แผ่นดินไหวสุมาตรา ตายแล้ว 1 บ้าน-มัสยิด พังครืน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 09:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804027

 

แผ่นดินไหวขนาด 6.4 นอกชายฝั่งเกาะสุมาตราเหนือ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบชาวบ้าน ตายแล้ว 1 ราย บ้านหลายหลัง รวมถึงมัสยิด พังครืน ชาวบ้านวิ่งหนีตาย …

หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 บริเวณนอกชายฝั่งเกาะสุมาตราเหนือ ใกล้เมืองบันดาอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย เมื่อเวลา 05.03 น. ช่วงเช้าที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อ้างสำนักงานจัดการภัยพิบัติของอินโดนีเซีย ว่า พบผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวแล้ว 1 ราย เจ็บแล้วประมาณ 2-3 คน นอกจากนี้ แรงสั่นสะเทือน ยังทำให้อาคารบ้านเรือน หลายสิบหลัง รวมถึงมัสยิด ได้รับความเสียหาย พังถล่มลงมา อย่างไรก็ตาม ไม่มีประกาศเตือนภัยและไม่มีสึนามิซัดเข้าชายฝั่งแต่อย่างใด


ธรณีพิโรธ 6.4 ทางเหนือเกาะสุมาตรา ไม่มีเตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803941

 

(ภาพจาก USGS)

ยูเอสจีเอสรายงาน เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.4 นอกชายฝั่งทางเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ผ่านมา โดยยังไม่มีรายงานความเสียหาย และไม่มีการเตือนภัยคลื่นสึนามิ…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 5:03น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ขึ้นในทะเลทางเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 17.2 กม. ห่างจากเมืองซิกลี ในจังหวัดอาเจะห์ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 35.1 กม. และห่างจากเมืองบันดา อาเจะห์ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 108.5 กม.

ในเบื้องต้น ยังไม่มีรายงานว่าเกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และยังไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

 

มะกันจ่อคืนดินแดนบนเกาะโอกินาวะให้ญี่ปุ่น หลังคุมตั้งแต่จบสงครามโลก 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803892

 

ชาวเกาะโอกินาวะชุมนุมประท้วงในเมืองนาฮะ เรียกร้องให้สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากพื้นที่

สหรัฐฯ เตรียมคืนพื้นที่ขนาดเกือบหมื่นเอเคอร์บนเกาะโอกินาวะให้ญี่ปุ่น หลังจากพวกเขาควบคุมพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงเมื่อ 71 ปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาเปิดเผยในวันอังคารที่ 6 ธ.ค. ว่า สหรัฐฯ เตรียมดำเนินการคืนพื้นที่ขนาด 9,852 เอเคอร์ บนเกาะโอกินาวะ ที่พวกเขาควบคุมมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้แก่ประเทศญี่ปุ่นภายในเดือนนี้

พื้นที่ขนาด 9,852 เอเคอร์ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘เขตฝึกซ้อมตอนเหนือ’ (Northern Training Area) ฐานทัพขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ได้คืนพื้นที่ส่วนใหญ่ของโอกินาวะให้ญี่ปุ่นไปแล้วในปี 1972 หลังควบคุมพื้นที่มานานตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงในปี 1945

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมคนหนึ่งของสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการคืนพื้นที่ครั้งนี้ หลังมีการตกลงกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายในช่วงปี 1990 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตกลงสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 6 แห่ง และถนนหลายสายที่ช่วยให้กองทัพสามารถเดินทางเข้าไปฝึกซ้อมในพื้นที่ดังกล่าวได้

การส่งคืนพื้นที่อย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นในวันที่ 21-22 ธ.ค. โดยนาง แคโรไลน์ เคนเนดี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น และพลโท เจอร์รี มาร์ติเนซ ผู้บัญญาการกองกำลังสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น จะเข้าร่วมในพิธีส่งมอบด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสหรัฐฯ จะยังเป็นผู้บริหารพื้นที่แห่งนี้ต่อไป เนื่องจากเป็นสถานที่ใช้สำหรับการรบในป่าที่สำคัญ

ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีทหารในญี่ปุ่นราว 52,000 นาย แต่หากรวมเจ้าหน้าที่พลเรือนและอื่นๆ จำนวนเจ้าหน้าที่จะมีมากกว่า 100,000 คน โดยความสัมพันธ์ระหว่างทหารสหรัฐฯ และชาวเกาะโอกินาวะ ย่ำแย่ลงมาตลอดโดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งมีเกิดความรุนรงที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพอเมริกันบนเกาะแห่งนี้ถึง 7 ครั้ง และมีการประท้วงใหญ่ของชาวเกาะกว่า 60,000 คน เมื่อเดือนมิ.ย. หลังเกิดเหตุฆาตกรรมหญิงท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่พลเรือนของสหรัฐฯ ถูกจับในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ

 

ศาลสูงญี่ปุ่นเนรเทศเด็กไทยด้วย แม้แม่ยอมกลับประเทศตามเงื่อนไข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ธ.ค. 2559 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803807

 

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ศาลสูงกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ตัดสินยืนคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เนรเทศนายวุฒินันท์ หรือ ‘อ้วน’ ชาวไทยวัย 16 ปี กลับประเทศไทย แม้ว่าก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. ศาลชั้นต้นจะเคยกล่าวไว้ว่า นายวุฒินันท์อาจได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยในญี่ปุ่นต่อไปได้ หากมารดาหรือนางรนแสน พาภักดี หญิงชาวไทยที่ไปลักลอบอยู่ในญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมายกว่า 20 ปี และคลอดนายวุฒินันท์ที่ญี่ปุ่น ยอมเดินทางกลับไทย

ทั้งนี้ ศาลสูงกรุงโตเกียวใช้เวลาอ่านคำตัดสินไม่ถึง 10 วินาที โดยยืนยันให้เนรเทศนายวุฒินันท์กลับไทย สร้างความตื่นตะลึงให้คนที่อยู่ในชั้นศาล เพราะศาลสูงไม่ได้นำเรื่องที่มารดานายวุฒินันท์ยอมถูกเนรเทศ และกลับไทยไปแล้วเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเงื่อนไขของศาลชั้นต้นมาคิดพิจารณา พร้อมระบุว่าถึงนายวุฒินันท์จะอ่านเขียนไทยไม่ออกเพราะเกิดที่ญี่ปุ่น แต่ก็พูดไทยได้และมีอายุมากพอที่จะปรับตัว

ขณะที่นายวุฒินันท์ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาระดับมัธยมในญี่ปุ่น กล่าวว่า รู้สึกเสียใจและเจ็บปวด และอยากอยู่ในญี่ปุ่นต่อไป ส่วนทนายระบุว่านายวุฒินันท์ยังไม่ตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าวหรือไม่.

 

แอลเอคุมเข้มถูกขู่บึ้มรถไฟใต้ดินสายสีแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ธ.ค. 2559 04:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803802

 

สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และตำรวจนครลอสแอนเจลิส (แอลเอ) รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 5 ธ.ค.ว่า ได้สั่งคุมเข้มตามสถานีรถไฟใต้ดินทั่วแอลเอ หลังได้รับการแจ้งเตือนจากตำรวจของประเทศหนึ่งที่ไม่ระบุว่า มีชายคนหนึ่งโทรศัพท์ขู่เป็นภาษาอังกฤษว่าจะมีการลอบวางระเบิดรถไฟสายสีแดง (เรดไลน์) ที่สถานีรถไฟใต้ดิน “ยูนิเวอร์แซล ซิตี้” ใกล้สวนสนุกยูนิเวอร์แซลสตูดิโอใน 6 ธ.ค.

เอฟบีไอระบุว่าคำขู่ดังกล่าว “เฉพาะเจาะจงมาก” และใกล้จะเกิดขึ้น จึงต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยป้องกันไว้ก่อน รวมทั้งระดมตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบจำนวนมากไปอารักขาสถานีต่างๆ ส่วนนายเอริค การ์เซตติ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ และตนจะขึ้นรถไฟไปยังสถานียูนิเวอร์แซล ซิตี้ด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ลอสแอนเจลิสมีรถไฟใต้ดิน 6 สาย มี 93 สถานี ส่วนรถไฟสายเรดไลน์ วิ่งระหว่างใจกลางนครลอสแอนเจลิสกับตอนเหนือของเมือง รวมทั้งย่านฮอลลีวูดและนอร์ทฮอลลีวูด มีผู้โดยสารใช้บริการราว 1,450,000 คนต่อวัน วันเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไมโครซอฟท์ และยูทูบของกูเกิ้ล ประกาศจะร่วมมือกันควบคุมการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับการก่อการร้าย หลังถูกกดดันจากรัฐบาลทั่วโลก.

