ไอซิสบุกตีเมืองโบราณ ‘พัลไมรา’ รอบใหม่ ยึดได้ทุกพื้นที่แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/808386

 

ภาพซึ่งเผยแพร่โดยสื่อของไอซิส อ้างว่านักรบของพวกเขาอยู่ในเมืองพัลไมราแล้ว

กลุ่มสังเกตการณ์ในซีเรียเผย กลุ่มรัฐอิสลาม สามารถยึดเมืองพัลไมรา ที่ฝ่ายรัฐบาลยึดคืนไปเมื่อช่วงต้นปี ได้ทุกพื้นที่แล้ว หลังจากปะทะกับกองทัพซีเรียมาหลายวัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) บุกยึดเมืองโบราณ พัลไมรา ได้ทุกพื้นที่แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธ.ค. หลังจากกลุ่มไอซิสเริ่มบุกโจมตีเมืองแห่งนี้อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน และเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับกองทัพรัฐบาลซีเรีย ที่ได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกมาระบุว่า อากาศยานของพวกเขาออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศมากกว่า 60 ครั้ง สามารถสังหารนักรบไอซิสได้กว่า 300 คน รวมทั้งทำลายรถถัง 11 คัน และยานพาหนะอีก 31 คัน ทำให้นักรบของกลุ่มไอซิสล่าถอยออกจากเมืองพัลไมรา

อย่างไรก็ตามล่าสุดนายรามี อับเดล เราะห์มาน จากกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า “แม้การโจมตีทางอากาศจะยังดำเนินต่อไป ไอซิสก็ยังสามารถยึดพื้นที่ทั้งหมดของเมืองพัลไมรา หลังจากกองทัพซีเรียถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางใต้ของเมือง” ขณะที่ยังมีการต่อสู้กันระหว่างทั้งสองฝ่ายในพื้นที่นอกเมือง

ทั้งนี้ กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดเมืองโบราณ พัลไมรา คืนจากกลุ่มไอซิสได้เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ไอซิสเปิดฉากโจมตีเมืองแห่งนี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ก่อนจะสามารถบุกเข้าเมืองได้ในวันเสาร์ที่ผ่านมา

 

สลด! โบสถ์ไนจีเรียถล่มทับผู้คนดับ 160 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 22:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/808366

 

โบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่ทางใต้ของประเทศไนจีเรียพังถล่มเมื่อวันอาทิตย์ ทับผู้คนที่มาสวดมนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง 160 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธ.ค. เกิดเหตุคานเหล็กและเพดานของโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองอูโย ทางตอนใต้ของประเทศไนจีเรีย พังถล่มลงมาใส่ผู้คนจำนวนมากที่มาสวดมนต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 160 ราย ขณะที่ดร. เอเตเต ปีเตอร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอูโย ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก

โบสถ์ที่เกิดเหตุกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคนงานกำลังเร่งรีบทำงานให้เสร็จก่อนถึงพิธีแต่งตั้งบาทหลวง อาคาน วีกส์ ผู้ก่อตั้งโบสถ์แห่งนี้เป็นบิชอป หรือหัวหน้าบาทหลวง โดยในช่วงเวลาการเกิดเหตุ มีประชาชนหลายร้อยคนรวมทั้งนาย อูดอม เอมมานูเอล ผู้ว่าการรัฐ อควา อิบอม อยู่ภายในด้วย แต่นายเอมมานูเอลและบาทหลวงวีกส์ หนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่นายอุเคเม เอยิบิโอ นักวิเคราะห์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งเดินทางมาถึงโบสถ์ที่พังถล่ม ไม่นานหลังเกิดเหตุ ระบุว่า เขากับคนอื่นๆ อีก 3 คนสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาจากซากปรักหักพังได้ 10 ราย แต่พวกเขาไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ส่วนกลางของโบสถ์เนื่องจากคนงานเตือนว่าเสี่ยงมีการถล่มเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายเอเคเรเต อูโดห์ โฆษกของผู้ว่าฯ เอมมานูเอล ระบุว่า รัฐบาลของรัฐอควา อิบอม จะดำเนินการสอบสวนว่ามีผู้ละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยในการสร้างอาคารหรือไม่ โดยไนจีเรียเป็นประเทศที่เกิดเหตุตึกถล่มบ่อยเนื่องจากการทุจริตคอรัปชั่นของผู้รับเหมา ที่ใช้วัสดุคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานและยังทุจริตคอรัปชัน ติดสินบนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ.

