'ภาพพระราชทาน' เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ร.9

สำนักพระราชวังเปลี่ยน’ภาพพระราชทาน’ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ร.9

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.33 น.

30 พ.ย.59 เมื่อเวลา 12.00 น. สำนักพระราชวัง ได้เปลี่ยนภาพที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรที่เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ระลึก ซึ่งเป็นภาพพระบรมโกศพระบรมศพ พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว โดยภาพนี้จะแจกถึงช่วงเช้าถึงช่วงเที่ยงวันนี้

ขณะที่ภาพใหม่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 ซึ่งเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดิษฐานอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ 3 สี ได้แก่ สี เหลือง ขาว และเขียว ซึ่งดอกไม้สีเหลือง เป็นสีประจำพระบรมราชวงศ์จักรี อีกทั้ง เป็นสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดอกไม้สีขาว ซึ่งเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นสีแห่งพระเมตตาขององค์ภูมิพลที่ปกเกล้าชาวไทย และดอกไม้สีเขียว ซึ่งเป็นสีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เพราะทุกพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินจะเกิดความอุดมสมบูรณ์ มีฝน มีป่า พืชพันธุ์ธัญญาหาร ราษฎรมีกินมีใช้ มีออม ดำรงชีพอย่างพอเพียง และเบื้องหน้ามีดอกไม้ประดิษฐ์เป็นรูปกระต่าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำปีพระราชสมภพ

ขณะที่ด้านหลังภาพ เป็นหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เนื้อหาระบุว่า วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2559 เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายพระจุลจอมเกล้า หรือสายสะพายมงกุฎไทย  วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2559 เวลา 10.30 น. พระสงฆ์ 30 รูป สวดถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูปเท่าพระชนมพรรษา แต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศ ไว้ทุกข์

ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2560 เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดพระธรรมคาถา แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2560 เวลา 10.30 น. พระสงฆ์ 30 รูป สวดถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน มีพระพิธีธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูป สวดธรรมคาถา ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา แต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศ ไว้ทุกข์

ปิดเข้าชมพระบรมมหาราชวัง2วัน พร้อมงดถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247019

ปิดเข้าชมพระบรมมหาราชวัง2วัน พร้อมงดถวายสักการะพระบรมศพ

ปิดเข้าชมพระบรมมหาราชวัง2วัน พร้อมงดถวายสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.45 น.

30 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค. เวลา 17.00 น. โดยพระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายจุลจอมเกล้า หรือสายสะพายมงกุฎไทย

ส่วนวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค. เวลา 10.30 น. พระสงฆ์ 30 รูปสวดถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา แต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศ ไว้ทุกข์

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังแจ้งปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังสำหรับนักท่องเที่ยว และงดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญา สมวาร 50 วัน ในวันที่ 1-2 ธ.ค. เป็นเวลา 2 วัน

สำหรับวันที่ 5 ธ.ค. และวันที่ 6 ธ.ค.59 จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สำนักพระราชวังจะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้ง 2 วัน แต่ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตามปกติ

ปชช.ถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล32วันกว่า84ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247018

ปชช.ถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล32วันกว่า84ล้าน

ปชช.ถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล32วันกว่า84ล้าน

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.26 น.
30 พ.ย.59 สำนักพระราชวัง สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาร่วมสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ 04.45 – 22.30 ของวันที่ 29 พ.ย. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 49,446 คน รวม 32 วัน มีจำนวน 1,092,992 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,089,765 บาท รวม 32 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 83,549,541.50 บาท

ชาวจันทบุรีซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ชี้โครงการแก้มลิงแก้น้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247017

ชาวจันทบุรีซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ชี้โครงการแก้มลิงแก้น้ำท่วม

ชาวจันทบุรีซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ชี้โครงการแก้มลิงแก้น้ำท่วม

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.24 น.