 

9 บิ๊กแชโบลแจงบริจาคฉาว-ปัดแลกผลประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ธ.ค. 2559 03:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803797

 

ประธานกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ 9 บริษัทหรือ “แชโบล” รวมทั้งซัมซุง ล็อตเตและฮุนได ซึ่งครอบครองรายได้กว่า 50% ของเกาหลีใต้ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก เข้าให้ปากคำต่อกรรมาธิการสภาผู้แทนฯในกรุงโซลเมื่อ 6 ธ.ค.ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนคดีคอร์รัปชันสุดอื้อฉาวซึ่งสะเทือนถึงอำนาจประธานาธิบดีปาร์ก กึน-เฮ ของเกาหลีใต้ จากข้อกล่าวหาปล่อยให้นางชเว ซูน-ซิล เพื่อนสนิท แทรกแซงกิจการรัฐและหาผลประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ผู้นำปาร์กยังต้องลุ้นญัตติกระบวนการถอดถอน (อิมพีชเมนต์) ในรัฐสภาใน 9 ธ.ค.นี้ด้วย

ขณะให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการฯซึ่งถือเป็นครั้งแรกและมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ด้วย ผู้นำของกลุ่มแชโบลทั้ง 9 บริษัท ยอมรับบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เข้ามูลนิธิที่นางชเว ซูน-ซิลตั้งขึ้น แต่ไม่ได้ต่อรองผลประโยชน์

นายฮู ชาง-ซู ประธานจีเอส กรุ๊ป ทำธุรกิจหลายแขนงตั้งแต่พลังงานไปจนถึงค้าปลีก ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธหากรัฐบาลร้องขอ ขณะที่นายลี แจ-ยัง รองประธานและลูกชายผู้ก่อตั้งเครือบริษัทซัมซุง กรุ๊ป เผยว่า ผู้นำปาร์กเคยร้องขอให้ช่วยสนับสนุนโครงการด้านวัฒนธรรมและกีฬาแต่ไม่ได้ระบุยอดเงินที่ชัดเจน ทั้งนี้ ซัมซุงเป็นบริษัทที่บริจาคเงินเข้ามูลนิธิที่นางชเวตั้งขึ้นมากที่สุดคือ 17.46 ล้านดอลลาร์ (ราว 611.1 ล้านบาท)

นายลียังถูกคณะกรรมาธิการฯ เค้นสอบกรณีซัมซุงถูกกล่าวหาบริจาคเงินแลกกับการสนับสนุนการควบคุมรวมกิจการเพื่อกระชับฐานอำนาจนายลีในบริษัทซัมซุง ซึ่งเขาปฏิเสธและว่าไม่เคยบริจาคเพื่อแลกผลประโยชน์ นายลียอมรับได้จัดหาม้าชั้นดี 1 ตัว มูลค่า 855,000 ดอลลาร์ (ราว 29,925,000 บาท) แก่ลูกสาวนางชเว ซึ่งเป็นนักแข่งม้าอาชีพ และรู้สึกเสียใจ ขอโทษที่ซัมซุงเกี่ยวข้องเรื่องอื้อฉาว และจะรับผิดชอบทุกอย่างหากมีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้น

“แชโบล” มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ทำงานใกล้ชิดรัฐบาลเพื่อฟื้นฟูประเทศจากสงครามเกาหลีช่วงปี 2493-96 ปัจจุบันถูกมองเป็นกลุ่มทรงอิทธิพลและเรียกร้องให้ปฏิรูปเพื่อเสริมบรรษัทภิบาลและความโปร่งใส

