สง่างาม!’ญาญ่า อุรัสยา’สวมชุดไทย ถ่ายแบบสวยหวานสะกดสายตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247137

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.10 น.

1 ธ.ค.59 สวยสง่างามจริงๆ เมื่อนักแสดงสาวสวย “ญาญ่า อุรัสยา” ได้ถ่ายแบบให้กับห้องเสื้อดัง อย่าง Finale weddingstudio ในชุดไทยพระราชนิยม และชุดไทยประยุกต์

โดยสาวญาญ่านั้นสวยเป๊ะสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า ผม เรียกว่างามอย่างไทยแบบไม่มีที่ติเลยทีเดียว

ภาพจาก : @mairatchada1

ชาวเนตเคือง ‘ดีโอ EXO’ เผลอหยาบคาย ใส่นักแสดงสาว ที่เข้าฉากจูบด้วยกัน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247041

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานเข้าอีกแล้วกับหนุ่มหน้ามนคนน่ารักอย่าง คยองซู หรือ ดีโอ (D.O) จากวงบอยแบนด์ EXO ที่รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องใหม่ My Annoying Brother ซึ่งวันแถลงข่าวเปิดตัว หนุ่มดีโอดันเผลอพูดหยาบคายถึงนักแสดง ลีโดยอน (Lee Do Yeon) โดยไม่ได้ตั้งใจซะแล้ว

ระหว่างการแถลงข่าวเปิดตัวนั้น “ดีโอ” ได้พูดถึงฉากจูบของเขาในภาพยนตร์กับนักแสดงรุ่นพี่ “ลีโดยอน” ซึ่งในช่วงหนึ่ง นักแสดงหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่ได้จูบกันจริงๆ ครับ และผมรู้สึกโล่งอกมาก” หลังจากนั้นเจ้าตัวก็หัวเราะนิดหน่อย แล้วเสริมว่า “นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะพูดนะ มันแค่มุขตลกเฉยๆ” อย่างไรก็ตามหลังคลิปแถลงข่าวถูกปล่อยออกมา ก็มีชาวเนตออกมาแสดงความเห็นกันอย่างมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต่างลงความเห็นว่านักแสดงหนุ่มหยาบคายและใจร้ายเกินไป” ซึ่งตอนนี้ยังไม่การเคลื่อนไหวใดๆ จากนักแสดงหนุ่ม แต่ถ้าออกมาขอโทษ เชื่อว่าชาวเนตคงให้อภัยแน่นอน

 

‘วาววา-ณิชารีย์’สวย หรู บู๊ เซ็กซี่ ชงคำหวานร่วมงาน‘ท็อป-จรณ’ไร้ปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247042

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เตรียมออกอากาศกันแล้วสำหรับละครแอ๊กชั่น-คอเมดี้ รีเมคเรื่อง “กุหลาบตัดเพชร” ของผู้จัด “ต้อง-จุลวุฒิ” ค่าย “ชลลัมพี บราเธอร์” ได้นางเอกสาว “วาววา-ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด” มารังสรรค์ความสนุกในฉบับใหม่ ทั้งสวย หรู บู๊ เซ็กซี่ รายละเอียดเรื่องนี้ “วาววา”เผยว่า

“ได้กลับมาร่วมงานกับชลลัมพีอีกครั้งดีใจมากค่ะ พอรู้ว่าได้เล่นคู่กับพี่ท็อปด้วยก็ยิ่งดีใจค่ะ เพราะเคยเล่นด้วยกันมาก่อน สำหรับเรื่องกุหลาบตัดเพชร วาวเล่นเป็นเจ้าของร้านอาหารฝรั่งเศส เป็นนักร้องด้วย วาดรูปด้วยมีแกลเลอรี่เป็นของตัวเอง แต่เบื้องหลังเป็นนักโจรกรรมเพชรเพื่อสืบสาวว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่เรา เป็นคนมีปม เพราะเห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาตั้งแต่เด็ก ตัวละครตัวนี้จะมีความดาร์กนิดนึง แต่ฉาบไว้ด้วยความสดใสร่าเริง คือ ไม่สนใจความรัก ไม่สนใจพระเอก ใช้เสน่ห์เพื่อหลอกใช้คน เพื่อเอาข้อมูลจากเค้า บทเรื่องนี้ยากนะ คือจะเล่นยังไงให้มีอินเนอร์มีปม แล้วมีบู๊ด้วย เพราะเราเป็นโจร ที่ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด มีไหวพริบ เสื้อผ้าก็จะมีเซ็กซี่ สวย หรู เพราะเราอยู่ในวงการค้าเพชร ชอบมากค่ะ คือใส่แล้วสวยมาก ส่วนฉากสวีทหวานแทบจะไม่มีเลย มีถูกพี่ท็อปฉวยโอกาส แต่รับรองเลยว่าจะฟินในความทะเล้นของตัวพระ-นาง ที่ขนาดอ่านบทวาวยังยิ้มเลยค่ะ ฝากกุหลาบตัดเพชรด้วยนะคะ”

ฟาดเคราะห์ส่งท้ายปี‘ร่มเกล้า’ ตกบันได 10 ขั้น แต่ยังฝืนอ่านข่าว!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247043

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฟาดเคราะห์ส่งท้ายปี กับผู้ประกาศสาว “ร่มเกล้า อมาตยกุล” จากรายการ “คุยข่าวเด่นช่อง 8” ซึ่งแอดมิทด่วนหลังตกบันไดที่บ้านตนเอง 10 ขั้น เจ็บปวดมากที่ขาและสะโพก แต่ยังฝืนร่างกายมารายงานข่าวช่วงเที่ยงจนจบ โดยผู้ประกาศข่าวได้กล่าวถึงอาการบาดเจ็บในครั้งนี้ว่า:-

“เมื่อคืนก่อนเกดลื่นตกบันได้ที่บ้าน ประมาณ 10 ขั้นได้ ทีแรกก็รู้สึกเจ็บเหมือนกัน แต่คิดว่าทานยานอนพัก พอเช้ามาก็น่าจะดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นทั้งเจ็บทั้งระบมตามตัวโดยเฉพาะที่ขาและสะโพก แต่ก็ขอฝืนมาอ่านข่าวก่อน ซึ่งตั้งใจว่าอ่านข่าว “ข่าวเด่นช่อง 8” เสร็จ แล้วค่อยไปหาหมอ ซึ่งพออ่านเสร็จปุ๊บ ทั้งพี่ออฟกับทีมงานก็จัดแจงช่วยกันส่งเกดไปหาหมอเลยเอกซเรย์เช็คร่างกายจนละเอียดที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ก็ระบุมาว่าเป็นที่เอ็นกล้ามเนื้อที่ข้อเท้าซ้ายและที่สะโพกอักเสบ ส่วนตามร่างกายก็มีระบมเขียวช้ำ ก็มีการให้น้ำเกลือและยาแก้ปวด โดยวันต่อมาเกดก็กะเผลกขาไปอ่านข่าวเด่นเช่นเดิม ก็ต้องฝืนค่ะแต่ด้วยหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติ ทีแรกก็มีแอบกังวลเหมือนกันว่าเอ็นข้อเท้าจะฉีกจนมาอ่านข่าวไม่ได้ซึ่งพอเช็คร่างกายอย่างละเอียดก็สบายใจขึ้นมากค่ะ ทีมงานเองก็ให้เกดหยุดพักไปก่อน แต่เกดก็อยากรับผิดชอบหน้าที่ของเราให้เต็มที่ที่สุด ก็ต้องขอขอบคุณทีมงานข่าวเด่นนะคะ ที่ช่วยดูแล เทคแคร์จนเกดถึงโรงพยาบาลได้ และขอขอบพระคุณกำลังใจจากแฟนข่าวทุกคนที่คอยถามไถ่อาการ และให้กำลังใจมาด้วยความเป็นห่วงด้วยค่ะ”

 

ช่อง 7 สี ร่วมกับ 9 บริษัทผู้ผลิต จัดทำละครเทิดพระเกียรติชุด ‘ใต้ร่มพระบารมี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247044

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

1.ครูของแผ่นดิน ผลิตโดยบริษัท “พอดีคำ” นำแสดงโดย เวียร์-ศุกลวัฒน์, ยุ้ย-จีรนันท์, พีพี-พัชญา และนัท-อติรุจ เรื่องราวของครูศิลปะผู้ยึดมั่นในพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงพยายามดึงกลุ่มนักเรียนยากจนให้ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข

2.ทางของพ่อ ผลิตโดยบริษัท “ดาราวิดีโอ”นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, ขวัญ-อุษามณี,กระติ๊บ-ชวัลกร, ปาแปง-พรหมพิริยะ และอ้อม-อังคณา นำเสนอแนวพระราชดำริเรื่องการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและความสามัคคี

3.คลื่นแห่งศรัทธา ผลิตโดยบริษัท “มุมใหม่” นำแสดงโดย ไมค์-ภัทรเดช และ เซฟ-เซฟฟานี่ เรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีอดีตอันเลวร้ายจนกลายเป็นคนกลัวทะเล เขามีปัญหากับพ่อ เพียงเพราะเขาไม่ยอมเป็นนักกีฬาเรือใบเพื่อสานฝันของพ่อที่ประสบอุบัติเหตุจนหมดโอกาสเป็นนักกีฬา

4.เพียงพอที่พอเพียง ผลิตโดยบริษัท “มีเดีย สตูดิโอ” นำแสดงโดย อ๋อม-อรรคพันธ์, พีค-ภัทรศยา, น้ำหวาน-กรรณาภรณ์ และ ธีร์ วณิชนันทธาดา นำเสนอหลักปรัชญาความพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เรื่องราวของคุณหนูไฮโซ ผู้ใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อ ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน จนวันหนึ่งเมื่อธุรกิจของครอบครัวเกือบล้มละลาย

5.เพลงแห่งแสงตะวัน ผลิตโดยบริษัท“กันตนา มูฟวี่ทาวน์” นำแสดงโดย พอร์ช-ศรัณย์, พิม-พิมประภา, แอมป์-พีรวัศ และแนท-ณัฐชา เรื่องราวชีวิตอันพลิกผันของนักดนตรีหนุ่มฝีมือเยี่ยมที่ประสบอุบัติเหตุที่มือ จนไม่สามารถเล่นดนตรีได้อีก เขาท้อแท้และหมดหวัง ถึงขั้นจะจบชีวิตตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ พบกับนักดนตรีตาบอดที่รับจ้างเล่นดนตรีอย่างมีความสุข โดยมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ

6.จงรักภักดี ผลิตโดยบริษัท “สามัญ การละคร” นำแสดงโดย ซี-ศิวัฒน์, กอล์ฟ-อนุวัฒน์, จิณณ์ จิณณะ, เกรซ-กาญจน์เกล้า, ฐิสา-วริฎฐิสา และ เจด้า-ศรัณย่า เรื่องราวเกี่ยวกับโครงการตามแนวพระราชดำริต่างๆ ผ่านการเดินทางของ หนุ่มชาวอาข่าจากจังหวัดทางภาคเหนือสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายพระพรในหลวงรัชกาลที่ ๙ พร้อมเพื่อนร่วมทางเก้าคนที่มีจุดหมายเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ท่ามกลางข่าวลือถึงพระอาการประชวรหนักของพระองค์ ก่อเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างผู้ร่วมทาง

7.อาทิตย์อับแสง ผลิตโดยบริษัท “ป๊าสั่งย่าสอน” นำแสดงโดย นิว-วงศกร, ตูน-พิมพ์ปวีณ์, แบงค์-อาทิตย์, บิ๊ก-กฤษฎา และ วิน-วาทิต นำเสนอเรื่องราวของ กลุ่มชาวเขาที่ต่อต้านแนวพระราชดำริที่ต้องการส่งเสริมให้เลิกปลูกฝิ่นและปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทน แต่เหล่าชาวเขาไม่ยอมรับเพราะไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริง

8.จากฟากฟ้าสุราลัย ผลิตโดยบริษัท “ดีด้า วิดีโอ” นำแสดงโดย จักจั่น-อคัมย์สิริ, เบนซ์-ปุณยาพร,เอก-รังสิโรจน์ เมฆ-จุติ, มุกดา-นรินทร์รักษ์, ฟิล์ม-ฉัตรดาว และนักแสดงรับเชิญ น้องณดา ปุณณกันต์ ละครเทิดพระเกียรติเพื่อรำลึกถึงพระเมตตาอันไม่มีที่สิ้นสุดของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ ผ่านเรื่องราวของเด็กสามคนที่คิดด้วยใจซื่อบริสุทธิ์ว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเปรียบดั่งเทวดาที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ ทั้งสามจึงส่งจดหมายขอความช่วยเหลือด้วยความหวังเพียงน้อยนิด

9.แสงสุดท้าย ผลิตโดยบริษัท “ดูมันดี” นำแสดงโดย โดนัท-ภัทรพลฒ์ พระพาย-รมิดา โหน-ธนากร โน้ต-วัชรบูล และบลิว-วรพล เรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านศิลปะจึงเป็นความหวังของพ่อที่ตาบอด แต่ทว่าความสัมพันธ์ของพ่อลูกกลับพังทลาย เมื่อเขาเลือกคบเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มอันธพาล

โดยเนื้อหาของทั้ง 9 เรื่องจะสอดแทรกแนวทางการใช้ชีวิต ที่มาจากพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท พระราชดำริ รวมไปถึง พระราชกรณียกิจต่างๆ ขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะออกอากาศวันละ 1 เรื่อง ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ออกอากาศในเดือนธันวาคม นี้ ทางช่อง 7 สีและ ช่อง 35 ในระบบเอชดี หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.ch7.com, http://www.facebook.com/BBTV.Ch7 และ Instagram : @bbtv_ch7

ใกล้ลั่นระฆังวิวาห์!’เชน ธนา-เจมส์’ ส่องภาพพรีเวดดิ้งสุดเก๋อลังการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/247059

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.31 น.

30 พ.ย.59 ใกล้ถึงวันวิวาห์แล้ว สำหรับ หนุ่มหล่อ “เชน ธนา” กับแฟนสาวสวย “เจมส์ กณิการ์” ที่ทั้งคู่ได้ตัดสินใจเลื่อนงานวิวาห์ออกมาจากเดือนพฤศจิกายนเพื่อถวายความอาลัย เป็นวันที่ 14 มกราคมที่จะถึงนี้

โดยวันนี้จึงได้นำภาพพรีเวดดิ้งสวยๆ ที่ทั้งคู่บินไปถ่ายถึงที่สเปนและฝรั่งเศส เรียกว่าได้ภาพที่ทั้งเก๋ อลังการ และอบอวลไปด้วยความรักจริงๆ บอกเลยว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันแบบสุดๆ เลยทีเดียว

 

ภาพจาก : @chaintana ,@chainjamewedding ,@jamekani

Inter Entertainment : 30 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246901

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จัสติน บีเบอร์ ชกหน้าแฟนเพลงในบาร์เซโลนา

ผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วที่ จัสติน บีเบอร์ ไม่มีข่าวฉาวออกมาให้หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ได้ตื่นเต้น จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีข่าวว่านักร้องหนุ่มทำร้ายร่างกายแฟนเพลงคนหนึ่งที่บาร์เซโลนา ด้วยการชกเข้าที่หน้า

ก่อนที่จะตัดสินว่าบีเบอร์ทำตัวเลือดร้อนอีกครั้ง ก็มีผู้ถ่ายภาพวีดีโอเหตุการณ์ครั้งนั้นเอาไว้ได้ โดยจากวีดีโอเห็นได้ชัดว่านักร้องหนุ่มกำลังนั่งเพลินๆ อยู่ในรถที่เปิดหน้าต่าง โดยคนขับรถกำลังขับออกไป ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟนเพลงจำนวนมาก ก่อนที่ผู้ชายคนหนึ่งจะเดินเข้ามาประชิดรถด้านที่บีเบอร์นั่งอยู่ และแหย่มือเข้าไปหานักร้องหนุ่มแบบไม่ยอมปล่อย พร้อมกับวิ่งตามรถไปด้วย

ไม่มีใครเห็นว่าบีเบอร์คิดอะไรอยู่ แต่ที่ทุกคนเห็นคือมือของบีเบอร์ได้ชกเข้าไปที่หน้าของแฟนเพลงคนดังกล่าวเข้าอย่างจัง ทำเอาชายคนนั้นถึงกับเลือดกบปาก ก่อนที่รถของนักร้องหนุ่มจะถูกขับออกไป

งานนี้หลายคนเข้าข้างบีเบอร์ โดยแก้ตัวแทนเขาว่าเขาทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง เนื่องจากนักร้องหนุ่มน่าจะตกใจกับการกระทำดังกล่าว และทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่างจากตอนที่เขาทำร้ายช่างภาพปาปาราซซีในปารีสเมื่อสองสามปีก่อน ซึ่งอันนั้นเป็นผลมาจากที่นักร้องหนุ่มโกรธที่ถูกแอบถ่ายรูปนั่นเอง

เซลีนา โกเมซ กับบทสัมภาษณ์แรกหลังเข้ารับการบำบัด

เกือบสองเดือนที่ผ่านมา นักร้องสาว เซลีนา โกเมซ ได้เข้ารับการบำบัดเพื่อรักษาอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล ที่รัฐเทนเนสซี่ โดยเธอเคยกล่าวว่ามันเป็นผลมาจากที่เธอเป็นโรคลูปัส หรือโรคภูมิแพ้ตัวเอง และตอนนี้เธอได้กลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง โดยนักร้องสาวปรากฏตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานประกาศรางวัลอเมริกัน มิวสิค อวอร์ดส์ เมื่ออาทิตย์ก่อน

โกเมซได้ขึ้นรับรางวัลนักร้องหญิงยอดนิยมสาขาเพลงป๊อป/ร็อก โดยเธอกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีมีใจความตอนหนึ่งว่า“ฉันต้องหยุด เพราะฉันมีทุกอย่างแล้วและฉันก็รู้สึกแตกสลายอยู่ภายใน ฉันเก็บมันเอาไว้มากพอจนฉันไม่อยากทำให้พวกคุณต้องผิดหวัง แต่ฉันเก็บมันไว้มากเกินไปจนทำให้ตัวฉันต้องผิดหวังเสียเอง”

หลังจากนั้นเธอก็ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับหนึ่งถึงการบำบัดว่า “เราไปเดินป่ากัน เรามีเครื่องพิลาทิสด้วย ฉันได้นอนบนเตียงเรียกเหงื่อที่มีหน้าตาเหมือนบูริโต้ที่ฉันห่อตัวเองเอาไว้ข้างใน และฉันก็นอนให้เหงื่อออกสัก 45 นาที มันเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆที่ทำให้ฉันสุขภาพดีขึ้น และทำให้ฉันมีสมาธิขึ้น”

นักร้องสาวกล่าวต่ออย่างติดตลกอีกด้วยว่า เธอได้สระผมนานๆ ครั้ง “รู้สึกเหมือนกับว่าทุกๆ สามวันนะที่ฉันได้อาบน้ำ เอ้ย..ไม่ใช่อาบน้ำ…สระผม ฉันอาบน้ำทุกวัน เฮ้ อย่ามาตัดสินกันนะ ที่นั่นมันปลอดภัย” โกเมซกล่าว

นอกจากนี้ การบำบัดยังทำให้เธอตระหนักได้ว่า คนเราไม่ควรจะต้องแต่งหน้าทุกวัน “ฉันไม่เข้าใจเลย…ไม่ได้ว่านะ…แต่ทำไมคนเราต้องแต่งหน้าอยู่ตลอดเวลา แล้วก็บอกว่า โอ้ คุณสามารถนอนหลับไปพร้อมๆ กับทามอยซ์เจอไรเซอร์แบบมีสี หรือสเปรย์สีแทนบนใบหน้า และคุณก็ตื่นขึ้นมาได้ สำหรับฉันนะฉันคิดว่านั่นไม่ใช่ฉันเลย นอกจากนี้ฉันเป็นคนมีสิวด้วย ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นคำแนะนำที่แย่หรือเปล่า…สำหรับฉัน ฉันไม่สามารถจะนอนหลับได้โดยมีอะไรก็ไม่รู้อยู่บนตัว หรือมีอะไรสีๆ ทาอยู่เพราะฉันจะกังวลมาก” นักร้องสาวกล่าวทิ้งท้าย

คานเย เวสต์ ถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยอาการทางจิต

ทำเอาทุกคนตกอกตกใจเมื่อแร็พเปอร์ชื่อดัง คานเย เวสต์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเมื่ออาทิตย์ก่อน โดยว่ากันว่าเป็นเพราะเขามีอาการเหนื่อยอ่อน พร้อมกับข่าวลือว่าเวสต์อาจกำลังมีปัญหาทางจิตด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าเวสต์ได้ทำร้ายร่างกายพนักงานในฟิตเนสแห่งหนึ่ง ก่อนถูกคุมตัวส่งโรงพยาบาล แถมเขายังถูกใส่กุญแจมือและมัดไว้กับเตียงผู้ป่วย เพื่อไม่ให้ไปทำร้ายร่างกายใครได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นิตยสารฉบับหนึ่งได้ออกมาหักล้างข่าวลือดังกล่าว โดยบอกว่าเวสต์ไม่ได้ถูกจับหรือใส่กุญแจมือแต่อย่างใด การทะเลาะเบาะแว้งนั้นอาจเกิดขึ้นจริง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในตอนนี้ หลายฝ่ายต่างมุ่งประเด็นไปที่สาเหตุแห่งการสติแตกของแร็พเปอร์ชื่อดัง โดยก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเวสต์มีปัญหาไม่ทางร่างกายก็จิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเหน็บแนม บิยอนเซ่ บนเวทีคอนเสิร์ต ก่อนจะจบการแสดงของตัวเองหลังจากร้องไปได้แค่สามเพลง พร้อมทั้งยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมดที่เหลือ หรือการที่เขาสติแตกที่ฟิตเนส ก่อนจะถูกคุมตัวให้อยู่ในการดูแลของแพทย์

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดของเวสต์ออกมาปกป้องเขาว่า แร็พเปอร์หนุ่มเพียงแค่พักผ่อนไม่พอ และได้เข้ารับการรักษาตัวตามคำแนะนำของแพทย์ส่วนตัวเท่านั้นเอง

คริส แพรตต์ และ แอนนา ฟาริสถูกฟ้องฐานละเลยสัตว์เลี้ยง

กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของอเมริกานั้นแรงใช่ย่อย และเมื่อคู่รักนักแสดงอย่างคริส แพรตต์ และ แอนนาฟาริส ออกอาการไม่สนใจ ปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ทางการสหรัฐอเมริกาก็ไม่รอช้า ตั้งข้อหากับทั้งสองทันที

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อฟาริสรับเลี้ยงสุนัขมาตัวหนึ่งเมื่อราว4 ปีก่อน โดยเธอตั้งชื่อมันว่าพีท โดยตอนนั้น ดาราสาวได้เซ็นสัญญากับผู้ประสานงานศูนย์ให้ความช่วยเหลือสัตว์ว่าเธอยินดีที่จะจ่ายค่าปรับ 5,000 เหรียญสหรัฐ หากเธอเอาสุนัขตัวนี้ไปให้กับคนอื่น

แต่เมื่ออาทิตย์ก่อน มีผู้พบเห็นสุนัขตัวดังกล่าวเดินเร่ร่อนอยู่บนถนนที่นอร์ท ฮอลลีวู้ดในสภาพผอมกะหร่องอย่างน่ากลัว หลังจากตรวจที่ไมโครชิพที่ฝังไว้ก็พบว่าสุนัขตัวนี้คือพีท ที่มีแพรตต์และฟาริสเป็นเจ้าของ โดยทั้งสองไม่อยู่ในเมือง และตัวแทนของทั้งสองก็บอกว่า ดาราทั้งคู่ได้จัดการส่งสุนัขตัวนี้ให้กับคนอื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากทั้งสองพบว่าพวกเขาไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้อีกต่อไป

งานนี้ยังไม่มีใครทราบว่าทำไมฟาริสและแพรตต์ถึงกล้าฝ่าฝืนข้อตกลง และทั้งสองได้จ่ายเงินให้กับทางศูนย์แล้วหรือไม่ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของดาราทั้งคู่ที่ต้องเจอกับปัญหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 แพรตต์เองเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์มาแล้ว เมื่อเขาพยายามจะยกแมวอายุ 15 ปีของเขาให้กับคนอื่นทางทวิตเตอร์

บรรดาคนรักสัตว์ต่างตำหนิดาราหนุ่มเป็นการใหญ่ โดยแพรตต์ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเขาอยากสร้างครอบครัว และคิดว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยงแมวและเลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กัน

แบรด พิตต์ พ้นข้อกล่าวหาทำร้ายลูก

สองสามเดือนที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนักสำหรับ แบรด พิตต์ เพราะนอกจากที่ทั่วโลกจะจับตามองเรื่องการหย่าร้างของเราจากอดีตภรรยา แองเจลินา โจลี แล้ว พระเอกหนุ่มยังตกเป็นเป้าการสอบสวนเรื่องการทำร้ายร่างกายลูกจากเอฟบีไอ ทำให้ในบางครั้ง เขาไม่ได้เจอหน้าลูกๆ เป็นอาทิตย์ๆ

ตอนนี้โจลีได้รับสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรทางด้านร่างกายแต่เพียงผู้เดียว และกว่าที่ทั้งสองจะตกลงกันในเรื่องการเลี้ยงดูบุตรแบบถาวรได้ ดูเหมือนว่าพิตต์จะยังคงถูกปิดกั้นไม่ได้ได้เจอกับลูกๆ เป็นการชั่วคราวไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังคงพอมีข่าวดีอยู่บ้างสำหรับพิตต์ เมื่อทางเอฟบีไอได้ออกมาประกาศยุติการสอบสวนเรื่องการทำร้ายร่างกายบุตรของพระเอกหนุ่ม และไม่ได้ตั้งข้อหาพิตต์แต่อย่างใด แม้จะยังไม่มีใครทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เขาได้มีปากเสียงกับลูกชายคนโตอย่าง แมดด็อกซ์ จนทำให้โจลีย้ายออกจากบ้าน และฟ้องหย่าในที่สุด

งานนี้ดูเหมือนพิตต์จะยังพอกู้ชื่อเสียงคืนกลับมาได้บ้าง โดยเอฟบีไอได้ประกาศว่า “เพื่อเป็นการตอบสนองต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นบนเที่ยวบินด้วยเครื่องบินพิเศษที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ลงจอดที่ลอส แองเจลิส นำพามิสเตอร์ แบรด พิตต์ และลูกๆ ของเขา เอฟบีไอได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพแวดล้อมแล้ว และจะไม่ทำการสืบสวนอื่นใดต่อไป ไม่มีการตั้งข้อหาต่อใครในเรื่องนี้”

ลินด์เซย์ โลฮาน วิจารณ์ อาเรียนา แกรนเด แต่งหน้าจัด

ใครๆ เขาก็รู้ทันกันแล้วว่า ลินด์เซย์ โลฮาน มักจะอาศัยความเป็นเกาเหลาของเธอกับดาราคนอื่นๆ ในการทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เกาเหลาชามนั้นตกเป็นของนักร้องสาว อาเรียนา แกรนเด

เมื่อเร็วๆ นี้ แกรนเดโพสต์ภาพของเธอและเพื่อนลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งภาพนั้นก็ดูดีไม่มีอะไร จนกระทั่งโลฮานมาคอมเมนต์ว่า “แต่งหน้าจัดเกิน”

แม้ว่าแกรนเดจะดูเหมือนไม่สนใจ และไม่ออกมาตอบโต้อะไรกับดารารุ่นพี่คนนี้ แต่แฟนๆ ของเธอกลับอดรนทนไม่ได้ ออกมาปกป้องนักร้องสาวทันทีด้วยการคอมเมนต์ตอบโต้โลฮานอย่างรุนแรง

ต้องบอกว่าชีวิตของโลฮานกลับมามีปัญหาอีกครั้ง หลังจากที่เธอเลิกกับแฟนหนุ่มขี้โมโหที่ชอบทำร้ายร่างกายอีกอร์ ทาราบาโซฟ ชีวิตดาราสาวกลับไม่ดีขึ้นเลย นอกจากเธอจะคอยแต่หาเรื่องคนดังคนอื่นๆ ไปวันๆ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอยังขอถอนตัว และออกมาประณามดาราสาวอย่างรุนแรง ถึงพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย และชอบทำตัวเป็นนางพญาของเธอ เป็นการยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับโลฮานในการที่จะกลับมาเจิดจรัสในวงการบันเทิงอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ ดาราสาวก็ยังไม่มีผลงานอะไรเข้าตาเป็นชิ้นเป็นอัน ตรงข้ามกับข่าวฉาวที่มีมากเป็นระลอกๆ

Quote

ชีวิตเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ในท้ายที่สุด ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสที่คุณได้เจอจะกลายเป็นกำลังอันยิ่งใหญ่ของคุณเอง

ดรูว์ แบร์รี่มอร์

ทำไมนร.สิงคโปร์เก่งนัก กวาดแชมป์รวดคะแนนปิซ่า เด็กไทยอยู่ที่ 50กว่าๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 15:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804481

 

นักเรียนสิงคโปร์ มาแรงมาก ความเก่งเป็นเลิศ ครองอันดับ 1 ในการทดสอบ 3 วิชารวด ในโครงการประเมินนักเรียนระดับนานาชาติ หรือปิซ่าครั้งล่าสุด ขณะที่เด็กนักเรียนไทยอยู่อันดับ 50 กว่าๆ จาก70 อันดับ ชี้สาเหตุที่สิงคโปร์ประสบความสำเร็จด้านการศึกษา เป็นเพราะทุ่มเทต่อการพัฒนาครูอย่างไม่มีหยุด และยังคัดเลือกแต่นักเรียนเรียนเก่งชั้นหัวกะทิมาเรียนครู

เมื่อ 7 ธ.ค. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระหว่างประเทศ (OECD) เปิดเผยผลโครงการประเมินนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ PISA หรือ ปิซ่า (ซึ่งเป็นชื่อย่อ ของ‘ Programme for International Student Assessment) โดยได้ทดสอบทักษะด้านการอ่าน รวมทั้งความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของนักเรียนต่างชาติ ในกว่า 70 ประเทศ ทั้งทวีปเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ซึ่งอยู่ในวัย15 ปี ปรากฏว่า นักเรียนชาวสิงคโปร์ สามารถคว้าแชมป์ ครองอันดับ 1 ของการทดสอบทั้ง 3 วิชา

จากผลการประเมินปิซ่า ล่าสุด ในวิชาการอ่าน ได้ผลออกมาว่า เด็กนักเรียนสิงคโปร์ ได้คะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1, อันดับ 2 นักเรียนจีนในฮ่องกง อันดับ 3 แคนาดา อันดับ 4 ฟินแลนด์ อันดับ 5 ไอร์แลนด์ อันดับ 6 เอสโตเนีย อันดับ 7 เกาหลีใต้ อันดับ 8 ญี่ปุ่น อันดับ 9 นอร์เวย์และอันดับ 10 นิวซีแลนด์ในขณะที่นักเรียนไทยอยู่อันดับ 57 จาก 70


ส่วนการประเมินผลวิชาคณิตศาสตร์ของปิซ่า ซึ่งทำการประเมินทุกๆ3ปี ปรากฏว่า นักเรียนสิงคโปร์ก็ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 เช่นกัน ตามด้วยอันดับ 2 นักเรียนจีน: ฮ่องกง อันดับ 3 จีน:มาเก๊า อันดับ 4 ไต้หวัน อันดับ 5 ญี่ปุ่น อันดับ 6 จีน: ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู และกวางตุ้ง อันดับ 7 เกาหลีใต้ อันดับ 8 สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 9 เอสโตเนีย และ 10 แคนาดา ส่วนนักเรียนไทย ได้อันดับ 54 จาก 70 ขณะที่ วิชาวิทยาศาตร์ นักเรียนสิงคโปร์ได้ที่ 1 เช่นกัน ขณะที่นักเรียนไทยก็อยู่ที่อันดับ 54 จาก 70 อันดับ

ด้าน นายแอนเดรียส ชไลเชอร์ ผู้อำนวยการด้านการศึกษาของ OECD ชื่นชมนักเรียนสิงคโปร์ว่า ไม่ใช่เพียงกำลังทำได้ดีเท่านั้น แต่ยังก้าวล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ อีกด้วย นอกจากนั้น นายชไลเชอร์ ยังชี้ว่า การเรียนการสอนในประเทศของเอเชีย อย่างเช่น สิงคโปร์ ได้จัดการด้านการศึกษาจนประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำ แตกต่างระหว่างเด็กที่เกิดในครอบครัวร่ำรวย กับเด็กที่เกิดในครอบครัวที่ไม่สามารถได้เปรียบทางสังคม ส่วนการศึกษาในเวียดนามก็มีความก้าวหน้าอย่างไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะสามารถเอาชนะนักเรียนในเยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ในวิชาวิทยาศาสตร์ และยังแซงหน้านักเรียนในสหรัฐฯ วิชา วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์อีกด้วย

ขณะที่ บีบีซี ยังตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า ทำไมประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ที่เพิ่งได้เอกราชในปี 2508 จึงประสบความสำเร็จด้านการศึกษาถึงขนาดนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือ เป็นเพราะรัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญ มุ่งเน้นเรื่องการศึกษาอย่างไม่หยุดพัก เช่นเดียวกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยศาสตราจารย์ซิง กง ลี รองประธานมหาวิทยาลัยหนานหยางของสิงคโปร์ ชี้ว่าปัจจัยสำคัญของความสำเร็จทางการศึกษาในสิงคโปร์ อยู่ที่มาตรฐานด้านการสอน เพราะทางการสิงคโปร์ได้ทุ่มลงทุนอย่างหนักในการสร้างครูที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการยกฐานะศักดิ์ศรีของผู้ประกอบวิชาชีพครู และยังคัดเลือกนักเรียนที่มาเรียนเป็นครูจากนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุด อีกทั้ง ครูทุกคนยังต้องผ่านการฝึกอบรมที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติ

 

เผยนักบินลาเมียฯ ยกเลิกแวะเติมน้ำมัน โบลิเวียรวบเจ้าของสายการบินแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 13:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804282

 

โบลิเวียคุมตัวเจ้าของสายการบินลาเมีย แอร์ไลน์ส และพนักงานอีก 2 คน ฐานมีส่วนต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมเที่ยวบิน 2923 ตกที่โคลอมเบีย ขณะที่สื่อเผยสาเหตุเครื่องบินน้ำมันหมด เพราะบินระยะทางไกล ซึ่งเป็นขีดจำกัดสูงสุด แถมนักบินยังยกเลิกแวะเติมน้ำมัน ก่อนโหม่งโลก

เมื่อ 7 ธ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน ทางการโบลิเวียดำเนินการจับกุม นายกุสตาโว เวอร์กาส ผู้อำนวยการสายการบินลาเมีย แอร์ไลน์ส และพนักงานของลาเมีย แอร์ไลน์สอีก 2 คน ในข้อหามีส่วนรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมเครื่องบินของลาเมีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 2923 แบบเช่าเหมาลำ ประสบเหตุตกใกล้เมืองเมดิยิน ทางตอนกลางของประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลด 71 ศพ ส่วนใหญ่เป็นนักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ทีมฟุตบอลชาเปโคเอนเซของบราซิล รวมทั้งนักข่าวสายกีฬาในบราซิล

อัยการของโบลิเวีย เผยต่อสื่อมวลชนด้วยว่า นายเวอร์กาส ผู้อำนวยการใหญ่ และพนักงานอีก 2 คน ของลาเมีย แอร์ไลน์ส ถูกสอบสวนในคดีอาญา ด้วยข้อหาละเลยต่อความปลอดภัยทางการบิน จนนำไปสู่เหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตถึง 71 ศพ จากโศกนาฏกรรมเครื่องบินลาเมียฯ ตกในครั้งนี้


ขณะที่บีบีซี เผยด้วยว่า เซเลีย คาสเตโด เจ้าหน้าที่ของโบลิเวียคนหนึ่ง ซึ่งกำลังขอลี้ภัยอยู่ในบราซิล เพื่อเลี่ยงการโดนดำเนินคดีในโบลิเวีย บอกว่าเธอได้แจ้งเตือนกับนายมิกูเอล กีโรกา นักบินของลาเมียฯ เที่ยวบิน 2923 ก่อนจะนำเครื่องทะยานขึ้นจากสนามบินเมืองซานตาครูซแล้วว่า เที่ยวบินจากเมืองซานตาครูซ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของโบลิเวีย ไปยังเมืองเมดิยิน บริเวณตอนกลางของโคลอมเบียนั้น เป็นระยะทางไกล ซึ่งเป็นข้อจำกัดในระยะทางบินสูงสุดของเครื่องบินลำนี้ ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่น 146 Avro RJ85 ผลิตโดยบริษัท BAE ของอังกฤษ ขณะที่หลังเกิดเหตุเที่ยวบิน 2923 ตกที่โคลอมเบีย ได้มีเทปบันเสียงคำพูดของนายกีโรกา นักบินแจ้งมายังเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินเมืองเมดิยิน ก่อนเครื่องบินจะตกหลุดออกมาสู่ภายนอก โดยนักบินได้แจ้งด้วยความเคร่งเครียดว่า ระบบไฟฟ้าของเครื่องบินล้มเหลวทั้งหมด และน้ำมันของเครื่องบินกำลังจะหมด


ทั้งนี้ คาสเตโด ซึ่งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในโบลิเวีย กำลังพยายามขอลี้ภัยไปอยู่ในประเทศบราซิล แต่คาดว่ากระบวนการอนุมัติการขอลี้ภัยของเธอต้องใช้เวลานานร่วมปี ขณะที่ทางการโบลิเวียได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บราซิลส่งตัวคาสเตโดกลับมาดำเนินคดีในโบลิเวีย พร้อมกับระบุว่าสิ่งที่คาสเตโดทำนี้เป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะเป็นการหลบหนีกระบวนการยุติธรรมของโบลิเวีย

บีบีซี ยังแจ้งว่า จากการเปิดเผยของนายเออร์วิน ทูมูริ ลูกเรือคนหนึ่งของเที่ยวบิน 2923 ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ผู้รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินลาเมียฯ ตก เผยว่า ตามกำหนดการเบื้องต้นนั้น เครื่องบินจะต้องลงจอดเติมน้ำมันที่เมืองโคบิจา ทางตอนเหนือของโบลิเวีย ก่อนจะไปต่อยังเมืองเมดิยิน ในโคลอมเบีย แต่นักบินได้ยกเลิกการลงจอด นอกจากนั้นยังไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ มายังลูกเรือหรือผู้โดยสารว่า เครื่องบินกำลังประสบปัญหาระบบไฟฟ้าล้มเหลวหรือน้ำมันกำลังจะหมด

สำหรับสายการบินลาเมีย แอร์ไลน์ส นั้น ตอนแรกได้มีการจดทะเบียนประกอบกิจการที่เวเนซุเอลา ก่อนจะย้ายสำนักงานใหญ่มายังโบลิเวีย โดยลาเมีย แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินขนาดเล็ก มีเครื่องบินเพียง 3 ลำเท่านั้น และมีเพียง 2 ลำที่ถูกนำมาใช้บินรับส่งผู้โดยสาร ก่อนที่ทางทีมฟุตบอล ชาเปโคเอนเซ ได้มาเช่าเหมาลำเครื่องบินลำหนึ่งของลาเมีย แอร์ไลน์ส เพื่อใช้ในการเดินทางไปแข่งขันแมตช์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร นัดชิงชนะเลิศในศึก โคปา ซูดาเมริกานา ที่โคลอมเบีย ซึ่งนัดแรกจะพบกับทีมอัตเลติโก นาซิอองนาล ที่เมืองเมดิยิน แต่แล้วกลับไปไม่ถึงจุดหมาย เครื่องบินประสบเหตุตกจนทำให้นักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ของทีมชาเปโคเอนเซเสียชีวิตเกือบหมด  โดยหลังเกิดเหตุ ทางการโบลิเวียได้ระงับใบอนุญาตประกอบกิจการของสายการบินลาเมียฯ ทันที.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมน้ำมันหมด? สุดเครียด คำต่อคำ นักบินเที่ยวบินมรณะ ก่อนตกโคลอมเบีย

โบลิเวียระงับใบอนุญาตประกอบการสายการบิน ‘ลาเมีย’ หลังบินตกดับ 71 ศพ

 

อินโดฯระทม เหยื่อดินไหวพุ่ง ตายแล้ว 24 หวั่นติดอยู่ใต้ซากบ้านพังอีกเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 11:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804182

 

เหยื่อธรณีพิโรธขนาด 6.5 เขย่าจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดฯ พุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 24 รายแล้ว อาคารบ้านเรือนพังเสียหายอื้อ หวั่นยังมีผู้เคราะห์ร้ายติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกจำนวนมาก ขณะที่สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ยกระดับแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหว ขึ้นเป็น ‘สีเหลือง’ สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

เมื่อ 7 ธ.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.5 เขย่าจังหวัดอาเจะห์ ทางปลายทิศตะวันตกเฉียงเหนือบนเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเช้าตรู่เวลา 05.30 น. ของวันที่ 7 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 24 ราย อีกทั้งหวั่นเกรงว่าอาจมีผู้เคราะห์ร้ายอีกหลายสิบคนยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารและบ้านเรือนจำนวนมากที่ถล่มลงมาจากแรงสั่นสะเทือนของธรณีพิโรธ ขณะที่ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกแผ่นดินไหวต่อเนื่องตามมาแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง โดยขณะนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่ายังติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก

ด้านสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ได้ปรับความรุนแรงของแผ่นดินไหวขึ้นเป็นขนาด 6.5 หลังจากเบื้องต้นตรวจวัดความรุนแรงอยู่ที่ขนาด 6.4 โดยศูนย์กลางธรณีพิโรธมีความลึกลงไปจากผิวดิน 17.2 กม. พร้อมกับได้ยกระดับการแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวขึ้นเป็น  ‘สีเหลือง’ ซึ่งหมายถึง เหตุแผ่นดินไหวเขย่าจังหวัดอาเจะห์ครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพียงแต่ไม่ก่อให้เกิดสึนามิ หรือคลื่นยักษ์ตามมาแต่อย่างใด


ส่วนสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ว่า เหตุแผ่นดินไหวเขย่าจังหวัดอาเจะห์ ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผู้คนจำนวนมากพากันแตกตื่นตกใจและรีบวิ่งออกจากอาคารบ้านเรือนลงมายังท้องถนน ขณะที่มีบ้านและมัสยิดพังถล่มลงมาจากเหตุธรณีพิโรธ


ขณะที่ นักธรณีวิทยาของอินโดนีเซีย ชี้ว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวรับรู้ได้ทั่วจังหวัดอาเจะห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยประสบภัยพิบัติจากสึนามิ ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย หลังแผ่นดินไหวใหญ่ ขนาด 9.2 เมื่อปี 2547.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวสุมาตรา ตายแล้ว 1 บ้าน-มัสยิด พังครืน!