30 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศของประเทศต่างพร้อมใจกันแต่งกายไว้ทุกข์เดินทางมาเข้าคิดยังท้องสนามหลวงเพื่อเข้กราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง อย่างเนืองแน่นเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก ตั้งแต่เวลา 04.41 น. และในเวลา 04.45 น.เป็นประชาชนทั่วไปเข้ากราบสักการะพระบรมศพด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระราชาผู้ทรงธรรมของพสกนิกรชาวไทยท้ังประเทศ

ด้าน นางนาถนดา พุ่มสมบัติ อายุ 62 ปี อาชีพทำสวนผลไม้ พร้อมด้วยนางสมจิตร วิสุทธิรัตน์ อายุ 62 ปี อาชีพค้าขาย-ทำสวนผลไม้ นางมานะ เฉลิมพงษ์ อายุ 64 ปี อาชีพทำสวนผลไม้ ชาวบ้าน ม.1 ต.พริ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี เดินทางออกจากหมู่บ้านเมื่อเวลา 20.00 น. ถึงท้องสนามหลวงเวลา 01.00 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในเวลา 05.30 น.โดยคุณป้าทั้งสามร่วมกันกล่าวด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย ว่า พูดถึงในหลวง ร.9 แล้วน้ำตาไหลทุกครั้งรักพระองค์ท่านมาก ชาวจันทบุรีซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงพระราชทานแก้มลิงคลองภักดีรำไพ ซึ่งหลังจากมีคลองดังกล่าวแล้วทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านอีกเลย และทรงพระราชทานโครงการสร้างเขื่อนคีรีธาน ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกรได้มีน้ำทำมาหากิน และยังทรงพระราชาทนฝนเทียมให้ทุกปี ที่ผ่านมาป้าๆ ก็น้อมนำหลักความพอเพียงของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ด้วย

ป้าทั้งสาม กล่าวเสริมว่า หลังจากที่ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต ชาว จ.จันทบุรี ก็มีกิจกรรมถวายความอาลัยอย่างต่อเนื่อง ทุกคนมีโอกาสก็เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พวกป้าจ่ายค่ารถมากันเอง วันที่ 22 ธ.ค.59 นี้ ก็จะเดินทางมากันอีก และในวันพระราชทานเพลิงพระบรมศพ ก็ตั้งใจจะเดินทางมาอีกเป็นครั้งสุดท้าย

สมาร์ทแล็บอัจฉริยะแห่งแรกของไทย พัฒนาการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246923

สมาร์ทแล็บอัจฉริยะแห่งแรกของไทย พัฒนาการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์

สมาร์ทแล็บอัจฉริยะแห่งแรกของไทย พัฒนาการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รศ.ดร.สุชาติ เซียงฉิน รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยถึงการจัดเปิดสมาร์ทแล็บอัจฉริยะ (Smart IA Lab) ว่า ห้องแล็บ ดังกล่าว ถือเป็นแห่งแรกของไทย โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) รวมพลังประชารัฐจับมือกับ บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ประกอบด้วย ความล้ำหน้าของเทคโนโลยีอินดัสเทรียลออโตเมชั่น (Industrial Automation) เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์ กระตุ้นนวัตกรรม และหนุนสตาร์ทอัพผู้ประกอบการใหม่ พัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างยั่งยืนซึ่งเป็นการรองรับงานภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยยังขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มวิศวกรที่จะนำระบบ Industrial Automation (IA) ไปออกแบบปรับปรุงและพัฒนาโรงงานและระบบการผลิตสู่อุตสาหกรรม 4.0 2.กลุ่มที่จะบำรุงรักษา Industrial Automation (IA) และ 3.กลุ่มที่มีทักษะในการเป็นผู้ใช้ระบบ Industrial Automation (IA) โดยโครงการ Smart IA Lab นี้ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ได้สนับสนุนส่งมอบอุปกรณ์ไฮเทคแก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีออโตเมชั่น (Industrial Automation) ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรนักศึกษาไทย ด้านทักษะอุตสาหกรรม 4.0 สู่ไทยแลนด์ 4.0 นำไปต่อยอดนวัตกรรม เสริมสร้างแนวทางการเรียนการสอนที่ส่งเสริมสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการใหม่ที่ใช้ดิจิตอลเทคโนโลยีให้สอดรับกับการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0)