วันเดียวกัน ผู้นำปักได้กล่าวกับนายชุง จิน-ซุก ผู้นำ ส.ส.พรรครัฐบาล “แซนูรี” ในรัฐสภา ที่เข้าพบและชี้แจงเรื่องที่พรรคแซนูรีต้องเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยสนับสนุนผู้นำปาร์กลาออกโดยสมัครใจในเดือน เม.ย.ปีหน้า เพราะกระแสกดดันจากสาธารณะ โดยผู้นำปาร์กเข้าใจและว่าจะยอมรับผลการอิมพีชเมนต์ซึ่งหากผ่านสภาแล้วยังต้องรอไฟเขียวจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน จึงจะดำเนินการไปทางใดทางหนึ่งได้.

 

ศาลซาอุฯ พิพากษาประหารชีวิต 15 ผู้ต้องหาเป็นสายลับให้อิหร่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803817

 

ศาลของประเทศซาอุดีอาระเบียมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษประหารชีวิตแก่ผู้ต้องหา 15 ราย ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้กับประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นอริกันมานาน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 6 ธ.ค. ศาลพิเศษคดีอาชญากรรมในกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดีอาระเบีย มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษประหารชีวิต 15 ผู้ต้องหาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้ประเทศอิหร่าน และลงโทษจำคุกจำเลยอื่นๆ อีก 15 คน เป็นเวลาระหว่าง 6-25 ปี ขณะที่ตัดสินให้จำเลยอีก 2 คนไม่มีความผิด

ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ประกอบด้วยชาวซาอุดีอาระเบียผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ 30 คน กับชาวอิหร่านและชาวอัฟกานิสถานอีกชาติละ 1 คน โดยหลายคนในจำนวนนี้เคยเป็นลูกจ้างของกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยซาอุฯ, ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย, แพทย์, นายธนาคารและนักบวช

พวกเขาถูกจับกุมตัวในปี 2013 โดยถูกกล่าวหาว่าก่อตั้งเครือข่ายสายลับ และส่งข้อมูลอ่อนไหวทางทหารและข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่อิหร่าน รวมทั้งหาทางบ่อนทำลายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของซาอุฯ, กัดเซาะค่านิยมร่วม และยุยงให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา

นอกจากนี้ ข้อกล่าวหาของคนกลุ่มนี้ยังรวมถึงสนับสนุนการประท้วงในเมืองคาติก ในจังหวัดอีสเทิร์น, รับสมัครคนเพื่อจารกรรมข้อมูล, ส่งรายงานที่เข้ารหัสลับให้หน่วยข่าวกรองของอิหร่านผ่านทางอีเมล และก่อการกบฏต่อต้านกษัตริย์ซาอุฯ

ทั้งนี้ การดำเนินคดีครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นครั้งในรอบหลายปีที่มีชาวซาอุดีอาระเบียถูกกล่าวหาเป็นสายลับ ตอกย้ำให้เป็นความตึงเครียดระหว่างซาอุฯ กับอิหร่าน ที่มีปัญหากันมาตั้งแต่ 1979 อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาล่าสุดยังสามารถอุทธรณ์ได้ และการลงโทษประหารชีวิตจำเป็นต้องได้รับพระราชานุญาตจากกษัตริย์แห่งซาอุฯ เสียก่อน

 

‘เบส’ ขึ้นทอล์คโชว์ เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 ที่ แอลเอ คนแห่ฟังนับพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 01:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803751

 

นักพูดสาว “เบส”อรพิมพ์ รักษาผล ขึ้นทอล์คโชว์ เทิดพระเกียรติ’ในหลวง รัชกาลที่ 9′ ที่ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา  ได้รับความสนใจล้มหลาม คนแห่ฟังนับพัน เตรียมเดินสายพูดต่ออีก หลายเมือง ด้าน นายกสมาคมอีสาน ขึ้นเวที มอบช่ือดอกไม้ให้กำลังใจ ขอให้ทำหน้าที่ต่อไปเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบส นักพูดขวัญใจชาวไทย ซึ่งได้รับเชิญจากองค์กรไทยนิวเยียร์ (สงกรานต์) เฟสติวัล,สภาสตรีไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ และโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกา เยือนแผ่นดินแม่ ให้ไปพูดเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ให้ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มกิจกรรมการพูดเทิดพระเกียรติ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.เวลา 11.00น. ตรงกับวันที่ 5 ธ.ค.เวลา 02.00น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยเข้าร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และแสดงความอาลัยแด่ รัชกาลที่ 9 กับชุมชนไทยในนครลอสแอนเจลิส ในงานบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร ที่วัดไทยนครลอสแอนเจลิส และขึ้นพูดบนเวทีขอให้ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา รวมพลังแสดงความจงรักภักดีทำความดีและสามัคคีกันเพื่อถวายแด่รัชกาลที่ 9 ที่ทรงทำงานหนักเพื่อชาวไทย


จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันเดียวกัน น.ส.อรพิมพ์ หรือ “เบส” ได้เปิดทอล์คโชว์รอบแรกเมืองแรกในชื่อ “เกิดอีก 10 ชาติ ก็ไม่เจอมหาราชชื่อภูมิพล” ที่หอประชุมโรงเรียนพาโนรามา ไฮสคูล โดยมีชาวไทยในนครลอสแอนเจลิส และใกล้เคียง กว่า 1,000 คน เดินทางมาร่วมรับฟัง โดยก่อนเริ่มทอล์คโชว์ทุกคนในหอประชุมได้ร่วมถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นเปล่งเสียง”ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง


บรรยากาศบนเวที ตลอดการทอล์คโชว์เทิดพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปริมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใย แและทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก เพื่อให้ประชาชนชาวไทยอยู่ดีมีสุข โดยมีพระราชโอรส คือ รัชกาลที่ 10 ติดตามเสด็จด้วยในฐานะราชองครักษ์พิเศษ และทรงศึกษาพระราชกรณียกิจจากพระราชบิดาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์เสมอมา มีหลายช่วงที่ผู้ฟังหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัย ช่วงท้าย”เบส” เชิญคณะกรรมการจัดงานและทุกคนในหอประชุม ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และพนมมืออธิษฐานจิตส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พร้อมทั้งขอให้ชาวไทยในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนความคิดถึง”ในหลวง รัชกาลที่ 9″ ให้เป็นพลังทำความดี และอย่าละเลยการทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ขอให้ยึดมั่นรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องเป้นเวลานาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมทอล์คโชว์เทิดพระเกียรติครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาของ “เบส” ได้รับกำลังใจจากตัวแทนสมาคม ชุมชนและแฟนคลับขึ้นมอบช่อดอกไม้ รวมทั้ง นางจันทรา แก้วดี นายกสมาคมอีสานแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ขึ้นมอบช่อดอกไม้ด้วยตนเอง พร้อมพูดให้กำลังใจว่า เข้าใจถึงการพูดของ”เบส” ทำเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขอให้ทำหน้าที่ต่อไป พร้อมกันนี้มีชาวอีสานมาเชียร์ ชูป้ายชื่อจังหวัดกาฬสินธุ์, ศรีสะเกษ เป็นกำลังใจด้วย


นางศรีวงศ์ อาญาสิทธิ์ ประธานไทยนิวเยียร์ (สงกรานต์) เฟสติวัล ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงพลังความจงรักภักดีของชาวไทยที่อยู่ในนครลอสแอนเจลิส

ส่วนนางจุฑาภรณ์ ไชยรัตน์ติเวช นายกสมาคมไทยปักษ์ใต้แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวถึงความรู้สึกว่า หลังจากฟังแล้วการพูดของ”เบส”แล้ว ทำให้สัมผัสถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ลึกซึ้งขึ้น

ขณะที่นายสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานฝ่ายสหรัฐฯ โครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ เปิดเผยว่า ผู้ที่มาฟังต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และการมาร่วมฟังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อ รัชกาลที่ 9 และสถาบันพระมหากษัตริย์


อย่างไรก็ตาม “เบส” เปิดเผยหลังการพูดว่า ประทับใจการต้อนรับของชาวไทยในนครลอสแอนเจลิสมาก ทุกคนมาให้กำลังใจ และถล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตัวเธอที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า การที่ผ่านมาถึงวันนี้ได้ ต้องขอบคุณทุกคน ทั้งผู้จัดงานและคนที่คอยมาให้กำลังใจ รวมไปถึงพ่อแม่ และตัวเอง ก็จะทำหน้าที่ไปพูดในเมืองต่อไปอีก 3 เมือง ที่ลาสเวกัส,ชิคาโก และซานฟรานซิสโก นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเมืองที่ติดต่อขอให้ไปพูด คงต้องดูตารางเดินทาง หากไปได้ก็จะไป.

 

เรือฟริเกตกองทัพอินเดียล้มตะแคงในอู่เรือ ดับ 2 ศพ เจ็บอีก 14

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803727

 

(ภาพจาก twitter / @dperi84)

เรือฟริเกตลำใหญ่ของกองทัพเรืออินเดีย ล้มตะแคงขณะกำลังเข้าจอดในอู่เรือ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือฟริเกต ‘ไอเอ็นเอส เบตวา’ ของกองทัพเรืออินเดีย ซึ่งมีน้ำหนักถึง 3,850 ตัน ยาวมากกว่า 125 ม. และมีขีดความสามารถในการติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี ล้มตะแคง 90 องศา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำเข้าจอดในอยู่เรือ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค.

นาย ดี.เค. ชาร์มาโฆษกกองทัพเรืออินเดียระบุว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตรของประเทศ โดยตอนนี้พวกเขาให้ความสำคัญกับการทำให้เรือกลับมาตั้งในตำแหน่งที่ถูกต้องอันดับแรก และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัตเหตุ

ขณะเดียวกัน สื่ออินเดียรายงานว่า สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้มาจากความขัดข้องในกลไกของช่องจอดเรือ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 14 คน

 

สลด! เกิดหลุมยุบในเทกซัส กลืนรถ 2 คัน ผู้ช่วยนายอำเภอดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803717

 

เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ขึ้นในเมืองซาน อันโตนิโอ รัฐเทกซัส ทำให้รถยนต์ 2 คนตกลงไป และทำให้ผู้ช่วยนายอำเภอหญิงคนหนึ่งเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ขึ้นบนถนน 2 เลนในเขต เบกซาร์ เคาน์ตี ของเมืองซาน อันโตนิโอ รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา เนื่องจากท่อระบายน้ำแตกเพราะฝนตกหนัก เมื่อเวลาประมาณ 19:30น. วันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้รถยนต์ 2 คันตกลงไป ส่งผลให้นาง ดอรา ลินดา นิชิฮาระ ผู้ช่วยนายอำเภอซึ่งทำงานมา 7 ปี เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน

สำนักงานดับเพลิงเมืองซาน อันโตนิโอ ยืนยันในวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ามีรถยนต์ 2 คันตกลงไปในหลุมยุบดังกล่าว โดยในช่วงที่มีผู้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุคนแรก พวกเขาก็พบรถของนางนิชิฮาระถูกน้ำในหลุมท่วมกว่า 90% ของตัวรถแล้ว และพวกเขาไม่มีเครื่องมือมากพอที่จะช่วยเหลือเธอออกมา

ส่วนรถอีกคันเป็นของชายวัยประมาณ 60 ปีซึ่งพยายามขับรถฝ่าน้ำท่วมขัง ก่อนที่รถของเขาจะตกลงไปในหลุม ซึ่งชายคนนี้กับผู้หญิงอีกคนที่ขับรถผ่านมาและพยายามช่วยเหลือเขาจนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว โดยพบว่าบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถใช้เครนยกรถยนต์ทั้ง 2 คันขึ้นมาจากหลุมได้ในเวลาประมาณ 13:00น. วันจันทร์ และพวกเขาก็พบศพของนางนิชิฮาระ ด้านนาง ซูซาน พาเมอร์ลู นายอำเภอเขต เบกซาร์ เคาน์ตี ระบุในแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่รู้สึกเสียใจต่อการเสียชีวิตของนางนิชิฮาระอย่างมาก และจะขอช่วยเหลือครอบครัวของเธอที่กำลังรับมือกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้