 

แฟนบอลตุรกีช็อก เหยื่อบึมสนั่นใกล้สนามฟุตบอลในอิสตันบูล ตาย 29 เจ็บ166

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 08:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807771

 

ระทึก ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดสะเทือนขวัญ 2 ครั้งซ้อน ใกล้สนามฟุตบอลในนครอิสตันบูล ของตุรกี หลังจบศึกฟาดแข้งระหว่าง 2 ทีมดัง เพิ่มเป็น 29 เจ็บระนาวกว่า 160  คาดกลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุด้วยคาร์บอมบ์และมือระเบิดพลีชีพ

เมื่อ 11 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุระเบิดรุนแรง 2 ครั้งซ้อนใกล้กับสนามฟุตบอล‘โวดาโฟน อารีนา’ ของสโมสรฟุตบอล เบซิคตัส ในนครอิสตันบูล ของตุรกี เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตุรกีคาดกลุ่มคนร้ายลงมือโดยใช้ระเบิดติดรถยนต์ หรือคาร์บอมบ์ รวมทั้งยังส่งมือระเบิดพลีชีพมาก่อเหตุโจมตี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 160 ราย

บีบีซีรายงาน เหตุระเบิดเกิดขึ้นหลังแมตช์ดวลแข้งระหว่างทีมสโมสรชั้นนำของตุรกี ‘เบซิคตัส เจเค’ กับทีม ‘บูร์ซาสปอร์’ ได้จบลงไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง และแฟนบอลส่วนใหญ่ได้ทยอยเดินออกจากสนามฟุตบอลกันไปแล้ว โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์เผยด้วยความระทึกว่า พวกตนได้ยินเสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่น หลังเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งด้วย


ด้านสถานีโทรทัศน์ NTV ของตุรกีรายงานว่า เป้าหมายแรกที่กลุ่มคนร้ายก่อเหตุ โจมตี เป็นรถบัสที่นำตำรวจปราบจลาจลมาคอยรักษาความปลอดภัยระหว่างการแข่งขันฟุตบอลของสองทีมดังในตุรกี โดยมีการเผยแพร่ภาพสะเทือนใจลงในอินสตาแกรมแสดงให้เห็นหมวกกันน็อกของเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายเกลื่อนถนน และสภาพรถบัสที่ได้รับความเสียหายหลังโดนระเบิดโจมตี



สนามฟุตบอลของสโมรสรเบซิคตัส หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงในบริเวณใกล้กับสนามฟุตบอล

บีบีซี แจ้งว่า นายสุไลมาน ซอยลู รมว.มหาดไทยของตุรกี คาดว่าเหตุระเบิดโจมตีรถบัสบรรทุกตำรวจปราบจลาจลเป็นระเบิดแบบคาร์บอมบ์ ส่วนระเบิดจุดที่ 2 เกิดขึ้นใกล้สวนสาธารณะมัคกา ปาร์ก นั้น เชื่อว่าเป็นระเบิดพลีชีพ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุระเบิดสะเทือนขวัญในนครอิสตันบูลของตุรกีในคราวนี้.

 

ระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีตำรวจ ใกล้สนามฟุตบอลตุรกี ดับ 13 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807697

 

เกิดระเบิด 2 ระลอกใกล้สนามฟุตบอลในนครอิสตันบูลเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 รายและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยคาดว่าเป้าหมายการโจมตีจะเป็นตำรวจหน่วยพิเศษ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดระเบิด 2 ระลอก ใกล้สนามฟุตบอล ‘โวดาโฟน อารีนา’ ในพื้นที่ตอนกลางของนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจับการแข่งขันระหว่างทีม บูร์ซานสปอร์ และเบซิคตัส 2 ทีมชั้นนำในลีกสูงสุดของตุรกี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นตำรวจ

นายสุไลมาน ซอยลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตุรกีระบุว่า เกิดระเบิดที่คาดว่าเป็นระเบิดรถยนต์ (คาร์บอมบ์) บริเวณใกล้จุดที่ตำรวจกองกำลังพิเศษประจำการอยู่ ต่อมามีรายงานระเบิดลูกที่ 2 ใกล้สวนสาธารณะมัคกา ซึ่งเชื่อว่าเป็นระเบิดฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

