ฝรั่งเศสตั้งรมต.มหาดไทย เป็นนายกรัฐมนตรีแทนมานูเอล วาลส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803696

 

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแต่งตั้งแบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกรัฐมนตรีแทนทีนายมานูเอล วาลส์ ที่ลาออกไปเตรียมตัวลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันพุธที่ 6 ธ.ค. ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์แห่งฝรั่งเศส แต่งตั้งนาย แบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและพันธมิตรใกล้ชิด ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนายมานูเอล วาลส์ ซึ่งลาออกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแดนน้ำหอม

นายกาเซเนิฟ จะเป็นผู้นำรัฐบาลพรรคสังคมนิยมไปจนถึงการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนมิ.ย.ปีหน้า ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถูกส่งต่อให้กับนาย บรูโน เลอ รู หัวหน้ากลุ่มสมาชิกสภาฝ่ายซ้าย ซึ่งนำโดยพรรคสังคมนิยม และเป็นพันธมิตรใกล้ชิดอีกคนของประธานาธิบดีออลลองด์

ทั้งนี้ นายวาลส์ลาออกจากตำแหน่งเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหลังจากประธานาธิบดีออลลองด์ประกาสในสัปดาห์ก่อนว่า เขาจะไม่ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เนื่องจากความนิยมตกต่ำ

นายวาลส์จะต้องแข่งขันภายในพรรคสังคมนิยมกับคู่แข่งคนอื่นๆ ในการหยั่งเสียงไพรมารี ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนหน้าก่อน และหากชนะ เขาจะได้ไปเผชิญหน้ากับนาย ฟรองซัวส์ ฟิลยง ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และนางมารีน เลอ แปง จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกในเดือนเม.ย. 2017

 

เลดี้ กาก้า เผยความลับสุดยอด ป่วยโรคเครียด หลังโดนข่มขืนตอนอายุ 19

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 18:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803621

 

เลดี้ กาก้า เผยหนึ่งในเรื่องลับสุดยอดของเธอเอง บอกป่วยด้วยโรคเครียด PTSD นับตั้งแต่เคยถูกข่มขืนตอนอายุ 19 แต่ละวันต้องต่อสู้กับอาการป่วยทางจิต ขอบคุณ หมอ ครอบครัว และเพื่อนๆ ที่ช่วยชีวิตเธอไว้อย่างแท้จริง

เมื่อ 6 ธ.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน เลดี้ กาก้า ศิลปินหญิงเพลงป๊อปชาวอเมริกันคนดัง วัย 30 ปี เผยครั้งแรกว่า เธอป่วยด้วยโรคเครียด (Post Traumatics Stress Disorder) หรือโรค PTSD หลังจากโดนข่มขืนตอนอายุ 19 และการที่เธอไปพบแพทย์ สามารถช่วยทำให้เธอสงบลงได้ โดย เลดี้ กาก้า ยังบอกว่าเธอเคยต้องต่อสู้กับอาการป่วยทางจิตของเธอในทุกๆ วัน

ข่าวแจ้งว่า เลดี้ กาก้า ยอมเปิดเผยเรื่องส่วนตัวเรื่องนี้ว่า เธอป่วยด้วยโรคเครียด PTSD เป็นครั้งแรก ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ ทูเดย์ โชว์ ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง NBC เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากศิลปินเพลงป๊อปคนดังได้เผยเรื่องช็อกว่าเธอเคยถูกข่มขืนตอนอายุ 19 เมื่อสองปีก่อน


เลดี้ กาก้า ศิลปินเพลงป๊อปคนดัง

ก่อนหน้านี้ เลดี้ กาก้า ยังได้พูดให้กำลังใจแก่เด็กๆ ไร้บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBGT) ทั้ง เกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ ในระหว่างที่เธอไปเยี่ยมเด็กๆ เหล่านี้ ที่ศูนย์อาลี ฟอร์นีย์ เซ็นเตอร์ ที่นิวยอร์ก เมื่อเดือนก่อน ว่า การที่เธอป่วยเป็นโรคเครียดนั้น ได้ช่วยทำให้เธอเข้าใจคนอื่นๆ ‘ความใจดีของหมอที่มีต่อฉัน เช่นเดียวกับครอบครัว และเพื่อนๆ ได้ช่วยชีวิตฉันไว้อย่างแท้จริง’ เลดี้ กาก้า เล่าให้เด็กๆ ฟัง