นายเกษมสันต์ เครือธร ผู้จัดการภาคพื้นอาวุโส บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในสมาร์ทแล็บอัจฉริยะ Smart IA Lab มีชุดอุปกรณ์ที่ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีครบครันและเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน 4 กลุ่ม และเชื่อมโยงข้อมูลทำให้ภาพรวมระบบออโตเมชั่นที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากห้องแล็บแบบเดิม ที่สอนแยกส่วนกัน เช่น PLC 1 ห้องเรียน และ Drive 1 ห้องเรียน และไม่มีการสอน เรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อระหว่างผู้ใช้กับเครื่องจักร หรือ HMI กับอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรกล หรือ Servo ทำให้นักศึกษาไม่เห็นภาพที่ชัดเจน และ HMI สามารถทำ Function ได้สองแบบ คือ E-Remote โดยควบคุมผ่าน Smart Phone กับ E-Server ดึงข้อมูลมาเก็บที่Data Base ได้ ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เตรียมพร้อมสู่การทำงานจริงต่อไปในยุคไทยแลนด์ 4.0

ยัง‘เนืองแน่น’ เข้ากราบพระบรมศพ 1เดือนทะลุกว่า1ล้านราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247003

ยัง‘เนืองแน่น’  เข้ากราบพระบรมศพ  1เดือนทะลุกว่า1ล้านราย

ยัง‘เนืองแน่น’ เข้ากราบพระบรมศพ 1เดือนทะลุกว่า1ล้านราย

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ยัง‘เนืองแน่น’

เข้ากราบพระบรมศพ

1เดือนทะลุกว่า1ล้านราย

ดีเดย์ปล่อยแถวบิ๊กคลีนนิ่ง

1-2ธค.8จุดรอบสนามหลวง

ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 47

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร 8 รูป สวดพระอภิธรรม

ก่อนหน้านี้ เวลา 07.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหา ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

1เดือนกราบพระบรมศพทะลุ1ล.คน

ขณะที่การเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 04.45 น. และตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วประเทศมาเข้าแถวเนื่องแน่น โดยสำนักพระราชวังสรุปจำนวนผู้เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนมี 48,384 คน รวม 31 วันมี 1,043,546 คน และถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,872,098 บาทรวม 31 วันเป็นเงิน 79,459,776.50 บาท

ราชสกุลวางพวงมาลาถวายสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักพระราชวังอนุญาตให้ราชสกุลทุกมหาสาขานำพวงมาลาเข้าถวายราชสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บริเวณด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม โดยวันนี้เวลา 05.50 น.สมาชิกราชสกุลจันทรทัตนำพวงมาลามาถวายราชสักการะเป็นราชสกุลลำดับล่าสุด

28พย.ทุบสถิติ4.8หมื่นคน

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1แถลงหลังประชุมคณะกรรมการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)ว่า สถานการณ์ทั่วไปที่สนามหลวงจนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายนมีประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประมาณ 48,000 คน ถือเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพสำหรับสถิติประชาชนที่เข้ากราบสักการะในวันจันทร์-ศุกร์ โดยเข้าสักการะแล้วเสร็จใน 23.15 น. ถือว่าการบริหารจัดการในภาพรวมดีขึ้นมาก

30พย.ปล่อยขบวนบิ๊กคลีนนิ่ง

สำหรับวันที่ 1-2 ธันวาคม ซึ่งจะมีกิจกรรม Big Cleaningนั้น พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.)เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนโดยผู้ว่าฯกทม.จะเป็นประธานปล่อยขบวนเจ้าหน้าที่ 80 คน พร้อมรถดูดเลน 5 คัน รถบรรทุกน้ำ 5 คัน และรถดับเพลิง 4 คัน เพื่อทำความสะอาดท่อระบายน้ำบริเวณพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง 8 จุด โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เวลา 01.30 น.วันที่ 1 ธันวาคม

วธ.เผยแพร่48คำศัพท์พระราชพิธี

ที่ทำเนียบฯ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)เปิดเผยว่า สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ค้นคว้าเรียบเรียงคำศัพท์ที่เกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโบราณราชประเพณีดังกล่าว ให้หน่วยงานต่างๆ สื่อมวลชน ประชาชน นักเรียนนักศึกษานำไปใช้ได้ถูกต้องเหมาะสม โดยคำศัพท์ที่รวบรวมครั้งนี้มี 48 คำที่แสดงให้เห็นภาพรวมงานพระราชพิธีพระบรมศพ ตั้งแต่การบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง รวมถึงคำศัพท์ในพระราชพิธีที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ และได้รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวกับคติความเชื่อที่ไม่ปรากฏแล้วในปัจจุบัน ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดได้ในเว็บไซต์ วธ. http://www.m-culture.go.th

เปิดตัวบุคคลใน9ภาพเล่าความรู้สึก

วันเดียวกัน นายวีระยังแถลงข่าว “9 ภาพแห่งความจงรักภักดี” พร้อมเปิดตัว 11 บุคคลที่ปรากฎใน 9 ภาพ ซึ่งมาถ่ายทอดความรู้สึก บอกเล่าเหตุการณ์พระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งในจดหมายเหตุเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งติดต่อมาครบทั้งหมดแล้ว คือ นางจินตนา มากดวงเพียร น.ส.จันทร์ฉาย มาลีสุทธิกุล น.ส.นิธิวีร์ ว่องแพร่วิชย์ และน.ส.ปริมประภัสร์ โล่ห์ประธาน ด.ช.ภูมิทรัพย์ เนรกัณฐีสกุล นายสุรียา เนรกัณฐีสกุล นายศักดา สัจจะมิตร นางมาลิน โกไศยกานนท์ นางปราณี เลาหวิวัฒน์ อายุ 53 ปี น.ส.ทรรศมน อิ่มรัมย์ และนางดลนภา กลัดบุปผา

นศ.อุดรจัดแสดงภาพวาดในหลวง

ขณะที่ทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงทำเพื่อพสกนิกรของพระองค์มาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ โดยที่ศูนย์การค้ายูดีทาวจ.อุดรธานี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี สาขาทัศนศิลป์ ปี 1-4 รวมพลังวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อนำมาจัดนิทรรศการรำลึก “สิ่งที่พ่อทำ คำที่พ่อสอน” ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ พร้อมนำคำสอนของพระองค์มาเผยแพร่ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม

ร้อยเอ็ดร่วมบริจาคเลือด999ถุง

ที่จ.ร้อยเอ็ด นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด แถลงข่าวจัดกิจกรรมโครงการ “999 ดวงใจ ร่วมร้อยใจบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ ยังตามรอยเบื้องพระยุคลบาท และพระบรมราโชวาท “รู้รัก สามัคคี” โดยส่งเสริมให้ประชาชนบริจาคโลหิต ตลอดเดือนธันวาคมให้ได้ 999 ถุง ซึ่งพิธีเปิดงานจะมีขึ้นวันที่ 5 ธันวาคม ที่รพ.ร้อยเอ็ด หลังจากนั้นประชาชนสามารถไปบริจาคโลหิตได้ตลอดเดือนธันวาคมที่ธนาคารเลือด รพ.ร้อยเอ็ด

ประกาศผลต้นกล้านักประดิษฐ์ ผลงานนักเรียน นักศึกษา ทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246922

x

ประกาศผลต้นกล้านักประดิษฐ์ ผลงานนักเรียน นักศึกษา ทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กระทรวงพลังงานประกาศผลรางวัล “ต้นกล้านักประดิษฐ์ระดับประเทศ“ ซึ่งเป็นการจัดประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงาน และกิจกรรมค่ายต้นกล้าพลังงาน เป็นโครงการที่เปิดเวทีให้เยาวชนได้คิดค้น วิจัย และทดลองนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานเพื่อโลกสีเขียว โดยผลงานของเยาวชนที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันและเชิงพาณิชย์ได้ ถือว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้และขยายเครือข่ายการสื่อสารด้านพลังงานในกลุ่มเยาวชนและครู ปีที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมพลังงานเพื่อโลกสีเขียว 2559 (Innovation for Green Globe 2016)” โดยคณะกรรมการตัดสิน ประกอบด้วย ผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สถาบันวิจัยและพัฒนาอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะอาจารย์จาก 5 มหาวิทยาลัยของรัฐ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีทีมเยาวชนที่ชนะการประกวดจากระดับภาคทั้ง 5 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ เข้าสู่รอบชิงแชมป์ระดับประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 60 ทีม แบ่งเป็นระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 20 ทีมมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 20 ทีม และอาชีวศึกษาจำนวน 20 ทีม ทีมที่ชนะการประกวดและได้รับรางวัลตามลำดับ ดังนี้

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเชื้อเพลิงจากซังข้าวโพดหลังจากการกำจัดคราบน้ำมันจากน้ำทิ้งของโรงเรียนหนองฉางวิทยา จังหวัดอุทัยธานี, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเตาเผาข้าวหลามประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ของโรงเรียนร่มเกล้า กาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี, ระดับอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ผลงานทุ่นเตือนภัยร่องน้ำพลังงานคลื่นทะเล ของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พสกนิกรเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพร.9 (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246876

พสกนิกรเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพร.9 (ประมวลภาพ)

พสกนิกรเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพร.9 (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.03 น.

29 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ว่า เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก ตั้งแต่เวลา 04.45 น. และในเวลา 04.50 น. เป็นประชาชนทั่วไป โดยมีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างเนื่องแน่น

ด้าน นางกนกวรรณ ตันติวานิช อายุ 46 ปี ชาว ต.ละแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ตนพร้อมญาติๆ ได้เหมารถตู้เดินทางมาถึงท้องสนามหลวงเวลา 03.00 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพช่วง 08.45 น. รู้สึกดีใจปลาบปลื้มมากที่ได้มากราบพระองค์ในพระบรมมหาราชวัง ไม่ว่าพวกเราจะเดินทางไกลและมีอุปสรรค์แค่ไหนก็มาเพื่อพ่อหลวง เพราะที่ผ่านมาในหลวง ร.9 ท่านทำเพื่อลูกมามากแล้ว ท่านทรงไปช่วยเหลือราษฎร์ทุกหนแห่งไปไม่ว่าจะทุรกันดารแค่ไหน

“รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ในหลวง ร.9 ท่านรักประชาชนมาก พระองค์ท่านอยู่ประชาชนรู้สึกอบอุ่นเพราะท่านเสด็จไปช่วยเหลือประชาชนทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะไกลแค่ไหนพระองค์ท่านก็เสด็จไปช่วยเหลือ ทรงมีโครงการหลวงเข้าไปช่วยให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้ มีโครงการแก้มลิงแก้ปัญหาน้ำท่วมและกักเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาหน้าดินและช่วยระบบนิเวศของต้นน้ำลำธาร รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ สิ่งที่จะตอบแทนพระองค์ท่านได้คือการทำความดีเพื่อสังคม รู้รักสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และอบรมสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดี”

ขณะที่ น.ส.สุมินตรา วรฉันท์ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จ.ระยอง เดินทางมาพร้อมคณะครูและนักเรียนชั้นเดียวกัน รวม 120 คน มาต่อแถวตั้งแต่ตีห้าและได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เผยความรู้สึกว่า แม้ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน ง่วงบ้าง แต่ไม่มีความเหนื่อยล้าเลย พอได้เข้าถวายสักการะรู้สึกภูมิใจเพราะเป็นความตั้งใจที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมา ทั้งนี้ตนไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ แต่ได้รับการบอกเล่าว่าพระองค์เสด็จฯ มาเยี่ยมราษฎรที่ จ.ระยอง 2 ครั้งด้วย ไม่ต่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่ก่อเกิดโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้อยู่ดีกินดี

“หนูชื่นชอบโครงการปลูกหญ้าแฝกมาก เพราะคุณย่าเป็นคนลำปาง ได้นำหลักด้านการเกษตรนี้มาใช้ เพื่อลดปัญหาฝนและน้ำเซาะหน้าดินเสียหาย ด้วยสำนึกฝนพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตนตั้งใจจะปฏิบัติตนเป็นคนดี โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ อย่างการทิ้งขยะให้ถูกที่ไม่มักง่าย” น.ส.สุมินตรา กล่าว

ส่วน นายณรงค์ฤทธิ์ ปิยะสุข อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า ตอนมาถึงบริเวณสนามหลวงเวลาประมาณตี 4 รู้สึกตกใจที่เห็นผู้คนมากมายมาเข้าแถวรออยู่ก่อนแล้ว แต่ใจหนึ่งก็เข้าใจดีเพราะได้เห็นในเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เปิดในโรงหนังที่คนเรือนหมื่นเรือนแสนพร้อมใจกันมาด้วยความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้ถ้าทางโรงเรียนไม่จัดพามาก็คงไม่มีโอกาส เพราะหากมาเองติดปัญหาหลายอย่าง ถึงแม้ว่าจะเกิดมาไม่ทันที่พระองค์ท่านเสด็จทรงงานทั่วพื้นที่ แต่ก็ติดตามจากสื่อและเอกสารต่างๆ รู้สึกว่าท่านมีพระปรีชาสามารถมาก ทั้งวิทยาศาสตร์ ดนตรี หรือกีฬา ครั้งหนึ่งเคยอ่านเจอว่าเสด็จไปทรงงานบนดอยแล้วเป็นหวัด แต่ก็ทรงไม่ท้อยังคงทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนจนเสร็จ เราเห็นแล้วก็เหนื่อยแทนท่าน ส่วนตัวจะตั้งใจนำคำสอนของพระองค์มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตตั้งใจเรียน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ช่วยเหลือสังคม และพัฒนาชุมชนหากมีโอกาส

89นักปั่นนาทวีออกจากจ.พังงา มุ่งสู่กทม.เพื่อถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246873

89นักปั่นนาทวีออกจากจ.พังงา มุ่งสู่กทม.เพื่อถวายความอาลัย

89นักปั่นนาทวีออกจากจ.พังงา มุ่งสู่กทม.เพื่อถวายความอาลัย

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.48 น.

29 พ.ย.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคมนียเขต(วัดคึกคัก) ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายจำรัส หลีเจี้ย กำนันตำบลคึกคัก พร้อมด้วย กลุ่มจักรยานปั่นสักแป๊บ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ให้การต้อนรับ และร่วมปั่นส่งขบวน 89 นักปั่นจากอำเภอนาทวี จ.สงขลา ผ่านเส้นทางจังหวัดต่างๆ มุ่งหน้าสู่พระบรมมมหาราชวัง ในวันที่ 5 ธ.ค.59 เป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 15 ปี

นายทวี เกื้อลาย ประธานชมรมจักรยานอำเภอนาทวี เผยว่า ชมรมจักรยานอำเภอนาทวี ได้เริ่มทำกิจกรรมปั่นจักรยานจาก จ.สงขลา สู่ จ.กรุงเทพฯ เพื่อร่วมถวายพระพร แด่ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ครั้งแรก ในวันที่ 5 ธ.ค.2544 และทำต่อมาเรื่อย ๆ รวม 8 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้ เป็นครั้ง ที่ 9 ก็ได้มีการเตรียมจัดกิจกรรมเหมือนครั้ง ก่อน ๆ แต่เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต จึงได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์การเดินทาง จาก ถวายพระพร เป็น ร่วมถวายอาลัย แด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แทน

โดยครั้งนี้เหล่านักปั่นทั้ง 89 ชีวิต ที่ร่วมเดินทางมีอายุตั้งแต่ 24 ปี จนถึง 77 ปี ได้เริ่มออกเดินทางจาก จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ผ่านจังหวัดต่างๆ และเข้าแวะพักที่ วัดคมนียเขต ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อช่วงค่ำ และออกเดินทางต่อเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งจะสิ้นสุดการเดินทางในวันที่ 4 ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์38 จ.ระนอง ก่อนจะเดินทางต่อเรื่อยๆ จนสิ้นสุดการเดินทาง ในวันที่ 5 ธ.ค.59 บริเวณท้องสนามหลวง รอมระยะทางเกือบ 1,300 กิโลเมตร เพื่อร่วมทำกิจกรรมถวายความอาลัย ก่อนจะเดินทางกลับจังหวัดสงขลา

มท.1เผยรอสำนักพระราชวัง กำหนดปชช.เข้าถวายสักการะรอบต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246857

มท.1เผยรอสำนักพระราชวัง กำหนดปชช.เข้าถวายสักการะรอบต่อไป

มท.1เผยรอสำนักพระราชวัง กำหนดปชช.เข้าถวายสักการะรอบต่อไป

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.01 น.
29 พ.ย.59 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยให้ประชาชนจากต่างจังหวัด เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะหมดรอบในวันที่ 20 ม.ค.60 ว่า ในรอบต่อไปขึ้นอยู่กับสำนักพระราชวัง ว่ากำหนดให้ประชาชนเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพอย่างไร จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว และยืนยันว่าหากทราบรายละเอียดจะจัดอย่างต่อเนื่อง