ด้านนาย อาคิฟ ชากาทาย คิลิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกีฬาของตุรกี ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “ผมขอประณามการโจมตีอันโหดร้ายที่อิสตันบูล เหล่าผู้ที่กำลังโจมตีความสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นของประเทศเราจะไม่มีวันได้รับชัยชนะ” ส่วนนาย อาเหม็ด อาร์สลาน รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการก่อการร้าย

ขณะที่นายเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งอยู่ในนครอิสตันบูลในช่วงเวลาเกิดเหตุ ได้ติดต่อกับผู้บังคับการตำรวจอิสตันบูลและนายกรัฐมนตรีแล้ว และกำลังติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

 

ข่าวกรองมะกันแฉ! รัสเซียแทรกแซงช่วย ‘ทรัมป์’ ชนะเลือกตั้งปธน. 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 04:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807666

 

หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ มั่นใจ รัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แฮกคอมพิวเตอร์ช่วย โดนัลด์ ทรัมป์ โค่นนาง ฮิลลารี คลินตัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ มีข้อสรุปว่า พวกเขามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า พฤติกรรมซ่อนเร้นของรัสเซียในช่วงท้ายของหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016 ทำลายโอกาสของนางฮิลลารี คลินตัน และช่วยสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งในท้ายที่สุดได้เป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้มีการสืบสวนการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยมีเป้าหมายที่พรรคเดโมแครตและนางคลินตัน ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวโทษการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นฝีมือของรัสเซีย

หน่วยข่าวกรองระบุด้วยว่า ข้อสรุปดังกล่าวบางส่วนมีพื้นฐานมาจากการค้นพบอีกชิ้นหนึ่ง ที่ว่ารัสเซียเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน เพิ่มเติมจากการโจมตีคณะกรรมการแห่งชาติของพรรคเดโมแครตด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ารัสเซียได้ข้อมูลใดจากการเครือข่ายของรีพับลิกัน ในขณะที่รัสเซียส่งข้อมูลของเดโมแครตให้เว็บไซต์จอมแฮ ‘วิกิลีกส์’ ซึ่งออกมาเผยแพร่ข้อมูลท่ออีกทอดหนึ่ง

ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ผู้ไม่เปิดเผยนามคนหนึ่ง บอกกับสำนักข่าววอชิงตัน โพสต์ ว่า หน่วยข่าวกลองหลายหน่วยได้ระบุตัวบุคคลที่มีส่วนเชื่อมโยงกับรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งมอบอีเมลที่จากคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครตและอื่นๆ ที่ได้จากการแฮกเจาะระบบ ให้แก่วิกิลีกส์

ทั้งนี้ ฝ่ายเดโมแครตออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างมากหลังจากบัญชีผู้ใช้อีเมลของคณะกรรมการแห่งชาติเดโมแครตและของนาย จอห์น โปเดสตา ประธานทีมหาเสียงของนางคลินตันถูกแฮก และอ้างว่าการแฮกข้อมูลที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจพยายามบ่อนทำลายการหาเสียงของนางคลินตัน

 

โบลิเวียรวบผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 เอี่ยวบินตกคร่าทีม ‘ชาเปโคเอนเซ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807632

 

โบลิเวียจับกุมผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุเครื่องบินตกซึ่งคร่าชีวิตสมาชิกทีมฟุตบอลชาเปโคเอนเซเกือบทั้งทีม เมื่อปลายเดือนก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการของประเทศโบลิเวียจำคุกผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำผิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตกของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน 2933 ของสายการบิน ลาเมีย แอร์ไลน์ส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 71 ราย และส่วนใหญ่เป็นสมาชิกทีมสโมสรฟุตบอล ‘ชาเปโคเอนเซ’ ของบราซิล โดยมีผู้รอดชีวิตเพียง 6 คน

นายกุสตาโว บาร์กาส บิเยกาส อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานการบินพลเรือนโบลิเวีย ถูกจับกุมตัวเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. และจะถูกควบคุมตัวในห้องขังไปจนกว่าจะมีการขึ้นศาลในข้อหา ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการออกใบอนุญาตปฏิบัติการให้แก่เครื่องบิน แอฟโร อาร์เจ85 ลำที่ประสบเหตุตกในโคลอมเบีย ขณะที่กำลังพาทีมชาเปโคเอนเซ ไปยังเมืองเมเดยิน เพื่อแข่งขันฟุตบอลรายการ ‘โกปา ซูดาเมริกานา’ รอบชิงชนะเลิศนัดแรก