จากนั้นนักร้องหญิงคนดัง ยังได้ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ‘วันนี้ ฉันได้แบ่งปันหนึ่งในเรื่องราวที่เป็นความลับมากที่สุดของฉันเอง เพราะความลับที่เก็บงำไว้ จะทำให้คุณป่วย และรู้สึกอับอาย’

 

ตะลึง ภาพสวยแปลกตา ทะเลหมอกที่ดูไบ เห็นแต่ยอดตึกสูงเรียงราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 16:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803516

 

หมอกลงจัดที่ดูไบ ส่งผลเกิดอุบัติเหตุรถชนกันมากถึง 107 ครั้ง เที่ยวบินที่สนามบินดูไบ ดีเลย์อื้อ แต่กลับได้เห็นภาพสวยจนตะลึงงัน ยอดตึกสูงมากมายท่ามกลางทะเลหมอก

เมื่อ 6 ธ.ค. 59 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากมีหมอกลงจัดในนครดูไบ เมืองใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันถึง 107 ครั้ง เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่แย่มาก นอกจากนั้น ผู้โดยสารจำนวนมากยังต้องเจอกับเที่ยวบิน ‘ดีเลย์’ ล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากเครื่องบินโดยสารไม่สามารถขึ้น-ลง ที่ท่าอากาศยานดูไบได้ตามกำหนดเวลา จากสภาพอากาศที่มีหมอกลงจัด


อย่างไรก็ตาม ขณะที่มีหมอกลงจัดปกคลุมนครดูไบ เมื่อเช้าวันที่ 5 ธ.ค. จนส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะ แต่ขณะเดียวกัน ชาวนครดูไบและชาวโลกก็คงต้องตะลึงงันกับภาพความความสวยงามแปลกตา เมื่อได้เห็นภาพยอดตึกสูงในนครดูไบจำนวนมากโผล่เรียงรายอยู่เหนือทะเลหมอก ทั้งที่ดวงอาทิตย์ได้โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาแล้ว

ปาร์ก กึน เฮ หลังพิงฝา พร้อมรับมติพรรค จะถอดถอนจากตำแหน่ง ปธน.หรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803477

 

ปาร์ก กึน เฮ ลั่นพร้อมน้อมรับการลงมติของทางพรรคแซนูรี จะถอดถอนพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่ เพียงแต่จะขอลงจากเก้าอี้ผู้นำเกาหลีใต้ เม.ย.ปีหน้า ขณะที่ 8 บิ๊กบริษัทยักษ์ใหญ่แดนโสมขาว โดนคณะกรรมการรัฐสภาสอบเครียดพัวพันคอร์รัปชัน

เมื่อ 6 ธ.ค. 59 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤติเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ อนุญาตให้ นางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิทเข้ามาแทรกแซงกิจการทางการเมือง ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งใดๆในรัฐบาล และยังโดนข้อหาคอร์รัปชันด้วยนั้น ได้กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของเธอเองเมื่อวันอังคารที่ 6 ธ.ค.ว่า พร้อมน้อมรับผลการลงมติของ ส.ส.ในพรรครัฐบาล ‘แซนูรี’ ซึ่งประธานาธิบดีปาร์ก เป็นสมาชิกพรรคในสัปดาห์นี้ว่าจะถอดถอนตนจากตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่ เพียงแต่มีข้อแม้ว่าจะไม่ลงจากตำแหน่งในตอนนี้ ตามคำเรียกร้องของพรรคฝ่ายค้าน

นายชุง จิน ซุก เจ้าหน้าที่พรรคแซนูรี เปิดเผยต่อสื่อมวลชน หลังจากแกนนำของพรรคแซนูรีได้มีการหารือกับผู้นำหญิงเกาหลีใต้ว่า ประธานาธิบดีปาร์กยินดีรับคำตัดสินโดยกระบวนการของพรรคแซนูรีที่ยื่นข้อเสนอให้เธอลงจากตำแหน่งในเดือนเมษายน ปีหน้า


8 ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้ไปตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการสืบสวนเฉพาะกิจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวยอนฮัพ รายงานว่า บรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้ 8 บริษัท ประกอบด้วย ซัมซุง, ฮุนได มอเตอร์ส,เอสเค , แอลจี, ลอตเต้, ฮานฮวา, ฮานจิน และซีเจ ได้เดินทางมาตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการสืบสวนเฉพาะกิจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันอังคารที่ 6 ธ.ค.ว่า บริษัทเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้เงินบริจาคแก่มูลนิธิสองแห่ง คือ Mir และ K-Sports ที่นางชเวก่อตั้งขึ้น และต้องการทราบว่าประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 8 บริษัท โดนกดดันให้บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิไม่แสวงกำไรของนางชเวหรือไม่


นายลี แจ ยอง รองประธานบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสมขาวกว่าล้าน ประท้วงครั้งใหญ่สุดไล่ปาร์ก กึน เฮ คะแนนนิยมวูบเหลือ5%

 

ชายมะกันชวนทำดีเพื่อพ่อ เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 12:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803257

 

เดนนิส แมคแมนิส ชายมะกัน เคยบวชเป็นพระภิกษุที่วัดพุทธบูชา เชิญชวนผู้คนทำดีเพื่อพ่อ จัดทำพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง ร.9 เป็นแบบ 3D Lamp ให้กับผู้ร่วมบริจาคเงินตั้งแต่ 99 ดอลล์ พร้อมกับจะนำเงินบริจาคหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้รพ.ศิริราช

เมื่อ 6 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ รายงานว่า นายเดนนิส แมคแมนิส ชายชาวอเมริกัน ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ รักในหลวง ร.9 ถึงขนาดเขียนรอยสักบนแขน ‘ฉันรักพ่อ ภูมิพลมหาราช’ เชิญชวนผู้คนทำดีเพื่อพ่อ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2559


นายเดนนิส แมคแมนิส ซึ่งเคยบวชเป็นพระภิกษุที่วัดพุทธบูชา ชอบช่วยเหลืองานด้านศาสนสถาน และงานด้านสังคมไทย อาศัยอยู่เมืองแอตแลนตา และมีความรักในสถาบันกษัตริย์ ราชวงศ์ไทย ได้จัดทำพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแบบ 3D LAMP ขึ้นมาเพื่อให้กับผู้ที่ร่วมบริจาคเงินตั้งแต่ $99 (ราว 3,400 บาท) เพื่อเป็นที่ระลึกในการร่วมกันทำดีในครั้งนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ทุกท่าน และเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเงินบริจาคหลังหักค่าใช้จ่าย ทางนายเดนนิส แมคแมนิส จะนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช ในการทำนุบำรุงตึกผู้ป่วย 84 ปี.


ต้นคอ สักเลข ๙ และข้อความว่า‘ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 ของประเทศไทย’

 

รับกรรม! จำคุกตลอดชีวิต พ่อมะกัน จงใจทิ้งลูกชายไว้เบาะหลังรถจนตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 11:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803212

 

ศาลสูงสหรัฐฯ พิพากษาตัดสินคดีดัง จำคุกตลอดชีวิต จัสติน รอสส์ แฮร์ริส มีเจตนา จงใจทิ้งลูกชายวัยเพียง 22 เดือนไว้เบาะหลังรถ จนเสียชีวิตสลด จากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว

เมื่อ 6 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในที่สุด ศาลสูงเขตคอบบ์ เคาตี้ ในรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ พิพากษา นายจัสติน รอสส์ แฮร์ริส ชายชาวอเมริกันวัย 36 ปี ต้องโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต โดยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวโดยการคุมประพฤติ ฐานมีเจตนาตั้งใจทิ้งลูกชาย วัยเพียง 22 เดือน ไว้บนเบาะหลังของรถยนต์แบบ SUV ที่จอดอยู่ด้านนอกสถานที่ทำงานของเขาในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อเดือน มิ.ย.2557 จนทำให้หนูน้อยเสียชีวิตสลดเนื่องจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิขณะนั้นอยู่ที่ 32 องศาเซลเซียส

แมร์รี่ คลาร์ก ผู้พิพากษาศาลสูงคอบบ์ เคาตี้ ซึ่งเป็นผู้อ่านคำพิพากษาคดีสุดสะเทือนใจคดีนี้ กล่าวว่า คดีนี้เป็นการก่ออาชญากรรมที่น่ากลัว โดยแฮร์ริสได้เดินไปจากรถของเขาอย่างโหดร้าย และทิ้งลูกชายไว้บนเบาะหลังของรถที่มีสภาพร้อนอบอ้าว กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

บีบีซี แจ้งว่า นายแฮร์ริส ซึ่งอยู่ในชุดนักโทษแบบจัมพ์สูทสีส้มขณะถูกนำตัวมารับฟังคำตัดสินคดี เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ได้ฟังคำตัดสินชะตากรรมของเขาที่จะได้รับ ด้วยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา หลังจากที่ผ่านมา เขาได้พยายามโต้แย้งข้อกล่าวหาว่า เหตุการณ์ที่เกิดกับลูกชายของเขาจนเสียชีวิตนั้น เป็นอุบัติเหตุ และเขาลืมที่จะนำลูกไปส่งเนอสเซอรี่ หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่แล้วในระหว่างการพิจารณาคดี ได้มีหลักฐานมัดตัวนายแฮร์ริสว่า ส่อไปในทางเจตนาทิ้งลูกไว้เบาะหลังรถ เพราะเขายังมีแก่ใจส่งข้อความเชิงชู้สาวไปให้หญิงสาวอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่ง ขณะลูกชายของเขากำลังจะตาย


นอกจากนั้น ศาลยังได้รับทราบจากตำรวจสายสืบว่า นายแฮร์ริส ได้มีการส่งภาพโป๊แลกเปลี่ยนกับผู้หญิงหลายคน รวมทั้งหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งในวันที่ลูกชายของเขาที่เกิดกับภรรยา นางลีแอนนา เทย์เลอร์ เสียชีวิต อีกทั้งนายแฮร์ริสยังได้เข้าไปเสิร์จ ค้นข้อมูลทางออนไลน์เกี่ยวกับอุณหภูมิในรถยนต์ที่จอดปิดกระจก ที่สามารถทำให้คนเสียชีวิตได้ โดยอัยการชี้ว่า นายแฮร์ริสมีแผนฆ่าลูกชายของเขาเอง เพราะต้องการจะไปคบหากับหญิงคนอื่น

ขณะเดียวกัน บีบีซี ยังแจ้งว่า หลังจากนายแฮร์ริสถูกจับกุมดำเนินคดีมีเจตนาฆ่าลูกชายแล้ว นางลีแอนนา เทย์เลอร์ ภรรยาได้ตัดสินใจขอหย่าขาดจากเขา.

 

เศร้า! มุขมนตรีหญิงรัฐทมิฬนาฑู เสียชีวิตแล้ว หลังหัวใจวายอาการสาหัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802956

 

เจ. จายาลาลิธา มุขมนตรีหญิงแห่งรัฐทมิฬนาฑูเสียชีวิตแล้วในคืนวันจันทร์ หลังจากเกิดอาการหัวใจวายขณะกำลังรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลในเมืองเจนไนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาง เจ. จายาลาลิธา มุขมนตรีรัฐทมิฬนาฑู ผู้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีสีสันและทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศอินเดีย เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 68 ปี เมื่อเวลา 23:30น. วันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเกิดอาการหัวใจวายในคืนวันอาทิตย์

นางจายาลาลิธาเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากอาการป่วยมาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา และหลังจากเธอมีอาการหัวใจวายเมื่อวันอาทิตย์ ผู้สนับสนุนของเธอจำนวนหลายพันคนก็มารวมตัวกันที่หน้าโรงพยาบาล อพอลโล ในเมืองเจนไน เมืองเอกของรัฐทมิฬนาฑู เพื่อภาวนาขอให้เธอให้จากอาการป่วย


ผู้สนับสนุนนางจายาลาลิธาที่มารวมตัวกันหน้าโรงพยาบาลอพอลโลเสียใจอย่างมาก หลังแพทย์ประกาศข่าวการเสียชีวิตของเธอ

อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตของนางจายาลาลิธาเอาไว้ได้ ซึ่งทันทีที่ข่าวการเสียชีวิตของเธอออกมา หลายฝ่ายก็ออกมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเธอ รวมทั้งนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมที ด้วย

ด้านพรรค ‘AIADMK’ ของเธอ ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “ผู้นำที่รักของเรา, หญิงเหล็กแห่งอินเดีย อัมมา (แม่) ของพวกเรา ไม่อยู่แล้ว” พวกเขายังยืนยันด้วยว่า นาย โอ. พันนีร์เซลวัม สมาชิกอาวุโสของพรรค สาบานตนเป็นมุขมนตรีรัฐทมิฬนาฑูคนใหม่แล้ว

ทั้งนี้ นางจายาลาลิธาเคยเป็นนักแสดงภาพยนตร์มาก่อน โดยแสดงภาพยนตร์มากกว่า 100 เรื่องก่อนจะผันตัวมาเล่นการเมืองในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ต่อมาเธอได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค AIADMK คนใหม่ และได้เป็นมุขมนตรีรัฐทมิฬนาฑูสมัยแรกจาก 4 สมัยในปี 1991

นางจายาลาลิธายังเคยถูกกล่าวหาว่าเข้าไปพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่นหลายครั้ง และเคยถูกคุมขังในคุกเป็นระยะเวลาสั้นๆ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2014 ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งในปี 2015 ล้างข้อกล่าวหาของเธอ

 

ทรัมป์โต้จีนแหลก เหตุคุยโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ธ.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802842

 

ความสัมพันธ์สหรัฐฯ และจีนส่อเค้าเลวร้ายลงอีก เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ โพสต์โจมตีจีนเป็นชุดๆ ใน“ทวิตเตอร์” เมื่อ 4 ธ.ค. หลังจีนยื่นประท้วงว่าเขาไม่แจ้งจีนก่อนโทรศัพท์พูดคุยกับนางไช่ อิง-เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน เมื่อ 2 ธ.ค. แต่ก็สะท้อนถึงการด้อยประสบการณ์กิจการต่างประเทศของทรัมป์ โดยนายหลู่ กัง โฆษกประจำกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงที่กรุงปักกิ่งว่า ทั้งโลกรู้ถึงจุดยืนขึงขังของจีนที่ชัดเจนมาก ฝ่ายสหรัฐฯ เองรวมทรัมป์ก็ทราบชัดเจนมากด้วย

ทรัมป์ทวีตว่าจีนก็ไม่ถามสหรัฐฯก่อนว่าโอเคหรือไม่ที่จีนลดค่าเงินหยวน (ทำให้บริษัทสหรัฐฯ แข่งขันได้ยาก) และตั้งภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ สูง (สหรัฐฯไม่ตั้งภาษีสินค้าจีน) จีนยังสร้างที่ตั้งทางทหารขนาดมหึมาในทะเลจีนใต้โดยไม่หารือสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่ว่าจะประกาศให้จีนเป็นชาติที่แทรกแซงค่าเงินในวันแรกที่ตนขึ้นรับตำแหน่ง.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนประท้วงมะกัน ฉุน ‘ทรัมป์’ ฝืนธรรมเนียม คุยโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน

 

อึ้ง! เจอสถานทูตมะกันปลอมในกานา ทำเนียนออกวีซ่ามานานกว่า 10 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802872

 

สภาพอาคารสถานทูตสหรัฐฯ ปลอมในกานา (ภาพจาก US department of state)

ทางการกานาดำเนินการปิดสถานทูตสหรัฐฯ ปลอมในเมืองหลวง หลังจากสถานที่แห่งนี้ดำเนินการออกวีซ่าและเอกสารผิดกฎหมายให้ชาวกานาและผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านมานานนับ 10 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า มีสถานทูตสหรัฐอเมริกาปลอมเปิดดำเนินการในกรุง อักกรา เมืองหลวงของประเทศกานา มานานกว่า 10 ปี โดยตัวอาคารมีลักษะเป็นตึกผนังฉาบด้วยปูน ดูไม่น่าสนใจ และมีหลังคาลอนสังกะสีบางๆ มีการประดับธงชาติสหรัฐฯ และแขวนรูปประธานาธิบดีบารัค โอบามา เพื่อความแนบเนียนด้วย

สถานที่แห่งนี้ เปิดทำการสัปดาห์ละ 3 วัน คอยออกเอกสารต่างๆ ทั้งวีซ่าของจริงที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย, วีซ่าปลอม และเอกสารสิทธิ์ปลอมอื่นๆ ภายใต้การดูแลของเครือข่ายอาชญากรรมชาวกานาและตุรกี ซึ่งร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุจริตในกานา โดยได้มีการโฆษณาบริการของพวกเขาผ่านใบปลิวและป้ายโฆษณาลูกค้าจากทั้งในกานาและประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่เปิดเผยว่ามีคนจำนวนเท่าใดที่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายโดยใช้เอกสารปลอมที่ออกโดยเครือข่ายนี้ และไม่เผยด้วยว่ากลุ่มอาชญากรรมนี้ได้เอกสารของจริงมาได้อย่างไร


อาคารสถานทูตสหรัฐฯ ของจริง ในกานา (ภาพจาก diplomacy.state.gov)

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของกานาดำเนินการปิดสถานทูตปลอมแห่งนี้แล้ว หลังจากได้รับการแจ้งเบาะแสเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และจัดตั้งทีมสืบสวนร่วม ใช้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจากสถานทูตสหรัฐฯ ในกานา, เจ้าหน้าที่ของกานา และพันธมิตรนานาชาติ ซึ่งในเวลาต่อมาพวกเขายังค้นพบสถานทูตเนเธอร์แลนด์ปลอมในกรุงอักกราอีกด้วย

 

สลด! ไฟไหม้โรงแรม 4 ดาวปากีฯ ดับ 11 ศพ เจ็บครึ่งร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2559 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802832

 

เกิดเหตุไฟไหม้โรงแรม 4 ดาวในเมืองทางใต้ของประเทศปากีสถานเมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 50 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงลุกลามที่โรงแรม 4 ดาวในเมืองท่าการาจี ตอนใต้ของประเทศปากีสถาน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 ราย โดยตำรวจระบุว่าต้นเพลิงอยู่ภายในห้องครัว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ

ดร. เซมี จามาลี จากโรงพยาบาลจินนาห์ ในเมืองการาจี เปิดเผยว่ามีชาวต่างชาติอยู่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บ ซึ่งเข้ารับการรักษาอาการบาดแผลต่างๆ เช่น ไฟไหม้ ด้วย

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของนายฮามิด อาลี ผู้รอดชีวิต เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในขณะที่แขกกำลังหลับอยู่ แขกราว 4-5 คนที่หลบหนีออกมาไม่ได้ ได้แต่โบกมือขอความช่วยเหลือ แต่ทางโรงแรมไม่มีวิธีที่จะเข้าช่วยเหลือพวกเขา

ขณะที่สื่อปากีสถานเผยแพร่ภาพแสดงให้เห็นแขกในโรงแรมใช้ผ้าปูที่นอนในการปีนลงจากหน้าต่าง ซึ่งนายคาลิด เมห์มูด หนึ่งได้ผู้บาดเจ็บเล่าเหตุการณ์ให้ฟังจากเตียงของโรงพยาบาลว่า พวกเขาผูกผ้าปูที่นอนเข้าด้วยกันเพื่อทำเป็นเชือก และใช้ในการปีนลงมาจากชั้น 4 พวกเขายังต้องกระโดดลงมากลางทางด้วย เนื่องจากผ้ามีความยาวไม่พอ