ก่อนหน้านี้ นาย กุสตาโว บาร์กาส แกมโบอา อดีตประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทการบินเช่าเหมาลำ ลาเมีย บิดาของนายบิเยกาส ถูกจับกุมและคุมขังไปเมื่อวันพฤหัสบดี และกำลังรอขึ้นศาลดำเนินคดีในข้อหาหลายอย่างรวมทั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตโดยไม่เจตนา แต่พ่อลูกคู่นี้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ทั้งนี้ เที่ยวบิน 2933 ตกเมื่อวันที่ 28 พ.ย. โดยพบข้อบ่งชี้ว่าเครื่องบินลำนี้ไม่มีเชื้อเพลิงขณะที่ตก ทำให้เกิดการตั้งคำถามขึ้นว่า ทำให้เครื่องบินลำนี้จึงพยายามบินข้ามประเทศ (จากโบลิเวียไปโคลอมเบีย) ทั้งที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีเชื้อเพลิงในถังน้อยกว่าความต้องการ ขณะที่มีรายงานด้วยว่า นักบินของเครื่องบินลำนี้ยกเลิกเติมน้ำมันที่เมืองโคบิจา ทางตอนเหนือของโบลิเวียด้วย

 

อิเหนาอ่วม! ยอดผู้พลัดถิ่นเหตุแผ่นดินไหว 6.5 พุ่ง 45,000 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807617

 

ทางการอินโดนีเซียเผย จำนวนผู้ที่ต้องพลัดถิ่นที่อยู่เพราะแผ่นดินไหวระดับ 6.5 ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็น 45,000 คนแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงออกปฏิบัติการค้นหาโดยหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศอินโดนีเซียเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. ว่า จำนวนประชาชนที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากผลกระทบของแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.5 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดอาเจะห์ บนเกาะสุมาตรา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 45,000 คนแล้ว

นายสุโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ตัวเลขประเมินจำนวนผู้ไร้บ้านยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความพยายามบรรเทาทุกข์ได้ขยายวงออกไปยัง 3 เขตที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแล้ว

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน แรงสั่นสะเทือนยังทำลายหรือสร้างความเสียหายให้สิ่งปลูกสร้างมากกว่า 11,000 หลัง ส่วนใหญ่เป็นบ้านและมีมัสยิดกับโรงเรียนอีกหลายร้อยแห่ง โดยขณะนี้ผู้พลัดถิ่นกำลังพักอาศัยอยู่ในที่หลบภัยชั่วคราว, มัสยิด หรือบ้านญาติ

เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่นำสุนัขดมกลิ่นออกค้นหาศพผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ที่อาจรอดชีวิตซี่งอาจติดอยู่ได้ซากปรักหักพังเพิ่มเติมในเมืองเมอูเรอูดู รวมทั้งอีก 4 พื้นที่ในเขต ปีดีจายา ซึ่งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวมากที่สุด

ด้านรัฐบาลออสเตรเลียออกมาระบุในวันเสาร์เช่นกันว่า พวกเขาจะมอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 26 ล้านบาท) ให้แก่อินโดนีเซีย

 

รถไฟขนสินค้าบัลแกเรียตกรางก่อนระเบิด ดับ 5 เจ็บ 29 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ธ.ค. 2559 23:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807597

 

เกิดเหตุรถไฟบนสารเคมีตกรางและระเบิดในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบัลแกเรียเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย และมีบ้านเรือนได้ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. รถไฟขนสารเคมีขบวนหนึ่งในประเทศบัลแกเรีย ตกรางและระเบิดใกล้หมู่บ้านฮิตริโน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 29 คน ในจำนวนนี้ 3 คนมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนและอาคารสาธารณะได้รับความเสียหายกว่า 50 หลังอีกด้วย


ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจาะแรงระเบิดและไฟไหม้

ตามการเปิดเผยของตำรวจ รถไฟขบวนนี้บรรทุกแทงก์บรรจุสาร ‘โพรพิลีน’ ซึ่งมีคุณสมบัติไวไฟอย่างมากมาถึง 12 แทงก์ ก่อนตกรางที่สถานีรถไฟของหมู่บ้านฮิตริโน โดยหนึ่งในแทงก์ดังกล่าวชนเข้ากับเสาไฟฟ้าแรงสูงทำให้เกิดระเบิดไฟลุกท่วม แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนและอาคารสาธาธารณะพังทลายหลายสิบหลัง มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังมากมาย ขณะที่ทางการส่ังอพยพประชาชนทั้งหมดออกจากหมู่บ้านแล้ว เพื่อเคลื่อนย้ายสารโพรพิลีนอย่างปลอดภัย


แรงระเบิดทำให้อาคารบ้านเรือนถูกทำรายหรือได้รับความเสียหาย

ด้านนาย จอร์จี คอสตอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบัลแกเรียเผยว่า ระเบิด 2 ระลอกทำให้เกิดไฟไหม้รุนแรงและอาคารพังทลายอย่างน้อย 20 หลัง มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นแผลไฟไหม้ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 200 คนกำลังพยายามควบคุมเพลิงและหล่อเย็นแทงก์บรรจุสารเคมีเพื่อไม่ให้เกิดการระเบิดซ้ำ ส่วนทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดยู่ใต้ซากปรักหักพังของบ้านเรือนใกล้รางรถไฟ


เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำเพื่อให้ความเย็นแก่ถังบรรจุสารเคมีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระเบิด

ทั้งนี้ รัฐบาลบัลแกเรียเปิดเผยว่าพวกเขาเตรียมประกาศให้มีการไว้อาลัยต่อผู้ประสบเหตุร้ายครั้งนี้ในวันจันทร์ ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอยโก บอริซอฟ เดินทางถึงหมู่บ้านที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบความเสียหาย ส่วนอัยการบัลแกเรียกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ โดยเชื่อว่าสาเหตุขออุบัติเหตุครั้งนี้อาจมาจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือความผิดปกติของรถไฟ

 

ทรัมป์ตั้งคนยี้ขึ้นค่าแรงเป็น รมว.แรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ธ.ค. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806947

 

ว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยเมื่อ 8 ธ.ค.ว่า สหรัฐฯ จำต้องพัฒนาความสัมพันธ์กับจีน แม้เคยวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจของจีนและความล้มเหลวช่วยเรื่องเกาหลีเหนือ ทรัมป์ยังย้ำถึงนโยบายที่หาเสียงไว้ว่าสหรัฐฯและแรงงานชาวอเมริกันต้องได้ผลประโยชน์ทั่วทุกมุมโลกก่อนเป็นอันดับแรก และมุ่งเป้าสองข้อคือซื้อของอเมริกันและว่าจ้างชาวอเมริกัน รวมถึงเดินหน้ากดดันบริษัทเอกชนไม่ให้ย้ายงานไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศชื่อนายแอนดี้ พุซเดอร์ ผู้บริหารร้านฟาสต์ฟู้ดเป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ซึ่งพุซเดอร์คัดค้านความพยายามของพรรคเดโมแครตที่จะเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 15 เหรียญสหรัฐฯ และเคยสนับสนุนให้นายจ้างใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์แทนแรงงานเพื่อรักษาต้นทุนค่าแรง

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี มิเชล เทเมอร์ แห่งบราซิล เตรียมต่อสายคุยกับทรัมป์สัปดาห์หน้า เพื่อหาช่องทางด้านธุรกิจ หลังค่าเงินเรียลของบราซิลอ่อนตัวลง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสัดส่วนการตลาดในสหรัฐฯ หากทรัมป์ปฏิบัติตามที่สัญญาจริงทั้งขอเจรจาการค้าใหม่หรือถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาช่วง (outsourcing) ซึ่งดูแลรับผิดชอบงานแทนกลุ่มบริษัทสหรัฐฯในฟิลิปปินส์ที่กำลังเติบโตขนาดใหญ่เริ่มวิตกกังวล ทั้งจากคำขู่ของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ที่ต่อต้านอเมริกันและคำพูดของทรัมป์.

 

ยูเอ็นขอซูจีเยี่ยมชาวยะไข่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ธ.ค. 2559 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/806946

 

นายวิชัย นัมเบียร์ ที่ปรึกษาพิเศษของนายบัน คีมูน เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเมื่อ 8 ธ.ค. เรียกร้องให้นางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยรัฐบาลเมียนมา ลงพื้นที่เยี่ยมชาวมุสลิมโรฮีนจาในเมืองเมาง์ดอและเมืองบูติเดาง์ ที่รัฐยะไข่ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าจะได้รับความคุ้มครองปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ท่ามกลางการกล่าวหารัฐบาลเมียนมากับกองทัพที่บุกกวาดล้างมุสลิมโรฮีนจาด้วยวิธีการรุนแรง ขณะที่นางซูจีออกมากล่าวโทษประชาคมโลกเมื่อ 2 ธ.ค. ว่า เป็นฝ่ายสุมไฟให้เกิดความโกรธแค้นระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมา.